ปลูกถ่ายตาเทียมด้วยพลังของเทคโนโลยี AR

Google และ บริษัทด้านเทคโนโลยีอื่น ๆ สร้างเทคโนโลยีใหม่ ๆ กับแว่นตาและคอนแทคเลนส์เพื่อจุดประสงค์ของการใช้เทคโนโลยี AR ในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ Omega Ophthalmics กำลังพัฒนาสิ่งที่แตกต่างมากขึ้นโดยใช้เลนส์ที่ได้รับการผ่าตัดเพื่อสร้างพื้นที่สำหรับเติมเต็มความสมจริงของการมองเห็นภายในดวงตาด้วยพลังของเทคโนโลยี AR

แต่การปลูกถ่ายตาเทียมแบบเลนส์นี้ไม่ใช่สิ่งใหม่แต่อยา่งใด โดยทั่วไปแล้วจะใช้การปลูกถ่ายตาเทียมเพื่อ แก้ต้อกระจกและโรคความเสื่อมอื่น ๆ ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ;  ซึ่งผู้ป่วยประมาณ3.6 ล้าน คนในสหรัฐอเมริกาได้รับการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวทุกปี

การผ่าตัดต้อกระจกเกี่ยวข้องกับการถอดเลนส์ที่มีปัญหา และแทนที่ด้วยเลนส์เทียมชนิดบาง Gary Wortz ผู้ร่วมก่อตั้ง Omega Ophthalmics และเป็นจักษุแพทย์ที่ได้รับการรับรองเห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่ไม่ใช่เพียงแค่เลนส์ แต่จะเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ผลิตรายอื่นสามารถเพิ่มเซ็นเซอร์แบบอินเทอร์แอคทีฟ และการรวมของเทคโนโลยี AR / VR อีกด้วย

แพลตฟอร์มที่รวมเอาหลายเทคโนโลยีไว้ด้วยกัน
แพลตฟอร์มที่รวมเอาหลายเทคโนโลยีไว้ด้วยกัน

แม้ว่าเขาจะไม่คาดหวังว่าคนหนุ่มสาวที่มีสายตาการมองเห็นที่ดีจะเข้าร่วมการปลูกถ่าย AR ได้ในเร็ว ๆ วันนี้ แต่เขาคิดว่าแพลตฟอร์มของเขามีแอปพลิเคชันที่เพิ่มขึ้น  มีการสร้างแผนที่เพิ่มเติมเพื่อช่วยให้บุคคลที่มีปัญหาทางสายตาเหล่านี้สามารถเดินไปรอบ ๆ หรือคอยเตือนพวกเขาหากมีอะไรผิดปกติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก

นอกจากนี้เขายังกล่าวถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวกับวงการทหาร และอื่น ๆ

“ เรารู้ว่ามีตลาดขนาดใหญ่สำหรับ AR ซึ่งก็คือวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ เหล่าบริษัท เทคโนโลยียังไม่รู้” ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Omega Ophthalmics  ริก อีฟลันด์ กล่าว

ตอนนี้บริษัทยังไม่ได้มองหาการลงทุนจากภายนอกสำหรับแนวคิดนี้ แม้ว่า Wortz และ Ifland กล่าวว่าพวกเขาได้รับการติดต่อจาก บริษัท VC ใหญ่ ๆ สองแห่งในนิวยอร์กและออเรนจ์เคาน์ตี้ อย่างไรก็ตาม Omega ได้นำเงินทุนเริ่มต้นจากนักลงทุน angel fund และจักษุแพทย์ ที่เข้าใจในโอกาสทางธุรกิจดังกล่าว  Wortz กล่าวเสริม

บริษัท ยังคงต้องรอการอนุมัติจาก FDA และ ทีมงานจักษุแพทย์หวังว่าจะได้รับการอนุมัติในยุโรปในอีก 12 ถึง 24 เดือนข้างหน้าเพื่อรอผลการพิจารณาครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดย Wortz ดูจะค่อนข้างมั่นใจ เกี่ยวกับกระบวนการในการอนุมัติของ  FDA 

เทคโนโลยีใช้งานได้จริงหรือไม่? ต้องบอกว่าจนถึงตอนนี้ Omega หลังจากได้ทำการทดสอบมา 6 เดือน โดยยังไม่ได้ทดลองทางคลินิกกับมนุษย์  โดยบริษัท ยังมี Lab ทดลอง อีกสองถึงสามแห่งที่ยังไม่ได้รับผลชัดเจนในการศึกษา รวมถึงอนาคตกับการทดลองกับมนุษย์ ที่ทางบริษัทวางแผนจะเปิดตัวในไม่ช้านี้

References : 
https://techcrunch.com/2017/08/04/ophthalmics-is-an-eye-implant-with-the-power-of-continuous-ar/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

VR กับการส่อง Anatomy ของร่างกายคุณผ่าน App

ผู้คนส่วนใหญ่รู้สึกมั่นใจว่าพวกเขารู้เรื่องพอสมควรเกี่ยวกับร่างกายของพวกเขาในแง่ของสุขภาพทั่วไป แต่สิ่งที่พวกเรารู้กันนั้น ดูเหมือนจะดูจากจากภายนอกร่างกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งพวกเราส่วนใหญ่ไม่ได้มองเข้าไปข้างใน ภายใน Anatomy ของร่างกายเราที่สามารถบ่งบอกถึงอะไรได้หลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของเราในแต่ละวัน

Ed Barton ผู้ก่อตั้ง Curiscope  บริษัท Startup ในสหราชอาณาจักร  หวังที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นด้วยการผสมผสานการใช้เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality  (AR) มาพัฒนาแอป VR เพื่อดูกายวิภาคศาสตร์ และทำงานร่วมกับเสื้อยืด Virtuali-Tee ที่บริษัทสร้างขึ้น โดยจะทำให้ผู้คนมองเห็นภายในร่างกายของพวกเขาเองผ่าน App ตัวนี้

Barton อธิบายกับ Wired : “ เราใช้การผสมผสานระหว่าง VR และ AR เพื่อดูภายในกายวิภาคศาสตร์ ซึ่งด้วย AR ที่ถูกวางตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ ทำให้คุณสามารถใช้ VR เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ เกี่ยวกับร่างกายของคุณได้”

Curiscope ได้ระดมทุนเกือบ 1 ล้านเหรียญจาก LocalGlobe และพวกเขาได้ขาย Virtuali-Tees  ไปเป็นมูลค่าเกือบ 3,000 เหรียญแล้วในขณะนี้

Barton บอกกับ  Wired  ว่าการติดตามตำแหน่ง“ เรามีการทำให้วัตถุและภาพดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับความเป็นจริงมากขึ้น” เขากล่าวต่อ“ ด้วย Virtuali-Tee, AR เป็นอินเตอร์เฟสของคุณและ VR ใช้ในการส่งข้อมูล”

เทคโนโลยีนี้ทำงานโดยใช้รหัส QR ที่พิมพ์ออกมาบนเสื้อยืด เมื่อคุณสแกนรหัส QR ด้วยแอพที่เกี่ยวข้อง คุณสามารถสำรวจทั่วทั้งช่องอกรวมถึงหัวใจและปอดของคุณได้

เทคโนโลยี AR เริ่มโด่งดังมาจากเปิดตัวของ Pokémon Go แต่ แอพพลิเคชั่นของ Barton นั้นแสดงให้เห็นว่ามันสามารถเข้าถึงได้มากกว่าแค่เกมเหมือนดั่งที่ Pokemon ทำ ซึ่งในตอนนี้มีการนำเทคโนโลยี AR ไปใช้ ตั้งแต่การใช้สมาร์ทโฟนไปจนถึงการออกแบบพิมพ์เขียวของรถยนต์  AR กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่งการรวมกันของทั้ง AR และ VR ไม่เพียง แต่จะทำให้อุปกรณ์ Virtuali-Tee มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ยังนำไปสู่เทคโนโลยีอื่น ๆ ที่รวม AR และ VR เข้าด้วยกันอีกด้วย

เสื้อยืด Virtuali-Tee นี้อาจเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่อยากรู้อยากเห็น มันสามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาที่ช่วยให้กายวิภาคศาสตร์และชีววิทยากลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกไม่น่าเบื่อเหมือนเมื่อก่อน โดยเสื้อยืด Virtuali-Tee สามารถช่วยให้ผู้คนเข้าใจการทำงานภายในของร่างกายตัวเอง และวิธีการที่เรากระทำในทุกๆวัน ตั้งแต่สิ่งที่เรากินเข้าไป จนถึงการออกกำลังกาย ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่านั้นอาจส่งผลต่อสุขภาพของเรานั่นเอง

References : 
https://futurism.com/new-anatomy-vr-app-lets-you-look-inside-your-own-body

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

เมื่อนักวิทยาศาสตร์ เปลี่ยนลูกชายออทิสติกให้กลายเป็นหุ่นยนต์

นักประสาทวิทยา Vivienne Ming  (วิเวียน หมิง) ได้ทำการสำรวจวิธีการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพของมนุษย์  แต่ในบทความใหม่จาก Quartz (qz.com) มีสิ่งที่น่าสนใจโดยเธอให้รายละเอียดว่าเธอได้ถ่ายทอด “ ความบ้าวิทยาศาสตร์” ภายในตัวเธอออกมาได้อย่างไร

หมิง กล่าวว่าหลังจากที่ลูกชายของเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติก เธอก็ได้เริ่มมีความสนใจในการทำงานเพื่อสร้างระบบจดจำใบหน้าโดยใช้อุปกรณ์อย่าง Google Glass ที่ออกแบบมาเพื่อตีความการแสดงออกทางสีหน้าของผู้อื่นได้แบบเรียลไทม์

“ ฉันเลือกที่จะเปลี่ยนลูกชายของฉันให้กลายเป็นหุ่นยนต์ และเปลี่ยนนิยามของความหมายของการเป็นมนุษย์เสียใหม่ ” เธอกล่าว 

มีคำถามว่าการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มลักษณะทางชีววิทยาของมนุษย์ จะไม่อ้างอิงจากจินตนาการจากหนัง Sci-Fi ไม่ได้ เมื่อมองดูความจริงในวันนี้ คนที่มีประสาทหูเทียม , ตาไบโอนิค และ การควบคุมขาเทียมโดยใช้จิต อยู่รวมในหมู่พวกเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อุปกรณ์เหล่านี้อาจแตกต่างกันในวัตถุประสงค์เฉพาะของมัน แต่โดยทั่วไปแล้วเทคโนโลยีทั้งหมดสร้างขึ้นเพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกัน: ทำให้คนที่ผิดปรกติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอัมพาต ตาบอด หรืออะไรก็ตาม ให้กลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนมนุษย์ทั่วไป

ซึ่งระบบหมิงที่สร้างขึ้นก็เพื่อให้ลูกชายของเธอกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนมนุษย์ทั่วไปเช่นเดียวกันนั่นเอง

References : https://qz.com/1650393/transhumanist-parents-are-turning-their-children-into-cyborgs/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Orion อุปกรณ์ดึงภาพจากกล้องเข้าสู่สมองเพื่อช่วยคนตาบอด

เมื่อคน ๆ หนึ่งตาบอด เยื่อหุ้มสมองที่เกี่ยวกับการมองเห็นในสมองของพวกเขามักจะไม่ถูกทำลายไปด้วย อย่างไรก็ตามมันก็ไร้ประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากคนตาบอดจะไม่ได้รับข้อมูลใด ๆ จากสายตานั่นเอง

ในการทดลองทางการแพทย์ที่ไม่ธรรมดากับคนตาบอดหกคน ซึ่งได้รับการรักษาเพื่อให้สามารถมองได้เห็นบางส่วนด้วย Orion อุปกรณ์ใหม่ที่ดึงภาพจากกล้องเข้าสู่สมองโดยตรงและพวกเขาอาจเป็นคนตาบอดกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าว

Alex Shortt ศัลยแพทย์ โรงพยาบาลตา Eptegra Eye ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิจัยบอกกับ เดลี่เมล์ “ นี่คือการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ที่สมบูรณ์แบบ สำหรับการรักษาผู้คนที่มีอาการตาบอด มันเป็นความหวังที่แท้จริง”

อุปกรณ์ Orion นั้นประกอบด้วยสองส่วนหลักคือ: ส่วนของการปลูกฝังสมองและส่วนของแว่นตา การปลูกฝังสมองด้วยประสาทเทียมนั้น จะประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า 60 ชิ้น ที่รับข้อมูลจากกล้องที่ติดตั้งบนแว่นตา พวกเขาสามารถส่งข้อมูลภาพไปยังสมองของผู้สวมใส่ได้โดยตรง และไม่จำเป็นต้องใช้สายตาคู่เดิมอีกต่อไป

ในการทดสอบอุปกรณ์ Orion นักวิจัยได้ขอให้ผู้เข้าร่วมที่มีตาบอดอย่างสมบูรณ์ โดยศึกษาความเป็นไปได้ตั้งแต่ต้นเพื่อดูหน้าจอคอมพิวเตอร์สีดำ ซึ่งในขณะที่ใช้ Orion นั้น เมื่อสี่เหลี่ยมสีขาวปรากฏขึ้นบนหน้าจอแบบสุ่ม ผู้เข้าร่วมทดลองที่ตาบอดสามารถชี้ไปที่สี่เหลี่ยมสีขาวได้อย่างถูกต้องโดยส่วนใหญ่

Daniel Yoshor ที่เป็นหนึ่งในนักวิจัย เชื่อว่าสี่เหลี่ยมสีขาวอาจจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูวิสัยทัศน์เพื่อผู้ป่วยที่ตาบอด

“ในทางทฤษฎีถ้าเรามีหลายร้อยหลายพันขั้วไฟฟ้าในสมองเราสามารถผลิตภาพที่อุดมไปด้วยสิ่งต่าง ๆ มากมาย” เขากล่าวในการแถลงข่าว “ ลองนึกถึงภาพวาดที่ใช้ความเป็นจุดซึ่งจุดเล็ก ๆ นับพันมารวมกันเพื่อสร้างเป็นภาพ เราอาจทำสิ่งเดียวกันโดยการกระตุ้นจุดนับพันบนส่วนท้ายทอยของสมองได้นั่นเอง”

“ มันช่างน่าประหลาดใจมากที่ได้เห็นความสวยงามเหล่านี้” เบนจามิน เจมส์สเป็นเซอร์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมการทดลอง มีอายุ 35 ปี ที่ตาบอดตั้งแต่อายุ 9 ขวบบอกกับเดลี่เมล์  ซึ่งความสามารถใหม่นี้ มีโอกาสที่เขาจะได้เห็นรูปร่างหน้าตาของภรรยาและลูก ๆ ของเขา วิ่งเข้ามาหาเขาเพื่อโอบกอดเหมือนคนสายตาปรกติ

“ แม้มันไม่ได้เป็นการมองเห็นที่สมบูรณ์แบบ ตอนนี้มันดูคล้ายภาพวิดีโอ Footage ในยุคปี 1980” Spencer กล่าวเสริม “ แม้ตอนนี้มันอาจจะยังไม่ได้ทำให้การมองเห็นเต็มที่เหมือนปรกติ แต่มันคือจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ สำหรับคนตาบอดอย่างผม”

References : https://www.theguardian.com/science/2019/jul/13/brain-implant-restores-partial-vision-to-blind-people

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Stentrode กับการช่วยเหลือผู้ป่วยอัมพาตควบคุมร่างกายด้วยจิต

เป็นครั้งแรกที่แพทย์กำลังเตรียมตัวทดสอบส่วนต่อประสานในการทำงานร่วมกับสมองที่สามารถปลูกถ่ายลงในสมองมนุษย์ได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดกะโหลกเหมือนในอดีต

Stentrode ซึ่งเป็นประสาทเทียมที่สามารถทำให้คนเป็นอัมพาตสามารถสื่อสารส่งไปยังสมองของผู้ป่วยผ่านหลอดเลือดดำได้ และ ตอนนี้บริษัท Synchron Inc
ที่พัฒนามันขึ้นมาเพิ่งได้รับการอนุมัติเพื่อเริ่มการทดลองในมนุษย์

โดยผู้ป่วยจะได้รับการปลูกถ่ายประสาทของพวกเขาโดยไม่ต้องโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดกะโหลด เพื่อลดความเสี่ยงของการชัก หรือความบกพร่องทางประสาทอย่างถาวร ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการผ่าตัดเปิดสมอง

ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าผู้ทดลองรวม 5 คน ที่มีมือหรือปากเป็นอัมพาต ซึ่งเป้นอุปสรรคในการสื่อสารกับสมองนั้นจะมีการทดลองใส่ Stentrodes เข้าไปในสมอง

“ เราได้เริ่มรับสมัครพนักงานในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา” โทมัส ออกซ์ลีย์ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของซิงโครไนซ์ แพทย์ในนิวยอร์กซิตีบอกกับ Futurism “ เราได้กำหนดการทดลองกับผู้ป่วยที่มีศักยภาพบางราย ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก แต่ก็มีกระบวนการสรรหาหลายเดือนจากผู้ป่วยจำนวนมากที่มีความสนใจในเทคโนโลยีนี้”

การทำงานของอุปกรณ์นี้จะแสดงให้โลกเห็นว่ามันปลอดภัย ซึ่งในแบบจำลองกับสัตว์นั้นเสร็จสิ้นแล้ว ตอนนี้กำลังทำการรวบรวมข้อมูลและทำความเข้าใจกับข้อมูลทางคลินิกที่เกิดขึ้น

ก่อนเริ่มการทดลองผู้เข้าร่วมที่มีศักยภาพจะต้องได้รับการสแกนสมองหลายครั้ง หลังจากนั้นจะมีการประเมินผลจากนักประสาทวิทยา เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อกับสมองของ Stentrode และปัจจัยที่สำคัญคือหลอดเลือดของพวกเขาต้องมีรูปร่างที่ดีพอที่จะนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าไปได้ ซึ่งเป็นการใส่ขดลวดทางการแพทย์มาตรฐานพร้อมวงจรในตัว กับพวกเขาไปยังสมอง

การใส่ขดลวดเข้าไปในสมองโดยไม่ต้องมีการผ่าตัด
การใส่ขดลวดเข้าไปในสมองโดยไม่ต้องมีการผ่าตัด

เมื่อการทดลองเริ่มขึ้น Oxley กล่าวว่าผู้ป่วยจะเริ่มฝึกอบรมเพื่อใช้อุปกรณ์และซอฟต์แวร์เพื่อสร้างข้อความด้วยความนึกคิดภายในใต้จิตของพวกเขา

“ เรากำลังพยายามช่วยเหลือผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตเนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคอัลไซด์เมอร์ หรือการบาดเจ็บที่ไขสันหลัง และผู้ที่ไม่สามารถสื่อสารในแบบที่พวกเขาต้องการในการทำงานหรือกิจกรรมทางสังคมของพวกเขาได้นั่นเอง”  Oxley กล่าว “ เรากำลังทำงานเพื่อสร้างข้อความที่สื่อสารทางความคิดหรือจิตใจ ในอัตราที่ใกล้เคียงกับความเร็วในการส่งข้อความผ่านสมาร์ทโฟน นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของพวกเรา”

References : 
https://futurism.com/noninvasive-neural-implant-clinical-trials

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol