The Last Dance เรื่องราวสุดคลาสสิกกับนักบาสในตำนานตลอดกาล ไมเคิล จอร์แดน

ต้องบอกว่าเป็นสารคดีที่ผมเฝ้าตามมาเป็นระยะเวลา 5 สัปดาห์เต็ม สำหรับ The Last Dance ที่เป็นสารคดี เรื่องราวของสุดยอดนักบาสในตำนานอย่าง ไมเคิล จอร์แดน แห่งทีม ชิคาโก บูลส์

“The Last Dance” ที่ถ่ายทอดชีวประวัติของไมเคิล จอร์แดน นักกีฬาผู้ยิ่งใหญ่ระดับตำนาน และทีมชิคาโก บูลส์ในยุค 90 ซึ่งขึ้นแท่นทีมบาสเก็ตบอลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดทีมหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการกีฬา

โดย สารคดีเรื่องนี้ตีแผ่ความสำเร็จของไมเคิล จอร์แดนและวงการเอ็นบีเอในยุคนั้น ซึ่ง กำกับโดย เจสัน แฮเออร์ (จาก “The Fab Five” “The ’85 Bears” “Andre the Giant”) และผลิตโดยไมค์ ทอลลิน

สำหรับที่มาของชื่อ The Last Dance เป็นชื่อ ที่โค้ช ฟิล แจ็กสัน ยอดโค้ชของทีม ชิคาโก บูลส์ เป็นคนตั้งสำหรับเป้าหมายในการไล่ล่าแชมป์ครั้งสุดท้ายกับทีมในช่วงปี 1997-1998 ซึ่งเขาจะทำงานในฐานะโค้ชในปีสุดท้าย

มันเป็นการตัดภาพย้อนไปในอดีตตั้งแต่ จอร์แดน ยังเป็นเด็ก และเล่าเรื่องราวของการมาสร้างความยิ่งใหญ่ที่ ชิคาโก บูลล์ส ได้อย่างไร ต้องบอกว่าเป็นเรื่องราวที่ผ่านหลายยุคของนักบาสเก็ตบอลที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น แลร์รี่ เบิร์ด , เมจิก จอห์นสัน ซึ่งตอนที่ จอร์แดนก้าวขึ้นมาเล่นอาชีพเต็มตัวนั้น เป็นช่วงปลายของตำนานเหล่านี้

แต่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของวงการบาสเก็ตบอล NBA ของอเมริกา สำหรับการก่อกำเนิดขึ้นของ ไมเคิล จอร์แดน เขาเป็นคนเปลี่ยนทุกอย่างของเกมบาสเก็ตบอล ทำให้กลายมาเป็นกีฬาที่มหาชนคลั่งไคล้ และ กลายเป็นกระแสไปทั่วโลก

ต้องบอกว่า จอร์แดน นั้นเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีอิทธิพลที่สุดของโลกเลยก็ว่าได้ หากลองย้อนกลับไปในช่วงนั้น ที่ internet ยังไม่บูม และไม่ต้องพูดถึงสื่อ Social Network ที่ตอนนั้นยังไม่ตั้งไข่ขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ แต่เขาดังเพราะความสามารถของเขาล้วนๆ และเป็นที่รักของแฟน ๆ บาสเก็ตบอลทั่วโลก

แน่นอนว่า สารคดีชุดนี้ มันก็มีส่วนผสมของเรื่องราวดราม่าที่เกิดขึ้นในทีม ชิคาโก บูลส์ ในยุคครองความยิ่งใหญ่ ได้แชมป์ 6 จาก 8 สมัยในช่วงทศวรรษปี 90 ซึ่งถือเป็นทีมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในยุคนั้นเลยก็ว่าได้

ไม่มีนักกีฬาคนไหนในโลกที่มีเอกลักษณ์พิเศษที่เหมือนจอร์แดน เขาเป็นคนชอบเอาชนะ และ เรื่องราวในสารคดีชุดนี้ จะชี้ให้เห็นว่า การก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ได้ในระดับนี้นั้น เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง ทั้งความกดดัน เรื่องราวดราม่านอกสนาม หรือ เรื่องของครอบครัว รวมถึงคู่แข่งตัวฉกาจที่เขาได้พบเจอ ที่หากมีคู่แข่งคนใดไปกระตุ้นจอร์แดนให้อยากเอาชนะ ก็ไม่มีใครผู้ใดที่จะขวางทางเขาได้

ทีมที่มีส่วนผสมต่าง ๆ ที่ลงตัว โดยการนำของจอร์แดน มีการถ่ายทอดเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเพื่อนร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็น สก็อตตี้ พิพเพ่น หรือ เดนนิส ร็อดแมน หรือ เพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในทีมกีฬาที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ในการผสมผสานส่วนต่าง ๆ ความสามารถของแต่ละคน ได้จนมีส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด

แม้บาสเก็ตบอลในยุคเขานั้น ดูเหมือนจะเป็นการแสดงแบบโชว์เดี่ยว เป็นส่วนใหญ่ แต่เพื่อนร่วมทีมทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำทีมของจอร์แดน เราจะได้เห็นการที่จอร์แดน นั้นดึงศักยภาพของผู้เล่นร่วมทีมของเขา แม้จะไม่เป็นผู้เล่นชื่อดังมาก่อน แต่จอร์แดนนั้นมีวิธีการในการดึงศักยภาพสูงสุดของผู้เล่นเหล่านี้ออกมาได้

ซึ่งมันก็ก่อให้เกิดเรื่องดราม่าระหว่างทีม ด้วยสไตล์ การปลุกเร้าทีมของจอร์แดน ทำให้เขามีการกระทบกระทั่งกับเพื่อนร่วมทีมบ่อยครั้ง และบางครั้งถึงขั้นมีการทำร้ายร่างกายกันเลยด้วยซ้ำ

แต่สุดท้าย อดีตลูกทีมทุกคนที่เข้ามาสัมภาษณ์ในสารคดีชุดนี้ นั้นก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันเป็นความสามารถของจอร์แดนในการดึงศักยภาพของพวกเขาให้ออกมามากที่สุด และพร้อมที่จะสู้กับคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งแค่ไหน พวกเขาก็สามารถเอาชนะได้ในท้ายที่สุดนั่นเอง

ซึ่งหากใครที่เติบโตในยุคนั้น ก็คงจะอินกับสารคดีชุดนี้ได้อย่างดี เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราเห็นความยิ่งใหญ่ของ จอร์แดน ว่าเค้าเป็นนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน การถูกผลักดันด้วยพลังแห่งการเอาชนะนั้น พาให้เขามาถึงในจุดที่เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล

และไม่ใช่แค่ในวงการบาสเก็ตบอลเท่านั้น แต่เป็นสารคดี สำหรับแฟน ๆ ที่ไม่ใช่ แฟนบาสเก็ตบอลเช่นเดียวกัน เรื่องราวเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวกีฬาที่ยอดเยี่ยมตลอดกาล ที่ทุกคนควรที่จะได้มีโอกาสดู

ต้องบอกว่าเป็น สารคดีที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น การนำเสนอที่น่าสนใจ และมันเป็นวิธีที่จะเข้าใจว่า ไมเคิล จอร์แดน กลายเป็นนักบาสเกตบอล NBA ที่เก่งที่สุดตลอดกาลได้อย่างไร และในขณะเดียวกัน ก็จะได้เข้าใจว่า การเต้นรำครั้งสุดท้ายของเขาในสนาม (The Last Dance ) กับ ทีม ชิคาโก บูลส์ เป็นอย่างไรนั่นเองครับ

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

รีวิว Icarus (อิคารัส) สารคดีเปิดโปงแผนโด้ปทีมชาติรัสเซียจาก Netflix

ต้องบอกว่าเป็นหนังสารคดีจาก Netflix ที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียวสำหรับ Icarus (อิคารัส) ที่เป็นสารคดีที่เปิดโปงแผนการโด๊ปยา ครั้งยิ่งใหญ่ของวงการกีฬาโลก ในประเทศรัสเซีย

ก่อนที่จะได้ดูสารคดีเรื่องนี้ ก็พอได้ยินข่าวมาบ้าง ในช่วงโอลิมปิก ที่ ริโอ ปี 2016 ที่รัสเซียมีปัญหาในเรื่องของการส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน ตอนนั้นก็ยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมาก แค่ฟังผ่าน ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าต้นตอของเรื่องราวทั้งหมดคืออะไร

แต่หลังจากได้ดู Icarus ต้องบอกว่ามันเป็นการ แฉ เรื่อราวฉาวโฉ่ของวงการกีฬาที่ยิ่งใหญ่มาก และไปยุ่งเกี่ยวกับชาติมหาอำนาจอย่างรัสเซีย และ มีผลโดยตรงต่อประธานาธิบดี ที่เคยเป็นอดีต KGB เก่าอย่าง วลาดิเมียร์ ปูติน ทำให้เรื่องราวยิ่งน่าสนใจมาก ๆ

ความน่าสนใจก็คือ การที่ ไบรอัน โฟเกล ที่เป็นผู้สร้างสารคดี ชุดนี้ เอาตัวเองเข้าไปทดลองกับการโด๊ปยา แล้วดูว่า ประสิทธิภาพของตัวเองนั้นเพิ่มขึ้นไปแค่ไหน ซึ่งพบว่า มันเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวเขาสูงขึ้นถึง 30% เลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่า เขาทดลองกับการปั่นจักรยาน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวอื้อฉาว ของ แลนซ์ อาร์มสตรอง ที่เคยเป็นข่าวใหญ่มาก่อนหน้านี้

สารคดี ถ่ายทอดเรื่องราว ก่อนที่มันจะกลายเป็นประเด็นใหญ่ คือ ถ่ายก่อน แล้วประเด็นนี้สุดท้ายมันกลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมา จากการออกมาแฉ ของกริกอรี่ โรดเชนคอฟ นักวิทยาศาสตร์ ที่ดูแลห้องแล็บของสถานบันต่อต้านการใช้สารกระตุ้นของประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องแล็บมาตรฐานระดับโลกที่ดูแลเรื่องการตรวจโด๊ป

เรื่องราว มันเกี่ยวพัน กับ อำนาจ เรื่องของการเมือง การชิงดีชิงเด่น รวมถึงการโฆษณาชวนเชื่อของประเทศรัสเซีย เพราะมันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ของ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ที่ต้องการความนิยมที่เพิ่มขึ้น หลังจากคะแนนความนิยมของเขาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเรื่องราวนั้น เป็นการแฉ เรื่องราวหลัก ๆ ของ กีฬาโอลิมปิกส์ ฤดูหนาวที่เมือง โซชิ ประเทศรัสเซีย ที่ได้เป็นเจ้าภาพในครั้งนั้น และปูติด ต้องการกู้หน้าจากคะแนนเสียงความนิยมที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่องของเขา

ซึ่ง เขาต้องทำทุกวิถีทางในการกู้หน้าชื่อเสียง คะแนนเสียงของเขาที่มีต่อประชาชนชาวรัสเซีย ซึ่งกีฬา น่าจะเป็นจุดนึงที่ทำให้คะแนนเสียงของเขากลับมาได้ เขาจึงได้ทำทุกวิถีทางที่จะคว้าเหรียญโอลิมปิกส์ในครั้งนั้นให้ได้มากที่สุดในฐานะเจ้าภาพ

ซึ่งสารคดี ค่อย ๆ เผยเรื่องราวรายละเอียดออกมาถึงวิธีการ ที่ใช้หลบเลี่ยงการตรวจโด๊ปเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นการแหกตาชาวโลกครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนึง ในกีฬาเลยก็ว่าได้ เพราะนักกีฬากว่า 50% ของ รัสเซียในโอลิมปิกส์ครั้งนั้น ใช้สารกระตุ้นที่ผิดกฏ ทำให้เกิดความได้เปรียบ

และเรื่องราวยังแฉต่อเนื่องย้อนไปถึงอดีต ว่าในวงการกีฬานั้น เรื่องราวเหล่านี้มันมีอยู่จริง มันมีข้อได้เปรียบที่สำคัญของนักกีฬาจากสารกระตุ้นเหล่านี้ ที่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ ซึ่งเป็นการแฉความสกปรกของวงการกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

แล้วเรื่องราวบทสรุปทั้งหมดนั้นจะเป็นอย่างไร ผมยังไม่ขอ Spoil อยากให้ทุก ๆ ท่านไปดูกันเอง ซึ่งต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในสารคดีที่ทรงพลังมากที่สุดเรื่องนึง ที่ผู้สร้างนั้นต้องเสี่ยงกับหลาย ๆ อย่าง และทำมันออกมาได้อย่างดีเยี่ยมครับ แนะนำว่าไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol