Geek Story EP10 : How iPod Builds an Apple Empire (ตอนที่ 3 – ตอนจบ)

iPod มันกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ ยิ่งพวกที่คลั่งเรื่องดีไซน์ และ เหล่าสาวกของ apple ต่างหลงรัก iPod กันทั้งนั้น และ มันเริ่มแพร่ขยายลัทธิ ของ iPod กระจายไปทั่วโลก มันทำให้ iPod เป็น ไอคอน แห่งการฉีกกฏเกณฑ์ ต่าง ๆ ที่มีมาทั้งในเรื่องวิศวกรรม รวมถึง ศิลปะด้านการดีไซน์ และเพียงไม่นานก็กระโดดเข้าไปกินเรียบส่วนแบ่งการตลาดถึง 70% ของเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาทั่วโลก

มีคนเปรียบเทียบ iPod ว่าเป็น walkman แห่งศตวรรษที่ 21 เป็น walkman แห่งยุคดิจิตอล เป็น walkman ที่ Sony นั้นลืมนึกถึง และเป็นสิ่งที่สื่อมวลชนกล่าวขวัญถึงอย่าแพร่หลายทั่วโลก

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/3481UUl

ฟังผ่าน Apple Podcast :   https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast :  http://bit.ly/2DZxLMt

ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/2LEr1YA

ฟังผ่าน Youtube :  https://youtu.be/RyhRtleJINo

Geek Story EP9 : How iPod Builds an Apple Empire (ตอนที่ 2)

การกลับมากุมบังเหียน Apple ในครั้งที่สองของสตีฟ จ๊อบส์ นั้น กำลังเปลี่ยน apple ไปอย่างสิ้นเชิง เขามาพร้อมกับไฟที่เต็มเปี่ยม ทั้งประสบการณ์จากความพลาดพลั้งที่ผ่านมา มันเป็นบทเรียนให้จ๊อบส์ จะไม่ทำพลาดอีกในคำรบที่สอง ครั้งนี้ จ๊อบ ได้รวบรวม ทีมงานที่มีคุณภาพในทุกด้าน

ทุกคนเป็นคนที่จ๊อบส์ คัดเลือกมากับมือ ที่พร้อมจะพา apple ทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่กลัวใครอีกต่อไปแล้ว จ๊อบส์ กำลังจะเปลี่ยนโลกอีกครั้ง และครั้งนี้ มันจะยิ่งใหญ่กว่าเดิมอย่างแน่นอน

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/38krgS3

ฟังผ่าน Apple Podcast :   https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast :  http://bit.ly/357zlI8

ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/343EaAC

ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/cn9AKRv-WoE

Geek Story EP8 : How iPod Builds an Apple Empire (ตอนที่ 1)

หลาย ๆ ท่านอาจจะคิดว่า iPhone เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของบริษัท apple ให้กลายมาเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ของโลกได้จวบจนถึงทุกวันนี้ แต่นั่นเป็นเพียงส่วนนึงเท่านั้น แนวคิดของ apple รูปแบบใหม่ ที่หันมาสร้างนวัตกรรม และ เปลี่ยนจากบริษัทคอมพิวเตอร์ ให้กลายมาเป็นบริษัทที่จำหน่าย สินค้า consumer product มันเริ่มมาจาก iPod 

มันเป็นนวัตกรรม ชิ้นเอกของ apple ในศตวรรษที่ 21 เลยก็ว่าได้ แม้เวลาจะร่วงเลยมาทำให้ตัว iPod เองได้สูญหายไปตามกาลเวลา แต่เรื่องราวสตอรี่ ของการสร้างมันขึ้นมานั้น ถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันเต็มไปด้วยอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย กับการที่จะสร้างเครื่องเล่น Mp3 ขึ้นมา แล้วสามารถบรรจุเพลงได้ถึง 1,000 เพลง ถือว่าในตอนนั้นมันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก ๆ ที่ apple สามารถสร้างมันขึ้นมาและกลายเป็นสินค้า hot hit ติดตลาดโลกได้อย่างรวดเร็ว

ทุก ๆ ทั่วโลกต่างพกเจ้า iPod ตัวนี้ พร้อมด้วยหูฟังสีขาว ที่เป็นเอกลักษณ์ ถึงวัฒนธรรมของยุคใหม่ของบริษัท apple บริษัท ที่ก่อนจะสร้าง iPod นั้น แทบจะกลายเป็นบริษัทที่ใกล้จะล้มละลายเต็มที สถานะการเงินก็ย่ำแย่ สินค้าตัวชูโรงอย่าง apple หรือ macintosh ก็แทบจะทำตลาดไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

มันเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปี ที่เปลี่ยนบริษัท apple จากบริษัทที่ใกล้ตาย กลับมายิ่งใหญ่ในโลกของธุรกิจได้อีกครั้ง

สำหรับเรื่องราวของ Blog Series ชุดนี้นั้น จะอ้างอิง จากหนังสือที่เกี่ยวข้องกับ iPod รวมถึงหนังสือ อัตชีวประวัติของ Steve Jobs รวมถึงข้อมูลจาก wikipedia online ต่างๆ  มารวมรวมใหม่ ในแบบฉบับของผมเองครับ โปรดอย่าพลาดติดตามเป็นอันขาด รับรองสนุกอย่างแน่นอนคร้าบผม

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/36hZ94r

ฟังผ่าน Apple Podcast :   https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast :  http://bit.ly/341JeWm

ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/2PmDi52

ฟังผ่าน Youtube :  https://youtu.be/Dj-WePZS7Ws 

Smartphone War ตอนที่ 5 : That’s iPhone

การพัฒนา iPhone นั้นเริ่มต้นจริง ๆ ในปี 2005 ซึ่ง Apple ใช้พนักงานกว่า 200 คน เพื่อมา Focus งานนี้โดยเฉพาะ และอยู่ภายใต้โครงการลับที่ไม่แพร่งพรายให้ผู้ใดรู้โดยเด็ดขาด ซึ่งจ๊อบส์ นั้นมองว่า iPhone มือถือตัวใหม่ของ Apple นั้นจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Apple ตั้งแต่ก่อตั้งมา

แน่นอนว่า ทีมงานที่เกิดมาจากการสร้างคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล นั้นต้องเผชิญปัญหามากมาย เมื่อต้องลงมาทำมือถือตั้งแต่ต้นจริง ๆ โดยจ๊อบส์ ได้สั่งให้แบ่งทีมเป็นสองทีมหลัก ทีมหนึ่งดู Software และ ระบบปฏิบัติการ ส่วนอีกทีมนั้นดูแลด้าน Hardware โดยเฉพาะ

โดยความพยายามแรกของทีม Hardware Apple นั้นแบ่งเป็นสองแนวทาง แนวหนึ่งนั้นหลังจากได้เห็นความสำเร็จครั้งสำคัญกับ ClickWheel ของ iPod ก็มุ่งเดินหน้าที่จะทำในทิศทางเดียวกับ iPod โดยพยายามใช้วงล้อมาหมุนหมายเลขโทรศัพท์ 

ส่วนอีกแนวทางหนึ่งนั้น จะใช้จอสัมผัส ซึ่งทีม Software ก็ได้แบ่งเป็นสองแนวทางดังกล่าวเช่นเดียวกัน โดยเป็นการขยายระบบปฏิบัติการของ iPod มาใช้บนโทรศัพท์นั่นเอง ซึ่งทีมนี้นำโดย Tony Fadell ผู้นำในการสร้าง Hardware ของ iPod

ถ้ากลายเป็น ClickWheel iPhone คงไม่ได้อยู่มาจนถึงปัจจุบันอย่างแน่นอน
ถ้ากลายเป็น ClickWheel iPhone คงไม่ได้อยู่มาจนถึงปัจจุบันอย่างแน่นอน

แม้ในขณะนั้น Blackberry ที่มีคีย์บอร์ดแบบ QWERTY จะเป็นที่นิยมอย่างมากในตลาด และกำลังเติบโตอย่ารวดเร็ว และมีทีมงานหลาย ๆ คนของ Apple ก็สนับสนุนให้มีคีย์บอร์ดแบบเดียวกับ Blackberry

แต่จ๊อบส์ค้านอย่างหัวชนฝา เพราะ คีย์บอร์ดแบบ Physical จะทำให้เบียดบังพื้นที่หน้าจอ แถมยังไม่ยืดหยุ่นหรือปรับเปลี่ยนได้ดีเท่าคีย์บอร์ดแบบจอสัมผัส อย่าที่จ๊อบส์ต้องการ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ อุปกรณ์ที่แสดงแป้นตัวเลขเมื่อคุณอยากโทรออก และแสดงแป้นพิมพ์ดีด เมื่อคุณอยากจะเขียน ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานอย่างที่เราได้เห็นในระบบปฏิบัติการมือถือในปัจจุบัน

ส่วนอีกทีมนำโดย scott forstall โดยเขาเคยเป็นผู้นำการสร้างระบบปฏิบัติการ Mac OSX รุ่น Leopard และทีม Software ของ forstall นี่เองที่เป็นฝ่ายชนะ โดย forstall นั้นใช้วิธีการเก็บความลับแบบที่จ๊อบส์ต้องการ ทำให้ผู้บริหารทีมอื่นรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก ส่วนฝั่ง Hardware นั้นทีมที่ทำจอสัมผัส เป็นผู้ชนะ เพราะการใช้วงล้อหมุนแบบ iPod นั้นไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับ User ผู้ใช้งานอย่างแน่นอนเพราะมันดูใช้ยากมาก ๆ 

แต่ปัญหาใหญ่ของ Apple คือ พวกเขาแทบจะไม่มีความรู้ในการสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายมือถือเลยด้วยซ้ำ ซึ่งการผสานระหว่าง Software และ Hardware ต้องทำงานได้อย่างไร้ที่ติด้วย และที่สำคัญเวลาในการสร้างยังมีจำกัดอย่างมาก เป็นความท้าทายครั้งสำคัญที่สุดของ Apple และทีมงานในการสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเลยก็ว่าได้

เหล่าวิศวกร Software ของ Apple ต้องผลิต Software จอสัมผัสขึ้นมาโดยที่พวกเขาแทบจะไม่เคยทำมาก่อนเลยด้วยซ้ำ และต้องพยายามปรับระบบปฏิบัติการ Mac OSX ให้ใช้ทรัพยากรเครื่องน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้เพราะความต่างอย่างชัดเจนระหว่าง Hardware ของคอมพิวเตอร์ และ Hardware ของมือถือในขณะนั้น

จ๊อบส์นั้นต้องการให้การทำงานหลาย ๆ ของ iPhone นั้นดูเรียบง่าย และจ๊อบส์ก็ไม่ชอบให้มีปุ่ม เปิด-ปิด มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทางแก้ก็คือการสร้างสิ่งที่เรียกว่า “swipe to open” ซึ่งการเลื่อนในหน้าจอนี้จะทำหน้าที่ปลุกเครื่องให้กลับมาทำงานอีกครั้งหลังเข้าสู่ Sleep Mode

และอีกอย่างที่สำคัญก็คือเรื่องของการ Design โดยเครื่อง iPhone นั้นมีด้านนอกที่ผนึกแน่น แกะไม่ออก  จ๊อบส์ไม่ต้องการให้ใครมายุ่งกับส่วนด้านในของ iPhone เช่นเดียวกับที่เขาทำเครื่อง Macintosh รุ่นแรกในปี 2011 และเนื่องจาก iPhone นั้นไม่ได้ใช้แบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ จึงสามารถทำให้ตัวเครื่องนั้นเบาลงมาก ๆ ได้

การเปิดตัว iPhone ในงาน Macworld ในเมืองซานฟรานซิสโก ในเดือนมกราคม 2007 จ๊อบส์ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เค้าจะเปิดตัวนั้น จะปฏิวัติวงการพลิกโฉมทุกสิ่งทุกอย่างจนไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป

ก่อนจะพูดถึง 2 ผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายนี้คือ คอมพิวเตอร์ Macintosh รุ่นแรกซึ่งพลิกโฉมอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ทั้งหมด และ iPod รุ่นแรก ซึ่งเปลี่ยนอุตสาหกรรมเพลงไปทั้งหมด ซึ่ง จ๊อบส์ ได้กล่าวในการเปิดตัว iPhone ว่า

จ๊อบส์ขึ้นกล่าวในงานเปิดตัว ว่า iPhone จะปฏิวัติสามสิ่งในผลิตภัณฑ์เดียว
จ๊อบส์ขึ้นกล่าวในงานเปิดตัว ว่า iPhone จะปฏิวัติสามสิ่งในผลิตภัณฑ์เดียว

“วันนี้เราจะแนะนำผลิตภัณฑ์ที่พลิกโฉมสินค้าประเภทเดียวกัน 3  อย่าง อย่างแรกคือ iPod แบบจอกว้างที่ควบคุมด้วยการสัมผัส อย่างที่สองคือ โทรศัพท์มือถือที่ปฏิวัติวงการ และอย่างที่สาม คือ อุปกรณ์สื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตที่ฉีกแนวไปจากเดิม และมันไมใช่อุปกรณ์ 3 ชิ้นแยกกัน แต่เป็นอุปกรณ์ชิ้นเดียวที่เราเรียกมันว่า iPhone”

และในที่สุด iPhone ผลิตภัณฑ์ที่ปฏิวัติวิถีชีวิตของมนุษย์เราให้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มันเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ Apple ในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในนวัตกรรมชั้นยอดที่สุดนับตั้งแต่โลกเราย่างกรายเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เลยก็ว่าได้ และที่สำคัญมันได้เป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้ Apple นั้นพลิกโฉมหน้าบริษัทจากบริษัทเล็ก ๆ ไปสู่บริษัทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเราเคยมีมานั่นเอง

–> อ่านตอนที่ 6 : Deep Impact

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 : Phone & Microsoft *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

Digital Music War ตอนที่ 11 : The End at Last?

ถึงสิ้นไตรมาสแรกของปี 2011 Apple สามารถที่จะขาย iPod ไปได้กว่า 208 ล้านเครื่อง และยังขายได้ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่่งรวม ๆ แล้วนั้น Apple สามารถจำหน่าย iPod ตั้งแต่มีการผลิตออกมาไปกว่า 307 ล้านเครื่อง แต่ดูเหมือนวัฏจักร ของเครื่องเล่นเพลงจะค่อย ๆ เสื่อมความนิยมลงไปแล้ว เพราะการมาของ iPhone สินค้าเรือธงใหม่ของ Apple นั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม iTunes ก็ยังกลายเป็น แพลตฟอร์มที่ขายเพลง ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ ซีรีส์ รวมถึงเสนอ podcast และสุดท้ายก็เป็นที่ขาย Application ของ iPhone มันเป็นที่มาของรายได้ให้กับ Apple รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ ecosystem นี้อีกมากมายมหาศาล

ผลกระทบที่สำคัญ คือ การปฏิวัติวงการเพลงในรูปแบบดิจิตอลของ iPod แน่นอน มันมีผลกระทบต่อค่ายเพลงต่าง ๆ ทั่วโลก โดยในช่วงทศวรรษ 1990 เหล่าบริษัทค่ายเพลงต่าง ๆ นั้นจะมีรายได้หลักมาจาก การขาย CD และแน่นอนว่า วิธีแบบเก่า  ๆ  เหล่านี้ ใช้ไม่ได้ผลอย่างแน่นอนกับออนไลน์

iTunes จึงเปรียบเสมือนร้านขายแผ่นเสียงสำหรับผู้คนจำนวนมาก และแน่นอนว่า มันได้ทำให้ธุรกิจจำหน่ายแผ่น CD เพลงเหล่านี้ต้องล้มหายตายจากไปจากวงการ ต้องเลิกกิจการไปมากมาย แต่อย่างน้อยมันยังทำให้วงการเพลงยังขับเคลื่อนต่อไปได้ แม้ยอดขายจะตกลงไปก็ตาม แต่ต้นทุนก็ลดลงตามไปด้วย ไม่มีค่าใช้จ่ายเรื่อง CD ไม่มีค่าใช้จ่าย fix cost อื่น ๆ ที่ต้องลงทุนอย่าง หน้าร้าน หรือ จ้างพนักงาน

เพราะ iTunes Store ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีเวลาหยุดพัก ซึ่งอย่างน้อยบรรดาค่ายเพลงก็ยังสามารถมีตัวตนอยู่บนโลกออนไลน์ได้ ไม่ถูกการโจมตีจากเหล่าบริการเถื่อน ๆ ที่แทบจะไม่แบ่งส่วนรายได้ให้กับศิลปิน หรือ ค่ายเพลงเลยด้วยซ้ำ

ฝั่ง Microsoft เอง เมื่อถึงต้นปี 2011 Zune ก็ยังไม่ได้ออกไปวางขายนอกตลาดอเมริกาเหนือแต่อย่างใด ชื่อของ Zune เริ่มจางหายไปจากผลิตภัณฑ์หลักของ Microsoft ซึ่ง Microsoft เอง ก็ได้เริ่มลดบทบาทของ Zune ลง จนปิดฉากไปในที่สุด

สุดท้าย Zune ก็ต้องปิดฉากลงไปในปี 2011
สุดท้าย Zune ก็ต้องปิดฉากลงไปในปี 2011

Microsoft นั้นดูเหมือน GE (General Electric) ตรงที่มีแนวคิดว่าผลิตภัณฑ์ของพวกเขานั้นต้องเป็นที่ 1 หรือ ที่ 2 ในตลาดเพียงเท่านั้น หากไม่ใช่ ก็เตรียมตัดผลิตภัณฑ์ตัวนั้นออกไปจากตลาดได้เลย

Apple ได้ก้าวล้ำไปไกลในตลาดเครื่องเล่นเพลงแบบดิจิตอล และกำลังก้าวไปอีกขั้นกับ iPhone ในตลาดมือถือ Apple แทบจะไม่มอง Zune เป็นคู่แข่งเลยด้วยซ้ำ 

มันน่าแปลกใจไม่ใช่น้อยเพราะ DRM (Digital Right Management) เทคโนโลยีในการจัดการลิขสิทธิ์ดิจิตอลนั้น Microsoft เป็นคนสร้างมันมากับมือแท้ ๆ แต่ Apple เป็นเจ้าแรกที่ทำให้ผู้ใช้พอใจกับ DRM ด้วย iTunes Store ของพวกเขานั่นเอง

และในที่สุด Microsoft ก็ต้องเผชิญกับความเป็นจริง ๆ ที่ Apple ที่ตอนนั้น มีทีมงานที่เล็กกว่า แถมเงินทุนก็ยังน้อยกว่า Microsoft อย่างมาก แต่ Apple ทำในสิ่งที่เปลี่ยนโลกของการฟังเพลงไปตลอดกาลด้วย iPod และ iTunes และมันได้ทำให้ สตีฟ จ๊อบส์ สามารถที่จะเอาชนะเหนือศัตร์เก่าอย่าง บิลล์ เกตส์ ได้สำเร็จ มันเป็นการล้างแค้นหลังจากที่จ๊อบส์ได้พ่ายแพ้อย่างหมดรูปในธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ทำให้เขาต้องโดนไล่ออกจาก Apple ไป และ iPod ยังนำไปสู่ก้าวใหม่ของบริษัท Apple ในที่สุด ดั่งที่เราได้เห็นในทุกวันนี้นั่นเองครับ

แล้วเราได้อะไรจากการเรื่องราวของ สงคราม Digital Music War จาก Blog Series ชุดนี้

การกลับมาในคำรบที่สองของ จ๊อบส์ ครั้งนี้ มาพร้อมกับพลังที่ล้นเหลือ ด้วยความพร้อมที่จะมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในฐานะ CEO ตัวจริงของ Apple ที่ไม่มีใครในโลกนี้เลียนแบบเขาได้ ผู้นำที่สามารถสร้างสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ให้เป็นไปได้ มานับต่อนับ

เรียกได้ว่า iPod เครื่องเล่นเพลงแบบดิจิตอล ของ Apple นั้นถือเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมของ Apple เรื่อยมาในยุคหลังไม่ว่าจะเป็น iPhone , iPad หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของ Apple ซึ่งล้วนแล้วมาจากทีมงาน Dream Team ชุดที่สร้าง iPod มาแล้วแทบจะทั้งสิ้น

และสิ่งสำคัญที่จ๊อบส์ทำมาตลอดในช่วงการสร้าง iPod  คือ การโฟกัส ซึ่ง เขาโฟกัส ในสิ่งที่ทำ การสร้าง iPod นั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งทางด้านวิศวกรรม และ การออกแบบมากมาย แต่จ๊อบส์ เชื่อมั่นว่า ทีมของเขาจะทำได้ เขาทำให้ทีมของเขาทำสิ่งที่ใครในโลก ไม่คิดว่าจะทำได้  iPod มันจึงกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่วิเศษที่สุด มันเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมดนตรีได้เลยด้วยซ้ำ และมันเป็นการพลิกโฉมของ Apple เข้าสู่ยุคใหม่อย่างที่เห็นในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน

ส่วน Microsoft นั้นเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เป็นองค์กรที่ใหญ่ และมีอุปสรรคมากมายต่อการเติบโต ซึ่งแน่นอนว่า องค์กรใหญ่ ๆ หลาย ๆ องค์กรต้องเคยเจอ เมื่อตัวเองเติบโตไม่ใช่บริษัทเล็ก ๆ อีกต่อไป การขับเคลื่อนเพื่อที่จะสู้กับบริษัทเล็ก  ๆ นั้นก็เป็นเรื่องยาก ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใดกับสิ่งที่ Microsoft เจอ เพราะเราเห็นบทเรียนเหล่านี้มามากมายกับบริษัทยักษ์ใหญ่จำนวนมาก

ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าแม้หลาย ๆ ครั้ง Microsoft จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ได้ลองแข่งขัน และได้เรียนรู้วิธีที่จะสู้กับบริษัทเล็ก ๆ เหล่านี้  ซึ่งสุดท้ายในปัจจุบัน เราจะเห็น Microsoft สามารถปรับตัวให้เข้ากับการแข่งขันในธุรกิจยุคใหม่ได้ในที่สุด ไม่ได้ล้มหายตายจากเหมือนยักษ์ใหญ่บริษัทอื่น ๆ  และสามารถก้าวอย่างมั่นคงมาจวบจนถึงปัจจุบันนั่นเองครับ

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 : Digital Hub *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

อย่าลืมติดตามผลงานเรื่องต่อ ๆ ไปของผมก่อนใครได้ที่ blockdit นะครับ โหลดได้เลย

อย่าลืม ค้นหา “ด.ดล Blog” แล้ว กด follow กันด้วยนะครับผม