N’golo Kante จากเด็กเก็บขยะหน้าสนามฟุตบอลสู่อาชีพนักเตะระดับโลก

สำหรับบทความในวันนี้ ขอพักเรื่องราวของเทคโนโลยี และ ธุรกิจ มาว่ากันถึงเรื่องราวของนักฟุตบอลคนนึงที่ผมค่อนข้างทึ่งกับเรื่องราวของเขามาก ๆ และชายคนนั้นก็คือ N’golo Kante นักเตะขวัญใจของใครหลาย ๆ คนนั่นเองครับผม

จากผลงานสุดยอดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเมื่อเขาพาเชลซีเอาชนะแมนเชสเตอร์ซิตี้ในรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก ถ้วยใบใหญ่ของยุโรปได้ พร้อมกับผลงานที่ได้รับรางวัล Man of the Match

เขาแสดงให้เห็นผลงานระดับท็อปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หยุดมิดฟิลด์ตัวรุกทั้งสามคนของแมนฯ ซิตี้ได้เพียงลำพัง 

ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลเพียงไม่กี่คนที่ประสบความสำเร็จในวงการได้รวดเร็ว คว้าถ้วยรางวัลมาประดับบารมี แทบจะทุกใบ ที่นักเตะชื่อก้องโลกควรมี

เขาใช้เวลาไม่นานหลังจากพาเลสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งในประวัติศาสตร์สโมสรในปี 2015/2016 จากนั้นก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในวงการฟุตบอล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยแชมเปียนส์ลีก ยูโรป้าลีก และเอฟเอคัพรวมถึงแชมป์ฟุตบอลโลกที่รัสเซียในปี 2018

ถ้ามาไล่ดู Timeline ของเขาแล้วนั้น คิดว่าหลาย ๆ คนน่าจะทึ่งกับสิ่งที่เขาทำ

เทพนิยายฟุตบอลของ Kante

2014 : เปิดตัวในลีกเอิง 1 กับก็อง

2015 : เข้าร่วมเลสเตอร์ซิตี้ด้วยค่าตัว 9 ล้านยูโร

2016 : คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับเลสเตอร์ซิตี้

2017 : คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับเชลซี

2018 : คว้าถ้วยใบใหญ่ Fifa World Cup 2018 กับฝรั่งเศส

2019 : คว้าถ้วย Uefa Europa League กับ Chelsea

2021 : คว้าถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกกับเชลซี

ความสำเร็จที่น่าเหลือเชื่อของ Kante ในเวลาเพียงไม่กี่ปี
ความสำเร็จที่น่าเหลือเชื่อของ Kante ในเวลาเพียงไม่กี่ปี

แต่เรื่องที่น่าเหลือเชื่อก็คือ เมื่อตัดกลับไปเมื่อปี 1998 เขาแทบจะไม่มีเงินแม้จะซื้อข้าวกิน ต้องหารายได้จุนเจือครอบครัวด้วยการเก็บขยะตามสนามฟุตบอลมาขาย และจุดนี้เองที่ทำให้เขาได้มองเห็นหนทางที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วยการเล่นฟุตบอล

เงินที่ได้จากการเก็บขยะเป็นเพียงแค่สิ่งนึง แต่สิ่งล้ำค่ามากกว่าคือการที่เขาได้เห็นความสำเร็จของทีมชาติฝรั่งเศสที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรกในประวัติศาสตร์ได้นักเตะที่เป็นกำลังสำคัญของทัพ ‘Les Bleus’ ในครั้งนั้นล้วนเป็นนักฟุตบอลที่อพยพถิ่นฐานมาจากแอฟริกา

ไม่ว่าจะเป็น เธียร์รี อองรี, ซีเนอดีน ซีดาน, ปาทริก วิเอรา, ลิลิยอง ตูราม หรือ นิโคลาส์ อเนลกา ที่กลายเป็นกำลังหลักที่่สำคัญในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกของฝรั่งเศส

และการได้แชมป์ฟุตบอลโลกครั้งนั้นนี่เอง ที่ทำให้หัวใจของชาวฝรั่งเศสเปิดกว้างขึ้น พวกเขารู้สึกติดใจน้อยลงกับการเห็นนักฟุตบอลอพยพเหล่านี้ สามารถประสบความสำเร็จกับทีมชาติได้เช่นเดียวกัน

และต้องบอกว่า Kante นั้นไม่เหมือนกับซูเปอร์สตาร์ในยุคปัจจุบัน เขาไม่เคยถูกเลือกโดยสถาบันเยาวชนของสโมสรอาชีพ เขามีพรสวรรค์ แต่ด้วยรูปร่าง และบุคลิกของเขาดูเหมือนว่าเขาจะไม่เหมาะจะเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จนัก

“Kante ไม่ใช่คนที่มีแนวโน้มที่จะโดดเด่น ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รับการจับตามองเลย” ปิแอร์ วิลล์ผู้อำนวยการของซูเรสเนส กล่าวกับ AFP ในปี 2018

ดูเหมือนเส้นทางอาชีพของเขาจะค่อย ๆ ตกต่ำลง ในขณะที่เขาย้ายไปทางเหนือของฝรั่งเศสเพื่อเซ็นสัญญากับ Boulogne-sur-Mer ในวัย 19 ปี

ในไม่ช้าเขาก็เล่นให้กับทีมแรกของเขาในดิวิชั่นสามซึ่งแทบจะเป็นลีกล่างสุดของการแข่งขันฟุตบอลอาชีพในประเทศฝรั่งเศส จากนั้นเขาก็ได้ย้ายมาร่วมทีมก็องในปี 2013 และช่วยให้พวกเขาได้รับการเลื่อนชั้นสู่ลีกเอิง

หลังจากผ่านไปเพียงหนึ่งฤดูกาลในยอดนักเตะชาวฝรั่งเศส Kante ก็ได้ย้ายไปเลสเตอร์ด้วยวัย 24 ปี ในปี 2015 และได้กลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญพาทีมเลสเตอร์สร้างปาฏิหาริย์ ก้าวสู่ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2015/16

“ทันทีที่เขาเซ็นสัญญากับ Boulogne-sur-Mer ผมรู้ว่าอาชีพของเขากำลังจะเริ่มต้นขึ้น” El-Moudkhil กล่าว

ที่นั่นบนชายฝั่งของฝรั่งเศส Kante ได้ทิ้งความทรงจำดีๆ ไว้ข้างหลัง

“ต้องบอกว่าสิ่งที่โดดเด่นมากคือความปรารถนาของเขาที่จะก้าวหน้าต่อไป เขาเป็นเหมือนฟองน้ำดูดซับคำแนะนำทั้งหมดที่เขาได้รับจากโค้ชของเขา” คริสโตเฟอร์ เรย์มอนด์ ผู้ฝึกสอน Kante ในทีมสำรองของสโมสรระหว่างปี 2010 ถึง 2012 กล่าวถึงอดีตลูกทีม

“เรารู้สึกว่าเขามีศักยภาพ แต่หลาย ๆ คนคงหาว่าเราบ้า ถ้าเราบอกว่า Kante จะสามารถก้าวไปสู่จุดสูงสุดในอาชีพนักฟุตบอล”

เป็นมุมมองที่โค้ชเก่าของเขาแบ่งปันเกี่ยวกับ Kante

“ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเขาได้เดินทางมาไกลมากแล้ว และตอนนี้เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกได้สำเร็จแล้ว”

ต้องบอกว่าถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจให้กับหลาย ๆ คนได้ กับเรื่องราวของ Kante ที่อาจจะเป็นคนที่มีลักษณะภายนอก ไม่เหมือนนักเตะซุปเปอร์สตาร์คนอื่น ๆ อย่างที่เราได้รู้จักกัน

แต่เขาก็พิสูจน์ตัองด้วยความมุ่งมั่น ความสามารถอันเหลือล้น การเรียนรู้และซีมซับคำแนะนำต่าง ๆ จากโค้ชของเขา และพาตัวเองก้าวสู่จุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่นักเตะน้อยคนนัก จะประสบความสำเร็จด้วยถ้วยรางวัลต่าง ๆ อย่างที่ Kante ทำได้สำเร็จอย่างที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้นั่นเองครับผม

References : https://www.90min.com/posts/ngolo-kante-shows-worth-as-one-of-the-greatest-midfielders-ever-chelsea-champions-league-triumph
https://scroll.in/field/996151/the-story-of-n-golo-kante-chelseas-quiet-and-unassuming-superstar
https://www.eurosport.fr/football/ligue-des-champions/2020-2021/il-est-incroyable-ce-mec-n-golo-kante-heros-de-la-finale-de-ligue-des-champions-chelsea-manchester-c_sto8343361/story.shtml.

บทเรียนจากเทรนเนอร์ของ Michael Jordan กับเคล็ดลับที่ช่วยให้คุณชนะในทุกสิ่ง

หลังจากได้รับปริญญาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ – ชิคาโก ผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล Tim Grover ก็ได้มาเจอกับ Michael Jordan และในท้ายที่สุด Jordan กลายเป็นลูกค้ามืออาชีพคนแรกของเขาในปี 1989

Grover กล่าวว่า เขาเขียนจดหมายถึงผู้เล่น Bulls ทุกคนในเวลานั้น แต่ Jordan เป็นคนเดียวที่ตอบกลับ

“เขาให้เวลาผม 30 วัน และจาก 30 วันได้กลายมาเป็น 15 ปี” Grover โพสต์บนอินสตาแกรมในปี 2015

Jordan คว้าแชมป์ NBA 6 ครั้งขณะร่วมงานกับ Grover ในปี 2007 หลังจากที่ Jordan ประกาศอำลา NBA ครั้งที่สอง Grover ได้ร่วมงานกับ Kobe Bryant และ Dwayne Wade เป็นลำดับถัดมา

ในหนังสือเล่มใหม่ของเขา“ Winning: The Unforgiving Race to Greatness” Grover เปิดเผยสิ่งที่เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสำเร็จ ดังที่ Jordan เขียนไว้ในหนังสือ ที่ได้กล่าวไว้ว่า Grover “รู้มากกว่าใครเกี่ยวกับการสร้างผู้ชนะ”

นี่คือบางส่วนของสิ่งที่ Grover ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการชนะไม่ว่าจะเป็นความท้าทายในเรื่องใดก็ตาม

‘ไม่มีขั้นตอนที่เป็นสูตรสำเร็จ’

“การใช้คำพูดที่สร้างแรงบันดาลใจหรือลองใช้โปรแกรมแบบเป็น step เพื่อความสำเร็จของคนอื่นเป็นการทำแบบมือสมัครเล่น” Grover กล่าว

นั่นเป็นเพราะแรงจูงใจและกระบวนการที่มีความแตกต่างกันสำหรับแต่ละบุคคล คุณต้องหาว่าอะไรเหมาะกับคุณ

“ไม่มีขั้นตอนแบบสูตรสำเร็จ ผมไม่สามารถพูดได้ว่า ‘นี่คือห้าขั้นตอนในการเข้าสู่โซน’ หรือ ’10 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ’” Grover กล่าว

“ขั้นตอนเหล่านั้นไม่มีที่สิ้นสุดและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”

ยกตัวอย่างเช่น Jordan ไม่มีกิจวัตรการฝึกซ้อมเหมือนกับ Kobe Bryant และกิจวัตรส่วนตัวของพวกเขาก็มีการพัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับเกมการเล่นของพวกเขา

ความแตกต่าง แต่ประสบความสำเร็จทั้ง Jordan และ Kobe
ความแตกต่าง แต่ประสบความสำเร็จทั้ง Jordan และ Kobe

“ผมต้องพิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะกิจวัตรที่ผมใช้กับ MJ ไม่ใช่กิจวัตรที่ผมจะใช้กับคุณ” เขากล่าว เพราะทุกคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน

คำแนะนำของ Grover: ทดลองเพื่อค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณจากนั้นเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของคุณอย่างต่อเนื่องเมื่อคุณเติบโตขึ้น

ผู้ชนะมองว่าตัวเอง ‘แตกต่าง’

“การชนะทำให้คุณแตกต่างและความแตกต่างนั้นจะทำให้ผู้คนหวาดกลัว” Grover กล่าว

“ผู้คนจะไม่เข้าใจจรรยาบรรณในการทำงานของคุณ พวกเขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงทำสิ่งที่คุณทำ ด้วยความเข้มข้นที่คุณทำมากขึ้น และทำไมคุณยังคงต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ ” เขากล่าว

Grover กล่าวว่าคนที่เป็นนักเล่นเกมตัวจริงไม่ได้คิดนอกกรอบเพราะพวกเขามองไม่เห็นกรอบที่ขวางอยู่เลยเสียด้วยซ้ำ “พวกเขามองเห็นความเป็นไปได้ พวกเขาใช้การตัดสินใจ ความสำเร็จและความล้มเหลวของตนเองเป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับความคิดและผลลัพธ์” Grover กล่าว

“ทุกคนอยากเป็นเหมือน Jordan แต่ Jordan ไม่อยากเป็นเหมือนใคร” Grover กล่าว

คำแนะนำของ Grover: “การชนะต้องการให้คุณเรียนรู้ ตั้งคำถามกับสิ่งที่คุณเรียนรู้จากนั้นคุณต้องเรียนรู้เพิ่มเติม คุณต้องเต็มใจที่จะท้าทายสิ่งที่คุณได้รับการสอนและเรียนรู้อีกครั้งด้วยมุมมองที่แตกต่างออกไป” Grover กล่าว

‘ความกลัวและความสงสัยไม่ใช่สิ่งเดียวกัน’ และความแตกต่างนั้นสำคัญมาก

“ความกลัวและความสงสัยนั้นไม่เหมือนกันและความแตกต่างนั้นมันชัดเจน เช่นเดียวกับการชนะและการพ่ายแพ้” ตามคำกล่าวของ Grover

“ก่อนเกมทุกเกมคุณจะเห็น MJ อยู่คนเดียวก้มหน้าเคี้ยวหมากฝรั่งคุยกับตัวเอง เขามีความรู้สึกแบบเดียวกับที่คุณอาจรู้สึกก่อนที่จะเผชิญกับความท้าทาย แต่เขาไม่เคยสงสัยเลยว่าเขาจะทำผลงานได้ดีที่สุด” Grover เขียนในหนังสือ “Winning”

Tim Grover ได้ให้บทเรียนที่น่าสนใจมาก ๆ จากหนังสือเล่มใหม่ของเขา
Tim Grover ได้ให้บทเรียนที่น่าสนใจมาก ๆ จากหนังสือเล่มใหม่ของเขา

นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อผู้ชนะรู้สึกหวาดกลัวพวกเขาจะสงบสติอารมณ์ โดยคิดถึงการเตรียมการและการทำงานทั้งหมดที่พวกเขาจะทำเพื่อไปให้ถึงจุดที่พวกเขาต้องการ พวกเขาไม่ยอมให้ความกลัวเพิ่มขึ้นเสียจนไม่สามารถควบคุมได้ Grover กล่าว พวกเขาไว้ใจตัวเองว่าจะรับมือกับสถานการณ์หรือสิ่งที่มีความท้าทายที่อยู่ข้างหน้า

“ความกลัวปรากฏขึ้นเอง ความกลัวเพิ่มความตระหนักรู้ของคุณ มันทำให้คุณตื่นตัว ; มันทำให้คุณช้าลงและทำให้ความคิดของคุณกลายเป็นอัมพาต” Grover กล่าว

“ความกลัวเป็นเรื่องของการคุกคามไม่ว่าคุณจะต้องเผชิญกับอะไรก็ตาม ส่วนความสงสัยเป็นเรื่องของตัวคุณ”

คำแนะนำของ Grover: “สำหรับทั้ง MJ และ Kobe ทุกอย่างล้วนมาจากความเชื่ออย่างไม่หยุดยั้งในสิ่งที่พวกเขาทำ” Grover กล่าว “ทุกการตัดสินใจทุกการเคลื่อนไหวมีรากฐานมาจากความมั่นใจ”

เมื่อได้รับชัยชนะหัวใจของคุณก็จะมีเสียงรบกวนน้อยลง

Jordan กล่าวทั้งหมดในสารคดี ESPN ของเขา “The Last Dance ”:

“ความคิดของผมคือการออกไปเอาชนะ  ถ้าคุณไม่ต้องการมีชีวิตอยู่เพื่อการจะเอาชนะ คุณก็ไม่จำเป็นต้องอยู่เคียงข้างผม …. และที่สำคัญถ้าคุณไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันกับผม มันก็จะเป็นนรกสำหรับคุณ”

เพื่อที่จะชนะ Grover กล่าวว่าคุณต้องใส่ความคิดและความปรารถนาไว้อยู่เหนืออารมณ์   ผู้คนอาจเรียกคุณว่าเป็นพวก “หมกมุ่น” หรือ“ บ้า” เขากล่าว “ แต่คุณไม่ใช่ตัวปัญหาคุณคือทางออก”

“ยิ่งความกดดันสูงขึ้นคุณก็ยิ่งต่อสู้เพื่ออยู่ในจุดสูงสุดได้นานขึ้น และยิ่งคุณให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งยอมให้หัวใจของคุณมีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจและการกระทำของคุณ” Grover เขียน

คำแนะนำของ Grover: คุณต้องยอมรับความจริงที่ว่า คนอื่น ๆ อาจจะรับไม่ได้ ให้ก้าวไปข้างหน้าโดยไม่คำนึงถึงมัน

References : https://thesportsrush.com/nba-news-michael-jordan-employed-a-guy-to-count-every-step-he-took-in-an-nba-game-when-the-bulls-legend-pioneered-advanced-statistics-by-employing-one-personally
https://www.cnbc.com/2020/04/20/espn-mich
https://www.usab.com/youth/news/2012/08/how-michael-jordans-mindset-made-him-great.aspx
https://www.cnbc.com/

Mind Bank AI กับการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสร้างความเป็นอมตะให้กับมนุษย์

ต้องบอกว่ามีหลากหลายเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงกับโลกเราแบบที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน และบริษัท Startup ที่มีชื่อว่า Mind Bank AI ก็เป็นอีกหนึ่งในบริษัทที่กำลังมีความทะเยอทะยาน เพื่อทำลายห่วงโซ่แห่งความตาย และอย่างน้อยก็สำหรับคนที่เรารักที่ต้องทิ้งไว้หลังความตาย

Mind Bank AI ได้คิดค้นเทคโนโลยี เพื่อจำลองชีวิตของมนุษย์หลังความตาย ให้เหมือนว่าเรากำลังมีชีวิตอยู่ และสามารถที่จะตอบโต้ กับคนที่เรารักได้

รูปแบบของ “ฝาแฝดดิจิตอล” เป็นการสร้างตัวตนของมนุษย์ขึ้นมาใหม่ จากชุดข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นของเรา

ทางบริษัทใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสร้างแบบจำลองขึ้นมา เพื่อให้คิดเหมือนเรา เข้าใจบุคลิกภาพของเรา และในที่สุด ก็สามารถนำแบบจำลองนั้นไปใช้กับคนที่เรารัก ที่เราได้ทิ้งไว้เบื้องหลัง ราวกับว่าเรายังมีชีวิตอยู่

Sascha Griffifths ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของ Mind Bank AI กำลังทำการวิจัย โดยใช้อัลกอริธึมทางด้าน AI และเครื่องมือที่พวกเขาเชื่อว่าใช้ในการคัดลอกมนุษย์ได้

ด้วยเทคโนโลยี NLP (natural language processing) และเทคโนโลยีใหม่อย่าง GPT-3 ซึ่งได้กลายเป็นกระแสในแวดวง AI ซึ่งเป็น NLP ที่ดึงข้อมูลจากคลังข้อมูลขนาดใหญ๋ในอินเทอร์เน็ต เพื่อทำการสร้างข้อความที่สมจริงตั้งแต่การสนทนาไปจนถึงการสร้างบทความ

ต้องบอกว่า เทคโนโลยีนี้น่าสนใจมาก เพราะ Mind Bank AI นั้นสามารถช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ในอดีตและสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิตของใครบางคน

ต้องบอกว่าหลายสิ่งที่เราทำในชีวิตประจำวัน เป็นรูปแบบ “สคริปต์” ในระดับหนึ่ง เมื่อพูดถึงการโต้ตอบประเภทนี้ AI สามารถที่จะเลียนแบบเราได้อยู่แล้ว อย่างที่เราได้เห็นในเทคโนโลยีอย่าง Voice Assistant ต่าง ๆ เช่น SIRI หรือ Alexa

การโต้ตอบแบบมีสคริปต์ ตัวอย่างเช่นใน SIRI  หรือ Alexa
การโต้ตอบแบบมีสคริปต์ ตัวอย่างเช่นใน SIRI หรือ Alexa

แต่ลองนึกถึงการสร้างชีวิตมนุษย์ขึ้นมาจริง ๆ นั้น มันมีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากในการพัฒนา AI ในยุคปัจจุบัน แต่ Mind Bank AI กำลังที่จะพัฒนาไปในจุดดังกล่าว ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก

ลองนึกถึงการพยายามปลอบเพื่อนหลังจากถูกแฟนบอกเลิก หรือ อารมณ์เมื่อเราได้รับการโปรโมตขึ้นตำแหน่ง สิ่งเหล่านี้ AI ในยุคปัจจุบันยังไม่สามารถที่จะพัฒนาไปถึงจุดนั้นได้

และด้วยความท้าทายต่าง ๆ ที่ Mind Bank AI จะต้องเอาชนะ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ วัฒนธรรม และ ภูมิหลังของผู้คน ที่จะทำให้ AI นั้นคิดได้เหมือนคน ๆ นั้นจริง ๆ และสามารถที่จะจัดการกับปฏิสัมพันธ์ที่หลากหลายได้

ต้องบอกว่า AI นั้น เปราะบาง เพราะไม่สามารถทำงานนอกสิ่งที่มันรู้ได้ เมื่อพบอินพุตที่ไม่สามารถจดจำได้ มันก็มักจะทำงานล้มเหลว

ซึ่งในขณะที่เทคโนโลยีอย่าง GPT-3 เรียนรู้ผ่านข้อมูลขนาดมหาศาลบนโลกอินเทอร์เน็ต แต่คู่แฝดดิจิตอลของ Mind Bank AI จะเรียนรู้เกี่ยวกับชุดข้อมูลเพียงชุดเดียวนั่นก็คือความเป็นคุณเท่านั้น

ซึ่ง Mind Bank AI จะไม่ใช่เรา แต่จะเป็นตัวแทนของเรา มันได้รับการฝึกอบรมข้อมูลเกี่ยวกับตัวของเรา มันจะฟัง พูด และ คิด เหมือนเรา เท่านั้น และ หยุดไว้เพียงแค่นั้น ไม่มีการเรียนรู้เพิ่มเติมต่อไป

ซึ่งต้องบอกว่า Mind Bank AI ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจในอนาคต ที่เราสามารถที่จะสร้างคู่แฝดดิจิตอลของเราไว้ เพราะชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เราจะจากไปเมื่อไหร่ ไม่มีใครคาดคิดได้ และเทคโนโลยีดังกล่าวมันยังทำให้คนที่เราทิ้งไว้เบื้องหลังนั้น ยังสามารถที่จะปฏิสัมพันธ์กับเราได้อยู่แม้เราจะจากโลกนี้ไปแล้วนั่นเองครับผม

References : https://www.wired.com/story/a-sons-race-to-give-his-dying-father-artificial-immortality/amp
https://www.freethink.com/articles/digital-twin-ai
https://www.freethink.com/articles/what-is-a-deepfake
https://www.freethink.com/articles/could-freezing-your-body-offer-a-chance-at-immortality

พลังของ Air Jordan กับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของแบรนด์ Nike

ก่อนปี 1984 โลกของรองเท้าบาสเกตบอลไม่ได้มีอะไรที่น่าสนใจเหมือนทุกวันนี้ รองเท้าวิ่งมาตรฐานหรือรองเท้ากีฬาส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวโดยมีความสวยงามเล็กน้อยเพิ่มเติม เช่นโลโก้ดอกยางแบบพิเศษ 

แต่ทั้งหมดนี้เปลี่ยนไปด้วยผู้เล่นใหม่และยุคใหม่ของการตลาดด้านกีฬา บริษัท Nike ที่เดิมชื่อว่า Blue Ribbon Sports ซึ่งก่อตั้งโดย Phil Knight และ Bill Bowerman ในปี 1964 ที่ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Nike เทพธิดาแห่งชัยชนะของกรีกในภายหลัง

รองเท้าดั้งเดิมของพวกเขามุ่งเน้นไปที่การวิ่งและกรีฑา แต่ในไม่ช้าบาสเก็ตบอลก็เริ่มกลายเป็นกีฬาที่มีความน่าสนใจมากขึ้น สัญลักษณ์ Nike swoosh ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในปี 1971

ในปี 1972 โลกได้เห็นการเปิดตัวเสื้อ Nike Blazer ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทีม Portland Trail Blazers และสร้างชื่อเสียงโดย George ‘The Iceman’ Gervin รองเท้านี้เป็นความก้าวหน้าทั้งในด้านเทคโนโลยีและการสร้างแบรนด์ครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของ Nike

Nike ลงทุนอย่างหนักในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และทำสิ่งที่มันจะยังคงอยู่ในระดับแนวหน้าของรุ่นต่อไป แต่สิ่งที่เหนือกว่าฟังก์ชั่นคือรูปแบบ: Nike Blazer เป็นรองเท้าที่มีตราสินค้ามากจนเกินไปโดยมี swoosh ที่ยึดไว้ทั้งด้านข้างของรองเท้า

ทุกเกมที่เล่นของ ‘The Iceman’ กล้องจะเน้นที่เขาและรองเท้าของเขา ทุกเกมกลายเป็นโฆษณาของ Nike Blazers ในไม่ช้าความหลงใหลใหม่กับรองเท้าผ้าใบก็ปรากฏขึ้น

ยุคใหม่ก่อกำเนิด

ในปี 1984 ผู้เล่นหน้าใหม่เข้าสู่ NBAด้วยอนาคตที่สดใส จากฤดูกาลแรกของเขา Michael Jordan เป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์อย่างเห็นได้ชัด Nike ได้เดิมพันต่อนักกีฬาหนุ่มและลงนามข้อตกลงพิเศษกับ Jordan เพื่อผลิตรองเท้าของเขาเอง แม้ก่อนหน้านี้ Jordan มักสวมใส่ Adidas อยู่เสมอก็ตามที แต่กลับกลายเป็นรับข้อตกลงกับ Nike หลังจากได้พบกับผู้บริหารของพวกเขา

Nike วางเดิมพันกับ Jordan ไว้สูงมาก
Nike วางเดิมพันกับ Jordan ไว้สูงมาก

รองเท้า Air Jordan I ดั้งเดิมผลิตขึ้นเฉพาะสำหรับ Jordan ในต้นปี 1984 และเปิดตัวต่อสาธารณชนในปลายปี 1984 ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นของสีแดงและสีดำรองเท้าเดิมถูกห้ามโดย NBA เพราะมีสีสันมากเกินไปในเวลาที่รองเท้าทั้งหมดถูกบังคับให้เป็นสีขาว

วิธีการที่โด่งดังของ Nike ในเวลานั้นคือการจ่ายค่าปรับ 5,000 ดอลลาร์ ที่ Jordan ได้รับทุกครั้งที่เขาสวมรองเท้าใหม่  สิ่งนี้ได้จุดประกายหัวข้อข่าวและถูกรวมเข้าไปในโฆษณาทางโทรทัศน์ที่เล่นในลักษณะที่เป็นรองเท้าของกบฏ ที่แหกกฏของ NBA แต่ดูเหมือนจะกลายเป็นการโฆษณาแบบฟรี ๆ ให้กับ Nike นั่นเอง

“ เมื่อวันที่ 15 กันยายน Nike ได้สร้างรองเท้าบาสเก็ตบอลแนวใหม่ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม NBA พยายามตัดพวกเขาออกจากเกม โชคดีที่ NBA ไม่สามารถห้ามไม่ให้คุณสวมใส่ Air Jordan จาก Nike ได้” และ 50,000 คู่แรกของ Air Jordan ขายหมดในทันที กลยุทธ์การตลาดนี้ และปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อการห้ามของ NBA พิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในแผนการตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลซึ่งผลักดันยอดขายมากกว่า 150 ล้านดอลลาร์

โลโก้ที่ไม่เหมือนใคร

โลโก้ Air Jordan ดั้งเดิมนั้นแตกต่างจากที่เป็นที่รู้จักในปัจจุบัน ปัจจุบันเป็นที่รู้จักในนาม ‘โลโก้ OG’ หรือ ‘โลโก้ Wings’ โดยให้ความสำคัญกับบาสเก็ตบอลที่มีปีกยื่นออกมาจากทั้งสองด้าน

โลโก้ ‘Jumpman’ จะปรากฏครั้งแรกในรุ่นที่สามของ Air Jordan ในปี 1987 อย่างไรก็ตามต้นกำเนิดของมันมาจากการถ่ายภาพนิตยสาร Life ที่ทำในปี 1984 สำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ภาพถ่ายต้นฉบับ เป็นภาพของ Jordan กำลังแสดงบัลเล่ต์กลางอากาศเรียกว่าแกรนด์เจท ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ได้ใช้การกระโดดในสไตล์ที่แท้จริงของเขา

Jordan อธิบายในการสัมภาษณ์ในปี 1997: “ ผมเพิ่งยืนบนพื้นกระโดดขึ้น และกางขาของผมออก แล้วพวกเขาก็ถ่ายรูป ผมไม่ได้วิ่ง ทุกคนคิดว่าผมทำอย่างนั้นด้วยการวิ่งและกระโดด จริง ๆ แล้ว มันเป็นการเต้นบัลเลต์ที่ ผมกระโดดขึ้นและกางขา และผมถือลูกบอลในมือซ้ายของผม ก็แค่นั้นเอง”

โลโก้ Air Jordan ที่ไม่ได้มาจากท่ากระโดดจริง ๆ ของ Jordan
โลโก้ Air Jordan ที่ไม่ได้มาจากท่ากระโดดจริง ๆ ของ Jordan

ภาพต้นฉบับกระตุ้นให้ Nike ทำการปรับแก้ใหม่สำหรับการเปิดตัว Sneakers ในปี 1985 มันถูกรวมเป็นภาพในการสร้างตราสินค้าและรวมเข้ากับการออกแบบรองเท้าด้วยตัวเองของ Nike และ Jordan

เมื่อผู้เล่นกลายเป็นผลิตภัณฑ์

Michael Jordan อาจจะเป็นผู้เล่นคนแรกใน NBA ที่มีความเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาเข้าร่วม ความสามารถที่เหมือนเขาบินได้ เป็นการเพิ่มความปรารถนาของสาธารณชนในการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ของ Jordan

ทุกๆสองสามปีการออกแบบที่ได้รับการปรับปรุงพร้อมคุณสมบัติเพิ่มเติมใหม่ได้มาถึง Air Jordan III ได้เปิดตัวในปี 1988 และ Jordan ได้นำรุ่นดังกล่าวมาใส่ในระหว่างการประกวด Slam Dunk ในปี 1988 ซึ่งได้รับการรายงานว่าเป็นที่ชื่นชอบของ Jordan มากที่สุด ในการออกแบบทั้งหมดตลอดหลายปีที่ผ่านมา

สิ่งที่เริ่มเป็นพันธมิตรที่ลึกซึ้งระหว่างผู้เล่นและแบรนด์ได้พัฒนาเป็นไอคอนและปฏิวัติอุตสาหกรรม

วันนี้แบรนด์ Air Jordan ครอบคลุมรองเท้ามากกว่า 32 รุ่นหลายรุ่นได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่หลายครั้ง รองเท้ามักจะขายหมดทันทีที่มีจำหน่ายและขายต่อออนไลน์ให้กับนักสะสมรองเท้า

ช่วงเวลาที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Air Jordan

Air Jordan หลายคู่ที่ Jordan สวมในระหว่างการแข่งขันถูกขายทอดตลาดหรือบริจาคให้กับองค์กรการกุศลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

คู่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Air Jordans คือคู่ของ Air Jordan 12 ‘Flu Game’ ที่สวมใส่โดย Jordan ในระหว่างการแข่งขัน NBA 1997 รอบชิงชนะเลิศที่เขารู้สึกไม่ดีเนื่องจากอาหารเป็นพิษแต่ยังคงสามารถเอาชนะเกมนี้ได้ คู่นี้ขายในราคา 104,000 บาท และการออกแบบในรุ่นนี้นั้นขายหมดในทันทีที่ออกใหม่ทุกครั้ง

Jordan ยังสวม Air Jordan ดั้งเดิมสำหรับเกมสุดท้ายของเขาที่เมดิสันสแควร์การ์เด้นในปี 1998 ในการให้สัมภาษณ์ก่อนเกม Jordan อธิบายว่าเขาต้องการที่จะ ‘เคารพและจดจำวันเก่า ๆ ‘ ด้วยการสวมใส่ ‘Chicago’ Air Jordan รุ่นแรก จากปี 1985

อย่างไรก็ตาม Air Jordan รุ่นดั้งเดิมนั้นไม่ได้ให้ความสะดวกสบายและการสนับสนุนในระดับเดียวกันกับการทำซ้ำในรุ่นที่ใหม่กว่า:

“ เป็นเวลานานแล้วที่ผมสวมใส่มันและมันก็ตลกดีที่ได้กลับมาเล่นอีกครั้งและจดจำวันเก่า ๆ บางเกมที่ผมมีที่นี่ และรองเท้าก็เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งนั้น แต่เท้าของผมกำลังฆ่าผม”

Chicago Bulls ชนะการแข่งขันชิงแชมป์ครั้งที่ 6 ในปี 1998 และได้เป็นการคว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันเป็นครั้งที่สองของพวกเขา ในเวลานั้น Michael Jordan ไม่เพียง แต่เป็นนักบาสเก็ตบอลที่โด่งดังที่สุด แต่เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่โด่งดังที่สุดในโลก

หลังจากฤดูกาลที่โดดเด่นมีการเก็งกำไรมากมายเกี่ยวกับว่าทีมจะกลับมาสำหรับความพยายามในการแข่งขันชิงแชมป์สมัยที่ 7  อย่างไรก็ตามมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ปีต่อมา Phil Jackson, Pippen, และ Michael Jordan ออกจาก Chicago Bulls ในปี 1999 และ Jordan ก็ได้เข้าสู่ช่วงเกษียณครั้งที่สองจากบาสเก็ตบอล

เพื่อนร่วมทีมคนสำคัญอย่าง Pippen ก็ออกจากทีมไปในฤดูกาล 1999
เพื่อนร่วมทีมคนสำคัญอย่าง Pippen ก็ออกจากทีมไปในฤดูกาล 1999

มรดกของ Michael Jordan

ตั้งแต่ยุคของ Jordan มีผู้เล่น NBA หลายคนที่มีรองเท้าที่ออกแบบเอง ที่มีชื่อเสียงที่สุด ได้แก่ Lebron James, Kevin Durant, Kobe Bryant, และ Steph Curry

อย่างไรก็ตามไม่มีใครสามารถจัดการมรดกที่ประสบความสำเร็จหรือยอดขายเทียบเท่าตำนาน Air Jordan ได้ รองเท้าเหล่านี้แตกแขนงออกไปนอก Jordan ในปัจจุบันเพื่อรวมนักกีฬา ‘Team Jordan’ ที่ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์และสวมใส่รองเท้า เหล่านี้รวมถึงผู้เล่น NBA 21 คนรวมถึงนักกีฬาในเบสบอล, อเมริกันฟุตบอล, นาสคาร์และฟุตบอล

Nike ยังมีความร่วมมือที่ไม่ซ้ำกับนักดนตรีและนักออกแบบแฟชั่นที่จะร่วมมือในการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ

แม้จะเป็นผู้เล่นที่เกษียณไปแล้วก็ตาม แต่ Jordan มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดในการคัดเลือกเช่นเดียวกับการออกแบบสำหรับรองเท้าของ Nike

Jordan ก็ยังมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการออกแบบรองเท้ารุ่นใหม่ ๆ ของเขา
Jordan ก็ยังมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการออกแบบรองเท้ารุ่นใหม่ ๆ ของเขา

ด้วยมูลค่าสุทธิกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ Michael Jordan ยังคงมีรายรับ 130 ล้านดอลลาร์ต่อปีจากการขายรองเท้าของ Jordan ส่วนแบ่งแบรนด์ Nike Air Jordan ยังคงเพิ่มขึ้น 17% ต่อปี แบรนด์ Nike Jordan มีรายได้ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

การผสมผสานระหว่างกีฬาและวัฒนธรรม

Nike เป็นผู้นำในการสร้างแบรนด์เสมอและเรื่องราวของ Air Jordan เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด

มีวิธีจำนวนมากในการทำการตลาด ที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีดึงดูดความสนใจของตลาดและมีความโดดเด่นจากฝูงชน ด้วยผู้เล่นอย่าง Michael Jordan แบรนด์ของเขาทำให้เขาแตกต่างจากการเอกลัษณ์ที่ไม่เหมือนใครของ Jordan นั่นเอง

ต้องบอกว่าทั้ง Jordan และวิธีที่ Nike จับตลาดด้วยการเป็นหุ้นส่วนกัน ซึ่งเป็นเวลากว่า 30 ปีมาแล้ว ที่ Nike แสดงให้เห็นว่าการคิดล่วงหน้าและการเคลื่อนไหวที่กล้าหาญของพวกเขาในครั้งนั้นสามารถสร้างความสำเร็จครั้งใหญ่อย่างที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้นั่นเองครับ

References : https://www.espn.com/blog/playbook/dollars/post/_/id/2918/how-nike-landed-michael-jordan
https://www.essentiallysports.com/nba-news-chicago-bulls-nike-was-never-the-first-choice-of-michael-jordan-for-sneaker-deal-but-others-refused-to-give-an-offer/
https://ftw.usatoday.com/2020/05/adidas-nike-michael-jordan-the-last-dance-reaction
https://www.cbssports.com/nba/news/the-last-dance-story-behind-michael-jordan-nearly-choosing-adidas-over-nike-explained-in-doc/
https://www.sneakerfreaker.com/features/what-if-jordan-chose-adidas?page=0

Data Science กับอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Liverpool ของ Klopp เป็นทีมที่ยากที่จะต่อกร

87 นาทีของเกมส์ในลอนดอนเหนือ ใน Big Match นัดล่าสุดที่ผ่านมา ในขณะที่ทีมของ Jose Mourinho กุนซือของท็อตแนมฮ็อทสเปอร์ถูกตรึงสกอร์ไว้ด้วยความหมดหวัง ทีมของ Mourinho พยายามทุกวิถีทางเพื่อตีเสมอ แต่สเปอร์ก็ไม่สามารถเจาะเพิ่มทำประตูได้ แม้จะได้โอกาสที่ยอดเยี่ยมจาก Heung-min Son และ Giovani Lo Celso ในช่วงท้ายเกมส์ก็ตามที

แต่หลายคนอาจจะไม่ทันสังเกตว่า ณ ช่วงเวลาหนึ่งของเกมส์ ลิเวอร์พูลได้หยุดโมเมนตัมของสเปอร์ลงอย่างเลือดเย็น เมื่อ Dele Alli พาบอลเข้ามาใกล้เส้นครึ่งสนาม ทีมของ Jürgen Klopp ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นให้ผู้เล่นกระจายตัวเป็นบล็อกที่แคบและมีความแข็งแกร่งดั่งหินผา และให้คู่ต่อสู้ทำได้เพียงเคาะบอลไปมารอบ ๆ ปราการป้อมสุดแข็งแกร่งของลูกทีมของเขาเพียงเท่านั้น

ผู้เล่น 10 คนที่สวมชุดสีแดงของทีมลิเวอร์พูล มีการยืนตำแหน่งอยู่ในตำแหน่งกลางสนามโดยมีระยะห่างจากด้านหลังไปด้านหน้าและจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งรวมกันไม่เกิน 20 หลา ซึ่งเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ ในวิธีการทำงานและแน่นอนว่าการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะอย่างสวยงามของทีมลิเวอร์พูล

ตอนนี้ทีมหงส์แดงเสียประตูรวมทั้งสิ้นเพียงแค่ 7 ประตู ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ และมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอนกับการเสียประตูน้อยขนาดนี้ มันล้วนเกิดจากความสามารถของทีมแทบจะทั้งสิ้น ในการควบคุมเกมส์ในสนามให้ได้ดั่งใจของพวกเขา 

แน่นอนว่า สโมสรฟุตบอลขนาดใหญ่ส่วนใหญ่มีแผนกวิเคราะห์ข้อมูล แต่มีน้อยมากที่รวมเอาความรู้ดังกล่าวไปใช้ในการตัดสินใจระดับสูงและกระบวนการเล่น รวมถึง แท็กทิคต่าง ๆ ตามสิ่งที่ลิเวอร์พูลกำลังทำ

ลิเวอร์พูลฟอร์มกระชับบล็อกในใจกลางของสนามในช่วงปลายของการแข่งขันกับสเปอร์ส
ลิเวอร์พูลทำการกระชับระยะของผู้เล่นในใจกลางของสนามในช่วงท้ายของการแข่งขันกับสเปอร์ส

Michael Edwards ผู้อำนวยการด้านการกีฬาของสโมสรเป็นอดีตนักวิเคราะห์ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานที่สโมสร Portsmouth และ Spurs ซึ่งเขาได้มีโอกาสมารับตำแหน่งที่แอนฟิลด์ โดยปัจจุบันเขามีบทบาทหลัก โดยเป็นศูนย์กลางในการดูแลผลประโยชน์ระยะกลางถึงยาวของสโมสร รวมถึงการทำให้มั่นใจว่าทุกแผนกได้รับการจัดการอย่างราบรื่นที่สุด

เฟนเวย์สปอร์ตกรุ๊ปเจ้าของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล มีประวัติความเป็นมาที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้วในเรื่องของการรวบรวมข้อมูล รวมถึงเรื่องของ Data Science จอห์น เฮนรี่ เข้าไปลงทุนในกีฬาเบสบอลก่อนที่จะเข้ามายังโลกของฟุตบอล

เขามีชื่อเสียงในการแต่งตั้ง Billy Beane ชายผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิดของ Moneyball โดยได้เซ็นสัญญามูลค่า 12.5 ล้านเหรียญ ที่ทำให้ Beane กลายมาเป็นผู้จัดการทั่วไปของบอสตันเรดซอกซ์ในปี 2002 ก่อนถูกควบรวมโดย FSG หลังจากนั้นไม่นาน และตอนนี้แนวคิดของ Beane ได้สร้างความแตกต่างให้กับความสำเร็จของทีมบอสตันเรดซอกซ์อย่างที่เราได้รู้กัน

ผลงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจนจากการใช้ Data ของ Billy Beane
ผลงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจนจากการใช้ Data ของ Billy Beane

Ian Graham เป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Liverpool โดยเขาได้รับปริญญาเอกในสาขาฟิสิกส์เชิงทฤษฎี และเชื่อในการประเมินผู้เล่นและแนวโน้มที่กว้างขึ้นในวงการกีฬา โดยการคำนวนผ่านตัวเลขที่มีความซับซ้อนสูง 

โดยการพัฒนาเรื่องดังกล่าวกับวงการฟุตบอล สามารถทำได้เมื่อมีการวิเคราะห์รายละเอียดในระดับเชิงลึกด้วยกราฟฟิก ทำให้เกิดรูปแบบข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงในการทำความเข้าใจกับสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเป็นพื้นที่การครอบครองบอลของทีม

Tim Waskett นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์และ Will Spearman ผู้มีปริญญาเอกด้านปรัชญาเป็นสมาชิกของทีม Data Science ของลิเวอร์พูล ทั้งสองได้พูดต่อสาธารณะเกี่ยวกับแนวคิดของการควบคุมพื้นที่การครอบครองบอลของทีม ด้วยตัวอย่างข้อมูลกราฟิกที่ใช้ในการจับภาพแนวคิดดังกล่าว

การสร้างภาพการควบคุมระดับเสียงซึ่งจับภาพพื้นที่ของพื้นที่ที่ควบคุมโดยผู้เล่นบางคน
การสร้างภาพพื้นที่การครอบครองบอลของทีมซึ่งมีการจับภาพพื้นที่ที่ควบคุมโดยผู้เล่นบางคน

ผู้เล่นที่ล้อมรอบด้วยวงกลมสีเหลืองคือคนที่ครอบครองบอลอยู่ และที่สำคัญทีมของเขาสามารถเข้าถึงพื้นที่ของสนามที่เป็นสีฟ้าตามภาพด้านบน ในขณะที่พื้นที่สีแดงส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่ถูกครองบอลโดยทีมคู่แข่ง ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวผู้เล่นควรที่จะผ่านบอลเข้าไปให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ในโซนสีฟ้า

Waskett ได้กล่าวว่า การรวมข้อมูลเหตุการณ์และข้อมูลที่มีการติดตามการเล่นของทีมลิเวอร์พูล ทำให้สามารถเข้าใจได้ว่าแต่ละการกระทำบนสนามส่งผลกระทบต่อความน่าจะเป็นของการทำประตูได้อย่างไร ซึ่งหนึ่งในกราฟิกที่ใช้ในการแสดงทฤษฎีดังกล่าว สามารถดูได้จากด้านล่าง

แนวคิดการควบคุมระดับเสียงของลิเวอร์พูลพิจารณาว่าพื้นที่ใดในสนามที่ดีที่สุดที่จะใช้ในเวลาใดก็ตาม
แนวคิดพื้นที่การครอบครองบอลของทีมลิเวอร์พูล โดยพิจารณาว่าพื้นที่ใดในสนามเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดที่จะใช้ในเวลาใด ๆ ก็ตาม

Waskett กล่าวว่า: “นักเตะที่มีวงกลมพื้นสีแดงคือนักเตะของลิเวอร์พูล และพื้นที่สีแดงเป็นพื้นที่ที่พวกเขาสามารถเข้าถึงได้เร็วกว่าผู้เล่นสีน้ำเงิน ซึ่งทุกอย่างจะถูกคำนวณให้กลายเป็นความน่าจะเป็นผ่านตัวเลขการคำนวณที่มีความซับซ้อน

และค่าจากตัวอย่างนี้ 1.3% แสดงความน่าจะเป็นที่ลูกบอลจะไปอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวภายใน 15 วินาทีถัดไป ” ข้อมูลดังกล่าวมีความซับซ้อนสูง แต่เมื่อข้อมูลดิบเหล่านี้ได้รับการกรองและนำไปใช้ภายในสโมสร การค้นพบนี้สามารถทำให้ลิเวอร์พูลสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งที่ยังไม่พัฒนาในเรื่องดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ๆ

Klopp เป็นคนรับผิดชอบหลักในการฝึกทีม ซึ่งข้อสรุปใด ๆ ที่ได้รับแนะนำโดยแผนก Data Science ของสโมสรจะต้องนำมาตีความและนำไปใช้ในแง่ของการเล่นฟุตบอลโดยตัวของ Klopp เอง

ซึ่งมีสถิติที่น่าสนใจก็คือ ลิเวอร์พูลยิงถูกยิงเข้ากรอบเพียงแค่ 55 ครั้งเท่านั้น ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ (สถิติถึงเกมส์กับสเปอร์) ซึ่งดีกว่าอันดับสองอย่างเชลซีที่ 65 ครั้ง ใน ตามด้วยแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่ 70 ครั้ง ซึ่งเป็นไปได้ว่าแนวการป้องกันของลิเวอร์พูลและกลยุทธ์การบล็อกตรงกลางของทีม อย่างที่เห็นในการเล่นกับสเปอร์ ทำให้ประสิทธิภาพในเกมส์รับของลิเวอร์พูลสูงมาก ๆ ในฤดูกาลนี้

ทางฝั่งของเกมส์รุก เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ – อาร์โนลด์และแอนดี้ โรเบิร์ตสันส์ กำลังโด่งดังจากการผ่านบอลครอสสนาม ซึ่งต้องบอกว่าการกระทำรูปแบบนี้นั้นค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับเกมส์ฟุตบอลในยุคนี้

แต่มันมีเหตุผลรองรับเพียงพอที่ว่าการกระทำเหล่านี้เกิดจากแนวคิดของการจัดการพื้นที่การครอบครองบอล อเล็กซานเดอร์ – อาร์โนลด์ซึ่งเคยเผชิญหน้ากับสเปอร์สที่แอนฟิลด์ในช่วงต้นฤดูกาลและข้อมูลสถิติการผ่านบอลของเขาในเกมส์แรกแสดงดังภาพด้านล่าง

เครือข่ายผ่านของเทรนต์อเล็กซานเดอร์อาร์โนลด์กับสเปอร์สที่แอนฟิลด์
เส้นทางการผ่านบอลของเทรนต์อเล็กซานเดอร์อาร์โนลด์ในเกมส์กับสเปอร์สที่แอนฟิลด์

จากรูปแสดงให้เห็นการผ่านบอลแบบแนวทแยงมุม ชี้ให้เห็นว่าการผ่านบอลลักษณะนี้ของ อเล็กซานเดอร์ – อาร์โนลด์ ได้รับคำสั่งจาก Klopp อย่างจงใจ

กองกลางของลิเวอร์พูลได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากขาดความคิดสร้างสรรค์ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าใช้ข้อมูลการจัดการพื้นที่การครอบครองบอลผ่าน Data Science ? 

ความเสี่ยงในการครอบครองโดยทั่วไปแล้วนั้น จะถูกนำมาใช้โดยกองหลังเต็มรูปแบบของทีม ในขณะที่กองกลางกลางในทีมของ Klopp มุ่งไปที่การรักษาวินัยในการเล่นและมุ่งเน้นไปที่การรักษาสมดุลของทีมเป็นหลัก 

ซึ่งบางทีแผนก Data Science ของลิเวอร์พูลได้ค้นพบจุดศูนย์กลางของสนามที่สำคัญที่สุดในการป้องกัน ดังนั้นผู้เล่นอย่าง Jordan Henderson และ Gini Wijnaldum ก็มักจะเล่นบอลแบบ Play-Safe อยู่เสมอ อย่างที่เราได้เห็นกันมาตลอด

และในทางกลับกัน พื้นที่แนวรุก ด้านใน ทั้งด้านขวาและซ้าย ที่นำโดย Sandio Mane และ Mohamed Salah และ ช่องว่างตรงกลางหลังแนวรับฝั่งคู่แข่ง อาจจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการใช้ในการโจมตีนั่นเอง

ลิเวอร์พูลทำคะแนนกับเอฟเวอร์ตันด้วยการกดผ่านด่านยาว ๆ ง่ายๆ
ลิเวอร์พูลโจมตีเอฟเวอร์ตันด้วยการวางบอลยาวแบบง่าย ๆ

ไม่มีใครรู้ว่าว่าทีมลิเวอร์พูลได้ค้นพบสุดยอดความลับจาก Data Science มาน้อยเพียงใด ที่ส่งผลให้ทีมฟอร์มแข็งแกร่งอย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบันนี้ แต่เมื่อพิจารณาว่าพวกเขาสามารถคว้าแชมป์สโมสรโลกและแพ้ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีกเพียงครั้งเดียวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2018 มันเป็นไปได้สูง ที่ข้อได้เปรียบที่ได้รับจาก Data Science จะส่งผลอย่างมากต่อทีมลิเวอร์พูลในยุคของ Klopp อย่างที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้นั่นเองครับ

ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เขียน

แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่ทำให้ทีมอย่างลิเวอร์พูลก้าวมาถึงจุดที่เราเห็นในวันนี้ มันต้องประกอบด้วยส่วนประกอบที่ลงตัวหลาย ๆ ส่วน ไม่ใช่แค่เพียงความสามารถจากกุนซือสมองเพชรอย่าง Jurgen Klopp เพียงอย่างเดียว

การเปลี่ยนแปลงของลิเวอร์พูลมันชัดเจนมาตั้งแต่การเข้ามา take over สโมสรของ จอห์น เฮนรี่ ซึ่งเขาเป็นคนที่มีประวัติไม่ธรรมดา เมื่อสามารถทำทีมเบสบอลอย่าง บอสตันเรดซอกซ์ ประสบความสำเร็จมาแล้ว ด้วยการใช้ข้อมูลจาก Billy Beane

ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นแฟนฟุตบอลตัวยงแต่เชียร์ทีมปืนใหญ่ อาเซน่อล ซึ่ง ได้มองเห็นภาพความสำเร็จทีละขั้น ๆ ของลิเวอร์พูลมาโดยตลอด และไม่แปลกใจเลยเมื่อได้อ่านข้อมูลจากบทความนี้ ที่ Data Science กลายมาเป็นปัจจัยที่สำคัญชี้ขาดอย่างหนึ่งที่ยกระดับความสามารถของทีมลิเวอร์พูลให้แข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้

เราจะเห็นได้ว่า ลิเวอร์พูล เล่นอะไรง่าย ๆ ไปเสียหมด การรุกที่จังหวะไม่มากนัก แต่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง แนวป้องกัน ที่ยากที่จะเจาะเข้าไปทำลาย ซึ่งแม้กระทั่งเป๊บ กุนซือมากความสามารถ ก็ยังต้องยอมศิโรราบให้กับลิเวอร์พูลในยุคนี้

แน่นอนว่าทีมอื่น ๆ ก็ต้องมาเริ่มโฟกัสกับเรื่องของข้อมูล โดยเฉพาะงานด้าน Data Science ให้มากยิ่งขึ้น เพราะนับวันทีมลิเวอร์พูลจะทิ้งห่างคู่แข่งออกไปเรื่อย ๆ เมื่อส่วนผสมของพวกเขาลงตัวในทุก ๆ จุด และส่วนผสมที่สำคัญระหว่างศาสตร์ทางด้านฟุตบอลของ Klopp และ ศาสตร์ด้านข้อมูลที่มาจากทีมงาน Data Science ของพวกเขา กำลังแสดงให้โลกเห็นว่า ข้อมูลนั้นสำคัญเพียงใดกับเกมส์ฟุตบอล ซึ่งสุดท้ายมันอาจจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ และยากที่จะมีคู่แข่งมาต่อกร ไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียวนั่นเองครับผม

References : https://www.liverpool.com/liverpool-fc-news/features/liverpool-transfer-news-jurgen-klopp-17569689 https://www.fourfourtwo.com/news/liverpool-pepijn-lijnders-jurgen-klopp-assistant-manager-lifts-lid-working-what-it-is-like