สรุปเนื้อหา THE MINDSET OF A WINNER ทัศนคติสู่การเป็นแชมป์โดย Kobe Bryant

“หากคุณต้องการเป็นผู้ชนะ มาเล่นกับผม หากคุณต้องการอันดับสอง ไสหัวไปที่อื่นเถอะ” – Kobe Bryant

เป็นอีกหนึ่งคลิปวีดีโอที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียวจากช่อง Motiversity ที่ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับ Kobe Bryant เกี่ยวกับทัศนคติของการเป็นแชมป์ เป็นที่หนึ่งเพียงเท่านั้น

โดย Bryant เน้นย้ำถึงความสำคัญของความทุ่มเท การทำงานหนัก และการเอาชนะอุปสรรคเพื่อให้ประสบความสำเร็จทั้งในวงการบาสเกตบอลและในชีวิต เขาพูดถึงทัศนคติของผู้ชนะ ความสำคัญของวินัยในตนเอง และความจำเป็นที่ต้องท้าทายตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อไปสู่ความเป็นเลิศในระดับที่สูงขึ้น

Highlights

🏀 Kobe Bryant เน้นย้ำถึงความสำคัญของความทุ่มเทและการทำงานหนักเพื่อให้ประสบความสำเร็จในวงการบาสเกตบอล

💪 Bryant พูดถึงความสำคัญของการรู้จักตนเองและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเอาชนะจุดอ่อน

📚 Bryant พูดถึงคนระดับท็อปอย่าง Michael Jordan , Magic Johnson ที่ทำสิ่งที่เหลือเชื่อได้ และจะทำอย่างไรที่เขาจะก้าวไปถึงจุด ๆ นั้นได้

🧠 Bryant ได้แบ่งปันทัศนคติเรื่องความเข้มแข็งทางด้านจิตใจและการมุ่งเน้นไปที่เกมการแข่งขัน โดยได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์อย่าง Gladiator

🤝 Bryant เน้นย้ำถึงการเสียสละและความมุ่งมั่นที่จำเป็นต่อการสร้างความเป็นเลิศในวงการบาสเกตบอล

🏆 Bryant อธิบายกระบวนการตัดสินใจและวิธีในการลงทุนทั้งแรงและเวลาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

🏋️‍♂️ Bryant เล่าถึงการเอาชนะอาการบาดเจ็บและอุปสรรคด้วยความมุ่งมั่น

👨‍👧‍👦 Bryant สะท้อนถึงความสำคัญของการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก ๆ

Key Insights

🏀 Kobe Bryant เน้นย้ำถึงความสำคัญของทัศนคติและความทุ่มเทในการประสบความสำเร็จ เขาชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องผลักดันตัวเองให้พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งและมุ่งมั่นสู่ความยิ่งใหญ่อย่างต่อเนื่อง

💪 Bryant เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานหนักและมีวินัยในการฝึกฝนทักษะ ความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละในการฝึกซ้อมและพัฒนาตนเอง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความพยายามอย่างสม่ำเสมอในการบรรลุเป้าหมาย

📚 ตำนานบาสเกตบอลผู้นี้พูดถึงความสำคัญของการศึกษาเกมและทำความเข้าใจรายละเอียดต่าง ๆ การวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเองทำให้ Bryant สามารถปรับเปลี่ยนการฝึกซ้อมและพัฒนาประสิทธิภาพการเล่นจริงในสนามได้

Bryant สะท้อนถึงการเสียสละและการตัดสินใจที่เขาทำเพื่อมุ่งสู่การเป็นแชมป์ รวมถึงการให้ความสำคัญกับอาชีพมากกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวในบางครั้ง เขาเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตัดสินใจที่ยากลำบากและการมุ่งเน้นที่เป้าหมายระยะยาว

🤝 Bryant แบ่งปันแนวทางการตัดสินใจในธุรกิจ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการวิจัย การประเมินอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น และการรายล้อมตัวเองด้วยบุคคลที่มีความหลงใหลและทุ่มเทให้กับสิ่ง ๆ นั้นจริง ๆ

💥 ไอคอนแห่งวงการ NBA พูดถึงความยืดหยุ่นและความมุ่งมั่นที่จำเป็นในการเอาชนะอุปสรรค เช่น การบาดเจ็บ ความเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นของ Bryant ในความสามารถที่จะเอาชนะความท้าทายเป็นตัวอย่างอันทรงพลังของความอดทนและความเข้มแข็งทางด้านจิตใจ

🌟 ความมุ่งมั่นของ Bryant ในการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก ๆ และการวางตัวเป็นแบบอย่างที่ดีแม้ในยามเผชิญกับความยากลำบาก แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของเขาต่อการเป็นตัวอย่างที่ดีทั้งในและนอกสนาม

Opinion

ต้องบอกว่าทั้งทัศนคติและปรัชญาการใช้ชีวิตของ Kobe Bryant ไม่เพียงแต่ช่วยให้เขาประสบความสำเร็จในฐานะนักกีฬาบาสเกตบอลระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในการพัฒนาตนเองและเอาชนะอุปสรรคในชีวิตด้วย

แนวคิดของ Bryant เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีวินัย การทำงานหนัก และการมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศและต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้น ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน หรือการพัฒนาตนเอง

นอกจากนี้ ทัศนคติของเขาในการเผชิญหน้ากับความท้าทายและการเอาชนะอุปสรรคยังเป็นบทเรียนอันมีค่าสำหรับทุกคนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากในชีวิต การยึดมั่นในเป้าหมายใหญ่ การเรียนรู้จากความผิดพลาด และการไม่ยอมแพ้แม้ในยามที่ดูเหมือนจะไม่มีทางออกเป็นคุณสมบัติที่ Bryant ได้แสดงให้เห็นตลอดอาชีพของเขา

ในท้ายที่สุด แนวคิดและปรัชญาของ Kobe Bryant จึงไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์สำหรับนักกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ต้องการประสบความสำเร็จและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตของตนเองและผู้อื่นอีกด้วยนั่นเองครับผม

สรุปเนื้อหา AI และอนาคตของเรา กับ Yuval Noah Harari และ Mustafa Suleyman

สื่อใหญ่อย่าง The Economist ได้นำ Yuval Noah Harari และ Mustafa Suleyman มาร่วมกันถกเถียงเกี่ยวกับการปฏิวัติทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ที่สุดในยุคสมัยของมนุษย์เรา โดยมีการพูดคุยกันถึงผลกระทบของ AI ต่ออนาคตอันใกล้ วิธีการควบคุมเทคโนโลยีนี้ และความเป็นไปได้ที่ AI จะมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจและมีสติปัญญาที่เหนือมนุษย์

Yuval Noah Harari นักประวัติศาสตร์ ผู้เขียนหนังสือขายดีระดับนานาชาติอย่าง Sapiens: A Brief History of Humankind และ Mustafa Suleyman ผู้ประกอบการ และผู้เขียนหนังสือชื่อดังอย่าง The Coming Wave : Technology, Power, and the Twenty-first Century’s Greatest Dilemma ได้ถกเถียงกันเกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสของ AI โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการคิดหาแนวทางป้องกัน และการสร้างความร่วมมือกันในระดับโลกเพื่อกำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจนเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้

Highlights

🤖 Mustafa คาดการณ์ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า โมเดล AI จะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าพันเท่า และสามารถสร้างลำดับการกระทำได้ ไม่ใช่แค่สร้างข้อความ

👀 Yuval เตือนว่าการพัฒนา AI ที่มีความเป็นอิสระและมีความสามารถในการตัดสินใจด้วยตนเอง จะเป็นจุดสิ้นสุดของประวัติศาสตร์ที่มนุษย์เป็นผู้ครอบงำ

🔒 Mustafa เน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดข้อจำกัดในการพัฒนา AI เพื่อป้องกันผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์และเพื่อให้มั่นใจว่ามนุษย์ยังคงสามารถควบคุมพวกมันได้

👾 Yuval เปรียบเทียบภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจาก AI ขั้นสูงกับการรุกรานของมนุษย์ต่างดาว โดยชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการควบคุมสิ่งมีชีวิตที่มีความฉลาดเหนือมนุษย์

🛡️ Mustafa สนับสนุนการนำหลักการคิดแบบ Safety First มาใช้ในการพัฒนา AI เพื่อลดความเสี่ยงและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่าการแข่งขัน

🌍 Yuval เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศต่าง ๆ ต้องมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI เพื่อกำหนดกฎระเบียบการใช้งานร่วมกัน และปกป้องสังคมจากภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับ AI

Key Insights

🤖 Yuval Noah Harari และ Mustafa Suleyman ได้ถกเถียงเกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสของ AI โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความร่วมมือและกฎระเบียบร่วมกัน เพื่อรับมือกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่จะเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เราไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน

🚀 เทคโนโลยี AI กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2028 โมเดล AI จะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าปัจจุบันเป็นพันเท่า และสามารถสร้างแนวคิดและกระบวนการทำงานใหม่ ๆ ได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์อีกต่อไป

👽 Yuval แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ AI จะมีความเป็นอิสระและมีสติปัญญา โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนกับการเผชิญหน้ากับการรุกรานของมนุษย์ต่างดาวจากเทคโนโลยีที่อาจเหนือการควบคุมของมนุษย์

⚠️ Mustafa สนับสนุนการใช้หลักการคิดแบบ Safety First (ปลอดภัยไว้ก่อน) ในการพัฒนา AI โดยเรียกร้องให้มีการจำกัดความสามารถที่มีความเสี่ยงสูงบางอย่าง และให้มีการสร้างกรอบการกำกับดูแลที่อิงตามความเสี่ยงเหล่านี้

🌍 ความสำคัญของการสร้างพันธมิตรในเรื่องนี้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ในการกำหนดกฎระเบียบสำหรับเทคโนโลยี AI แม้ว่าบางประเทศอาจไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายมันจะเป็นการทำเพื่อปกป้องสังคมและป้องกันการแข่งขันที่ไร้การควบคุม

🏛️ ความจำเป็นในการสร้างสถาบันหรือองค์กรใหม่ ๆ ที่มีทรัพยากรพร้อมทั้งด้านบุคลากร เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี รวมถึงความไว้วางใจจากสาธารณชน เพื่อกำกับดูแลการพัฒนา AI และควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

🛡️ ทั้ง Yuval และ Mustafa เน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดค่านิยมและกฎระเบียบของการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อป้องกันเหล่าบริษัทเทคโนโลยีที่หิวโหยแต่เงินตรา ซึ่งท้ายที่สุดจะเป็นการปกป้องสังคมมนุษย์ในยุคแห่งความก้าวหน้าของ AI แบบไร้ขีดจำกัดเหมือนที่เราเห็นกันในทุกวันนี้

Opinion

เป็นสองสุดยอดนักคิดที่เราต้องหันมาฟังอย่างจริงจัง ในเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่าง AI ที่ตอนนี้ เหล่าบิ๊กเทคในซิลิกอน วัลเลย์ กำลังทำทุกอย่างตามอำเภอใจ โดยไม่ได้สนใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมากนัก

มันเป็นคลื่นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง พลังทำลายล้างของมันต้องเรียกได้ว่ามากกว่าเทคโนโลยีใด ๆ ที่มนุษย์เราเคยประสบพบเจอมา

จะเห็นได้ว่าทั้งสองคิดเหมือนกันในเรื่องความปลอดภัยที่ต้องมาก่อน ซึ่งการปล่อยให้เทคโนโลยีถูกครอบงำโดยองค์กรธุรกิจที่แสวงหาแต่ผลกำไรนั้น ไม่เป็นผลดีต่อโลกเราในระยะยาวอย่างแน่นอน

คราวนี้ลองมาคิดดูว่าต้องเป็นองค์กรระดับไหนที่จะมาควบคุมกำกับดูแล และมีทรัพยากรพร้อมเหมือนที่ทั้ง Yuval และ Mustafa ต้องการ ผมว่าต้องเป็นองค์กรระดับ UN ที่มีวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งขึ้นมาดังนี้

“เพื่อให้บรรลุถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในอันที่จะแก้ปัญหาระหว่างประเทศทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมหรือมนุษยธรรม และการส่งเสริม/สนับสนุนการเคารพสิทธิมนุษยชนและอิสรภาพสำหรับทุกคน โดยไม่เลือกปฏิบัติในเรื่องเชื้อชาติ เพศ ภาษาหรือศาสนา เพื่อเป็นศูนย์กลางสำหรับประสานการดำเนินงานของประชาชาติทั้งหลายให้กลมกลืนกัน”

ท้ายที่สุด ถือว่าเป็นบทสนทนาที่ทรงคุณค่าของสองสุดยอดนักคิด ที่ออกมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคิดแผนการล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมและการผสานความร่วมมือกันอย่างจริงจังของทุก ๆ ประเทศทั่วทุกมุมโลก เพื่อรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นจาก AI และเพื่อให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกพัฒนาในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติโดยรวมนั่นเองครับผม

สรุปเนื้อหา เมื่อการพุ่งทะยานของ Temu กำลังสร้างความปั่นป่วนในวงการ ecommerce ของอเมริกา

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Temu ในตลาด ecommerce ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง amazon ด้วยสินค้าราคาถูก การอัดเม็ดเงินโฆษณาอย่างบ้าคลั่ง และประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบ gamification แม้จะมีข้อกังวลเรื่องคุณภาพสินค้าและความเกี่ยวข้องกับประเทศจีน แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วของ Temu กำลังปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ของ ecommerce ในสหรัฐฯ อย่างชัดเจน

Highlights

🚀 Temu ได้แผ่ขยายอิทธิพลในสหรัฐฯ ด้วยการขายสินค้าราคาถูกที่ส่งมาจากประเทศจีน ทำให้ฐานผู้ใช้งานของ Temu ขึ้นมาเทียบเท่ากับ amazon ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
📱 Temu ได้เข้าแทรกซึมสื่อสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว มีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันรายเดือนทั่วโลกมากถึง 161 ล้านราย
💸 ในปี 2023 Temu ใช้งบโฆษณาถึง 1.7 พันล้านดอลลาร์ และอาจใช้งบถึง 3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024
🎯 Temu ได้นำกลยุทธ์ gamification มาประยุกต์ใช้กับการช้อปปิ้งออนไลน์ ทำให้มีผู้ใช้งานมากกว่า SHEIN ในเวลาเพียง 6 เดือน
🚚 Temu เน้นการจัดส่งสินค้าตามมาตรฐานภายใน 6-22 วัน ในขณะที่คู่แข่งอย่าง amazon มุ่งเน้นการจัดส่งที่รวดเร็วกว่า
📈 การเติบโตของ Temu ส่งผลกระทบต่อต้นทุนโฆษณาดิจิทัล ซึ่งมันได้ส่งผลต่อวงการ ecommerce โดยรวม
⚖️ Temu เผชิญกับข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของสินค้า คุณภาพ และการควบคุมจากภาครัฐของจีน

Key Insights

🚀 การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Temu ในตลาด ecommerce ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความปั่นป่วนให้แก่ผู้เล่นรายเดิมอย่าง amazon โดยมีฐานผู้ใช้งานเกือบเท่ากับ amazon ในเวลาเพียงหนึ่งปี ซึ่งการเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ได้รับแรงหนุนจากการเสนอสินค้าราคาถูกที่ส่งมาจากประเทศจีน เป็นการท้าทายแนวทางการดำเนินธุรกิจ ecommerce แบบเดิม

📱 ด้วยกลยุทธ์การนำ gamification มาประยุกต์ใช้กับประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ และการสื่อสารทางการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างหนัก Temu ได้สร้างความนิยมและความไว้วางใจจากผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว แซงหน้าคู่แข่งอย่าง SHEIN ในการสร้างฐานผู้ใช้งาน แนวทางการสร้างการมีส่วนร่วมและประสบการณ์ที่แตกต่างนี้ ทำให้ Temu ก้าวขึ้นมาสร้างความโดดเด่นในธุรกิจ ecommerce ของสหรัฐฯ อย่างรวดเร็ว

🌏 แม้ต้องเผชิญกับปัญหข้อพิพาทต่าง ๆ แต่ด้วยงบประมาณอันมหาศาลของบริษัทแม่อย่าง PINDUODUO ทำให้ Temu สามารถอัดเม็ดเงินในการโฆษณาได้อย่างมหาศาล และขยายธุรกิจสู่ระดับโลกอย่างรวดเร็ว ซึ่งงบประมาณนี้ช่วยให้ Temu สร้างความปั่นป่วนในตลาดด้วยราคาสินค้าที่แข่งขันได้และพวกเขากำลังขยายกิจการไปทั่วทุกมุมโลก

💰 กลยุทธ์ในการเชื่อมต่อผู้บริโภคโดยตรงกับโรงงานและผู้ค้าส่งโดยตัดพ่อค้าคนกลางออกไปของ Temu นำไปสู่ปริมาณการขายและมูลค่าตลาดที่เติบโตอย่างมหาศาล ซึ่งแนวทางนี้ท้าทายรูปแบบ ecommerce แบบดั้งเดิมและกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในวงการ

🚚 ในขณะที่ Temu ให้ความสำคัญกับการแข่งขันด้านราคา ยักษ์ใหญ่ในวงการ ecommerce อย่าง amazon โฟกัสไปที่เรื่องความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้าเพื่อดึงดูดและรักษาฐานลูกค้า ความแตกต่างระหว่างการแข่งขันด้านราคาและความรวดเร็วนี้กำลังสร้างพลวัตรการแข่งขันในวงการ ecommerce รูปแบบใหม่

📈 ความสำเร็จของ Temu ทำให้ต้นทุนโฆษณาดิจิทัลของคู่แข่งปรับสูงขึ้น บังคับให้พวกเขาต้องปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมและแนวโน้มของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในแวดวงโฆษณาออนไลน์ถือเป็นความท้าทายสำหรับผู้เล่นรายเดิมตัวอย่างเช่น Etsy และบังคับให้พวกเขาต้องมีกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

🔄 แม้จะมีข้อกังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านคุณภาพสินค้าและความเสี่ยงด้านการรั่วไหลของข้อมูล แต่เส้นทางการเติบโตของ Temu ก็ได้เปลี่ยนภูมิทัศน์การแข่งขันของแวดวง ecommerce สหรัฐฯ อย่างชัดเจน ความสามารถของ Temu ในการปรับตัวให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปและการเข้ามากำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ (โดยเฉพาะในสหรัฐฯ) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสำเร็จในระยะยาวของพวกเขา

Opinion

ถ้าถามว่าแพลตฟอร์ม ecommerce ใดที่มีโอกาสยึดครองโลกได้มากที่สุด คงจะหนีไม่พ้น Temu นี่แหละครับ เรียกได้ว่าพวกเขาได้สร้างภูมิทัศน์ด้านการแข่งขันในวงการ ecommerce ใหม่ จนแม้กระทั่ง amazon ที่ว่าแน่ ๆ ยังต้องสั่นสะเทือนบัลลังก์

จะเห็นได้ว่า Temu เลือกบุกตลาดที่โหดหินก่อนทั้งในสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ หรือญี่ปุ่น และสามารถยึดหัวหาดได้อย่างรวดเร็วมาก ๆ ด้วยการโหมอัดเม็ดเงินโฆษณาอย่างบ้าคลั่ง ในอเมริกาถึงขึ้นซื้อ ads ใน super bowl ไม่ต้องคิดเลยว่าถ้าบุกมาอาเซียนเต็มตัวเมื่อไหร่ shopee กับ lazada จะเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งแบบไม่เคยเจอมาก่อนอย่างแน่นอน

รูปแบบ gamification ก็ถือเป็นคีย์สำคัญมาก ๆ ที่เปลี่ยนโลกของ ecommerce ไปอย่างสิ้นเชิง การที่รูปแบบแพทเทิร์นเดิม ๆ ของ ecomerce สไตล์โลกตะวันตก ที่เน้นให้ลูกค้า checkout สินค้าให้เร็วที่สุดอยู่ในไซต์ให้น้อยที่สุดดูเหมือนจะถูกท้าทายแนวคิดนี้เป็นอย่างยิ่ง

เพราะ Temu เลือกคิดกลับ ทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าอยู่ในแพลตฟอร์มให้นานที่สุด ผ่านกลวิธีสไตล์จีน ที่เรียกได้ว่าเปิดโลกให้กับผู้บริโภคโดยเฉพาะโลกตะวันตกได้มากเลยทีเดียว

amazon ยักษ์ที่น่าเกรงขามทำลายล้างคู่แข่งมานับต่อนับ แต่ต้องเริ่มกังวลกับการบุกเข้ามาของ Temu ดูเหมือนว่า amazon จะไม่สามารถอยู่แบบชิลล์ ๆ กินรวบตลาดผูดขาดได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว จำเป็นต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อคงความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่กำลังถูก disrupt อย่างรุนแรงนั่นเองครับผม

สรุปเนื้อหา จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ bitcoin จำนวน 21 ล้านเหรียญถูกขุดจนหมดสิ้นแล้ว

คำถามที่มักถูกถามในหมู่กลุ่มโปร bitcoin คือ เมื่อ bitcoin ที่จำกัดจำนวนไว้ 21 ล้านเหรียญถูกขุดจนหมดแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกับเครือข่ายของมัน? มีวีดีโอที่สรุปเรื่องนี้ของ CoinGecko ที่ทำไว้ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว

bitcoin มีจำนวนจำกัดสูงสุดที่ 21 ล้านเหรียญ และเมื่อทุกเหรียญถูกขุดหมดแล้ว นักขุดจะต้องพึ่งพารายได้จากแหล่งอื่น ๆ แทน เช่น ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ฯลฯ เพื่อที่จะทำให้พวกเขาเหล่านี้ยังคงรับรองการทำธุรกรรมและรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายต่อไป

Highlights

🪙 bitcoin มีจำนวนจำกัดสูงสุด 21 ล้านเหรียญ คล้ายกับทรัพยากรที่มีจำกัด เช่น ทองคำ

⛏️ การขุดเหรียญเป็นกระบวนการแก้ปัญหาทาง cryptographic เพื่อเพิ่มบล็อกเข้าสู่บล็อกเชนและรับรางวัล

🔗 รางวัลการขุดบล็อกจะลดลงทุกครั้งที่มีการ halving จนในที่สุดรางวัลจะเป็นศูนย์

💸 นักขุดจะต้องพึ่งพารายได้จากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม , demand response programs ในเรื่องการจ่ายไฟ และรายได้จากเรื่องของพลังงานหมุนเวียน

❓ บางคนอาจจะสงสัยว่าค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียวจะเพียงพอในการจูงใจนักขุดหรือไม่ แต่ก็มีทางออกที่เป็นไปได้

💼 นักลงทุนรายใหญ่หรือประเทศต่างๆ อาจเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงของเครือข่ายหากจำเป็น

🌐 อนาคตของการขุด bitcoin จะขึ้นอยู่กับปัจจัยและสิ่งจูงใจต่างๆ

Key Insights

⛏️ การที่รางวัลการขุดบล็อกลดลงจนในที่สุดเป็นศูนย์นั้นเป็นความท้าทายสำหรับนักขุด bitcoin ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความยั่งยืนของการทำเหมืองขุด

💰 การพึ่งพารายได้จากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมเป็นแหล่งรายได้หลักของนักขุดอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงตลาดขาลง จึงจำเป็นต้องมีแหล่งรายได้ทางเลือกอื่นๆ

⚡ การมีส่วนร่วมใน demand response programs ของการจ่ายไฟ และการเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าในราคาถูกหรือแม้แต่กระทั่งฟรี สามารถช่วยให้นักขุดสามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงและคงไว้ซึ่งความสามารถในการทำกำไร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการกระจายรายได้ของเหล่านักขุด

🌍 การมีส่วนร่วมที่เป็นไปได้จากนักลงทุนรายใหญ่หรือประเทศต่างๆ สามารถสนับสนุนเครือข่าย bitcoin เพิ่มเติมได้ ที่จะช่วยสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของเครือข่ายในระยะยาว

🔮 ภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปของการขุด bitcoin รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงในภาคพลังงาน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดอนาคตของการทำเหมืองขุดและความยั่งยืนของเครือข่ายโดยรวม

🏦 การนำ bitcoin มาใช้อย่างแพร่หลายหรือการยอมรับเป็นสกุลเงินสำรองของสถาบันหรือรัฐบาล จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายได้มากขึ้น โดยจะมีการดึงดูดทรัพยากรและความเชี่ยวชาญเพิ่มเติมเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมการขุดเหรียญเพิ่มมากขึ้น

🚀 การพัฒนาวิธีแก้ปัญหาของการขุด bitcoin เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการคิดค้นรูปแบบรายได้ใหม่ๆ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประกันความสำเร็จและการเติบโตของเครือข่ายในระยะยาว

Opinion

จะเห็นได้ว่าในตอนนี้เหล่าบรรดานักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนระดับเทพทั้งหลายกำลังทำงานอย่างหนักในการค้นหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงโปรโตคอล bitcoin และ ecosystem ของมัน ตัวอย่างเช่น การพัฒนา Layer 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม

หรือการนำเสนอโปรโตคอลการขุดแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาแรงจูงใจของนักขุดและความยั่งยืนของเครือข่าย bitcoin ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีความไม่แน่นอนและความท้าทายมากมายที่ต้องเผชิญในอนาคต เพราะโลกของเทคโนโลยีมีสิ่งที่เราคาดไม่ถึงอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานด้วย การแก้ปัญหาเหล่านี้จะต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและการยอมรับ bitcoin ในวงกว้างมากขึ้น

สรุป แม้จะมีความท้าทายอยู่มากมาย แต่เหล่าชุมชน bitcoin ที่มีอยู่ทั่วโลกกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต โดยมุ่งเน้นที่การสร้างรูปแบบรายได้ใหม่ๆ สำหรับนักขุด การปรับปรุงประสิทธิภาพ และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับวันที่เหรียญจำนวน 21 ล้านเหรียญมันได้ถูกขุดไปจนหมดสิ้นแล้วนั่นเองครับผม

สรุปเนื้อหา เมื่อกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ ไม่สามารถหยุดยั้งความร้อนแรงของรถยนต์ EV จากจีน

ในทุกวันนี้ ต้องบอกว่าจีนมีกำลังการผลิตรถยนต์ได้ครึ่งหนึ่งของโลก และกำลังมองไปที่ตลาดสหรัฐอเมริกาที่เรียกได้ว่าจ้องตาเป็นมัน แม้ว่าจะมีแบรนด์รถยนต์ที่เป็นของบริษัทจีนวางจำหน่ายในสหรัฐฯบ้างแล้ว รวมถึง Volvo, Polestar และ Lotus แต่ยังไม่มีแบรนด์รถจีนแท้ๆ ที่เข้ามาทำตลาดในสหรัฐอเมริกาอย่างจริงจัง

นักวิเคราะห์ในวงการคาดว่าเหลือเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น แม้ประธานาธิบดี Joe Biden จะเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนในอัตราสูงจนทำให้ราคารถนำเข้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในเดือนพฤษภาคม 2024 แต่นักวิเคราะห์ยังเชื่อว่านโยบายการเรียกเก็บภาษีจะไม่ส่งผลใด ๆ กับความร้อนแรงของจีนในระยะยาว และสุดท้ายอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้กลายเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดโลก แม้ต้องเผชิญกับภาษีนำเข้า แต่รถยนต์จีนก็มีแนวโน้มเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากมีราคาที่แข่งขันได้และคุณภาพสูง

Highlights

🚗 อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนขยายตัวอย่างรวดเร็ว กลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก

🏭 ผู้ผลิตรถยนต์จีนมีศักยภาพในการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยได้รับแรงผลักดันจากกำลังการผลิตส่วนเกินและเป้าหมายในการส่งออกของพวกเขา

💰 ภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนอาจไม่สามารถขัดขวางการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯได้ เนื่องจากรถจีนมีราคาที่แข่งขันได้

🛠 สหรัฐฯจำเป็นต้องปรับนโยบายเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน

🌏 ความพยายามไปสู่ระดับโลกของบริษัทจีนสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการผลิต

⚖ จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อนำประโยชน์จากความก้าวหน้าด้านยานยนต์ของจีนมาใช้

🚀 บริษัทยานยนต์ที่เป็นของจีนได้ตั้งรกรากในสหรัฐฯแล้ว เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาด

Key Insights

🌐 การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนเป็นความท้าทายที่สำคัญต่อการครองความเป็นผู้นำในตลาดของผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมจากโลกตะวันตก บริษัทจีนได้พัฒนาขีดความสามารถในด้านคุณภาพและราคาอย่างรวดเร็วจนทำให้ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคทั่วโลก

💡 แม้ภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนจะถูกเรียกเก็บในอัตราสูง แต่อาจไม่สามารถขัดขวางการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯได้อย่างแท้จริง เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์จากจีนยังคงมีแรงจูงใจในการส่งออกสินค้าเพราะมีกำลังการผลิตส่วนเกินและเรื่องของสภาวะตลาดภายในประเทศ

💰 สหรัฐฯจำเป็นต้องมีนโยบายที่เปิดทางให้กับการหลั่งไหลเข้ามาของของยานยนต์จากประเทศจีน ซึ่งจะได้ประโยชน์จากความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน โดยเป็นการเปิดกว้างสู่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ บริษัทอเมริกันจะสามารถนำจุดแข็งของบริษัทจีนมาเสริมความสามารถของตนเองในการแข่งขันได้ในอนาคต

🏗 ความพยายามไปสู่ระดับโลกของบริษัทจีน ซึ่งรวมถึงการสร้างโรงงานผลิตในหลายประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การผลิตแบบดั้งเดิม วิธีการนี้ช่วยให้บริษัทจีนสามารถหลีกเลี่ยงอุปสรรคทางการค้าและขยายส่วนแบ่งการตลาดไปทั่วทุกมุมโลกได้

🔄 การพลิกมุมมองใหม่ในนโยบายด้านการค้าที่ต้องเลิกกีดกันได้แล้ว อาจเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ตะวันตก โดยเปิดทางให้มีการบูรณาการเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากจีน ผ่านกระบวนการและนโยบายที่มีการกำกับดูแลอย่างเหมาะสม ประเทศตะวันตกจะสามารถเข้าถึงประโยชน์จากการผสานความร่วมมือกันและนวัตกรรมที่บริษัทจีนนำมาสู่ตลาดได้

🚗 แม้จะยังไม่มีรถยนต์แบรนด์จีนวิ่งอยู่บนท้องถนนของสหรัฐอเมริกา แต่การมีบริษัทยานยนต์ที่เป็นของจีนกว่า 100 แห่งในสหรัฐฯ บ่งชี้ว่าพวกเขากำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดในอนาคต ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากจีนได้ตั้งรกรากในหลายรัฐของสหรัฐฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นการช่วยเตรียมพื้นที่สำหรับการขยายฐานการผลิตเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯของจีนในอนาคต

Opinion

สรุปได้ว่า นี่คือการวิเคราะห์จากสื่อตะวันตกอย่าง CNBC หรือแม้กระทั่งข่าวก่อนหน้านี้ที่สื่อจากญี่ปุ่นเองอย่าง Nikkei ก็พูดคล้าย ๆ กัน ในสภาพจำยอม ยานยนต์ EV จากจีนจะบุกเข้าไปตีตลาดโลกได้อย่างแบบสมบูรณ์ แม้กระทั่งสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปก็ไม่น่ารอด และแน่นอนสภาพท้องถนนคงไม่ต่างจากเมืองไทยที่จะมีรถยนต์แบรนด์จีนวิ่งกันเกลื่อนเมือง

แม้ปัจจุบันยังไม่มีรถยนต์แบรนด์จีนในสหรัฐฯ แต่อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนก้าวหน้าไปมากแล้ว ทั้งในด้านศักยภาพการผลิต คุณภาพและการแข่งขันราคา รวมถึงกลยุทธ์การขยายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ จึงน่าจะเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นที่รถจากจีนจะเข้ามาแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านภาษีศุลกากรมากมายขนาดไหนก็ตามที