Crypto Crash เรื่องราวการลงทุนในฝันของครูประถมนำไปสู่ฝันร้ายที่ยากลืมเลือนได้อย่างไร

เรียกได้ว่ากลายเป็นเรื่องปรกติไปเสียแล้วนะครับ สำหรับเหล่านักลงทุนรายย่อยที่คิดจะเข้ามาเดิมพันกับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนที่สูงมาก ๆ อย่างคริปโต ที่อาจจะต้องสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล

“ถ้าฉันขายทุกอย่างในตอนนั้น ฉันจะมีเงิน 1 ล้านปอนด์” Duncan กล่าวอย่างท้อใจถึงมูลค่าการถือครองคริปโตเคอเรนซีของเขาที่มีมูลค่ามหาศาลในช่วงต้นปี

ซึ่งเฉกเช่นเดียวกับนักลงทุนที่ส่วนใหญ่เป็นมือสมัครเล่นจำนวนมาก Duncan อดีตครูประถมในวัย 47 ปี ได้เข้าสู่แวดวงคริปโตครั้งแรกในช่วงการระบาดใหญ่ของไวรัส COVID-19

เขาได้นำเงินออมแทบจะทั้งหมดของเขาไปลงทุนในคริปโตที่ตอนนั้นมูลค่ากำลังสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ในตอนนั้นเขาเชื่อว่าจะสามารถปลดแอกภาระต่าง ๆ ของชีวิต และใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างสุขสบายดั่งราชา

แต่อย่างไรก็ตามนั้นเป็นเพียงภาพความฝันที่เกิดขึ้น ความจริงมันเป็นสิ่งตรงข้าม ในตอนนี้พอร์ตคริปโตของเขาสูญสิ้นเหลือเงินเพียงแค่ประมาณ 4,000 ปอนด์เพียงเท่านั้น

เรียกได้ว่า Duncan เป็นหนึ่งในชาวอังกฤษหรือแม้กระทั่งหนึ่งในผู้คนทั่วโลกจำนวนมากที่ถูกดูดเข้าไปลงทุนในวงการคริปโตที่แสนเย้ายวนใจ

ในช่วงต้นปี 2021 มีผู้คนประมาณ 2.3 ล้านในสหราชอาณาจักรเข้าไปลงทุนด้านคริปโต

ตามการวิจัยของ Financial Conduct Authority (FCA) ที่ตีพิมพ์เมื่อปีที่แล้วซึ่งมีการศึกษาอย่างเป็นทางการที่ครอบคลุมที่สุด ชี้ให้เห็นว่ามีผู้คนแห่เข้าไปลงทุนคริปโตเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ปี 2021 ในช่วงตลาดกระทิง

ผลการศึกษาพบว่าการลงทุนในคริปโตนั้นเป็นเรื่องปรกติมากขึ้น ซึ่งมีคนจำนวนน้อยที่มองว่ามันเป็นการพนัน และเป็นทางเลือกหรือส่วนเสริมของการลงทุนในกระแสหลัก และคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ากำลังซื้ออะไรอยู่

คริปโตที่กลายเป็นกระแสการลงทุนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (CR:Daily Express)
คริปโตที่กลายเป็นกระแสการลงทุนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (CR:Daily Express)

Alice Haine นักวิเคราะห์การเงินส่วนบุคคลจากแพลตฟอร์มการลงทุน Bestinvest กล่าวว่า คริปโตเคอเรนซี่ ยังคงพัฒนาเป็นประเภทสินทรัพย์และเป็นการลงทุนเก็งกำไรมากกว่าการลงทุนในตลาดหุ้น

“นักลงทุนที่พิจารณาที่จะเพิ่ม คริปโตเคอเรนซี ในพอร์ตของตัวเอง ควรจะตระหนักว่าเป็นตลาดที่มีความผันผวนสูงมาก ๆ โดยที่ราคามักจะคาดเดาไม่ได้เป็นอย่างมาก”

ซึ่งเหมือนกับหลาย ๆ ประเทศ เมื่อมีนักลงทุนรายย่อยเข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้น ทำให้หน่วยงานรัฐเริ่มเข้ามาจัดการตั้งแต่เรื่องการโฆษณาที่เว่อร์เกินจริง ซึ่งต้องอยู่ภายใต้กฎเดียวกับการส่งเสริมการขายทางการเงินอื่น ๆ เช่น หุ้น หรือผลิตภัณฑ์ด้านประกันภัย

ส่วนใหญ่แล้วนั้นการโฆษณาอย่างบ้าคลั่งของแพลตฟอร์มคริปโตเคอเรนซี่ในการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้มักจะทำให้ลูกค้าเข้าใจผิดอย่างมหันต์

Duncan ที่ได้รับการแนะนำให้รู้จัก Bitcoin จากเพื่อนในช่วงต้นปี 2010 ซึ่งในตอนนั้นมูลค่าของมันยังต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ด้วยซ้ำ

เมื่อถึงปี 2017 เมื่อมูลค่าทะลุ 10,000 ดอลลาร์ เขาคิดว่ามันถึงเวลาที่เขาต้องเข้าไปลุยกับคริปโตเคอเรนซีบ้างแล้ว

ในปี 2017 เขาเริ่มลงทุน 100 ปอนด์ แต่กลายเป็นว่าในปี 2018 ตลาดกลับพังพินาศ จากนั้นเขาจึงหยุด

ตั้งแต่ปี 2019 เขาเริ่มลงทุนอย่างสม่ำเสมอมากขึ้นอีกครั้ง และในปีถัดมาเขาได้ทยอยลงทุนราวๆ 400 ปอนด์ต่อเดือน ซึ่งการลงทุนในช่วงแรก ๆ ของเขาเป็น Bitcoin และ Ethereum สองสกุลเงินหลักเพียงเท่านั้น

แต่ในปี 2021 มันเป็นการตัดสินใจพลาดครั้งใหญ่ที่สุด เมื่อเขาได้ลงทุนใน Luna ซึ่งในเดือนพฤษภาคมมูลค่าลดลงจาก 85 ดอลลาร์เหลือต่ำกว่า 1 ดอลลาร์

Luna ที่ราคาลดลงมาต่ำกว่าดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนสูญเสียอย่างหนัก (CR:AS USA)
Luna ที่ราคาลดลงมาต่ำกว่าดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนสูญเสียอย่างหนัก (CR:AS USA)

แนวคิดเรื่องการกระจายอำนาจทางการเงินหรือ “DeFi” ซึ่งได้รับการส่งเสริมในแวดวงคริปโตนั้น เป็นแรงดึงดูดจากโลกทัศน์ที่เกิดจากวิกฤติทางการเงินในปี 2008

“คุณสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ใน DeFi ที่คุณไม่สามารถทำได้ในระบบการเงินแบบดั้งเดิม” Duncan กล่าว

แม้ว่า Duncan ต้องพบกับความสูญเสีย และสร้างความเครียดให้กับเขา สุดท้ายเขาก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะนั่นเป็นอดีตที่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว

เขาละทิ้งอาชีพการสอน และถึงแม้จะสูญเสียครั้งใหญ่ แต่เขาก็ยังเชื่อว่า คริปโตเคอเรนซี จะฟื้นตัวกลับมา และท้ายที่สุดจะทำให้เขากลับมายืนหยัดในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนี้ได้อีกครั้ง

บทสรุป

แม้ Duncan จะเป็นนามแฝง ที่ไม่ได้เปิดเผยตัวตนจริง ๆ ออกมา แต่เรื่องราวของเขา ก็น่าจะมีความคล้ายคลึงกับนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาในตลาดคริปโตหลาย ๆ คน

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่น่าสนใจมาก ๆ ให้กับนักลงทุนหลาย ๆ ท่าน โดยเฉพาะกับตลาดในโลกการเงินยุคใหม่อย่างคริปโตเคอเรนซี ความเข้าใจในสิ่งที่ลงทุนนั้นถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ๆ ในการที่จะรอดจากตลาดอันโหดเหี้ยมแห่งนี้

หรือแง่คิดบางอย่างที่ผมก็คิดว่าเกิดขึ้นทั่วโลกเช่นกัน เช่นการโฆษณาที่เว่อร์เกินจริง ที่หน่วยงานรัฐต้องเข้ามาจัดการและให้ความรู้อย่างใกล้ชิด หากมันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย นักลงทุนโดยเฉพาะรายย่อยก็ควรรู้ที่มาที่ไปว่ากำลังลงทุนในอะไรอยู่

รวมถึงเรื่องของสัดส่วนของการลงทุน จะเห็นได้ว่า Duncan นั้นคล้ายกับนักลงทุนหลาย ๆ คนที่ต้องสูญเสียแทบหมดตัว โดยการเทหมดหน้าตัก โดยไม่ได้พิจารณาถึงความเสี่ยงและความผันผวนที่สูงมาก ๆ ในตลาดแห่งนี้

แต่เขาก็ส่งท้ายได้อย่างน่าสนใจ เพราะเขายังเชื่อมั่นว่าสุดท้ายตลาดนี้จะกลับมาฟื้นได้อีกครั้ง บทเรียนต่าง ๆ ที่เขาเผชิญจะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นพร้อมที่จะสู้รบในตลาดอันโหดเหี้ยมแห่งนี้ในอนาคตได้นั่นเองครับผม

References :
https://www.theguardian.com/technology/2022/jun/18/bitcoin-value-falls-cryptocurrency-markets-turmoil
https://www.theguardian.com/technology/2022/jun/29/crypto-crisis-digital-currencies-boom-collapse-bitcoin-terra
https://www.theguardian.com/technology/2022/aug/29/crypto-crash-how-a-teachers-dream-investment-turned-into-a-nightmare-los
https://www.fca.org.uk/publications/research/research-note-cryptoasset-consumer-research-2021
https://cointelegraph.com/news/the-total-crypto-market-cap-drops-under-1-2t-but-data-show-traders-are-less-inclined-to-sell

Forex 3D vs Three Arrows Capital เมื่อความต่างเป็นเพียงแค่ผลิตภัณฑ์แต่เป้าหมายนั้นคือแชร์ลูกโซ่

กลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการอีกครั้งหลังจากมีข่าวดาราสาวชื่อดังที่ต้องถูกจองจำในเรือนจำ โดยไม่ได้รับการประกันตัวจากคดีแชร์ลูกโซ่ในตำนานอย่าง Forex 3D

ซึ่งเมื่อลองไล่อ่านข้อมูลอย่างละเอียด จะพบว่า มันแทบจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเทรดในตลาด Forex จริง ๆ เลยด้วยซ้ำ แต่เป็นการนำเอาคำ buzzword ในยุคนั้นมาหากินบังหน้า โดยมีเบื้องหลังเป็นระบบ Ponzi หรือ แชร์ลูกโซ่

ผมเองได้มีโอกาสฟังรายการ youtube ของ bearti ที่มีการสัมภาษณ์ คุณ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ซึ่งให้แง่มุมหลาย ๆ อย่างที่มีความน่าสนใจมาก ๆ

ที่พอจะสรุปได้ก็คือ แชร์ลูกโซ่ กฏหมายในไทยยังล้าหลังมาก ๆ ในการเอาผิดเครือข่ายเหล่านี้ ทำให้คนที่ทำไม่ได้สนใจในโทษที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขาในอนาคตเลยด้วยซ้ำ

แชร์ลูกโซ่ กฏหมายในไทยยังล้าหลังมาก ๆ ในการเอาผิดเครือข่ายเหล่านี้ (CR:Posttoday)
แชร์ลูกโซ่ กฏหมายในไทยยังล้าหลังมาก ๆ ในการเอาผิดเครือข่ายเหล่านี้ (CR:Posttoday)

แม้จะมีคำสั่งศาลให้ติดคุก เป็นพัน เป็นหมื่นปีก็ตาม แต่กฎหมายก็กำหนดโทษสูงสุดไว้เพียงแค่ 20 ปีเพียงเท่านั้น ซึ่งติดจริง ๆ โดยเฉลี่ยจากเคสที่ผ่านมาแค่ 6-7 ปี บางเคสการฟ้องร้องคืนเงินยังไม่เสร็จ แต่นักโทษออกมาจากคุก มาใช้เงินสุขสบายกันแล้ว เพราะยุคนี้ นวัตกรรมการฟอกเงินมันซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทำให้ track ได้ยากมากกว่ายุคก่อน

หรือ อีกแง่มุมนึง คือเรื่องที่สำคัญ นั่นก็คือ เรื่องผลิตภัณฑ์ที่จะถูกนำมาใช้ในการทำแชร์ลูกโซ่นั้น มันกว้างมาก ๆ แม้กระทั่งสิ่งที่ดูเหมือนถูกต้องอย่าง ทองคำ เห็ด ปุ๋ย เลี้ยงกุ้ง หรือ แม้กระทั่ง voucher ท่องเที่ยว ก็ถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการทำแชร์ลูกโซ่มาก่อนหน้านี้แล้ว

เมื่ออนาคตแชร์ลูกโซ่จะยิ่งล้ำขึ้นไปอีก

สิ่งที่น่าสนใจกับปัญหาหลาย ๆ อย่างในวงการคริปโตโลก ที่เป็นเทคโนโลยีที่ดีหากใช้ไปในทางที่ถูกต้องแต่กลายเป็นว่า ตอนนี้พวกมันถูกใช้เป็นเครื่องมือในทางที่ผิดในการทำแชร์ลูกโซ่ไปเสียแล้ว

แม้กระทั่งยักษ์ใหญ่ที่ภาพลักษณ์ดูดีอย่าง Three Arrows Capital ที่เพิ่งเป็นข่าวใหญ่มาก่อนหน้านี้ ก็ถูกบริษัทวิจัยชื่อดังอย่าง FSInsight ที่นำโดย Tom Lee กล่าวหาต่อสาธารณชนว่า Three Arrows Capital (3AC) ดำเนินโครงการ Ponzi แบบเดียวกับ Madoff

โดยข้อมูลจาก FSInsight ได้สรุปวิธีที่ Kyle Davies และ Su Zhu ผู้ก่อตั้ง 3AC “ใช้ชื่อเสียงของพวกเขาในการยืมเงินจากผู้ให้กู้สถาบันแทบทุกรายในธุรกิจอย่างไม่ระมัดระวัง” มันเป็นรูปแบบเดียวกับการล่มสลายของ Long Term Capital Management ในปี 1998

 Kyle Davies และ Su Zhu ผู้ก่อตั้ง 3AC
Kyle Davies และ Su Zhu ผู้ก่อตั้ง 3AC

รายงานสรุปว่า Zhu และ Davies มีแนวโน้มที่จะใช้เงินทุนที่ยืมมาเพื่อชำระดอกเบี้ยเงินกู้ในขณะเดียวกัน ก็แต่งเติมตัวเลขทางการเงิน เพื่อแสดงผลตอบแทนที่เหลือเชื่อ

คำถามคือมันต่างอะไรกับ CEO ของ Forex 3D คือ นายอภิรักษ์ โกฎธิ และผองเพื่อน ที่ไปตั้งบริษัทเปิดเว็บ “FOREX 3D” แล้วชักชวนคนมาลงทุน อ้างว่ามีระบบ AI อัจฉริยะ ช่วยให้การเทรด forex 3d ได้กำไรเน้นๆ  ซึ่งลักษณะการจ่ายผลตอบแทนคือเป็นแชร์ลูกโซ่ชัดเจน

ทั้งสองใช้ model แทบไม่ต่างกัน คือ นำเงินคนที่เข้ามาใหม่ ไปจ่ายคนเก่า เพื่อให้ระบบมัน run ต่อไปได้ แต่ไม่มีผลิตภัณฑ์จริง ๆ ที่จะสร้างรายได้ให้สมกับผลตอบแทนที่พวกเขาได้โม้ไว้

ซึ่งปัญหานี้ ไม่เพียงแต่ 3AC เท่านั้น แต่เราจะเห็นหลาย ๆ แพลตฟอร์มที่ล่มสลายไป ก็ใช้ concept เดียวกัน เมื่อระบบถึงทางตัน ก็ไม่สามารถที่จะจ่ายปันผลได้อีกต่อไป หรือแม้กระทั่ง model play2earn หลาย ๆ เกม ก็มีการยอมรับกันตรง ๆ ว่าเป็นแชร์ลูกโซ่

จะเห็นได้ว่าในอนาคตรูปแบบการปั้นแชร์ลูกโซ่จะง่ายขึ้นและหลอกคนได้แนบเนียนขึ้นโดยอาศัย buzzword โดยเฉพาะคำด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้มากนัก

ซึ่งเมื่อเกิดความเสียหายคราวนี้จะ track เรื่องเส้นทางการเงินต่าง ๆ เพื่อยึดทรัพย์มาคืนได้ยากยิ่งขึ้นกว่าเดิมมาก ทำให้การฟอกเงินนั้นล้ำขึ้นไปอีก คงใช้เวลาอีกซักพักกว่าหน่วยงานรัฐของเราจะตามเทคโนโลยีการฟอกเงินพวกนี้ทัน

ซึ่งเมื่อก่อนแชร์ลูกโซ่อาจจะหลอกคนรากหญ้าด้วยผลตอบแทน 10% ต่อเดือน แต่ในยุคนี้ ผลตอบแทนระดับ 6-10% ต่อปี ก็สามารถหลอกมาสร้างแชร์ลูกโซ่ให้กับคนที่มีความรู้ได้แล้วนั่นเองครับผม

References :
https://fortune.com/2022/06/28/crypto-hedge-fund-three-arrows-capital-old-fashioned-madoff-style-ponzi-scheme-research-firm-fsinsight/
https://coingeek.com/three-arrows-capital-liquidated-was-it-a-ponzi-scheme/
https://coingeek.com/wall-street-veteran-thomas-lee-economist-george-gilder-headline-coingeek-live/
https://www.youtube.com/watch?v=lmFNlLzaJpE

Gerry Cotten กับชีวิตและความตาย ของราชาแห่งคริปโตเจ้าของแพลตฟอร์ม QuadrigaCX

Gerry Cotten ที่ได้เริ่มฉายแววของจอมลวงโลกตั้งแต่วัยเยาว์ ในวัยเพียง 15 ปี เขาได้เปิดตัวโครงการแชร์ลูกโซ่ในฟอรัมออนไลน์ที่ชื่อว่า TalkGold โดยมีการรับประกันว่าเหล่าเหยื่อที่เข้ามาลงทุนในโปรเจกต์ของเขาจะได้รับผลตอบแทนสูงถึง 150% ภายในสองวัน

Cotten เปลี่ยนจากเด็กชายที่ใสซื่อ เป็นจอมโจร หลอกล่าเหยื่อ ที่เป็นนักลงทุนระดับสูงวัยได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่สุดยอดมาก ๆ เขาเปิดกิจการที่มีชื่อว่า S&S Investments ก่อนที่อีกสามเดือนให้หลัง เงินที่ได้รับจากการลงทุนทั้งหมดจะสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับ avatar ที่ไร้ตัวตนของเขาในฟอรัมออนไลน์

นั่นคือเรื่องของ Cotten ในวัย 15 ปี เพิ่งผ่านวัยเด็กมาหมาด ๆ เพียงเท่านั้น แต่เริ่มหากินด้วยการฉ้อโกง โดยอาศัยความคลั่งไคล้คอมพิวเตอร์ และเห็นช่องโหว่ในการทำเงินกับมัน

เฉกเช่นเดียวกับในอีก 15 ปีถัดมา ที่ Cotten ได้ไปประสบพบเจอกับสิ่งที่เรียกว่า Bitcoin ที่อ้างว่าเป็นนวัตกรรมทางด้านการเงินเปลี่ยนโลก ซึ่งเขามองเห็นโอกาสทำเงินครั้งใหญ่อีกครั้ง

ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ที่เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะทางด้านคอมพิวเตอร์ Cotten ได้เข้าไปศึกษา Bitcoin ก่อนใคร และเข้าร่วม community ที่เกี่ยวข้องในประเทศแคนาดาบ้านเกิดของเขา

เมื่อเห็นโอกาสเขาจึงได้เปิดแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ชื่อว่า QuadrigaCX ในตอนนั้นแทบไม่มีใครรับรู้ประวัติในวัยเด็กของเขามาก่อนเลยด้วยซ้ำ

โดย QuadrigaCX เขาได้ร่วมก่อตั้งกับ Michael Patryn ในเดือนพฤศจิกายน 2013 หลังจากเดือนแรก แพลตฟอร์มของพวกเขาก็เริ่มขึ้น พวกเขาได้สร้างตู้ ATM bitcoin แห่งที่ 2 ในแวนคูเวอร์ในเดือนมกราคม 2014 ซึ่งในปีเดียวกันนั้นแพลตฟอร์มของเขามีการทำธุรกรรม Bitcoin เพียงแค่ 7.4 ล้านดอลลาร์แคนาดาเพียงเท่านั้น

ในช่วงการเปิด QuadrigaCX นั้นเขาเปิดหน้าแบบเต็มตัว ไม่จำเป็นต้องอาศัย avatar ในโลกออนไลน์อีกต่อไป ด้วยการที่เข้ามาเป็นคนแรก ๆ ของวงการ ทำให้เขาสามารถผลักดันให้ QuadrigaCX กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดาได้ในที่สุด

และด้วยเงินจำนวนมหาศาลที่ได้รับจากแพลตฟอร์ม ที่ตอนนั้นเริ่มเป็นกระแสคลั่งไคล้ จนมีผู้คนจำนวนมากเริ่มเข้ามาสนใจสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉพาะ Bitcoin

ทำให้ Cotten กลายเป็นมหาเศรษฐีภายในชั่วข้ามคืน แพลตฟอร์มของเขาได้รับการระดมทุนจำนวนมหาศาล เขาและ Jennifer Robertson ภรรยาเดินทางไปเที่ยวรอบโลกด้วยเครื่องบินส่วนตัว ในจุดหมายปลายทางยอดฮิตเช่น ปารีส โมร็อกโก และ ฮาวาย

Cotton และ Jennifer Robertson ภรรยาเดินทางไปเที่ยวรอบโลกด้วยเครื่องบินส่วนตัว ในจุดหมายปลายทางยอดฮิตเช่น ปารีส โมร็อกโก และ ฮาวาย (CR:Ayther)
Cotten และ Jennifer Robertson ภรรยาเดินทางไปเที่ยวรอบโลกด้วยเครื่องบินส่วนตัว ในจุดหมายปลายทางยอดฮิตเช่น ปารีส โมร็อกโก และ ฮาวาย (CR:Ayther)

Cotten ไม่อายที่จะใช้เงินทุ่มซื้อสิ่งต่างๆ ที่เขาถวิลหามานานแสนนาน ไมว่าจะเป็นเรือยอทช์มูลค่า 600,000 ดอลลาร์ รถยนต์ Lexus ระดับไฮเอนด์ บ้านอีก 17 หลังในประเทศแคนาดา และเครื่องบินส่วนตัว

เขาออกมาพูดโน้มน้าวคนส่วนใหญ่ ให้หันมาสนใจสกุลเงินดิจิทัล โดยอ้างคำพูดสุดหรู ที่เป็นคำที่เจ้าของแพลตฟอร์มเหล่านี้มักพูดกันอย่างกับเป็น script เดียวกัน

“โดยพื้นฐานแล้วมันจะกำจัดความจำเป็นของผู้มีอำนาจจากส่วนกลาง คุณจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการส่งเงิน และกำจัดกฎเกณฑ์มากมายในโลกการเงินแบบเก่า ๆ”

อย่างไรก็ตามในปี 2018 เมื่อราคา bitcoin เริ่มดิ่งลงเหว เหล่านักลงทุนพยายามที่จะถอนเงินจาก QuadrigaCX ซึ่งบางรายก็ถอนได้ บางรายก็ถอนได้ช้ามาก ๆ หรือ ถอนไม่ได้เลย มันชี้ให้เห็นถึงสภาพคล่องที่เริ่มมีปัญหาของ QuadrigaCX

เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ QuadrigaCX เก็บเงินของนักลงทุนไว้ในสิ่งที่เรียกว่า “cold wallets” ซึ่งเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลดิจิทัลที่ปลอดภัยจากการแฮ็กเนื่องจากไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตามปัญหาก็คือมีเพียง Cotten เท่านั้นที่รู้รหัสผ่านในการเข้าถึง wallets ดังกล่าวนี้

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง Cotten และภรรยาของเขาบินไปอินเดียเพื่อฮันนีมูนในเดือนธันวาคม 2018 แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อราชาคริปโตแห่งแคนาดา ได้เสียชีวิตจากโรคโครห์น

หลังจากนั้นทางการอินเดียอนุญาติให้นำศพของเขากลับไปที่แคนาดาเพื่อทำพิธีครั้งสุดท้าย แต่เป็นเรื่องน่าแปลกที่การเสียชีวิตของเขาแทบจะไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะเลย ทั้งที่ QuadrigaCX กำลังเป็นข่าวใหญ่มาก ๆ ในตอนนั้น

เมื่อถึงเดือนมกราคม 2019 บริษัท Quadriga ยื่นฟ้องขอความคุ้มครองจากเจ้าหนี้ กลุ่มนักลงทุนเริ่มไม่พอใจและถามไถ่ถึงเงินของพวกเขา ทางบริษัทได้แจ้งว่ามีเพียง Cotten เท่านั้นที่รู้รหัสผ่านของ crypto wallet

นั่นทำให้ทุกคนต่างสงสัย ทำให้บางคนตั้งคำถามว่า Cotten เสียชีวิตจริงหรือไม่ และเรียกร้องให้มีการขุดร่างของ Cotten ออกมาเพื่อยืนยันการตายของเขา

ฝั่ง Jennifer ที่เป็นภรรยา เริ่มถูกตามล่า จากกลุ่มที่ไม่พอใจ เธอได้ออกมายืนยันว่าเขาตายแล้ว และเธอก็อยู่ที่งานศพของเขา และเธอไม่ได้มีส่วนของแผนการสมรู้ร่วมคิดอะไรทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามการล่มสลายของ QuadrigaCX นั้น กระตุ้นให้มีการสอบสวนทางเพ่งหลายครั้งว่าเงินจำนวนมหาศาลดังกล่าวมลายหายไปได้อย่างไร

หลังจากนั้นชายนิรนาม ที่มีนามแฝงว่า QCX-INT ได้ออกมาเปิดเผยประวัติการฉ้อโกงของ Cotten เพราะมันมีข้อมูลบางอย่างที่เขาสืบค้นและพบแผนการอันยาวนานตั้งแต่เริ่มต้นของ Cotten ใน TalkGold ไปจนถึงการร่วมมือกับ Michael Patryn หุ้นส่วนธุรกิจของเขาใน QuadrigaCX

Michael Patryn หุ้นส่วนธุรกิจของ Cotton ในช่วงแรกของ QuadrigaCX (CR:The Logic)
Michael Patryn หุ้นส่วนธุรกิจของ Cotten ในช่วงแรกของ QuadrigaCX (CR:The Logic)

ในปี 2005 Patryn ได้สารภาพว่ากระทำการฉ้อโกงภายใต้บริษัท Midas Gold ซึ่งเป็นตัวกลางกับ Liberty Reserve บริษัทสกุลเงินดิจิทัลของคอสตาริกาที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในยุคนั้น และถูกจับกุมจากข้อหาการฟอกเงินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ซึ่งในบันทึกของศาลระบุว่าอีเมลของ Cotten นั้นมีการติดต่อกับ Midas Gold ซึ่งทำให้ทั้ง Cotten และ Patryn ถูกตั้งขอหาเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวของ Liberty Reserve

แต่ปรากฎว่าอีกสองปีต่อมาทั้งคู่ได้มาเปิด Quadriga อย่างไรก็ตาม Patryn ได้ออกจากบริษัทในปี 2016 เนื่องจากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัท

Patryn กล่าวว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการที่ตามมาของ Cotten ซึ่ง QuadrigaCX ได้รับการตรวจสอบโดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของออนแทรีโอ ในแคนาดา หลังจากที่เกิดการฟ้องร้องของกลุ่มนักลงทุน

ในปี 2019 การสอบสวนพบว่า “สิ่งทีเกิดขึ้นกับ QuadrigaCX เป็นการหลอกลวงแบบโบราณที่ถูกห่อหุ้มด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างสกุลเงินดิจิทัล”

โดย Cotten ได้สร้างบัญชีปลอมหลายบัญชีบนแพลตฟอร์ม QuadrigaCX เพื่อให้มีผลกับการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม ซึ่งมีรายงานว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมหลอก ๆ ในแพลตฟอร์มถึง 87%

ฝั่งของ Jennifer ที่เป็นภรรยานั้น รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก หลังจากพบการฉ้อโกงในบริษัทของสามีเธอ แต่เธอได้ปฏิเสธการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางธุรกิจของสามีเธอ และ ไม่มีรหัสผ่านของ crypto wallet แต่อย่างใด มีเพียงสามีของเธอเท่านั้นที่รู้ และมันได้สูญสลายไปกับร่างกายที่ไร้วิญญาณของสามีเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

References :
https://kalkinemedia.com/uk/news/cryptocurrency/the-curious-case-of-gerry-cotton-and-quadriga-cx-scandal
https://bitcoinist.com/netflix-trust-no-one-the-hunt-for-the-crypto-king/
https://www.vanityfair.com/news/2019/11/the-strange-tale-of-quadriga-gerald-cotten
https://gizmostory.com/what-we-know-about-gerry-cotton-from-trust-no-one-the-hunt-for-the-crypto-king/
https://www.thescottishsun.co.uk/news/8640258/crypto-king-gerry-cotten-netflix/

Generation Moonshot ทำไมนักลงทุนรุ่นใหม่ไม่ได้ยอมแพ้กับความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นของสินทรัพย์ดิจิทัล

ด้วยเงินออม 1,000 ดอลลาร์ และเช็คกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ได้รับสองครั้ง Chris Zettler เริ่มลงทุนในปี 2020 เขาได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัทที่เขารู้จัก แต่พอผ่านไปซักระยะเขารู้สึกว่ามันน่าเบื่อ ราคาไม่มีความหวือหวา เขาเปลี่ยนไปซื้อหุ้นบริษัทที่มีราคาหุ้นผันผวน ท่ามกลางความผันผวนของราคา ด้วยหุ้นจำนวน 100 หุ้นของ AMC ที่ราคา 30 ดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม และขายที่ราคาประมาณ 65 ดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน

Zettler ชายอายุ 35 ปี เรียนวิชาการเงินที่มหาวิทยาลัยอลาบามา มีบัญชี TD Ameritrade ที่อนุญาตให้เขาซื้อขายด้วยมาร์จิ้น (ยืมเงินจากนายหน้าเพื่อเพิ่มผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้น) และสามารถวางเดิมพันได้เกือบ 8,000 ดอลลาร์ จากเงินต้นเพียงแค่ 4,000 ดอลลาร์ เขาเปลี่ยนเงิน 4,000 ดอลลาร์นั้นให้กลายเป็น 18,000 ดอลลาร์

Zettler เห็นว่ายอดเงินในบัญชีของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 ดอลลาร์ก่อนที่จะตกลงมาอยู่ที่ 35,000 ดอลลาร์ เมื่อตลาดเริ่มเข้าสู่ไซด์เวย์ เขาขายหุ้น 20,000 ดอลลาร์และนำไปจ่ายค่าเล่าเรียนของมหาวิทยาลัย

Zettler เป็นส่วนหนึ่งของนักลงทุนรุ่นที่อายุมากขึ้นในช่วงวิกฤตการเงินปี 2008 และผลที่ตามมาหลังจากดิ้นรนเพื่อสะสมความมั่งคั่งด้วยวิธีการดั้งเดิมในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา หลายคนเริ่มหันไปเก็งกำไรในตลาดการเงินที่มีความเสี่ยงกว่า

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับสินทรัพย์เก็งกำไร เช่น สกุลเงินดิจิทัล, NFT และ “หุ้นมีม” (ซึ่งมูลค่าพุ่งสูงขึ้นในช่วงต้นปี 2021 โดยได้รับแรงหนุนจากการโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย)

ค่าแรงที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน อัตราดอกเบี้ยต่ำสุด ราคาบ้านที่พุ่งสูงขึ้น และตอนนี้ภาวะเงินเฟ้อที่กัดกร่อนจิตวิญญาณของชาวอเมริกัน ได้บั่นทอนความคิดที่ว่าผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปีสามารถเลียนแบบที่คนรุ่นพ่อแม่ของพวกเขาสร้างเนื้อสร้างตัวได้ เหล่านักลงทุนที่อายุน้อยมองว่าหากเล่นตามกฎเก่า ๆ มันก็เป็นแค่กลยุทธ์ที่มีแต่ความพ่ายแพ้

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทั้งอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นได้ทำให้ตลาดคริปโตสั่นสะเทือน ราคาเหรียญที่ตกต่ำและการล้มละลายที่เกิดขึ้นของผู้ให้กู้ crypto และกองทุนป้องกันความเสี่ยงได้เปิดเผยเส้นทางอันตรายในพื้นที่เสี่ยงที่สุดของตลาด คำถามคือตอนนี้นักลงทุนอายุน้อยเหล่านี้ พร้อมที่จะเสี่ยงกับมันอีกหรือไม่?

ประสบการณ์ของ Zettler ไม่แนะนำ เขาได้เฝ้าดูเพื่อนร่วมงานของเขาไล่ล่าเดิมพันอย่างสิ้นหวังในสกุลเงินดิจิทัลและหุ้นที่ผันผวนโดยหวังที่จะก้าวไปสู่ความร่ำรวย เขากล่าว “ผมคิดว่าพวกเขาหมดหวังกันแล้ว”

To the moon

ในช่วงความบ้าคลั่งของหุ้น Meme ในช่วงต้นปี 2021 เรื่องราวของผลตอบแทนมหาศาลได้กระตุ้นให้เกิดการแห่เข้ามาลงทุนกันอย่างบ้าคลั่ง บางคนเหมือนถูกหวยได้รับรางวัลใหญ่

นักลงทุนที่ซื้อหุ้น GameStop เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2019 สามารถเปลี่ยนเงินทุน 10,000 ปอนด์เป็น 168,744 ปอนด์ภายในเดือนเดียวเมื่อหุ้นมีมแตะจุดสูงสุดในวันที่ 29 มกราคม 2020 ซึ่งราคาหุ้นถีบตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 1,600 เปอร์เซ็นต์

แต่ก็มีโอกาสในการขาดทุนมหาศาลเช่นกัน นักลงทุนที่ซื้อที่จุดสูงสุดแล้วขายในปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทุนของพวกเขาจะลดลงจาก 10,000 ปอนด์เหลือเพียงแค่ 3,129 ปอนด์ในหนึ่งเดือนหลังจากร่วงลง 69 เปอร์เซ็นต์ตามการวิเคราะห์ของ Boring Money

ถึงกระนั้น นักลงทุนรุ่นเยาว์จำนวนมากก็มั่นใจกับการซื้อขายของพวกเขา พวกเขากล่าวว่าอัตราต่อรองนั้นคุ้มค่ากับการเสี่ยง

เหล่านักลงทุนจำนวนมากจำการฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียมกันจากวิกฤตปี 2008 เมื่อรัฐบาลให้เงินช่วยเหลือ ตามมาด้วยภาวะกระทิงในตลาดที่ยืดเยื้อมานานนับทศวรรษ ทิ้งให้ผู้ที่ไม่ได้ลงทุนอยู่เบื้องหลัง

เมื่อตลาดร่วงลงเนื่องจากโควิด-19 ในเดือนมีนาคม 2020 พวกเขาไม่อยากพลาดเป็นครั้งที่สอง มันถึงเวลาที่พวกเขาต้องเดิมพันครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

การซื้อขายหุ้นแบบไม่มีค่าคอมมิชชันในช่วงก่อนเกิดโรคระบาดได้เพิ่มแรงกระตุ้นให้กับพฤติกรรมการลงทุนที่คล้ายกับการซื้อลอตเตอรี

ในปี 2015 Robinhood แพลตฟอร์มนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่นได้เปิดตัวขึ้นโดยสัญญาว่าจะ “ทำให้ทุุกอย่างเป็นประชาธิปไตย” ในตลาดการเงิน

Robinhood แพลตฟอร์มนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่นได้เปิดตัวขึ้น (CR:CNBC)
Robinhood แพลตฟอร์มนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่นได้เปิดตัวขึ้น (CR:CNBC)

สี่ปีต่อมา โบรกเกอร์เกือบทุกแห่งในสหรัฐฯ ได้ยกเลิกค่าคอมมิชชั่นสำหรับการซื้อขายหุ้น แอปที่เหมือนเกมของ Robinhood ช่วยให้ลูกค้าสามารถลงทะเบียนและเริ่มซื้อขายหุ้นบนโทรศัพท์ได้ภายในไม่กี่นาที

แพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยน cryptocurrency เช่น Coinbase ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อจำนวนเหรียญดิจิทัลในตลาดเพิ่มขึ้น ความคลั่งไคล้ “เหรียญมีม” ที่ขับเคลื่อนโดยผู้ทรงอิทธิพลอย่าง Elon Musk ได้นำเสนอสิ่งใหม่ๆ มากมาย ตั้งแต่การตั้งชื่อตามคนดัง (Coinye West) ไปจนถึง “เหรียญสุนัข” Shiba Inu และ dogecoin ในเดือนเมษายน 2013 มีเพียงเจ็ด cryptocurrencies สำหรับการขุดและซื้อขาย แต่ในทุกวันนี้มีเป็นหมื่นเหรียญให้เลือกสรรค์

การมีส่วนร่วมเป็นเรื่องง่าย “เว็บไซต์มีแค่ห้าปุ่ม”  Luke Hawley หนุ่มวัย 21 ปีกำลังจะเข้าสู่ปีสุดท้ายที่วิทยาลัย Endicott ในแมสซาชูเซตส์ซึ่งกำลังศึกษาด้านการเงินกล่าว “การซื้อ Shiba Inu บน Coinbase ง่ายกว่าการซื้อหุ้น”

Hawley กล่าวว่าเป็นเรื่องปกติในมหาวิทยาลัยของเขาที่จะพูดคุยเกี่ยวกับการพนันและการเก็งกำไร “ผู้คนคิดว่า ‘โอเค ฉันมีเงินสองพันในธนาคารบนโลกแห่งความเป็นจริงที่กำลังพังทลาย’” เขากล่าว “มี Fomo มากมาย” เขากล่าวเสริมเกี่ยวกับแนวคิดที่จะเปลี่ยนเงินเดิมพันเล็กน้อยให้เป็นเงินก้อนโต เพราะมันคือการพนันดี ๆ นี่เอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายหนุ่มได้รับความสนใจจากการลงทุนแบบ moonshot แบบนี้ นักลงทุน cryptocurrency ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย และมากกว่า 90% ของการซื้อขายใน Gamestop และ AMC ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ชายในช่วงที่ความคลั่งไคล้หุ้นมีมพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด

ตามที่นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของสหราชอาณาจักร Interactive Investor กล่าว ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเหตุผลหนึ่งที่การลงทุนเหล่านี้ได้รับการปฏิบัติเหมือนการพนันทั่วไปก็เพราะว่าแอปนายหน้าให้ความรู้สึกเหมือนเป็นแพลตฟอร์มการพนัน เพียงแต่มันไม่มีกำแพงด้านกฎระเบียบเลย

“แพลตฟอร์มที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เส้นแบ่งระหว่างการเล่นเกม การพนัน และการลงทุน แคบลงไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพลตฟอร์มที่เปิดใช้งานการใช้สกุลเงินดิจิทัล” Jack Symons หัวหน้าผู้บริหารของแอป Gamban ในสหราชอาณาจักรกล่าว

แอป Gamban อนุญาติให้ผู้ใช้บล็อกแอปการพนันบนโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ของพวกเขา Gamban เริ่มบล็อกนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และแพลตฟอร์ม crypto เมื่อฤดูร้อนที่แล้ว “บางคนอาจบอกว่านี่เป็นแนวทางที่ตรงไปตรงมา แต่การพนันดูไม่เหมือนที่เคยเป็น มันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกับในคาสิโนหรือบนผ้าสักหลาดสีเขียว” Symons กล่าวในเดือนตุลาคม

เมื่อปลายปีที่แล้ว สายด่วนการพนันที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกาบอกกับ Financial Times ว่ามีการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในจำนวนการโทรที่มาจากผู้ที่เสพติดการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายวัน มากกว่าการพนันแบบดั้งเดิมหรือแม้กระทั่งการพนันกีฬา เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะการลงทุนไม่ได้มีตราบาปทางสังคมเหมือนกับการพนัน

“ถ้าคุณพูดว่า ‘พ่อของฉันใช้เวลาทั้งวันเล่นการพนัน’ [ฉัน] จะพูดว่า ‘โอ้ ฉันเสียใจด้วยสำหรับครอบครัวของคุณ’” เขากล่าว แต่ “ถ้ามีคนพูดว่า ‘พ่อของฉันใช้เวลาทั้งวันในการซื้อขาย FX’ คุณจะคิดว่าเขาคือหมาป่าแห่งวอลล์สตรีท . . ไม่ใช่การพนัน แต่เป็นการลงทุน และการลงทุนเป็นวิธีที่คุณจะรวย”

Diamond hands

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากการล่มสลายของ cryptocurrency บางแห่ง และส่วนที่มีการเก็งกำไรมากที่สุดของตลาดได้รับผลกระทบมากที่สุด

แต่เมื่อราคาร่วงลง ความพยายามของบริษัท crypto บางแห่งในการเกลี้ยกล่อมนักลงทุนให้รักษาศรัทธาและยึดมั่นในสิ่งที่พวกเขามองข้าม ได้แสดงให้เห็นถึงพลังที่เพิ่มขึ้นของชุมชนออนไลน์

เด็กอายุต่ำกว่า 25 ปีมีแนวโน้มที่จะหันไปหาคำแนะนำทางการเงินจากโซเชียลมีเดียเป็นสองเท่ามากกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆ และมีแนวโน้มที่จะทำเช่นนั้นมากกว่าการขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญถึงสามเท่าตามการสำรวจโดย OpenMoney ที่ปรึกษาของสหราชอาณาจักร

หัวข้อเกี่ยวกับ Robinhood เพิ่มขึ้นเมื่อชุมชนออนไลน์บน Twitter และ Reddit เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการลงทุน ฟอรัมย่อยของ Reddit เช่น r/WallStreetBets ให้ข้อมูลผู้เชี่ยวชาญสำหรับนักลงทุนที่อยากจะเป็น อำนวยความสะดวกในการสนทนาและดึงความสนใจจากพวกเขา

ฟอรัมย่อยของ Reddit เช่น r/WallStreetBets ที่กลุ่มรุ่นใหม่คลั่งไคล้ (CR:Business Insider)
ฟอรัมย่อยของ Reddit เช่น r/WallStreetBets ที่กลุ่มรุ่นใหม่คลั่งไคล้ (CR:Business Insider)

การสูญเสียครั้งใหญ่อาจถูกหัวเราะเยาะจากเพื่อน ๆ “diamond hands” กลายเป็นอีโมจิสำหรับการยืนหยัดสู้แม้ทุกอย่างจะพังทลายลงก็ตาม

ผลการศึกษาของนักวิชาการที่มหาวิทยาลัยซิดนีย์เมื่อปีที่แล้วพบว่าผู้ที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 24 ปีมีแนวโน้มที่จะตัดสินใจเสี่ยงมากขึ้นเมื่อพวกเขาคิดว่าเพื่อนของพวกเขากำลังดูอยู่

Agnieszka Tymuła หัวหน้านักวิจัยในการศึกษากล่าวว่าชุมชนออนไลน์ของนักลงทุนได้ขยายพฤติกรรมแบบเดียวกันนี้ให้มากขึ้น: “ผู้คนต้องการเสี่ยง เพื่อคว้าชัยชนะครั้งใหญ่และโพสต์โชว์เกี่ยวกับเรื่องนี้”

การพูดคุยถึงกลยุทธ์ “moonshot” ฟอรัมบนเว็บจะสนับสนุนให้สมาชิกรู้สึกว่าโอกาสในการชนะนั้นมากกว่าที่เป็นจริงอย่างมาก กฎระเบียบไม่ได้มีการติดตามการแพร่กระจายของข้อมูลที่ผิด ๆ เหล่านี้แต่อย่างใด คนส่วนใหญ่มักจะโชว์แต่พอร์ตที่ตัวเองทำกำไร

นักศึกษาวิทยาลัยบางคนกล่าวว่าพวกเขาคุ้นเคยกับอันตรายของสิ่งที่เรียกว่า “rug-pulls ” ของคริปโตเคอเรนซีมากขึ้น เมื่อนักพัฒนาเปิดตัวสินทรัพย์ดิจิทัล ผลักดันราคาให้สูงขึ้นผ่านผู้มีอิทธิพลในโซเชียลมีเดีย แล้วหายไปพร้อมกับผลกำไรของพวกเขา

Harrison Turner จูเนียร์วัย 19 ปีจากวิทยาลัย Montgomery รัฐแอละแบมากล่าวว่า “มันเป็นเรื่องแย่แน่นอนหากลุกช้าแล้วโดนจ่ายรอบวง” อย่างไรก็ตาม เขาพูดว่าเขาเข้าใจแรงจูงใจของผู้มีอิทธิพล: “เขาเห็นโอกาสแล้วเขาก็คว้ามันไว้”

ไม่เสี่ยง = รวยช้า

แม้จะมีสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ไม่เป็นมิตรมากขึ้น แต่การเก็งกำไรที่มีความเสี่ยงสูงมันแทบไม่ลดลงไปเลย “มันใช้งานได้ดีอย่างน่าทึ่งสำหรับบางคน และนิสัยเก่าๆ ก็แก้ยาก มันเสพติดไม่ต่างจากการพนัน”

Steve Sosnick หัวหน้านักยุทธศาสตร์ของโบรกเกอร์อินเทอร์แอคทีฟแพลตฟอร์มการซื้อขายของสหรัฐฯ กล่าว “พวกเขายังคงใช้มาร์จิ้นในการเก็งกำไร แม้ว่าอัตราจะสูงขึ้นก็ตาม”

ในเดือนพฤษภาคม จำนวนเงินที่ยืมเพื่อซื้อขายด้วยมาร์จิ้นอยู่ที่ 25% เหนือระดับก่อนเกิดโรคระบาด

ผู้จัดการความมั่งคั่งแบบดั้งเดิมไม่สบายใจเกี่ยวกับโอกาสที่สินทรัพย์ดิจิทัลจะเข้าสู่กระแสหลัก เกือบครึ่งหนึ่งของผู้เลือกกองทุนกล่าวว่าพวกเขารู้สึกกดดันที่จะเสนอ cryptocurrencies เพื่อดึงดูดนักลงทุนรุ่นเยาว์ตามการวิจัยของ Natixis ถึงกระนั้น 70% กล่าวว่าพวกเขาคิดว่าคนทั่วไปไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนเช่นนี้

“Cryptocurrency ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบสำหรับความไม่เท่าเทียมกันของรายได้” Georgia Lee Hussey ผู้จัดการความมั่งคั่งและผู้ก่อตั้ง Modernist Financial กล่าว “หากกลยุทธ์การลงทุนของคุณเซ็กซี่ แสดงว่าคุณกำลังทำผิดอย่างมหันต์”

นายหน้ายังกังวลว่านักลงทุนที่ขาดทุนมหาศาลอาจถอยห่างจากตลาดโดยสิ้นเชิง โดยเสริมในมุมมองของพวกเขาว่า เกมการเงินเหล่านี้เป็นสิ่งหลอกลวง

บนแพลตฟอร์มโซเชียล Fidelity ได้นำเอาสินทรัพย์ดิจิทัลและการเข้าถึงโซเชียลมีเดียมาใช้ในความพยายามที่จะเชื่อมต่อกับนักลงทุนรุ่นใหม่และโน้มน้าวให้พวกเขาเข้ามาลงทุนกับบริษัทเพิ่มมากขึ้น

“นักลงทุนรุ่นเยาว์มักกล่าวว่าความกังวลอันดับต้น ๆ ของพวกเขาคือความมั่นคงทางการเงิน ทำอย่างไรถึงจะมีเงินเพียงพอให้ใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย พวกเขาจึงจะ ‘โอเค’”

Kelly Lannan หัวหน้าฝ่ายลูกค้าใหม่แห่ง Fidelity กล่าว “มันเป็นพื้นฐานมาก . . เราได้ยินสิ่งนั้นมากขึ้นกับกลุ่มคนรุ่นนี้”

ในขณะที่ Zettler กล่าวว่าเขา รู้สึกเบื่อมากขึ้นกับการลงทุนของเขา แต่คนอื่น ๆ เช่น Turner ยังคงสบายใจที่จะเสี่ยงทุกอย่าง เขาสูญเสียเงินแทบหมดตัวไปแล้วครั้งหนึ่งโดยคิดผิดกับการเดิมพันแบบมีม แต่บอกว่าเขาสามารถหาเงินได้มากพอที่จะใส่เงินสองสามพันดอลลาร์ในบัญชีนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มเข้าไปอีก “เงินจะมาและออกไป” เขากล่าว เขารู้ว่าเขาอาจจะสูญเสียมันไปทั้งหมด เขาไม่แคร์

และอีกครั้งที่เขาพูดว่าเขาอาจจะโชคดีถูกหวยอีกครั้งก็เป็นได้ (To The Moon)

References :
https://www.ft.com/content/4fa06516-119b-4722-946b-944e38b02f45
https://gizmodo.com/people-are-shelling-out-six-figures-for-nft-rocks-1847508926
https://www.ft.com/content/081c4208-8599-4509-bf1b-5a0abc0b19ed
https://www.independent.co.uk/space/diamond-hands-meaning-elon-musk-b1850265.html
https://www.ft.com/content/bce2ef2a-77d8-485e-ba69-92579f8fceb6

Bitcoin มีแนวโน้มที่จะแตะ 10,000 ดอลลาร์มากกว่า 30,000 ดอลลาร์จากการสำรวจ MLIV Survey

Bitcoin มีแนวโน้มที่จะร่วงลงสู่ 10,000 ดอลลาร์ โดยลดมูลค่าลงประมาณครึ่งหนึ่ง มากกว่าที่จะกลับมาที่ 30,000 ดอลลาร์ ตามผลสำรวจ 60% ของนักลงทุน 950 คนที่ตอบแบบสำรวจ MLIV Pulse ล่าสุด  ส่วนอีก 40% เห็นว่ามันไปในทิศทางอื่น

ต้องบอกว่าอุตสาหกรรม crypto ได้รับผลกระทบจาก สกุลเงินบางตัวที่ล่มสลาย และจุดจบของนโยบายการเงินในช่วงการระบาดครั้งใหญ่ที่ทำให้เกิดความคลั่งไคล้ในการเก็งกำไรในตลาดการเงิน

สินทรัพย์มูลค่าถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ได้อันตรธานหายไปจากตลาดของ cryptocurrencies ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย CoinGecko

นักลงทุนรายย่อยมีความวิตกเกี่ยวกับ cryptocurrencies มากกว่านักลงทุนสถาบัน โดยเกือบหนึ่งในสี่มองว่าว่าสินทรัพย์เหล่านี้เป็นขยะ ในขณะที่นักลงทุนมืออาชีพเปิดใจกว้างต่อสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น

แต่โดยรวมแล้ว ก็ยังมีการแบ่งขั้วอย่างชัดเจนในมุมมองที่แตกต่างกันแบบสิ้นเชิง ในขณะที่ 28% ของผู้ตอบแบบสอบถามโดยรวมแสดงความมั่นใจอย่างยิ่งว่า cryptocurrencies เป็นอนาคตของการเงิน และอีก 20% กล่าวว่ามันแทบเป็นสิ่งไร้ค่า

Bitcoin ได้สูญเสียมูลค่าไปแล้วมากกว่าสองในสามนับตั้งแต่แตะระดับเกือบ 69,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

Jared Madfes หุ้นส่วนของ Tribe Capital ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกล่าวว่า “มันง่ายมากที่จะกลัวในตอนนี้ ไม่เพียงแต่ในคริปโตเท่านั้น แต่แทบจะทุกการลงทุนในขณะนี้ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน” เขากล่าวว่าความคาดหวังสำหรับ Bitcoin ที่ลดลงอีกสะท้อนให้เห็นถึง “ความกลัวโดยธรรมชาติของผู้คนในตลาด”

ความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกของ crypto มีแนวโน้มที่จะกดดันรัฐบาลให้เพิ่มกฎระเบียบที่มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มองไปในทิศทางเชิงบวกในเรื่องการกำกับดูแล เนื่องจากจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและนำไปสู่การยอมรับในวงกว้างทั้งกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย

การเข้ามาแทรกแซงของรัฐบาลอาจจะได้รับการยอมรับจากกลุ่มผู้บริโภคที่เสียหายจากการล่มสลายของ Stablecoin อย่าง TerraUSD รวมถึงกลุ่มแพลตฟอร์มตัวกลางที่มีปัญหา เช่น Celsius Network และ Voyager Digital Ltd

กลุ่มผู้บริโภคที่เสียหายจากการล่มสลายของ Stablecoin อย่าง TerraUSD (CR:CoinQuora)
กลุ่มผู้บริโภคที่เสียหายจากการล่มสลายของ Stablecoin อย่าง TerraUSD (CR:CoinQuora)

ในขณะเดียวกันธนาคารกลางทั่วโลกกำลังพิจารณาที่จะพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของตนเองเพื่อใช้ในการชำระเงินทางดิจิทัลมากขึ้น

ซึ่งความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นจากธนาคารกลางนั้น คงไม่ได้ทำให้อุตสาหกรรมนี้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่เป็นการเข้ามาลดทอนอิทธิพลของโทเคนที่มีผลกระทบต่อตลาดสูงทั้ง Bitcoin และ Ether

ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าหนึ่งในสองสกุลเงินดังกล่าวจะยังคงเป็นแรงผลักดันที่สำคัญให้กับตลาดในอีกห้าปี แม้ว่าจะมีสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางที่จะเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นก็ตามที

“Bitcoin ยังคงขับเคลื่อนส่วนใหญ่ของโลก crypto ในขณะที่ Ethereum กำลังสูญเสียความเป็นผู้นำ” Ed Moya นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ Oanda Corp นายหน้าซื้อขายเงินตราต่างประเทศกล่าว

มีความเห็นที่ค่อนข้างเป็นเอกฉันท์เกี่ยวกับมุมหนึ่งของตลาด: NFT ได้กลายเป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในด้านการประเมินมูลค่า ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 มีการซื้อขายมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สำหรับรูปภาพลิง (Bored Ape)

มีการซื้อขายมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สำหรับรูปภาพลิง (Bored Ape)  (CR: MARCA)
มีการซื้อขายมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สำหรับรูปภาพลิง (Bored Ape) (CR: MARCA)

แต่ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่มองว่า NFT เป็นเพียงแค่โครงการศิลปะหรือสัญลักษณ์เพื่อแสดงสถานะเท่านั้น โดยมีเพียง 9% เท่านั้นที่มองว่ามันเป็นโอกาสในการลงทุน

ยิ่งไปกว่านั้น การไล่ล่าเพื่อมองหาฟองสบู่ราคาสินทรัพย์ครั้งต่อไปอาจต้องมองหาที่อื่น เนื่องจากการเก็งกำไรมักไม่ค่อยเกิดขึ้นกับสินทรัพย์ประเภทเดียวกันถึงสองครั้ง

ในท้ายที่สุด ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คาดว่าการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ครั้งใหญ่ครั้งต่อไปจะไม่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrencies โดย NFT หรือ อินเทอร์เน็ตรุ่นต่อไปที่รู้จักกันในชื่อ web3 และการพัฒนาบล็อคเชนอื่น ๆ ถูกมองว่ามีโอกาสน้อยที่จะทำให้สินทรัพย์เหล่านี้กลับมาพุ่งทะยานได้อีกครั้ง

References :
https://www.bloomberg.com/news/articles/2022-07-10/bitcoin-faces-another-50-drop-wall-street-says-mliv-pulse
https://finance.yahoo.com/news/bitcoin-more-likely-hit-10-233000830.html
https://nypost.com/2022/01/21/bitcoin-drops-to-six-month-low-as-selloff-continues/