สงครามการค้า เกาหลี vs ญี่ปุ่น แต่ผู้ชนะคือจีน

“ สงครามการค้า” ที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่าง ประเทศญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ อาจเป็นข่าวดีสำหรับจีนทั้งทางด้านเศรษฐกิจและประเด็นทางด้านการทูต 

จากข้อจำกัดในเรื่องการส่งออกของญี่ปุ่นที่มีปัญหากับบริษัทยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ โดยมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงในเรื่องสงครามการค้าขึ้น ซึ่งความบาดหมางครั้งนี้น่าจะส่งผลให้ผู้ผลิตจีนจะได้เปรียบในการแข่งขันตามข้อมูลของนักวิเคราะห์ที่กล่าวถึงเรื่องนี้

 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ตัดสินใจที่จะจำกัดการส่งออกในส่วนที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีเกาหลีใต้ 

ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบโดยตรงสำหรับบริษัทเทคโนโลยีของเกาหลีใต้เช่น Samsung และ LG Display ซึ่งทั้งคู่พึ่งพาผู้ผลิตจากญี่ปุ่นอย่างมาก แต่สำหรับทางฝั่งของ บริษัทญี่ปุ่นซึ่งจะต้องหาลูกค้ารายใหม่ ๆ และอาจทำให้ซัพพลายเชนของพวกเขาหยุดชะงัก ถ้าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศยังคงอยู่แบบนี้ ไม่มีการแก้ไข

นักวิเคราะห์เชื่อว่าการโต้กลับของเกาหลีน่าจะเป็นส่วนของชิ้นส่วน บล็อกหน้าจอ OLED ที่เกาหลีได้ส่งออกไปญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่าจะกระทบความสามารถของบริษัทญี่ปุ่นในการผลิตทีวีคุณภาพสูงเช่นเดียวกัน

ด้วยมาตรการดังกล่าว ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าผู้ผลิตจีน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ของประเทศจีน  จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดในการเติมช่องว่างดังกล่าว

เกิดอะไรขึ้นระหว่างสองประเทศยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีจาก Asia

ซึ่งสาเหตุหลักจากสงครามการค้าครั้งนี้ เกิดจากข้อพิพาทระหว่างเกาหลีและญี่ปุ่น เกี่ยวกับมรดกของการปกครองอาณานิคมของญี่ปุ่นในคาบสมุทรเกาหลีก่อนสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นซึ่งจะต้องชำระค่าชดเชยทั้งหมดภายใต้สนธิสัญญาที่ลงนามเมื่อปี 1965 ซึ่งได้รับการแจ้งเตือนจากคำสั่งของศาลเกาหลีใต้เมื่อเร็ว ๆ นี้  ซึ่งทำให้เหล่าบริษัทญี่ปุ่นต้องช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายดังกล่าวในช่วงสงครามให้กับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการบังคับใช้แรงงาน.

ในการตอบโต้จากญี่ปุ่น ได้กล่าวว่าจะจำกัด การส่งออกสำหรับวัสดุที่ใช้ในอุปกรณ์เทคโนโลยี 3 ชนิด: โพลีอะมายด์ฟลูออไรด์ที่ใช้ในสมาร์ทโฟน photoresists ที่ใช้ในเซมิคอนดักเตอร์ และไฮโดรเจนฟลูออไรด์ที่ใช้ในเซมิคอนดักเตอร์เช่นเดียวกัน โดยบริษัท เกาหลีใต้พึ่งพาญี่ปุ่นเป็นอย่างมากสำหรับวัสดุทั้งสามรายการนี้ 

สงครามความตึงเครียดทางการค้า

อย่างไรก็ตามการลดความเชื่อมั่นดังกล่าว ไม่ใช่เพียงวิธีเดียว สำหรับสงครามการค้ารอบนี้ระหว่างประเทศทั้งสอง Ryo Hinata-Yamaguchi อาจารย์ประจำวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติปูซานในเกาหลีใต้กล่าวว่า

“ ญี่ปุ่นเป็นแหล่งของสารเคมีและเทคโนโลยีการผลิตที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ในขณะที่ญี่ปุ่นเกาหลีใต้เองนั้นก็เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญเช่นกัน ” Hinata Yamaguchi กล่าว

อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ กับปัญหาสงครามการค้าระหว่างสองประเทศ
อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ กับปัญหาสงครามการค้าระหว่างสองประเทศ

ประเด็นดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโดย จูน พาร์ค อาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยจอร์จเมสันในเกาหลีใต้ ซึ่งกล่าวว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศ  ตัวอย่างเช่น การที่บริษัทเกาหลีใต้ซื้อวัสดุจากญี่ปุ่นเพื่อผลิตเซมิคอนดักเตอร์เพื่อส่งกลับไปญี่ปุ่นอีกครั้ง“ แต่การยกเลิกการส่งวัสดุดังกล่าว ไม่ใช่สถานการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ เมื่อพิจารณาถึงระดับความตึงเครียดในตอนนี้”  ปาร์คกล่าว “ ความตึงเครียดเหล่านี้หากยังคงอยู่ จะสามารถสร้างผลกระทบอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของการผลิตชิปไปทั่วโลกในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกเช่น Apple และหัวเว่ย ด้วยเช่นเดียวกัน.”

ทำไมต้องเป็นจีน

นักวิเคราะห์กล่าวว่าการต่อสู้ทางการค้าที่รุนแรงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตจีนในที่สุดเป็นผลมาจาก สงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา ซึ่งจีนได้พยายามก้าวไปข้างหน้าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมไมโครชิพของตัวเอง โดยลดการพึ่งพาจากอุตสาหกรรมในต่างประเทศ

ซึ่งหัวใจของแผนดังกล่าวคือ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ภายใต้แผน Made in China 2025 จีนมีเป้าหมายที่จะผลิตเซมิคอนดักเตอร์ประมาณ 40% ให้ได้ภายในปี 2020 และ เพิ่มให้สูงขึ้นถึง 70% ในปี 2025 

จีนกำลังได้ประโยชน์จากสงครามการค้าระหว่างเกาหลี และ ญี่ปุ่น
จีนกำลังได้ประโยชน์จากสงครามการค้าระหว่างเกาหลี และ ญี่ปุ่น

หากจีนสามารถใช้ประโยชน์จากความตึงเครียดในปัจจุบันได้ ก็จะเป็นการสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งสามในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีมาเป็นเวลานานหลายทศวรรษ ซึ่งในปี 1990 และ 2000 ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่มีอำนาจเหนือกว่า แต่ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ดูเหมือนเกาหลีใต้จะกลายเป็นผู้กำชัยชนะ

“ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีความซับซ้อนมากและความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมได้เปลี่ยนแปลงไปตลอด ในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา” ปาร์คกล่าว

นักวิเคราะห์บางคนสงสัยว่าขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่จีนต้องเป็นผู้นำ

References : 
https://www.scmp.com/week-asia/geopolitics/article/3017918/how-china-can-win-trade-war-between-japan-and-south-korea

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

พร้อมรบละจ้า! พบกับ Biobots หุ่นยนต์เตรียมรบสงครามเกาหลี

หุ่นยนต์ทางทหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนก งูและแมลงในไม่ช้าจะเข้าสนับสนุนทางการทหารของกองทัพเกาหลีใต้ ที่เตรียมพร้อมรับศึกกับเกาหลีเหนือ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาองค์การป้องกันและปราบปรามการค้าอาวุธแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (DAPA) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของประเทศเผยแพร่เอกสารประกาศแผนการรวมอุปกรณ์“ biomimetics” เข้ากับการปฏิบัติการทางทหารภายในปี 2024 

“ หุ่นยนต์ไบโอเมตริกซ์จะเป็นผู้เปลี่ยนเกมในการสงครามในอนาคตและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องนั้นคาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างยิ่งใหญ่ต่อทั้งอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ” โฆษกของ DAPA Park Jeong-eun บอกกับ สำนักข่าวยอนฮับ 

ซึ่งแทนที่จะเริ่มต้นจากการออกแบบหุ่นยนต์ใหม่ วิศวกรสามารถดูว่าวิวัฒนาการนับล้านปีในเรื่องของชีววิทยาของสิ่งมีชีวิต โดยทำการปรับให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของมันมากที่สุด จากนั้นพวกเขาสามารถพยายามสร้างมันด้วยกระบวนการทางธรรมชาติด้วยวัสดุที่ทันสมัยเพื่อสร้างหุ่นยนต์ที่ออกแบบตามความต้องการเพื่อนำทางในสภาพของโลกแห่งความเป็นจริง

ตามเรื่องราวของ สำนักข่าวยอนฮับ DAPA วางแผนที่จะนำหุ่นยนต์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมนุษย์และแมลงไปใช้งานจริงภายในปี 2024 หลังจากนั้นมันจะเริ่มพัฒนาไปสู่ไบโอบอทที่ได้แรงบันดาลใจจากนกงูและสัตว์ทะเลต่างๆ

ไบโอบอทที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ
ไบโอบอทที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ

ทหารของเกาหลีใต้จะใช้หุ่นยนต์เหล่านี้ในการบินและว่ายน้ำเพื่อปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในขณะที่ไบโอบอทที่เหมือนงูอาจนำทางในพื้นที่ที่จำกัดได้อย่างยอดเยี่ยม

ในขณะที่การใช้หุ่นยนต์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกองทัพในปัจจุบันเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอย่างมากในปัจจุบัน โดยยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับแผนของเกาหลีใต้ที่กล่าวถึงการใช้บอทในการปรับมาเป็นอาวุธจริงในสงคราม

ถึงกระนั้นหลาย ๆ คนก็ชี้ให้เห็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ด้วยการรวมตัวกันของหุ่นยนต์ใหม่ในการปฏิบัติการทางทหารเราอาจทำให้เราเข้าใกล้ถึงอนาคตที่หุ่นยนต์นักฆ่านั้นตัดสินใจด้วยตัวเองเมื่อต้องใช้กำลังรบเหมือนดังในหนัง Hollywood

References : 
https://futurism.com/military-robots-biobots-south-korea-2024

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

อิทธิพลมากไป! ผู้สมัครประธานาธิบดี 2020 ออกนโยบาย ล้ม Big Tech

เมื่อวันพุธที่ผ่านมาผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี 2020 Elizabeth Warren ได้วางบิลบอร์ดขนาดยักษ์ใจกลาง Silicon Valley เพื่อกดดัน บริษัท ใหญ่ ๆ อย่าง Facebook, Amazon และ Google 

ป้ายโฆษณาตั้งอยู่ที่บริเวณใจกลางของเมืองที่มีคนงานด้านเทคโนโลยีของ South Bay เดินทางมาทำงานทุกเช้า แม้มันจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมากนัก เพราะมันไม่ได้หันหน้าไปทางสถานี Caltrain หรือไปตามทางเดินที่มีการจราจรมากที่สุดสำหรับพนักงานที่เดินทางกลับไปยัง South Bay

แต่ป้ายโฆษณานั้นอยู่ ห่างจากสำนักงานใหญ่ของ Lyft และ Dropbox เพียงนิดเดียว นอกเหนือจากการเรียกร้องให้ดำเนินการต่อต้านการผูกขาด ป้ายโฆษณายังมีหมายเลขรหัสสั้น ๆ สำหรับผู้สัญจรผ่านเพื่อสมัครรับข้อมูลอัปเดตจากแคมเปญของ Warren ซึ่งเป็นกลยุทธ์การระดมทุนของเธอ โดยป้ายโฆษณาดังกล่าวมีกำหนดที่จะแสดงจนถึงวันพุธหน้าเท่านั้น

วางบิลบอร์ด ใจกลาง ซิลิกอน วัลเลย์
วางบิลบอร์ด ใจกลาง ซิลิกอน วัลเลย์

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาวอร์เรนได้ประกาศข้อเสนอที่ยิ่งใหญ่ เพื่อแยก บริษัท เทคโนโลยียักษ์ ออกมา โดยการเปิดตัวแคมเปญนี้ที่ก่อนหน้านี้ถูกจัดขึ้นเพียงในแวดวงวิชาการเพียงเท่านั้น ในข้อเสนอของเธอ วอร์เรนชี้ให้เห็นว่า บริษัท เช่น Facebook มีขนาดใหญ่เกินไปและมีอิทธิพลสูงทำให้กลืนกินบริษัทเช่น WhatsApp และ Instagram เข้าไปใน บริษัท ของตนเอง

ข้อเสนอของเธอยังมีแผนจะผ่านกฎหมายที่จะห้ามเจ้าของแพลตฟอร์มที่มีรายได้มากกว่า  25 พันล้านเหรียญ ไม่ให้เข้าร่วมใช้ในแพลตฟอร์มของพวกเขาเองด้วย ซึ่งนโยบายนี้ส่วนใหญ่จะส่งผลกระทบต่อ บริษัท เช่นอเมซอน ที่เป็นทั้งแพลตฟอร์มการขายและขายผลิตภัณฑ์ของตัวเองบนเว็บไซต์อีกด้วย

“ บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในปัจจุบันมีอิทธิพลมากเกินไป” ผู้ช่วยของวอร์เรนกล่าว “ พวกเขาแข่งขันกันอย่างดุเดือดใช้ข้อมูลส่วนตัวของเราเพื่อทำกำไร และในกระบวนการนี้พวกเขาได้ทำร้ายธุรกิจขนาดเล็ก  แผนของเอลิซาเบธ จะช่วยให้มั่นใจว่ายักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจะไม่ร่วมมือกับคู่แข่งที่มีศักยภาพพยายามปิดกั้น บริษัทเทคโนโลยีรุ่นใหม่และใช้อิทธิพลมากจนพวกเขาสามารถทำลายประชาธิปไตยของเราได้เลย”

Facebook, Google, Amazon และ Apple ไม่ตอบสนองต่อการร้องขอความคิดเห็นในเรื่องนี้ทันที เพราะพวกเขาได้รับผลกระทบโดยตรงต่อนโยบายดังกล่าวนี้

References : 
https://www.theverge.com/2019/5/29/18644590/elizabeth-warren-break-up-big-tech-billboard-amazon-facebook-apple-google

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Animal Farm หนังสือที่นายกฯแนะนำให้ทุกท่านอ่าน

Animal Farm โดย George Orwell ได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในปี 2488 ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงว่าเนื้อหามันจะเกี่ยวข้องกับผู้อ่านรุ่นใหม่หรือไม่  แต่ไม่ว่าจะยังไงหนังสือเล่มนี้ก็ได้ถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรวรรณคดีอังกฤษของสหราชอาณาจักร มาจวบจนถึงปัจจุบัน

George Orwell ยังเป็นหนึ่งในนักเขียนที่โด่งดังที่สุดของเกาะอังกฤษซึ่งหนังสืออย่าง Animal Farm เป็นหนังสือที่ทำให้เขาได้รับความเคารพนับถือจากทั่วโลกเป็นครั้งแรกๆ เลยก็ว่าได้

โดย Animal Farm ตั้งอยู่ในฟาร์มซึ่งสัตว์เหล่านั้นตัดสินใจที่จะยึดครองที่ดินของชาวนาและสร้างสหกรณ์ที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการทำงานร่วมกันของพวกเขา อย่างไรก็ตามสัตว์บางตัวเห็นส่วนแบ่งผลตอบแทนมากกว่าสัตว์ตัวอื่นๆ

ซึ่งหลังจากนั้นเหล่าบรรดาสัตว์ก็เริ่มตั้งคำถามกับความคิดในอุดมคติของพวกเขา กฎเกณฑ์ค่อยๆเปลี่ยนไปอย่างลึกลับทีละเล็กละน้อย และหมูก็ดูเหมือนจะได้รับพลังทีละเล็กละน้อยทำให้สัตว์ทั้งหลายตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับสังคมของพวกเขา? 

Animal Farm เป็นหนึ่งในผลงานทางสังคมและการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล โดยเนื้อหามีการพาดพิงถึงเลนิน มาร์กซ์ หรือ สตาลิน  โดยมีการอุปมาอุปมัยเรื่องราวที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามนุษย์ดีที่สุดและเลวร้ายที่สุดเป็นอย่างไร และแสดงให้เห็นปีศาจในจิตใจมนุษย์ทุกคน รวมถึง ความหึงหวง ความโลภ ความเกียจคร้าน และความโหดร้ายที่เกิดจากความกลัวของมนุษย์นั่นเอง

คำอุปมานี้แสดงให้เห็นว่าความฝันที่ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่ดูดีมากในทางทฤษฎีนั้น เมื่อนำมาปฏิบัติจริงสามารถกลายเป็นฝันร้ายได้อย่างง่ายดาย ซึ่งที่ผ่านมานั้นลัทธิเผด็จการนิยมได้พิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเป็นอย่างไร เนื้อหายังเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดระหว่างการปกครองแบบเผด็จการและเสรีภาพ และด้วยเหตุผลบางอย่างม้าผู้ซื่อสัตย์ได้ถูกทรยศ จนกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่น่าเศร้าและเห็นใจที่สุดในหนังสือเรื่องนี้ 

ถือว่าเป็นหนังสือที่ เป็นหนังสือระดับตำนาน ที่ไม่ควรพลาดอ่านเป็นอย่างยิ่งนะครับ ยิ่งนายกท่านแนะนำให้อ่านอย่างงี้ รับรองว่าหนังสือเล่มนี้ ต้องกลับมาขายดีอีกครั้งอย่างแน่นอนครับผม

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

ตรรกะ ที่ไร้ซึ่ง ตรรกะ ของระบบกฏหมาย

หลังข่าวการถูกศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ให้หยุดการทำหน้าที่ ส.ส. ชั่วคราวของ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่อย่างคุณ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ทำให้กระแสการเมืองในไทยกลับมร้อนแรงขึ้นอีกครั้งหลังจากการประชุมสภานัดแรก และ ภาพการปรบมือกึกก้องห้องประชุมสภา ส่งนายธนาธร ออกจากห้องประชุม

มันเป็นภาพที่สวยงามของการกลับมาอีกครั้งของประชาธิปไตยไทย หลังจากอยู่ภายใต้รัฐบาลรัฐประหาร คสช. กว่า 5 ปี แม้การเลือกตั้งครั้งนี้ จะดูเหมือนถูกออกแบบมาเพื่อสานอำนาจต่อของคสช แต่ก็ถือได้ว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการก้าวสู่ประชาธิปไตยของประเทศไทย

การแจ้งเกิดอย่างสวยงามของพรรคน้องใหม่ที่เพิ่งตั้งมาไม่ถึงปีอย่าง พรรค อนาคตใหม่ ที่ต้องเรียกได้ว่า เป็นการฉีกกฏการเมืองแบบเดิม ๆ แบบขาดวิ่นเลยก็ว่าได้ ทั้งที่พรรคได้แจ้งเกิดมาเพียงไม่ถึงปี การได้มาถึง 5 ล้านกว่าเสียงต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับพรรคเกิดใหม่อย่างอนาคตใหม่

ผลการเลือกตั้งที่ผู้คนต่างเทคะแนนไปให้อนาคตใหม่เป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นพรรคขนาดใหญ่ได้สำเร็จจากผลการเลือกตั้งครั้งแรก  เรียกได้ว่า ไม่ต้องพึ่งพาหัวคะแนนแบบการเมืองแบบเก่าเลยด้วยซ้ำ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของการเมืองไทย ของการเข้าสู่ยุคใหม่ของการเลือกตั้งอย่างแท้จริง

การได้เห็นเหล่าคนรุ่นใหม่ใน Social Network หันมาสนใจการเมืองนั้น เรียกได้เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของประเทศไทย ที่เหล่าวัยรุ่นนั้นหันมาสนใจการเมืองได้มากถึงเพียงนี้

ถึงขนาดที่ว่าการประชุมสภาวันแรกนั้น Trend ที่ขึ้นใน Twitter เป็นเรื่องการเมืองแทบจะทั้งสิ้นเรียกได้ว่าฉีกกฏเกณฑ์ที่เคยมีมาของการเมืองไทย ที่เมื่อก่อนวัยรุ่นแทบจะไม่สนใจการเมืองกันเลย

แต่การตัดสินเรื่องคุณธนาธรนั้นก็ยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ในเรื่องความถูกต้อง จริงเท็จประการใดนั้น ผมไม่อาจล่วงคำตัดสินของศาล

แต่ ปัญหาใหญ่ของกฏหมายในหลาย ๆ เรื่องที่เราได้พบมาตามข่าว ไม่ว่าจะเป็นคดีเล็ก ๆ อย่างการลักทรัพย์ ไปจนคดีใหญ่ ๆ ระดับประเทศอย่างคดีเสือดำ เราจะเห็นได้ว่า มันขึ้นอยู่กับการตีความ รวมถึงความเทพของเหล่านักกฏหมาย หรือ อัยการ แทบจะทั้งสิ้นที่จะมาตีความตามกฏหมายต่าง ๆ เหล่านี้

และแน่นอน มันเกิดขึ้นมานับต่อนับแล้วในเรื่องของการ ทำถูกให้เป็นผิด และ ทำผิดให้เป็นถูก ซึ่งมันสามารถทำได้ในระบบกฏหมายที่ถูกออกแบบมาเป็นแบบนี้ และเป็นเหมือนกันทั่วโลก เพราะฉะนั้น คำว่าทำผิด กับ ทำผิดกฏหมาย มันได้กลายเป็นคนละความหมายกันอย่างสิ้นเชิงหากเรามองเรื่องการตีความกับกฏหมาย

ผมมองไปถึงยุคอนาคต ที่เราอาจจะไม่จำเป็นต้องมีทนาย และ ผู้พิพากษาอีกต่อไปเลยด้วยซ้ำ เมื่อ งานพวกนี้ Robot หรือ AI สามารถที่จะทำงานแทนได้หมด ตอนนี้โลกเราพัฒนา AI ทั้งเทคนิคของ Natural Language Processing , Machine Learning , Sentiment Analysis , Neural Network

ตัวอย่างในต่างประเทศก็เริ่มมีให้เห็น AI NOW ซึ่งวิจัยโดย สถาบันวิจัยตรวจสอบผลกระทบทางสังคมของ AI ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการโดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมผู้สนับสนุนด้านกฎหมายวิทยาศาสตร์และทางด้านเทคนิคที่จะมุ่งเน้นไปที่การตัดสินใจเชิงอัลกอริทึมในหลากหลายด้านของกฎหมาย (เช่นการจ้างงาน ผลประโยชน์สาธารณะ หรือ กฏหมายด้านแรงงาน)


ตัวอย่างความแม่นยำในการวิเคราะห์คดีความต่าง ๆ เมื่อมนุษย์เทียบกับ AI

ซึ่งจากงานวิจัยนั้น มันทำให้เหล่า AI สามารถอ่านกฏหมาย วิเคราะห์กฏหมาย เปรียบเทียบความถูกต้องที่เป็น Logic แบบชัดเจน ไม่คลุมเคลือ ไม่ศรีธนญชัย แถมยังไม่ BIAS เข้าข้างใคร หรือมีอิทธิพลต่อใคร เหมือนที่เคยมีมา เพราะยังไงมนุษย์เราไม่ว่าจะเที่ยงตรง ยุติธรรมขนาดไหน สุดท้ายก็ต้องมีความ BIAS ไม่ว่าข้างใดข้างหนึ่งเสมอนั่นเอง การหาความเป็นกลางของมนุษย์นั้น เป็นเรื่องนามธรรม ที่มันจับต้องได้ยากจริง ๆ 

References Image : https://ichef.bbci.co.uk/news/660/cpsprodpb/123D7/production/_107111747_bwsw7906copy.jpg

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol