ทำไมเกาหลีใต้ถึงให้อภัยผู้นำที่ทุจริตคอรัปชั่น?

Lee Myung-bak ประธานาธิบดีฝ่ายอนุรักษ์นิยมของเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 2008 ถึง 2013 ได้รับการอภัยโทษจาก Yoon Suk-yeol ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน Lee ได้รับโทษเพียงสองปีหลังจากถูกตัดสินจำคุก 17 ปีในปี 2020 ข้อหาติดสินบนและคอร์รัปชัน

เขาเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนที่สี่ที่ได้รับการอภัยโทษตั้งแต่ประเทศเริ่มมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยในปี 1987

ต้องบอกว่ามีประธานาธิบดีที่ทุจริตมากมายทั่วโลก แต่สิ่งที่มักไม่ค่อยพบเจอก็คือ การที่พวกเขาถูกนำมารับการพิจารณาคดี ถูกตัดสินลงโทษ และได้รับการอภัยโทษจากผู้สืบทอดตำแหน่งของตัวเขาเอง 

เหตุใดจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้งในเกาหลีใต้ ต้องบอกว่าการให้อภัยโทษมีบทบาทต่อระบบกฎหมายสมัยใหม่ส่วนใหญ่ ในหลายประเทศ รวมทั้งฝรั่งเศส ตุรกี และสวิตเซอร์แลนด์ โดยอำนาจในการอภัยโทษขึ้นอยู่กับสภานิติบัญญัติเป็นส่วนใหญ่  แต่ก็มีในบางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ที่รัฐบาลสามารถผ่อนผันได้ก็ต่อเมื่อได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานยุติธรรมอย่างศาลฎีกาเพียงเท่านั้น 

ประธานาธิบดีอเมริกัน โดยเฉพาะ Donald Trump บางครั้งถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจในการอภัยโทษในทางที่ผิด แต่มีระบอบประชาธิปไตยเพียงไม่กี่แห่งที่ใช้การอภัยโทษเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองในแบบที่เกาหลีใต้ทำ

วัฏจักรนี้เริ่มต้นด้วย Chun Doo-hwan ผู้นำเผด็จการทหารคนสุดท้าย และ Roh Tae-woo พันธมิตรของ Chun ที่กลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกหลังระบอบประชาธิปไตย ทั้งคู่ถูกตัดสินจำคุกในปี 1996 ในข้อหารับสินบน การทำรัฐประหารในปี 1979 และมีบทบาทในการสังหารหมู่ผู้ประท้วงที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยในปี 1980 พวกเขาได้รับการปล่อยตัวในปีต่อมา 

 Chun Doo-hwan ผู้นำเผด็จการทหารคนสุดท้าย และ Roh Tae-woo พันธมิตรของเขา (CR:DW)
 Chun Doo-hwan ผู้นำเผด็จการทหารคนสุดท้าย และ Roh Tae-woo พันธมิตรของเขา (CR:DW)

Park Geun-hye ผู้สืบทอดตำแหน่งของ Lee Myung-bak ถูกตัดสินจำคุกในปี 2018 ฐานรับสินบนและใช้อำนาจโดยมิชอบ ก่อนได้รับการอภัยโทษจาก Moon Jae-in ผู้สืบทอดตำแหน่งจากพรรคเสรีนิยมในเดือนธันวาคม 2021

วัฒนธรรมแปลก ๆ แบบนี้ของเกาหลีใต้ต้องเรียกได้ว่ามีอายุยืนยาวกว่าระบอบเผด็จการที่สร้างรูปแบบดังกล่าวนี้ขึ้นมา การเมืองของประเทศกลายมาเป็นเกมที่ต้องแลกมาด้วยเลือด ซึ่งช่วยอธิบายว่าทำไมผู้กระทำผิดส่วนใหญ่ถึงถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่มีประธานาธิบดีคนใดลังเลที่จะใช้สำนักงานตำรวจและสำนักงานอัยการเพื่อสอบสวนคู่แข่งทางการเมืองของตน 

เหตุใดผู้ต้องโทษจึงได้รับการอภัยโทษจึงเป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย ทั้งสี่กรณีผู้ที่ให้อภัยโทษกับอดีตประธานาธิบดีที่กระทำผิด อ้างถึงความจำเป็นในการสร้างความเป็นเอกภาพของชาติ รวมถึงเรื่องปัญหาสุขภาพของนักโทษ แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการอภัยโทษใด ๆ ที่เป็นเรื่องของความเห็นพ้องต้องกันของประชาชนเลยแม้แต่ครั้งเดียว 

การให้อภัยโทษของอดีตประธานาธิบดี Chun และ Roh นำไปสู่การปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและตำรวจปราบจลาจลในปี 1997 ส่วนกรณีของ Park Geun-hye และ Lee Myung-bak ความคิดของประชาชนมีความแตกแยกเป็นอย่างมากว่าควรอภัยโทษให้ทั้งสองหรือไม่ 

Park Geun-hye และ Lee Myung-bak ความคิดของประชาชนมีความแตกแยกเป็นอย่างมากว่าควรอภัยโทษให้ทั้งสองหรือไม่  (CR:Korean Times)
Park Geun-hye และ Lee Myung-bak ความคิดของประชาชนมีความแตกแยกเป็นอย่างมากว่าควรอภัยโทษให้ทั้งสองหรือไม่  (CR:Korean Times)

การสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำขึ้นในเดือนธันวาคม 2022 ก่อนที่ Lee จะได้รับอิสรภาพ พบว่าชาวเกาหลีใต้ 53% เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ แต่อีก 39% ไม่เห็นด้วย

การให้อภัยโทษอาจเกี่ยวกับการรักษาฐานอำนาจของตนเอง ในฐานะประธานาธิบดีสามารถคาดหวังได้ว่าผู้ที่จะมาสืบทอดเขาอาจจะเข้ามาตรวจสอบเมื่อตนเองต้องถึงเวลาต้องออกจากตำแหน่ง ทำไม ถึงไม่แสดงความเมตตากรุณาเป็นแบบอย่าง และหวังว่าจะได้รับการปฏิบัติที่ดีในภายหลังเช่นกัน ในกรณีอื่นๆ อาจเป็นช่องทางหนึ่งในการปิดปากกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 

การอภัยโทษของ Park มีขึ้นหลายเดือนก่อนการเลือกตั้ง ประธานาธิบดี Moon Jae-in อาจคำนวณว่าถ้าเธอตายในคุก นั่นจะทำให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคเขาเสียหาย

การให้อภัยโทษมักได้รับแรงบันดาลใจจากพลวัตทางอำนาจภายในกลุ่มชนชั้นนำทางการเมืองเช่นกัน นักการเมืองที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดมักจะมีพันธมิตรที่มีอำนาจอยู่ในรัฐสภา ซึ่งสามารถสนับสนุนการให้มีการอภัยโทษได้ เห็นได้ชัดว่าประธานาธิบดี Yoon Suk-yeol เป็นแฟนตัวยงของ Lee Myung-bak อดีตประธานาธิบดีที่เขาเป็นคนให้อภัยโทษ 

Yoon Suk-yeol เป็นแฟนตัวยงของ Lee Myung-bak อดีตประธานาธิบดีที่เขาเป็นคนให้อภัยโทษ  (CR:Anadolu Agency)
Yoon Suk-yeol ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ที่เป็นแฟนตัวยงของ Lee Myung-bak อดีตประธานาธิบดีที่เขาเป็นคนให้อภัยโทษ  (CR:Anadolu Agency)

เขาได้สร้างทีมบริหารของเขาด้วยลูกน้องของ Lee Myung-bak เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และได้นำนโยบายที่คล้ายคลึงกันหลายอย่างมาใช้ 

ประธานาธิบดี Yoon Suk-yeol ซึ่งเป็นนักการเมืองใหม่และเป็นคนนอกก็หวังที่จะทำให้การเข้าสู่ชนชั้นสูงนี้มีความราบรื่นในระยะยาว Yoon ยังคงวาดภาพตัวเองว่าเป็นผู้ทำสงครามเพื่อความยุติธรรม แต่การตัดสินใจปล่อยตัวผู้กระทำผิดอาจเป็นการเปิดบาดแผลให้กับตัวเขาเอง 

ความเชื่อมั่นของประชานต่ออดีตประธานาธิบดีและผู้สมรู้ร่วมคิดของพวกเขาเป็นช่วงเวลาสำคัญแห่งประวัติศาสตร์สำหรับประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ ซึ่งท้ายที่สุดการเพิกเฉยต่อคำตัดสินที่มีความผิดร้ายแรงเหล่านี้อาจจะกลายเป็นสิ่งบั่นทอนศรัทธาของประชาชนและสถาบันหลักของประเทศได้ในท้ายที่สุดนั่นเองครับผม

References :
https://www.economist.com/the-economist-explains/2023/01/06/why-does-south-korea-pardon-its-corrupt-leaders
https://www.aljazeera.com/economy/2022/12/27/south-koreas-jailed-ex-president-lee-gets-presidential-pardon
https://www.reuters.com/world/asia-pacific/south-koreas-former-president-lee-granted-special-pardon-2022-12-27/

The Great (Ghost) Firewall ฉากหน้าของเสรีภาพกับการปฏิวัติทางอินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า “ความเป็นส่วนตัว”

คุณจะรู้สึกอย่างไรหากอาศัยอยู่ในประเทศที่มีความเสรีประชาธิปไตยอย่างสูงส่ง แต่กลับถูกเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลาว่า คุณกำลังค้นหาอะไรใน Google คุยกับใครในแพล็ตฟอร์ม Messenger หรือทำอะไรอยู่บ้างบนแพล็ตฟอร์ม Social Media

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศที่ยึดถือระบอบคอมมิวนิสต์ในการนำพาประเทศอย่างจีน แต่กำลังเกิดขึ้นในประเทศที่อ้างเรื่องความเสรีภาพ ประชาธิปไตยแบบสุดโต่งอย่างสหรัฐอเมริกา

เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากหนังสือ Permanent Record โดย Edward Snowden เป็นหนังสือที่ถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจของ Snowden เกี่ยวกับการออกมาแฉเรื่องราวการสอดส่องพลเมือง รุกล้ำความเป็นส่วนตัวแบบสุดขีดของประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา

แม้จีนจะมีสิ่งที่เรียกว่า The Great Firewall แต่แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ ทุกคนสามารถที่จะเลือกทำสิ่งต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ได้เพื่อไม่ให้ถูก monitor จากรัฐบาล อย่างน้อยประชาชนก็รู้ตัวและมีทางเลือก

แต่กลับกัน The Ghost Firewall ของอเมริกานั้น ทุกคนแทบจะไม่รู้ว่ามันกำลังเกิดขึ้น แถมยังเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศเสียด้วย

อาชีพของ Snowden ในหน่วยงานอย่าง American Intelligence Community (IC) นั้นถือว่ามีความน่าสนใจ เพราะเขาได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การจารกรรมของอเมริกา

เป็นการเปลี่ยนผ่านจากการสอดส่องเป้าหมายของบุคคลเป็นการสอดแนมประชากรแทบจะทั้งประเทศ Snowden เองก็เป็นหนึ่งในทีมงานที่ช่วยในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีในการรวบรวมการสื่อสารทางดิจิทัลทั้งหมดของโลก เก็บมันไว้ และให้รัฐบาลสามารถค้นหาข้อมูลเหล่านี้ได้

ระบบการเฝ้าระวังที่อ้างเรื่องภัยความมั่นคงจากปัญหา 911 นั้นจัดตั้งโดยปราศจากการยินยอมของประชากรในประเทศ ความเสื่อมถอยดังกล่าวนั้นคงเปรียบไม่ต่างจากระบอบบประชาธิปไตยถดถอยไปสู่ระบอบที่ไม่ต่างจากเผด็จการ

นั่นเองที่ทำไมสหรัฐอเมริกาจึงมองสินค้าทางด้านเทคโนโลยีเช่น Huawei หรือแพล็ตฟอร์มจีนต่าง ๆ นา ๆ ว่าเป็น spy ที่คอยสอดแนม ที่ถูกกล่าวหาจากโลกตะวันตก เพียงเพราะพวกเขารู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้พวกเขาทำมาก่อนแล้วนั่นเอง ไม่แปลกใจที่พวกเขาจะระมัดระวังมันเป็นพิเศษ

โครงการอย่าง PRISM ซึ่งมันแทบจะไม่ต่างจาก The Great Firewall ของประเทศจีนแต่อย่างใด ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (NSA)

มีการทำงานร่วมกับบริษัทเอกชนในการสอดแนมข้อมูลผู้ใช้จากอินเทอร์เน็ตหลายล้านคน บริษัททางด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ก็ล้วนเข้าร่วมไล่มาตั้งแต่ Microsoft ที่เข้าร่วมเป็นรายแรก ตามด้วย Yahoo หลังจากนั้นก็เป็น Google , AOL , Facebook , Skype หรือแม้กระทั่ง Youtube

มันแทบจะเป็นบริการโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีหลักแทบจะทั้งหมดของชาวอเมริกัน แม้จะมีการอ้างคำปฏิเสธต่าง ๆ นา ๆ จากผู้ให้บริการเหล่านี้ว่าไม่ได้เข้าร่วมกับโครงการดังกล่าวก็ตามที

แต่หลักฐานที่ Snowden เปิดมานั้นเรียกได้ว่า ทุกอย่างมันแทบจะกระจ่างกับสิ่งที่รัฐบาลอเมริกาได้ทำไว้ กับประชาชนของพวกเขาที่หวงแหนเรื่องเสรีภาพเป็นอย่างยิ่ง

มันไม่ใช่เพียงแค่การสอดแนมประชาชนชาวอเมริกันเท่านั้น เพราะใครจะไปกล้ารับรองว่า สิ่งที่พวกเรา (ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในอเมริกา) ใช้กันอยู่ในแพล็ตฟอร์มต่าง ๆ ในวันนี้นั้น จะไม่ถูกสอดแนมจากพวกเขา

การสอดแนมไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องความได้เปรียบทางเศรษฐกิจอีกมากโข ที่ได้รับข้อมูล inside ของบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก หรือ แม้กระทั่งพฤติกรรมการใช้งานต่างๆ ทั้งใน social media หรือ ecommerce มันจะสร้างความได้เปรียบทางด้านการแข่งขันให้กับประเทศได้มากแค่ไหน หากประเทศเราสามารถเก็บข้อมูลเหล่านี้ออกมาได้

ซึ่งมันคงไม่เกินเลยที่จะกล่าวได้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการสอดแนมระบบทุนนิยม และจะกลายเป็นจุดจบของอินเทอร์เน็ตในยุคเก่าที่ต้องมีการปฏิวัติเรื่องความเป็นส่วนตัวกันครั้งใหญ่เลยนั่นเองครับผม

References Image : https://www.theguardian.com/us-news/ng-interactive/2019/sep/13/edward-snowden-interview-whistleblowing-russia-ai-permanent-record

สายลับจีน x GE Secret เมื่อกระทรวงยุติธรรมสหรัฐกล่าวหาปักกิ่งใช้หน่วยสืบราชการลับเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมของตน

คณะลูกขุนของรัฐบาลกลางสหรัฐ ตัดสินลงโทษเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูงของจีน ฐานพยายามขโมยความลับจากบริษัท General Electric ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังสหรัฐฯ เพื่อพิจารณาคดี

กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่าคณะลูกขุนของรัฐบาลกลางในรัฐโอไฮโอพบว่า Xu Yanjun เจ้าหน้าที่ MSS อาวุโสจากมณฑลเจียงซูมีความผิดใน 5 กระทง รวมถึงอีก 2 กระทงที่พยายามกระทำการจารกรรมทางเศรษฐกิจ

Xu ถูกจับในเบลเยียมในปี 2018 เขาถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐวางแผนจับที่นั่น ซึ่งมีการติดตามความพยายามของเขาในการขโมยเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการบิน โดยเฉพาะพัดลมเครื่องยนต์อากาศยานที่ผลิตขึ้นโดย GE Aviation

โดยเฉพาะ“สำหรับผู้ที่สงสัยเป้าหมายที่แท้จริงของสาธารณรัฐประชาชนจีน นี่ควรเป็นการปลุกให้ตื่นขึ้น” Alan Kohler ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนกต่อต้านข่าวกรองของเอฟบีไอ กล่าว 

“พวกเขากำลังขโมยเทคโนโลยีของอเมริกาเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการทหาร” 

Matthew Olsen หัวหน้าแผนกความมั่นคงแห่งชาติของกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า มันแสดงให้เห็นว่าจีนใช้การจารกรรมเพื่อทำให้อุตสาหกรรมของตนทันสมัยได้อย่างไร“

ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรของเรา เราจะดำเนินการสอบสวน ดำเนินคดี และจัดการผู้ที่พยายามเอาผลงานการสร้างสรรค์ของอเมริกาอย่างผิดกฎหมายต่อไป”

เขากล่าวว่า การตัดสินลงโทษถือเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งพยายามอย่างหนักที่จะนำเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของจีนขึ้นศาล 

มันเกิดขึ้นในขณะที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เพิ่มคำเตือนให้กับบริษัทต่างๆ เกี่ยวกับความพยายามของจีนในการขโมยเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมไฮเทคที่สำคัญ เช่น AI และ เทคโนโลยีอย่าง quantum computer

Xu ถูกกล่าวหาว่าได้ทำการเชิญพนักงานของบริษัทการบินชั้นนำและพาพวกเขาไปจีนเพื่อนำเสนอผลงานที่มหาวิทยาลัยต่างๆ เขาถามพนักงานของ GE Aviation ที่เดินทางไปจีนเพื่อช่วยให้เขาได้รับข้อมูลที่เป็น กรรมสิทธิ์ของ GE

แต่เขาถูกจับกุมในวันที่เขามาถึงยุโรปในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือกับทางการเบลเยี่ยมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

การจับกุมของเขาถือเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ MSS ถูกไล่ออกจากจีนและส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังสหรัฐฯ และมันเป็นมากกว่าชัยชนะเชิงสัญลักษณ์

การจับกุม Xu ถือเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ MSS ถูกไล่ออกจากจีนและส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังสหรัฐฯ (CR:Twitter)
การจับกุม Xu ถือเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ MSS ถูกไล่ออกจากจีนและส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังสหรัฐฯ (CR:Twitter)

มีหลักฐานมากมายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ทั้งเอกสารข่าวกรองอย่างเป็นทางการของจีน แม้แต่บันทึกส่วนตัว เมื่อ Xu ถูกจับ เขามี iPhone อยู่กับเขาซึ่งมีเนื้อหาที่เขาสำรองข้อมูลไว้บนคลาวด์ นั่นทำให้เจ้าหน้าที่สอบสวนของ FBI สามารถกู้คืนข้อมูลทั้งหมดจาก Apple ได้

ซึ่งมีเนื้อหาในอีเมล ทั้ง สไลด์ PowerPoint ที่มีข้อมูลทางเทคนิค รวมถึงอัลกอริธึมและข้อมูลการออกแบบที่ละเอียดอ่อนอื่นๆ สำหรับเครื่องบินที่ทางฝั่งอเมริกาผลิตขึ้น

เมื่อถามถึงกรณีนี้ กระทรวงการต่างประเทศของจีนตอบกลับว่า “ข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์ เราเรียกร้องให้สหรัฐฯ จัดการเรื่องนี้อย่างยุติธรรมและรับรองสิทธิที่ถูกต้องตามกฎหมายของพลเมืองจีน”

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐและเอฟบีไอได้ยกระดับปฏิบัติการปราบปรามการจารกรรมของจีน ท่ามกลางความกังวลว่าจีนกำลังจัดหาเทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับบริษัททางการทหารและรัฐวิสาหกิจของจีน

ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่ Economic Club of New York เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Chris Wray ผู้อำนวยการ FBI ที่มักจะออกมาพูดเกี่ยวกับการสอดแนมของจีน ได้กระตุ้นให้บริษัทในสหรัฐฯ ระมัดระวังมากขึ้นเกี่ยวกับการจารกรรมทางไซเบอร์จากประเทศจีน

“โดยส่วนใหญ่ ภัยคุกคามนั้นมาจากรัฐบาลจีนหรือบริษัทต่างๆ ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของพวกเขา” เขากล่าว “และพวกเขามักอ้างว่าจะขโมยไปทำไมในเมื่อพวกเขามีทรัพยากรมนุษย์ที่ดีอยู่แล้วในการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้” 

References :
https://www.ft.com/content/9181a2d2-ae0e-43f7-8ee4-a162f4b701c1
https://www.bloomberg.com/news/features/2022-09-15/china-wanted-ge-s-secrets-but-then-their-spy-got-caught
https://www.economist.com/china/2022/06/01/chinas-spies-are-not-always-as-good-as-advertised

เรื่องตลกที่ Xi ไม่ขำ เมื่อเป้าหมายต่อไปของรัฐบาลจีนคืออุตสาหกรรมด้านความบันเทิง

ในปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บัญชีทางการของบริษัท NetEase ของเกม “Diablo Immortal” บน Weibo บริการที่คล้าย Twitter ของจีน โพสต์คำถามที่มีการโต้เถียงกันในโลกออนไลน์อย่างร้อนแรงว่า “ทำไมหมียังไม่ก้าวลงมา”

ข้อความที่คลุมเครือนี้ถูกตีความอย่างกว้างขวางว่าเป็นการอ้างถึงประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งมักถูกเปรียบเทียบทางออนไลน์กับตัวการ์ตูนหมีอย่างวินนี่เดอะพูห์ และไม่นานหลังจากนั้นบัญชี Weibo ดังกล่าวได้ถูกแบนออกจากสารบบทันที

NetEase ผู้พัฒนาเกมชาวจีนคุ้นเคยกับความหมายที่ต้องการสื่อในเกมเหล่านี้มากพอ ตัวอย่างเช่น วลี “Chong ta” ที่อธิบายการบุกโจมตีปราสาท ที่เป็นแก่นของ “Diablo Immortal” ซึ่งเป็นเกมเล่นตามบทบาท (Role Playing Game) ที่ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลในยุค 90 

บริษัทมีกำหนดจะเปิดตัวเกมเวอร์ชั่นภาษาจีน ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Activision Blizzard บริษัทเกมยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกาในวันที่ 23 มิถุนายน 

แต่ในวันที่ 19 มิถุนายน การเปิดตัวล่าช้าออกไป ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับเวอร์ชั่นใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลง 10% ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วว่าการตีความครั้งที่สองของวลี Chong ta คือสาเหตุหลักที่มันยังไม่ผ่านการเซ็นเซอร์

ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เนื้อหาออนไลน์ที่มีความอ่อนไหวทำให้บริษัทเทคโนโลยีของจีนต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างสูง

ในปีที่แล้ว Wang Xing ผู้ก่อตั้ง Meituan แอปเดลิเวอรี่ ได้โพสต์บทกวี “The Book Burning Pit” ซึ่งเขียนโดยกวีชาวจีน Zhang Jie เมื่อ 1,100 ปีก่อนเพื่อเสียดสี Qin Shi Huang ผู้ซึ่งประกาศตัวเองว่าเป็น “จักรพรรดิ” คนแรกของจีนที่รวมเป็นหนึ่งเดียวใน 221 ปีก่อนคริสตกาล

Wang Xing ผู้ก่อตั้ง Meituan  โพสต์บทกวีจนกลายเป็นประเด็นร้อน (CR: daydaynews.cc)
Wang Xing ผู้ก่อตั้ง Meituan โพสต์บทกวีจนกลายเป็นประเด็นร้อน (CR: daydaynews.cc)

ซึ่งกลายเป็นที่ถกเถียงบนโลกออนไลน์ว่าเป็นการดูหมิ่น สี จิ้นผิง และแน่นนอนมันได้กลายเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดอีกครั้ง เมื่อราคาหุ้นของบริษัท Meituan ลดลง 14% ในช่วงเวลาแค่ 2 วัน มูลค่าตลาดหายไปประมาณ 26 พันล้านดอลลาร์

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ไลฟ์สตรีมของ Li Jiaqi ผู้ทรงอิทธิพลออนไลน์ที่แฟน ๆ หลายล้านคนรู้จักเขาในฐานะ Lipstick King ถูกตัดการเชื่อมต่อทันทีหลังจากที่เขาได้รักเค้กชิ้นหนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนรถถัง

Li แทบไม่ได้ปรากฎตัวอีกเลยนับตั้งแต่นั้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Taobao ที่ Li ใช้ในการไลฟ์สตรีม

การหายตัวไปของ Li นั้น ชาวเน็ตคาดการณ์ว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วันครบรอบการประท้วงที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ซึ่งมีภาพรถถังเข้ามาปราบปรามประชานพร้อมกับการนองเลือด

Li Jiaqi ฉายา Lipstick King ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย (CR:indiatimes)
Li Jiaqi ฉายา Lipstick King ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย (CR:indiatimes)

ภาพลักษณ์ของยานพาหนะ ในรูปแบบคล้ายเหตุการณ์ดังกล่าวในช่วงวันครบรอบพอดิบพอดี ได้ถูกลบให้เลือนหายไปจากสารบบอินเทอร์เน็ตของจีน เพื่อไม่ให้เตือนใครถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1989

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทางการจีนได้สงสัญญาณว่าการจะมีการยกระดับการปราบปรามอุตสาหกรรมด้านความบันเทิง ทั้งเกม ภาพยนตร์ ดารา เซเลบริตี้ Influencers ต่าง ๆ รวมถึงสิ่งที่อยู่บนโลกออนไลน์ครั้งใหญ่

ก่อนหน้านี้ทางการจีนได้เข้ามาปราบปรามอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจนราบคาบ ทำให้มูลค่าของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนมูลค่าลดลงไปราว 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ

แน่นอนว่า ไม่มีใครทราบอย่างแน่ชัดว่า หมูพูห์ ของ NetEase บทกวีของ Wang Xing หรือ เค้กรูปรถถังของ Li มันคือความตั้งใจท้าทายอำนาจสูงสุดของประเทศจีนหรือไม่

แต่แน่นอนว่าการปิดปากประชาชนในการแสดงความคิดเห็นในยุคของ สี จิ้นผิงนั้น มีความทะเยอทะยานมากกว่าสิ่งที่ผู้นำรุ่นก่อน ๆ เขาของพยายามทำเป็นอย่างมาก

มาถึงตอนนี้มันสะท้อนให้เห็นแนวคิดใหม่ในเรื่องของการเซ็นเซอร์ในประเทศจีนได้อย่างชัดเจน มันส่งผลต่อธุรกิจอย่างมหาศาล ซึ่งหากใครต้องการที่จะทำธุรกิจในจีนแบบไม่สะดุดและไม่อยากสูญเสียเงินเฉกเช่นพวกเขาเหล่านี้ มันคือบทเรียนว่าจงโค้งคำนับให้กับ การเซ็นเซอร์ครั้งใหญ่ของ สี จิ้นผิง นั่นเองครับผม

References :
https://www.economist.com/finance-and-economics/2022/04/16/xi-jinpings-bold-plan-for-chinas-next-phase-of-innovation
https://www.boredpanda.com/how-xi-jinping-is-turning-china-into-a-new-form-of-dictatorship
https://edition.cnn.com/2021/05/12/tech/meituan-wang-xing-poem-intl-hnk/index.html
https://www.economist.com/business/2022/06/23/chinas-crackdown-on-the-fun-industry-continues
https://www.economist.com/china/2022/06/02/xi-jinping-bans-grumbling-inside-the-communist-party

ผู้นำฉลาดชาติพ้นภัย เมื่อรัฐบาลเอลซัลวาดอร์กำลังเดิมพันชะตากรรมประเทศกับ Bitcoin

มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก ๆ นะครับ ที่ประธานาธิบดีที่เป็นผู้นำประเทศคนหนึ่ง ได้ ประกาศศักดาว่า เขาสามารถจัดการกับความมั่งของประเทศได้ผ่านสมาร์ทโฟนของเขา

และเขาคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน Nayib Bukele แห่งเอลซัลวาดอร์ ผู้นำคนรุ่นใหม่ที่กำลังเดิมพันชะตากรรมของประเทศของเขาด้วยนวัตกรรมทางการเงินแห่งอนาคตอย่าง Bitcoin

แต่สถานะในปัจจุบันดูเหมือนประชาชนในประเทศกำลังกังวลถึงขีดสุด เมื่อประเทศอย่างเอลซัลวาดอร์ ที่มีอัตราส่วนหนี้สินต่อจีดีพีอยู่ที่ 84% ในสัปดาห์ที่ผ่านมามูลค่าของ Bitcoin ร่วงหล่นลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 18 เดือน

ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ในการประชุมสกุลเงินดิจิทัลในไมอามี่ Bukele ได้ประกาศว่าประเทศของเขาจะเป็นประเทศแรกที่นำ Bitcoin มาใช้เป็นสกุลเงินอย่างเป็นทางการควบคู่ไปกับดอลลาร์ของอเมริกัน

ในเดือนกันยายน หนึ่งวันก่อนที่จะผ่านกฎหมายที่ทำให้ทุกธุรกิจในประเทศต้องยอมรับสกุลเงิน cryptocurrency โดยเฉพาะ Bitcoin และ Bukele ก็ได้นำเงินจากกองทุนสาธารณะในประเทศเข้าลงทุนใน Bitcoin อย่างบ้าระห่ำ

แต่มาถึงวันนี้ดูเหมือนวิสัยทัศน์อันเลิศหรูของประธานาธิบดีหนุ่มไฟแรงอย่าง Bukele จะสวนทางกับสถานการณ์ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

มีผู้คนธรรมดาเพียงไม่กี่คนที่ใช้มันจริง ๆ ส่วนใหญ่ก็แค่ดาวน์โหลดกระเป๋าเงินที่มีชื่อว่า Chivo ซึ่งรัฐบาลได้แจก Bitcoin ให้คนละ 30 ดอลลาร์ สำหรับทุกคนที่ลงทะเบียนเพียงเท่านั้น

ต้องบอกว่า Bitcoin ซึ่งสูญเสียมูลค่าไปกว่า 70% ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว มีความผันผวนเกินกว่าจะเป็นตัวเก็บมูลค่าที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่จีดีพีต่อหัวมีเพียงแค่ 4,400 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

“วันหนึ่งมันก็ขึ้นและวันหนึ่งมันก็ตก ฉันต้องเสียมูลค่าของเงินไปอย่างมาก” Efrain Garcia คนงานก่อสร้างกล่าว

เมื่อประชาชนเริ่มไม่เห็นด้วยกับนโยบายของ Bukele (CR:Sky News)
เมื่อประชาชนเริ่มไม่เห็นด้วยกับนโยบายของ Bukele (CR:Sky News)

ในทำนองเดียวกัน มีเพียงธุรกิจ 1 ใน 5 เท่านั้นที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่พวกเขาต้องยอมรับ Bitcoin แม้ว่าธนาคารกลางจะให้คำมั่นว่าจะแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลเป็นดอลลาร์ได้ทันทีก็ตาม

แม้กระทั่งใน El Zonte เมืองชายทะเลที่เป็นสนามทดลอง Bitcoin ร้านอาหารต่าง ๆ ก็รับเพียงแค่เงินสดเท่านั้น

ที่โรงแรมแห่งหนึ่งพนักงานต้อนรับบอกว่าบางคนใช้ Bitcoin เพื่อชำระบิลแต่โดยปรกติก็มีแต่พวกชาวอเมริกัน ชาวเอลซัลวาดอร์ ไม่ได้สนใจ Bitcoin เลยแม้แต่น้อย

มาถึงจุดนี้ ก็ยังไม่มีความชัดเจนมากนักว่า Bukele ใช้เงินไปเท่าไหร่ใน Bitcoin เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้เปิดเผยตัวเลขการลงทุนต่อสาธารณะ

บรรดาผู้ที่ติดตามทวีตของ Bukele มีการประเมินว่ารัฐบาลสูญเสียเงินลงทุนไปครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 50 ล้านดอลลาร์จนถึงปัจจุบัน ซึ่งนั่นไม่ใช่หายนะ แต่เป็นเครื่องบ่งชี้อย่างชัดเจนว่ามีบางอย่างผิดพลาด

Felix Ulloa รองประธานาธิบดีให้เหตุผลว่า cryptocurrency เป็นการลงทุนระยะยาว

แต่ไม่มีใครกล้ารับประกันว่าจะเป็นการเส้นทางที่ถูกต้องนักสำหรับการเดิมพันประเทศกับเทคโนโลยีใหม่อย่าง cryptocurrency เนื่องด้วยสถานะประเทศที่ยากจน คงไม่สามารถเดิมพันอนาคตกับสิ่งนี้ได้

การควบรวมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ความน่าสนใจก็คือ แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ที่ประธานาธิบดีที่สามารถเสกกฎหมายที่เดิมพันประเทศกับ Bitcoin ได้สำเร็จได้ง่ายดายเช่นนี้

มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ Bukele สามารถทำเช่นนี้ได้เพราะ เขากำลังปกครองประเทศเหมือนกับระบอบศักดินาส่วนตัว

หลังจากชนะเสียงข้างมากในการเลือกตั้งในปี 2021 เขาได้แต่งตั้งเหล่าผู้จงรักภักดีในสถาบันหลักต่าง ๆ ของประเทศ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ

Claudia Ortiz สมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายค้านกล่าวว่า แทบจะไม่มีใครสามารถคัดค้านเรื่องเกี่ยวกับการทำให้เงินดิจิทัลถูกกฎหมายเพราะ Bukele ควบคุมทุกอย่างแบบเบ็ดเสร็จ

เหล่าสมาชิกสภาในประเทศต่างกังวลว่า Bitcoin จะลดความโปร่งใสในการตรวจสอบธุรกรรมต่าง ๆ เปิดเส้นทางสำหรับการฟอกเงินและการทุจริต

ซึ่งรัฐมนตรีหลายคนถูกสอบสวนเรื่องการใช้กองทุนเกี่ยวกับโรคระบาด COVID-19 ในทางที่ผิด ก่อนที่ Bukele จะทำการไล่อัยการที่ตรวจสอบเรื่องนี้ออกไป

ความปลอดภัยทางไซเบอร์ก็เป็นปัญหาใหญ่ ไม่มีความชัดเจนว่าใครเป็นคนควบคุมคีย์ Bitcoin ของเอลซัลวาดอร์ในขณะนี้ที่นอกเหนือจาก Bukele

ต้องบอกว่าเศรษฐกิจของเอลซัลวาดอร์อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่มานานก่อนที่ Bukele จะขึ้นสู่อำนาจ

ประเทศนี้มีอุตสาหกรรมการผลิตเพียงไม่กี่แห่ง แต่กลับเดิมพันประเทศกับ cryptocurrency โดยรัฐบาลคาดว่างบประมาณขาดดุลในปีนี้จะอยู่ที่ 5.7% ของ GDP

ควมหลงไหลส่วนตัวของ Bukele ใน crypto รวมถึงเรื่องราวความเผด็จการของเขา ทำให้ IMF ระงับการเจรจาเกี่ยวกับเงินกู้ 1.3 พันล้านดอลลาร์

IMF ระงับการเจรจาเกี่ยวกับเงินกู้ 1.3 พันล้านดอลลาร์ (CR:Wealthier Today)
IMF ระงับการเจรจาเกี่ยวกับเงินกู้ 1.3 พันล้านดอลลาร์ (CR:Wealthier Today)

หน่วยงานจัดอันดับได้ปรับลดความน่าเชื่อถือของเอลซัลวาดอร์ ทำให้รัฐบาลต้องกู้ยืมเงินแพงขึ้น การออกพันธบัตรในประเทศเกี่ยวกับ crypto ก็มีความล่าช้า การลงทุนของรัฐบาลในน Bitcoin ทำให้เกิดความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น

รัฐบาลของ Bukele มีแนวโน้มที่จะระดมเงินสดเพื่อจ่ายค่าพันธบัตร 800 ล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดก่อนการเลือกตั้งใหม่ของ Bukele ในปี 2024

แต่ความตึงเครียดกำลังแสดงให้เห็น แม้ว่าสภานิติบัญญัติจะอนุมัติค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเพื่อส่งเสริมการใช้ Bitcoin แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและสาธารณสุข

เราคงไม่แปลกใจเลยด้วยสกุลเงินที่ผันผวนอย่าง Crypto และผู้นำที่มีความผันผวน ได้บ่งบอกถึงอนาคตประเทศที่มีความผันผวนอย่างรุนแรงของเอลซัลวาดอร์ในขณะนี้อยู่นั่นเองครับผม

References :
https://qz.com/2117653/el-salvador-is-betting-its-economy-on-bitcoin/
https://restofworld.org/2022/el-salvador-bitcoin/
https://www.economist.com/the-americas/2022/06/16/el-salvadors-government-is-gambling-on-bitcoin
https://time.com/6103299/bitcoin-el-salvador-nayib-bukele/