5 ขั้นตอนเหล่านี้สามารถช่วยปกป้องคุณจากภาวะ burnout

ในสถานการณ์โลก ณ ปัจจุบัน ภาวะ burnout นั้นดูเหมือนจะพบได้ในผู้คนทั่วไป  ซึ่งมีความน่าสนใจอย่างหนึ่งในการเพิ่มจำนวนของผู้ที่มีภาวะ burnout คือ มันเป็นโรคที่อาจจะติดต่อกันได้จริง

กล่าวอีกนัยหนึ่งคุณมีแนวโน้มที่จะทุกข์ทรมานจากภาวะ burnout หากคุณอยู่ใกล้คนอื่นที่อยู่ในภาวะ burnout เช่นเดียวกัน หรือทำงานในสถานการณ์ที่สร้างเงื่อนไขให้เกิดภาวะ burnout นั่นเอง

ลักษณะที่เป็นไปได้ของภาวะ burnout

ภาวะ burnout มีแนวโน้มที่จะเริ่มต้นด้วยความรู้สึกอ่อนเพลียทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ซึ่งในที่สุดจะส่งผลต่อความรู้สึกอับอายหรือสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของคุณ

ยิ่งไปกว่านั้นมันยังสามารถพัฒนาไปสู่การดูถูกเหยียดหยาม เมื่อคุณรู้สึกว่าถูกปฏิเสธในเรื่องความสามารถของคุณอยู่บ่อย ๆ และยิ่งทำให้ขาดแรงจูงใจในการแก้ปัญหาเพื่อที่จะก้าวต่อไป 

งานวิจัยใหม่จาก  City College of New York ยังพบว่าภาวะ burnout นั้นสอดคล้องกับภาวะซึมเศร้าอย่างมีนัยสำคัญในแง่ของอาการและผลกระทบ จากการศึกษาคน 1,386 คนพบว่า 86% มีความรู้สึกทับซ้อนกันระหว่างภาวะ burnout และภาวะซึมเศร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความเครียดเกิดจากเหตุการณ์ในชีวิต ความท้าทายในงาน หรือการขาดการสนับสนุนในที่ทำงาน

และ ภาวะ burnout ไม่ใช่แค่ประสบการณ์ส่วนบุคคล จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตทพบว่า ภาวะ burnout นั้นอาจเป็นสิ่งที่คุณได้รับจากผู้อื่น 

นักวิจัยพบว่าภาวะ burnout นั้นแพร่กระจายไปในหมู่เพื่อนร่วมงานที่ใกล้ชิดและเมื่อผู้คนทำงานในวัฒนธรรมที่อาจทำให้เกิดภาวะ burnout 

ต้นทุนที่สูงมากเมื่อเราต้องเจอกับภาวะ burnout

สำหรับบุคคลทั่วไป ภาวะ burnout อาจจะส่งผลต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ หรือแม้กระทั่งทำให้เกิดความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันและอาการนอนไม่หลับ

นอกจากนี้ American Institute of Stress พบว่าภาวะ burnout ที่ทำให้พนักงานต้องขาดงาน หรือลาออก ซึ่งส่งผลต่อการผลิตที่ลดลงและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ( เช่น ค่าใช้จ่ายด้านกฎหมาย การแพทย์ การประกันภัย) ทำให้อุตสาหกรรมต่างๆ ของสหรัฐฯ มีค่าใช้จ่าย 300,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีกับเรื่องดังกล่าว

Burnout เป็นที่แพร่หลาย ดังนั้นนักวิจัยได้สร้างอุปกรณ์ที่สวมใส่ที่ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบภาวะดังกล่าวได้ อุปกรณ์ตรวจจับระดับคอร์ติซอลในเลือด คอร์ติซอลเป็นสารเคมีที่ร่างกายปล่อยออกมาเมื่อเราอยู่ภายใต้สภาวะความเครียด ความกดดัน หรือความท้าทาย ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยประเมินความเครียด (และภาวะ burnout ที่ตามมา) เพื่อจัดการกับผลร้ายของมัน

วิธีการต่อสู้กับภาวะ burnout

คุณยังสามารถหลีกเลี่ยงภาวะ burnout โดยมุ่งเน้นไปที่ลักษณะส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตที่มากขึ้น งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Current Psychology พบว่ามีวิธีสำคัญในการจัดการกับภาวะ burnout ดังนี้

  • มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหา แทนที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาให้หาวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านี้ หากคุณมีความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานให้นั่งลงกับพวกเขา และพูดคุยกันในประเด็นต่างๆ หากคุณคิดมากกับงานในที่ทำงานควรแจ้งให้หัวหน้าของคุณทราบ และขอความช่วยเหลือ พยายามต่อสู้กับปัญหามากกว่าการหลีกเลี่ยงปัญหา
  • จงเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง แน่นอนว่าคุณไม่สมบูรณ์แบบ แต่การมีความมั่นใจในความสามารถของคุณจะก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อีกยาวไกล ภาวะ burnout นั้นเป็นลักษณะของความอับอายหรือการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานของคุณ เตือนตัวเองถึงสิ่งที่คุณทำสำเร็จแล้ว ลิสต์รายการที่เกี่ยวข้องกับทักษะและพรสวรรค์ของคุณ มุ่งเน้นไปที่สิ่งที่คุณต้องการเรียนรู้ และสถานที่ที่คุณต้องการไป ระบุชั้นเรียนที่คุณต้องการเข้าเรียนหรือบุคคลที่คุณต้องการทำความรู้จักและเรียนรู้จากเขา
  • มองภาพใหญ่ เมื่อผู้คนรู้สึกเหนื่อยหน่ายหรือเกิดภาวะ burnout โลกก็มีแนวโน้มที่จะเล็กลง และการแก้ปัญหาก็ดูเหมือนไม่มีอยู่จริง มุ่งเน้นไปที่ภาพรวมของความพยายามของคุณที่เป็นภาพใหญ่ขึ้น ตัวอย่างเช่น คุณไม่เพียงแต่ดูแลลูก ๆ เท่านั้น คุณมีส่วนทำให้พวกเขามีความสุขและสมหวัง คุณไม่ได้ทำงานในแผนกบัญชีของ บริษัท เท่านั้น คุณกำลังทำให้สถานะทางการเงินขององค์กรของคุณมีความมั่นคง การเน้นว่าบทบาทของคุณมีความสำคัญอย่างไรและงานของคุณก่อให้เกิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าได้อย่างไร สามารถลดความรู้สึกเหนื่อยหน่ายหรือความหดหู่ลงได้อย่างมาก
  • รักษาความสัมพันธ์ของคุณ คนที่อยู่ในภาวะ burnout มักจะรู้สึกว่าขาดการเชื่อมต่อกับผู้อื่น ให้พยายามรักษาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด: ติดต่อกับเพื่อนและเพื่อนร่วมงานและใช้เวลากับพวกเขาให้มากขึ้น ซึ่งขั้นตอนนี้มัน work ด้วยเหตุผลสองประการ อันดับแรกผู้คนเหล่านี้สามารถสนับสนุนความคิดของคุณได้ นอกจากนี้เมื่อคุณให้ความสำคัญกับผู้อื่น คุณจะขยายมุมมองของคุณออกไปจากตัวเองและสิ่งนี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลให้เกิดความรู้สึกในแง่บวก เตือนตัวเองว่าคุณสามารถเสนออะไรให้กับคนอื่นได้มากเพียงใด ซึ่งมันดีกว่าการที่ต้องจมกับปัญหาอยู่คนเดียวอย่างแน่นอน
  • มองไปข้างหน้า ปล่อยให้ตัวเองมีความยืดหยุ่นมากขึ้นและอย่าคาดหวังความสมบูรณ์แบบ รักษาอารมณ์ขัน และเตือนตัวเองว่าคุณกำลังเรียนรู้อยู่เสมอ และคุณไม่มีวันทำทุกสิ่งได้ถูกต้องเสมอไป วันนี้คุณอาจจะรู้สึกแย่ แต่คุณสามารถลุกขึ้นและก้าวต่อไปด้วยการมองโลกในแง่ดีได้ในวันข้างหน้า

ต้องบอกว่าภาวะ burnout นั้นมันไม่ได้อยู่กับเราทั้งชีวิต และสามารถที่จะจัดการได้ แม้ว่าภาวะดังกล่าวจะทำให้คุณรู้สึกเบื่อหน่ายกับมัน แต่คุณสามารถมุ่งเน้นไปที่อนาคตและหาทางก้าวผ่านไปสู่ความสุขและความสมหวังได้นั่นเองครับผม

References : https://www.workdesign.com/2018/05/burned-out-or-fired-up-how-to-create-the-right-kind-of-spark/
https://www.fastcompany.com/90628736/turn-to-these-steps-to-protect-yourself-from-catching-burnout
https://www.stress.org/workplace-stress
https://www.fastcompany.com/90541715/burnout-can-creep-into-your-work-routine-unnoticed-heres-how-to-fight-it-effectively

Warren Buffet : การลงทุนในตัวเองเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาความสำเร็จ และนี่คือ 3 คำแนะนำของเขา

ในการให้สัมภาษณ์กับ Andy Serwer หัวหน้าบรรณาธิการฝ่ายการเงินของ Yahoo  Buffet กล่าวว่า “การลงทุนที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้คือการลงทุนในตัวคุณเอง”

นี่อาจเป็นบทเรียนที่มีค่าที่สุดจาก Oracle of Omaha การลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุดหมายถึง การไม่หยุดแสวงหาความรู้ ซึ่งเป็นความรู้ที่เดิมพันกับตัวเองทั้งชีวิต ไม่ใช่แค่ในฐานะนักลงทุนเพียงเท่านั้น

และนี่คือ 3 ข้อแนะนำจาก Buffet :

ลงทุนในการพัฒนาทักษะการสื่อสารของคุณ

ในวิดีโอที่โพสต์บน LinkedIn Buffet กล่าวว่า

หากคุณไม่สามารถสื่อสารได้ก็เหมือนกับการขยิบตาให้หญิงสาวในความมืด มันแทบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในยุคปฏิวัติข้อมูลข่าวสารในยุคปัจจุบัน คุณสามารถหาองค์ความรู้ทั้งหมดในโลกได้ แต่คุณต้องสามารถถ่ายทอดได้ และการส่งผ่านไปยังผู้อื่นให้ได้ และนั่นคือทักษะของการสื่อสาร

เขาเสริมว่าการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร ทั้งในด้านการเขียนและการพูดตัวต่อตัว “สามารถเพิ่มมูลค่าของคุณได้อย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์”

ลงทุนในการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำของคุณ

Buffet บอกเราเกี่ยวกับความสำคัญของลักษณะอย่างหนึ่งที่ควรมีในผู้นำทุกคนนั่นคือความซื่อสัตย์ โดยใน Oracle of Omaha เคยกล่าวไว้ว่า:

เรามองหาสามสิ่งเมื่อเราจ้างคน เรามองหาความฉลาด มองหาความคิดริเริ่มสร้างสรรค์หรือพลังงานในตัวผู้นั้น และเรามองหาความซื่อสัตย์ และถ้าพวกเขาไม่มีอย่างหลัง สองสิ่งแรกมันก็แทบไม่มีความหมาย เพราะถ้าคุณได้คนที่ไม่มีความซื่อสัตย์ เขาก็พร้อมที่จะทำลายธุรกิจของคุณ

Tony Simons ใน The Integrity Dividend ระบุถึงความซื่อสัตย์ว่าเป็นลักษณะเด่นที่ อยู่ในทุกแง่มุมของธุรกิจของคุณ  Simons กล่าวว่าความซื่อสัตย์ช่วยเพิ่มมูลค่าของธุรกิจและผลักดันผลกำไรให้กับธุรกิจของคุณได้

ลงทุนในการปรับปรุงความสัมพันธ์ทางธุรกิจของคุณ

หนึ่งในกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการประสบความสำเร็จคือการอยู่ท่ามกลางผู้คนที่เหมาะสม Buffet พูดคุยกับนักศึกษาวิทยาลัยบางคนเมื่อไม่กี่ปีก่อน และกล่าวว่า “คุณจะก้าวไปในทิศทางของผู้คนที่คุณคบหาด้วย ดังนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือต้องคบหากับคนที่ดีกว่าตัวเอง”

ดังคำกล่าวที่มีชื่อเสียงกล่าวว่า เราเป็นคนโดยเฉลี่ยในห้าคนที่เราใช้เวลาอยู่ด้วยมากที่สุด ให้แน่ใจว่าคุณมีความเชื่อมโยงกับคนเหล่านั้นมากขึ้นตลอดช่วงเวลาที่สามารถช่วยให้คุณเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เติบโตและก้าวหน้าในอาชีพการงานของคุณ

การแสวงหาการเรียนรู้และการลงทุนในตัวเองตลอดชีวิตของ Buffet ซึ่งเขาแบ่งปันกับหุ้นส่วน Berkshire Hathaway และเพื่อนร่วมงาน Charlie Munger ที่รู้จักกันมานาน และนั่นก็คือเคล็ดลับแห่งความสำเร็จของเขา อย่างที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้

ผู้สนับสนุน..

╔═════════════════════════╗
🔥ติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับธุรกิจของคุณ วันนี้พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม🔥
DNA Power CO.,LTD. รับติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์บนหลังคาบ้าน, โรงงาน, อาคารพาณิชย์ และสิ่งปลูกสร้างทุกประเภท. รับประกันแผงโซล่าร์ 20 ปี / อินเวอร์เตอร์ 5 ปี / ประกันการติดตั้ง 2 ปี คืนทุนภายใน 4 ปีครึ่ง
╚═════════════════════════╝

⚡ ฟรี!ค่าสำรวจหน้างาน
⚡ ฟรี!ค่าประเมินราคา
⚡ ฟรีค่าขออนุญาตติดตั้ง
📲 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 086-600-3022
🌐 รายละเอียดเพิ่มเติม : http://bit.ly/37zNHnI

References : https://biznewspost.com/news/entrepreneurs/warren-buffett-investing-in-yourself-is-the-best-way-to-find-success-here-are-3-smart-ways-to-do-it/
https://economictimes.indiatimes.com/magazines/panache/1st-rule-to-success-warren-buffett-says-invest-in-yourself/articleshow/67429921
https://www.cnbc.com/2019/08/31/billionaire-investor-warren-buffetts-best-advice.html
https://www.linkedin.com/posts/michael-hood-aa2912b0_what-an-honour-to-share-an-evening-with-a-activity-6475070126298406912-9jBQ/
https://www.aarp.org/money/investing/info-08-2013/warren-buffett-on-money-success.html

กิจวัตรในตอนเช้าที่เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของ Richard Branson

ต้องบอกว่ามีบทความต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับบุคคลที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก ที่ให้ความสำคัญกับเวลาในช่วงเช้า ซึ่งต้องบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่ม Productivity  ให้ตัวเอง เพื่อให้อยู่ในกรอบความคิดที่ถูกต้อง และกิจวัตรยามเช้านั้นอาจส่งผลต่ออารมณ์ของคุณได้ตลอดทั้งวัน

แต่ก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ในเรื่องของสิ่งที่ควรปฏิบัติในตอนเช้า บางคนแนะนำอ่านหนังสือ, รับประทานอาหาร ,การทำสมาธิ หรือ การออกกำลังกาย

แต่ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งอย่าง ริชาร์ด แบรนสัน เขาทำเงินเป็นพันล้าน และบล็อกโพสต์ที่ถูกเผยแพร่ออกมาที่ Virgin.com เขาให้เหตุผลว่าส่วนหนึ่งของความสำเร็จ คือการที่เขาให้ความมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำทุกวันในตอนเช้า ตลอด 50 ปีที่ผ่านมาเขาสามารถรักษากิจวัตรตอนเช้าแบบเดิม ๆ

“ไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหนในโลกก็ตาม ผมพยายามตื่นนอนตอนประมาณตี 5 เป็นประจำโดยการตื่นเช้า ผมสามารถออกกำลังกายและใช้เวลากับครอบครัวได้ซึ่งทำให้ผมมีกรอบความคิดที่ดีก่อนที่จะใช้เวลาส่วนที่เหลือของวันสำหรับธุรกิจ “เขาอธิบาย ความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการตื่นแต่เช้า การออกกำลังกายและเวลาของครอบครัวช่วยให้เขาบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร เขาเสนอเหตุผลหลักสามประการ

1. วางแผนผ่านช่วงเวลาที่เงียบสงบขององค์กร

เราทุกคนจะได้รับงานที่มีความหมายมากขึ้น ถ้าเรามีเวลาที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตัวเราและทำแผนการทำงานในแต่ละวันของเรา แบรนสันก็ไม่ต่างกัน เขาใช้เวลาช่วงเช้าที่เงียบสงบเพื่อทำสิ่งนี้ให้สำเร็จลุล่วง

“การตื่นนอน แต่เช้าทำให้ผมมีเวลาทำสิ่งต่างๆ และวางแผนการทำงานของผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ” เขาเขียนและเสริมว่า “ผมพบว่าช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบก่อนที่โลกส่วนใหญ่จะเข้าสู่ความวุ่นวาย ในตอนเช้านั้นเป็นเวลาที่ดีที่สุด ในการติดตามข่าวสารและตอบกลับอีเมลช่วงเวลาแรก ๆ ของวัน สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมมีโอกาสเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดใหม่และเป็นระเบียบมากขึ้น”

2. รักษา Passion และความสนใจของคุณ

Passion เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อน Productivity ของเรา แต่อะไรคือแรงผลักดันให้เกิด Passion ? 

ไม่ว่าคำตอบส่วนตัวของคุณจะเป็นอย่างไร แบรนสันเชื่อว่าคุณจะมีเวลามากขึ้นในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมใด ๆ ที่ทำให้คุณมีความสดใสขึ้นหากคุณตั้งนาฬิกาปลุกให้ดีและตื่นเช้าขึ้น

การออกกำลังกาย และการมองโลกในแง่บวกยังช่วยให้จิตใจแจ่มใส และมีความตื่นตัวอยู่เสมอ Passion เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการรักษาสมาธิ Passion ทำให้เกิดพลังงานและเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่ต้องใช้เวลานานและตัดสินใจอย่างหนัก.

3. ใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด

สุดท้ายแบรนสัน เน้นว่าเวลาบนโลกของเรานั้นสั้นนัก ทำไมไม่ใช้มันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้? การนอนหลับที่มากเกินไปคงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก “ชีวิตไม่ใช่การซ้อมใหญ่ดังนั้นเราควรใช้ชีวิตในแต่ละวันให้เต็มที่ ผมคิดว่ามันดำเนินไปโดยที่ช่วงเวลาทุกเช้าของวันที่ช่วยเพิ่มเวลาในการใช้ชีวิตของเรานั้น น่าจดจำกว่าช่วงเวลาที่เราได้นอนหลับฝันดีอย่างแน่นอน” เขายืนยัน 

ผู้สนับสนุน..

╔═════════════════════════╗
🔥ติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับธุรกิจของคุณ วันนี้พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม🔥
DNA Power CO.,LTD. รับติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์บนหลังคาบ้าน, โรงงาน, อาคารพาณิชย์ และสิ่งปลูกสร้างทุกประเภท. รับประกันแผงโซล่าร์ 20 ปี / อินเวอร์เตอร์ 5 ปี / ประกันการติดตั้ง 2 ปี คืนทุนภายใน 4 ปีครึ่ง
╚═════════════════════════╝

⚡ ฟรี!ค่าสำรวจหน้างาน
⚡ ฟรี!ค่าประเมินราคา
⚡ ฟรีค่าขออนุญาตติดตั้ง
📲 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 086-600-3022
🌐 รายละเอียดเพิ่มเติม : http://bit.ly/37zNHnI
🌐 ตัวอย่างผลงานการติดตั้ง : http://bit.ly/2NrCr5Z

References : https://www.virgin.com/branson-family/richard-branson-blog
https://www.cnbc.com/2019/04/16/richard-bransons-morning-and-evening-routines-for-success.html

https://www.forbes.com/sites/johnhall/2019/10/27/how-to-create-a-morning-routine-like-richard-branson
https://www.outtraveler.com/exclusives/2019/9/10/richard-branson-ready-cruise-gays

Bill Gates: 4 ทางเลือกในชีวิตที่แยกผู้ลงมือทำจริงออกจากพวกที่แค่เพ้อฝัน

บิล เกตส์ ได้ให้คำแนะนำมากมายเกี่ยวกับการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จหรือนำไปสู่ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามเกตส์ก็แนะนำว่าจะต้องมีการพัฒนาและฝึกฝนนิสัยใหม่ ๆ ซึ่งการปูทางสู่ความสำเร็จของตัวเองหมายถึงการฝันให้น้อยลง และลงมือทำให้มากขึ้น

นี่คือสี่สิ่งที่แยกผู้ที่ลงมือทำออกจากผู้เพียงแค่คิดเพ้อฝันอย่างชัดเจน:

1. การมีความอยากรู้อยากเห็น

ในปี 2019 เกตส์ได้พูดคุยกับนักเรียน ผู้ปกครอง และศิษย์เก่าที่โรงเรียนมัธยมปลายของเขาในซีแอตเทิล คำถามหนึ่งที่เกตส์ตั้งไว้เป็นสิ่งที่น่าสังเกตอย่างยิ่งสำหรับคนรุ่นต่อไป:  อะไรคือทักษะที่นักเรียนในปัจจุบันต้องรู้เพื่อก้าวไปสู่โลกของปี 2030 และ 2040?

เกตส์ตอบว่า “สำหรับผู้เรียนที่อยากรู้อยากเห็นนี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเพราะความสามารถของคุณในการรีเฟรชความรู้ด้วยสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพอดแคสต์ หรือ Course ออนไลน์ ที่มีอยู่อย่างมากมายในปัจจุบันนั้นดีกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต”

เกตส์เน้นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของความอยากรู้อยากเห็นเป็นกรอบในการแสวงหาความรู้ เกตส์กล่าวว่าแนวคิดการเติบโตเป็นรากฐานและผลักดันให้อยากรู้อยากเห็นและเรียนรู้ต่อไป เกตส์กล่าวว่ามันจะช่วยเตรียมเราให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เกตส์มีความกระหายอยากรู้อยากเห็นและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างไม่น่าเชื่อในช่วงหลายปี ในการให้สัมภาษณ์กับ The New York Times เกตส์กล่าวว่าเขาอ่านหนังสือมากถึง 50 เล่มในแต่ละปี: “นี่เป็นวิธีสำคัญอย่างหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้และเป็นนิสัยที่มีมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก”

ความอยากรู้อยากเห็นไม่เพียง แต่เป็นกุญแจสำคัญในกระบวนการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตโดยรวมอีกด้วย

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าคนที่อยากรู้อยากเห็นมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น เชื่อมต่อกับผู้อื่นได้ดีขึ้นและสนุกกับการเข้าสังคมมากขึ้น ในความเป็นจริงเราจะเห็นได้ว่ามันมีแรงดึงดูดบางอย่างให้มีความอยากรู้สึกใกล้ชิดกับคนที่แสดงความอยากรู้อยากเห็น

2. เสริมพลังให้กับลูกทีม

ในฐานะซีอีโอของไมโครซอฟต์ บิล เกตส์ เคยแสดงอุดมการณ์ที่ต้องการให้คนเป็นศูนย์กลางในวัฒนธรรมการทำงานที่เน้นผู้คนเป็นศูนย์กลางว่า “เมื่อเรามองไปในศตวรรษหน้าผู้นำที่ดีจะต้องเป็นผู้ที่เสริมพลังให้กับลูกทีม”

สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นความจริงมากกว่าที่เคยมีมาคือผู้นำที่ดี จะมีอิทธิพลและเพิ่มขีดความสามารถให้กับทีมงานในช่วงวิกฤต พวกเขาทำโดยตอบสนองต่อความท้าทายที่เหล่าผู้คนเผชิญอยู่และทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องพนักงานหรือธุรกิจของพวกเขา

การคำนึงถึงความต้องการด้านสุขภาพจิตของพนักงาน ไม่ว่าจะเพราะสาเหตุจากความโดดเดี่ยวทางสังคม ความยากลำบากทางเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนอื่น ๆ ของชีวิต มีผลต่อผู้คนในรูปแบบที่คุณไม่อาจคาดเดาได้

นี่คือวิธีที่ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ทำ ด้วยการแสดงความเห็นอกเห็นใจและความเมตตาอย่างกล้าหาญ เมื่อมนุษย์คนอื่นตกต่ำ นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำประเภทที่เราต้องการในเศรษฐกิจหลังการระบาดใหญ่เมื่อโลกเราฟื้นตัวและต้องก้าวต่อไป

3. มอบหมายงานในสิ่งที่เป็นจุดอ่อนของตน

ความคิดอีกประเภทหนึ่งที่จำเป็นในการสร้างความสำเร็จของคุณเองคือสิ่งที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับมืออาชีพที่มีงานล้นมือทุกคนก็คือ : การเรียนรู้ที่จะมอบหมายงานให้ดีขึ้น

เกตส์ ยอมรับว่าการมอบหมายงานไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขา ในช่วงแรก ๆ ของ Microsoft เขารู้ดีว่าความหลงใหลในการเขียนโปรแกรมจะไม่ยั่งยืนหาก บริษัท ต้องปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้น ดังนั้นเขาจึงต้องเชื่อมั่นในความสามารถในการเขียนซอฟต์แวร์ของผู้อื่นอย่างมีสติ

เมื่อ Microsoft เติบโตขึ้นความรับผิดชอบด้านการจัดการของเขาก็ต้องเพิ่มขึ้นเช่นกัน ในไม่ช้าเกตส์ก็ตระหนักว่าเขาต้องเรียนรู้ที่จะแก้จุดอ่อนของเขา เช่น การจัดการด้านผู้คนในธุรกิจให้กับผู้อื่นที่มีความถนัดในด้านนี้แทน

หากความรับผิดชอบของคุณมีมากกว่าขีดความสามารถในการจัดการสิ่งเหล่านี้ สิ่งแรกของการมอบหมายงานที่ประสบความสำเร็จคือการมีทีมที่ยอดเยี่ยมอยู่รอบตัวคุณที่สามารถจัดการกับงานได้ และต้องสร้างความไว้วางใจแบบสองทางเพื่อให้ทุกคนรู้สึกสบายใจในการมอบหมายงานและแบ่งปันความรับผิดชอบในภาระงาน

4. มุ่งเน้นไปที่สิ่งที่สำคัญที่สุด

เกตส์ นับถือเพื่อนสนิทของเขา วอร์เรน บัฟเฟตต์ เป็นอย่างมาก ในฐานะครูซึ่งเป็นคนที่มีภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตที่สูงมาก และได้สร้างผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตของเขา

เมื่อรับรู้ถึงจุดแข็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของบัฟเฟตต์ เกตส์ให้เครดิตแก่บัฟเฟตต์อย่างเต็มที่สำหรับบทเรียนชีวิตพื้นฐานหนึ่งเรื่องที่นำไปสู่ความสำเร็จของเขาเอง:

“ไม่ว่าคุณจะมีเงินมากซักเพียงใดแต่คุณไม่สามารถซื้อเวลาให้มากขึ้นได้” เกตส์ กล่าว “ในหนึ่งวันของทุกคนมีเวลาเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น วอร์เรนมีความกระตือรือร้นในเรื่องนี้ เขาไม่ปล่อยให้ปฏิทินของเขาเต็มไปด้วยการประชุมที่ไร้สาระ”

สิ่งนี้จะมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่จำเป็นสำหรับคุณและธุรกิจของคุณอย่างตั้งใจ และเป็นการสกัดกั้นแนวคิดข้อมูลและความคิดเห็นต่าง ๆ ที่คอยรบกวนสมาธิของคุณ คำถามที่ต้องถามเสมอในแต่ละวันคือ “สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้สำคัญไหม”

เพื่อให้เข้าใจอย่างแท้จริงว่าเวลาของคุณมีค่าเพียงใดให้เริ่มจากการประเมินการประชุมของคุณ การประชุมที่ไร้ประโยชน์เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในเส้นทางของการมีสมาธิและใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดในแต่ละวันของคุณ

และคนที่ประสบความสำเร็จ เช่น บัฟเฟตต์และเกตส์ตระหนักดีถึงการให้ความสำคัญกับสิ่งที่สำคัญที่สุดของแต่ละวันเป็นหลัก พวกเขาจัดการตัวเองได้ดีมากในการจัดการเวลาเพื่อมุ่งเน้นไปที่ “สิ่งเดียว” ที่มีความสำคัญสูงสุดเท่านั้น

References : https://www.lakesideschool.org/post-details/~board/news/post/bill-gates-73-delivers-ayrault-memorial-lecture
https://vimeo.com/366340973
https://www.nytimes.com/2016/01/04/fashion/bill-gates-gates-notes-books.html
https://www.inc.com
https://greatergood.berkeley.edu/article/item/why_curious_people_have_better_relationships
https://www.linkedin.com/pulse/20130612065727-251749025-three-things-i-ve-learned-from-warren-buffett
https://www.inc.com/marcel-schwantes/bill-gates-now-asks-1-question-that-he-says-would-have-been-laughable-to-me-when-i-was-25

การพยายามแล้วไม่ได้ผลไม่ใช่ความล้มเหลว กับบทเรียนจาก CEO Startup สุด Hot อย่าง Whitney Wolfe Herd

Whitney Wolfe Herd ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Bumble ได้สร้างธุรกิจมูลค่ากว่า 7 พันล้านดอลลาร์ใน 7 ปี ในการทำ IPO ครั้งแรก Bumble ได้ระดมทุน 2.2 พันล้านดอลลาร์  จากนักลงทุน

Bumble ยังเป็นหนึ่งในสาม บริษัท ที่ก่อตั้งโดยผู้หญิงที่จะมีการนำเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะในปีที่ผ่านมาและทำให้ Wolfe Herd กลายเป็นมหาเศรษฐีด้วยวัยเพียงแค่ 31 ปี

คำแนะนำของเธอในการประสบความสำเร็จคืออะไร?

“เริ่มต้นที่ไหนสักแห่งแล้วไปต่อให้ได้” Wolfe Herd กล่าวกับ CNBC ในปี 2019

“อย่ากลัวกับ ‘สิ่งที่เกิดขึ้น’ เพราะความจริงก็คือความล้มเหลวเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าคุณต้องล้มเหลวตลอดไป” Wolfe Herd กล่าว “นั่นเป็นวิธีเดียวที่คุณจะล้มเหลวได้ การที่คุณพยายามแล้วไม่ได้ผล นั่นไม่ใช่ความล้มเหลว”

ในความเป็นจริงวิธีที่เราจัดการกับความกลัว เป็นสิ่งหนึ่งที่บอกได้ว่าเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ตามที่ Wolfe Herd กล่าว

“ฉันคิดว่าความกลัวและความกลัวต่อความล้มเหลวที่ไม่รู้จัก คือสิ่งที่ฉุดรั้งผู้คนไม่กล้าที่จะเดินออกจาก Comfort Zone” เธอกล่าว “สำหรับฉัน ฉันกลัวความอิ่มเอมใจมากกว่าที่จะมีบางอย่างที่ทำไปแล้วไม่ได้ผล ฉันอยากจะก้าวผ่านความกลัวและอาจจะเดินไปพบกับความล้มแหลว แต่แทนที่จะยืนอยู่บนสิ่งที่เราฝันไว้ตลอดไป”

ก่อนที่จะเริ่มต้นกับ Bumble ในปี 2014 Wolfe Herd ได้รับความเชื่อที่เปลี่ยนแนวความคิดของเธอไปตลอดกาล

ในขณะที่เธอลาออกจากปัญหาการล่วงละเมิด และการเลือกปฏิบัติของบริษัท Tinder (Tinder ปฏิเสธข้อกล่าวหาของเธอ. หลังจากนั้นบริษัทได้ตัดสินใจจ่ายเงินให้เธอประมาณ 1 ล้านเหรียญ และคืนหุ้นให้กับเธอ)

แต่ “การออกไปเริ่มต้นใหม่ด้วยตัวเองในปี 2014 นั้นน่ากลัว” Wolfe Herd กล่าว “มันเป็นความเสี่ยง”

“ฉันกลัวหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ฉันพยายามท้าทายตัวเองทุกวันเพื่อทำสิ่งที่ทำให้ฉันกลัวเพราะ 90% ของเวลานั้นมันไม่ได้แย่อย่างที่คุณคิด” เธอกล่าว

สำหรับ Wolfe Herd การประสบความสำเร็จเริ่มต้นด้วยขั้นตอนที่ง่ายที่สุดเช่น ”เขียนความคิดของคุณลงบนกระดาษแล้ววางไว้บนกระจกห้องน้ำของคุณและจ้องมองมันเป็นเวลาสองสัปดาห์” เธอกล่าว “ นั่นเป็นการขั้นตอนง่าย ๆ อย่างแรก”

“คุณต้องเริ่มต้นที่ไหนสักแห่ง และไปให้ถึงมันให้ได้” เธอกล่าว “ ในอดีตมีผู้หญิงจำนวนมากท้อใจที่จะทำตามความฝันของตัวเอง พวกเราเต็มไปด้วยความกลัวและ ยึดติดกับความคิดที่ว่าอย่าออกนอก Comfort Zone มากจนเกินไป”

References : https://fortune.com/2021/02/12/bumble-ipo-makes-ceo-whitney-wolfe-herd-a-billionaire/
https://heragenda.com/bumble-ceo-whitney-wolfe-herd-becomes-youngest-woman-to-take-her-company-public-billionaire-at-31/
https://www.newsbreak.com/news/2162139037841/bumble-ceo-whitney-wolfe-herd-on-achieving-success-the-only-failure-is-not-trying-trying-and-having-it-not-work-isnt-failure
https://latest-news-viral.blogspot.com/2021/02/bumble-ceo-whitney-wolfe-herd-on.html