Zynga ผู้สร้าง Farmville จากบริษัทดาวรุ่ง สู่ดาวร่วง

สำหรับผู้ที่เล่น facebook ตั้งแต่ในช่วงแรก ๆ ที่เริ่มโด่งดังนั้น คงไม่มีใครรู้จักกับ Zynga บริษัทที่ทำเกมส์บน facebook ชื่อดังอย่าง farmville ซึ่งถือว่าเป็น social network games ที่ดังเอามาก ๆ ในยุคนั้นคนติดกันงอมแงม เราจะเห็น notification ที่เกี่ยวเกมส์นี้เด้งมาตลอด

เพียงไม่กี่ปีสถานการณ์นั้นก็กลับพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง กำบริษัท ที่ถูกตีมูลค่ากว่าหลายพันล้านเหรียญอย่าง zynga กลายเป็นแทบจะไม่มีผู้เล่นในตอนนี้ มันเกิดขึ้นได้อย่างไรเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับบริษัทเทคโนโลยีทีว่ากันว่าเป็น ดาวรุ่งพุ่งแรงและดับแสงลงไปภายในเวลาไม่กี่ปี

ซึ่ง Mark Pincus เป็นผู้ก่อตั้งและผู้สร้างบริษัท Zynga ให้เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองของบริษัทเทคโนโลยีในช่วงก่อนหน้านี้ Pincus นั้นมีการเรียนจบ mba จาก harvard business school ซึ่งถือเป็น school ที่บ่มเพราะนักธุรกิจแล้วผู้บริหารบริษัทชื่อดังมากมายทั่วโลก

Mark Pincus ผู้ก่อตั้ง Zynga
Mark Pincus ผู้ก่อตั้ง Zynga

Pincus นั้นจะแตกต่างจาก founder รุ่นใหม่ ๆ พอสมควรเนื่องจากมาดังตอนที่ถือว่าค่อนข้างอายุมากพอสมควร คือผ่านโลกของการทำงานมาระดับสิบปีแล้ว ถึงจะออกมาทำธุรกิจด้าน computer ซึ่งเริ่มแรกนั้นเขาได้สร้าง Freeloader  ซึ่งในยุคนั้นก็ถือว่าเป็น web service ที่ดังมาก ๆ web หนึ่ง ก่อนที่จะขายออกไปทำงานได้มากกว่า 30 ล้านเหรียญ ซึ่งถือว่าสูงมากในยุคนั้น

แทนที่จะ retire อย่างสบาย mark pincus นั้นก็ได้สร้าง service ใหม่คือ support.com ไว้สำหรับช่วยเหลือด้าน computer สำหรับบุคคลทั่วไป แบบ online ก่อนที่ social network จะเริ่มเกิดมาในยุคของ friendster.com หรือ myspace.com ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่ facebook.com ก็กำลังตั้งไข่พอดี  และ mark pincus นั้นได้สร้าง social network ขึ้นมาตัวหนึ่งชื่อ tribe.net ตัวนี้น่าจะพอคุ้น ๆ ชื่อกันอยู่ แต่ไม่ค่อยรุ่งเท่าไหร่เลยทำการขายให้กับ cisco

จนเมื่อ facebook.com เกิดขึ้นและเริ่มมีกระแสที่รวดเร็ว เนื่องจากมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ facebook ในช่วงนั้น และตัว pincus เองนั้นชอบเล่นเกมส์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้เริ่มคิดหา idea ในการสร้าง game บน platform facebook ขึ้นมาเอง

โดยเกมส์แรกที่เขาได้พัฒนาขึ้นมาบน platform facebook  นั้นคือเกมส์เล่นไพ่ texas poker ซึ่ง ถือว่าเป็นเกมส์แรก ๆ บน facebook และเนื่องจากมีการอยู่บน platform ของ facebook ทำให้มีในเรื่องของ social ทำให้คนสามารถ communicate ในเกมส์ผ่าน facebook กันได้ง่ายขึ้น

Texus Poker เกมส์แรก ๆ บน facebook
Texas Poker เกมส์แรก ๆ บน facebook

ซึ่งในช่วงแรก ๆ นั้นเกมส์บน facebook นั้นถือเป็นส่วนนึงที่ยิ่งช่วยฉุดกระแส facebook ให้ยิ่งดังขึ้นไปอีกเนื่องจากการที่จะมาเล่นเกมส์ กับเพื่อนได้นั้น ก็ต้องเป็น สมาชิก ของ facebook ก่อน ซึ่งถือว่าเป็นส่วนเสริมกันระหว่าง zynga กับ facebook ที่ทำให้ช่วงนั้นโตไปด้วยกันทั้งคู่

zynga นั้น มาโด่งดังที่สุดตอนออกเกมส์อย่าง farmville ออกมา ทำให้มีผู้เล่นหลักหลายสิบล้านคน และเริ่มเกิด business model ใหม่ในยุคนั้น คือมีการขาย item ภายในเกมส์ ซึ่งก่อนหน้านี้นั้นใช้รูปแบบการขายโฆษณาเท่านั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ของวงการเกมส์ในขณะนั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบัน เกมส์แทบจะส่วนใหญ่นั้นจะแจก free แต่จะไปเน้น in-app purchase แทน ซึ่งทำรายได้มากกว่าในคราวหลัง

เกมส์อย่าง farmville โด่งดังมากในยุคแรก ๆ ของ facebook
เกมส์อย่าง farmville โด่งดังมากในยุคแรก ๆ ของ facebook

ช่วงที่รุ่งเรื่องก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากเกมส์ของ zynga นั้นเป็นเกมส์ที่สามารถทำเลียนแบบได้ง่าย มาก เพราะเป็นเกมส์ที่ไม่มีความ ซับซ้อนใด ๆ รวมถึงส่วนใหญ่ก็เป็นรูปแบบการพัฒนามาจากเกมส์ในอดีตแล้วทั้งสิ้น แค่นำมาเปลี่ยนในส่วนของ user interface ทำให้ zynga เจอคู่แข่งมากมายในขณะนั้น และมีการฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ของเกมส์ ทำให้ช่วงนั้น zynga ตกอยู่ในที่นั่งลำบากและสุดท้ายก็ทำให้ market cap ของ zynga ตกลงอย่างฮวบฮาบ

เรื่องนี้เป็น case study ที่น่าสนใจสำหรับบริษัท startup ที่โตอย่างรวดเร็ว จนลืมพื้นฐานสำคัญของตัว platform ซึ่ง zynga นั้นมีการผูกอยู่กับ platform ของ facebook เป็นหลักทำให้มีอำนาจต่อรองต่าง ๆ ต่ำมาก ๆ จะเห็นได้ว่าช่วงหลังนั้น facebook ถึงกับต้องออกมาแบ่งเปอร์เซ็นต์รายได้จากเงินที่ทำการซื้อขาย item (70/30)  

ซึ่งจะเราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน บริษัท อย่าง LINE Corporation ของ ญี่ปุ่นนั้น model การทำงานแทบจะเหมือนกับ zynga ในอดีต แต่เนื่องจาก LINE นั้นเป็น platform ของตัวเองทำให้ต่อยอดและทำรายได้จากส่วนต่าง ๆ ได้มาก ๆ เช่น เกมส์ , sticker , ads  ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากการไม่พึ่งพาคนอื่นมาตั้งแต่แรกของ LINE

Line นั้นสร้าง Platform เกมส์ของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาใคร
Line นั้นสร้าง Platform เกมส์ของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาใคร

ทำให้บริษัทขยายการเติบโตได้เรื่อย ๆ บนพื้นฐานของ platform ตัวเอง แต่ต่างจาก zynga ที่ไม่ได้มี platform ของตัวเองตั้งแต่แรก แต่เพิ่งมาคิดทำตอนหลังแต่มันก็สายไปเสียแล้วสำหรับบริษัทหนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรงในช่วงต้นของยุค social network อย่าง zynga

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

ทีเด็ด Apple ปีนี้อยู่ที่ Electrocardiogram

ต้องบอกว่าเป็นเวลาหลายปีแล้วที่ไม่ได้มานั่งฟัง Live สดการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Apple เพราะ โดยส่วนตัวก็ห่างจากผลิตภัณฑ์จาก Apple มาค่อนข้างนานแล้ว

ปีนี้จึงเป็นปีแรกในรอบหลาย ๆ ปีที่มีโอกาสได้ดู Live ของงาน Apple Event ต้องบอกว่าไม่มีอะไรเซอร์ไพรซ์ จากข่าวหลุดที่ออกมาก่อนหน้านี้เลย ทั้งชื่อรุ่น รูปแบบของ Iphone รวมถึง Spec ต่าง ๆ ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ ต้องบอกว่า Apple ลดมนสเน่ห์ของงานนี้ลงไปมาก จากการที่ไม่สามารถจัดการข่าวที่หลุดออกไปได้ก่อนหน้า

ถ้าพูดถึงผลิตภัณฑ์เด่น ที่เปิดตัว อย่าง Iphone XS นั้น ต้องบอกว่าโดยส่วนตัวแล้ว ถือว่าน่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง แทบจะไม่มีอะไรว้าว ให้น่ากล่าวถึงเลยด้วยซ้ำ มีเพียงแค่การเล่นกับเรื่องเดิม ๆ ทั้งเรื่อง spec ที่เพิ่มในแบบ xเท่า ของชิ้นส่วนต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องปรกติของการ Present ของ Apple ไปเสียแล้ว

รวมถึงการอัด Spec ต่าง ๆ นาๆ ทั้ง 6 CPU เอย  4 GPU เอย ต้องบอกว่า การทำงานนั้น User ทั่วไปแทบจะมองไม่เห็นความแตกต่างอยู่แล้ว คือ Spec ในตอนนี้นั้น ต้องบอกว่า สามารถไปใช้งานเป็น Server ได้แล้วด้วยซ้ำ มันไม่ใช่ แค่สำหรับ End User ใช้งานมือถือ เท่านั้น ต้องบอกว่าเรื่อง Spec นั้นไม่ได้เป็นจุดเด่นของแต่ละเจ้าอีกต่อไป เมื่อทุกเจ้า สามารถอัดมาได้เหมือนกันหมด จึงแทบไม่เห็นความแตกต่าง ของ Android รุ่นท็อป กับ Apple รุ่นท๊อป อีกต่อไป

พระเอกของงานตัวจริง

ต้องบอกว่า แทบจะไม่มีข่าวหลุดมาเลยสำหรับตัว AppleWatch Series 4 ที่ apple ได้เปิดตัวในปีนี้  ซึ่งทำให้โดยส่วนตัวนั้น เริ่มอยากจะหามาใช้บ้างแล้ว หลังจากไม่เคยชายตามองเลยสำหรับ Apple Watch

ข้อมูลที่เหลือเชื่อมาก  ๆ คือ apple watch นั้นเป็นนาฬิกาที่ขายดีที่สุดในโลกไปแล้วในตอนนี้  ซึ่งไม่ใช่แค่ Smart Watch เท่านั้น แต่ apple ได้ส่วนแบ่งการตลาดของวงการนาฬิกาแบบดั้งเดิมไปได้มากที่สุดไปแล้ว ซึ่งตอนเปิดตัวมาตอนแรก ไม่คิดว่า apple watch จะเดินมาได้ไกลถึงขนาดนี้

ต้องยอมรับว่า apple ทำการตลาดในเรื่อง apple watch มาอย่างดี เน้นไปในเรื่องสุขภาพอย่างเห็นได้ชัด โดยอัดเซ็นเซอร์ต่าง ๆ เข้าไปมากมายให้กับผู้ใช้ ได้วัดค่าต่าง ๆ ของร่างกายได้ง่ายยิ่งขึ้น จึงกลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ตลาดใหม่ของ apple ซึ่งก็ต้องถือว่า apple watch นั้นเป็นผลงานชิ้นแรก ของ ทิม คุ๊ก หลังจากการจากไปของ สตีฟ จ๊อป ที่สามารถประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ โดยไม่อยู่ใต้เงาของผลิตภัณฑ์ที่ สตีฟ จ๊อบ เป็นผู้สร้างมา

Electrocardiogram กับก้าวที่สำคัญของ Apple Watch

ต้องบอกว่าสิ่งที่ เซอไพรซ์ที่สุดของงานปีนี้ น่าจะเป็น เซ็นเซอร์ ตัวใหม่ของ Apple Watch ซึ่งเรียกว่า Electrocardiogram หรือในศัพท์ทางการแพทย์จริง ๆ ก็คือ การวัด ECG ที่เราใช้ตรวจคลื่นหัวใจเพื่อวัดความผิดปรกติของหัวใจ

ต้องบอกว่า มีผู้คนมากมาย ในโลกนี้ ต้องจบชีวิต ไปอย่างฉับพลัน ด้วยโรคหัวใจ บางคนต้องเสียหัวหน้าครอบครัว สูญเสียคนที่ตัวเองรัก ไปแบบฉับพลัน จากโรคหัวใจ ซึ่งต้องบอกว่าจากความเปลี่ยนแปลงของโลกเราในยุคปัจจุบัน ทั้งเรื่องรูปแบบการกิน รวมถึง รูปแบบการใช้ชีวิต ทำให้คนในรุ่นใหม่ ๆ มีความเสี่ยงกับเรื่องโรคหัวใจมากยิ่งขึ้น

การที่ apple เข้ามาเจาะในตลาด Healthcare อย่างเต็มตัว รวมถึงการเพิ่มความสามารถในส่วนการวัดค่า ECG ได้ หากอย่างที่ Apple โฆษณาจริง ๆ ต้องบอกว่า เป็น Features ที่ปฏิวัติ วงการเลยก็ว่าได้ ให้คนทั่วไปสามารถ คอยมอนิเตอร์ การเปลี่ยนแปลงของคลื่นหัวใจได้ และการทำงานร่วมกับ Apple Watch ก็สามารถทำให้ส่งสัญญาณเตือนให้กับผู้ใช้ได้ โดยหากยิ่งเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจอยู่แล้ว ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจได้อย่างมาก

และไม่ใช่แค่ผู้ป่วยเท่านั้น ที่สนใจที่จะซื้อ apple watch เพราะบรรดาลูกหลานต่าง ๆ ที่เป็นห่วงคุณพ่อ คุณแม่ หรือ คนเฒ่า คนแก่ ก็สามารถที่จะซื้อ apple watch เพื่อคอย มอนิเตอร์ ข้อมูลด้านสุขภาพของคนที่เค้ารักเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ซึ่งจากในงานนั้น ได้มี หมอด้านหัวใจ ออกมารับรองคุณภาพของตัวเซ็นเซอร์ตัวใหม่นี้ ซึ่งคิดว่า apple คงได้ทำการทดสอบมาอย่างดีแล้ว และทีสำคัญ ได้รับการรับรองจาก FDA ของสหรัฐอเมริกา เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย ซึ่งคิดว่า เมื่อมีการวางขายอย่างเป็นทางการของ Apple Watch Series 4 แล้วนั้น คงทำให้รายได้ของ apple เติบโตไปอีกก้าวอย่างแน่นอน ไม่ได้พึ่งเพียงแค่ผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Iphone เหมือนเดิมอีกต่อไป

 

References : apple.com

 

 

History of Final Fantasy

ถือเป็นเกมส์ที่เป็นตำนานของวงการเกมส์เลยก็ว่าได้สำหรับ Series Final Fantasy เชื่อว่ามีผู้ที่เป็นสาวกเกมส์นี้นับล้านคนทั่วโลก รวมถึงตัวผมเองที่มีโอกาสได้เริ่มเล่นจริง ๆ จังใน ภาคที่ 7 ซึ่งถือว่าเป็นภาคหนึ่งที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของ final fantasy เลยก็ว่าได้

สำหรับ Series Final Fantasy นั้นถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท Square Enix ( เดิมคือ Square Soft )  โดยในช่วงนั้นก็ต้องย้อนกลับไปในยุคของช่วงปลาย ทศวรรษที่ 80 โดยช่วงนั้น Square Soft ก็ได้ทำเกมส์ออกมามากมายเช่น Rad Racer , World Runner แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้บริษัทแจ้งเกิดได้ และค่อนข้างมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางด้านการเงินในยุคแรก ๆ จึงคิดจะทำเกมส์ในระดับ Mega Hits ออกมา ประกอบกับในช่วงนั้น มีเกมส์ RPG ที่โด่งดังจาก Dragon Quest ซึ่ง เกมส์ Final Fantasy ในเริ่มแรกนั้น ได้รับแรงบรรดาลใจส่วนใหญ่มาจากเกมส์ Dragon Quest ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีลักษณะการเล่นคล้าย ๆ กันมาก โดยได้ Producer อย่าง Hironobu Sakaguchi มาเป็นผู้นำในการผลิต

ซึ่งการที่สร้าง RPG โดยยึดต้นแบบจาก Dragon Quest นั้น ก็ต้องสร้างความแตกต่างโดย Sakaguchi นั้นได้มือดีทางด้าน Music Compaser อย่าง Nobuo Uematsu มาร่วมประพันธ์ในส่วนของเสียงเพลงประกอบเกมส์ ซึ่งทำให้ผู้เล่นสามารถซึมซับอารมณ์จากเกมส์ Final Fantasy ได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เป็นจุดต่างที่สำคัญจากเกมส์ RPG อื่นๆ  ในขณะนั้น โดยเริ่มวางขาย Final Fantasy ภาคแรกในปี 1987

และ Sakaguchi ก็ไม่ทำให้บริษัทผิดหวังสำหรับ Final Fantasy ภาคแรกทำยอดขายได้ในระดับ Mega Hits ในขณะนั้น และเนื่องจากยอดขายของเครื่อง console อย่าง Famicom ในขณะนั้น ขายได้อย่างถล่มทลายทำให้เกมส์ก็ส่งต่อไปให้นักเล่นเกมส์ได้เป็นจำนวนมาก เป็นการเกื้อกูลกันระหว่าง Nintendo กับ Square Soft เลยก็ว่าได้

หลังจากผลงาน Master Pieces ในภาคแรกนั้น ทางบริษัทก็ได้เดินหน้าสร้างภาค 2 ทันที และได้วางจำหน่ายในปี 1988 หนึ่งปีหลังจากวางจำหน่ายในภาคแรก และก็เช่นเคย ผลงานก็ขายได้ในระดับ Mega Hits กลายเป็น Series ที่มีคนติดตามมากที่สุดเกมส์หนึ่งในขณะนั้น ก่อนที่จะมีการปรับปรุงด้าน Graphics ครั้งแรกเพื่อวางจำหน่าย Final Fantasy ในภาคที่ 3 ในปี 1990 และผลงานก็ขายได้ถล่มทลายอีกเช่นเคย

หลังจากผลงานยอดขายถล่มทลายใน 3 ภาคแรก Nintendo ก็ได้ออกเครื่องเกมส์ตัวใหม่ คือเครื่อง Super Famicom ซึ่งเป็นการพัฒนาเครื่องจากเดิมเป็นอย่างมากทั้งเรื่องของ Performance ของเครื่อง รวมถึงการแสดงผลทางด้าน Graphics ทาง Square ก็ได้ผลิตผลงาน ภาคที่ 4 ออกมาในปี 1991 โดยมีปรับปรุงเรื่อง Graphics เพื่อแสดงผลได้ดียิ่งขึ้นในเครื่อง Super Famicom เครื่องเกมส์รุ่นใหม่ของ Nintendo

ก่อนที่จะมาสร้างภาคที่ 5 ออกมาในปี 1994 และภาคที่ทำให้หลายคนจดจำ ที่มีการยกเครื่องทางด้าน Graphics และเนื้อเริื่องแบบใหม่หมด คือในภาคที่ 6 ที่จะออกเป็นภาคสุดท้ายในเครื่อง Super Famicom โดยปรับเรื่อง Music ใหม่ เพื่อให้ได้อรรถรสในการรับฟังมากยิ่งขึ้น และมีอารมณ์ร่วมกับเกมส์มากยิ่งขึ้น ซึ่งภาคที่ 6 ได้ออกมาในปี 1994 ซึ่งถือว่าเป็นภาคที่ Hits ที่สุดภาคหนึ่งของตระกูล Final Fantasy นับตั้งแต่ได้เริ่มผลิตมา

หลังจากภาค 6 ก็หมดยุคของเครื่องเกมส์อย่าง Super Famicom และเป็นจุดสิ้นสุดของความสัมพันธ์ระหว่าง Nintendo และ Square Soft ที่เกื้อกูลกันตลอดมาตั้งแต่กำเนิด Final Fantasy ในภาคแรก โดยในตอนแรกนั้น Square Soft ก็ตั้งใจที่จะผลิตให้เครื่องเกมส์ console ตัวใหม่อย่าง Nintendo64 ของ Nintendo แต่ช่วงนั้นได้เกิดเทคโนโลยีอย่าแผ่น CD-ROM ที่สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่า และการที่ Square Soft ตั้งใจจะปรับเรื่อง Graphics ใหม่หมดให้กลายเป็นระบบ 3D ทั้งหมด รวมถึงการสร้าง CG ในส่วนของเนื้อเรื่องทำให้ต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บจำนวนมากทาง Square Soft จึงได้ตัดสินใจเลือก Sony Playstation ซึ่งถือว่าเป็น Console เจ้าใหม่ในขณะนั้น และก็ถือเป็นการเข้าสู่ยุคตกต่ำของ Nintendo สำหรับเครื่อง console ในขณะนั้น

โดย Final Fantasy ภาคที่ 7 นั้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าของวงการเกมส์ในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ โดยได้มือออกแบบ Character อย่าง Tetsuya Nomura มาสร้างความสมจริงให้ตัวละครในเกมส์รวมถึงการดำเนินเรื่องที่ถือว่าน่าติดตามมากที่สุดเรื่องนึงใน Series Final Fantasy โดยได้ออกวางจำหน่ายในปี 1997 ซึ่งถือว่าเป็นเกมส์ที่ดันยอดขายเครื่อง Playstation ได้อย่างถล่มทลาย เนื่องจากคนต้องการที่จะเล่นเกมส์ Final Fantasy และถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความยิิ่งใหญ่ของ Sony มาจนถึงปัจจุบันนี้

หลังจากนั้น 2 ปีก็ได้ออก Final Fantasy 8 มาโดยเริ่มสร้าง Graphics ที่สมจริงขึ้น โดยตัวละครก็เริ่มสมจริงยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของ Final Fantasy ในยุคนั้น ก่อนที่จะกลับมาเน้นในเรื่อง Fantasy อีกครั้งในภาคที่ 9 โดยยอดขายทั้ง 2 ภาคก็สามารถทำยอดขายได้อย่างสูงจนถือว่าเป็นวัฒนธรรมใหม่ของชาว Final Fantasy ไปแล้วสำหรับการต่อแถวเพื่อรอซื้อเกมส์ดังกล่าว โดยเป็นเพียงไม่กี่เกมส์ที่คนต้องมาต่อคิวยาวเหยียดเพื่อรอซื้อในวันเปิดขายในวันแรก ๆ

ด้วยผลงานที่พุ่งทะยานขึ้นเรื่อง ๆ ของ Square soft นั้นทำให้เกิดความมั่นใจจนได้แตกแขนงออกมาทำงานด้านหนัง โดยสร้าง Final Fantasy Spirit Within โดยใช้ทุนหลายล้านเหรียญ โดยมีความคาดหวังสูงว่าหนังน่าจะทำรายได้อย่างถล่มทลาย แต่แล้ว ก็ถือเป็นผลงานที่น่าผิดหวังครั้งแรกของ Square นับต้งแต่สร้าง Series Final Fantasy ขึ้นมา แฟนเกมส์ต่างสับสนในเนื้อเรื่องของหนัง ทำให้ไม่ถูกใจแฟนเกมส์ซักเท่าไหร่ และทำยอดขายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ก่อนที่จะก้าวสู่ยุคใหม่ของเครื่อง Console อย่าง Playstation 2 ก็สามารถกลับมาสร้างความมั่นใจอีกครั้่งจากผลงาน Final Fantasy 10 ที่ถูก Exclusive ใน Playstation 2  ก่อนที่จะมาปรับเป็นรูปแบบของ online ในภาค 11 โดยเน้นไปในโลกของ online ซึ่งถือว่ากำลัง hits มากในขณะนั้น

หลังจากนั้น ก็กลับมาจูบปากกับ Nintendo โดยออกภาค Final Fantasy Crystal Chronicles มาในเครื่อง Game Cube ซึ่งก็ถือว่าทำยอดขายไปได้พอสมควร หลังจากภาคนี้ ก็ออกภาคหลักกลับ console อย่าง Playstation มาโดยตลอดทั้งใน ภาค 12 -13 และผลงานก็ถือว่ายอดขายเป็นไปได้ด้วยดีมาตลอด มีแฟนเกมส์มากมายอยูทั่วโลก

จะเห็นได้ว่าประวัติของ Final Fantasy นั้นไม่ธรรมดาเป็นเกมส์หนึ่งที่มีผลต่อยอดขายของเครื่อง Console โดยตรง และเป็นเกมส์ที่สร้าง console อย่าง playstation ให้มาแพร่หลายอย่างในปัจจุบัน และเป็นเกมส์ที่ทำให้ Nintendo ไม่สามารถที่จะกลับมาแข่งขันในเครื่อง console ได้ในช่วงหลังหลังจากเครื่อง Super Famicom เราจะเห็น ได้ว่าถ้าเป็น Brand ก็ถือว่า Final Fantasy เป็น Brand ที่มีอิทธิพลมหาศาลต่อแฟนเกมส์ทั่วโลกจนนับได้ว่าเป็นวัฒนธรรมอย่างนึงจวบจนถึงปัจจุบัน