Series Review : เคว้ง The Stranded (Netflix)

ถือเป็น Series ไทย Original by Netflix เรื่องแรกเลยทีเดียวสำหรับ เคว้ง The Stranded ที่ได้ ผู้กำกับ มือดีอย่าง จิม-โสภณ ศักดาพิศิษฏ์  ผู้กำกับลัดดาแลนด์และเขียนบทหนังผีในตำนานอย่างชัตเตอร์ ซึ่งถือว่าเป็นผู้กำกับชั้นแนวหน้าของเมืองไทยที่มารับงานใหญ่ เพื่อสร้างชื่อให้กับ Series จากไทย ให้กับ Netflix เป็นครั้งแรก

ซึ่งเคว้ง The Stranded เริ่มต้นเรื่องราวด้วยเหตุการณ์ ก่อนจบการศึกษาของกลุ่มนักเรียนเอกชนไฮโซที่กำลังปาร์ตี้ฉลองเรียนจบกันอยู่บนเกาะ แล้วก็มีฉากสึนามิถล่มเกาะตามมาทันที หลังจากนั้นก็ได้มีการตัดฉากข้ามเรื่องไป 25 วันต่อมาบนเกาะเลย และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวพิศวงทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้น

เรื่องราวของ Series เรื่องนี้เกิดขึ้นจาก คราม (บีม-ปภังกร ฤกษ์เฉลิมพจน์) เด็กหนุ่มวัย 18 ปี ชาวเกาะโดยกำเนิดเพียงคนเดียวที่เกาะปินตูในท้องเรื่องนี้ ซึ่งเนื่องจากเขาเป็นคนท้องที่ ทำให้มีความสามารถในการหาอาหารเพื่อช่วยเหล่าเพื่อน ๆ ที่ประสบชะตากรรมเดียวกับเขาให้เอาชีวิตรอดจากเกาะที่โดดเดี่ยวแห่งนี้ได้

โดยมี “อนันต์”  (จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล) ผู้นำของกลุ่มนักเรียนที่มักขัดแย้งกับครามในหลายเรื่อง โดยมี “เมย์” (ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช) แฟนสาวของอนันต์ พยาบาลประจำกลุ่มที่ครามแอบหลงรักมาเกี่ยวข้องกลายเป็นปม Drama หนึ่งของ Series ชุดนี้

แม้ Series ชุดนี้จะมีตัวละครมากมาย ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ แต่เนื้อเรื่องหลัก ๆ ของ Series จะโฟกัสไปที่สามตัวละครหลักซะเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงการตัดภาพย้อนกลับไปในอดีตเพื่อถ่ายทอดที่มาที่ไปของตัวละครแต่ละตัว ให้เราได้เข้าใจตัวละครมากขึ้นทีละน้อย

ต้องบอกว่า มีหลายตัวละครที่มีความน่าสนใจ มีความลึกลับ น่าค้นหา ซึ่งส่วนนี้ต้องบอกว่า Series เรื่องนี้ทำได้ดีมาก ๆ ในการเรียบเรียงบท รวมถึงเรื่องราวต่าง ๆ ให้เราคิดไปตลอดแทบจะทั้งเรื่อง ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

แม้หลายคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเรื่องนี้ มันแทบจะถอดแบบมาจาก LOST Series ทริลเลอร์ขึ้นหิ้งของ เจ เจ เอบรามส์ ที่ว่าด้วยเรื่องราวของผู้โดยสารเครื่องบินตกที่ต้องติดเกาะและมีเผชิญสิ่งลี้ลับเหมือนกัน

แต่เรื่องนี้ต้องบอกว่ามีส่วนผสมหลายอย่างที่เราได้กลิ่นอายของ Series ดังของ Netflix มาก ๆ ทั้งซาวด์ประกอบที่แทบจะถอดแบบมาจาก Series ขึ้นหิ้งอย่าง The Stranger Things หรือ ความลึกลับที่น่าสนใจมาก ๆ ในสไตล์ Dark ซีรี่ยส์ที่ผมชอบที่สุดเรื่องหนึ่งจากประเทศเยอรมัน

ความเห็นส่วนตัวสำหรับ Series เรื่องนี้ ต้องบอกว่าทำได้ดีเกินคาด แม้กระแสในโลกออนไลน์จะแบ่งเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน แต่ถ้ามองลงไปในรายละเอียดนั้น จะพบว่า Series เรื่องนี้ สร้างเรื่องราวมาได้ดีมาก ๆ สำหรับผลงานแรกของไทย ถือว่าไม่ขี้เหร่เลยทีเดียวเมื่อเทียบกับ อีกหลายๆ Series ใน Netflix

แม้หลาย ๆ อย่างจะถูกวิจารณ์ว่าไม่สมเหตุสมผล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรายละเอียดเล็ก ๆน้อย ๆ ของคนติดเกาะ รวมถึง CG ที่อาจจะไม่อลังการงานสร้างเท่าไหร่นัก แต่หากมองไปในส่วนของเนื้อเรื่องหลักนั้น ถือว่าเป็น Series ที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

จุดด้อยของ Series ชุดนี้น่าจะเป็นเรื่องการแสดงของเหล่าเด็ก ๆ ทั้งหลายมากกว่า เพราะช่วงแรก ๆ นั้นเล่นค่อนข้างแข็งไปหน่อย และมันได้รับกลิ่นอายของ Series อย่าง ฮอร์โมนมากไปนิด เพราะตัวละครหลายๆ คนก็น่าจะมาจาก GDH เป็นหลักนั่นเอง

สรุป ผมค่อนข้างประทับใจนะกับผลงาน Series Original โดยคนไทยเรื่องแรกอย่าง เคว้ง ที่กำกับโดย คุณ จิม-โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ โดยส่วนตัวก็ค่อนข้างอินกับเรื่องราวที่ถูกผูกปมไว้ และค่อย ๆ คลายออกมาจนถึงตอนจบของ Season แรก ซึ่งก็ทิ้งปริศนาไว้อีกเช่นเคย ไม่ต่างจาก Series จากฝรั่ง ซึ่งก็หวังว่ารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผิดพลาดใน Season แรกนั้น น่าจะถูกแก้ไปไขไปได้บ้าง และน่าจะมีความสนุก และน่าติดตามขึ้นใน Season ที่สองที่ผมก็เป็นหนึ่งที่รอคอยอยู่เช่นกันครับ

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Prank Encounters กับการอำสุดโหด แต่โครตฮา จาก Netflix

นาน ๆ ทีจะได้ฉีกแนวไปดูอย่างอื่นบ้าง สำหรับ content ใน netflix ที่มีอยู่มากมายมหาศาล จนเวลา 24 Hrs ของพวกเรา เริ่มจะน้อยไปแล้ว หลังจากการเข้ามาของวัฒนธรรม Netflix

สำหรับ Prank Encounters นั้น เป็นอีก Series ที่น่าสนใจ ที่มี เกเทน มาทาราซโซ ดารานำจาก Series ชุดดังของ Netflix อย่าง Stranger Things โดยเป็นรายการแกล้งคนแบบซ่อนกล้องที่ต้องบอกว่า สนุกที่สุด เท่าที่ผมเคยดูรายการทำนองนี้มาเลยก็ว่าได้

โดยมีเกเทน มาทาราซโซ จะ เป็นผู้ดำเนินรายการ เป็นรายการหลอกคนสุดฮาแต่ละตอนจะพาคนแปลกหน้า 2 คนมาเจอเรื่องราวสุดเซอร์ไพรส์แบบไม่มีวันลืม ทุกอย่างดูเหมือนจะไปด้วยดีจนกระทั่งมาเจอกันและต้องทำตามโจทย์ที่ได้รับ เรื่องราวความหลอนสุดฮาแบบเซอร์ไพรส์ จึงเกิดขึ้นผ่านการซ่อนกล้องของรายการ ที่ใน Season แรกมี 8 ตอนออกมา

ตอนแรก ไม่ได้ตั้งใจดูเลย แต่พอดู ep แรกจบ ถึงกับต้องยิงยาว จนจบ Season แรกแบบรวดเดียวจบเลยทีเดียว เรียกได้ว่าอำกันโหดมาก ๆ และเอาเรื่องราวลึกลับอย่าง เรื่องผี เรื่องสัตว์ประหลาด เรื่องเอเลี่ยน ฯลฯ มาปรับแต่งเป็นเนื้อเรื่องหลัก

บอกได้คำเดียวว่าคุณไม่ควรพลาดเลยกับ Prank Encounters ชุดนี้ เป็นการแกล้งที่โหดมาก ๆ แต่ฮาโครต ๆ เล่นกันจริงจังมาก แต่ละตอนไม่ยาวมาก แต่ดูสนุกมาก ๆ ไม่ต้องคิดอะไรเลย หากตอนนี้กำลังลังเลอยู่ว่าจะดูอะไรดี แนะนำ Prank Encounters นี่เลยครับ ไม่เสียใจแน่นอน รับรองความมันส์

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Series Review : Marianne (มารียาน)

เรียกได้ว่าเป็น Series สุดหลอดแห่งปีเลยก็ว่าได้สำหรับ ผลงานในเรื่อง Marianne (มารียาน) จากประเทศฝรั่งเศษ ที่ได้มาลงใน Netflix ในช่วงกลางเดือน กันยายน ที่ผ่านมา และแน่นอน ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้หนังแนวนี้อยู่แล้ว ไม่พลาดชมอย่างแน่นอน

ต้องบอกว่า ได้ดู Series ชุดนี้มาซักพักหนึ่งแล้ว แบบรวดเดียวจบเลยทีเดียว เป็น Series ไม่กี่เรื่องที่ผมสามารถดูแบบรวดเดียวจบได้แบบนี้ กับความหลอนที่ต้องบอกว่า ประทับใจแฟนพันธุ์แท้หนังผี หนังสยองขวัญ อย่างตัวผมเองเลยทีเดียว

สำหรับเนื้อเรื่องย่อ กล่าวถึง เอ็มม่า ลาห์ซิมง นักเขียนนิยายชื่อดังฝันร้ายถึงมารียานทุกคืน
จนเธอเขียนหนังสือเกี่ยวกับมารียาน และสร้างลิซซี่ ลาล์ก (Lizzie Larck) มาเพื่อสู้กับมารียาน ในหนังสือของเธอ

แต่สิ่งที่เธอเขียนกลายเป็นจริงขึ้นมา เหมือนเธอต้องเจอกับมนต์คำสาป และทำให้คนรอบตัวของเธอเกิดเรื่องสยองขวัญไปหมด มารียานอยากให้นางเอกเขียนนิยายต่อ แม้นางเอกจะเขียนให้ลิซซี่ตายในเล่มที่แล้ว มารียานก็ต้องการภาคต่อ จึงเป็นที่มาของการดำเนินเรื่องใน Series ชุดนี้นั่นเอง

คุณป้าสุดหลอน กับการแสดง ที่น่ากลัวสุด ๆ
คุณป้าสุดหลอน กับการแสดง ที่น่ากลัวสุด ๆ

และเรื่องมันไม่ได้จบเพียงเท่านั้นอีกต่อไป เมื่อเธอพบว่า เริ่มมีสิ่งแปลกๆ ในระหว่างที่กำลังโปรโมทหนังสือที่เธอคิดว่าเธอนั้นได้เขียนบทสรุปถึงจุดจบของ มารียานไปเป้นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ด้วยการเริ่มเรื่องมาเมื่อ ‘แคโรไลน์’ เพื่อนเธอในสมัยเรียนมาที่งานเปิดตัวหนังสือดังกล่าวด้วย และ ได้มอบสิ่งของบางอย่างที่เธอนั้นคุ้นเคยดีเพราะเธอมันเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของหนังสือที่เธอแต่งขึ้นมานั่นก็คือ ‘เครื่องรางปิศาจ’ ซึ่งมีลักษณะเป็นถุงหนังมัดเชือก และมีฟันเน่าๆ อยู่ในถุง!

และ สุดท้าย เธอต้องไปตามล่าหาความจริงที่เกิดขึ้น ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ กับ หมู่บ้านที่เธอเคยอาศัยอยู่ เกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ของเธอ รวมถึงแก๊งเพื่อน ๆ ของเธอในวัยเยาว์ หนังสือที่เธอแต่งนั้น มันกลายมาเป็นเรื่องจริง หรือ ทุกคนต่างหลอนไปเอง

ถ้าถามว่ามันพีคตอนไหน ก็ต้องบอกว่า ช่วง ep1-4 นี่แหละ ที่เป็นเรื่องราวที่ดำเนินเข้มข้นเป็นอย่างมาก ทำให้เราได้สยองไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และ คอยเดาว่า มันคือ เรื่องจริง หรือ ทุกอย่างมันคือเรื่องหลอน กับกลุ่มคนพวกนี้ที่พวกเขาได้พบเจอสิ่งประหลาดที่เหมือนออกมาจากหนังสือเธอเป๊ะ ๆ

ซึ่ง Series ชุดนี้ ก็ได้ถ่ายทอดเรื่องราว ลำดับ ตามหนังสือ ที่เธอได้แต่งขึ้นมานั่นเอง ทุกตัวละครที่มาเกี่ยวข้องในเรื่อง มันมีความสัมพันธ์กันหมด เป็น series ที่คาดเดาอะไรไม่ถูกเลย บรรยากาศของเมืองชายฝั่งของฝรั่งเศษที่ดำเนินเรื่องมันก็หลอนมาก จริง ๆ

แถมเรื่องราวก็เล่าเรื่องได้น่าติดตามอีกด้วย เป็นการดูรวดเดียวจนจบเลย ต้องบอกว่าเป็น Series ชุดที่สนุกมากที่สุดเรื่องนึง ที่ได้ดูมาใน Netflix เลยก็ว่าได้ แม้ตอนท้าย ๆ จะดูเอื่อย ๆ ไปหน่อยก็ตามที แต่มันเป็นบทสรุปที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ที่แฟน ๆ หนังสยองขวัญ เขย่าประสาท ไม่ควรพลาดเป็อย่างยิ่งครับผม

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Series Review : The Last Czars พระเจ้าซาร์องค์สุดท้าย

พอดีได้เห็นการโฆษณาเรื่องนี้ ใน Netflix ผมก็ได้พยายามหาเวลามาดูจนได้ในที่สุด เพราะเป็นหนึ่งคนที่ชอบในเรื่องประวัติศาสตร์ของประเทศรัสเซียเป็นอย่างมาก การปกครองแบบกษัตริย์ ที่สามารถปกครองพื้นที่ประเทศที่มหาศาลอย่างรัสเซีย และมีคนหลากหลายเผ่าพันธุ์รวมตัวกันอยู่ได้นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย

The Last Czars เป็นซีรีย์ จาก Netflix โดยมีทั้งหมด 6 ตอน ซึ่งแต่ละตอนนั้นไม่ยาวมากนักประมาณตอนละ 40-50 นาที  โดยเป็นการเล่าเรื่องผ่านตัวละครที่เกี่ยวข้องกับ
พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรรัสเซียที่ยิ่งใหญ่ โดยมีการเล่าเหมือนสารคดีผสมผสานไปกับการดำเนินเนื้อเรื่องตั้งแต่ท่านขึ้นครองราชย์ โดยจะมีนักวิชาการ นักวิจัยตามมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกมาให้ความรู้ ประกอบกับเหตุการณ์ในช่วงนั้นไปพร้อม ๆ กัน 

มุมหนึ่งมันดูเหมือน Documentary สารคดี แต่อีกมุมหนึ่งมันก็คือ Series ชุดที่เล่าเรื่องประวัติของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ที่ผ่านอะไรมามากมาย จนถึงวันสิ้นชีวิตในที่สุดอย่างที่พวกเราได้รู้กัน

ความรู้สึกในการดูนั้นตอนแรก ๆ มันเหมือนละครซีรีย์ทั่วไป แต่จะถูกขัดจังหวะด้วย ช่วงเวลาที่ดำเนินเรื่องเหมือนสารคดี ซึ่งอาจจะดูงง ๆ ในช่วงแรก แต่ก็เข้ากันได้ดี  ซึ่งระหว่างเนื้อเรื่องที่เป็นบทละครกับ สารคดีนั้นดูเหมือนจะมีส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่เบื่อมากนัก

ซึ่งส่วนของสารคดีนั้น ก็มีขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกในช่วงเวลาของประวัติศาสตร์ยุคนั้น ซึ่งสำหรับคนที่ชอบในเรื่องราวของประวัติศาสตร์น่าจะชอบกัน ซึ่งผมค่อนข้างประทับใจมาก ๆ กับ ซีรียส์ชุดนี้ ดูได้แบบรวดเดียวจบเลยทีเดียว 

สรุป สำหรับผู้ที่สนในเรื่องนี้นั้น The Last Czars จะเป็นซีรีย์ที่ฉายภาพถึงเรื่องราวของการสิ้นสุดราชวงค์โรมานอฟ ที่ปกครองรัสเซียมากว่า300ปี เล่าตั้งแต่กษัตริย์นิโคลัสที่2 ขึ้นครองราชย์จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ต้องบอกว่ามีทั้งอารมณ์ที่สนุก และหดหู่ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ถ่ายทอดออกมาได้เยี่ยมมาก ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งครับ

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol