ต้องบอกว่าส่วนตัวเองผมก็เป็น FC งานเขียนของคุณโสภณมาตั้งแต่ที่ได้อ่านหนังสือเล่มแรกอย่าง หนังสือ The Nerd of Microsoft
หลังจากนั้นก็ติดตามผลงานเรื่อยมา และได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่างจากประสบการณ์การทำงานของคุณโสภณเองทั้งการเป็นพนักงานเงินเดือนและเจ้าของธุรกิจ
ส่วนใหญ่ผมชอบฟังผ่านพอดแคสต์ในรายการ StartYup ในช่อง Infinity podcast ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในคนที่มี stories ที่น่าสนใจมาก ๆ
หนังสือเล่มนี้ “think simple” เป็นหนังสืออีกเล่มที่ถ่ายถอดเรื่องราวทั้งผ่านประสบการณ์และการเรียนรู้ของคุณโสภณได้อย่างน่าสนใจ
ผมว่าทุกวันนี้หลายคนน่าจะเคยสงสัยกันว่าทำไมชีวิตทุกวันนี้มันถึงวุ่นวายจัง ทั้งที่เราก็มีเครื่องทุ่นแรงเต็มไปหมด…
ตื่นเช้ามาก็ต้องเช็กอีเมล ไถฟีดโซเชียล ตอบแชตงาน แถมยังต้องคิดอีกว่าจะกินอะไรดี
พอถึงที่ทำงานก็เจอเรื่องปวดหัวอีกเพียบ ทั้งงานที่สุมหัว ประชุมที่ยาวเหยียด และเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้
เราพยายามจัดการทุกอย่างด้วยการโหลดแอปแพลนเนอร์ ซื้อสมุดจดเล่มใหม่ หรือหาวิธีจัดการเวลาแบบคนดัง
แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นว่า ยิ่งเราพยายามจัดระเบียบมากเท่าไหร่ ชีวิตก็ยิ่งดูยุ่งเหยิงมากขึ้นเท่านั้น…
บางทีปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่ตัวงานหรือเวลาที่มีจำกัด
แต่อยู่ที่วิธีคิดของเราเองที่ชอบทำให้เรื่องง่ายกลายเป็นเรื่องยาก
เรามักจะติดนิสัยคิดเผื่อ วางแผนซ้อนแผน และพยายามควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือ
จนลืมไปว่าบางทีการปล่อยวางและตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด…
หนังสือ think simple ของ โสภณ กำลังพยายามบอกเรื่องนี้กับเรา
ผู้เขียนไม่ใช่ไลฟ์โค้ชที่มาสอนทฤษฎีปรัชญาให้ชวนง่วง
แต่เป็นคนที่เคยผ่านจุดสูงสุดและต่ำสุดในชีวิตการทำงานมาแล้วทั้งในฐานะมนุษย์เงินเดือนและผู้ประกอบการ
เขาเอาประสบการณ์เหล่านั้นมาเล่าย่อยให้เราฟังแบบเป็นกันเองและสอดแทรกองค์ความรู้จากหนังสือเล่มดังๆ ได้อย่างน่าสนใจ
เนื้อหาในเล่มพูดถึงความจริงที่ว่า มนุษย์เราชอบสร้างความซับซ้อนให้ตัวเอง
เวลาเจอปัญหา เรามักจะคิดหาวิธีแก้ที่มันดูอลังการงานสร้าง
เพราะเรามีความเชื่อฝังหัวว่า ปัญหายากๆ มันก็ต้องแก้ยากๆ ด้วยวิธีที่เหนือชั้น
แต่ในความเป็นจริง วิธีแก้ปัญหาที่ได้ผลที่สุดมักจะเป็นวิธีที่ซื่อบื้อและตรงไปตรงมาที่สุด…
ลองนึกถึงตำนาน Gordian Knot ในยุคกรีกโบราณ
มันคือปมเชือกที่ถูกผูกไว้แบบโคตรซับซ้อน ไม่มีใครแก้ได้มาหลายร้อยปี
คนเก่งๆ มากมายพยายามมานั่งแกะเชือกทีละเส้น แต่ก็ยอมแพ้ไปหมด
จนกระทั่ง Alexander the Great เดินทางมาถึง
แทนที่เขาจะมานั่งงมแกะเชือกเหมือนคนอื่น เขากลับชักดาบออกมาแล้วฟันเชือกขาดกระจุยในดาบเดียว…
ซึ่งนี่แหละคือแก่นแท้ของการคิดแบบ “Simple”
มันไม่ใช่การมานั่งแก้ปัญหาที่ซับซ้อน แต่คือการตัดปัญหาทิ้งไปเลย
ในชีวิตจริง ปมเชือกพวกนั้นก็คือความคาดหวัง กฎเกณฑ์ และความกังวลที่เราเอามาผูกมัดตัวเอง
เรากลัวว่าคนอื่นจะมองยังไง กลัวว่าถ้าทำแบบนี้แล้วจะเกิดปัญหาตามมา
จนสุดท้ายเราก็ไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย เพราะมัวแต่คิดเยอะเกินไป…
เหตุผลหลักๆ ที่คนเราชอบคิดเยอะ เป็นเพราะเราเสียดายเวลาและแรงที่ลงไปแล้ว
อย่างเวลาทำงาน ถ้าเราอุตส่าห์ทำสไลด์มาตั้งยี่สิบหน้า จะให้ตัดทิ้งเหลือสามหน้าก็แอบเสียดาย
เราเลยยัดข้อมูลทุกอย่างลงไปให้หัวหน้าดู เพื่อโชว์ว่าเราตั้งใจทำงาน
ผลคือคนฟังงง จับประเด็นไม่ได้ และงานก็ไม่ผ่านอยู่ดี…
หนังสือเล่มนี้บอกให้เรากล้าที่จะทิ้ง กล้าที่จะบอกว่าอะไรไม่สำคัญ
คนเก่งไม่ใช่คนที่ทำงานได้เยอะที่สุดในเวลาเท่าเดิม แต่คือคนที่รู้ว่างานไหนไม่ต้องทำต่างหาก
ความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญคือทักษะที่แพงมากในยุคนี้…
เวลาเจอเรื่องผิดหวังก็เหมือนกัน
คนทั่วไปมักจะหาเหตุผลร้อยแปดมาอธิบายว่าทำไมถึงพัง โทษดิน โทษฟ้า โทษตัวเอง
แต่คนที่คิดง่ายๆ เขาจะมองแค่ว่า มันพลาดไปแล้ว จะเอาไงต่อ
เขาจะเก็บแค่บทเรียนแล้วเดินหน้าต่อ ไม่มานั่งฟูมฟายให้เสียเวลา
การตัดอารมณ์ดราม่าทิ้งไป ช่วยให้เราตั้งหลักได้เร็วขึ้นเยอะ…
ซึ่งหลายคนอาจจะเถียงว่า ชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
เรามีภาระ มีหนี้สิน มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ จะให้มาคิดตื้นๆ ได้ยังไง
แต่ยิ่งชีวิตมีเรื่องให้แบกเยอะ เรายิ่งต้องทำให้ระบบความคิดของเราเบาที่สุด
อะไรที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ก็ปล่อยมันไป โฟกัสแค่สิ่งที่เราทำได้ตรงหน้าก็พอ…
การเลือกที่จะไม่ทำอะไรบางอย่าง ให้ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่พอๆ กับการเลือกทำ
ทุกครั้งที่เราบอกปัดงานที่ไม่สำคัญ เรากำลังซื้อเวลาคืนมาให้สิ่งสำคัญ
มันคือการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าสุดๆ
ถึงเวลาที่เราต้องกลับมาจัดบ้านในหัวตัวเองใหม่ อะไรที่รกก็ทิ้งไปซะ…
ความสุขไม่ได้แปลว่าต้องมีทุกอย่าง หรือสำเร็จเบอร์ใหญ่เสมอไป
แต่มันคือการรู้ว่าเรามีพอแล้ว และไม่ต้องวิ่งตามใครให้เหนื่อย
ลองหยุดฟังเสียงคนอื่น แล้วกลับมาฟังเสียงตัวเองดูบ้าง
เราอาจจะพบว่าสิ่งที่เราต้องการจริงๆ มันก็แค่การได้ใช้ชีวิตสงบๆ และไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง…
หนังสือ “think simple” เหมือนเพื่อนที่คอยดึงสติเรา
ว่าอย่าไปบ้าจี้ตามโลกที่มันหมุนเร็วและวุ่นวายเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค AI ที่มันเฟ้อมาก ๆ ในตอนนี้
เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกใช้ชีวิตแบบชิลๆ คิดอะไรให้มันง่ายๆ บ้างก็ได้
ชีวิตมันอาจจะยาก แต่มันไม่ต้องยากเว่อร์ขนาดนั้น…
ลองกลับไปดูว่าวันนี้มีเรื่องอะไรที่เรากำลังทำให้มันวุ่นวายเกินเบอร์อยู่หรือเปล่า
มีปัญหาไหนที่เราสามารถหยิบดาบมาฟันให้จบๆ ไปได้บ้าง
ถ้าพร้อมแล้ว ก็ชักดาบออกมาฟันปมเชือกในหัวทิ้งได้เลย..
References : หนังสือ Think Simple โดย คุณ โสภณ ศุภมั่งมี