HPE รุกสร้างรากฐานจัดการข้อมูลยุคใหม่ ด้วยพื้นที่จัดเก็บข้อมูลโดยซอฟต์แวร์และระบบอัตโนมัติขับเคลื่อนด้วย AI

บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอนเตอร์ไพรส์ [Hewlett Packard Enterprise (NYSE: HPE)] ได้ประกาศเปิดตัวโซลูชั่นใหม่สำหรับคลาวด์ HPE GreenLake ทั้งระบบ เพื่อช่วยองค์กรลดความยุ่งยากในการจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่พื้นที่จัดเก็บข้อมูล ข้อมูล และเวิร์กโหลดทั้งระบบที่ติดตั้งภายในองค์กรและบนคลาวด์ ข้อเสนอใหม่หรือข้อเสนอที่ขยายเพิ่มเติม ได้แก่:

  • HPE GreenLake Block Storage for Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นบริการจัดเก็บข้อมูลที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์แบบใหม่เพื่อจัดการการจัดเก็บข้อมูล Block Storage ได้อย่างราบรื่นในสภาพแวดล้อมคลาวด์แบบไฮบริด
  • HPE GreenLake ใหม่สำหรับ Block Storage ที่สร้างขึ้นบน HPE Alletra Storage MP ขณะนี้รองรับความจุเป็นสองเท่า สูงสุดถึง 5.6PB และ HPE Infosight AIOps ที่มีการวิเคราะห์แบบ cross-stack เพื่อเพิ่ม Visibility ให้เวิร์กโหลด เพิ่มความพร้อมใช้งานที่มากขึ้น และช่วยให้การใช้และการวางแผนทรัพยากรนั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • โปรแกรม HPE Timeless เปลี่ยนประสบการณ์การเป็นเจ้าของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลด้วยการคุ้มครองการลงทุนแบบใหม่ที่ให้ความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน (Operational Agility) และความยืดหยุ่นทางการเงิน ซึ่งช่วยลดต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) สำหรับลูกค้า HPE GreenLake for Block Storage
  • HPE GreenLake for Private Cloud Business Edition รองรับ HPE Alletra Storage MP และ HPE SimpliVity Gen 11 ได้แล้ว

ในปี 2566 HPE ได้ปฏิวัติการจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลด้วยการนำเสนอระบบจัดเก็บข้อมูล Block Storage ขยายขนาด1 แบบแยกส่วนระบบแรกของอุตสาหกรรมบนการบริหารจัดการระบบเดียว รองรับทั้งธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางและลูกค้าองค์กรที่รันเวิร์กโหลดที่มีความสำคัญทางธุรกิจ (Business-critical workloads) และภารกิจที่สำคัญทางธุรกิจขั้นสูงสุด (Mission-critical workloads)

HPE ยังคงสร้างโมเมนตัมอย่างต่อเนื่องให้แก่ HPE GreenLake for Block Storage ที่สร้างบน HPE Alletra Storage MP และได้ส่งมอบบริการนี้กว่า 1,000 ยูนิต ให้กับลูกค้า ทั้งนี้ HPE ยังคงขยายกลยุทธ์ที่เน้นแพลตฟอร์มเพื่อให้องค์กรต่างๆ สามารถเปลี่ยนจากการบริหารจัดการข้อมูลรายวันกับอุปกรณ์ในแต่ละตัว ไปเป็นประสบการณ์การจัดเก็บข้อมูลแบบครบวงจรที่เสนอโมเดลการดำเนินงานบนคลาวด์ ระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการเคลื่อนย้ายข้อมูลแบบไร้รอยต่อ

นายพลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้จัดการ ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวว่า “ในขณะที่คู่แข่งของเรายังคงจำหน่ายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในรูปแบบของบริการ แต่เรากำลังนำเสนอแนวทางบนแพลตฟอร์มที่ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงให้กับการจัดการคลาวด์ และการจัดเก็บข้อมูลแบบไฮบริด เรายังคงสร้างมาตรฐานให้กับการจัดการด้าน IT และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ใช้งานง่ายและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นต่อไป ด้วยนวัตกรรมของเราที่มีใน HPE Alletra และ HPE GreenLake” 

การเคลื่อนย้ายข้อมูลและแอปพลิเคชันที่ราบรื่นพร้อมพื้นที่จัดเก็บที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์สำหรับ AWS

ด้วยการเปิดตัว HPE GreenLake Block Storage for AWS นี้ HPE จะทำให้การจัดการข้อมูลและการจัดวางเวิร์กโหลดบนคลาวด์นั้นง่ายขึ้นผ่านพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ HPE GreenLake Block Storage for AWS ได้รับ การออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์กลางที่ไร้รอยต่อทั่วไฮบริดคลาวด์ รวมถึงระยะคุ้มทุน (Time-to-value) ที่เร็วขึ้น และความยืดหยุ่นระดับองค์กร

องค์กรต่างๆ สามารถจัดการและปกป้องสภาพแวดล้อมการจัดเก็บข้อมูลส่วนกลางได้อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงย้ายข้อมูล เวิร์กโหลด และการสำรองข้อมูลเพื่อประสิทธิภาพและความคุ้มค่าสูงสุด HPE GreenLake Block Storage for AWS เหมาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูล รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันและการใช้สภาพแวดล้อมคลาวด์ภายในองค์กรและคลาวด์สาธารณะ ข้อเสนอบริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์  ยังให้การคุ้มครองข้อมูลไฮบริดคลาวด์ที่คุ้มค่าและไม่ซับซ้อน รวมถึงการกู้คืนข้อมูลหลังภัยพิบัติอีกด้วย

HPE Timeless Program ช่วยให้องค์กรพร้อมที่จะสร้างนวัตกรรมแห่งอนาคตอย่างต่อเนื่อง

ด้วย HPE Timeless Program ใหม่นี้ HPE จะปฏิวัติประสบการณ์การเป็นเจ้าของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลด้วยการคุ้มครอง  การลงทุนใหม่ และรีเฟรชประสิทธิภาพแบบเจเนอเรชั่นใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ ลูกค้าที่เลือก HPE GreenLake for Block Storage ที่สร้างบน HPE Alletra Storage MP และเข้าร่วมในโปรแกรมจะมีสิทธิ์ได้รับการอัพเกรดเป็นคอนโทรลเลอร์รุ่นถัดไป ซึ่งจะให้บริการแบบต่อเนื่องเมื่อต่ออายุการใช้งาน

ลูกค้าสามารถประหยัดต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) สำหรับการจัดเก็บข้อมูลได้เฉลี่ย 30% โดยไม่ต้องอัพเกรดแบบยกเครื่องทั้งระบบโปรแกรมนี้ยังมีการรับประกันความพร้อมใช้งานของข้อมูล (Data Availability Guarantee) แบบ 100% ของ HPE และการรับประกันประสิทธิภาพของข้อมูล HPE StoreMore3 ด้วย HPE Timeless Program ช่วยให้ลูกค้าคาดการณ์งบประมาณได้หลายปีและระดับบริการที่รับประกันความพร้อมใช้งานรวมถึงประสิทธิภาพของข้อมูล

 “ศูนย์ข้อมูลที่มีผู้ให้บริการหลายรายนั้น มีความซับซ้อนที่จะจัดการและปรับขนาดได้ยาก เมื่อเราต้องการจะรวมศูนย์ข้อมูลของเราไว้ที่ผู้ให้บริการรายเดียว เราต้องทั้งเพิ่มและขยายขนาดการประมวลผลและพื้นที่จัดเก็บ และการจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบรวมศูนย์กลาง ตอนนี้เรามี HPE GreenLake for Block Storage ที่มี ที่มาพร้อม Alletra MP ที่เป็นโซลูชันที่เรานำเสนอสำหรับลูกค้าของเรา เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราสามารถส่งมอบนวัตกรรมแห่งอนาคตให้ลูกค้าได้อย่างไร” นายพลาศิลป์ กล่าวเสริม

Alletra MP ช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการระบบอัจฉริยะและการวิเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่เพิ่มมากขึ้น

HPE ถึอเป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับในการจัดการเวิร์กโหลดและความสามารถในการสังเกตที่ใช้งาน AIOps ด้วย HPE Infosight และ OpsRamp ซึ่งตอนนี้ได้ผสานรวมเข้ากับคลาวด์ HPE GreenLake อย่างสมบูรณ์แล้ว การวิเคราะห์แบบ Cross-stack ใหม่ช่วยปรับปรุงการจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องประสบกับปัญหาความล่าช้าที่ลดประสิทธิภาพเวิร์กโหลด ความสัมพันธ์แบบทุกส่วน (Full stack) ของทรัพยากรรวมกับกลไก AIOps ช่วยให้ลูกค้าสามารถสังเกต คาดการณ์ และลดการหยุดชะงักในโครงสร้างพื้นฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual machine) พื้นที่จัดเก็บข้อมูล เครือข่าย การประมวลผล และคลาวด์ นอกจากนี้ ลูกค้า HPE Alletra MP ยังสามารถติดตามการใช้พลังงานไฟฟ้าและแนวโน้มการปล่อยก๊าซคาร์บอนผ่านทางศูนย์ข้อมูล HPE Sustainability Insight Center ได้อีกด้วย

ปัจจุบัน HPE Alletra MP ให้ความยืดหยุ่นที่มีความสำคัญต่อภารกิจขององค์กรด้วยงบประมาณในระดับกลาง ซึ่งขยายได้สูงสุดถึง 5.6PB พร้อมรองรับชั้นวางขยาย JBOF สูงสุด 16 ชั้น ซึ่งมากขึ้นเป็นสองเท่าของความจุที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ การป้องกันโดยรวมแบบบิลด์อินขั้นสูงใหม่นี้ทำการสำเนาข้อมูลพร้อมกันได้ถึง 3 Siteเพื่อให้การปกป้องข้อมูลที่ดียิ่งขึ้น 

โดยขณะนี้ Zerto Cyber Resilience Vault ได้ถูกรวมเข้ากับ HPE Alletra MP เพื่อให้ลูกค้าได้รับสำเนาข้อมูลที่ปลอดภัยและไม่เปลี่ยนแปลง และช่วยให้สามารถกู้คืนข้อมูลในช่วงที่ไม่มีการไม่เชื่อมต่อ (Air-Gap) ได้อย่างรวดเร็วหลังการโจมตีทาง ไซเบอร์ ลูกค้าสามารถปกป้อง ตรวจสอบ และรักษาความปลอดภัยแอปพลิเคชันที่สำคัญที่สุดของตนได้อย่างปลอดภัย ในขณะที่จัดให้มีความพร้อมใช้งานในการกู้คืนบริการอย่างรวดเร็วในกรณีที่บริการหยุดชะงักหรือมีการละเมิดเกิดขึ้น

HPE GreenLake มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์คลาวด์ไฮบริดของเราอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้เราเป็นระบบ ‘Cloud-sensible’ แทนที่จะเป็น ‘Cloud-first’ HPE GreenLake for Block Storage เป็นโซลูชันที่เหมาะสมในการใช้แทนอาร์เรย์ HPE 3PAR ของเรา เนื่องจากทำให้เรามีความพร้อมใช้งานข้อมูลแบบ 100% สำหรับเวิร์กโหลดที่เป็นภารกิจสำคัญขององค์กร และความยืดหยุ่นของประสิทธิภาพในการปรับขยายและความจุเมื่อข้อมูลของเรามีความต้องการเพิ่มขึ้น

โซลูชัน Private Cloud ใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิสูงสุดให้กับเวิร์กโหลด Edge และลดความยุ่งยากในการเคลื่อนย้าย VM

ทั้งนี้ HPE Alletra MP และ HPE SimpliVity Gen11 พร้อมใช้งานแล้วบน HPE GreenLake สำหรับบริการ HPE GreenLake for Private Cloud Business Edition หรือคลาวด์ส่วนตัวแบบบริการตนเองที่ยืดหยุ่นนี้ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machines/ VM) และการเคลื่อนย้ายข้อมูลในสภาพแวดล้อมคลาวด์ภายในองค์กร และคลาวด์ สาธารณะ

  • HPE GreenLake for Private Cloud Business Edition นำเสนอสถาปัตยกรรมไฮเปอร์คอนเวอร์จแบบแยกส่วนที่ทันสมัย การรองรับใหม่สำหรับ HPE Alletra MP ให้เวิร์กโหลด VM ที่เป็นภารกิจที่สำคัญขององค์กรในงบประมาณระดับกลาง และการรับประกันความพร้อมใช้งานของข้อมูล (Data Availability Guarantee) แบบ 100%
  • การรองรับ HPE SimpliVity Gen11 แบบใหม่ ซึ่งใช้เซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant Gen11 ช่วยให้ลูกค้าสามารถรัน Edge และ VM เพื่อการใช้งานทั่วไปที่มีความพร้อมใช้งานของข้อมูลถึง 99.999% พร้อมการปกป้องข้อมูลในระบบ

