เมื่อเหล่าโจรใช้เทคโนโลยี AI Deepfakes ช่วยในการโจรกรรม

ดูเหมือนว่าในทุกวันนี้จะมีตัวอย่างของซอฟต์แวร์ฟรีที่ใช้งานง่าย ๆ ที่สามารถสร้างวิดีโอหรือเสียงที่น่าเชื่อถือซึ่งออกแบบมาเพื่อหลอกคนให้เชื่อได้  แต่จากรายงานของ The Wall Street Journal ณ ปัจจุบัน เราอาจจะได้เห็นการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ทางด้านการเงินและทางกฎหมายอย่างจริงจังด้วยเทคโนโลยีอย่าง Deepfake

รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าผู้บริหารระดับสูงของ บริษัท พลังงานของสหราชอาณาจักรถูกหลอกให้โอนเงิน 200,000 ยูโร (หรือประมาณ 220,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ไปยังซัพพลายเออร์ชาวฮังการีเพราะเขาโดนหลอกให้เชื่อว่าเจ้านายของเขากำลังสั่งให้เขาทำเช่นนั้น 

แต่ บริษัท ประกันภัยของบริษัทพลังงานอย่าง Euler Hermes Group SA บอกกับ WSJ ว่า โจรร้ายได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์ AI และใช้ซอฟต์แวร์ Deepfake เพื่อเลียนแบบเสียงของผู้บริหารและทำการหลอกให้จ่ายเงินให้เขา

“ซอฟแวร์สามารถที่จะเลียนแบบเสียงและไม่เพียงแต่เสียงเท่านั้น: โทนในการพูดแบบสำเนียงเยอรมันอีกด้วย,” โฆษกของ ออยเลอร์ Hermes บอกกับวอชิงตันโพสต์ โดยโทรศัพท์ถูกจับคู่กับอีเมลเพื่อยืนยันตัวตนว่าเป็นตัวจริง และตอนนี้เงินที่โอนได้หายไปหลังจากถูกย้ายบัญชีไปในฮังการีและเม็กซิโกและกระจายไปทั่วโลก จากรายงานของ วอชิงตันโพสต์

นี่อาจไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์นี้ ตามที่ วอชิงตันโพสต์ รายงาน , บริษัท ไซเบอร์ไซแมนเทคกล่าวว่าได้เจออย่างน้อยสามกรณี ที่เกี่ยวกับการปลอมแปลงเสียงโดยใช้เทคโนโลยี deepfake ในการหลอกลวงให้บริษัทส่งเงินไปยังบัญชีที่หลอกลวง ไซแมนเทคบอกกับ วอชิงตันโพสต์ ว่ามีอย่างน้อยหนึ่งกรณีที่ดูจะคล้ายกับกรณีดังกล่าวและส่งผลให้เกิดการสูญเสียเงินหลายล้านดอลลาร์

ซึ่งการโจรกรรมดังกล่าวเน้นให้เห็นถึงภัยอันตรายจากงานวิจัยของ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการประดิษฐ์วิดีโอและเสียง ที่กำลังพัฒนาไปอย่างมากในปัจจุบัน

บริการดูเพล็กซ์ของ Googleใช้ AI เพื่อเลียนแบบเสียงของมนุษย์จริงเพื่อให้สามารถโทรออกแทนผู้ใช้จริงได้ มีบริษัทสตาร์ทอัพขนาดเล็กจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศจีนเสนอบริการที่คล้ายกันฟรีบนสมาร์ทโฟน ซึ่งบางครั้งก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขความเป็นส่วนตัว

ขณะเดียวกันนักวิจัยในบริษัทที่มีเทคโนโลยีและในสถาบันการศึกษากำลังมีความพยายามที่จะพัฒนา deepfake ตรวจจับซอฟต์แวร์ที่เป็นของปลอม ซึ่งกล่าวอีกนัยหนึ่งว่านักวิจัยต้องการเครื่องมือที่ดีกว่าเพื่อคัดแยกของจริงออกจากของปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง

References : https://www.theverge.com
https://www.conservativedailynews.com/wp-content/uploads/2019/06/Hacker-3-1280×720.jpg

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Geek Monday EP19 : H&M กำลังเดิมพันกับ AI และ Big Data เพื่อพลิกฟื้นกำไร

ปีที่ผ่านมาของการทำงานที่สุดแสนจะน่าเบื่อและการลดลงของกำไรอย่างมีนัยสำคัญมากที่สุดในรอบหลาย ๆ ปี ขอบ Brand Fast Fashion อย่าง H&M

แบรนด์แฟชั่นค้าปลีก H & M กำลังมองหาวิธีการที่จำกลับมาทำกำไร โดย บริษัท หันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งผลักดันประสิทธิภาพใน Supplychain และการดำเนินงาน และมอบสิ่งที่พวกเขาต้องการให้ผู้บริโภคด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจาก Big Data และ AI เกี่ยวกับแนวโน้มแฟชั่นและความพึงพอใจของลูกค้า 

ซึ่งเวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าการลงทุนของพวกเขาเพียงพอที่จะทำให้พวกเขารอดพ้นจากการตกต่ำของยอดขายได้หรือไม่ และถ้าพวกเขาเดิมพันใน AI และ Big Data

ซึ่ง Geek Monday ใน EP เราจะพาไปพบกับวิธีการที่ H&M ใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์และความอยู่รอดทางธุรกิจของพวกเขากันครับ

*** กราบขออภัยที่อ่านชื่อแบรนด์ H&M ผิดเกือบตลอดทั้ง EP นี้ครับ ***

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ    

ฟังผ่าน Podbean : 
https://tharadhol.podbean.com/e/geek-monday-ep19-handm-ai-big-data-make-profit/

ฟังผ่าน Spotify : 
https://open.spotify.com/episode/5yAWklI6dPbe9VvVtTASEc

ฟังผ่าน Youtube :
https://youtu.be/ueDfTeSxhD4

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Movies Review : Yesterday (เยสเตอร์เดย์)

ต้องบอกว่าเป็นหนังที่ผมเล็งไว้ตั้งแต่ได้ดู Trailer ก่อนหน้านี้แล้วสำหรับหนังอย่าง Yesterday เมื่อมีโอกาสจึงได้รีบไปดู เพราะชื่นชอบในตัวอย่างหนัง ที่มีพล็อตหนังที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

Yesterday เล่าเรื่องราวของ แจ็ก มาลิก (ฮิเมช พาเทล) นักดนตรีหนุ่มเมืองผู้ดีไส้แห้ง ร้องเพลงอยู่ตามผับเล็ก ๆ คนดูหรอมแหรมหากไม่นับแก๊งเพื่อนหน้าม้าผู้จงรักภักดีรวมทั้ง เอลลี (ลิลี เจมส์) แฟนสาวและครูสอนคณิตศาสตร์ ที่ตามติดให้กำลังใจ แจ็ก ไปทุกโชว์ อย่างไรก็ตาม จู่ ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับไปทั่วโลกชั่วขณะระหว่างที่เขาปั่นจักรยานกลับบ้านและประสบอุบัติเหตุโคม่า

ซึ่งหลังจากที่เขาฟื้นขึ้นมากลับพบว่าทั่วทั้งโลกไม่มีใครรู้จัก The Beatles อีกต่อไป แต่ตัวแจ็กเองกลับยังคงมีความทรงจำกับวงสี่เต่าทองเหมือนเดิม ชีวิตของแจ็กถึงจุดเปลี่ยนสำคัญตั้งแต่ที่เขาเริ่มเล่นเพลงของ The Beatles เสียงดนตรีอมตะที่บัดนี้ไม่มีใครเคยรู้จักนั้นทำให้คนที่ได้ฟังหลงรักมันหัวปักหัวปำ

ถ้าถามว่า Feel ของหนังนั้นคล้าย ๆ กับเรื่องไหน ก็ต้องบอกว่า มันดูคล้ายหนังอย่าง A Star Is Born ที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในก่อนหน้านี้ จากผลงานการแสดงของ Lady Gaga และ แบรดลีย์ คูเปอร์ ที่หลายคนน่าจะชอบมาก ๆ กับหนังเรื่องดังกล่าว

แน่นอนว่า Yesterday นั้นมีกลิ่นอายที่คล้ายกัน แต่มีเรื่องของปาฏิหาริย์ ที่เกิดขึ้นกับ ตัวเอกอย่าง แจ๊ก มาลิก ที่ดูจะแตกต่างออกไป เป็นการเอาเรื่องราวของเพลงของศิลปินชื่อดังอย่าง The Beatles มาผสมผสานได้อย่างลงตัว

มันเป็นบทที่แทบจะโคลนมาจาก A Star Is Born ที่เมื่อคนหนึ่งดัง อีกคนหนึ่งก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งเป็นหนังรักที่น่าประทับใจโดยส่วนตัวผมก็ประทับใจในทั้งสองเรื่อง แม้จะมีความต่างกันอยู่บ้างก็ตาม แถมยังได้ศิลปินอย่าง เอ็ด ชีแรน มาร่วมสร้างสีสัน โดยการรับบทเป็นตัวเขาเอง เรียกเสียงฮา อยู่เป็นระยะ ๆ

ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย Danny Boyle ซึ่งเคยสร้างผลงานเยี่ยมอย่าง Slumdog Millionaire จนเป็นที่จดจำไปทั่วโลกเมื่อ 11 ปีก่อน

การเล่าเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอะไรที่ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ทั้งตัวของบทเอง ที่เล่าได้อย่างยอดเยี่ยม มีการผสมผสานระหว่างทั้งมุขตลกและฉากโรแมนติก และ เพลงประกอบฉาก ที่ต้องบอกว่าทำให้ผมถึงขั้นกลับไปค้นหาเพลงของ The Beatles กลับมาฟังใน Spotify อีกครั้ง มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ๆ กับวงระดับตำนานอย่าง The Beatles

และแน่นอนว่าหนังเรื่องนี้ แฟนๆของวง The Beatles ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง หรือจะเป็นแฟนรุ่นใหม่ๆ เมื่อมีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้ คุณก็อาจจะตกหลุมรักวง The Beatles เหมือนผม แม้เราจะเกิดไม่ทันยุครุ่งเรืองของพวกเขาก็เป็นได้ครับ หนังเรื่องนี้ เป็นหนังโรแมนติกคอมเมดี้ ที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งครับสำหรับเรื่อง Yesterday

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Ring Fit Adventure กับนวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่งของ Nintendo

ถ้าถามว่าบริษัทเกมที่มีการสร้างนวัตกรรมในการเล่นเกมในรอบหลายปีที่ผ่านมา ก็ต้องบอกว่า Nintendo นั้นเป็นบริษัทแนวหน้าในวงการเกม ที่พยายามสรรค์สร้างสิ่งใหม่ ให้กับวงการเกมได้ เซอร์ไพรซ์อยู่สม่ำเสมอ

เราจะเห็นได้จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา แม้คู่แข่งในอุตสาหกรรมเกมจะพยายามใช้เทคโนโลยีมานำ พยายามทำอะไรล้ำ ๆ กราฟฟิก ระดับสูง สเปคของเครื่องที่สูงขึ้นเรือย ๆ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Xbox หรือ Sony Playstation

แต่สิ่งเหล่านี้บางครั้งมันก็ไม่ได้ทำให้การเล่นเกมสนุกขึ้นแต่อย่างใด เราจะเห็นได้จากบางเกมที่ทุ่มทุนสร้างมหาศาล ด้วยกราฟฟิก อลังการงานสร้าง ใช้ทีมงานมากมายหลายร้อยชีวิต แต่เกมของพวกเขาไม่สามารถครองใจนักเล่นเกมได้ เพราะเกม ก็ คือการเล่นเพื่อความสนุกบันเทิง แต่การอัดสิ่งต่าง ๆ เข้าไปมากเกินบางครั้งมันก็ทำให้อรรถรสในการเล่มเกมนั้นตกไป

แต่มีบริษัทเดียวในวงการเกมที่มองว่าเกมคือสิ่งบันเทิง คือความสนุกสนาน และสรรค์สร้างนวัตกรรมให้เล่นเกมสนุกเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มาตลอด ซึ่งแน่นอนว่าบริษัทนั้นคือ Nintendo

พวกเขาเข้าใจจริง ๆ ว่านักเล่นเกมต้องการอะไร อะไรที่ทำให้นักเล่นเกมสนุกกับมัน รวมถึงการเปิดให้คนกลุ่มอื่น ๆ เข้ามาจอยกับเกม มาสนุกสนาน มาคลายเครียด ด้วยนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ Nintendo ได้สรรค์สร้างขึ้นมา

ซึ่งก่อนหน้านี้ เราก็เคยได้เห็นปรากฏการณ์อย่าง เครื่อง WII ที่มียอดขายถล่มทลายทั่วโลก โดยที่ Xbox และ Playstation ได้แต่มองตาปริบ ๆ มาแล้ว

และ หลังจากการออกเครื่องเกมส์ใหม่อย่าง Nintendo Switch ก็ได้ทยอยออกเกมที่ ทำให้ผู้เล่นได้สนุกกับเกมได้เหมือนในอดีต เราจะเห็นได้ว่า กราฟฟิกของ Switch นั้นแทบจะย้อนเวลากลับไปในเครื่องคอนโซลยุคก่อนหน้าด้วยซ้ำ

แต่ความสนุกของเกม รวมถึง ไอเดียในการนำเครื่องเกมมาประยุกต์ใช้กับสิ่งต่าง ๆ มากมาย ด้วยเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่ Nintendo นั้นคิดมาอย่างดีแล้ว ว่าจะสามารถนำเครื่อง Switch มาต่อยอดให้เล่นสนุกขึ้นได้อย่างไร ตัวอย่าง Nintendo Labo ที่เราเคยเห็นมาก่อนหน้านี้ก็แสดงให้เห็นความคิดสร้างสรรค์ของ Nintendo ในการออกแบบสิ่งที่เรียกว่าเกม

และล่าสุด Ring Fit Adventure มันได้ทลายกรอบเดิม ๆ ของการเล่นเกม เพราะมันคือการผสมผสานการออกกำลังกายไปกับการเล่นเกม ได้อย่างลงตัวมาก ๆ การ Design Ring Fit มาก็เพื่อเจาะตลาดคนรักสุขภาพที่ต้องการออกกำลังกายและอาจจะไม่มีเวลามากนัก

การสร้างเป็นเกมจึงถือเป็นจุดดึงดูดที่น่าสนใจให้ตลาดกลุ่มนี้ หันมาจับเครื่อง Switch ของ Nintendo และ enjoy ไปกับความสนุกรวมถึงการได้ดูแลสุขภาพผ่านเจ้าอุปกรณ์ตัวใหม่ที่ Nintendo คิดค้นขึ้นมานี้

ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับบริษัทอย่าง Nintendo ที่ได้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า พวกเขาสนใจแค่ความสนุก และไอเดียใหม่ ๆ ของการเล่นเกมเท่านั้น พวกเขาไม่ได้สนใจสิ่งที่ Xbox หรือ Playstation กำลังเดินไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงต่าง ๆ เลย เพราะพวกเขาแค่ต้องการให้ผู้เล่นเกมของ Nintendo นั้นได้สนุกกับการเล่นเกมก็เพียงพอแล้วนั่นเอง

References : http://images.nintendolife.com/202562d9d044c/switch-ringfitadventure-lifestylephoto-01-copy.900x.jpg

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

ประวัติ Bill Gates ตอนที่ 6 : NetScape Killer

Internet นั้นมีต้นกำเนิดมาจากเครือข่ายของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เรียกว่า ARPANET ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี 1969 โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เพื่อให้บริษัทคู่สัญญาและเหล่านักวิจัยของกระทรวงสามารถสื่อสารกันได้แม้เมื่อมีการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์

เมื่อ Internet ถูกเปลี่ยนมาให้บริการทางการค้า ลูกค้ารุ่นแรก ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นองค์กรวิจัย , บริษัทคอมพิวเตอร์ , นักวิทยาศาสตร์ในมหาลัย ซึ่งคนเหล่านี้ต้องการแลกเปลี่ยน email ระหว่างกัน เพื่อให้ในการติดต่อสื่อสารผ่านข้อมูลต่าง ๆ

ซึ่งโปรแกรมที่ได้รับความนิยมบนระบบ Internet นั่นก็คือ Web Browser ไปสู่เครือข่าย World Wide Web ซึ่งเป็นเครือข่าวของเซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมต่อไปยัง Internet เพื่อนำเสนอหน้าต่าง ๆ ของข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ

และ Internet กำลังกลายมาเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ถือเป็นการปฏิวัติวงการเทคโนโลยี นับแต่ IBM PC ออกวางจำหน่าย ใน ปี 1981 เหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกต่างมุ่งเข้าหาเทคโนโลยี Internet และ Gates กับ Microsoft ก็ไม่ขอตกขบวนดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน

สำหรับ Browser ตัวแรกของโลกนั้นต้องยกให้กับ Mosaic ที่พัฒนาโดย Lab ของ University of Illinois of Urbana Chanpaign ที่ผู้ที่ได้ว่าเป็นผู้ถือกำเนิดมันก็คือ Marc Andreessen ซึ่งต้องถือเป็นเจ้าพ่อ internet ในยุคแรก ๆ เลยก็ว่าได้ ที่ทำให้ internet เป็น Graphic ที่สวยงามให้คนทั่วไปใช้งานได้อย่างง่ายดาย

Marc Andreessen บิดาแห่ง Web Browser
Marc Andreessen บิดาแห่ง Web Browser

ซึ่งในช่วงแรก ๆ นั้นการใช้งาน Internet ยังคงเป็นรูปแบบของ text mode อยู่ คล้าย ๆ กับยุคของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ตอนแรกนั้นระบบปฏิบัติการอย่าง MS-DOS ก็เป็นการใช้งานแบบ Text mode เช่นเดียวกัน

ซึ่งหลังจากปล่อยให้ตัง Mosaic นั้น Download Free และเป็นที่นิยมอย่างมากแล้วนั้น Marc Andreessen ก็ถูกนายทุน ที่นำโดย Jim Clark ทำการชักชวน Marc ให้มาเปิดบริษัทเพื่อพัฒนา Web Browser เพื่อขายเชิงพานิชย์ เพราะตอนนั้น Internet กำลังเริ่มแพร่หลายอย่างรวดเร็ว

โดยทั้งสองได้ร่วมกันก่อตั้ง Netscape ขึ้นมา ซึ่งในช่วงปลาย 1990 นั้น Marc ถือว่าเป็นบุคคลที่โด่งดังมาก เนื่องจากหลังจากสร้าง NetScape และปล่อยออกสู่ตลาดนั้น ก็สามารถที่จะนำบริษัทเข้าทำ IPO เพื่อเข้าตลาดหุ้นโดยแทบจะทันที ซึ่งถือเป็นต้นแบบของความสำเร็จให้บริษัทเทคโนโลีหลาย ๆ แห่งต้องการดำเนินรอยตามสิ่งที่ NetScape ทำ

ซึ่งมูลค่าหุ้นของ NetScape นั้นขึ้นไปสูงถึงระดับ 171 ดอลลาร์  ในช่วงเปิดตัววันแรก ๆ  ทำให้บริษัทมีมูลค่าสูงขึ้นถึง  2 พันล้านเหรียญทันที ซึ่งในยุคนั้น ถือว่าเป็นบริษัททางเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงมาก ๆ   และทำให้เค้ากลายเป็นเศรษฐีหนุ่มทันทีจากมูลค่าหุ้น และเหล่านักลงทุนก็รวยกันไปตาม ๆ กันจากมูลค่าหุ้นที่พุ่งขึ้นสูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าว

แต่การเกิดขึ้นของ NetScape นั้นเหมือนเป็นการปลุกยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ให้ตื่น ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงกับระบบปฏิบัติการ Windows ทำให้ Microsoft กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าแทบจะสูงที่สุดในโลกของบริษัททางด้านเทคโนโลยี ซึ่ง Gates เองก็ไม่รอช้า และในช่วงนั้นก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ Microsoft ต้องออก OS ใหม่พอดีซึ่งก็คือ Microsoft Windows 95  

Windows 95 เปิดตัวในเดือน สิงหาคม ปี 1995 เป็น Windows รุ่นต่อจาก 3.1 เป็น Windows รุ่นแรกที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใช้ทั่วไป ด้วยความสามารถต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดสำหรับผู้ใช้ทั่วไป Windows 95 ประสบความสำเร็จอย่างสูง ยอดการใช้ Windows 95 สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของ Windows เลยก็ว่าได้หลังจาก Microsoft ได้สร้างระบบปฏิบัติการ Windows ขึ้นมา

ซึ่ง Gates นั้นใช้แผนการที่ถือเป็น Case Study ครั้งสำคัญของวงการธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีโลก นั่นก็คือการนำเอา Internet Explorer ที่ถูกสร้างโดย Microsoft ออกสู่ตลาดโดยแถมมากับระบบปฏิบัติการ Windows 95 ไปเลยทันที ผู้ใช้งานไม่ต้องไปซื้อโปรแกรม Browser เสริมให้ยุ่งยาก

Gates กับการใช้กลยุทธ์ซื้อ Windows แถม Browser ในตำนาน
Gates กับการใช้กลยุทธ์ซื้อ Windows แถม Browser ในตำนาน

ซึ่ง Microsoft นั้นก็ได้พัฒนาตัว Internet Explorer โดยใช้พื้นฐานมาจาก Mosaic ที่ Marc Andreessen เป็นคนพัฒนาขึ้นในตอนอยู่ที่  University of illinois of Urbana Chanpaign นั่นเอง

ซึ่ง Microsoft นั้นเป็นบริษัทที่ทุนหนาอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาเรื่องการเงินแต่อย่างใดในขณะนั้น ในการแถม Browser ไปกับระบบปฏิบัติการ และเป็นยิ่งส่งเสริมให้คนหันมาใช้ ระบบปฏิบัติการ Windows 95 มากยิ่งขึ้น

ซึ่งถือเป็นความโหดมากของ Gates และ Microsoft ในการที่แทบจะ ฆ่า Netscape ออกไปจากตลาดแทบจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเลยก็ว่าได้ และ ทำให้เพิ่มยอดขายของ Windows 95 จนสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา ซึ่งเหมือนเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียวเลยก็ว่าได้สำหรับกลยุทธ์นี้ของ Gates และ Microsoft ในการจัดการกับ NetScape

แม้สุดท้ายจะมีการฟ้องร้องกันโดยมีการกล่าวหาว่า Microsoft ผูกขาดการตลาดของระบบปฏิบัติการ แต่ทางฝั่ง Microsoft นั้นก็ไม่แยแสกับเรื่องที่เกิดขึ้น ยังเดินหน้าแถม Browser ต่อไปจนครองส่วนแบ่งแทบจะทั้งหมดของ Browser ในขณะนั้นในที่สุด

และ ทำให้ Netscape ต้องถูกขายให้กับ AOL ในภายหลังก่อนจะพัฒนากลายมาเป็น Moziila Firefox อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ส่วนคดีความฟ้องร้องนั้น ถึงแม้สุดท้าย ศาลจะพิพากษาให้ Microsoft เป็นฝ่ายผิด แต่ Microsoft ก็ยินยอมจ่ายค่าปรับเพียงร้อยกว่าล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งเปรียบเหมือนในสงครามนี้ Microsoft ยอมแพ้ในศาลแต่ ในเชิงธุรกิจนั้น Netscape ได้สูญพันธุ์จากตลาดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง

References : https://news.images.itv.com/image/file/619409/stream_img.jpg

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol