Squirrel AI กับการยกเครื่องหลักสูตรด้วย AI ที่กำลังพลิกโฉมวิธีการเรียนรู้ของโลกเราไปตลอดกาล

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้ดำเนินการเร่งปฏิรูปทางด้านการศึกษาโดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง เทคโนโลยีทางด้าน AI เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่นี้

มีความน่าสนใจอย่างนึงที่เกิดขึ้นในประเทศจีนเมื่อบริษัทสตาร์ทอัพที่มีชื่อว่า Squirrel AI ได้เข้ามาปฏิวัติการเรียนการสอนในโรงเรียนมัธยมของประเทศจีน

มันเป็นสิ่งที่แตกต่างออกไปจากแนวคิดการเรียนแบบเดิม ๆ เมื่อ Squirrel AI นั้นได้เข้ามาแทนที่ครูที่เป็นมนุษย์แบบเดิม ๆ ด้วยอัลกอริทึม AI ซึ่งจะจัดการกับบทเรียนต่าง ๆ ของนักเรียนแทน

ซึ่งหลังจากที่ได้ทำการทดลองที่โรงเรียนมัธยมในเมืองหางโจว พบว่า เมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษา คะแนนสอบของนักเรียนเพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 62.5% และในอีก 2 ปีถัดมาเพิ่มขึ้นเป็น 85% จากการสอบครั้งสุดท้ายของการเรียนในระดับชั้นมัธยม

มันเป็นการยกระดับการศึกษาครั้งสำคัญโดยใช้เทคโนโลยีอย่าง AI ในประเทศจีน และต้องบอกว่าในปัจจุบันนักเรียนนับล้านคนของประเทศจีน ใช้รูปแบบของ AI ในการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมการสอนนอกหลักสูตร หรือแม้กระทั่งในห้องเรียนหลักของพวกเขาก็ตาม ถือว่าเป็นการทดลองครั้งใหญ่ที่สุดของโลกเกี่ยวกับ AI ในด้านการศึกษาเลยก็ว่าได้

ซึ่งต้องบอกว่า Squirrel AI นั้น เป็นหนึ่งในบริษัทการศึกษา AI ที่ใหญ่ที่สุดในจีน และในฐานะที่พวกขาเป็นที่หนึ่งในประเทศ พวกเขาก็พร้อมที่จะเผยแพร่วิธีการดังกล่าวไปยังต่างประเทศ

Derek Li ผู้ก่อตั้ง Squirrel AI ยังได้เปิดห้องปฏิบัติการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon เพื่อศึกษาการเรียนรู้ส่วนบุคคลโดยใช้เทคโนโลยี AI และจะทำการส่งออกเทคโนโลยีดังกล่าวไปทั่วโลก

Derek Li ผู้ก่อตั้ง Squirrel AI
Derek Li ผู้ก่อตั้ง Squirrel AI

สามสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดการศึกษาด้วย AI ของจีน ประการแรกคือเรื่องการลดหย่อนภาษี และ สิ่งจูงใจอื่น ๆ สำหรับบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีทางด้าน AI ที่ปรับปรุงทุกอย่างตั้งแต่การเรียนรู้ของนักเรียนไปจนถึงการฝึกอบรมครู รวมถึงการจัดการและบริหารโรงเรียน

ประการที่สองคือ การแข่งขันทางวิชาการในจีน นั้นดุเดือดเป็นอย่างมาก มีนักเรียนกว่า 10 ล้านคนในแต่ละปี ที่ต้องสอบ gaokao เพื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัย ซึ่งคะแนนนี้นี่เองที่จะเป็นตัวกำหนดว่าจะได้เรียนในระดับปริญญาหรือไม่ และ ที่มหาวิทยาลัยใด

ในประเทศจีน การเข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ นั้นถือเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดชีวิตของนักเรียนแต่ละคนเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าผู้ปกครองก็เต็มใจที่จะจ่ายเงินสำหรับการสอนพิเศษ หรือ สิ่งอื่นใดที่จะช่วยให้บุตรหลานของพวกเขาประสบความสำเร็จในการสอบ

ซึ่ง Squirrel AI ก็มุ่งเน้นไปที่การช่วยให้นักเรียนทำคะแนนได้ดีขึ้น ในการทดสอบมาตรฐานประจำปี หรือ gaokao มีการออกแบบระบบให้วิเคราะห์ข้อมูลมากขึ้น และปรับแต่ง ทำนายรูปแบบความเป็นไปได้ ที่จะส่งผลให้คะแนนของนักเรียนดีขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีอย่าง AI

สำหรับ Li ผู้ก่อตั้ง Squirrel AI นั้น วิสัยทัศน์ของเขาไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การติวนักเรียนเพียงเท่านั้น เขามีความทะเยอทะยานที่จะบูรณาการหลักสูตรเข้ากับห้องเรียนหลักโดยตรง ซึ่ง Squirrel กำลังหารือกับโรงเรียนหลายแห่งในประเทศจีนเพื่อให้ระบบดังกล่าวกลายเป็นระบบหลักในการเรียนการสอนในประเทศจีน

“เราต้องการเปลี่ยนแปลงอนาคตของการศึกษาจีนด้วยเทคโนโลยี” Li กล่าวเสมอ การทดลองจำนวนมากในปัจจุบันของจีนในการศึกษาด้วยเทคโนโลยี AI โดยวิธีการปฏิวัติดังกล่าวอาจเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของโลกเราไปตลอดกาล

References : https://www.compasslist.com/insights/squirrel-ai-edtechs-ai-based-personalized-tutoring-eases-load-for-students-and-teachers
https://www.technologyreview.com/2019/08/02/131198/china-squirrel-has-started-a-grand-experiment-in-ai-education-it-could-reshape-how-the

Discord กับความพยายามครั้งใหม่ของ Microsoft ในการเข้าสู่วงการ Social Media

ต้องบอกว่าตอนนี้ตลาด Social Media นั้น ได้กลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีหลากหลายแพล็ตฟอร์ม ที่ เข้ามามีบทบาทต่อพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์เราในยุคปัจจุบัน

การแจ้งเกิดอย่างถล่มทลายของ TikTok เมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้ TikTok ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของ Microsoft ที่ต้องการจะเข้ามาครอบครองให้จงได้ แต่ดูเหมือนมันจะไม่สมดังใจหวังของพวกเขา เพราะ Deal ดังกล่าวต้องล่มไป

ตัว Facebook แพล็ตฟอร์มที่เป็นอันดับหนึ่งเอง ก็ถือเป็น พันธมิตรที่สำคัญของ Microsoft เพราะเป็นผู้ลงทุนก้อนใหญ่ก้อนแรกให้กับ Facebok ในการตัดหน้า Google ในยุคเริ่มแรกของการก่อตั้ง Facebook จนสุดท้าย Facebook สามารถขยายกิจการจนมีผู้ใช้งานหลักพันล้านคนดังที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้

และแน่นอนว่า หนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญของ Microsoft อีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ ธุรกิจเกม ที่พวกเขามี Xbox เป็นตัวขับเคลื่อนในส่วนนี้ รวมถึงการคว้าสตูดิโอเกมชื่อดังมากมายมาก่อนหน้านี้เช่น Bethesda Softworks

ข่าวล่าสุดในการต่อจิ๊กซอว์ให้กับธุรกิจเกมของ Microsoft ก็คือข่าวการเข้าซื้อกิจการ Discord ที่เป็นแพล็ตฟอร์มในการสื่อสารระหว่างเกมเมอร์แบบครบวงจร ไม่ว่าจะคุย จะแชท ที่สามารถจบได้ในที่เดียว และเป็นที่นิยมของเหล่าเกมเมอร์เป็นอย่างมาก

ซึ่งแม้ Discord นั้นจะเกิดขึ้นมาจากชุมชนของชาวเกมเมอร์ แต่ในปีที่แล้วหลังจากการระบาดอย่างหนักของ COVID-19 ทำให้ เกิด Community ต่าง ๆ มากมายขึ้นบน Discord ไม่ว่าจะเป็นชุมชนด้านการเต้นรำ ชุมชนหนอนหนังสือ หรืออื่น ๆ อีกมากมาย

และทำให้มีผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่ง Community Online ที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ซึ่งตอนนี้ คงไม่กล่าวเกินเลยนักว่า Discord ก็ได้ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งใน Social Media แพล็ตฟอร์มที่น่าจับตามองแห่งหนึ่งแล้วเช่นกัน

ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาได้ปรับกลยุทธ์ เปลี่ยนจากแพล็ตฟอร์มที่เน้นเกมเมอร์เป็นศูนย์กลาง ให้กลายมาเป็น สถานที่สำหรับการพูดคุย ถกเถียงกัน ในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งดูแล้วความสามารถนั้นก็ไม่ได้ต่างจาก บริการที่กำลังฮิตอย่าง Clubhouse เลยด้วยซ้ำ

ซึ่งต้องบอกว่า เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจ กับกลยุทธ์หลักของ Microsoft ที่เกิดขึ้นหลังจากการเปลี่ยน CEO มาเป็น Satya Nadella ที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเดิม ๆ ของ Microsoft ให้ก้าวเข้าสู่เรื่องของซอฟต์แวร์และบริการเพิ่มมากขึ้น

และยังเป็นส่วนเติมเต็มบริการอย่าง Game Pass ของ Microsoft เอง ให้สามารถสร้างบริการที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมได้ในอนาคต สำหรับกลุ่มลูกค้าในธุรกิจเกมของพวกเขา เรียกได้ว่าเป็นการส่งผลกระทบโดยตรงกับ Microsoft ถึง 2 เด้ง เลยทีเดียว ถ้า Deal นี้สำเร็จขึ้นมาจริง ๆ นั่นเองครับผม

References : https://fortune.com/2021/03/23/software-giant-microsoft-buy-video-game-chat-favorite-discord-over-10-billion
https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-03-23/microsoft-said-to-be-in-talks-to-buy-discord-for-more-than-10b
https://thenextweb.com/hardfork/2021/03/23/microsoft-discord-purchase-10-billion-analysis/

Warren Buffet ความซื่อสัตย์สำคัญที่สุดในการจ้างงาน กับ 12 คำถามเพื่อค้นหาคนที่ใช่สำหรับธุรกิจคุณ

มหาเศรษฐี Warren Buffet ประธานและซีอีโอของ Berkshire Hathaway ใช้ชีวิตตามค่านิยมและหลักการอันน่าทึ่งซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จอย่างที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้

ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เขาแนะนำสิ่งต่าง ๆ ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เช่นเดียวกับเรื่องการจ้างคนที่เหมาะสมกับบริษัทของคุณ ซึ่งเขากล่าวว่า:

ใครบางคนเคยกล่าวไว้ว่าในการมองหาคนที่จะจ้างงาน คุณต้องมองหาคุณสมบัติสามประการ ได้แก่ ความซื่อสัตย์ ความฉลาด และพลังงานที่เหลือล้น 

และถ้าคุณไม่มีคนแรกอีกสองคนหลังก็จะมาทำร้ายธุรกิจของคุณ ถ้าคุณจ้างคนที่ไม่มีความซื่อสัตย์ คุณย่อมอยากให้พวกเขาเป็นคนโง่และขี้เกียจเสียมากกว่า

เหตุใดความซื่อสัตย์จึงมีความสำคัญในการตัดสินใจจ้างงานของคุณ

ก่อนอื่นเราจะไม่ปฏิเสธอีกสองลักษณะทั้ง ความฉลาด และพลังงานที่เหลือล้นนั้นเป็นสิ่งสำคัญ คุณจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีคนฉลาดในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ และพลังงานที่เหลือล้นนั้นเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

แต่เรื่องของความซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่ยากที่จะตั้งคำถามเพื่อคัดเลือกคนในการจ้างงาน แต่ Buffet เองก็มีคำแนะนำในการสัมภาษณ์เพื่อค้นหาคนที่คุณต้องการได้

คำถาม 12 ข้อที่ควรถามเมื่อสัมภาษณ์ เพื่อค้นหาพนักงานที่มีความซื่อสัตย์

ในทางปฏิบัติการประเมินความซื่อสัตย์เป็นเรื่องของการถามคำถามที่ถูกต้องซึ่งจะเข้าสู่หัวใจหลักของเรื่องปัจเจกบุคคล (เป็นเรื่องนอกเหนือจากการทดสอบ / การประเมินในรูปแบบมาตรฐาน ต่าง ๆ )

คำถาม 12 ข้อที่ Buffet แนะนำที่เขาเคยใช้แล้วได้ผล มีดังนี้

1. ให้บอกเกี่ยวกับช่วงเวลาที่คุณสูญเสียจากการทำในสิ่งที่ถูกต้อง คุณมี
ปฏิกิริยาอย่างไร?

2. บอกเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ความน่าเชื่อถือของคุณถูกท้าทาย คุณตอบสนองกับมันอย่างไร?

3. บอกเกี่ยวกับช่วงเวลาที่คุณต้องจัดการปัญหาที่ยากลำบากซึ่งท้าทายความเป็นธรรมหรือปัญหาด้านจริยธรรม

4. คุณ “แหกกฎ” ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? สถานการณ์เป็นอย่างไรและคุณทำอะไร?

5. คุณจะทำอย่างไรหากสงสัยว่าพนักงานกำลังขโมยทรัพย์สินบริษัท?

6. อธิบายสถานการณ์ที่คุณเห็นพนักงานหรือเพื่อนร่วมงานทำสิ่งที่คุณคิดว่าไม่เหมาะสม และคุณจะจัดการอย่างไร?

7. นึกถึงสถานการณ์ที่คุณไม่ไว้วางใจเพื่อนร่วมงาน / หัวหน้างานซึ่งส่งผลให้เกิดความตึงเครียดระหว่างกัน คุณทำอย่างไรในการปรับปรุงความสัมพันธ์

8. โดยทั่วไปเมื่อทำงานกับผู้คน ให้อธิบายความสัมพันธ์ที่คุณต้องการกับพวกเขา (คำถามนี้ใช้เพื่อประเมินความซื่อสัตย์และความสามารถในการสื่อสารแบบเปิด)

9. ค่านิยมใดที่คุณชื่นชมมากที่สุดในสภาพแวดล้อมของทีม? (เช่น ความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม ความเปิดเผย ความโปร่งใส)

10. หากเคยผูกสัมพันธ์กับลูกค้า คุณยินดีที่จะโกหกเล็กน้อยเพื่อช่วยเหลือธุรกิจของพวกเราหรือไม่?

11. ผู้จัดการคนปัจจุบัน / ในอดีตของคุณพูดว่าอะไรที่ทำให้คุณมีค่าที่สุดสำหรับพวกเขา? 

12. อะไรคือลักษณะที่แสดงออกมาโดยหัวหน้างานที่ดีที่สุดที่คุณเคยพบเจอ? 

ข้อควรจำ: ไม่มีความซื่อสัตย์ = ไม่ไว้วางใจ ทีมจ้างงานของคุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ว่าผู้สมัครงานจะมีความสามารถ มีประสบการณ์ และฉลาดแค่ไหน แต่คนที่จะปกป้องบริษัท พนักงานและลูกค้าของคุณ คือคนที่คุณไว้ใจเพียงเท่านั้น

ความซื่อสัตย์ ความฉลาด และพลังงาน = การจ้างงานที่ยอดเยี่ยม

เมื่อรวมคุณลักษณะทั้งหมดเข้าด้วยกัน จะได้คนที่ยอดเยี่ยม แต่แน่นอนว่าคงหาไม่ได้ง่าย ๆ แต่ละลักษณะทั้งสาม อธิบายได้ดังนี้:

  • จ้างคนที่มีพลังงานสูง สติปัญญาสูง แต่ความซื่อสัตย์ต่ำ แล้วคุณจะได้โจรที่ฉลาดและมีความคล่องแคล่ว
  • จ้างคนที่มีสติปัญญาสูง มีคุณธรรมสูง แต่มีพลังงานต่ำ แล้วคุณจะได้เจ้าของร้าน แต่ไม่ใช่เครื่องมือแห่งการเติบโตของธุรกิจคุณ
  • จ้างคนที่มีพลังงานสูง มีความซื่อสัตย์สูง แต่สติปัญญาต่ำ คุณจะได้รับคนที่ทำงานได้อย่างอดทน แต่ไม่ใช่นักแก้ปัญหาที่ยอดเยี่ยม หรือเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์

References : https://thriveglobal.com/stories/warren-buffett-says-integrity-is-the-most-important-trait-to-hire-for-ask-these-12-questions-to-find-it/
https://fs.blog/2013/05/warren-buffett-the-three-things-i-look-for-in-a-person/
https://www.cbsnews.com/news/how-to-hire-like-warren-buffett/
https://www.inc.com/marcel-schwantes/warren-buffett-says-this-is-1-simple-habit-that-separates-successful-people-from-everyone-else.html

Elon Musk กำลังกลายเป็นความหวังของคนหนุ่มสาวในประเทศจีน

ยักษ์ใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ตของประเทศที่เคยโด่งดังในฐานะกลไกแห่งพลังทางเศรษฐกิจตอนนี้ถูกดูถูกเหยียดหยามในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลผู้ใช้ การใช้แรงงานในทางที่ผิด และการใช้นวัตกรรมเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง

Jack Ma ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba กลายเป็นไอดอลที่ตกต่ำโดยบริษัทของเขา กำลังอยู่ภายใต้การตรวจสอบของรัฐบาลเพื่อหาวิธีที่พวกเขายึดครองเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

และตอนนี้คนที่อยู่ในประเทศจีนกำลังถูกครอบงำด้วยความคิดใหม่ จาก Elon Musk CEO ของ Tesla

ตั้งแต่ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีไปจนถึงทุกคนที่ลุกขึ้นต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมในการทำธุรกิจแข่งกับเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน ตอนนี้ชาวจีนมอง Elon Musk ด้วยความสนใจมากขึ้น

“เขาสามารถต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ และกลายเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ” Jane Zhang ผู้ก่อตั้ง บริษัทบล็อกเชนในเซี่ยงไฮ้กล่าวกับหนังสือพิมพ์ The Newyork Times “เขาเป็นความหวังของทุกคน”

เครือข่ายทางสังคมจีน กล่าวถึงมหาเศรษฐี ว่าเขาเป็น “Silicon Valley Iron Man”, “King of Mars” และ “Rocket Man”

ในกระทู้ยาว ๆ ที่เกี่ยวกับ Elon Musk ในเว็บไซต์ ถาม – ตอบ Zhihu ผู้ใช้ชื่อ Moonshake เขียนว่าคนส่วนใหญ่เริ่มเต็มไปด้วยความหวัง แต่ค่อย ๆ ยอมรับความธรรมดา ที่เป็นชะตากรรมของพวกเขาในประเทศจีน

“มีเพียงซูเปอร์แมนอย่าง Musk เท่านั้นที่สามารถก้าวข้ามผ่านความธรรมดาที่ไม่มีที่สิ้นสุดและไปสู่ความไม่มีที่สิ้นสุดเพื่อมองดูความงดงามของจักรวาล” Moonshake เขียน

ผู้ใช้รายอื่นในหัวข้อเดียวกันกล่าวว่าเขาตั้งชื่อลูกชายของเขาว่า Elon เพื่อแสดงความชื่นชม 

สำหรับพวกเขา Musk ได้สร้างธุรกิจในอุตสาหกรรมที่ไม่ถูกผูกมัดโดยกฎระเบียบ และเหล่าพ่อค้าคนกลาง เขาเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจที่แท้จริง ในการสร้างธุรกิจด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่น้อยคนนักจะทำได้

รถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ได้กลายมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในประเทศ และความทะเยอทะยานด้านอวกาศที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาลทำให้เกิดชุมชนแฟน ๆ ชาวจีน ที่ติดตามการเปิดตัวของ SpaceX ในทุก ๆ ครั้ง

บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของ Musk ยังมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการเข้าสู่ตลาดจีนโดยมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในปี 2020

แต่มันก็มีหลายด้านของ Musk เช่นเดียวกัน ซึ่งมันมีหลากหลายมุมมองสำหรับผู้ที่ยกย่องหรือดูหมิ่นเขา และนั่นก็เป็นเรื่องจริงในประเทศจีนเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา

คนหนุ่มสาวชาวจีนมองว่า Jack Ma และ Pony Ma ประธานบริษัท โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ Tencent เป็นคนรวยและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มากกว่าจะเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์เหมือนที่ Elon Musk เป็น และพวกเขาก็มอง Musk เปรียบดั่งความหวังของทุกคนที่จะก้าวไปในถึงจุดที่ Musk ทำได้นั่นเองครับผม

References : https://www.nytimes.com/2021/03/11/technology/china-elon-musk-fans.html
https://www.nytimes.com/2017/10/22/business/tesla-plant-in-china-may-be-a-first.html
https://futurism.com/the-byte/people-in-china-absolutely-love-elon-musk

Matt Nelson กับการเปลี่ยนความรักสุนัขให้กลายเป็นธุรกิจเงินล้านด้วย We Rate Dogs

Paulina Tomlinson เป็นหนี้ค่ารักษาพยาบาลเกือบ 20,000 ดอลลาร์หลังจากที่ Chico สุนัข Pitbull วัย 2 ขวบของเธอถูกรถชน  Chico แทบจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ และจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดพิเศษเพื่อรักษากระดูกสันหลังที่ร้าวของมัน

Tomlinson ได้สร้างแคมเปญ GoFundMe และเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียเพื่อระดมทุนในการช่วยจ่ายค่าผ่าตัดของ Chico และค่ารักษาพยาบาลอื่น ๆ พวกเขาสามารถระดมทุนได้หลายพันดอลลาร์ แต่มันก็ยังไม่เพียงพอ

จากนั้นพวกเขาก็ติดต่อ Matt Nelson ผู้ก่อตั้ง We Rate Dogs หลังจากโพสต์ใน Social Media เพียงแค่โพสต์เดียว 30 นาทีต่อมาแคมเปญ Chico ระดมทุนได้เงินไปกว่า 18,840 ดอลลาร์

บัญชีโซเชียลมีเดียยอดนิยมของ Nelson อย่าง We Rate Dogs เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของภาพสุนัขที่น่ารัก คำบรรยายที่น่าสนใจ We Rate Dogs ได้ช่วยเหลือในการระดมทุนให้กับสุนัข 170 ตัวที่ต้องการ จากผู้ติดตามเกือบ 12 ล้านคนบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

ตอนแรก Nelson เริ่มต้นสร้างบัญชีบน Twitter เพื่อให้ผู้คนหัวเราะ แต่เขาได้ผู้ติดตามหลายพันคนในชั่วข้ามคืน และอีกกว่า 9 ล้านคนในอีกหลายปีต่อมา และเขาสามารถเปลี่ยนเรื่องราวสนุก ๆ ของเขาให้กลายเป็นธุรกิจขายสินค้า และโพสต์เนื้อหาที่มีตราสินค้าซึ่งสามารถสร้างรายให้กับเขาถึงหกหลักต่อปี

ตอนนี้นอกเหนือจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องในโซเชียลมีเดียนับล้านของเขา Nelson ยังให้ความสำคัญกับการหาเงินให้กับสุนัขที่ต้องการ เช่น การโพสต์ลิงก์ไปยังแคมเปญ GoFundMe ในทุกวันศุกร์

ความสามารถพิเศษของการโพสต์ใน Twitter

Nelson อายุ 24 ปีเริ่มต้นบัญชี Twitter ส่วนตัวในปี 2014 การโพสต์ของเขาส่วนใหญ่เป็นเรื่องตลกและเขาสามารถดึงดูดผู้ติดตามหลายพันคนได้ด้วยการรีทวีตจากบัญชียอดนิยม

″ผมเสพติดการพยายามทำให้ผู้คนหัวเราะ” เขากล่าว 

ขณะที่ Nelson ทวีตเขาสังเกตเห็นว่า ทุกครั้งที่โพสต์รูปสุนัขหรือเนื้อหาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุนัขมันจะทำยอด engagement ได้ดีกว่าเนื้อหาอื่น ๆ มาก

ดังนั้น Nelson จึงเปิดตัว We Rate Dogs บน Twitter ในเดือนพฤศจิกายน 2015 เมื่อเขายังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแคมป์เบลล์ในนอร์ทแคโรไลนา เขาโพสต์ครั้งแรกของบัญชีจาก Applebee’s โดยมีสุนัขของเพื่อนที่เขาทานอาหารเย็นด้วย

จุดเปลี่ยนสำคัญกับ We Rate Dogs
จุดเปลี่ยนสำคัญกับ We Rate Dogs

ในคืนนั้น Nelson ได้รับข้อความหลายร้อยข้อความ จากเจ้าของสุนัขที่อยู่โปรโมตสุนัขของพวกเขาเช่นกัน  Nelson โปรโมต We Rate Dogs จากบัญชี Twitter ส่วนตัวของเขาซึ่งมีผู้ติดตามประมาณ 10,000 คนในเวลานั้น

การออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อ We Rate Dogs

ในปี 2015 บัญชี Twitter ของ We Rate Dogs ยังมีผู้ติดตามไม่ถึง 100,000 คนและ Nelson ก็ประสบความสำเร็จในขายสินค้าเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เขาก็เริ่มได้รับข้อเสนอจากผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าบางคนในราคาหลายหมื่นดอลลาร์

มันทำให้เขาเห็นโอกาสทางด้านธุรกิจบ้างอย่าง เขาตัดสินใจลาออกจากวิทยาลัยและย้ายไปอยู่กับพ่อแม่ในเวสต์เวอร์จิเนียเพื่อมุ่งเน้นไปที่ We Rate Dogs แบบเต็มตัว

โชคดีสำหรับ Nelson พ่อแม่และเพื่อนสนิทของเขาให้การสนับสนุนการตัดสินใจนี้เป็นอย่างดี และเชื่อว่าเขาจะสามารถเติบโตกับ We Rate Dogs ได้ต่อไป

พ่อของ Nelson ซึ่งเป็นกรรมการบริหารของสำนักงานกฎหมายในชาร์ลสตันยังช่วย Nelson จัดการการเติบโตของธุรกิจ เมื่อเขาเริ่มสร้างรายได้จำนวนมากขึ้น

จากข้อมูลของ Nelson ขณะนี้ We Rate Dogs สามารถสร้างรายได้ต่อปี 6 หลัก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะแบ่งรายได้ 50-50 กับ กับเนื้อหาที่มีแบรนด์มาสนับสนุน

เมื่อบัญชีเติบโตขึ้น Nelson ได้ว่าจ้างนักสร้างแอนิเมชั่น นักออกแบบ ช่างภาพ และมือตัดต่อวิดีโอพาร์ทไทม์จำนวนหนึ่งซึ่งทำงานบนเว็บไซต์สินค้า We Rate Dogs ที่เข้าเพิ่มขึ้นมา

นอกจากนี้เขายังนำพนักงานประจำสองสามคน รวมถึงผู้จัดการธุรกิจมาช่วยดูแลการส่งภาพถ่ายสุนัขนับร้อยในแต่ละวัน จัดการการขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ของเขา และทำงานร่วมกับ Nelson เพื่อรักษาความเป็นหุ้นส่วนของแบรนด์ที่ช่วยให้ธุรกิจของเขาคงสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

We Rate Dogs มีข้อเสนอสำหรับเนื้อหาที่มีตราสินค้ากับ บริษัท ที่มีชื่อเสียงเช่น Disney ซึ่งทำงานร่วมกับ Nelson เพื่อสร้างโพสต์ธีม “Lady and the Tramp”ในบัญชีโซเชียลมีเดียของ We Rate Dogs รวมถึง Netflix และ Budweiser

Lady and the Tramp แคมเปญร่วมกับ Disney
Lady and the Tramp แคมเปญร่วมกับ Disney (CR:Twitter)

ซึ่ง Rate ราคาจากโพสต์หรือดีลของแบรนด์แต่ละรายการจะแตกต่างกันไปตามแคมเปญต่างๆ ซึ่งมักขึ้นอยู่กับข้อกำหนด เช่น กี่ครั้งที่เราโพสต์ แพลตฟอร์มที่เราโพสต์ … และอื่น ๆ  

ในที่สุด Nelson ได้ขยายการเข้าถึงไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ รวมถึงบัญชี We Rate Dogs บน Instagram ที่มีผู้ติดตามเกือบ 2 ล้านคนและบัญชี Facebook ที่มีผู้ติดตามมากกว่าครึ่งล้านและบัญชี TikTok ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 130,000 คน 

นอกจากนี้เขายังเริ่มต้นบัญชี Twitter ที่สองชื่อ Thoughts of Dog โดยที่ Nelson ล้อเลียนความรู้สึกของสุนัข 

Nelson ขายสินค้าแบรนด์ Thoughts of Dog ซึ่งมีผู้ติดตาม 3.5 ล้านคนและเขาเขียนหนังสือชื่อ “Thoughts of Dog” ซึ่งตีพิมพ์ในเดือนตุลาคมปี 2020

ใช้เงินเลี้ยงดูสุนัขมากกว่า 1.3 ล้านเหรีญสำหรับสุนัขกว่า 170 ตัว

นอกเหนือจากการสนับสนุนให้ผู้ติดตามโซเชียลมีเดียนับล้านของเขามีส่วนช่วยเหลือสุนัขที่ต้องการความช่วยเหลือแล้ว Nelson ยังบริจาคให้กับแคมเปญต่าง ๆ เป็นประจำอีกด้วย

การโพสต์แคมเปญ GoFundMe สำหรับสุนัขที่ต้องการความช่วยเหลือได้กลายเป็นประเพณีในทุกวันศุกร์ซึ่งเริ่มต้นในปี 2016 หลังจากที่เขารู้ว่าสุนัขตัวหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญนั้นต้องการรถเข็นเพราะความพิการของมัน

ซึ่งเจ้าของสุนัขต้องการเงินประมาณ 500 ดอลลาร์ แต่หลังจากมีการแชร์ผ่านบัญชีเครือข่ายของ We Rate Dogs ก็ได้รับเงินเพียงพอสำหรับรถเข็น ในเวลาเพียงแค่ 45 นาที

Nelson หวังที่จะแบ่งปันแคมเปญเหล่านี้กับแฟน ๆ ของเขาต่อไปและหาเงินจำนวนมากขึ้นเขากล่าวในขณะที่เขาพบว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมากต้องดิ้นรนเพื่อหาเงินมาเพื่อให้ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากพวกเขาส่วนใหญ่ไม่มีประกันสัตว์เลี้ยง

“สาเหตุส่วนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างมากก็เพราะว่าแฟน ๆ ของเราไว้วางใจเราในการดูแลจัดการเรื่องราวเหล่านี้ และตอนนี้แฟน ๆ ของเราก็เชื่อใจใน We Rate Dogs” เขากล่าว “ดังนั้นความสม่ำเสมอของการโพสต์ทุกวันศุกร์ และการทำให้แฟน ๆ คุ้นเคยกับมันช่วยให้มันกลายเป็นอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้”

Tomlinson เจ้าของ Chico กล่าวว่า “ฉันไม่สามารถขอบคุณน้ำใจของทุก ๆ คนได้มากพอ”  “ฉันใช้บัตรเครดิตแทบจะเต็มวงเงิน และถ้าเราไม่ได้รับความช่วยเหลือจาก We Rate Dogs ฉันก็ไม่รู้ว่าเราจะสามารถผ่าตัด Chico ได้หรือไม่”

ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Model ที่น่าสนใจเลยทีเดียวสำหรับ We Rate Dogs ด้วยการสร้าง Brand ที่มีตัวตนชัดเจน มีกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือระดมทุนให้กับสุนัขผ่าน GoFundMe

ทำให้ Nelson สามารถที่จะต่อยอดจากความสนุก ๆและใจรักสุนัขของเขา ให้กลายมาเป็นธุรกิจเงินล้านได้

แน่นอนว่า โลกยุคใหม่ เรื่องของ Influencers นั้นเป็นสิ่งสำคัญ และ Nelson ก็ได้สร้างตัวตนเพื่อมาตอบโจทย์ธุรกิจในส่วนนี้ เขายังมีการขยายไปทางช่องทาง Ecommerce ที่ขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุนัข

ก็ถือเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ดีในการเริ่มต้นสร้างธุรกิจ ตั้งแต่อายุน้อย ๆ ด้วยความรัก และจริงใจ ผสมอารมณ์ขันของเขา ให้กลายเป็น We Rate Dogs ที่สำเร็จอย่างในทุกวันนี้นั่นเองครับผม

ผู้สนับสนุน..

╔═════════════════════════╗
🔥ติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับธุรกิจของคุณ วันนี้พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม🔥
DNA Power CO.,LTD. รับติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์บนหลังคาบ้าน, โรงงาน, อาคารพาณิชย์ และสิ่งปลูกสร้างทุกประเภท. รับประกันแผงโซล่าร์ 20 ปี / อินเวอร์เตอร์ 5 ปี / ประกันการติดตั้ง 2 ปี คืนทุนภายใน 4 ปีครึ่ง
╚═════════════════════════╝

⚡ ฟรี!ค่าสำรวจหน้างาน
⚡ ฟรี!ค่าประเมินราคา
⚡ ฟรีค่าขออนุญาตติดตั้ง
📲 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 086-600-3022
🌐 รายละเอียดเพิ่มเติม : http://bit.ly/37zNHnI
🌐 ตัวอย่างผลงานการติดตั้ง : http://bit.ly/2NrCr5Z

References : https://www.cnbc.com/2021/01/21/how-we-rate-dogs-raises-money-to-help-dogs-in-need.html
https://www.themuse.com/advice/how-creator-of-weratedogs-twitter-account-started-career
https://www.themuse.com/advice/how-creator-of-weratedogs-twitter-account-started-career