Digital Twin กับอนาคตอันดำมืดของ Fake News

ต้องบอกว่าโลกเราในยุคปัจจุบันนั้น เต็มไปด้วย Content เนื้อหาประเภท Fake News ที่เรียกได้ว่าถูกใจเหล่าอัลกอริธึมเบื้องหลังของบริษัท Social Media ยักษ์ใหญ่ในทุกวันนี้มากนัก

ยิ่งเมื่อการเสพข้อมูลผ่าน Social Media เริ่มมีการอ้างอิงกับพฤติกรรมความชอบของเรา ที่ทำให้มนุษย์ เรามีแนวโน้มที่จะเชื่ออะไรได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเราเห็นในสิ่งที่เราต้องการ และข้อมูลที่โดนใจเรา

ซึ่งแน่นอนว่า ข่าว Fake News ต่าง ๆ นั้น เกิดขึ้นมากมาย ก่อนหน้านี้เราจะได้เห็นถึงสื่่อโดยเฉพาะประเภทภาพนิ่ง ที่สามารถตัดต่อ ได้อย่างง่ายดาย และมีความเนียนจนเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น เมื่อเทคโนโลยีด้านการตัดต่อก้าวหน้ามาก ๆ ในยุคปัจจุบัน

แต่ตอนนี้ ต้องบอกว่า สิ่งที่น่ากลัวกว่าก็คือ เรื่องของ content ประเภท VDO ซึ่งเดิมทีนั้น คนเรามักจะเชื่อสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ เช่น รูปแบบของ VDO Clip ต่าง ๆ มากกว่า เพราะมันยากที่จะทำการตัดต่อให้ดูแนบเนียนได้

แต่วันนี้ Startup แห่งหนึ่งจากประเทศอิสราเอล ที่มีชื่อว่า Hour One ได้สร้างเทคโนโลยี Digital Twin โดยสามารถสร้างคู่แฝดดิจิตอลของใครก็ได้บนโลกใบนี้

โดยทาง Hour One ได้อัพโหลด VDO ที่แสดงให้เห็นถึงกระบวนการสร้าง Digital Twin ที่มีชื่อว่า AI Taryn ซึ่งเป็นการ Clone จาก Taryn Southern โดยให้เธอไปที่สตูดิโอเพื่อบันทึก VDO 7 รายการ และทำการอ่านสคริปต์ ควบคู่ไปกับการร้องเพลง หลังจากนั้น AI Taryn ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะด้วยเบื้องหลังจากเทคโนโลยี AI ทำให้ AI Taryn นั้นสามารถที่จะนำเสนอเนื้อหาได้เอง โดยที่ตัวตนจริง ๆ ของ Taryn นั้นอาจจะไม่ต้องทำงานอีกต่อไปในอนาคต

ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านี้ มันฟังดูคุ้นหู โดยเฉพาะเทคโนโลยีอย่าง Deep Fakes ที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดไม่ว่าจะเป็น VDO ลามกอนาจาร หรือ การสร้าง VDO ที่เป็น Fakes News

แต่ AI Taryn นั้น เมื่อความสามารถของมันก้าวข้ามไปอีกขั้น เพราะต่อไป อาจจะไม่ต้องมีบทพูดให้ AI อีกต่อไป เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง จะเกิดขึ้นผ่านการเรียนรู้ได้ด้วยตัวมันเอง ซึ่งหากถูกในไปใช้ในทางที่ผิดเหมือนเทคโนโลยีอย่าง Deep Fakes ก็เป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก ๆ ว่าในอนาคตนั้นเราอาจจะไม่สามารถแยกแยะ เนื้อหาที่เป็นจริง หรือ เท็จ ได้อีกต่อไปก็เป็นได้ครับ

References : https://www.freethink.com/articles/digital-twin
https://www.tarynsouthern.com/
https://www.theverge.com/2017/8/27/16197196/taryn-southern-album-artificial-intelligence-interview

Elon Musk กำลังกลายเป็นความหวังของคนหนุ่มสาวในประเทศจีน

ยักษ์ใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ตของประเทศที่เคยโด่งดังในฐานะกลไกแห่งพลังทางเศรษฐกิจตอนนี้ถูกดูถูกเหยียดหยามในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลผู้ใช้ การใช้แรงงานในทางที่ผิด และการใช้นวัตกรรมเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง

Jack Ma ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba กลายเป็นไอดอลที่ตกต่ำโดยบริษัทของเขา กำลังอยู่ภายใต้การตรวจสอบของรัฐบาลเพื่อหาวิธีที่พวกเขายึดครองเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

และตอนนี้คนที่อยู่ในประเทศจีนกำลังถูกครอบงำด้วยความคิดใหม่ จาก Elon Musk CEO ของ Tesla

ตั้งแต่ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีไปจนถึงทุกคนที่ลุกขึ้นต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมในการทำธุรกิจแข่งกับเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน ตอนนี้ชาวจีนมอง Elon Musk ด้วยความสนใจมากขึ้น

“เขาสามารถต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ และกลายเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ” Jane Zhang ผู้ก่อตั้ง บริษัทบล็อกเชนในเซี่ยงไฮ้กล่าวกับหนังสือพิมพ์ The Newyork Times “เขาเป็นความหวังของทุกคน”

เครือข่ายทางสังคมจีน กล่าวถึงมหาเศรษฐี ว่าเขาเป็น “Silicon Valley Iron Man”, “King of Mars” และ “Rocket Man”

ในกระทู้ยาว ๆ ที่เกี่ยวกับ Elon Musk ในเว็บไซต์ ถาม – ตอบ Zhihu ผู้ใช้ชื่อ Moonshake เขียนว่าคนส่วนใหญ่เริ่มเต็มไปด้วยความหวัง แต่ค่อย ๆ ยอมรับความธรรมดา ที่เป็นชะตากรรมของพวกเขาในประเทศจีน

“มีเพียงซูเปอร์แมนอย่าง Musk เท่านั้นที่สามารถก้าวข้ามผ่านความธรรมดาที่ไม่มีที่สิ้นสุดและไปสู่ความไม่มีที่สิ้นสุดเพื่อมองดูความงดงามของจักรวาล” Moonshake เขียน

ผู้ใช้รายอื่นในหัวข้อเดียวกันกล่าวว่าเขาตั้งชื่อลูกชายของเขาว่า Elon เพื่อแสดงความชื่นชม 

สำหรับพวกเขา Musk ได้สร้างธุรกิจในอุตสาหกรรมที่ไม่ถูกผูกมัดโดยกฎระเบียบ และเหล่าพ่อค้าคนกลาง เขาเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจที่แท้จริง ในการสร้างธุรกิจด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่น้อยคนนักจะทำได้

รถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ได้กลายมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในประเทศ และความทะเยอทะยานด้านอวกาศที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลทำให้เกิดชุมชนแฟน ๆ ชาวจีน ที่ติดตามการเปิดตัวของ SpaceX ในทุก ๆ ครั้ง

บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของ Musk ยังมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการเข้าสู่ตลาดจีนโดยมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในปี 2020

แต่มันก็มีหลายด้านของ Musk เช่นเดียวกัน ซึ่งมันมีหลากหลายมุมมองสำหรับผู้ที่ยกย่องหรือดูหมิ่นเขา และนั่นก็เป็นเรื่องจริงในประเทศจีนเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา

คนหนุ่มสาวชาวจีนมองว่า Jack Ma และ Pony Ma ประธานบริษัท โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ Tencent เป็นคนรวยและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มากกว่าจะเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์เหมือนที่ Elon Musk เป็น และพวกเขาก็มอง Musk เปรียบดั่งความหวังของทุกคนที่จะก้าวไปในถึงจุดที่ Musk ทำได้นั่นเองครับผม

References : https://www.nytimes.com/2021/03/11/technology/china-elon-musk-fans.html
https://www.nytimes.com/2017/10/22/business/tesla-plant-in-china-may-be-a-first.html
https://futurism.com/the-byte/people-in-china-absolutely-love-elon-musk

Diana Trujillo จาก แม่บ้านทำความสะอาด สู่ผู้อำนวยการ NASA กับภารกิจค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก

“ทุกสิ่งที่ฉันทำ เป็นตัวแทนของประเทศ วัฒนธรรม มรดกของฉัน ผู้คนของฉัน และฉันต้องทำให้ดีที่สุดในทุก ๆ ครั้ง”

“ฉันจำได้ว่าแค่นอนลงบนพื้นหญ้าและมองไปบนท้องฟ้าแล้วคิดว่าต้องมีอะไรที่ดีกว่านี้อีก”

Diana Trujillo ผู้ซึ่งเดินทางไปสหรัฐอเมริกาโดยที่แทบจะไม่รู้ภาษาอังกฤษและมีเงินเพียง 300 เหรียญในกระเป๋าของเธอ 

“ฉันเห็นทุกอย่างเป็นโอกาส ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตอนนี้ฉันกำลังทำความสะอาดห้องน้ำอยู่ ”  “ฉันดีใจที่มีงานทำและสามารถซื้ออาหารและมีบ้านให้นอนได้ ดังนั้นฉันคิดว่าสิ่งเหล่านั้นทำให้ฉันและแม้กระทั่งวันนี้ช่วยให้ฉันมองเห็นชีวิตที่แตกต่างออกไป”

เมื่อ Perseverance Rover ของ NASA ลงจอดบนดาวอังคาร ผู้อพยพชาวละตินอยู่ที่หางเสือของยาน

“ฉันเกิดและเติบโตในโคลอมเบีย” Diana Trujillo กล่าว “มีความรุนแรงเกิดขึ้นมากมายในประเทศของฉัน ดังนั้นสำหรับฉันการมองขึ้นไปบนฟ้าและมองดวงดาวคือที่ที่ปลอดภัยของฉัน” ผู้อำนวยการเที่ยวบินของ NASA ซึ่งเป็นหนึ่งในชาวละตินไม่กี่คนที่อยู่ในองค์กรยักษ์ใหญ่แห่งนี้

ต้องบอกว่า Perseverance Rover ใช้เวลาเจ็ดเดือนจึงจะไปถึงดาวอังคาร แต่การเดินทางของ Diana ใช้เวลา 30 ปี กว่าเธอมาจะมาถึงจุดนี้

Diana เติบโตมาในครอบครัวที่เหมือนกับคนอื่น ๆ ในลาตินอเมริกาที่เชื่อว่าผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในบ้านดูแลสามีของเธอ แม่ของ Diana ลาออกจากโรงเรียนแพทย์เมื่อเธอได้พบกับพ่อของ Diana เมื่อพวกเขาหย่าร้าง Diana และแม่ของเธอก็แทบไม่เหลืออะไร

“เราไม่มีอาหารด้วยซ้ำ เราต้มไข่ แล้วหั่นครึ่งหนึ่งและนั่นก็คือมื้อเที่ยงของเราในวันนั้น ฉันจำได้ว่าแค่นอนลงบนพื้นหญ้าแล้วมองไปบนท้องฟ้าและคิดว่า ต้องออกไปที่นั่น ที่ที่ดีกว่านี้ ‘”

ดังนั้นเมื่อ Diana อายุ 17 ปีเธอจึงเริ่มออกตามหาความฝัน

Diana เดินทางมาถึง Miami ด้วยเงินในกระเป๋าเพียง 300 ดอลลาร์ เธอพูดภาษาอังกฤษแทบจะไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

แต่เธอมีบางสิ่งที่ต้องพิสูจน์

“ตอนเป็นเด็ก ฉันเห็นผู้หญิงในครอบครัวต่าง ๆ ยอมแพ้ มันทำให้ฉันมีความดื้อรั้นที่ฉันต้องไม่ยอมแพ้กับความฝันของฉัน ฉันอยากจะออกไปข้างนอกที่นั่น แล้วมองย้อนกลับไป แสดงให้ครอบครัวของฉันเห็นว่าผู้หญิงมีค่า ผู้หญิงมีความสำคัญ “

เธอทำงานทุกอย่างที่หาได้ ทำงานกลางคืน แม่บ้านทำความสะอาดห้องน้ำ เพื่อให้ตัวเองเรียนในวิทยาลัยชุมชน 

“ฉันเห็นทุกอย่างเป็นโอกาส ‘ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันทำงานนี้ตอนกลางคืน’ หรือ ‘ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันกำลังทำความสะอาด แต่ฉันทำได้’ ไม่เชื่อว่าตอนนี้ฉันกำลังทำความสะอาดห้องน้ำอยู่’  ‘ฉันดีใจที่มีงานทำและสามารถซื้ออาหารและมีบ้านให้นอนได้’ ดังนั้นฉันคิดว่าสิ่งเหล่านั้นทำให้ฉัน และแม้กระทั่งวันนี้ช่วยให้ฉันมองเห็นชีวิตที่แตกต่างออกไป”

ในที่สุด Diana ก็ย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยฟลอริดาซึ่งเธอเรียนวิชาเอกวิศวกรรมการบินและอวกาศ

เธอจำได้ว่าตอนยืนต่อแถวยาวเพื่อฟังประกาศ เธอสังเกตเห็นว่าเธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงละตินเพียงไม่กี่คน และแม้แต่ผู้หญิงทั้งหมดก็ตาม และเธอคิดกับตัวเองว่า “ฉันไม่ควรอยู่ที่นี่ … ทำไมฉันถึงมาที่นี่”

และเธอก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีเพียง 8% ของชาวละติน ที่ทำงานในสาขา STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม คณิตศาสตร์) 

แต่เมื่อ Diana เดินเข้าไปในห้องปฏิบัติการ Jet Propulsion Laboratory ของ NASA ซึ่งเธอเป็นผู้อำนวยการด้านการบินของ NASA’s Perseverance Mars Rover เธอรู้ดีว่าเธอไม่ได้เดินอยู่ที่นั่นเพียงคนเดียวอีกต่อไป

“ฉันกำลังเดินเข้าไปที่นั่น และทุก ๆ สิ่งที่ฉันทำ ฉันเป็นตัวแทนของประเทศ วัฒนธรรม มรดกของฉัน ผู้คนของฉัน และฉันต้องทำให้ดีที่สุดในทุกๆ ครั้ง” 

และเธอก็ยินดีที่จะรับผิดชอบภาระอันหนักอึ้งดังกล่าว ด้วยความยินดี โดยเชื่อว่าวิธีที่จะเพิ่มการเป็นตัวแทนของ ชาวละติน ในสาขา STEM ก็คือ การมีต้นแบบที่ดีอย่างเธอให้กับคนรุ่นหลัง

“ยิ่งมีคนแบบเธอมากเท่าไหร่ วิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นชาวละตินก็ยิ่งมีโอกาสมากขึ้น ที่เด็ก ๆ เหล่านั้นจะมีโอกาสเหมือน Diana”

ด้วยเหตุนี้ Diana จึงเป็นเจ้าภาพในการออกอากาศเป็นภาษาสเปนเป็นครั้งแรกของ NASA สำหรับการลงจอดของ Perseverance Rover ที่มีการเข้าชมมากกว่า 2.5 ล้านครั้ง

“พวกเขาต้องได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ที่นั่นด้วย เพื่อที่พวกเขาจะได้หันไปหากลุ่มคนรุ่นใหม่ ๆ และบอกว่าเธอทำได้ คุณก็สามารถทำได้” เธอกล่าว

แล้วอะไรคือเป้าหมายต่อไปสำหรับ Diana? 

“ต้องมีบางอย่างที่ดีกว่านี้ สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นที่ปฏิบัติตัวดีกว่าหรือให้คุณค่ากับผู้คนที่ดีกว่า”

Diana ช่วยออกแบบแขนหุ่นยนต์ของรถแลนด์โรเวอร์ซึ่งจะเก็บตัวอย่างหินเพื่อนำไปวิเคราะห์ตัวอย่างซึ่งอาจช่วยระบุได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงอื่นหรือไม่

“การทำความเข้าใจว่าพวกเราเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวในจักรวาลหรือเปล่าคือคำถามที่ดีที่สุด” เธอกล่าว

“ฉันหวังว่าภายในหนึ่งปีของการปฏิบัติการบนพื้นผิวบนอังคาร เราจะสามารถตอบคำถามนั้นได้”

ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจมาก ๆ ของ Diana Trujillo สาวชาวละติน ที่เข้ามาแสวงหาโอกาสในประเทศอเมริกา โดยที่เธอแทบจะไม่รู้ภาษาอังกฤษเลยด้วยซ้ำ

ซึ่งแน่นอนว่า โอกาสแบบนี้เกิดขึ้นกับคนอีกมากมายในประเทศที่เป็นดินแดนเสรีภาพแห่งนี้ ที่ American Dream นั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเชื้อชาติ ทุกเพศ ทุกวัย

Diana ถือเป็นแบบอย่างที่สำคัญ และ ทำให้คนรุ่นใหม่ในอนาคต โดยเฉพาะชาวละติน สามารถทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าชาวละตินจะก้าวขึ้นมามีตำแหน่งในระดับสูงขององค์กรระดับโลกอย่าง NASA และมีภารกิจที่ถือว่า คนทั่วโลกกำลังค้นหาคำตอบอยู่ ซึ่งถือว่าเธอเป็นคนที่สร้าง Impact กับโลกเราเป็นอย่างมากครับผม

References : https://www.wearelatinlive.com//article/13700/from-cleaning-lady-to-director-for-nasa-this-latina-immigrant-just-put-a-rover-on-mars
https://en.wikipedia.org/wiki/Diana_Trujillo
https://www.cbsnews.com/news/diana-trujillo-nasa-mars-rover-perseverance/

ELSA Startup แอปภาษาอังกฤษที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง AI จากเวียดนาม

Coronavirus ได้ก่อให้เกิดการปฏิวัติในด้านการศึกษา ผลักดันโรงเรียนและสถาบันการศึกษาให้มุ่งสู่โลกออนไลน์ และเกิดความต้องการใหม่ ๆ สำหรับแอปพลิเคชั่น e-learning

หนึ่งในนั้นคือ ELSA (English Language Speech Assistant) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มทางด้านภาษาที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้เรียนที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาอังกฤษสามารถปรับปรุงการพูดและการออกเสียงของพวกเขาผ่านบทเรียนสั้น ๆ ผ่านแอป

ภายใต้การแพร่ระบาดของ COVID-19 ELSA ได้รับการสนับสนุนจาก Google ซึ่งใช้แมชชีนเลิร์นนิงในการฝึกพูดภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ มีผู้ใช้งานกว่า 13 ล้านคน และเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ เนื่องจากการปิดกั้นการเดินทางระหว่างประเทศทำให้เกิดความต้องการใหม่สำหรับโซลูชันการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยี

ปัญหาของผู้คนนับพันล้าน

เมื่อผู้ประกอบการชาวเวียดนาม Vu Van ก่อตั้ง บริษัท ในปี 2015 มันก็มีความจำเป็นที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

หลังจากย้ายถิ่นฐานไปยังสหรัฐอเมริกาจากเวียดนามบ้านเกิดของเธอเมื่อหลายปีก่อน เพื่อการศึกษา เธอมักพบว่าตัวเองขาดความมั่นใจที่จะพูดออกไปแม้ว่าจะพูดภาษาอังกฤษได้คล่องก็ตาม

เป็นปัญหาที่เพื่อนร่วมงานที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาของเธอแบ่งปัน ความกังวลเกี่ยวกับการออกเสียงผิดทำให้พวกเขาต้องกลับมาเรียนในชั้นเรียน MBA ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

และในเวลาต่อมาหลังจากเข้าสู่โลกการทำงาน งานที่ทำอย่างการเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการมักถูกมองข้ามหรือที่แย่ไปกว่านั้น Van กล่าวว่าเธอแทบไม่ได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้าเธอเลย

และถ้ามันเป็นปัญหาสำหรับเธอ มันก็เป็นปัญหาสำหรับคนอื่น ๆ เช่นกัน จากจำนวนผู้พูดภาษาอังกฤษประมาณ 1.5 พันล้านคนทั่วโลก World Economic Forum ประเมินว่ามีมากกว่า 1 พันล้านคนไม่ใช่เจ้าของภาษาหรือเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง

ดังนั้น Van จึงตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยคิดหาเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีซึ่งสามารถตรวจจับภาษาอังกฤษที่ใช้งานไม่ได้ของผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำ และเสนอโซลูชันที่ง่ายต่อการปฏิบัติตามในราคาเพียงเศษเสี้ยวของการต้องจ้างติวเตอร์

“เพื่อให้ได้สำเนียงอเมริกันที่สมบูรณ์แบบหรือสำเนียงบริติชนั้นยากมาก แต่การพูดอย่างมั่นใจและคล่องแคล่วเพื่อให้คนอื่นเข้าใจคุณนั้นสามารถแก้ไขได้ และถ้ามีประโยชน์มากมายในการทำเช่นนั้นทำไมจะไม่ทำมันล่ะ?” เธอกล่าว

ค้นหาผู้ร่วมก่อตั้ง

แม้จะไม่มีประสบการณ์ AI หรือแมชชีนเลิร์นนิง Van รู้ว่าเธอมีงานด้านเทคโนโลยีที่ต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ เพื่อทำให้วิสัยทัศน์ของเธอกลายเป็นจริง

หลังจากลาออกจากงานที่ปรึกษาเธอใช้เวลาหกเดือนถัดไปในการควานหาผู้ร่วมก่อตั้งด้านเทคนิค เธอได้มองหาผู้เชี่ยวชาญด้านการจดจำเสียงผ่านเทคโนโนลี AI ทุกคนในพื้นที่ Bay Area เพื่อคุยถึงแนวคิดดังกล่าว

“แนวทางของฉันง่ายมาก: ทุกวันฉันต้องคุยกับคนห้าคน ฉันไม่สนใจว่าพวกเขาจะเป็นใครตราบเท่าที่ฉันสามารถเชื่อมต่อกับพวกเขาได้ แล้วห้าคนนั้นจะแนะนำฉันให้รู้จักกับคนอีกห้าคน” เธอกล่าว

ในที่สุดการค้นหาของ Van ก็นำเธอไปสู่เยอรมนี ซึ่งได้เป็นเจ้าภาพในการประชุมเทคโนโลยีการจดจำเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลกหลังจากที่ศาสตราจารย์ด้านเทคนิคแนะนำเธอว่า ”ถ้าคุณไม่พบใครที่นั่นคุณก็อาจต้องปิดบริษัทไปเลย”

การประชุมของสุดยอดผู้เชี่ยวชาญ

Van ได้พบกับ Xavier Anguera ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำในบรรดาผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3,000 คนซึ่งขณะที่ Anguera นั้นอยู่ระหว่างการวิจัยมานานเกินไป และรู้สึกอยากสร้างอะไรที่สร้าง Impact จากเทคโนโลยีดังกล่าว”

Xavier Anguera ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค Voice Recognition
Xavier Anguera ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค Voice Recognition (CR:vietnambiz)

ภายในไม่กี่สัปดาห์เขาตกลงที่จะร่วมงานกับเธอทิ้งครอบครัวของเขาไว้ที่โปรตุเกสชั่วคราวและย้ายไปอยู่ที่อพาร์ทเมนต์เล็ก ๆ ในซานฟรานซิสโกของ Van เพื่อการเป็นหุ้นส่วนและสร้างแนวคิดดังกล่าวขึ้นมาให้เป็นจริง

เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การสนทนาที่ยากที่สุดทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น การตกลงเรื่องเงินเดือน และการแบ่งส่วนของผู้ถือหุ้น เพื่อไม่ให้มีปัญหากันในภายหลัง

ปรากฏการณ์ไวรัล

เมื่อได้ตัว Anguera มาดำรงตำแหน่งผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีทั้งคู่ก็เริ่มทำงานสร้างต้นแบบทันที การป้อนข้อมูลจากผู้พูดภาษาอังกฤษที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาและเปรียบเทียบกับภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมาตรฐาน

สำหรับ Van นั่นหมายถึงการเข้าไปในเวียดนามบ้านเกิดของเธอเพื่อช่วยฝึก AI กับกลุ่มคนตั้งแต่คนขับรถบัสไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง

แอปภาษาอังกฤษ ELSA ให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้ใช้เกี่ยวกับการพูดและการออกเสียงที่สมบูรณ์แบบ
แอปภาษาอังกฤษ ELSA ให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้ใช้เกี่ยวกับการพูดและการออกเสียงที่สมบูรณ์แบบ (CR:CNBC)

อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนที่แท้จริงเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนต่อมาเมื่อ ELSA ชนะการแข่งขัน Startup ของ South By Southwest ในปี 2016 ซึ่งทำให้แอปกลายเป็นไวรัลมีผู้ใช้ 30,000 คนภายใน 24 ชั่วโมง และอนุญาตให้ทีมเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้จากทั่วโลก

“เป้าหมายในตอนแรกคือการรวบรวมข้อมูลดังนั้นยิ่งเราไปถึงจุดนั้นได้เร็วเท่าไหร่เราก็จะสามารถฝึก AI ของเราได้เร็วขึ้นเท่านั้น” Van กล่าว

ได้รับการสนับสนุนจาก Google

ด้วยชุดข้อมูลระหว่างประเทศเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเกี่ยวกับสำเนียงภาษาอังกฤษที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาต่าง ๆ ตั้งแต่อินเดียไปจนถึงสเปน แอปของเธอจึงพร้อมที่จะพุ่งทะยาน

หลังจากนั้นไม่นาน จากการที่ต้องพึ่งพาเงินออมของตัวเองเป็นเวลาประมาณหกเดือน Van และ Anguera จึงได้รับเงินลงทุนรอบ Seed Round เพื่อขยายธุรกิจ 

ภายในต้นปี 2018 ด้วยทีมงานที่เติบโตและผู้ใช้หลายล้านคนใน 100 ประเทศ ELSA ได้รับเงินทุนจำนวน 3.2 ล้านดอลลาร์ซึ่งรวมถึง Monk’s Hill Ventures ซึ่งเป็นกองทุนร่วมทุนที่มุ่งเน้นในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ELSA เป็นหนึ่งในการลงทุนครั้งแรกของเราในเวียดนามซึ่งเราได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจากความเชื่อมั่นของ Van และ Xavier ในการแก้ปัญหาที่แท้จริงสำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษกว่า 1.5 พันล้านคน” Peng T. Ong ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการของ Monk’s Hill Ventures กล่าว

ซึ่งความเชื่อมั่นดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก Gradient Ventures ที่เน้นไปที่ด้าน AI ของ Google ได้รับเงินทุนทั้งหมดที่ระดมทุนได้มากกว่า 12 ล้านดอลลาร์และทำให้ ELSA เข้าถึงทีมเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคของ Google เพื่อช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานแบ็กเอนด์

ระบาดภายใต้การแพร่ระบาดของ COVID-19

การเติบโตของแอปนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนก่อนที่การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 และมันก็ยิ่งทำให้การเติบโตของเครื่องมือออนไลน์พุ่งสูงขึ้น

ELSA ซึ่งดำเนินการในรูปแบบ freemium ที่ให้ผู้ใช้เข้าถึงหลักสูตรมากกว่า 1,000 หลักสูตรในราคาประมาณ 3 – 6 ดอลลาร์ ต่อเดือนขึ้นอยู่กับแพ็คเกจของพวกเขา นับตั้งแต่มีการระบาดจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้น ”สามถึงสี่เท่า” เป็นประจำทุกเดือน

การเติบโตนั้นไม่ได้มาจากผู้ใช้ทั่วไปของ ELSA เท่านั้น แต่ยังมาจากโรงเรียนและธุรกิจที่ปรับตัวเข้ากับวิธีการสอนแบบใหม่ ขณะนี้ บริษัท ได้ร่วมมือกับโรงเรียนและสถานประกอบการหลายสิบแห่งทั่วเวียดนามและอินเดียเช่นเดียวกับบราซิลและยูเครนเนื่องจากได้ขยายไปสู่ตลาดแบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B)

“การแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้เปิดกลุ่มลูกค้าที่ใหม่สำหรับเรามาก” Van กล่าว “ผู้ปกครองมีการเปลี่ยนแปลงความคิดที่ว่ามีวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน แทนที่จะต้องส่งบุตรหลานไปที่ศูนย์การเรียนรู้ภาษาหรือโรงเรียนเหมือนในอดีต แต่พวกเขาสามารถพึ่งพาเทคโนโลยีได้ เราใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้น”

สร้างธุรกิจเพื่ออนาคต

เมื่อเกิดการระบาดขึ้นความต้องการดังกล่าวก็มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป “ในโลกปัจจุบันภาษาอังกฤษที่มีความคล่องแคล่วถือเป็นทรัพย์สิน สำหรับโอกาสทางเศรษฐกิจที่มากขึ้นและเราคาดว่าจะได้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของ edutech ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับการเร่งจากการระบาดของไวรัสโดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีผู้ประกอบการจำนวนมากขึ้นที่ได้สร้างนวัตกรรมการศึกษาผ่านเทคโนโลยี” Van กล่าว

Van กล่าวว่านั่นหมายถึงการระดมทุนครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในไม่ช้าเนื่องจาก บริษัท ต้องการเงินทุนสำหรับสนับสนุนทีมที่มีอยู่ทั้งในซานฟรานซิสโก เวียดนาม อินเดีย และญี่ปุ่น ในขณะเดียวกันก็ตั้งเป้าไปที่ตลาดใหม่ ๆ เช่น บราซิล และเกาหลีใต้

คุณแม่คนใหม่ยังกล่าวอีกว่า ELSA กำลังสำรวจนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม เช่น การตรวจสอบอย่างต่อเนื่องซึ่งจะช่วยให้แอปรายงานข้อเสนอแนะตามการสนทนาตลอดทั้งวันได้แบบ Real Time ซึ่งการเพิ่มเติม Features ดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามกฎความเป็นส่วนตัวของข้อมูลอย่างใกล้ชิด

“ปี 2020 เป็นปีที่บ้าคลั่ง แต่ฉันคิดว่าเราทำได้ดีและเราตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2021” เธอกล่าว

ข่าวล่าสุดบริษัทเพิ่ง ได้ระดมทุน Series B มูลค่า 15 ล้านดอลลาร์นำโดย VI (Vietnam Investments) Group และ SIG ผู้เข้าร่วมคนอื่น ๆ รวมถึงนักลงทุนของ Google Gradient Ventures, SOSV และ Monk’s Hill Ventures พร้อมด้วย Endeavour Catalyst, Globant Ventures และ U2’s The Edge (David Evans)

ต้องบอกว่าถือเป็นอีกหนึ่งแพล็ตฟอร์มที่น่าจับตามอง ที่มองเห็น pain point ที่สำคัญอย่างเรื่องภาษาอังกฤษ ที่เป็นปัญหาที่มีอยู่ทั่วโลก เรียกได้ว่า ELSA นั้น เข้ามาตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้ดี

และยิ่งการเป็น Startup ที่เวียดนาม ตลาด SEA ก็เป็นอีกหนึ่งในตลาดที่มหาศาล ที่สามารถที่จะ Scale กิจการไปได้อีกไกล ถือเป็นแพล็ตฟอร์มดาวรุ่งที่น่าจับตามองอีกหนึ่งแพล็ตฟอร์มเลยทีเดียวครับสำหรับ ELSA

ผู้สนับสนุน..

╔═════════════════════════╗
🔥ติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับธุรกิจของคุณ วันนี้พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม🔥
DNA Power CO.,LTD. รับติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์บนหลังคาบ้าน, โรงงาน, อาคารพาณิชย์ และสิ่งปลูกสร้างทุกประเภท. รับประกันแผงโซล่าร์ 20 ปี / อินเวอร์เตอร์ 5 ปี / ประกันการติดตั้ง 2 ปี คืนทุนภายใน 4 ปีครึ่ง
╚═════════════════════════╝

⚡ ฟรี!ค่าสำรวจหน้างาน
⚡ ฟรี!ค่าประเมินราคา
⚡ ฟรีค่าขออนุญาตติดตั้ง
📲 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 086-600-3022
🌐 รายละเอียดเพิ่มเติม : http://bit.ly/37zNHnI
🌐 ตัวอย่างผลงานการติดตั้ง : http://bit.ly/2NrCr5Z

References : https://blog.crossover.live/elsaceointerview
https://techcrunch.com/2021/01/31/english-learning-app-elsa-lands-15-million-series-b-for-international-growth-and-its-b2b-platform/
https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-01-30/google-backed-app-by-vietnamese-founder-gets-15-million-funding
https://www.techinasia.com/sig-coleads-15m-series-english-learning-app-elsa

ชาว Android เฮ ตอนนี้มี Unofficial App สำหรับ Club House แล้ว

พอดีผมได้มีโอกาสเห็น ข่าว แชร์ เรื่อง แอป Houseclub ที่เป็น Unofficial Apps ของ ClubHouse ที่ตอนนี้มีอยู่แต่เฉพาะ iOS

เลยทดลองโหลดมาใช้งานดูเพราะส่วนตัว ใช้ android เป็นหลัก และเล่น ClubHouse ผ่าน iPad เท่านั้น เท่าที่ลอง test พบว่าใน version ล่าสุดที่อัพเดท สำหรับผู้ที่เน้นฟัง ไม่ได้เป็น Speaker นั้นสามารถเล่นได้ เกือบครบทุกฟังก์ชั่นแล้วครับ สามารถลองโหลดมาใช้กันดูได้

ทดสอบดูใช้งานได้เกือบสมบูรณ์แล้ว
ทดสอบดูใช้งานได้ค่อนข้างโอเค

หลายคนอาจจะไม่อยากรอ Official App จาก ClubHouse ซึ่งดูเหมือนเพิ่งจะพัฒนากัน ตอนนี้ นักพัฒนาจาก 3rd party ได้ทำการพัฒนามารองรับเพื่อชาว Android กันแล้ว ลองเข้าไปโหลดมาใช้กันได้ที่

https://github.com/grishka/Houseclub/releases

เข้าไปที่เลข version แล้ว download apk มาลองใช้งานกันได้นะครับ แต่ต้องขอแจ้งเตือนไว้ก่อนว่าเป็น Unofficial apps ที่ต้องลงผ่าน Apk เท่านั้น และระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลกันด้วยครับ

ถ้ายังไงก็อย่าลืมฝาก Follow : @tharadhol กันด้วยนะครับผม