PayPal Wars ตอนที่ 10 : To The Brink

FEBRUARY—JUNE 2002

สืบเนื่องจากคามเจ็บช้ำที่ถูก PayPal ปฏิเสธการเข้าซื้อไปแบบไร้เยื่อไย ทาง Meg Whitman CEO ของ ebay ก็ได้จ่ายเงิน 43.5 ล้านเหรียญ เพื่อเข้าซื้อหุ้น 35% จาก Wells Fargo ใน Billpoint ทันที เรียกได้ว่าเป็นการพลิกเกมอย่างรวดเร็วของฝั่ง ebay เพื่อมาทุ่มกับ Billpoint แบบสุดตัว หรืออีกนัยหนึ่งนั่นคือการบีบ PayPal ให้ยอมขายกลาย ๆ นั่นเอง

แน่นอนว่ามันเป็นการส่งสัญญาณไปยัง PayPal อย่างชัดเจน ว่าตอนนี้ ebay เป็นเจ้าของ Billpoint อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และยังสามารถกำหนดกลยุทธ์หลักของบริษัทได้แต่เพียงผู้เดียว ไม่ต้องปรึกษากับ Wells Fargo เหมือนในอดีตอีกต่อไปนั่นเอง

และประเด็นข้อถกเถียงเรื่องสำคัญ ในเรื่องการกำหนดว่าบริการอย่าง PayPal หรือ Billpoint นั้นเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือไม่ ก็ยังไม่มีการตัดสินให้เด็ดขาด รัฐหลุยเซียน่าตีความบริการดังกล่าวเป็นธนาคารพาณิชย์ ซึ่งรวมถึงรัฐใหญ่ ๆ ที่จะลงนามในข้อเรียกร้องแบบเดียวกัน ที่ PayPal ต้องมีการกำกับดูแล ซึ่งจะส่งให้ให้บริการอย่าง PayPal ต้องเสียค่าปรับจำนวนมหาศาล

Wells Fargo ถอนตัวจาก Billpoint
Wells Fargo ถอนตัวจาก Billpoint

แต่การกระทำของ รัฐหลุยเซียน่า ครั้งนี้นั้น ชี้ให้เห็นว่าข้อกังวลดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความหวาดระแวง ซึ่งไม่ได้คำนึงถึงผู้อยู่อาศัยในรัฐ หลุยเซียน่าหลายพันคนที่กำลังพึ่งพาบริการ PayPal เพื่อซื้อและขายสินค้าออนไลน์อยู่ และพวกเขาต้องการหยุด PayPal จากการทำธุรกิจโดยที่ไม่ได้อ้างว่าปกป้องประชาชนของพวกเขาจากสิ่งใด

ในขณะเดียวกัน ผู้บริหารระดับสูงของอีกหลาย ๆ รัฐ ก็กำลังจ้องมองไปที่ Billpoint เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในรัฐ โอเรกอน แคลิฟอร์เนีย และ อิลลินอยส์ ซึ่งมองว่า Billpoint ก็จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตเช่นเดียวกัน

มีการถกเถียงในวงกว้าง American Bankers Association (ABA) ได้กล่าวว่าบริการอย่าง PayPal หรือ Billpoint นั้น ควรจัดอยู่ในประเภทธนาคารพาณิชย์ ลูกค้าควรที่จะได้รับความคุ้มครอง ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขามาจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์เก่า และเริ่มเห็นภัยคุมคามจากบริการเหล่านี้ นั่นเอง

แต่สุดท้ายความเห็นจาก Federal Insurance Insurance Commission (FDIC) กลับยอมรับว่า บริการอย่าง PayPal นั้นไม่ได้มีส่วนร่วมในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ภายใต้กฏหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐ ซึ่งพวกเขาสรุปว่า PayPal นั้นไม่รับเงินฝาก แต่ส่งผ่านเฉพาะเงินทุนไปยังธนาคารหรือผู้ใช้อื่น ๆ เพียงเท่านั้น จะไม่มีผลผูกพันกับการตัดสินใจของหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐนั่นเอง ซึ่ง FDIC มองว่าเป็นแบบอย่างที่มีประโยชน์สำหรับแต่ละรัฐ

ซึ่งหลังจากยึด Billpoint มาได้แบบเต็ม 100% ebay ก็รุกหนักทันที Billpoint ได้เปิดตัวนโยบายการคุ้มครองผู้ขายเลียนแบบ PayPal ซึ่งทำให้ข้อได้เปรียบที่สำคัญอย่างนึงของ PayPal ไร้ผลทันที

ebay ยังคงกดดัน PayPal อย่างต่อเนื่องโดยการใส่ปุ่มชำระเงินใน email รุ่นใหม่ที่เร็วกว่าเมื่อการประมูลสิ้นสุด ซึ่งเมื่อก่อนนั้น email การแจ้งเตือนของ PayPal มักจะมาถึงก่อนเสมอ ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้ของ Billpoint นั้น เป็นการเร่งกระบวนการการชำระเงิน และรับปุ่มชำระเงินของ Billpoint ให้เร็วขึ้น และรวดเร็วกว่าที่ PayPal ทำได้

ท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นอย่างชัดเจนของ ebay นั้นเป็นผลมาจากการที่ไม่ต้องรอการตัดสินใจของ Wells Fargo ที่เป็นบริษัทแนวอนุรักษ์นิยมอีกต่อไป ทำให้พวกเขาสามารถตัดสินใจในเรื่องบริการต่างๆ รวมถึงกลยุทธ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกันนั้น ทั้ง Thiel และ Roelof Botha รวมถึงทีมผู้บริหารของ PayPal ก็เริ่มเบื่อหน่ายกับปริมาณการประมูลของ PayPal ที่เริ่มชะลอตัวลงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัท PayPal เริ่มที่จะไม่เติบโต แถมยังลดลงอีกด้วย

แน่นอนว่าส่วนนึงมาจากท่าทีที่แข็งกร้าวของ ebay หลังจากควบรวมกับ Billpoint ทำให้ลูกค้าเริ่มทยอยเปลี่ยนมาใช้บริการของ Billpoint มากขึ้น รวมถึง ebay เองก็ต้องเจอกับภาวะตกต่ำของยอดประมูลตามฤดูกาล ซึ่งทั้งหมดได้ส่งผลให้ตัวเลขของ PayPal นั้นแย่ลงเป็นครั้งแรกในตลาดประมูล และมีผลทำให้มูลค่าหุ้นของ PayPal ตกลง

เรียกได้ว่าสถานการณ์ของ PayPal นั้นอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงอีกครั้ง Thiel เริ่มตระหนักว่าสถานการณ์การแข่งขันที่ไม่แน่นอนของบริษัท รวมถึงไปถึงเรื่องทางกฏหมายที่ยังไม่เคลียร์อย่างชัดเจนว่าจะกำหนดบริการของพวกเขาให้ใครกำกับดูแล รวมถึงราคาหุ้นที่ตกลงต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อ PayPal อย่างชัดเจน

สถานการณ์ของ PayPal เริ่มเสี่ยง มูลค่าหุ้นก็ตกลงต่อเนื่อง
สถานการณ์ของ PayPal เริ่มเสี่ยง มูลค่าหุ้นก็ตกลงต่อเนื่อง

แม้ทีมงานของ PayPal จะแข็งแกร่งเพียงใด พวกเขาก็สู้กับ ebay มาได้ในทุก ๆ กลยุทธ์ ทีงานของพวกเขาพร้อมเสมอที่จะรบกับ ebay แต่ดูเหมือนว่าการสร้างกลยุทธ์เพื่อโจมตี ebay กลับในช่วงนี้ที่ปัญหาหลาย ๆ อย่างมันยังดูไม่เคลียร์นั้น ดูจะเป็นการไม่คุ้มกับแรงกายแรงใจที่ต้องทุ่มเทไปเสียแล้ว

การเจรจาน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับบริษัททั้งสอง แนวคิดเรื่องการควบรวมกิจการนั้นกลับมาในหัวของ Thiel และทีมผู้บริหารอีกครั้ง ดูเหมือนว่าหากยังสู้รบกันต่อไป ก็ไม่มีฝ่ายไหนชนะได้เด็ดขาดเสียที มันอาจจะถึงเวลาแล้วจริง ๆ ที่ PayPal ที่เป็นบริการที่ผู้ใช้ใน ebay นั้นหลงรักที่สุด ควรจะอยู่ในอ้อมกอดของ ebay จริง ๆ จัง ๆ เสียที การควบรวมกิจการคงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด และส่งผลดีต่อธุรกิจในระยะยาวจริง ๆ

และที่สำคัญการเปลี่ยน PayPal ให้เป็นระบบชำระเงินหลักของ ebay แบบเป็นทางการนั้น จะช่วยลดความเสี่ยงที่สำคัญในเรื่องทางกฏหมาย เกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจที่สถานการณ์ในขณะนั้น มีความท้าทายทางกฏหมายและกฏระเบียบกำลังคุกคามบริษัท ซึ่งอำนาจของ ebay ที่มีเครื่องมือในการสร้างการล๊อบบี้อาจจะช่วย PayPal จัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

ในตอนหน้าจะเป็นบทสรุปสุดท้ายของการต่อสู้ระหว่างบริษัททั้งสอง ซึ่งดูเหมือนสงครามครั้งนี้ใกล้จะถึงวันสิ้นสุดเสียที แล้วสงครามครั้งนี้จะจบลงตรงไหน และใครจะเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุด และให้แง่คิดอะไรในการทำธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจเล็ก ๆ ที่พร้อมจะล้มยักษ์ เหมือนที่ PayPal ทำ โปรดอย่าพลาดติดตามตอนต่อไปครับผม

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :The New Recruit *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Geek Monday EP24 : Heineken กับการใช้ IoT Big Data และ AI ปรับปรุงธุรกิจ

ต้องบอกว่า ทุกอุตสาหกรรมสามารถได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง Big Data, IoT และ AI และนั่นรวมถึงผู้ผลิตเบียร์ชาวดัตช์อย่าง Heineken ที่เป็นผู้นำการผลิตเบียร์ทั่วโลกในช่วง 150 ปีที่ผ่านมา

แต่วันนี้ในฐานะผู้ผลิตเบียร์อันดับหนึ่งในยุโรปและอันดับ 2 ของโลกพวกเขาเพิ่มผลประกอบการด้วยการใช้เทคโนโลยีอย่าง Big Data และ AI 

และเมื่อบริษัทเริ่มการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดเบียร์สหรัฐที่น่าเกรงขาม พวกเขาวางแผนที่จะใช้ประโยชน์จากข้อมูลจำนวนมหาศาลที่พวกเขารวบรวม ซึ่งในขณะนี้พวกเขาขายเบียร์ไปได้มากกว่า 8.5 ล้านบาร์เรล ในสหรัฐอเมริกา

แต่พวกเขาหวังว่าจะเพิ่มจำนวนเหล่านั้นด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพของธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการเพิ่ม AI เพื่อปรับปรุง การดำเนินงานการตลาด การโฆษณา และประสบการณ์ของลูกค้าที่ดีขึ้นนั่นเอง

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/2nXZpF0

ฟังผ่าน Apple Podcast :  https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast :  http://bit.ly/2BsGvcD

ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/32wz3sF

ฟังผ่าน Youtube :    https://youtu.be/pvBK9wovpYQ

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

BCI กับการแปลงความคิดคนเป็นอัมพาตเป็นคำพูด

การปลูกฝังสมองใหม่จากสถาบันวิจัยการแพทย์ฟินสไตน์ในนิวยอร์กอาจจะสามารถอ่านความคิดของผู้คนและสำหรับผู้ที่ไม่สามารถพูดด้วยตนเองได้ เช่นผู้ที่เป็นอัมพาต ให้สามารถพูดออกมาดัง ๆ ผ่านความคิดของพวกเขา

ระบบคอมพิวเตอร์สมอง Brain-Computer Interface (BCI) จะเป็นระบบที่ตั้งอยู่บนพื้นผิวของสมอง โดยขั้วไฟฟ้าจะทำการตรวจจับสัญญาณประสาทที่ส่งออกจากบริเวณสมองที่รับผิดชอบในการรับรู้และสร้างคำพูดซึ่งจะถูกถอดรหัสโดยคอมพิวเตอร์ในห้องปฏิบัติการรายงานจาก statnews.com

เทคโนโลยี BCI ยุคปัจจุบันไม่สามารถสร้างเส้นทางการส่งสัญญาณเสียงพูดที่สมบูรณ์แบบได้ คนที่ใช้ระบบใหม่นี้จะไม่สามารถสร้างคำพูดที่ไพเราะ แต่จากข้อมูลใหม่ของ  statnews.com  แพทย์เชื่อว่าพวกเขาอาจปล่อยให้คนที่เป็นอัมพาต สามารถบอกผู้ดูแลได้ว่าพวกเขาหิวกระหาย เกิดความเจ็บปวด หรือสิ่งอื่น ๆ ที่ค่อนข้างเรียบง่าย สำหรับพวกเขา แต่เป็นสิ่งสำคัญที่พวกเขาต้องการแสดงออกมาผ่านคำพูด

นอกจากนี้ยังอาจช่วยให้แพทย์ทราบว่าคนที่ไม่รู้สึกตัว จะสามารถรู้สึกตื่นตัวและตอบสนองหรือหลับไปตามเวลาที่กำหนดได้นั่นเอง

แต่ทาง statnews.com นั้นชี้ให้เห็นอย่างว่าอินเทอร์เฟซคอมพิวเตอร์กับสมองทางการแพทย์ เช่นนี้กำลังถูกทดสอบกับอาสาสมัครที่ได้รับการผ่าตัดสมองสำหรับโรคลมชักอย่างรุนแรงเป็นที่เรียบร้อยแล้วแล้ว

การปลูกถ่ายสมองอาจจะมีผลกระทบต่อการทำลายสมองหรือถูกปฏิเสธโดยระบบประสาทและเนื่องจากอุปกรณ์ไม่ได้อยู่ตลอดไป การผ่าตัดสมองหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจึงมีความจำเป็น แต่สักวันหนึ่งหากคำถามเกี่ยวกับความเข้ากันได้ของสมองได้รับการแก้ไขดูเหมือนว่าพลังการช่วยเหลือของการปลูกถ่าย BCI ก็พร้อมที่จะใช้มันเป็นเรื่องปรกติเหมือนกับการผ่าตัดรูปแบบอื่น ๆ นั่นเอง

References : https://www.statnews.com http://www.medgadget.com/img/kjfdjye.jpg

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Flying Jet Suit กับอนาคตชุด Iron Man บนโลกแห่งความจริง

ชุดเจ็ทโบอิ้งเลียนแบบไอรอนแมนเพิ่งได้รับการอัพเกรดคุณสมบัติใหม่ : การเสริมปืนกลที่ติดตั้งบนไหล่ซึ่งยิงได้เหมือนอาวุธโจมตีในหนัง ไอรอนแมนจริง ๆ

James Bruton วิศวกรโครงการดังกล่าว ได้อัปโหลดวิดีโอ แสดงรายละเอียดการสร้างป้อมปืนสำหรับชุดเจ็ท ซึ่งได้มีการแสดงโดยผู้ก่อตั้ง บริษัท ริชาร์ด บราวนิ่ง ที่ทำการสวมชุดสูทเพื่อโฉบเหนือลานจอดรถในขณะที่ยิงปืนไรเฟิลอัดลมแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ผลิตอุปกรณ์การบินส่วนบุคคลได้บอกใบ้อย่างละเอียด ที่พวกเขาสนใจในการทำสงครามจริง ๆ  ในเดือนกรกฎาคมนักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศสชื่อ Franky Zapata ได้ใช้ Hoverboard บินได้ของเขาในชื่อว่า Flyboard Air เพื่อทะยานขึ้นเหนือขบวนพาเหรด Bastille Day ของปารีสด้วยปืนของเล่นในมือ

อย่างไรก็ตามการออกแบบของ Bruton ได้พัฒนาแนวคิดนี้ไปอีกขั้นหนึ่ง ด้วยการติดตั้งปืนยาวบนป้อมปืนที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของหมวกนิรภัยของนักบิน เหมือนกับชุด Iron Man ของโทนี่ สตาร์ค ในหนังจริง ๆ

ไม่ว่าเทคโนโลยีดังกล่าว จะเกี่ยวข้องกับทหารจริง ๆ หรือไม่ หรือเป็นการจ้าง โดยบริษัท ใด บริษัทหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาต้องใช้เงินทุนที่ค่อนข้างสูงเพื่อช่วยพวกเขาในการสร้างชุดทหารที่ใช้เทคโนโลยีที่สุดล้ำดังกล่าวได้

แต่ นาย กาวิน วิลเลียมสัน ปลัดกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักร ดูเหมือนจะติดใจเรื่องการใช้ชุดเจ็ท ทางการทหารเหล่านี้ เพื่อมาใช้ในสงครามจริง ๆ โดยบริษัทได้ทำการเพิ่มปืนไรเฟิลเข้าไปหลังจากการสาธิตให้ทางกาวินดูเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยจินตนาการถึงถึงรูปแบบการจู่โจมเรือรบในอนาคตนั่นเอง

References : https://gizmodo.com

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Movie Review : Eli (อีไล จิตต้องขัง)

