Geek Monday EP87 : NuCalm กับอุปกรณ์ช่วยลดความเครียดและปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับสุดล้ำ

ค่ำคืนที่นอนไม่หลับ หากดำเนินต่อไปหลายๆ คืน อาจส่งผลต่อทั้งทางจิตใจและร่างกายของเราได้ ในความเป็นจริงการสูญเสียการนอนหลับอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่หลากหลายรวมถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นสำหรับ โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ

NuCalm เป็นเทคโนโลยีประสาทวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วว่าสามารถลดความเครียดและปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับได้โดยไม่ต้องใช้ยา

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://bit.ly/3uL44Yl

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/2lEqPPg

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
http://bit.ly/2kxHtQ3

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/2m0PTzR

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/NhyPXNn7zqU

References : https://www.makeitgrateful.com/wellness/mind/de-stressing-technology-treatment-nucalm-review/
https://futurism.com/nucalm-reduce-stress-induce-sleep
https://www.departures.com/lifestyle/nucalm-anti-anxiety-device

Freemium ไม่ใช่เทรนด์ แต่กำลังเป็นอนาคตของธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีแบบ SaaS

ถือเป็นอีกหนึ่ง business model ที่เราได้เห็นกันเยอะมาก ๆ ในปัจจุบัน กับบริการที่ใช้ model ของ Freemium ซึ่งเมื่อการระบาดของ COVID-19 นั้นบริการออนไลน์ต่าง ๆ เหล่านี้ก็เริ่มได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

แน่นอนว่า มันทำให้องค์กรต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งผู้ใช้งานทั่วไป เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม พวกเขาเริ่มที่จะไม่สบายใจที่จะสร้างภาระผูกพันอะไรแบบระยะยาว เมื่อพวกเขายังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร ผ่านความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาด

บริการอย่าง Zoom สามารถก้าวขึ้นมาแจ้งเกิดได้ถูกที่ถูกเวลา เมื่อการแพร่ระบาดเริ่มกระจายเป็นวงกว้าง ทำให้บริการประชุมออนไลน์ นั้นได้กลายเป็นที่นิยม และแน่นอนว่า พวกเขาก็ใช้ business model แบบ freemium เช่นเดียวกัน

ช่วงเดือนเมษายนในปีที่ผ่านมาได้เกิดแคมเปญครั้งใหญ่ที่น่าสนใจผ่าน hashtag #FreeApril โดยจะมีการให้บริการเข้าถึงแพล็ตฟอร์มต่าง ๆ ฟรีในช่วงเดือนเมษายน

Cloudflare ให้ใช้บริการ Team ฟรี ตั้งแต่เดือนมีนาคม จนถึงวันที่ 1 กันยายน บริการอย่าง GitHub ให้บริการฟรีสำหรับทีมในเดือนเมษายน และ ลดราคาใน package แบบชำระเงิน

จะเห็นได้ว่า ด้วย demand ที่สูงขึ้นมาก เหล่าผลิตภัณฑ์ต่างปรับตัว โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้งานปลายทางอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น นักพัฒนาซอฟต์แวร์ นักการตลาด หรือ พนักงานขาย หรือ คนอื่น ๆ ที่อยู่ภายในองค์กร

ผู้ใช้งานที่อยู่ปลายทางเหล่านี้ติดอยู่ที่บ้าน ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาต่างต้องการ ซอฟต์แวร์ หรือ บริการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการใช้ชีวิตของพวกเขา

แน่นอนว่าในโลกยุคปัจจุบัน เหล่าผู้ใช้งานที่เป็น end users นั้นมุ่งหาข้อมูลทางออนไลน์เป็นหลัก ก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงินกับบริการใด ๆ ก็จะมีการเปรียบเทียบจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ มากมาย ซึ่งทำให้การปล่อยให้ผลิตภัณฑ์ใช้งานได้ฟรีก่อนนั้นเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการเข้าถึงพวกเขาเหล่านี้

ซึ่งจากที่พวกเขาได้ลองใช้งานในเวอร์ชั่นฟรี และเมื่อพวกเขารู้สึกว่าบริการดังกล่าวเหมาะสมกับการทำงานแล้วนั้น ผู้ใช้งานเหล่านี้ ก็จะตัดสินใจซื้อหรืออัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นที่ต้องจ่ายเงินได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น

ซึ่งแน่นอนว่า รูปแบบ freemium เหล่านี้จะไม่หายไปเมื่อเมื่อการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เริ่มคลี่คลายลง  เหล่าบริษัทที่ให้บริการแบบ Software as a service (SaaS) กลับเพิ่มรูปแบบโมเดลธุรกิจแบบ freemium เป็นสองเท่า

พวกเขาตระหนักดีว่าการทำเช่นนี้ส่งผลดีต่อธุรกิจของตนอย่างแท้จริง ซึ่งในการทำเช่นนี้พวกเขาได้ทำลายโมเดลธุรกิจแบบเดิม ๆ ที่ล้าสมัย ทำให้บริษัทที่ให้บริการแบบ SaaS ถึง 82% มี การเสนอแผนบริการฟรี (freemium) ของตนเอง

ซึ่งต้องบอกว่า การใช้โมเดล ธุรกิจแบบ freemium นี่เอง ที่กำลังกลายเป็นกลยุทธ์หลักที่สำคัญ สำหรับการอยู่รอดของบริษัทเทคโนโลยี โดยเฉพาะรูปแบบของ SaaS ที่สำคัญมาก ๆ ในโลกยุค New Normal ที่พฤติกรรมผู้บริโภคถึงจุดเปลี่ยนจากผลพวงของการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ในครั้งนี้นั่นเองครับผม

References : https://www.pluralsight.com/blog/news/stay-home-skill-up-for-free
https://www.entrepreneur.com/article/347840
https://techcrunch.com/2021/05/06/freemium-isnt-a-trend-its-the-future-of-saas/
https://www.pluralsight.com/blog/news/stay-home-skill-up-for-free
https://openviewpartners.com/2019-expansion-saas-benchmarks/#.YJatALUzbcs

Geek Daily EP77 : อนาคตของวงการธนาคาร อนาคตที่มีธนาคารน้อยลงสู่จินตนาการถึงโลกที่ไม่มีธนาคาร

ธนาคารเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของโลกทุนนิยม คนส่วนใหญ่มีปฏิสัมพันธ์กับธนาคารเพื่อทำธุรกรรมต่าง ๆ เช่นการซื้อสินค้า บริษัท ต่างๆจ่ายเงินให้พนักงาน ซัพพลายเออร์และ เจ้าของบ้านผ่านธนาคาร นอกจากนี้ธนาคารยังมีการตัดสินใจที่สำคัญกว่า เช่น การซื้อบ้าน หรือการกู้เงินเพื่อการศึกษา

แต่ตอนนี้บทบาทของพวกเขาตกอยู่ภายใต้การคุกคามจากเทคโนโลยีใหม่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เราได้เห็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีพัฒนาระบบการชำระเงินที่รวดเร็วและง่ายขึ้นซึ่งสามารถดึงธุรกรรมต่าง ๆ ออกจากระบบธนาคารแบบดั้งเดิมได้

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://bit.ly/3h8koy2

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/2lEqPPg

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
http://bit.ly/2kxHtQ3

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/2m0PTzR

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/utns09z-C2M

Mind Bank AI กับการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสร้างความเป็นอมตะให้กับมนุษย์

ต้องบอกว่ามีหลากหลายเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงกับโลกเราแบบที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน และบริษัท Startup ที่มีชื่อว่า Mind Bank AI ก็เป็นอีกหนึ่งในบริษัทที่กำลังมีความทะเยอทะยาน เพื่อทำลายห่วงโซ่แห่งความตาย และอย่างน้อยก็สำหรับคนที่เรารักที่ต้องทิ้งไว้หลังความตาย

Mind Bank AI ได้คิดค้นเทคโนโลยี เพื่อจำลองชีวิตของมนุษย์หลังความตาย ให้เหมือนว่าเรากำลังมีชีวิตอยู่ และสามารถที่จะตอบโต้ กับคนที่เรารักได้

รูปแบบของ “ฝาแฝดดิจิตอล” เป็นการสร้างตัวตนของมนุษย์ขึ้นมาใหม่ จากชุดข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นของเรา

ทางบริษัทใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสร้างแบบจำลองขึ้นมา เพื่อให้คิดเหมือนเรา เข้าใจบุคลิกภาพของเรา และในที่สุด ก็สามารถนำแบบจำลองนั้นไปใช้กับคนที่เรารัก ที่เราได้ทิ้งไว้เบื้องหลัง ราวกับว่าเรายังมีชีวิตอยู่

Sascha Griffifths ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของ Mind Bank AI กำลังทำการวิจัย โดยใช้อัลกอริธึมทางด้าน AI และเครื่องมือที่พวกเขาเชื่อว่าใช้ในการคัดลอกมนุษย์ได้

ด้วยเทคโนโลยี NLP (natural language processing) และเทคโนโลยีใหม่อย่าง GPT-3 ซึ่งได้กลายเป็นกระแสในแวดวง AI ซึ่งเป็น NLP ที่ดึงข้อมูลจากคลังข้อมูลขนาดใหญ๋ในอินเทอร์เน็ต เพื่อทำการสร้างข้อความที่สมจริงตั้งแต่การสนทนาไปจนถึงการสร้างบทความ

ต้องบอกว่า เทคโนโลยีนี้น่าสนใจมาก เพราะ Mind Bank AI นั้นสามารถช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ในอดีตและสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิตของใครบางคน

ต้องบอกว่าหลายสิ่งที่เราทำในชีวิตประจำวัน เป็นรูปแบบ “สคริปต์” ในระดับหนึ่ง เมื่อพูดถึงการโต้ตอบประเภทนี้ AI สามารถที่จะเลียนแบบเราได้อยู่แล้ว อย่างที่เราได้เห็นในเทคโนโลยีอย่าง Voice Assistant ต่าง ๆ เช่น SIRI หรือ Alexa

การโต้ตอบแบบมีสคริปต์ ตัวอย่างเช่นใน SIRI  หรือ Alexa
การโต้ตอบแบบมีสคริปต์ ตัวอย่างเช่นใน SIRI หรือ Alexa

แต่ลองนึกถึงการสร้างชีวิตมนุษย์ขึ้นมาจริง ๆ นั้น มันมีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากในการพัฒนา AI ในยุคปัจจุบัน แต่ Mind Bank AI กำลังที่จะพัฒนาไปในจุดดังกล่าว ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก

ลองนึกถึงการพยายามปลอบเพื่อนหลังจากถูกแฟนบอกเลิก หรือ อารมณ์เมื่อเราได้รับการโปรโมตขึ้นตำแหน่ง สิ่งเหล่านี้ AI ในยุคปัจจุบันยังไม่สามารถที่จะพัฒนาไปถึงจุดนั้นได้

และด้วยความท้าทายต่าง ๆ ที่ Mind Bank AI จะต้องเอาชนะ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ วัฒนธรรม และ ภูมิหลังของผู้คน ที่จะทำให้ AI นั้นคิดได้เหมือนคน ๆ นั้นจริง ๆ และสามารถที่จะจัดการกับปฏิสัมพันธ์ที่หลากหลายได้

ต้องบอกว่า AI นั้น เปราะบาง เพราะไม่สามารถทำงานนอกสิ่งที่มันรู้ได้ เมื่อพบอินพุตที่ไม่สามารถจดจำได้ มันก็มักจะทำงานล้มเหลว

ซึ่งในขณะที่เทคโนโลยีอย่าง GPT-3 เรียนรู้ผ่านข้อมูลขนาดมหาศาลบนโลกอินเทอร์เน็ต แต่คู่แฝดดิจิตอลของ Mind Bank AI จะเรียนรู้เกี่ยวกับชุดข้อมูลเพียงชุดเดียวนั่นก็คือความเป็นคุณเท่านั้น

ซึ่ง Mind Bank AI จะไม่ใช่เรา แต่จะเป็นตัวแทนของเรา มันได้รับการฝึกอบรมข้อมูลเกี่ยวกับตัวของเรา มันจะฟัง พูด และ คิด เหมือนเรา เท่านั้น และ หยุดไว้เพียงแค่นั้น ไม่มีการเรียนรู้เพิ่มเติมต่อไป

ซึ่งต้องบอกว่า Mind Bank AI ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจในอนาคต ที่เราสามารถที่จะสร้างคู่แฝดดิจิตอลของเราไว้ เพราะชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เราจะจากไปเมื่อไหร่ ไม่มีใครคาดคิดได้ และเทคโนโลยีดังกล่าวมันยังทำให้คนที่เราทิ้งไว้เบื้องหลังนั้น ยังสามารถที่จะปฏิสัมพันธ์กับเราได้อยู่แม้เราจะจากโลกนี้ไปแล้วนั่นเองครับผม

References : https://www.wired.com/story/a-sons-race-to-give-his-dying-father-artificial-immortality/amp
https://www.freethink.com/articles/digital-twin-ai
https://www.freethink.com/articles/what-is-a-deepfake
https://www.freethink.com/articles/could-freezing-your-body-offer-a-chance-at-immortality

Geek Daily EP76 : โคโรนาไวรัสและคนรุ่นมิลเลนเนียลทำลายธุรกิจฟิตเนสแบบดั้งเดิมได้อย่างไร

อุตสาหกรรมการออกกำลังกายกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลครั้งสำคัญ เช่นเดียวกับในทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่การขนส่งไปจนถึงการพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งได้เห็นการเกิดขึ้นของรูปแบบดิจิทัลซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และโรงยิมที่เป็นแบบ Physical กำลังมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก 

บริษัท ทั้งหมดประสบความสำเร็จในการใช้ประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของฟิตเนสดิจิทัลโดยเห็นได้จากความนิยมของ บริษัท ต่างๆ เช่น MIRROR Home Fitness , Peloton , FiiT และ SWEAT เหล่านี้เป็นเพียงไม่กี่ผู้ให้บริการที่มีการยกระดับเทคโนโลยีดิจิตอล ซึ่งจะมีส่วนร่วมกับลูกค้าที่กำลังมองหาประสบการณ์การออกกำลังกายที่สามารถกำหนดเองที่ตรงกับตารางเวลาของตน ที่มีความยืดหยุ่นกว่าการใช้บริการฟิตเนสแบบเดิม ๆ

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://bit.ly/3vIH2Bd

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/2lEqPPg

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
http://bit.ly/2kxHtQ3

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/2m0PTzR

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/iQW7bFh9t0A