การวางจำหน่าย

สามารถสั่งซื้อ HPE GreenLake Block Storage for AWS ได้ตั้งแต่สิ้นเดือนพฤษภาคม 2567

HPE Timeless Program จะใช้งานได้ในไตรมาสที่ 3 ปี 2567

HPE GreenLake for Private Cloud Business Edition ซึ่งเลือกได้ระหว่าง HPE Alletra MP หรือ HPE SimpliVity Gen11 จะพร้อมจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

“ลีโอ”  จัดเต็ม Leo Summer Fest ชะอำ เตรียมเคลื่อนความมันส์ สู่เทศกาลดนตรีหน้าฝน

“ลีโอ” จัดเต็ม “Leo Summer Fest” ขนทัพศิลปินแน่นชายหาดชะอำ ร่วมขบวน 3 Music Presenter – อิ้งค์ วรันธร, Three Man Down และ ไททศมิตร ในเทศกาลดนตรีที่ 2 ของปีอย่างสุดมันส์ เตรียมเคลื่อนสู่เทศกาลดนตรีที่ 3 ในหน้าฝนนี้ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ไปด้วยกันนะ”

หลังจากที่แบรนด์ “ลีโอ” เดินเครื่องสานต่อแนวทาง Music Marketing ในปีนี้ เคลื่อนขบวนความมันส์ไปพบกับแฟนทั่วประเทศแบบชวนทุกคนมาสนุกด้วยกันในแคมเปญ “ไปด้วยกันนะ” กับ 3 Music Presenter หลักและศิลปินอีกมากมายตามคำเรียกร้อง โดยมีคอนเสิร์ตใหญ่ล้อไปกับเทศกาลสำคัญตั้งแต่ต้นปี

ล่าสุดได้จัดคอนเสิร์ตในเทศกาลดนตรีครั้งที่ 2 “Leo Summer Fest” ที่ชายหาดชะอำอย่างเต็มรูปแบบ ยกทัพศิลปินสร้างความสนุกเต็มพิกัดทั้ง อิ้งค์ วรันธร, Three Man Down, ไททศมิตร, Zeal, Paradox, Indigo, Safeplanet และ Freehand ตอกย้ำความสำเร็จในแกน Music Marketing ที่ทำต่อเนื่องมาหลายปี

นายวาระ โชตน์ธเนส Division Manager – Brand Management บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า Leo Summer Fest ถือเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 ของปีที่ได้สร้างความมันส์ต่อจาก Leo Hurt Fest ที่จัดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้เราได้เลือกชายหาดชะอำเป็นพื้นที่จัดงาน เพื่อให้สอดคล้องกับภาพความสนุกในหน้าร้อน

โดยนำ 3 Music Presenter และเหล่าศิลปินที่โดนใจมาสร้างความสนุกอย่างเต็มที่ ซึ่งเทศกาลดนตรีที่ 3 ต่อจากครั้งนี้จะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ในช่วงหน้าฝน ที่จะนำความสนุกมาพร้อมกับความชุ่มฉ่ำในแบบของลีโอ รวมทั้งกิจกรรมความมันส์ที่จะเดินทางไปในหลายจังหวัดทั่วประเทศตลอดทั้งปี

นอกจาก Leo Summer Fest แล้ว “ลีโอ” ยังมีเทศกาลดนตรีที่สอดคล้องกับฤดูกาลต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ เชื่อมโยงและสร้างเอนเกจเมนต์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคอีกมากมาย เช่น Leo Hurt Fest คอนเสิร์ตที่พร้อมฮีลใจคนเฮิร์ทที่ได้จัดขึ้นไปแล้ว Leo Scream Fest งานดนตรีที่จัดขึ้นรับกับเทศกาลฮาโลวีน และคอนเสิร์ตใหญ่แห่งปีที่แฟนๆทุกคนต่างรอคอยอย่าง “Leo Fest”

เป็นการรวมตัวของศิลปินตัวท็อปมาอยู่บนเวทีเดียวกัน เพื่อมอบความมันส์ความสนุกให้แฟนของลีโอทุกคน รวมไปถึงมิวสิคเฟสติวัล และ โร้ดโชว์จาก 3 Music Presenter ที่จะยกขบวนความสนุกไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วไทย จะเป็นเมื่อไหร่และที่ไหนแฟนๆสามารถติดตามได้ที่ เพจ Leo Thailand

CROSSROADS Maldives ร่วมกับ สิงห์ โซดา ชวนคนรักปาร์ตี้ สัมผัสความมันส์แนวใหม่ ครั้งแรกกับ “ปาร์ตี้ริมสระน้ำธีมไทย”

ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ (CROSSROADS Maldives) เตรียมจัดงานปาร์ตี้ริมสระน้ำ “Thai Beats & Ocean Waves” ผลงานสุดครีเอทของ SAii Beach Club ร่วมระเบิดความมันส์กับ สิงห์ โซดา ตลอด 2 วัน ตั้งแต่ 15 – 16 มิถุนายน 2567 ณ ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ 

งาน “Thai Beats & Ocean Waves” ปาร์ตี้ริมสระสุดอลังการครั้งแรก ที่จะนำเสน่ห์ของเกาะภาคใต้ประเทศไทยยกไว้มาไว้กลางมัลดีฟส์ ผลงานสุดครีเอทของ “SAii Beach Club” (ทราย บีช คลับ) ร่วมระเบิดความมันส์กับ “สิงห์ โซดา” (Singha Soda) สนุกฉ่ำตลอด 2 วัน ตั้งแต่ 15 – 16 มิถุนายน 2567 ณ ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ (CROSSROADS Maldives) จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งแรกและแห่งเดียวของมหาสมุทรอินเดีย บนชายฝั่งอันงดงามของ Emboodhoo Lagoon! 

สำหรับปาร์ตี้ครั้งนี้ จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 15 มิถุนายน (เวลา 18.00 น. – 1.00 น.) โดยเนรมิตบรรยากาศของเกาะทางใต้ของไทยมาสู่มัลดีฟส์ ในปาร์ตี้ RED ZAA พร้อมกองทัพดีเจ โชว์ไฟ และเครื่องดื่มสูตรพิเศษ และในวันที่ 16 มิถุนายน (เวลา 13.00 น. – 1.00 น.) กับ “ปาร์ตี้โฟมแดง-ขาว” ให้สายปาร์ตี้ได้มันส์ตั้งแต่กลางวันยันกลางคืน 

อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือไลน์อัพสุดพิเศษจาก “DJane” ดีเจหญิงแถวหน้าเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น DJane Plearnpleng, DJane Dollar, DJane Saipan, DJane Nicestyle และ DJane Foamberry เหล่าดีเจสาวสุดฮอตจะขนเอาเพลงแนวเฮ้าส์และเทคโนสุดมันส์มาสร้างความเร้าใจให้กับงานปาร์ตี้นี้ ผสานแสงไฟเลเซอร์สุดตระการตา แดนเซอร์ การแสดงโชว์ไฟ และอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากงานปาร์ตี้แล้ว “ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์” (CROSSROADS Maldives) จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งแรกและแห่งเดียวในมหาสมุทรอินเดีย ยังมอบการพักผ่อนที่เหนือระดับและครบวงจรให้ฟินขึ้นอีกสองเท่า โดยโครงการครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารงานของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (S Hotels and Resorts PCL.: SHR) ผู้นำด้านการบริหารงานโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (Singha Estate PCL.: S)

เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 และได้เปลี่ยนโฉมวงการท่องเที่ยวของมัลดีฟส์ ด้วยรีสอร์ทที่ได้รับรางวัลถึง 3 แห่ง ได้แก่ Hard Rock Hotel Maldives, SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton และรีสอร์ทที่เพิ่งเปิดใหม่ล่าสุดอย่าง SO/ Maldives รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ได้แก่ The Marina @CROSSROADS ท่าจอดเรือยอชท์ถนนคนเดินไลฟ์สไตล์ที่นำเสนอความบันเทิง ร้านค้าบูติค ประสบการณ์ทางวัฒนธรรม ร้านอาหารและบาร์กว่า 20 ร้าน

รวมถึงแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Ministry of Crab และ Hard Rock Cafe ซึ่งทำให้ ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางและนักปาร์ตี้ ที่มองหาสถานที่แปลกใหม่ สำหรับการพักผ่อนสุดสัปดาห์ที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งนี้ สร้างเวทีสำหรับการผจญภัยที่น่าจดจำ ด้วยทำเลที่ตั้งอันยอดเยี่ยมบนเกาะ South Malé Atoll ห่างจากสนามบินนานาชาติ Velana ของ Malé เพียง 15 นาทีโดยสปีดโบ๊ท 

สอดคล้องกับแนวคิดของ “SAii” (ทราย) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมี่ยมจาก เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท โดยคอนเซปต์ของ SAii Beach Club (ทราย บีช คลับ) ได้ผสมผสานการพักผ่อนแบบ Eco-Chic เข้ากับความหรูหราที่เข้าถึงง่าย สร้างจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวสามารถผ่อนคลายในบรรยากาศที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยง และมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม คู่รักและแกงค์เพื่อนคนสนิทสามารถลิ้มรสอาหารนานาชาติจากร้านอาหารหลากหลาย อาทิ Mr. Tomyam และ Terra & Mar จิบเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่ Singha Splash และดื่มด่ำกับขนมหวาน ที่ Gelato Bar 

มร. ไมเคิล มาร์แชลล์ (Mr. Michael Marshall) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะต้อนรับแขกสู่ปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำบนเกาะสไตล์ไทยครั้งแรกของเราที่ ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ โดยความร่วมมือกับ สิงห์ โซดา งานนี้จะตอกย้ำว่า “มัลดีฟส์” ไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทางสำหรับคู่รักและฮันนีมูนอีกต่อไป แต่เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทุกสายทั่วโลกให้ได้มาพบปะ ปาร์ตี้ และแบ่งปันประสบการณ์อันน่าประทับใจร่วมกับ สำหรับปาร์ตี้สองวันนี้ จะผสมผสานความสนุกระดับโลก เข้ากับบรรยากาศเกาะทะเลใต้ของไทย ให้นักเดินทางได้ผ่อนคลายและปาร์ตี้กับคนที่รัก”  

สำหรับบัตรเข้างานปาร์ตี้ริมสระ “Thai Beats & Ocean Waves” เปิดจำหน่ายแล้วทาง Megatix ที่เดียวเท่านั้น! แพ็คเกจสุดพิเศษ: พัก 2 คืน สำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ที่โรงแรม SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton บัตรเข้าร่วมงานปาร์ตี้ RED ZAA และปาร์ตี้โฟมแดง-ขาว พร้อมโต๊ะ VIP ทั้งสองงาน หรือ เลือกพัก 2 คืน สำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ที่ Hard Rock Hotel Maldives พร้อมแพ็คเกจเดียวกัน สำหรับผู้สนใจสามารถจองบัตรผ่านช่องทางออนไลน์ https://megatix.in.th/events/thai-beats-ocean-waves  ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ ได้ที่ https://crossroadsmaldives.com/

มาสด้าผนึกผู้จำหน่ายทั่วประเทศรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว จัดประชุมใหญ่ Mazda Mirai ก้าวที่แข็งแกร่งสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

มาสด้าผนึกผู้จำหน่ายทั่วประเทศรวมใจเป็นหนึ่งเดียว เข้าร่วมประชุมประจำปีงบประมาณ FY2024 หรือ Mazda Dealer National Conference ภายใต้ธีม Mazda Mirai 2024 และแนวคิด “Reinvent for a Sustainable Future” ประกาศยึดมั่นนโยบายการเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด Customer Experience Management สร้างสรรค์ประสบการณ์ลูกค้าและมอบสิทธิประโยชน์เกินกว่าที่ลูกค้าคาดหวัง

ย้ำการสร้างแบรนด์คือหนทางสู่การเติบโตที่ยั่งยืน มุ่งมั่นสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ เดินหน้าสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าจากอดีตและตลอดไป ให้เกิดเป็นความผูกพันเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน

โดยมีเป้าหมายและพันธกิจไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะส่งมอบคุณค่าของแบรนด์จากรุ่นสู่รุ่น โดยมีผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศ คณะผู้บริหารระดับสูงจาก มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย พร้อมพันธมิตรทางธุรกิจ เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน

การประชุมผู้จำหน่ายประจำปี หรือ Mazda Mirai 2024 มาสด้าได้นำเสนอนโยบายและแผนธุรกิจระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ทำให้ผู้จำหน่ายเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สร้างความเชื่อมั่นและเกิดความร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกัน

ภายใต้แนวคิด Reinvent for a Sustainable Future ผ่าน 3 คีย์เวิร์ดสำคัญ คือ Reinvention หมายถึงการปรับและเปลี่ยนวิธีคิดการทำงานเพื่อให้ทันกับสถานการณ์โลกธุรกิจในปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว Sustainability คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ไม่เพียงในแง่ของการดำเนินธุรกิจเท่านั้น แต่รวมถึงผู้คนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โลกของเรายังคงสวยงาม เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น และ Future คืออนาคตที่พวกเราจะก้าวเดินไปพร้อมกัน ระหว่าง มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และผู้จำหน่าย ประสานมือสร้างพันธกิจร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการส่งมอบความสุขให้กับลูกค้ามาสด้าตลอดไป

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2567 มาสด้ายังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืนในระยะยาว สิ่งสำคัญที่จะทำให้มาสด้าเกิดความแข็งแกร่งจึงไม่ใช่การขายรถใหม่เพียงอย่างเดียว ทุกภาคส่วนต้องสร้างความรัก ความผูกพัน

ให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ที่ดี จนเกิดเป็นความประทับใจ กลับมาซื้อซ้ำ และเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ทุกรุ่น ทุกช่วงเวลาของชีวิต กลายมาเป็น “มาสด้า แฟมิลี่” นั่นคือแก่นแท้ของการดำเนินธุรกิจในรูปแบบของ Retention Business คือการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าให้ดีที่สุด

รวมถึงการแนะนำจุดเด่นของรถมาสด้าให้กับคนอื่นๆ ต่อไป มาสด้าเชื่อว่าแนวทางการทำธุรกิจด้วยวิถีนี้จะนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างเต็มกำลัง และให้ความสำคัญสูงสุดต่อการสร้างแบรนด์ Brand Value Management โดยเฉพาะการบริการหลังการขายให้ถือเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ตามกลยุทธ์ Retention Business Model

ตั้งเป้าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ลูกค้าเลือก Top Customer Retention และเป็นอันดับหนึ่งด้านการบริการ Top Service Retention เพื่อส่งมอบรอยยิ้มและความสุขให้ลูกค้า Joy Drives Lives โดยเฉพาะผลประกอบการของผู้จำหน่ายต้องแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ก้าวต่อไปของมาสด้าคือการสร้างธุรกิจให้เติบโตแบบยั่งยืน โดยเฉพาะนโยบายด้านการขายและการบริการ รวมถึงการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับแฟนมาสด้า เนื่องจากเป็นกลยุทธ์สำคัญที่มาสด้าได้ดำเนินการมาตลอด 2-3 ปีนี้ และกำลังเห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อรักษาลูกค้าให้อยู่กับมาสด้าตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถมาสด้า

ถึงแม้ว่าวันนี้ลูกค้าจะมีทางเลือกที่หลากหลาย แต่เราก็ยังยืนหยัดที่จะเน้นนโยบาย เพื่อรักษาและดูแลฐานลูกค้าเก่าเป็นอันดับแรก นี่คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญต่อการดำรงอยู่อย่างมั่นคงของมาสด้าที่ประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลกและกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ด้วยแผนการดำเนินธุรกิจ Retention Business Model ซึ่งเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้

แต่เพิ่มเติมเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายยิ่งขึ้น คือเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งด้าน Customer Retention เป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเลือกเป็นอันดับแรก และให้บริการลูกค้าจนเกิดความพึงพอใจ นำเสนอคุณค่าของแบรนด์ผ่านประสบการณ์และสร้างความพึงพอใจสูงสุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานระยะกลาง Mid-Term Plan หัวใจหลักสำคัญคือการสร้างมูลค่าแบรนด์สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป และมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการขายรถใหม่เพียงด้านเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจเกิดความแข็งแกร่งได้ แต่การเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้ครบทุกองค์ประกอบ คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของผู้จำหน่ายเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนเคียงข้างลูกค้าตลอดไป

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นไปตามแนวทางการบริหารคุณค่าหลักของแบรนด์มาสด้า หรือ PPV ประกอบด้วย Purpose การสร้างคุณค่าและเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้คนที่ได้สัมผัสกับแบรนด์มาสด้าในทุกประสบการณ์ และทุกช่วงเวลาของชีวิต ตามด้วย Promise คำมั่นสัญญาจากมาสด้า คือการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ครบทุกมิติได้อย่างสมดุล ทั้งทางด้านอารมณ์ความรู้สึกและกายภาพ รวมถึงชุมชนและสังคม

และคุณค่าหลักที่สำคัญอย่างยิ่งที่บุคลากรมาสด้าทุกคนยึดมั่น คือ Values หรือ คุณค่า ทัศนคติ แนวคิด และพฤติกรรม ให้ความสำคัญกับมนุษย์อย่างแท้จริง มีจิตวิญญาณนักสู้ ส่งมอบประสบการณ์ความประทับใจด้วยความใส่ใจและเป็นมิตรโดยไม่คาดหวังรางวัลตอบแทน โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท

นี่คือ แนวทางในการสร้างแบรนด์มาสด้าให้แข็งแกร่งและยั่งยืนตลอดไป เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในด้าน Customer Retention และ Service Retention เพื่อแทนคำมั่นสัญญาว่ามาสด้าจะเป็นแบรนด์ที่มอบความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้า Joy Drives Lives แทนคำขอบคุณที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้รถมาสด้าให้เป็นรถคู่ใจไปตลอดการเดินทาง

“คาเฟ่ อเมซอน” เปิดตัว AMAZON BLACK HONEY LEMON รับเทรนด์ Joffee กาแฟผสมน้ำผลไม้ ออกรสชาติใหม่ ตอกย้ำเบอร์ 1 กาแฟพร้อมดื่มระดับพรีเมียม

“คาเฟ่ อเมซอน” บุกหนักตลาดกาแฟพร้อมดื่มพรีเมียม (RTD) ตรึงตำแหน่งผู้นำ เปิดตัวสินค้าใหม่ จับกระแส Joffee (Juice + Coffee) “AMAZON BLACK HONEY LEMON” ผสานเสน่ห์ฮันนี่เลมอนกับรสชาติกาแฟกลมกล่อมลงตัว ในขวดพร้อมดื่ม

คุณธิติพร ธรรมาภิมุขกุล Chief Marketing Officer บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด และ คุณสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ (President) บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ผนึกกำลังต่อยอดจากความสำเร็จในการทำตลาดกาแฟพร้อมดื่มพรีเมียม ภายใต้แบรนด์ “คาเฟ่ อเมซอน” มีจุดแข็งความชำนาญในการทำตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มยาวนาน กว่า 90 ปี ของบริษัทบุญรอดฯ กับความเชี่ยวชาญด้านกาแฟและเครื่องดื่มรูปแบบคาเฟ่มากว่า 20 ปี ของ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR

ปัจจุบันเทรนด์การบริโภคเครื่องดื่ม Joffee ที่กำลังมาแรงทั่วโลก ซึ่งเป็นการนำกาแฟผสมกับน้ำผลไม้เข้าด้วยกัน จนกลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตถูกใจคอกาแฟ ทำให้แบรนด์ “คาเฟ่ อเมซอน” พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภค “AMAZON BLACK HONEY LEMON” กาแฟรสฮันนี่เลมอน ลงขวดพร้อมดื่มเป็นรายแรกในตลาด ด้วยรสชาติอร่อยกลมกล่อมลงตัว ของกาแฟดำผสมผสานกับความหวานละมุนจากน้ำผึ้งและความเปรี้ยวสดชื่นจากเลมอน ตอบโจทย์ความสะดวก 

 “คาเฟ่ อเมซอน” ยังเพิ่มจุดแข็ง เพื่อรักษาการเป็นผู้นำตลาดกาแฟพร้อมดื่มพรีเมียม ด้วยการนำเมนู เอสเปรสโซ่ (Espresso) และลาเต้ (Latte) กลับมาเสริมทัพ ทำให้มีสินค้า 5 รสชาติ เอาใจคนรักกาแฟ ได้แก่ อเมซอน เอสเปรสโซ่, อเมซอน ลาเต้ ราคาขวดละ 35 บาท อเมซอน แบล็ค, อเมซอน แบล็ค ไม่มีน้ำตาล และ อเมซอน แบล็ค ฮันนี่ เลมอน โดยจะวางจำหน่ายในราคา 29 บาท ที่เซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขา

และตรึงการเป็นผู้นำตลาดกาแฟพร้อมดื่มเซ็กเมนต์พรีเมียม ด้วยคุณภาพ มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญดูแลในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การใส่ใจในเลือกและคัดสรรวัตถุดิบเมล็ดกาแฟ ควบคุมการผลิตอย่างเข้มข้นจากโรงคั่วกาแฟเดียวกับร้านคาเฟ่ อเมซอน เพื่อให้ได้กาแฟพร้อมดื่มออกมาคงกลิ่นความหอม และอัตลักษณ์ของกาแฟอย่างครบถ้วนมาตรฐานเดียวกับกาแฟสดเสิร์ฟหน้าร้าน