ถือเป็นสัปดาห์ที่หนัง netflix เข้าใหม่น่าสนใจหลายเรื่องทีเดียวเลยนะครับ สำหรับในอาทิตย์ นี้ และ Eli (อีไล จิตต้องขัง) ก็เป็นอีกหนึ่งหนังฟอร์มใหญ่ของ Netflix ที่เข้าฉายให้ได้รับชมกันเช่นกันในอาทิตย์นี้ และด้วยหนังสไตล์นี้ที่ผมชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลยไม่พลาดชมตั้งแต่วันแรก ๆ ที่เข้า netflix

สำหรับเรื่องย่อ นั้น ELi อีไล จิตต้องขัง ครอบครัวมิลเลอร์ได้พาลูกชายที่ป่วยเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง ย้ายเข้ารับการรักษาในบ้านปลอดเชื้อแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ห่างไกล เพราะคิดว่านี่คือหนทางสุดท้ายในการรักษาโรคนี้ เพราะพวกเขาได้พยายามมาหลาย ๆ วิธีแล้ว แต่ เมื่อถึงบ้านหลังดังกล่าว อีไลต้องทรมานจากจิตหลอนอันน่าสะพรึงกลัว ที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต

ต้องบอกว่า ELi (อีไล จิตต้องขับ) นั้นถือเป็นอีกหนึ่งหนังสยองขวัญจาก Netflix โดยเป็นหนังที่ทำโดยค่าย Paramount พร้อมได้ ลีลี่ ไทเลอร์ จาก The Nun มาเล่นตัวเอก (รับบท เป็น Dr. Isabella Horn หมอผูัที่จะมารักษาอีไล) และแน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นหนัง Original Netflix ที่ฉายใน Netflix เพียงที่เดียวเท่านั้น

เอาจริง ๆ ตอนแรกผมก็ไม่ได้ตั้งความหวังไว้สูงมากนัก กับหนังเรื่องนี้ และยังไม่ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับตัวหนังมากนัก เข้าไปดูเพราะเป็นหนัง Suggest จาก netflix พอดี และเป็นหนังสไตล์ที่ผมชอบอยู่แล้วเช่นกัน

แต่พอได้ดูจริง ๆ กลับพบว่า มันสนุกแบบเหลือเชื่อมาก ๆ เรื่องนี้ หนังเรื่องนี้ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ของหนังสยองขวัญ สั่นประสาท ที่เดาเนื้อเรื่องได้ยากมาก ๆ แม้คุณจะพยายามเดาว่าจุดจบมันเป็นอย่างไร แต่รับรองว่าคุณจะเดามันไม่ถูกอย่างแน่นอน

การแสดงของ หนูน้อย ชาร์ลี ชอตเวลล์ ที่รับบท Eli นั้นเรียกได้ว่า ทำผลงานการแสดงได้อย่างยอดเยี่ยม มันเป็นหนังที่มีส่วนผสมหลาย ๆ อย่างรวมกัน ทั้งความเป็นดรามา ของเรื่องภายในครอบครัว เรื่องของความสยองขวัญสั่นประสาทจากผี รวมถึงความเป็น Sci-Fi ที่หนังเรื่องนี้ต้องบอกว่า ผสมผสานเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างกลมกล่มและลงตัวเป็นอย่างมาก

คือ ถ้าหนังเรื่องนี้ฉายในโรงภาพยนต์ ก็น่าจะสร้างรายได้แบบถล่มทลายได้ไม่ยาก เพราะเป็นหนังคุณภาพจริง ๆ ที่เหลือเชื่อว่า netflix สามารถเจรจาซื้อลิขสิทธิ์มาลงเฉพาะของพวกเขาได้ เป็นหนังฟอร์มยักษ์ของ netflix ที่ทุกคนไม่ควรพลาดจริง ๆ ครับ สำหรับหนังเรื่องนี้

และอยากบอกว่า จุดพีคที่สุด ก็คือตอนท้ายของเรื่องราว ที่จะมาเฉลยปมทุกอย่าง ที่ต้องบอกว่า เป็นบทบสรุปที่จะทำให้คุณอึ้งไปตาม ๆ กัน และคุณไม่มีทางเดาเนื้อเรื่องตอนจบได้อย่างแน่นอน ซึ่งผมว่าเป็นหนังที่ไม่ควรพลาดที่สุดสำหรับแฟน ๆ netflix ในปีนี้ครับผม

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol