Geek China EP33 : Winning Strategy of JD.com

Customer value proposition หรือ คุณค่าที่ส่งมอบให้ลูกค้าของ JD.com (HKG: 9618; NASDAQ: JD) คือสิ่งที่สะท้อนผ่าน Logo ที่เห็นประกอบด้วยตัวอักษร 4 ตัวคือ 多 快 好 省 more, fast, good, save เยอะ เร็ว ดี ประหยัด

Model หลักของ JD ตั้งแต่เริ่มต้น คือ B2C แต่การ operate คือเป็นการซื้อมาแล้วขายตรงไปยังผู้บริโภค สิ่งสำคัญคือ การรับผิดชอบการขนส่งด้วยตัวเอง (Self-own logistic model) ไม่ได้ไปจ้าง 3rd party แต่พัฒนาเครือข่าย logistics ยอมลงทุนสร้างศูนย์โกดัง fulfillment, last-mile delivery –ต่างจาก Alibaba ที่เน้นด้านความเป็น asset-light business model ของการเป็นเพียงแพลตฟอร์มเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขาย ในแบบ C2C/ B2C และเชื่อมผู้ขนส่งแบบ3rd party partner เท่านั้น

JD ค่อยๆกินส่วนแบ่งการตลาด B2C eCommerce ทั่วไป โดยJD มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 25.2% ใน 2015Q2 ขึ้นจาก 2014Q4 ที่มีเพียง 18% ส่วน Tmall ก็ลดลงจาก 61% มาอยู่ที่ 55.7%

ถึงแม้จะยังทิ้งห่าง ยักษ์ใหญ่อย่างค่าย Alibaba (ที่มี Taobao/Tmall) แบบไม่เห็นฝุ่น แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดี เพราะทำให้ยักษ์ใหญ่มีสั่นคลอนและเป็นการเติบโตในส่วนแบ่งตลาดถึงเท่าตัวเลยทีเดียว การเข้ามาครองส่วนแบ่งการตลาดได้จากหน้าใหม่สู่หน้าหลักก็ต้องขอบคุณระบบการขนส่งที่มีคุณภาพนี้นี่เอง

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://bit.ly/3qRAnFK

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/3DEsyqp

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
https://bit.ly/3DGcWCP

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/3DBi8HX

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/fQbOp8NQbw8

Geek China EP32 : JD.com in 2009-2015

• Jd.com ถือเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์ม eCommerce ที่ได้รับอานิสงค์จากการระบาดของโรคซาร์ ที่ระบาดตั้งแต่ปลายปี 2002 ถึงกลางปี 2004 ทำให้ต้องผันตัวเองจากขายหน้าร้าน Physical stores ที่เค้าก่อตั้งมาในปี 1998 มาสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มตัวในปี 2004

• เขาพลิกวิกฤติจากโรคระบาดหนักในช่วงปี 2003 ให้เป็นโอกาส ในปลายปี2003 เค้าเห็นว่ามีเพียง eCommerce ที่จะเติบโตและมองว่านี่คืออนาคต จึงตัดสินใจเปิดเป็นลักษณะแพลตฟอร์มค้าปลีกออนไลน์ (online retailer)

• จุดที่เค้าวางกลยุทธ์ลงทุนด้าน logistics ก็ทำให้เค้าแตกต่างจาก Alibaba เนื่องจาก Alibabaหรือตอนนั้นมีแพลตฟอร์ม Taobao เป็นเพียง C2C Platform เท่านั้น แต่ JD ทำตัวเองเสมือน Online Retailer /direct sales platform sourcing from branded suppliers เพื่อสร้างความเชื่อใจและมั่นใจเรื่องสินค้าของแท้อย่างเต็มเหนี่ยว สองสิ่งนี้เป็นแกนหลักที่ทำให้เขาแตกต่างจากคู่แข่งและส่งผลให้ JD เติบโตต่อไปได้ในเวลาต่อมา อีกทั้งการเติบโตของ eCommerce ในจีน ก็ได้อานิสงค์จาก model ที่ หลิว วางไว้อีกด้วย

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://bit.ly/3mvUjeR

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/2lEqPPg

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
http://bit.ly/2kxHtQ3

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/2m0PTzR

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/ResntLSNlnY

Geek China EP31 : Baidu’s All In AI

• Baidu ประกาศกร้าวว่าจะเป็นผู้บุกเบิกในด้าน Artificial Intelligence (AI) โดยในวันที่ 16 พฤษภา 2014 ไป่ตู้ได้ประกาศแต่งตั้งแม่ทัพเพื่อนำศึกสรภูมิครั้งนี้ นั่นคือ Andrew Ng เพื่อดำรงตำแหน่ง Chief Scientist ของ Baidu เขาผู้นี้ก็จะนำ Baidu Research ที่มีห้องปฏิบัติการทดลอง R&D ทั้งในปักกิ่งและ Silicon Valley 3 research labs อยู่ภายใต้สถาบัน Baidu Research ได้แก่ the Silicon Valley AI Lab, the Beijing Deep Learning Lab และ the Beijing Big Data Lab.

• Baidu เริ่มลงทุนใน AI ก่อนคู่แข่งคนอื่น นอกจากนี้ ก็ยัง recruit top talents ในเงินเดือนที่สูงมากจากทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้นปัจจัยที่ทำให้เขาได้เปรียบในการแข่งขันต่อการปฏิวัติ AI คือ algorithms computing และ data.

• Andrew กล่าวว่า Badu จึงเป็นบริษัทระดับโลกแค่ไม่กี่บริษัทที่สามารถเข้าถึงจำนวนข้อมูลมหาศาลขนาดนี้ได้ และตอนนี้ผู้นำ AI กำลัง shift ไปสู่ high-performance computing และ Baidu ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทของโลกที่จะสร้าง processor สำหรับ deep learning

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://bit.ly/3plG2mI

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/2lEqPPg

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
http://bit.ly/2kxHtQ3

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/2m0PTzR

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/OwOUvgzwKFE

Geek China EP30 : First Era of iQiyi

iQIYI (Nasdaq: IQ) iQiyi เป็นแพลตฟอร์ม streaming หนังและวิดีโอชื่อดังของประเทศจีน ที่เป็นทั้ง Original content, UGC (User Generated content), partner-generated content (PGC) , แบบซื้อลิขสิทธิ์มา

และในปัจจุบันก็กำลังลุยตลาดไทยอย่างหนัก ถ้านึกถึง iQiyi ก็อาจจะต้องนึกถึง Netflix ที่บ้านเราชมกัน เพียงแต่ต้องบอกว่า Netflix จะไม่มีcontent ที่เป็น UGC ดังนั้น iQiyi จึงเหมือนเอา Netflix มารวมกันกับ YouTube มีความหลากหลายเป็นมากกว่าแพลตฟอร์ม Streaming

– ไป่ตู้เข้ามาลงทุนใน iQiyi วันที่ 2 พฤศจิกายนปี 2012 กลายเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ 100% และต่อมา iQiyi ก็เป็น subsidiary ของ Baidu
– 3 กรกฏา 2015 iQIYI ปล่อย ซีรีย์ที่ผลิตขึ้นเอง ที่ชื่อว่า The Lost Tomb 盗墓笔记 Dàomù Bǐjì บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน ให้กับ subscribers ที่ยอมจ่ายเงินเพื่อที่สามารถรับชมต่อเนื่องได้ทั้งเรื่อง ผลปรากฏว่ามียอดจำนวนดาวโหลดและยอมจ่ายเงิน subscription จำนวนมหาศาล หลังจาก EP ปล่อยออกมา The Lost Tomb มีคนดูแล้วว่า 1000 ล้านครั้ง
– ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของ iQIYI สิ้นสุดยุคนี้คือปี 2015 สามารถแซงโด่งไปอยู่ที่ 63.1% ตามด้วยYoukuTudou 34.7% แล้วตามมาด้วย Tencent Video 31.5% ค่ะ

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://bit.ly/3Atyj81

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/2lEqPPg

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
http://bit.ly/2kxHtQ3

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/2m0PTzR

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/tw_03D76KLA

Geek China EP29 : Baidu Other Investments

• นอกเหนือจากธุรกิจ search engine, digital map, cloud, O2O, fintech, anti-virus ที่ได้เล่าไปใน EP 24-27 แล้ว ไป่ตู้ยังเริ่มมีการลงทุนขยายการลงทุนในด้านธุรกิจอื่น

• เมื่อ M&A สำเร็จ Baidu ก็จะกลายเป็นผู้นำในตลาด OTAในประเทศจีน และดีลนี้ก็สำเร็จในช่วงตุลาคม 2015 เมื่อไป่ตู้ swap หุ้นกับ Ctrip ก็จะถือประมาณ 19% share ใน Ctrip

• Ctrip เป็น OTA ที่ใหญ่ที่สุดในจีน มีรายได้มาจาก 3 ส่วนคือ การจองโรงแรม การจองตั๋วและการท่องเที่ยว ถึงแม้ qunar จะเก็บสะสม business resources มาหลายปี แต่ก็ไม่สามารถ เอาชนะ Ctrip ได้อย่างง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มsegmentระดับบน

• ดังนั้นถ้าไป่ตู้รวม Ctrip กับ Qunar ได้ Baidu จะควบคุมตลาด OTAในจีนได้เกือบทั้งหมด ดังนั้นจากคู่แข่งระหว่าง Ctrip และ Qunar ก็มาจับมือกับกลายเป็นพันธมิตร ตอนนี้ ตลาด OTA เปลี่ยนการต่อสู่ระหว่างTencent, Alibaba และ Baidu

• นอกจากต้องการชนะ ในตลาด OTA แล้ว ปลายปี 2014 Baidu ก็ประกาศข่าวใหญ่ในด้านการลงทุนคือ ได้ลงทุนใน Uber กว่า 600 ล้าน USD โดยการแลกกับการถือหุ้นเป็นส่วนน้อย (minority stake) เพื่อที่จะต่อสู้กับ Tencent และ Alibaba ในตลาด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเรียกจองรถยนต์

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://bit.ly/2XdFZO0

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/2lEqPPg

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
http://bit.ly/2kxHtQ3

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/2m0PTzR

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/Eo7tefFCtYU