CPAC Green Solution กับนวัตกรรมโซลูชันงานก่อสร้างสีเขียวแบบครบวงจร

ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่มีความน่าสนใจมาก ๆ เลยนะครับ สำหรับแวดวงงานก่อสร้าง ที่ตอนนี้เราอาจจะต้องลืมภาพจำเก่า ๆ ในการสร้างบ้านแบบเดิม ๆ ไปได้เลย

ภาพจำที่การก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านที่มีปัญหาจุกจิกวุ่นวายในอดีตที่ผ่านมา หรืองบประมาณที่บานปลาย ตอนนี้เทคโนโลยีและนวัตกรรมได้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ๆ จนมาตอบโจทย์แก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

หรือแม้แต่เทรนด์รักษ์โลกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ต้องบอกว่าปัญหาดังกล่าวนี้กำลังเป็นภัยคุกคามที่สำคัญมาก ๆ ของมวลมนุษยชาติ ก็ได้ทำให้เกิดกระแสเหล่านี้ขึ้นในทุกวงการ

ตัวอย่างเช่นในวงการยานยนต์เราจะเห็นได้ถึงเทรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นและกำลังมาแรงมาก ๆ นั่นก็คือ กระแสตอบรับในการใช้รถไฟฟ้า EV ที่เรียกได้ว่ายอดขายพุ่งแรงมาก ๆ

ซึ่งแน่นอนว่าธุรกิจก่อสร้างก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้เริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยมีเทคโนโลยี เป็นตัวกลางที่สำคัญมาก ๆ ในการผลักดันให้ธุรกิจไปยังเป้าหมายดังกล่าวให้สำเร็จ

และที่สำคัญเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น นั้น ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในกระบวนการก่อสร้างนั้นง่ายกว่าเดิมมาก

ซึ่งเราอาจจะเห็นแค่นวัตกรรมจากเมืองนอกที่ก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ สามารถตอบโจทย์ด้วยนวัตกรรมของคนไทยแท้ ๆ อย่าง CPAC Green Solution

ถึงเวลาแล้วที่ CPAC Green Solution นวัตกรรมโซลูชันงานก่อสร้างสีเขียวแบบครบวงจร ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ทุกงานก่อสร้างแบบ Green Construction ที่ล้ำหน้าด้วย เทคโนโลยีดิจิทัล และ นวัตกรรมก่อสร้างสีเขียว (Digital & Construcction Technology)

CPAC Green Solution นำเสนอโซลูชันด้านงานก่อสร้างแบบครบวงจร ที่ใช้ในระบบการทำงาน ตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้างและดูแลหลังการก่อสร้าง และยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่เป็นภัยคุกคามโลกของเราในทุกวันนี้ โดย โซลูชันจะประกอบไปด้วย


  • CPAC Drone Solution กับเทคโนโลยีโดรนที่เข้ามาสำรวจแทนมนุษย์ทำให้เห็นภาพที่กว้างกว่า ลงลึกถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ดีกว่า และอยู่ในทุกกระบวนการตั้งแต่ การเริ่มต้นสำรวจ การติดตามผล ดูแลการทำงาน ไปจนถึงการซ่อมแซม ซ่อมบำรุง
  • CPAC BIM เทคโนโลยีในการออกแบบการก่อสร้าง ให้มองเห็นภาพเดียวกัน เห็นรายละเอียดต่าง ๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นกว่าเดิม สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • CPAC LOW RISE BUILDING SOLUTION นวัตกรรมก่อสร้างอาคารสำเร็จรูป รวดเร็ว แม่นยำ ควบคุมคุณภาพได้มาตรฐาน และลดเศษวัสดุหน้างาน
  • CPAC 3D PRINTING SOLUTION ด้วยเทคโนโลยี 3D Concrete Printing นวัตกกรรมก่อสร้าง 3 มิติ ที่สร้างดีไซต์ที่โดดเด่น ทันสมัย เป็นเอกลักษณ์แบบไม่ซ้ำใคร

CPAC Green Solution ได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาใหม่ Time to Change to CPAC Green Solution เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงการเป็นโซลูชันด้านงานก่อสร้างแบบครบวงจรตัวจริง

ภาพยนตร์โฆษณา 1 นาที ที่แสดงให้เราได้เห็นถึง การเปลี่ยน…ทุกวิธีการทำงานให้รวดเร็ว สร้างอิสระด้านการออกแบบ ให้ทุกแรงบันดาลใจเป็นจริงได้

ที่สำคัญ เป็นนวัตกรรมรักษ์โลก ที่จะเปลี่ยนสิ่งไร้ค่า สู่ความล้ำค่า “Turn Waste to Value”

อย่าลืมก้าวไปด้วยกันกับ CPAC Green Solution ล้ำ เปลี่ยน โลก


สนใจสอบถามเพิ่มเติม
📩 Inbox คลิก! m.me/cpacthailand
📞โทร. 02-555-5555 หรือ CPAC Solution Center (CSC) 23 สาขา
#CPAC #CPACGreenSolution #ล้ำเปลี่ยนโลก #TimetoChangetoCPACGreenSolution #ซีแพค


อร่อยลงตัว “มาชิตะ” จับมือ “เชสเตอร์” เปิดตัวรสใหม่ “ข้าวไก่กรอบซอสน้ำปลา”ปลุกตลาดสาหร่ายครึ่งปีหลัง

“มาชิตะ” แบรนด์สาหร่ายทะเลอบกรอบยอดขายอันดับ 1 ตอกย้ำผู้นำกลยุทธ์ Partnership Marketing ปลุกตลาดสาหร่าย จับมือ “เชสเตอร์” (Chester’s) ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสัญชาติไทย นำเมนูขายดีอันดับ 1 ของร้าน ผสานกับสาหร่ายทะเลอบกรอบ คุณภาพพรีเมี่ยม จากประเทศเกาหลี 100% สู่รสชาติใหม่“ข้าวไก่กรอบซอสน้ำปลา” เสิร์ฟความอร่อยสุขภาพดี แบบไม่ใส่ผงชูรส (No Monosodium Glutamate) สร้างความคึกคักให้ตลาดครึ่งปีหลัง

นายธิติพร ธรรมาภิมุขกุล Chief Marketing Officer บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สาหร่ายมาชิตะ ได้ใช้กลยุทธ์มีแนวทางการทำตลาดแบบ Partnership Marketing

โดยเฉพาะการร่วมกับร้านอาหารชั้นนำ เป็นที่รู้จักแก่ผู้บริโภคในวงกว้าง และมีเมนูยอดฮิตสไตล์เกาหลี นำมาผสมผสานเกิดเป็นรสชาติที่แปลกใหม่ อาทิ บอนชอน, ซูกิชิ,ทูดาริ, ฮะจิบังราเมน ฯลฯ ที่สอดคล้องกับจุดขายของมาชิตะ ซึ่งผลิตจากสาหร่ายพรีเมี่ยมจากเกาหลี 100% เพื่อสร้างสรรค์สินค้ารสชาติใหม่โดนใจกลุ่มผู้บริโภคแบบไม่ใส่ผงชูรส

สำหรับสาหร่ายทะเลอบกรอบสไตล์เกาหลีรสข้าวไก่กรอบซอสน้ำปลา ที่มาชิตะร่วม Collab กับร้านเชสเตอร์ เป็นสินค้าลิมิเต็ด อิดิชั่น วางจำหน่าย 3 เดือน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทุกสาขา และจำหน่ายหน้าร้านเชสเตอร์ (Chester’s) ที่มีบริการมากกว่า 60 สาขา ทั่วประเทศ

การรุกทำตลาดของมาชิตะอย่างต่อเนื่องบริษัทฯ มีเป้าหมายจะรักษาความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดสาหร่ายอบ ผลักดันตลาดสาหร่ายให้ขยายตัวเติบโตขึ้น

ที่สำคัญเป็นภารกิจของแบรนด์ ในการตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นสาหร่ายเกาหลี 100% หรือKorean Expert ทั้งคุณภาพสาหร่ายและกรรมวิธีการผลิตที่สร้างสรรค์ความอร่อยและความสนุกสนานผ่านรสชาติใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคไม่มีเบื่อ

ที่สำคัญช่วยผลักดันให้ “มาชิตะ” ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย ด้วยการมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 19.3% (จาก 17.9%) จากตลาดรวมสาหร่ายมีมูลค่าประมาณ 2,146 ล้านบาท (เติบโต 9%)

“ซานตา เฟ่” ติดสปีดขยายสาขาร้านอาหาร Quick Service “ซานตา เฟ่ อีซี่” ตอบไลฟ์สไตล์สะดวกสบายของผู้บริโภคยุคใหม่ ตั้งเป้าเพิ่มอีก 9 สาขาภายในสิ้นปีนี้

“ซานตา เฟ่” ร้านอาหารในเครือบริษัทฟู้ดแฟคเตอร์ฯ เปิดแผนรับการเติบโต เดินหน้าปรับโมเดลธุรกิจตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง สอดรับไลฟ์สไตล์คนเมืองเร่งรีบ อิ่ม สะดวก รวดเร็ว        

เปิดเกมรุกร้านอาหารบริการด่วน QSR (Quick Service Restaurant) ‘ซานตา เฟ่ อีซี่’ เพิ่มสปีดเสิร์ฟความอร่อยเจาะย่านออฟฟิศ ปั๊มน้ำมัน คอมมูนิตี้มอลล์ พร้อมเดินหน้าขยายเพิ่มอีก 9 สาขาภายในสิ้นปี 2565 ล่าสุด สาขาน้องใหม่ ที่ปั๊ม ปตท.พระราม 2 (ติดกับซอย 48) พร้อมให้บริการ

คุณสมบัติ หงส์ไพฑูรย์ CEO บริษัท เคที เรสทัวรองท์ จำกัด เปิดเผยว่า “ซานตา เฟ่ อีซี่” ร้านอาหารบริการด่วน QSR (Quick Service Restaurant) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเพิ่มความคล่องตัวให้กลุ่มเป้าหมายด้วยการบริการตนเอง(Self-Service) 

ตามนโยบายที่ คุณปิติ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด ได้เคยให้แนวทางไว้เมื่อปีที่ผ่านมา  โดยต้องการขับเคลื่อนธุรกิจอาหารที่สร้างความหลากหลายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น พร้อมขยายสู่ช่องทางการขายใหม่ๆ ทั้งใน สถานบริการปั๊มน้ำมัน อาคารออฟฟิศสำนักงาน คอมมูนิตี้มอลล์ ฯลฯ

คุณปิติ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด
คุณปิติ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด

ที่ผ่านมา “ซานตาเฟ่ อีซี่” ยึดคอนเซ็ปต์ ‘Fast Serve..Self-Serve’ อร่อยง่าย ๆ สไตล์ Easy     มีการรังสรรค์เมนูอาหารจานด่วนง่ายๆ เพื่อเสิร์ฟให้แก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ลดขั้นตอนการสั่งสินค้า รวมถึงมีการจ่ายเงินที่ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น ขณะที่จุดแข็งด้านเมนูสเต๊กของทางร้าน ยังจัดเต็มกับความอร่อยถึง 31 เมนู ที่มาพร้อมกับความความคุ้มค่า และราคาเหมาะสม

ปัจจุบันซานตาเฟ่ อีซี่ เปิดให้บริการทั้งสิ้น  5 สาขา ได้แก่ ไลฟ์ เซ็นเตอร์ สาธร , เดอะเรส     แอเรีย ปตท. ประชาชื่น , บิ๊กซี่ พระราม 2 ,โลตัส วังหิน และโลตัส เลียบคลอง 2 ล่าสุด ซานตาเฟ่ อีซี่ ได้เปิดร้านสาขาที่ 6  ที่สถานีบริการน้ำมัน(ปั๊ม) ปตท. พระราม 2 (ขาเข้า) ติดกับซอย 48 ซึ่งเป็นอีกทำเลเด่น เนื่องจากย่านดังกล่าวมีผู้คนสัญจรไปมาอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากเข้ามาเติมน้ำมัน ยังใช้บริการอื่นๆ ที่ตอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ช้อป ชิม ชิลในย่านดังกล่าวด้วย

จุดเด่นของซานตาเฟ่ อีซี่ สาขาปั๊มปตท. พระราม 2 นอกจากมีสเต๊กหมู ไก่ เนื้อ เนื้อ ฯลฯ  ให้เลือกครบครัน ที่ร้านยังสร้างสรรค์เมนูใหม่อย่าง สเต๊กไก่ทอด หนังกรอบแป้งบาง และซอส 3 รสชาติใหม่ ได้แก่ สเต๊กซอส, ซอสเทริยากิ และชีสชี่ดิป ซึ่งร้านรังสรรค์ให้แก่ลูกค้าเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการทานสเต๊ก และยังมีเมนูเอาใจคนตื่นเช้าด้วยโจ๊กไก่ย่าง หรือจะเลือกทานข้าวเหนียวสเต๊กหมูย่างอีซี่ ซึ่งพิเศษเฉพาะสาขานี้เท่านั้น

สาขาปั๊มปตท. พระราม 2
สาขาปั๊มปตท. พระราม 2

สำหรับแนวทางการขยายร้านซานตาเฟ่ อีซี่ในอนาคต บริษัทฯมองโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ   สู่รูปแบบแฟรนไชส์ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ทำเลในการเปิดร้านยังมองพื้นที่มีศักยภาพทั้งย่านอาคารสำนักงาน(ออฟฟิศ) คอมมูนิตี้มอลล์ และปั๊มน้ำมัน รวมถึงทำเลอื่นที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายรองรับ และมีความต้องการบริโภคสเต๊กที่รสชาติอร่อย มีความคุ้มค่า ในราคาจับต้องได้ โดยแผนการขยายร้านซานตาเฟ่ อีซี่ จะเปิดให้บริการเพิ่มอีก 9 สาขาภายในสิ้นปี 2565

ปัจจุบันซานตาเฟ่  ถือเป็นผู้นำธุรกิจร้านอาหารประเภทสเต๊กและอาหารสไตล์ตะวันตก  เสิร์ฟความอร่อย ส่งต่อความสุข ด้วยเมนูที่หลากหลายครองใจลูกค้า ให้บริการกว่า 121 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมห้างค้าปลีกชั้นนำ ออฟฟิศ ปั๊มน้ำมัน ฯลฯ

SBP ผนึกพันธมิตรไอทีระดับโลก Alcatel ต่อยอดธุรกิจสู่การเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการข้อมูลครบวงจร

บริษัท เอสบีพี ดิจิทัล เซอร์วิส จำกัด (SBP) ในเครือบริษัท บุญรอด ซัพพลายเชน จำกัด ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการข้อมูล ผนึกกำลังกับอัลคาเทล-ลูเซ่น ประเทศไทย จำกัด (Alcatel) ผู้ให้บริการทางด้านอุปกรณ์การสื่อสารและระบบเครือข่ายชั้นนำจากประเทศฝรั่งเศส ร่วมเป็น Strategic Partner เพื่อยกระดับการให้บริการพัฒนาระบบการบริหารจัดการต่างๆ

โดยนำอุปกรณ์เครือข่าย (Network Equipment) คุณภาพมาตรฐานระดับโลกมอบบริการลูกค้าครอบคลุมทั้งระบบ ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจขนาดกลางไปจนถึงภาคธุรกิจขนาดใหญ่ พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการข้อมูลครบวงจรในประเทศไทย    

นายปิติ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดซัพพลายเชน จำกัด เปิดเผยว่าภาคธุรกิจก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและบริการด้านไอทีโซลูชั่นขับเคลื่อนธุรกิจมากขึ้น

โดยเฉพาะการบริการในรูปแบบคลาวด์ (Cloud Service) เพื่อให้ลูกค้ามีความสะดวกในการเข้าถึงระบบได้ทุกที่และทันเวลาตามความต้องการกับธุรกิจระดับองค์กร ตลอดจนการนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้กับบริการใหม่ๆในอนาคต และโปรแกรมสำเร็จรูปใช้สำหรับองค์กร (Enterprise Software)

ซอฟต์แวร์ระบบการวางแผนทรัพยากรขององค์กร เพื่อกำหนดกระบวนการทางธุรกิจทั่วทั้งองค์กร ส่งผลให้ประสิทธิภาพขององค์กรเพิ่มขึ้นและการพัฒนาขององค์กร ช่วยลดการทำงานที่ซับซ้อนโดยระบบจัดการภายในองค์กรจะทำการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายๆฝ่ายให้เป็นระบบไอทีที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจ

ขณะที่การบริหารจัดการข้อมูลและการมีระบบจัดเก็บข้อมูลที่ดี ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับภาคธุรกิจไทยให้สามารถ Transform รับกับยุคดิจิทัลสู่การเติบโตยั่งยืน

ทั้งนี้ ภายใต้การขับเคลื่อนธุรกิจของบุญรอดฯ ได้นำเทคโนโลยีและการบริการด้านไอทีโซลูชั่นมาประยุกต์ใช้และเป็นส่วนสำคัญการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ บริษัท เอสบีพี ดิจิทัล เซอร์วิส จำกัด หรือ SBP ซึ่งเป็นผู้ให้บริการทางด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการข้อมูล

เพื่อให้ตอบโจทย์กับธุรกิจและสนับสนุนการทำงานของบริษัทในเครือบุญรอดฯ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจหลัก อาหารและเครื่องดื่ม, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อย่าง Singha Estate โดยได้นำการจัดวางระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูล การจัดสรรทรัพยากรบุคคล โปรแกรมในการวิเคราะห์ข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อให้สามารถตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

สำหรับความร่วมมือเป็น Strategic Partner ในครั้งนี้ ทั้ง 2 บริษัท ได้นำความชำนาญและจุดแข็งมาต่อยอดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในการบริหารจัดการข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยบริษัท เอสบีพี ดิจิทัล เซอร์วิส จำกัด หรือ SBP ได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการบริการไอทีโซลูชั่น

โดยมี ระบบซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ อาทิ การวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ระบบคลังสินค้า การจัดการทางด้านทรัพยากรต่างๆ รวมทั้งการวิเคราะห์การบริหารจัดการข้อมูลเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า  

ส่วนบริษัท Alcatel-Lucent ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตอุปกรณ์ เทคโนโลยีทางด้านโซลูชั่นเครือข่ายและการสื่อสารที่มีประสบการณ์มากกว่า 100 ปี และเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์เครือข่าย (Network Equipment) อาทิ อุปกรณ์สื่อสารโทรศัพท์ รวมทั้งระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายที่มีความปลอดภัยสูง มาเติมเต็มระบบ Hardware ให้กับ SBP ซึ่งวางเป้าหมายก้าวสู่ผู้นำการให้บริการด้านงานระบบไอทีโซลูชั่นที่ครบวงจรที่สุดในประเทศไทย

โดยหลังจากนี้จะทำให้ บริษัท เอสบีพี ดิจิทัล เซอร์วิส จำกัด สามารถพัฒนาการบริหารจัดการข้อมูลแบบครบวงจร ซึ่งมีทั้ง Software และ Hardware คุณภาพมาตรฐานระดับโลก ที่ตอบโจทย์การทำ Digital Transformation การให้บริการรวบรวม ดูแล และบริหารจัดการข้อมูลสำคัญให้กับบริษัทลูกค้า

เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำ Data มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งในแง่ของการวิเคราะห์และสื่อสารกลับไปยังกลุ่มลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้การจัดการข้อมูลที่แม่นยำมีส่วนสำคัญในการยกระดับและสร้างมาตรฐานที่ดีในองค์กร ซึ่งงานด้านการพัฒนาระบบ การให้คำปรึกษาด้านการนำข้อมูลไปใช้เพื่อวิเคราะห์ในเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ การวางแผนพัฒนาธุรกิจด้วยเทคโนโลยี การรักษาความปลอดภัยข้อมูล และการติดตั้งระบบต่างๆ จาก Network Equipment คือบริการที่ SBP สามารถมอบให้กับลูกค้าได้แบบครอบคลุมทั้งระบบ (Full Service) พร้อมที่จะสนับสนุนด้านการจัดการข้อมูลของธุรกิจในทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนทุกระดับไม่ว่าจะเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และองค์กรชั้นนำต่างๆ

“สิงห์ปาร์ค เชียงราย” เติมกำลังผลิตชา พัฒนาคุณภาพสินค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการลูกค้า

“สิงห์ปาร์ค เชียงราย” เดินหน้าขยายฐานการผลิต ยกระดับอุตสาหกรรมชาครบวงจร สู่จังหวัดน่าน แบ่งปันองค์ความรู้แก่เกษตรกร ควบคู่ลงทุนโรงงานผลิตชามาตรฐานสากล   เสริมทัพทีมวิจัยและพัฒนา นำอัตลักษณ์ “ชาอัสสัม” เสริมฐานเดิม “ชาอู่หลง” เพื่อเสิร์ฟชารูปแบบใหม่ๆ สร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมตอบสนองทุกความต้องการลูกค้า

นายพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย เปิดเผยว่า สิงห์ปาร์ค เชียงราย ถือเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะปลูกและผลิตชามานานนับสิบปี ปัจจุบันยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตชาญี่ปุ่นแท้ โดย บริษัท มารุเซ็น ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด โดยโรงงานดังกล่าวเกิดจากการร่วมทุนของบริษัทฯ กับมารุเซ็น ที เจแปน ผู้ผลิตชาชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นโรงงานผลิตชานอกประเทศญี่ปุ่นแห่งแรกและแห่งเดียวในเซาท์อีสต์เอเชีย เพื่อมาช่วยพัฒนายกระดับการผลิตชาให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานตามแบบฉบับของประเทศญี่ปุ่นด้วย

“ความต้องการตลาดชามีการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี จากกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มหมวดต่างๆ มีการขยายตัว เช่น ตลาดชานมไข่มุกโตมากในช่วง 3 ปี แนวโน้มความต้องการเพิ่ม ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบชาในประเทศขยายตัวมากขึ้น เนื่องจากการนำเข้าได้รับผลกระทบด้านการขนส่ง อัตราภาษีนำเข้าสูง

ผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มหรือกลุ่มฟู้ดเซอร์วิสต่างๆ หันมาใช้ชาในประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้ชาของสิงห์ปาร์ค เชียงราย เป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้น ทำให้ลูกค้าเกิดการทดลองและรับรู้ถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพ และด้วยความชำนาญที่สามารถผลิตสินค้าที่มีความหลากหลาย ตอบสนองความต้องการแบบเฉพาะเจาะจงที่เป็นอัตลักษณ์ให้กับลูกค้า ในราคาที่เหมาะสม ทำให้เกิดการสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น

บริษัทฯ วางแผนการดำเนินธุรกิจชาในปี 2565-2568 ได้เพิ่มกำลังการผลิตและสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ จังหวัดน่าน มีการทำเกษตรพันธสัญญากับเกษตรในพื้นที่เพื่อเพาะปลูกชา นำอัตลักษณ์ชาท้องถิ่นคือชาอัสสัม มาวิจัยพัฒนาเป็นชารูปแบบต่างๆ ควบคุมการผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญเรื่องชาที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี เพื่อยกระดับและสร้างคุณค่าให้ชาอัสสัม

ต่อยอดการผลิตชาอู่หลงที่เป็นจุดแข็งเดิมของ สิงห์ปาร์ค เชียงราย ที่มีการผลิตชาอู่หลง ที่ใช้กระบวนการผลิตให้เป็นชารูปแบบต่างๆ โดยมีทีมงานที่ชำนาญในการปรุงชาตามแบบที่ลูกค้าต้องการเฉพาะ(Tailor-made) ทั้งกลิ่น สี ความหอม รสชาติ เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มเอกลักษณ์ให้กับอาหารและเครื่องดื่ม ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจ(B2B)ทุกหมวด ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่ ฯ รวมถึงผู้บริโภคชาวไทย(B2C) ซึ่งมีการบริโภคมากขึ้น ทำให้ตลาดชาเติบโต

ซึ่งการขยายพื้นที่เพาะปลูกและสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดน่าน บริษัทมีการรับซื้อชาจากเกษตรกรที่เพาะปลูกชา พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูกชาให้ได้คุณภาพเพื่อส่งเสริมให้คนในพื้นที่มีรายได้มั่นคงและยั่งยืน อีกทั้งการปลูกชาอัสสัมที่ถูกวิธียังช่วยรักษาผืนป่าไม้ให้ไม่ถูกทำลาย สร้างสมดุลธรรมชาติให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบุญรอดฯ นอกจากความตั้งใจในการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดผ่านสินค้าและบริการที่มีคุณภาพแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่บุญรอดฯให้ความสำคัญและปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง คือ นโยบายการตอบแทนสังคมที่มั่นคง “องค์กร ชุมชน/สังคม และสิ่งแวดล้อมต้องมีความสุขร่วมกันอย่างยั่งยืน”

สำหรับการผลิตและแปรรูปชาอัสสัม ภายใต้โรงงานใหม่ที่จังหวัดน่าน จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชาหลากประเภท พร้อมพัฒนาชาสูตรต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าภาคธุรกิจได้แก่ ชาไทยพรีเมียม ชาไต้หวัน ที่จะนำชาอัสสัมมาผสมผสานพิเศษสำหรับเมนูชานม ชาผลไม้ ชาเขียว ชาอู่หลง และชาเขียวญี่ปุ่น