Real Life Cyborg กับมนุษย์หุ่นยนต์คนแรกของโลก

เทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้เราอาจมีชีวิตอยู่ในฐานะ “Cyborg” ในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งตอนนี้ได้เริ่มมีการทดลองกับ Johnny Matheny ที่อาศัยอยู่ใน Florida โดย  Matheny ที่สูญเสียแขนของเขาที่จากโรคมะเร็งในปี 2005 จะได้รับอวัยวะเทียมที่สามารถควบคุมผ่านความคิดของเขาได้

ซึ่งแขนกลอัตโนมัติที่ได้รับการพัฒนาโดย  Johns Hopkins Applied Physics Lab เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมของพวกเขาในการปฏิวัติแขนขาเทียม

โดยเป้าหมายของโปรแกรมนี้ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานโครงการวิจัยขั้นสูงกลาโหม (DARPA) คือการสร้างอวัยวะเทียมที่ควบคุมโดยระบบประสาทในสมองและคอยควบคุมมอเตอร์ให้รู้สึกเหมือนเป็นธรรมชาติ

ในขณะที่อุปกรณ์แขนเทียมนั้นน่าประทับใจ แต่แขนหุ่นยนต์ก็มีขีดจำกัดบางอย่างที่ต้องระวัง โดย Matheney จะไม่สามารถทำให้แขนเปียกได้ และไม่ได้รับอนุญาตให้ขับขี่ยานพาหนะขณะสวมใส่แขนเทียมดังกล่าว

ส่วนประกอบที่สำคัญสองอย่างของการทดสอบ “แขนขาเทียม” ในปัจจุบันคือการตรวจสอบว่าแขนมีความสามารถทางเทคนิคอย่างไร และควบคุมได้ดีแค่ไหนโดยสมองของ Matheney ซึ่งถ้าแขนขาหุ่นยนต์เหล่านี้สามารถควบคุมได้ดี และใช้งานอย่างประสบความสำเร็จ 

มันจะปฏิวัติวงการแขนขาเทียม  โดยแขนขาเทียมจะทำงานกับการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยแต่ละรายด้วยความเป็นธรรมชาติมายิ่งขึ้น

ซึ่งแน่นอนว่าหากการทดสอบประสบความสำเร็จ มันจะมีความหมายต่ออนาคตของขาเทียมอย่างไร? หรือจะกลายเป็นโอกาสของมนุษย์ Cyborg? และที่สำคัญนอกเหนือจากประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่ใช้แขนขาเทียม เทคโนโลยีเหล่านี้ก็อาจพิสูจน์ให้เห็นว่าอาจจะมีประโยชน์ในสถานที่ที่เราไม่คาดคิด เช่น ในการเดินทางไปดาวอังคาร ก็อาจจะเป็นไปได้ครับ

References : 
https://futurism.com

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Geek Monday EP15 : GE กับการใช้ IoT,Machine Learning ในการปฏิวัติอุตสาหกรรม

กว่า 120 ปีที่ผ่านมา General Electric (GE)  มีความเชี่ยวชาญในการผลิตอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมหนัก เช่น กังหันพลังงานไฟฟ้า เครื่องยนต์เจ็ท และอุปกรณ์ถ่ายภาพทางการแพทย์ ดังนั้นเมื่อ GE ได้รวมองค์ประกอบด้านดิจิตอลของสายธุรกิจของ บริษัท เข้าสู่แผนกใหม่ซึ่งใช้ซอฟต์แวร์จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของจีอีในอนาคต และมันจะกลายเป็นตัวแทนของธุรกิจหลักของ GE ในอนาคต

ศูนย์กลางของกลยุทธ์นี้คือแอปพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Predix ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของ GE ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับอุตสาหกรรมหนัก แนวคิดคือการรวบรวมข้อมูลจาก ‘IoT’ และใช้เทคโนโลยี Machine Learning เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงรักษาและการใช้งานของระบบอุตสาหกรรมทั้งหมด

GE มีแอพพลิเคชั่นหลายตัวที่ใช้ในการตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ  ตัวอย่าง เช่นเซ็นเซอร์บนกังหันที่มีการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับความเร็วลม กำลังไฟฟ้า และการควบคุมมอเตอร์ ด้วยการรวมศูนย์ข้อมูลและสร้างแบบจำลองเสมือนจริง ของอุปกรณ์

โดน GE สามารถใช้อัลกอริทึมในการทำนายการบำรุงรักษาที่เหมาะสมสำหรับส่วนประกอบเฉพาะหรือปรับสมดุลทั้งระบบในทั้งอุตสาหกรรมได้ และสามารถลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศษล

Predix มีมูลค่ามหาศาลสำหรับ บริษัท เนื่องจากจะช่วยให้ GE สามารถปรับปรุงการใช้สินทรัพย์ภายในและภายนอกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้้นได้ และเป้าหมายสูงสุดนั้นพวกเขาตั้งใจจะขาย Predix เป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางข้อมูลสำหรับการปรับปรุงกระบวนการให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมหนักทั้งหลายทั่วโลกนั่นเอง

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : 
https://tharadhol.podbean.com/e/geek-monday-ep15-ge-iot-machine-learning/

ฟังผ่าน Spotify : 
https://open.spotify.com/episode/27eunkLmcliI6SreBgDFNz

ฟังผ่าน Youtube :
https://youtu.be/ACB2NkM0fYQ

References : 
adpt.news                        
https://www.automationworld.com/article/topics/industrial-internet-things/ge-helps-power-plants-achieve-digital-transformation
https://www.ge.com/digital/blog/industrial-iot-how-connected-things-are-changing-manufacturing
https://digital.hbs.edu/platform-rctom/submission/predix-at-ge-machine-learning-in-industrial-iot/
https://www.bernardmarr.com/default.asp?contentID=1266

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Smartphone War ตอนที่ 15 : The Winner Is

และในที่สุดการปฏิวัติวงการมือถือโลก ก็สามารถทำได้สำเร็จ ด้วยพลังของ iPhone ที่ได้มาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตมนุษย์เราไปตลอดกาล โลกของเรายุคหลังการเกิดขึ้นของ iPhone นั้น เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพราะข้อมูล ความรู้ ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ สามารถเข้าถึงได้ด้วยเพียงปลายนิ้วของเราเท่านั้น

Smartphone ได้นำพาชีวิตของมนุษย์เราก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น เพื่อรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต รายละเอียดต่าง ๆ ในชีวิตของเรา เช่น เบอร์โทรศัพท์ของเพื่อน รูปภาพ ข้อความ หรือข้อความต่าง ๆ ที่ได้บันทึกไว้ จะต้องอยู่ในโทรศัพท์เพียงเท่านั้นโดยบันทึกไว้ในหน่วยความจำของเครื่องโทรศัพท์ แต่ตอนนี้ข้อมูลทุกอย่างของเราถูกบันทึกไปอยู่บนระบบ Cloud แทบจะทั้งหมด

Smartphone ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของทุก ๆ อาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเหล่าพนักงานขาย ที่สามารถโชว์สินค้าให้ลูกค้าได้เห็นทันทีผ่านมือถือ เหล่าพ่อค้าแม่ค้าต่าง ๆ ก็สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อีกจำนวนมหาศาลผ่าน Ecommerce บนมือถือ เราสามารถเรียก Taxi มารับได้ถึงที่ด้วยเพียงปลายนิ้ว หรือ อาชีพอื่น ๆ อีกมากมายที่ smartphone ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของพวกเค้าเหล่านี้

และเมื่อประชาการในประเทศกำลังพัฒนาเริ่มสามารถเข้าถึง smartphone ก็ทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น App ให้คำแนะนำทางการแพทย์ ข้อมูลการเงิน การธนาคาร การศึกษา ทุกอย่างสามารถเข้าถึงได้ผ่าน smartphone เหล่านี้แทบจะทั้งสิ้น

หรือแม้กระทั่งปรากฏการณ์ระดับโลกอย่าง Arab Spring ในช่วงปี 2011 มือถือ smartphone ก็ได้เป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดผลกระทบต่อการเมือง สังคม ผ่านบริการเครือข่าย Social Network ต่าง ๆ ที่อยู่บนมือถือ smartphone เหล่านี้

และการเติบโตของ iPhone มากขึ้นในทุก ๆ ปีนั้น ส่งผลบวกต่อ Google ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะบริการต่าง ๆ ของ Google ที่อยู่บนมือถือนั้น ลูกค้ามักเลือกบริการของ Google ก่อนเสมอ ไมว่าจะเป็น Maps , Youtube หรือแม้กระทั่ง Google Docs

แต่มันเป็นข่าวร้ายสำหรับ Microsoft ซึ่งมีกำไรกว่าครึ่งมาจากการขาย PC ส่วนที่เหลือมาจากบริการ Software หลัก ๆ ของพวกเขาไม่ว่าจะเป็นชุด Microsoft Office หรือ Software Enterprise สำหรับองค์กร

และตลาดของ PC มันได้เริ่มถึงทางตันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะตอนนี้เป็นยุคของมือถือ และ smartphone จะกลายมาแทนที่ PC ในพื้นที่ห่างไกลกันดาร เพราะสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า รวมถึงการเกิดขึ้นของ มือถือ Android ราคาถูกจากจีน จะทำให้แย่งตลาดนี้ไปจาก Microsoft เป็นจำนวนมาก

และในด้านตลาดมือถือนั้น แม้สุดท้าย Microsoft จะ Take Over Nokia มาสำเร็จในช่วงปลายปี 2013  แต่ด้วยความล่าช้า รวมถึงไม่ได้รับความสนใจจากเหล่านักพัฒนา App ให้มาสนใจ Windows Phone ทำให้ App ดี ๆ ที่คนใช้งานทั่วไปในทั้ง Android และ iOS ไม่มาสร้างบน Windows Phone

Microsoft ที่ take over Nokia มาได้สำเร็จแต่ก็ไม่สามารถผลักดัน Windows Phone ได้สำเร็จอยู่ดี
Microsoft ที่ take over Nokia มาได้สำเร็จแต่ก็ไม่สามารถผลักดัน Windows Phone ได้สำเร็จอยู่ดี

แม้กระทั่ง App Facebook เองที่เป็น Social Network ยักษ์ใหญ่ และ Microsoft มีหุ้นอยู่ด้วยนั้น ก็ไม่ได้มาทำ Official App บน Windows Phone ทำให้ขาดแรงดึงดูดต่อลูกค้าผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก ซึ่งสุดท้าย Windows Phone ก็ไม่สามารถสอดแทรกมาเป็นระบบปฏิบัติทางเลือกที่สามได้ และล่มสลายไปในที่สุดอย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบัน

ซึ่งเราอาจจะมองได้ว่า Android ของ Google กลายเป็นผู้ชนะในศึกสงคราม smartphone ครั้งนี้ เมื่อ Android ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มหลักบนอุปกรณ์มือถือถ้าเทียบในเรื่องปริมาณผู้ใช้งานในแพลตฟอร์ม

และที่สำคัญมันยังทำให้ Google ได้ครอบครองธุรกิจค้นหาบนมือถือ ซึ่งแม้ Google เองนั้นก็ไม่ได้สนใจว่าแพลตฟอร์มตัวไหนจะเป็นหลัก ตราบใดเท่าที่มีคนใช้ Search Engine ของ Google 

แต่เมื่อ Android กำลังรุดหน้าไปครองตลาดใหม่ ๆ ในทุก ๆ แห่งผ่านเหล่าผู้ผลิตมือถือยักษ์ใหญ่ทั่วโลก โดยเฉพาะแบรนด์จีนที่ทำให้ smartphone ราคาถูกลงเป็นอย่างมาก แต่ Apple ก็จะไปแย่งชิงเอาลูกค้าที่ดีที่สุดไปเหมือนเคยในทุก ๆ ครั้ง

และด้วยการพัฒนาของมือถือ ที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้สุดท้ายเราได้เห็น Features ต่าง ๆ ที่เมื่อก่อนยุค iPhone จะเกิดนั้นใครจะไปคาดคิดว่าเราจะใช้งานมือถืออย่างที่เราเห็นได้ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Maps , Voice Assistant อย่าง SIRI หรือ การ Streaming ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนัง หรือแม้กระทั่งการใช้งานบน Cloud ที่ง่ายแสนง่ายอย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบัน 

เราได้ใช้ Features ล้ำ ๆ ที่แทบจะเคยคาดคิดมาก่อนว่าจะใช้งานได้บนมือถือ
เราได้ใช้ Features ล้ำ ๆ ที่แทบจะเคยคาดคิดมาก่อนว่าจะใช้งานได้บนมือถือ

จะได้เห็นว่าหลังจากการเกิดขึ้นของ iPhone นั้นมันได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์บนโลกเราไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่ง คงไม่เกินเลยที่จะกล่าวได้ว่า iPhone ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการปฏิวัติด้านเทคโนโลยีของโลกมนุษย์เรา นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 นั่นเองครับ

แล้วเราได้อะไรจากการเรื่องราวของ สงคราม Smartphone War จาก Blog Series ชุดนี้

สำหรับเรื่องราวการต่อสู้ในศึก Smartphone War จาก Series ชุดนี้เราได้เห็นถึงการต่อสู้ของ เหล่าผู้ที่ต้องการปฏิวัติวงการมือถือที่ย่ำอยู่กับที่มานานแสนนาน ทั้ง Apple หรือ Google เองนั้นต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงธุรกิจมือถือที่มันผิดที่ผิดทาง ให้อุตสาหกรรมมันสามารถเดินหน้าไปเหมือนอุตสาหกรรมอื่นๆ  ได้ด้วยนวัตกรรม

สิ่งแรกที่เราเห็นได้ชัดที่เป็นอุปสรรคขัดขวางของนวัตกรรมในธุรกิจมือถือ ก็คือเหล่าเครือข่ายมือถือที่มีอำนาจคอยควบคุมเส้นทางข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วโลก และคิดหาเงินจากการเป็นทางผ่านข้อมูลของพวกเขา ทำให้เหล่าบริษัทมือถือยักษ์ใหญ่ในอดีตอย่าง Nokia แทบที่จะสยบอยู่แทบเท้าพวกเค้าเหล่านี้

ซึ่งต้องบอกว่ามันเป็นสิ่งที่ควรจะพัฒนาไปตั้งนานแล้ว จากยุคก่อนที่ iPhone จะเกิดขึ้นนั้น เราจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีทางด้านอินเทอร์เน็ตมันก้าวล้ำไปมากแล้ว แต่กับอุตสาหกรรมมือถือ มันเหมือนย้อนกลับไปในโลกยุคปี 90 ที่อินเทอร์เน็ตบนมือถือ มันได้กลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมาก ประสบการณ์ใช้งานเว๊บไซต์ที่ห่วยแตก จะเห็นได้ว่าอุปสรรคต่าง ๆ เหล่านี้ถูกพังทลายลงหลังจากการเกิดขึ้นของ iPhone แทบทั้งสิ้น

ซึ่งแน่นอนว่าโลกเราต้องขอบคุณสตีฟ จ๊อบส์ ที่ได้สรรค์สร้างผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์เราไปอย่างสิ้นเชิงอย่าง iPhone ขึ้นมา และต้องของคุณ Google ที่ทำให้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึง smartphone ได้ โดยไม่ลำบากในเรื่องภาระทางการเงินจนเกินไป และต้องขอบคุณ Microsoft ที่เข้ามาแข่งขันในตลาดนี้ด้วย เพราะ เป็นตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรมต่าง ๆ ขึ้นมามากมายเพื่อทำการฉีกหนีคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง Microsoft ให้ได้นั่นเอง

และเรื่องราวครั้งนี้มันยังเป็นการต่อสู้ทางกลยุทธ์ทางธุรกิจ ที่มีการหักเหลี่ยมเฉือนคม ถึงกับต้องมีการฟ้องร้องในชั้นศาล เพื่อเป็นแต้มต่อในด้านธุรกิจ อย่างที่ Microsoft ทำได้สำเร็จ ซึ่งสุดท้าย ทั้งสามฝ่าย ทั้ง Apple , Google และ Microsoft ทุกบริษัทที่แข่งกัน ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตามแต่สุดท้ายหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมมือถือได้สำเร็จ ทุกบริษัทก็ได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการปฏิวัตินี้ไปในที่สุดไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ซึ่งสุดท้ายมันก็ได้พาพวกเขาทั้งสามทะยานขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าอันดับต้น ๆ ของโลก ( 2.Apple $309.5 billion, 3. Google $309 billion , 4. Microsoft $251.2 billion)  ซึ่งแน่นอนว่ามันมาจากการที่พวกเขามีส่วนร่วมไม่ทางใดก็ทางหนึ่งต่อสงครามในการปฏิวัติอุตสาหกรรมมือถือโลกในครั้งนี้นั่นเองครับ

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 Phone & Microsoft *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

อย่าลืมติดตามผลงานเรื่องต่อ ๆ ไปของผมก่อนใครได้ที่ blockdit นะครับ โหลดได้เลย

อย่าลืม ค้นหา “ด.ดล Blog” แล้ว กด follow กันด้วยนะครับผม

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol