Canva กับการเปลี่ยนความคิดหนังสือรุ่นโรงเรียนมัธยมให้กลายเป็นธุรกิจพันล้าน

การเริ่มต้นสร้างบริษัทเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่การเริ่มต้นบริษัทด้วยการต้องแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีระดับสูงอย่าง Microsoft และ Adobe นั้น ถือว่าไม่เป็นเรื่องง่ายเลย

แต่นั่นคือสิ่งที่ Melanie Perkins นักธุรกิจสาวชาวออสเตรเลียทำเมื่อเธอสร้างผลิตภัณฑ์สำหรับการออกแบบเพื่อแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเหล่านี้

“เป้าหมายของเราคือการนำระบบนิเวศการออกแบบทั้งหมดมารวมไว้ในหน้าเดียวแล้วทำให้มันเข้าถึงได้ทั่วโลก” Perkins กล่าว

Perkins เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง และ ซีอีโอของ Canva อายุ 32 ปี เป็นแพลตฟอร์มการออกแบบออนไลน์ที่ใช้งานได้แบบฟรี ๆ

ผู้ก่อตั้งรุ่นเยาว์เริ่มก่อตั้งบริษัทที่ประเทศออสเตรเลียในปี 2013 เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการออกแบบได้ไม่ว่าจะเป็นโลโก้นามบัตรหรืองานนำเสนอหรือ presentation แบบมืออาชีพ และภายใน 5 ปีเธอได้กลายมาเป็นหนึ่งในซีอีโอหญิงที่อายุน้อยที่สุดของบริษัทเทคโนโลยีในขณะที่เธอมีอายุเพียง 30 ปี

สองปีต่อมา บริษัท ที่มีสำนักงานใหญ่ในซิดนีย์ กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้ Perkins และผู้ร่วมก่อตั้งและคู่หมั้นของเธอ Cliff Obrecht กลายเป็นเศรษฐี โดยมีมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 900 ล้านเหรียญสหรัฐ และต้องบอกว่าเรื่องราวของ Canva นั้นน่าสนใจเพราะ มันเริ่มต้นด้วยธุรกิจรายงานประจำปีของโรงเรียนมัธยม

ความฝันของวัยรุ่น

Perkins ที่ในขณะนั้นมีอายุเพียง 19 ปี เมื่อเธอได้เริ่มแนวคิดครั้งแรก ในปี 2006 ซึ่งขณะนั้นเธอกับ Obrecht กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยในเมืองเพิร์ธ

วัยรุ่นจะได้รับรายได้เพียงเล็กน้อยจากการสอนโปรแกรมการออกแบบให้กับนักเรียนคนอื่น ๆ แต่เหล่านักเรียนพบว่าแพลตฟอร์มที่สร้างโดย Microsoft และ Adobe ใช้งานยากมาก ๆ และเธอรู้สึกว่าต้องมีวิธีที่ดีกว่า

“ ผู้คนจะต้องใช้เวลาทั้งภาคเรียนในการเรียนรู้ว่าปุ่มแต่ละปุ่มนั้นอยู่ที่ไหนและมันดูไร้สาระมากๆ ” Perkins กล่าว “ฉันคิดว่าในอนาคตทุกคนจะออนไลน์และใช้ความร่วมมือกัน และสร้างเครื่องมือที่ง่ายกว่าเครื่องมือที่ยากจริง ๆ เหล่านี้”

ดังนั้นเธอกับ Obrecht จึงพยายามทำวิสัยทัศน์นั้นให้เป็นจริง

จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ

ด้วยทรัพยากรที่น้อยและประสบการณ์ทางธุรกิจที่แทบจะไม่มีเลย พวกเขาทั้งคู่เริ่มต้นเล็ก ๆ ด้วยการสร้างธุรกิจออกแบบหนังสือเรียนออนไลน์ Fusion Books เพื่อทดสอบความคิดของพวกเขา

พวกเขาเปิดตัวเว็บไซต์สำหรับนักเรียนเพื่อ “ทำงานร่วมกันและออกแบบหน้าโปรไฟล์และบทความโดยสามารถทำงานร่วมกันได้” โดยทั้งคู่จะสร้างรายงานประจำปีและส่งมอบให้กับโรงเรียนทั่วประเทศออสเตรเลีย

“ห้องนั่งเล่นของแม่ของฉัน ได้กลายเป็นสำนักงานของฉันและแฟนของฉันก็กลายเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของฉันและเราก็เริ่มเปิดโรงเรียนเพื่อสร้างหนังสือรุ่นของพวกเขาจริง ๆ แบบ ง่าย ๆ” Perkins อธิบาย

ธุรกิจประสบความสำเร็จและยังคงแข็งแกร่งอยู่มาจวบจนถึงปัจจุบัน แต่สำหรับ Perkins มันเป็นเพียงก้าวแรกในสิ่งที่เธอเรียกว่า “ความฝันที่ยิ่งใหญ่” สำหรับเว็บไซต์ดีไซน์ครบวงจร – ดังนั้นเธอจึงเริ่มไล่ล่าเพื่อตามหาเหล่านักลงทุน

Go to Silicon Valley

ไม่กี่ปีต่อมาในปี 2010 ขณะที่การประชุมที่เมืองเพิร์ธ Perkins ได้มีโอกาสพักผ่อนครั้งใหญ่ครั้งแรกของเธอ

โอกาสที่เธอจะได้พบกับแหล่งเงินทุนครั้งสำคัญที่ Silicon Valley เมื่อ นักลงทุน Bill Tai ได้เชิญ Perkins ไปซานฟรานซิสโก เพื่อเสนอแนวความคิดเกี่ยวกับโปรเจ็คของเธอ และเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมาผู้ร่วมทุนในตำนานที่ประทับใจอย่างชัดเจนก็สนใจที่จะร่วมทุนแทบจะทันที

Bill Tai ที่เป็นคนชักชวน Perkins มาที่ Silicon Valley : ภาพจาก GettyImage
Bill Tai ที่เป็นคนชักชวน Perkins มาที่ Silicon Valley : ภาพจาก GettyImage

“ ฉันคิดว่าเขาไม่ชอบสิ่งที่ฉันพูด เขามองแต่โทรศัพท์ของเขา และฉันคิดว่านั่นหมายความว่าเขาไม่ได้มีส่วนร่วมในสิ่งที่ฉันจะพูดเกี่ยวกับอนาคตของเว๊บไซต์ดีไซต์ครบวงจรของเธอ ” Perkins เล่า

“ แต่แล้วฉันก็กลับถึงบ้านและตระหนักว่าจริง ๆ แล้วเขาแนะนำฉันให้กับนักลงทุนที่มีศักยภาพอีกหลาย ๆ คน”

การเติบโตของทีมงาน

ซึ่งใช้เวลาไม่นานทั้งคู่ก็ได้รับชัยชนะเหนือนักลงทุนรายใหญ่ และสร้างแพลตฟอร์มการออกแบบของ Canva ด้วยทีมวิศวกรด้านเทคโนโลยีที่ทำให้แพล็ตฟอร์มนั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว

แต่มันเป็นในปี 2012 ที่ธุรกิจเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง ด้วยความช่วยเหลือของที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีและผู้ร่วมก่อตั้ง Google Maps, Lars Rasmussen ซึ่ง Perkins และ Obrecht ได้มาเจอผู้ร่วมก่อตั้งที่มากฝีมืออย่าง Cameron Adams และ Dave Hearnden ที่มาช่วยในเรื่องเทคนิคของแพล็ตฟอร์ม Canva

หลายเดือนต่อมาในช่วงปิดการระดมทุนรอบแรก การลงทุนเริ่มต้น 1.5 ล้านนั้น นำโดยรัฐบาลออสเตรเลียเพื่อเป็นการรั้งให้บริษัทอยู่บนชายฝั่งของออสเตรเลีย

โดยในปีหลังจากนั้น Canva ได้เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถสมัครสมาชิก และสร้างการออกแบบออนไลน์ที่หลากหลายได้ฟรี

การออกแบบสำหรับอนาคต

ปัจจุบัน Canva ได้ช่วยสร้างงานออกแบบเกือบ 2 พันล้านชิ้นใน 190 ประเทศและได้รับการสนับสนุนจากคนดังอย่าง Owen Wilson และ Woody Harrelson

ในเดือนตุลาคม 2019 การระดมทุนรอบล่าสุดกว่า 85 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนำโดยนักลงทุนพันธบัตร Mary Meeker’s ของ Silicon Valley ทำให้ บริษัท ถูกประเมินมูลค่าสูงขึ้นไปเป็น 3.2 พันล้านดอลลาร์

ด้วยทีมงานคุณภาพ และ เงินทุน ทำให้ Canva กลายเป็นแพล็ตฟอร์มยอดนิยมในที่สุด
ด้วยทีมงานคุณภาพ และ เงินทุน ทำให้ Canva กลายเป็นแพล็ตฟอร์มยอดนิยมในที่สุด

Perkins กล่าวว่าเธอวางแผนที่จะใช้เงินทุนเพิ่มเติมเพื่อขยายทีมงานของ 700 คน ในซิดนีย์ , ปักกิ่งและมะนิลา ในขณะที่เงินอีกส่วนหนึ่ง ยังใช้ในการสร้างบริการชำระเงินของบริษัท Canva Pro และ Canva สำหรับองค์กร

กลยุทธ์ดังกล่าวจะนำพา Perkins มาให้ใกล้เคียงที่สุดกับการแข่งขันโดยตรงกับเครื่องมือออกแบบมืออาชีพที่สร้างโดย บริษัท ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเช่น Microsoft และ Adobe

แต่ด้วย 85% ของ บริษัท ที่ติดอันดับ Fortune 500 ใช้แพลตฟอร์มของเธออยู่แล้วผู้ก่อตั้งรุ่นเยาว์ กล่าวว่าเธอพร้อมที่จะท้าทายบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งสอง ในการก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของแพล็ตฟอร์มสำหรับการออกแบบทั้งสำหรับบุคคลทั่วไป และ สำหรับมืออาชีพให้ได้

References : https://about.canva.com/story/
https://blog.markgrowth.com/growth-story-how-canva-acquired-10-million-users-within-5-years-bfe5275b321c
https://www.bbc.com/news/business-42552367
https://www.theceomagazine.com/business/coverstory/canva-melanie-perkins/
https://www.cnbc.com/2020/01/09/canva-how-melanie-perkins-built-a-3point2-billion-dollar-design-start-up.html

Geek Daily EP13 : Organoids กับอนาคตในการศึกษาความซับซ้อนของสมองมนุษย์

Organoids สมองที่ได้รับการปลูกขึ้นในห้องปฏิบัติการชีววิทยาของมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนียซานดิเอโก โดยทำการเปลี่ยนเซลล์ผิวหนังของมนุษย์เป็นเซลล์ต้นกำเนิดจากนั้นทำให้พวกมันพัฒนากลายเป็นเซลล์สมองในตัวอ่อน

organoids เติบโตเป็นลูกบอลขนาดเล็ก มีหลายแสนเซลล์ในหลากหลายประเภท แต่ละประเภทผลิตสารเคมีและสัญญาณไฟฟ้าเช่นเดียวกับเซลล์ที่ทำในสมองของมนุษย์เรา และในเดือนกรกฎาคมองค์การนาซ่า จะนำมันบรรจุหีบห่อ และส่งพวกมันไปยังสถานีอวกาศนานาชาติเพื่อดูว่าพวกมันจะมีพัฒนาการอย่างไรในสภาวะไร้แรงดึงดูด

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://bit.ly/3e10NL3

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/2lEqPPg

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
https://bit.ly/2O0RzUx

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/2VOLQp2

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/E9lOPDuEiyI

References : https://www.nytimes.com/2019/08/29/science/organoids-brain-alysson-muotri.html
https://futurism.com/scientists-grew-human-brains-robots

Zero to Hero บทเรียนกลยุทธ์ด้านการตลาดออนไลน์ของ Shopback

ในช่วงแรกของการสร้างธุรกิจ โดยเฉพาะ Startup ส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับวิธีในการค้นหาผู้ใช้งานก่อน และรับฟังความคิดเห็นเพื่อแสดงถึงความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจ 

แน่นอนว่าเราอาจเคยเห็นบล็อกจำนวนมากที่กล่าวถึงกลยุทธ์การซื้อของลูกค้าในทางทฤษฎี แต่โดยทั่วไปมักจะยากที่จะทำซ้ำโดยที่ไม่เข้าใจบริบทเหล่านี้

บทความนี้เรามาดูวิธีการของ Shopback ในการสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วภายใน 1 ปี จาก Shanru Lai หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ ShopBack ว่าพวกเขามีวิธีการอย่างไร

กลยุทธ์ทางการตลาดจาก Shanru Lai ของ Shopback
กลยุทธ์ทางการตลาดจาก Shanru Lai ของ Shopback

ทำไมต้อง ShopBack

ผู้ก่อตั้ง ShopBack, Henry Chan และ Joel Leong ได้กลายมาเป็นผู้ประกอบการครั้งแรก แต่พวกเขาสามารถสร้างฐานลูกค้าขนาดใหญ่ได้ภายในหนึ่งปีหลังจากเปิดตัว ซึ่งเริ่มในเดือนสิงหาคม 2014

ShopBack ได้สร้างรายการธุรกรรมลูกค้ากว่า 100,000 รายการ ในเว๊บไซต์อีคอมเมิร์ซยอดนิยมทั้งในสิงคโปร์และต่างประเทศภายในระยะเวลาไม่ถึง 10 เดือน ShopBack ให้ผู้ซื้อออนไลน์ได้รับเงินคืนสูงถึง 30% เมื่อซื้อสินค้าออนไลน์กว่า 300 แบรนด์ในเอเชียและอเมริกาเหนือ 

หมวดหมู่สินค้านั้น มีตั้งแต่แฟชั่นไปจนถึงอาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยวและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และยังสามารถใช้งาน Shopback ได้ในเหล่าผู้นำอีคอมเมิร์ซหรือค้าปลีกที่รู้จักกันดีเช่น Zalora, ASOS และ Groupon

ประการแรกระบุกลุ่มตลาดของคุณ

การสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่ประสบความสำเร็จเริ่มต้นที่จุดเริ่มต้นโดยคำนึงถึงจุดสิ้นสุด ShopBack ระบุตลาดเป้าหมายของพวกเขาว่าเป็นใครก็ตามที่ซื้อสินค้าออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอายุระหว่าง 18 ถึง 45 ปี 

โดย Shanru แบ่งปันว่าสิ่งนี้ช่วยให้พวกเขามุ่งเน้นไปที่การเลือกช่องทางการตลาดซึ่งตลาดเป้าหมายของพวกเขามีส่วนร่วมบ่อยครั้ง ซึ่งได้แก่ Facebook, Instagram และ Blog เธอยืนยันว่าไม่มี Social Network ใดที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด

ลูกค้าบางคนไม่ได้ใช้งานบน Facebook แต่เป็นผู้ใช้ SnapChat ที่หนักหน่วง ดังนั้น ShopBack จึงต้องการสื่อที่มีความผสมผสาน แต่อย่างไรก็ตามพฤติกรรมเหล่านี้ขึ้นอยู่กับตลาดและที่ตั้งของผู้ใช้ด้วยเช่นกัน

กลยุทธ์แจกโบนัสสำหรับผู้ใช้รายใหม่

ในขณะที่การตลาดแบบ Cashback นั้นทำงานได้ดีมากสำหรับบริษัทอีคอมเมิร์ซ แต่ทั้งหมดนี้กลับกลายเป็นกลยุทธ์ง่ายๆ ส่งมอบคุณค่าที่แท้จริงให้กับลูกค้า เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ ShopBack อาศัยโฆษณาบน Facebook การมีส่วนร่วมกับโซเชียลมีเดียและบล็อกอื่น ๆ

ขั้นตอนแรกคือการสร้างงบประมาณรายวันสำหรับโฆษณา Facebook ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายรายเดือน การปรับภาพเนื้อหาและเวลาของการปรับให้เหมาะสมเป็นงานต่อเนื่อง 

โดย Shanru กลั่นกรองข้อมูล และมีการวิเคราะห์เป็นประจำเพื่อระบุแนวโน้มหรือยืนยันสมมติฐานบางอย่าง เช่น เวลาที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการโพสต์ Facebook เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม เนื้อหาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่ผู้ใช้ ShopBack

โปรโมชั่นราคาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อส่วนลดสามารถรับ Cashback เป็นเงินสดกลับไปยังผู้ใช้ กุญแจสำคัญคือการหาสัดส่วน 80/20 เมื่อมาถึงการเลือกโปรโมชั่นการขายของพันธมิตรแบรนด์เพื่อส่งเสริมการขาย 

ต้องบอกว่า การรู้จักแบรนด์ออนไลน์ชั้นนำที่ทำให้เกิดการแปลงสูงสุดหรือมีอัตราการเข้าชมเว็บไซต์สูงที่สุดทำให้ ShopBack สามารถจัดลำดับความสำคัญของแบรนด์เพื่อเน้นในการทำการตลาดเป็นหลักได้

สำหรับ Startup รายใหม่ ๆ ที่ไม่มีประวัติของข้อมูล Shanru แนะนำว่า สามารถเริ่มต้นได้โดยการสังเกตเนื้อหาและเวลาของการโพสต์บนหน้า Facebook ของคู่แข่งรายใหญ่แล้วปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม

แต่งานยังไม่สิ้นสุดหลังจากได้ลูกค้าใหม่ เนื่องจากยังคงต้องชักชวนลูกค้าหรือผู้ใช้งานทำธุรกรรมหรือมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการทำธุรกรรมซ้ำๆ เพื่อให้กลายมาเป็นลูกค้าประจำ

โดยกลยุทธ์ของ Shanru คือ การทำการตลาดผ่านอีเมล เพื่อให้ได้อัตราการคลิกที่สูง ShopBack นำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับงานฝีมือพร้อมตัวอย่างที่น่าดึงดูดใจและการออกแบบที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสม 

ผ่านการวิเคราะห์อีเมลที่เธอได้ทำ Shanru ตระหนักดีว่ามักจะมีประสิทธิภาพในการดึงดูดลูกค้าใหม่หรือผู้ที่ไม่ได้ทำธุรกรรมล่าสุดโดยการส่งโบนัสพิเศษในการซื้อครั้งต่อไป

นอกจากนี้ Shanru แบ่งปันว่าบล็อกของพวกเขามีบทบาทสำคัญในการนำเข้าสู่การเข้าชมเว็บไซต์และแปลงไปสู่ยอดขาย โดยพวกเขาจะแบ่งปันโปรโมชั่นที่ดีจากพันธมิตรแบรนด์ของพวกเขาในบล็อก

ซึ่งสิ่งนี้ยังทำให้พวกเขาสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับแคมเปญการตลาดที่พวกเขาทำกับเหล่าพันธมิตร นี่เป็นวิธีการมอบคุณค่าที่แท้จริงให้กับลูกค้าของพวกเขา สำหรับ Startup หน้าใหม่ ข้อกังวลอย่างหนึ่งอาจเป็นวิธีการดูแลทีมบล็อกให้มีความยั่งยืน ShopBack เริ่มต้นจากการทำงานกับ freelance และใช้ทีมงานของบริษัทบางส่วนเท่านั้นในการจัดการและแก้ไขโพสต์

บางเวลา Shanrun ก็พบว่ามันมีประสิทธิภาพในการดึงดูดแฟน ๆ ด้วยวิธีที่สนุกและแตกต่างกัน พวกเขาใช้การแข่งขันบน Facebook และบล็อกของพวกเขาเดือนละครั้งในรูปแบบของการจับรางวัลหรือแจกของบัตรกำนัล หรือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ที่เฉพาะเจาะจงเพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน

หวังว่ามันจะเป็นไวรัลในที่สุด

Shanru ยืนยันว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นยังคงเป็นคำพูดของการตลาดแบบปากต่อปาก แต่แน่นอนว่าจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่ธุรกิจจะถึงจุดนั้น เนื่องจากจำนวนลูกค้าที่ต้องไปถึงระดับหนึ่งก่อนที่จะมีการเพิ่มแบบ exponential 

ต้องบอกว่าโปรแกรมการอ้างอิง (referral programs) ควรเริ่มมีตั้งแต่วันแรก ๆ ของการเปิดบริการ และควรตั้งค่าระบบการอ้างอิงที่เรียบง่ายและน่าเชื่อถือเพื่อให้ลูกค้าในพื้นที่ของคุณแบ่งปันเกี่ยวกับเว็บไซต์ของคุณได้แบบง่าย ๆ  

referal program อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของ Shopback
referal program อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของ Shopback

ทุกๆไตรมาสนอกเหนือจากแคมเปญโซเชียลมีเดียแล้ว Shanru จะจัดทำแคมเปญอ้างอิงโบนัสพิเศษเพื่อลูกค้าจะได้รับแรงจูงใจมากขึ้นในการแบ่งปันในช่วงเดือนนั้น ๆ ที่มีการจัดโปรโมชั่นเพิ่มเติมขึ้นนั่นเอง

บทสรุป

ต้องบอกว่าถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับ Shopback ที่ใช้เวลาเพียง 1 ปี เติบโตแบบก้าวกระโดด จนสามารถบุกไปในหลาย ๆ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบัน

ถือเป็นการใช้พลังงานของการตลาดออนไลน์ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยทีมงานจำนวนไม่มาก แต่สร้างการเติบโตได้แบบก้าวกระโดด จนเป็นที่สนใจของเหล่านักลงทุนในท้ายที่สุด ซึ่งถือเป็น Case Study ที่น่าสนใจสำหรับเหล่าบริษัท Startup ในไทย ที่ต้องการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในช่วงขวบปีแรกของการก่อตั้งได้อย่างดีเลยครับ

References : https://vulcanpost.com/174511/steady-silent-and-deadly-inside-singapores-hidden-gem-startup-shopback/
https://www.asianentrepreneur.org/singapore-start-up-shopback-pays-you-to-shop-online/
https://www.techinasia.com/talk/hero-12-months-shopback

Lasso เมื่อกลยุทธ์แรกในการกำจัด TikTok ของ Facebook ประสบความล้มเหลว

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Facebook มีการเปิดเผยว่ากำลังปิดแอปทดลองสองแอป หนึ่งในนั้นคือการโคลนนิ่ง TikTok ที่มีชื่อว่า Lasso ส่วน แอปอย่าง Hobbi ที่ออกมามาชนกับ Pinterest ก็ประสบกับความล้มเหลวเช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะทั้งสองแอปพลิเคชันของ Facebook ที่จะปิดตัวลง , Lasso ที่ทำการโคลน TikTok และ Hobbi ที่ถูกสร้างมาเลียนแบบ Pinterest ทั้งคู่ได้รับการพัฒนาโดยทีมทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Facebook และได้ถูกเปิดตัวภายในไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

โดยแอปทั้งสองต่างก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นการเลียนแบบแอปอื่น ๆ แม้กระทั่ง Review เชิงบวกสำหรับ Lasso ก็ถูกนำมาเปรียบเทียบกับ TikTok

แต่แน่นอนว่า เราไม่สามารถตัดสิน Facebook ว่าผิด กับความพยายามที่สูญเปล่าในการเลียนแบบลูกเล่นของแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพราะกลยุทธ์นี้มันทำสำเร็จมาแล้ว ในกรณีของ Instagram และ Snapchat ไม่น่าแปลกใจที่ Facebook พยายามทำแบบเดียวกันอีกครั้ง 

TikTok ที่กำลังเข้ามาแย่งส่วนแบ่งผู้ใช้งานคนรุ่นใหม่จาก Facebook
TikTok ที่กำลังเข้ามาแย่งส่วนแบ่งผู้ใช้งานคนรุ่นใหม่จาก Facebook

แต่ Facebook ดูเหมือนจะมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยทุ่มเททรัพยากรไปใช้ใน Instagram แทน ตาม TikTok คู่แข่งสำคัญ โดยกลยุทธ์ใหม่ของ Facebook จะไม่ใช่แอปแยกต่างหากอีกต่อไป แต่จะสร้างคุณสมบัติใหม่ภายใน Instagram ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ถ่ายทำวิดีโอรูปแบบสั้น ๆ ที่กำหนดให้เป็นเพลงได้ 

ซึ่ง Facebook ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มเดียวที่มองว่า TikTok กำลังเป็นภัยคุกคาม YouTube กำลังเปิดตัวคุณลักษณะที่คล้ายกันในความพยายามอย่างโจ่งแจ้งเพื่อดึงดูดผู้ใช้งานของ TikTok

ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทคโนโลยีหลายคนรวมถึง Sheryl Sandberg COO ของ Facebook แสดงความไม่ชอบ TikTok และ บริษัทแม่อย่าง Bytedance เป็นอย่างมาก

ในขณะที่พวกเขาหลายคนพยายามที่จะสร้างภาพความน่ากลัวในเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ สำหรับแอป ที่มีบริษัทแม่อยู่ในประเทศจีน

Sandberg  ให้สัมภาษณ์ในสิ่งที่น่าจะเป็นแหล่งที่มาของความเป็นศัตรูที่แท้จริงกับ TikTok ว่า การเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของ TikTok ทำให้คนรุ่นใหม่ถูกดึงดูดไปใช้งานแพล็ตฟอร์มใหม่นี้ Sandberg ยอมรับว่าลูก ๆ ของเธอยังเป็นผู้ใช้ TikTok คนสำคัญอีกด้วย

Sandberg COO ของ Facebook ที่ไม่ชอบใจ TikTok
Sandberg COO ของ Facebook ที่ไม่ชอบใจ TikTok

ในขณะที่รัฐบาลทั่วโลกเริ่มที่จะออกมาปราบปรามแอป TikTok โดยแอปถูกแบนในอินเดียในขณะที่ TikTok นั้นถูกกล่าวหาว่าอยู่ภายใต้การตรวจสอบความปลอดภัยจากองค์กรของรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา 

แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะประทับใจกับแอป TikTok ที่คุ้นเคยแทนที่จะต้องใช้แอปแยกต่างหาก และสถานการณ์ในตอนนี้ดูเหมือนว่า TikTok  ได้กลายเป็นแอป Social หลักสำหรับคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่ไม่สนใจ คุณลักษณะใหม่ของ Instagram อีกต่อไปแล้วนั่นเอง

โดย ทั้ง Lasso และ Hobbi เป็นความล้มเหลวอีกครั้งหนึ่งของ Facebook ซึ่งจะทำการปิดตัวลงในวันที่ 10 กรกฎาคม และดูเหมือนว่า ศึกชิง Social War ครั้งใหม่กำลังเริ่มขึ้นแล้ว เราก็ต้องคอยมาดูกันว่า เมื่อ TikTok เริ่มไปกระตุกหนวดเสือ พี่ใหญ่อย่าง Facebook และ Google พวกเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง จะจบไม่สวยแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นกับ Snapchat หรือไม่ โปรดติดตามกันต่อไปครับ

References : https://techcrunch.com/2020/07/01/lasso-facebook-tiktok-shut-down/
https://www.theverge.com/2020/7/2/21311077/facebook-lasso-shutting-down-tiktok-short-form-video-hobbi
https://www.digitalinformationworld.com/2020/05/facebook-tests-lasso-camera-within-the-main-app.html

Geek Daily EP12 : Plasma Thruster กับเทคโนโลยีขับเคลื่อนอากาศยานรูปแบบใหม่

ศาสตราจารรย์ Jau Tang กล่าว ว่าอุปกรณ์ของเขาสามารถเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าให้กลายเป็นแรงผลักดันโดยตรงโดยไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

โดยการใช้คลื่นไมโครเวฟเพื่อเพิ่มพลังงานลมอัดให้เป็นพลาสมาและยิงมันออกมาเหมือน Jet โดย ศาสตราจารย์ Tang กล่าวว่า มันอาจเป็นไปได้ที่จะขยายขนาดใหญ่พอที่จะใช้กับเครื่องบินโดยสารพาณิชย์ขนาดใหญ่ หรือ ยานอวกาศ

เป้าหมายของเทคโนโลยีนี้คือพยายามใช้ไฟฟ้าและอากาศเพื่อทดแทนน้ำมันเบนซิน  ภาวะโลกร้อนเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่ออารยธรรมมนุษย์ เขาจึงมีแนวคิดที่จะใช้เทคโนโลยีที่ปราศจากเชื้อเพลิงฟอสซิล

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://bit.ly/2BDSBTM

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/2lEqPPg

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
https://bit.ly/2VIWpdz

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/38sc5qo

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/vxAsNBjOTck

References : https://arstechnica.com/science/2020/05/microwave-thruster-makes-for-clean-burning-jet/
https://newatlas.com/aircraft/microwave-air-plasma-thruster/
https://www.researchgate.net/scientific-contributions/2120805785_Jau_Tang