BIOWEAPONS กับแนวคิดอาวุธฆ่าคนด้วย DNA

ในอนาคตเราอาจต้องจัดการกับอาวุธชีวภาพที่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้นซึ่ง ตามรายงานใหม่จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยนักวิจัยเคมบริดจ์ยืนยันว่ารัฐบาลโลกล้มเหลวในการเตรียมอาวุธในอนาคตจากเทคโนโลยีขั้นสูงเช่นปัญญาประดิษฐ์ หรือ การจัดการทางพันธุกรรม หรือแม้กระทั่งเชื้อโรคที่ออกแบบมาเพื่อฆ่าคนของเผ่าพันธุ์นั้น ๆ โดยเฉพาะ

รายงานดังกล่าวนั้น ก็เพื่อสำหรับการสร้างกลุ่มอิสระในการประเมินความเสี่ยงของเทคโนโลยีในอนาคตต่าง ๆ ที่จะมีบทบาทสำคัญที่จะเป็นอาวุธในสงครามที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และแน่นอนว่าเพื่อป้องกันความสูญเสียร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นกับมนุษยชาติ

“ตอนนี้เทคโนโลยีมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในราคาที่ถูกลง ทำให้ความสามารถในการทำลายล้างได้รวดเร็วและเป็นอันตรายมากขึ้น” ผู้เขียนรายงานกล่าว “ ในกรณีที่เลวสุด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาวุธชีวภาพ สามารถสร้างขึ้นเพื่อกำหนดเป้าหมายกลุ่มชาติพันธุ์ที่เฉพาะเจาะจงตามรายละเอียดจีโนมของเผ่าพันธุ์นั้น ๆ ได้”

ซึ่งในที่สุดนักวิจัยสรุปว่าเราไม่สามารถรอให้อาวุธเหล่านั้นกลายเป็นความจริงขึ้นมา ก่อนที่จะไม่สามารถทำอะไรเพื่อหยุดยั้งไม่ให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อมนุษยชาติโดยการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในอนาคต

References : 
https://www.telegraph.co.uk

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Brain Chip กับแนวคิดยัด AI เข้าสู่สมองของ Elon Musk

เกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา Elon Musk ได้ สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศถึงเรื่องราวใน  Startup ด้าน Neurotechnology ที่ชื่อว่า Neuralink ของเขา : “Brain Chip” ชิปคอมพิวเตอร์ที่ฝังในสมองมนุษย์ “จะผสานเทคโนโลยี biological intelligence กับ
machine intelligenc”

ตามคำอธิบายของ Musk ชิปนี้จะถูกติดตั้งในสมองของมนุษย์ โดยการเจาะรูสองมิลลิเมตรในกะโหลกศีรษะ “ ซึ่งจะมีส่วนต่อประสานกับชิปไร้สาย โดยที่จะไม่มีสายไฟโผล่ออกมาจากหัวของผู้ที่ถูกติดตั้งชิป” เขากล่าว

 Elon Musk หวังว่า Startup ของเขาอย่าง Neuralink ในเร็ว ๆ นี้จะช่วยรักษาคนที่มีความผิดปกติทางระบบประสาทได้ หรือแม้กระทั่งในที่สุดก็สามารถที่จะแข่งขันกับ Superintelligent หรือแม้แต่เทคโนโลยี AI ที่มีทั่วไปได้ 

แต่นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่นอน โดยซูซาน ชไนเดอร์ นักวิจัยด้าน Cognitive Psychologist แห่งมหาวิทยาลัยแปซิฟิก ได้กล่าวในนิตยสาร Financial Times ว่าโครงการนี้สามารถทำให้เกิดการฆ่าตัวตายกับผู้ที่ติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ได้”

เพื่อให้แน่ใจว่ามนุษยชาติของเราจะไม่ถูกยึดครองได้ในอนาคต โดย AI ในแผนของ Musk คือการผสานสมองมนุษย์เข้ากับคอมพิวเตอร์ที่จะเพิ่มพลังสติปัญญาของเรา เพื่อให้มั่นใจได้ว่ายังไงมนุษย์เราก็สามารถที่จะเอาชนะ AI ได้อย่างแน่นอน

แต่ ชไนเดอร์ ระบุว่าการผสานสมองของคุณเข้ากับเครื่องจักรหรือชิปทางคอมพิวเตอร์ อาจทำให้คุณมีโอกาสที่จะฆ่าตัวตายโดยไม่ได้ตั้งใจได้

“ คุณสามารถเพิ่มความฉลาดของคุณด้วยชิป แต่จะมีจุดจบของชีวิตคุณเช่นเดียวกัน” เธอกล่าว 

อนาคตของ AI กับความเสี่ยงของอนาคตของมนุษยชาติ

แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ ถ้าเราได้เห็นเทคโนโลยีด้าน AI โดยเฉพาะเมื่อเสริมด้วยพลังของ Machine Learning ต่าง ๆ นั้นทำให้ AI กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดหลาย ๆ อย่างของมนุษย์ไปมาก ซึ่งงานวิจัยใหม่ ๆ ส่วนใหญ่นั้นจะเน้นให้ AI เริ่มที่จะคิดตัดสินใจเอง โดยไม่ต้องมีการ Training จาก Dataset เหมือนในอดีต

ซึ่งแน่นอนว่า ต่อไป AI จะต้องคิดเองและสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ออกมาเองได้อย่างแน่อน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากต่อมนุษยชาติ ซึ่งแนวคิดของ Musk นั้นก็น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะ อย่างน้อยพลังสติปัญญาของเรานั้น ก็ไม่มีทางที่จะแพ้ AI  หากสามารถนำชิปเหล่านี้เข้าสู่สมองของเราได้จริง ซึ่งคิดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนในอนาคต

References : 
https://observer.com

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Movie Review : Parasite ชนชั้นปรสิต

ต้องบอกว่า Parasite เป็นหนึ่งในหนังที่ผมสนใจเป็นอย่างมาก เพราะผู้กำกับอย่าง Bong Joon-ho ที่ฝากผลงานสุดประทับใจใน Okja ที่ได้ลงใน Netflix รวมถึง Snowpiercer ที่เป็นหนังระดับ Hollywood ซึ่งสองเรื่องดังกล่าวนั้น ดูแล้วประทับใจมาก

แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัว ก็เพิ่งจะได้มาดูจริง ๆ ตอนหนังจะออกจากโรงเสียแล้ว และดูกระแสในโลกออนไลน์ที่ออกมาค่อนข้างดีมาก หลาย ๆ คนก็ชอบกัน ซึ่งขนาดวันท้าย ๆ ที่ผมได้เข้าไปดู คนก็ยังเต็มโรงแน่นเหมือนเคย

และแน่นอนว่า Parasite นั้นได้รับรางวัลปาล์มทองคำ จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ในปี 2019 ที่ผ่านมา แต่หลาย ๆ ท่านเมื่อได้ยินชื่อหนังรางวัลแล้วส่วนใหญ่จะเป็นหนังที่ดูยาก และมีความเป็น Artist สูงมาก แต่ไม่ใช่เลยกับ Parasite เพราะเป็นหนังรางวัลที่ดูง่ายมาก ๆ 

หนังเล่าเรื่องของครอบครัว เล็กๆ ที่มีกันอยู่ 4 สมาชิก พ่อ คิมกีแท็ก (Song Kang Ho จาก ‘Snowpiercer’)​ แม่ ชุงซุก (Jang Hye Jin)​ ลูกชาย กีอู (Choi Woo Sik จาก ‘Train To Busan’) ลูกสาว กีจอง (Park So Dam)​ ที่ต้องอาศัยอยู่ในชั้นใต้ดิน

หน้าต่างพ้นเห็นพื้นดินเพียงกึ่งหนึ่ง เป็นครอบครัวที่คนเป็นพ่อแม่ตกงาน ลูกๆ ก็ยังไม่อาจหาที่เรียนต่อไป ลูกชายได้งานสอนจากเพื่อน งานนี้ทำให้เขาได้เข้าบ้านหลังใหญ่ และเป็นต้นสายของเรื่องราวที่บานปลายของครอบครัวคนชนชั้นล่างที่แทรกซึมไปสูบเม็ดเงินและชีวิตของคนรวยนั่นเอง

มันก็ตามชื่อเรื่องอยู่แล้วที่ ชนชั้นปรสิต แต่ปรสิตนั้น แฝงอยู่ในทุกชนชั้น ซึ่งหนังได้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งไม่ว่าชนชั้นใด ๆ ก็ต่างมีด้านมืดอยู่เหมือน ๆ กัน 

แค่การแสดงออกในแต่ละชนชั้นนั้น อาจจะแตกต่างกัน บทพูดที่ร้อยเรียงออกมาซึ่งสื่อความหมายได้อย่างดีเยี่ยม เราจะเห็นมุกตลกที่สอดแทรกเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ล้วนเป็นมุกที่แฝงให้เราคิดต่อแทบจะทั้งสิ้น มันไม่ใช่มุกตลกธรรมดา ๆ ทั่วไป

และขอชื่นชมในส่วนของฉากหนังที่ เป็นจัดองค์ประกอบต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว ทั้ง แสง สี theme ของหนังที่มันดูดาร์ค ๆ แต่สะกดให้เราตรึงอยู่กับเนื้อเรื่องของหนังอยู่ตลอดจนถึง การเฉลยเรื่องราวในตอนจบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเดายากมากนักสำหรับคอหนังแนวนี้

แน่นอนว่าหนังเรื่องนี้ ได้ถ่ายทอดเรื่องราว ๆ ที่เข้าถึงคนจำนวนมากด้วย เพราะมันเป็นเรื่องราวปรกติในสังคมเราอยู่แล้ว ที่มีชนชั้นต่าง ๆ ที่แบ่งแยกกันอยู่ แม้ต่อหน้าจะดูเหมือนเป็นมิตรไมตรี แต่ลับหลังเบื้องลึกจิตใจของคนนั้น ก็อย่างที่เราได้เห็นในหนังเรื่องนี้ครับ ซึ่งเป็นเรื่องราวจริงในสังคมทุกหนทุกแห่งในโลกนี้อยู่แล้ว มันเลยเข้าไปกระแทกใจคนหลาย ๆ กลุ่มได้อย่างดี ทำให้หนังดังกระฉูด ทำรายได้มหาศาล

ซึ่งโดยรวมแล้วผมก็ยังถือว่าเป็นหนังที่ยอดเยี่ยมมาก และการเขียนบทที่ดีมากๆ  เพราะหนังเค้าเอาประเด็นหนัก ๆ ในเรื่อง ชนชั้นและความเหลื่อมล้ำทางสังคม มาทำให้กลายเป็นหนังบันเทิงและดูสนุกมาก ๆ คือเป็นหนังที่ไกลเกินกว่าที่จะเป็นหนัง Asia แล้วครับเรื่องนี้ สร้างได้มาตรฐาน Hollywood เลยด้วยซ้ำ ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งไม่ควรที่จะพลาดชมเป็นอย่างยิ่งครับผม

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol