Zhang Ying ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Jack Ma

คงไม่ใช่เรื่องเกินเลยที่จะพูดได้ว่า บุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จหลาย ๆ อย่างของ Jack Ma นั่นก็คือ Zhang Ying ภรรยาผู้รู้ใจของเขา

Zhang Ying นั้น เป็นหญิงหน้าตาสะสวย เป็นผู้หญิงที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ ทั้งสวย ทั้งเก่ง และเรียบร้อย Ma และ Zhang Ying นั้นพบกันตั้งแต่สมัยเรียนในมหาวิทยาลัย และแทบจะเป็นคนเดียวที่สยบ Ma อยู่ ด้วยการใช้ไม้อ่อนสยบแข็ง ที่เธอใช้มานานตั้งแต่สมัยรักกันตอนเรียน จนกลายมาเป็นเศรษฐีหมื่นล้านในตอนนี้ เป็นความรักที่เข้าใจกัน และเห็นอกเห็นใจกันอย่างลึกซึ้ง

Zhang ได้พบกับ Jack ที่สถาบันครูหางโจวซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในนามมหาวิทยาลัยหางโจวเมื่อทั้งสองเป็นนักเรียน ทั้งคู่แต่งงานกันไม่นานหลังจากสำเร็จการศึกษาในช่วงปลายยุค 80 และทั้งคู่ก็เริ่มทำงานเป็นอาจารย์ “ Jack Ma ไม่ใช่คนหล่อ แต่ฉันก็ตกหลุมรักเขาเพราะเขาสามารถทำสิ่งต่างๆมากมายที่ชายหล่อไม่สามารถทำได้” Zhang กล่าว 

แม้ตัว Jack Ma จะถูกเสนอชื่อให้เป็นหนึ่งใน 10 ครูหนุ่มยอดเยี่ยมในหางโจว แต่เขาก็ได้ตัดสินใจลาออกจากงานและเปิด บริษัท แปลของเขาเอง ในปี 1995

โดย Ma เริ่ม China Yellowpages ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นหนึ่งใน บริษัท อินเทอร์เน็ตแห่งแรกของจีนก่อนที่จะจัดตั้ง Alibaba, เว็บไซต์การค้าแบบธุรกิจกับธุรกิจแห่งแรกของจีนในปี 1999 พร้อมด้วยพันธมิตรอีก 16 ราย

Zhang ออกจากงานเพื่อสนับสนุนสามีของเธอและเข้าร่วมกับอาลีบาบาในฐานะ “ผู้แทนทางการเมือง” ของ บริษัท อย่างไรก็ตาม Zhang กล่าวว่าเธอใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำอาหารในวันแรก ๆ ของการก่อตั้งบริษัท สำหรับผู้เข้าร่วมการประชุม ที่มักเกิดขึ้นอย่างกะทันหันกับสามีของเธอตลอดทั้งวัน

Zhang Ying ที่อยู่กับ Jack Ma มาตั้งแต่ยังก่อตั้งบริษัทใหม่ ๆ
Zhang Ying ที่อยู่กับ Jack Ma มาตั้งแต่ยังก่อตั้งบริษัทใหม่ ๆ

แต่ Zhang นั้นรู้ดีว่า Jack Ma ตัดสินใจอะไรไปแล้วไม่เคยเปลี่ยนแปลง และคอยสนับสนุน Ma เรื่อยมา ไม่ว่าเส้นทางจะเต็มไปด้วยขวากหนามมากเพียงใด Zhang นั้นก็พร้อมที่จะสู้อยู่กับ Ma เสมอมา และที่สำคัญ ในยุคแรก ๆ ที่ Ma สร้างธุรกิจนั้น Zhang ไม่เพียงเป็นช้างเท้าหลังที่ประเสริฐเท่านั้น แต่ยังเป็นเสาหลักของธุรกิจอีกด้วย ออร์เดอร์ รายใหญ่รายแรกจำนวน 8,000 หยวน ก็ได้มาด้วยฝีมือการเจรจาของ Zhang Ying นี่แหละ

อีกสองสามปีต่อมา Zhang ถามสามีว่า บริษัท ทำเงินได้มากน้อยแค่ไหนและ Ma ก็ยกนิ้วเดียว “สิบล้านหยวน (1.6 ล้านเหรียญสหรัฐ)” Zhang ถาม และ Ma ตอบว่าไม่ “ หนึ่งร้อยล้านหยวน ( 16 ล้านเหรียญสหรัฐ)” เธอถามแล้ว Ma ก็บอกว่าไม่อีก “หนึ่งล้านหยวน (160,000 ดอลลาร์สหรัฐ)” คำตอบคือ “ใช่” แม้จะดูเหมือนทำให้ภรรยาของเขาผิดหวัง แต่ Ma พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “สักวันหนึ่งจะเป็นวันของเรา”

เช่นเดียวกับพ่อแม่คนอื่น ๆ Jack Ma และภรรยาก็มีปัญหาในการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการดูแลลูก ในการสัมภาษณ์รายการทีวีครั้งหนึ่ง Zhang Ying ได้แบ่งปันเกี่ยวกับเรื่องราวสามีของเธอและวิธีการเลี้ยงลูก “ลูกชายของเรานั้นถือเป็นผลกระทบของก่อตั้ง อาลีบาบา”

ลูกชายของทั้งคู่ เกิดในปี 1992 เขาเติบโตขึ้นมาในธุรกิจของครอบครัว ในช่วงนั้นบ้านของพวกเขาเป็นสำนักงาน ที่เต็มไปด้วยคนมากกว่า 30 คน และเต็มไปด้วยควันบุหรี่ รวมถึงของกินต่าง ๆ มากมาย

ลูกชายของฉันสามารถอยู่ในห้องและไม่ออกไปข้างนอกได้ เขากินตามพวกเราดังนั้นเขาจึงผอมมากเหมือนไม้ขีดไฟ หัวของเขาก็ใหญ่ หลังจากนั้นงานก็ยุ่งมากลูกชายก็อายุ 4 ขวบ เราพาเขาไปที่ office ของ Alibaba ห้าวันต่อสัปดาห์

เมื่อธุรกิจมั่นคงลูกชายของฉันก็อายุ 10 ขวบเขาเริ่มให้ความสนใจในอินเทอร์เน็ตอาจเป็นเพราะอิทธิพลของพ่อของเขา เขาติดเกมออนไลน์เมื่อเขาเริ่มเล่นกับเพื่อน ๆ และปฏิเสธที่จะกลับบ้าน 

ปฏิกิริยาของลูกชายทำให้แจ็คกังวลอย่างยิ่งเขาบอกฉันว่า “คุณควรลาออกจากงานครอบครัวของเราต้องการคุณมากกว่าอาลีบาบา” แม้ว่าเธอจะไม่ต้องการ แต่เป็นเพราะครอบครัวของเธอจึงตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมาดูแลลูกชายของเธอแบบเต็มตัว

หลังจากที่ Zhang Ying ลาออกจากงานที่อาลีบาบา เธอก็เริ่มสอนลูกชายอย่างเป็นทางการและเพิ่มความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น อยู่มาวันหนึ่ง Jack Ma ให้ลูกชาย 200 หยวน เพื่อให้เขาสามารถไปเล่นเกมกับเพื่อนได้สามวันสามคืน โดยเรียกร้องให้ลูกชายของเขาตอบคำถามให้ได้ว่า “ประโยชน์ของการเล่นเกมคืออะไร?”

สามวันต่อมาเจอรี่กลับบ้านด้วยอาการอ่อนเพลียและตอบพ่อของเขาว่า “เหนื่อยล้า ง่วง หิวอึดอัด เงินก็หมดแล้วแต่ก็ยังหาประโยชน์จากการเล่นเกมไม่ได้” Jack Ma ได้ตอบคำถามด้วยชุดคำถามที่ทำให้เด็กชายเงียบสนิท: “แล้วลูกต้องการเล่นเกมอีกต่อไปหรือไม่”  หรืออยากกลับบ้าน? ”

ความเข้มงวดของ Jack Ma และความสนใจในการดูแลของ Zhang Ying ช่วยให้เจอร์รี่ตัวน้อยเริ่มละความสนใจจากการเล่นเกมออนไลน์ ซึ่งหลังจากผ่านไปหกเดือนเด็กชายคนนั้นก็ได้กลายเป็นคนใหม่ ที่ไม่สนใจเรื่องเกมอีกต่อไป

ในวันเกิดปีที่ 18 ของลูกชาย Jack Ma ได้เขียนจดหมายถึงลูกชายถึงสามสิ่งดังต่อไปนี้ :

สิ่งแรกคือการคิดถึงตนเองและการตัดสินใจอย่างอิสระ

ประการที่สองคือการรักษาจิตวิญญาณของการมองโลกในแง่ดี มีปัญหามากมายที่เกิดขึ้นในโลก แต่จะมีทางออกมากอยู่เสมอ

ประการที่สามจงซื่อสัตย์โดยเฉพาะกับพ่อและแม่ของคุณ

เรื่องราวการศึกษาของลูกชาย Jack Ma ถือเป็นประสบการณ์ที่ให้แนวคิดที่ดีมาก ๆ สำหรับผู้ปกครองในสังคมยุคปัจจุบัน ยุคที่เทคโนโลยีสามารถ กลืนกิน ลูกของทุกคนได้ 

ในขณะเดียวกัน การสร้างแรงบันดาลใจของเขาเกี่ยวกับการเรียนรู้ยังเป็นบทเรียนที่มีประโยชน์สำหรับคนหนุ่มสาวที่กำลังเริ่มต้นในการทำธุรกิจ: “พยายามติดตามการเรียนรู้ แต่ไม่ต้องรอบรู้ไปหมดทุกสิ่ง พยายามฝึกทักษะใหม่และไล่ตามความหลงใหลเมื่อคุณมีเวลาว่าง แล้วคุณจะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน”

ต้องบอกว่าถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างครอบครัว ที่แสดงให้เราได้เห็นว่า บทบาทของภรรยาของผู้ก่อตั้งนั้นถือว่าสำคัญไม่แพ้สิ่งที่ Jack Ma ทำเลย เพราะเธอต้องเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างจากงานที่เธออยากจะทำ เพื่อมาดูแลลูก และรักษาสมดุลชีวิตครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น ถือเป็นตัวอย่างที่น่ายกย่องของ Zhang Ying ที่ต้องบอกว่าเธอเป็นเบื้องหลัง และ backup คนสำคัญในการผลักดับ Jack Ma ให้ก้าวมาถึงจุดนี้นั่นเองครับผม

–> อ่าน Blog Series ประวัติ Jack Ma

References : https://bambooinnovator.com/2013/10/01/zhang-ying-the-wife-of-alibaba-founder-jack-ma-ma-yun-is-not-a-handsome-man-but-i-fell-for-him-because-he-can-do-a-lot-of-things-handsome-men-cannot-do/
https://glamourpath.com/cathy-zhang
https://ourvoiceourschools.org/how-did-jack-ma-get-away-addict-his-boy-to-game/
https://vulcanpost.com/255811/jack-ma-life-20-60-years-old/

=========================
ฟัง PodCast เรื่องเกี่ยวเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ที่ Geek Forever’s Podcast
——————————————–
ฟังผ่าน Podbean :
🎧 http://bit.ly/2m7CpC8
——————————————–
ฟังผ่าน Apple Podcast :
🎧 https://apple.co/2lEqPPg
——————————————–
ฟังผ่าน Google Podcast :
🎧 http://bit.ly/2kxHtQ3
——————————————–
ฟังผ่าน Spotify :
🎧 https://spoti.fi/2m0PTzR
——————————————–
ฟังผ่าน Youtube :
🎧 http://bit.ly/2mvEVTf
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website : www.tharadhol.com
Blockdit : www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage : facebook.com/tharadhol.blog
Twitter : twitter.com/tharadhol
Instragram : instragram.com/tharadhol
=========================

ความผิดพลาดครั้งสำคัญที่สุด ของชายที่ชื่อ Masayoshi Son

Masayoshi Son CEO ของ SoftBank Group ยอมรับว่าเขาทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงในการจัดการการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ของ Softbank ใน WeWork โดยเฉพาะในส่วนของ WeTech

“การตัดสินใจลงทุนของผมนั้นแย่มาก” เขากล่าวในการแถลงข่าวที่โตเกียวตามรายงานของ Wall Street Journal “ผมเสียใจในหลาย ๆ ด้าน กับสิ่งที่เกิดขึ้น”

Masayoshi Son นั้นผ่านการลงทุนมามายมายตั้งแต่ช่วง dot com boom เมื่อปี 2000  จนสามารถกลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลกแซงหน้า bill gate ได้ แต่ก็เพียงไม่นาน ชีวิตก็ต้องเปลี่ยนผัน เนื่องจากภาวะ dot com crash ในปี 2000 ทำให้เงินของเขาหายไปกว่า 99% แต่ด้วยความเชื่อของเขาว่า สุดท้าย บริษัทเทคโนโลยีก็จะเข้าสู่จุดสมดุลอีกครั้ง

เนื่องจากการเติบโตของผู้ใช้ internet รวมถึง การพัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาสามารถกลับมายืนบนเส้นทางนักลงทุนทางด้านเทคโนโลยีได้อีกครั้ง

ที่น่าสนใจคือ เขาเป็นคนแรก ๆ ที่ให้ทุนแก่ jack ma ที่สร้างอาณาจักร alibaba ได้อย่างยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน ตอนนั้น บริษัทของ jack ma นั้นแทบจะไม่มีกำไร และมีพนักงานเพียงน้อยนิดเท่านั้น เรียกว่าเป็นการลงทุนที่เชื่อมั่นใน jack ma เป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้

Son เป็นผู้ที่เชื่อในตัว Jack Ma มาตั้งแต่เริ่มลงทุนครั้งแรก
Son เป็นผู้ที่เชื่อในตัว Jack Ma มาตั้งแต่เริ่มลงทุนครั้งแรก

ที่ให้ทุนกับ jack ma ไปสร้างอาณาจักร alibaba จนสามารถยิ่งใหญ่ได้ในปัจจุบัน และสามารถทำกำไรให้เขาได้อย่างมากมาย เนื่องจาก alibaba นั้นกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ แห่งหนึ่งของโลกในขณะนี้ก็ว่าได้

ซึ่งการลงทุนในระดับตำนานของเขาคือการลงทุนใน ARM  ซึ่งเขามองว่า ARM นั้นครองส่วนแบ่งได้ถึง 99% ในตลาด chip ของมือถือ ซึ่งกว่า 1000 ล้าน device ในปัจจุบัน นั้นใช้ chip ของ ARM แล้วทำไมเขาถึงจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ส่วนแบ่งการตลาดขนาดนี้ รวมถึง ในอนาคตนั้น ไม่ใช่แค่มือถืออย่างเดียวที่ใช้ chip

แต่ภายหลังจากที่เข้าลงทุนใน WeWork และการลงทุนอื่น ๆ อีก 20 แห่ง ภายใต้กองทุนใหม่ของ Masayoshi Son ที่มีชื่อว่า Vision Fund ที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยี ที่มีมูลค่ากองทุนกว่าแสนล้านดอลลาร์

ผลการลงทุนครั้งนี้ทำให้ Softbank นั้นขาดทุน 9 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ผ่านมา นับเป็นการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้ง SoftBank Group ซึ่งมียอดขาดทุนสุทธิ 6.4 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่สามซึ่งถือเป็นสถิติที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 38 ปี ของบริษัท

ประสิทธิภาพที่ย่ำแย่โดยเฉพาะการลงทุนใน WeWork และ Uber ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของ SoftBank ทำให้เกิดความสูญเสียขึ้นกับ SoftBank เป็นอย่างมาก โดยถูกบันทึกมูลค่าหุ้น WeWork ลงเหลือเพียง 4.7 พันล้านดอลลาร์ และทำให้เงินทุน Vision Fund ลดลง 3.5 พันล้านดอลลาร์

SoftBank ได้ชำระหนี้และทุนจำนวน สองหมื่นล้านดอลลาร์ใน WeWork รวมถึงเงินช่วยเหลือจำนวน 9.8 พันล้านดอลลาร์จากการปลด Adam Neumann ซีอีโอคนเก่าออก ตามที่ตกลงกันไว้เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาซึ่งทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของ Softbank อยู่ที่ 80%  ซึ่ง Son สัญญาว่าการให้ความช่วยเหลือทางการเงินจะเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับ WeWork

SoftBank อ้างว่ามูลค่าของ WeWork สูงถึง 47 พันล้านเหรียญสหรัฐจนกระทั่งภายหลังการเกิดวิกฤติครั้งใหญ่ในการเสนอขายหุ้น IPO ซึ่งได้เปิดเผยสถานการณ์ทางการเงินที่น่าเป็นห่วงจนเรื่องมันแดงขึ้นมา

Son ยอมรับว่าเขาประเมินผิดพลาดถึงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของ Adam Neumann อดีตซีอีโอ ของ WeWork  “ผมผิดพลาดที่มองเขาไม่รอบคอบ” เขากล่าว

การเข้าลงทุนใน WeWork ถือเป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญของ Son
การเข้าลงทุนใน WeWork ถือเป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญของ Son

Son กล่าวว่าเขามีแผนฟื้นฟูสามขั้นตอน สำหรับ WeWork ซึ่งปัจจุบัน SoftBank เป็นเจ้าของส่วนใหญ่แล้ว ขั้นตอนแรกคือ WeWork หยุดการสร้างสำนักงานใหม่เป็นเวลาสามถึงสี่ปีเพราะการก่อสร้างใหม่เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก 

ประการที่สองคือทำการปรับปรุงโครงสร้างของ WeWork เพื่อลดต้นทุนอื่น ๆ  และประการที่สาม WeWork สามารถลดธุรกิจที่ไม่ทำกำไรได้  “ดังนั้นด้วยความคิดทั้งสามข้อนี้เราเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถปรับปรุง WeWork ได้อย่างมาก” Son กล่าว

แต่ถึงกระนั้นเขาก็ปกป้องผลงานโดยรวมของ Vision Fund และกล่าวว่าเขากำลังวางแผนระดมทุนอีก แสนล้านดอลลาร์ ในกองทุน โดยอ้างว่านักลงทุนในกองทุนแรก มีความกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมลงทุนกับเขาอีกครั้ง

ซึ่งในท้ายที่สุด Son ได้มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับศักยภาพในการเปลี่ยน WeWork ให้เป็นธุรกิจที่มีกำไรได้ แม้จะเป็นเจ้าของถึง 80% ของบริษัท แต่ก่อนหน้านี้ SoftBank ก็ยังไม่สามารถควบคุม WeWork ได้อย่างเต็มที่ 

ซึ่งหลังจาก Wework ได้รับเงินช่วยเหลืออีก 9.5 พันล้านดอลลาร์ SoftBank ก็สามารถแต่งตั้งประธานกรรมการบริหารของตัวเองได้ โดยคนที่ Son วางไว้ที่จะมากู้วิกฤติที่ WeWork คือ Marcelo Claure ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็น ซีอีโอ ของ Sprint บริษัทที่ Softbank เป็นเจ้าของอีกราย

ซึ่งต้องบอกว่าจากประวัติที่ผ่านมา Son เป็นนักลงทุนที่น่าทึ่ง แม้เขาจะผิดพลาดในการลงทุนกับ WeWork หรือ Uber แต่คำ ๆ หนึ่ง นั่นก็คือ คำว่า “Believe” ที่เขามักพูดออกสื่ออยู่บ่อย ๆ นั้น สิ่งที่เขาพูดมักจะกลายเป็นความจริงในทุก ๆ ครั้ง ด้วยความเชื่อ และประสบการณ์ของเขานั้น แม้จะมีความผิดพลาดบ้าง แต่ความเชื่อของเขาโดยส่วนใหญ่นั้นสามารถทำนายอนาคตของเราได้ว่า เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในด้านไหน ที่จะมีบทบาทที่สำคัญอย่างมาก กับการดำรงชีวิตของมนุษย์ในอนาคตนั่นเองครับ

References : https://www.cityam.com/softbank-warns-of-steeper-losses-as-it-takes-hit-on-wework/
https://www.businessinsider.sg/softbank-ceo-says-he-was-foolish-to-invest-in-wework-2020-5
https://therealdeal.com/2019/11/06/softbanks-masa-son-i-ignored-weworks-problems-made-bad-investments-in-us-tech-firms-and-im-really-sorry/
https://economictimes.indiatimes.com/small-biz/startups/newsbuzz/softbanks-masayoshi-son-had-a-bad-2019-heres-what-he-can-buy-in-2020/articleshow/73040204.cms

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Geek Talk EP3 : ต้นกำเนิด Single Day 11.11

เทศกาลชอปปิ้งวันคนโสด มันเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญแห่งการเปลี่ยนโฉมหน้าของเศรษฐกิจจีน และจะเป็นศึกใหญ่ระหว่างเศรษฐกิจใหม่ โมเดลการทำธุรกิจแบบใหม่ กับ รูปแบบธุรกิจแบบเดิม ๆ 

ซึ่งมันส่งผลให้พ่อค้าแม่ขายที่ใช้ แพลตฟอร์มของอาลีบาบานั้นได้รู้ว่า ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว และรูปแบบของการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซมันจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/2pUvnmw

ฟังผ่าน Apple Podcast :   https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast :  http://bit.ly/2rlhJcu

ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/32yVCMC

ฟังผ่าน Youtube :    https://youtu.be/LMCfISS2lZ8

References : https://encrypted-tbn0.gstatic.com https://cdn2.ettoday.net/images/808/d808070.jpg

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Geek Monday EP18 : Tencent กับกลยุทธ์ Make AI Everywhere

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีของจีนที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนผลักดันให้พัฒนาเทคโนโลยี AI รุ่นต่อไป Tencent ก็กำลังประสบความสำเร็จในการลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่

Tencent เป็นนักลงทุนอันดับต้น ๆ (รายงานว่ามีมูลค่า 120 ล้านเหรียญสหรัฐ) ในการก่อตั้ง UBTech ซึ่งเป็น บริษัท ที่มุ่งเน้นไปที่หุ่นยนต์ ซึ่งหุ่นยนต์ของ UBTech ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ Walker ซึ่งเป็นหุ่นยนต์สองเท้าที่เปิดตัวในงาน Consumer Electronics Show ปี 2018 ที่สามารถเดินลงบันไดได้เหมือนมนุษย์ 

และในบรรดา บริษัท เทคโนโลยีจีนที่รู้จักกันในชื่อ BAT (Baidu, Alibaba และ Tencent), Tencent มีส่วนร่วมในข้อตกลงและความร่วมมือด้าน AI มากที่สุด และการลงทุนด้าน AI ส่วนใหญ่นั้นอยู่ในสหรัฐอเมริกา

ซึ่งในความร่วมมือกับบริษัทในหลายอุตสาหกรรมรวมถึงกลุ่มยานยนต์ปักกิ่ง (BAIC) Tencent ลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อใช้ในยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง

ในด้านอุตสาหกรรม Healthcare ก็เช่นกัน ที่ AI เป็นหลักสำคัญที่ Tencent ต้องวิจัยและพัฒนา ซึ่งจีนต้องการเป็นผู้นำระดับโลกด้านการแพทย์โดยใช้เทคโนโลยี AI 

สถาบันทางการแพทย์มากกว่า 38,000 แห่ง มีบัญชี WeChat และ 60% ของสถาบันเหล่านี้อนุญาตให้ผู้ป่วยจองนัดหมายออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาล 2,000 แห่งที่รับชำระเงิน WeChat บริการเหล่านี้อนุญาตให้ Tencent รวบรวมข้อมูลผู้ผู้ป่วยที่มีค่าซึ่งจะช่วยในการฝึกอบรมอัลกอริทึมด้าน AI ให้มีความฉลาดมากยิ่งขึ้น

และในการเป็นหุ้นส่วนล่าสุดกับ Babylon Health ผู้ใช้ WeChat จะสามารถเข้าถึงผู้ช่วยด้านการดูแลสุขภาพแบบเสมือน Tencent ได้ลงทุนใน iCarbonX ซึ่งเป็น บริษัท ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาตัวแทนแบบดิจิทัลของแต่ละบุคคลเพื่อช่วยให้การแพทย์ส่วนบุคคลสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ความพยายามด้านการวิจัยและพัฒนาภายในของ Tencent ทำให้เกิดการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ในการดูแลสุขภาพอย่าง Miying ที่เปิดตัวในปี 2017 แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพสามารถวินิจฉัยโรคมะเร็งประเภทต่างๆและวิเคราะห์รวมถึงจัดการบันทึกการดูแลสุขภาของผู้ป่วยได้

Tencent ถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญในความทะเยอทะยานของจีนที่จะเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับโลก เนื่องจากในอนาคต AI จะเปลี่ยนอุตสาหกรรมในทุกประเภท และ Tencent กำลังก้าวนำเพื่อสร้างบริษัทให้แข็งแกร่งในอนาคตด้วยกลยุทธ์ Make AI Everywhere นั่นเองครับ

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : 
https://tharadhol.podbean.com/e/geek-monday-ep18-tencent-make-ai-everywhere/

ฟังผ่าน Spotify : https://open.spotify.com/episode/17Wrb6NvMKdGsvQ0wLtHAF

ฟังผ่าน Youtube :
https://youtu.be/4-DZSIp9oFw

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Alibaba ของ Jack Ma เอาชนะ Ebay ในประเทศจีนได้อย่างไร?

สภาพแวดล้อมในธุรกิจค้าปลีกของจีนนั้นมีพัฒนาการแตกต่างจากหลาย ๆ ประเทศ วิวัฒนาการปรกติของธุรกิจค้าปลีกมักจะเริ่มต้นขึ้นจากร้านโชว์ห่วย พัฒนามาเป็นห้างสรรพสินค้า เป็นดิสเค้าท์สโตร์ เป็นร้านค้าเฉพาะทาง และจบลงด้วยธุรกิจรูปแบบใหม่คือ อีคอมเมิร์ซ

แต่สำหรับประเทศจีนนั้นมันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากประเทศจีนนั้นเปิดประเทศมาเพียงแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น และมีการเติบโตของชนชั้นกลางที่รวดเร็วที่สุดประเทศหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก ย่อมทำให้เกิดการก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วของพัฒนาการในธุรกิจค้าปลีกเหล่านี้ และจีนเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่ประเทศ ที่กระโดดจากร้านโชว์ห่วยข้ามมาเป็น อีคอมเมิร์ซ ได้รวดเร็วและรุนแรงที่สุด

และหลังจากที่แจ๊ค หม่า ได้สร้าง taobao ขึ้นมาออนไลน์ได้เรียบร้อยแล้วนั้น มันคือจุดเริ่มต้นของการสู้รบระหว่างธุรกิจ C2C ของ อาลีบาบา และผู้นำในตลาดอีคอมเมิร์ซจากอเมริกาอย่าง ebay ซึ่งในตอนนั้นต้องบอกว่า ebay ที่เป็นยักษ์ใหญ่ที่สุดในวงการอีคอมเมิร์ซโลกเลยก็ว่าได้ 

ebay นั้นบุกไปที่ประเทศไหน ก็สามารถยึดครองตลาดได้แทบเบ็ดเสร็จ มีเพียงแค่ญี่ปุ่นที่เดียวเท่านั้น ที่ ebay ไม่สามารถยึดครองได้ เนื่องจากพ่ายแพ้ต่อ YAHOO Japan แต่อย่างไรก็ดี ebay ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถยึดตลาดจีนได้ เพราะตอนนั้นเอง taobao ก็ยังเล็กเกินกว่าที่จะต่อสู้กับ ebay  

ซึ่งหลังจาก ebay เข้าตลาดจีนได้สำเร็จจากการ take over EachNet โดย Meg Whitman ที่ดำรงตำแหน่ง CEO ของ ebay ในขณะนั้น ได้กล่าวไว้ว่าประเทศจีนคือตลาดที่สำคัญที่สุดอันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา และเขาคาดว่าในอีก 10-15 ปี ตลาดจีนจะกลายเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของ ebay และที่สำคัญยังประกาศท้ารบกับคู่แข่งโดยกล่าวไว้ว่าจะทำการยุติสงครามอีคอมเมิร์ซให้ได้ภายใน 18 เดือน ซึ่งถือเป็นคำขู่จากบริษัทที่ถือเป็นยักษ์ใหญ่วงการอีคอมเมิร์ซโลก

Meg Whitman มั่นใจอย่างมากว่าจะครองครองตลาดจีนได้สำเร็จ

กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง

ตอนนั้น ebay ทุ่มหมดหน้าตัก ทำการโฆษณาสัมพันธ์ไปทั่วทั้งจีน โดยเว๊บไซต์ใหญ่ ๆ ในประเทศจีนในตอนนั้น ได้ถูก ebay ซื้อพื้นที่โฆษณาไปแทบจะหมดแล้ว แล้วแจ๊คตัวน้อยกับ taobao ของเขาจะทำอย่างไร ด้วยทุนรอนที่น้อยกว่า แถมเครือข่ายเว๊บใหญ่ ๆ นั้นได้ถูก ebay ยึดครองไปหมดแล้ว

แต่เนื่องจากหลังปี 2000 จำนวนผู้ใช้ internet ในจีนเพิ่มมากขึ้นและต้นทุนการทำเว๊บก็ลดลงไปมาก เว๊บไซต์ขนาดเล็กจึงมีให้เห็นเป็นจำนวนมาก เว๊บเหล่านี้ส่วนมากทำโดยบุคคลทั่วไป และเป็นเว๊บไซต์เจาะจงในความสนใจหรือความต้องการของเจ้าของเว๊บเป็นหลัก

ซึ่งเครือข่ายเว๊บไซต์เหล่านี้ล้วนเสนอราคาค่าโฆษณาที่ต่ำมาก และมีการผูกโยงเป็นเครือข่ายไว้บ้างแล้ว ซึ่งทำให้ taobao นั้นจะไปโฆษณาอยู่ในเครือข่ายเว๊บเหล่านี้แทนเว๊บไซต์ขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อเทียบจากผลลัพธ์แล้วนั้น พบว่าได้ผลดีกว่าเว๊บไซต์ใหญ่ ๆ เสียอีก โดยใช้เงินทุนที่น้อยกว่ามาก

Localization

กลยุทธ์อีกอย่างที่สำคัญของ taobao คือ ความเข้าใจในพื้นที่ ซึ่ง taobao มีสูงกว่า ebay มาก แจ๊คได้ปรับ taobao ให้เป็นเว๊บไซต์ที่มีหน้าตาแบบจีนแท้ ๆ คือมีตัวหนังสือเต็มไปหมดทั้งหน้าจอ เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีพื้นที่ว่างเลยด้วยซ้ำ

ในสายตาของ ebay ที่คิดแบบฝรั่งนั้น มันคือความรกชัด ๆ ebay ต้องการหน้าจอที่ใช้งานได้แบบเรียบง่ายตามสไตล์อเมริกา ที่เน้นหน้าจอที่ดูสะอาดใช้งานง่าย ๆ แต่นี่คือประเทศจีน มันคือความเคยชิน ที่เหล่าลูกค้าคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน

การเรียงหมวดหมู่สินค้าก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ  taobao นั้นเรียงหมวดหมู่ของสินค้าตามสไตล์จีนแท้ ๆ คือเรียงหมวดหมู่สินค้าแบบห้างสรรพสินค้าในจีน ในขณะที่ ebay นั้นจัดเรียงแบบบริษัทแม่ที่อยู่ในอเมริกา ทำให้ลูกค้าชาวจีนที่เข้ามาใช้บริการใหม่ ๆ จะรู้สึกคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มของ taobao มากกว่า

ebay นั้นได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดอีกอย่างนึงที่ไม่เข้าใจถึงวัฒนธรรมจีนเลย ก็คือ การทำให้ แพลตฟอร์มของ ebay ทั่วโลกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทำให้ต้องมีการปรับหน้าเว๊บจาก EachNet เดิมที่คนจีนคุ้นเคย เปลี่ยนมาเป็น ebay แบบเดียวกับที่อเมริกา ทำให้ ขั้นตอนการซื้อขาย กลไกการประเมินราคา และอื่น  ๆ อีกมากมาย ซึ่งทำให้ลูกค้าเก่าในประเทศจีนที่ชินกับลักษณะเดิม ๆ ปรับตัวไม่ได้

ebay พยายามมาคั่นกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายด้วยความกลัวว่าจะไม่ได้ค่า ธรรมเนียม ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท แต่ taobao ปล่อยให้ผู้ซื้อและผู้ขายคุยกันได้อย่างอิสระ แถมยังมีโปรแกรม Messenger ให้คุยกันง่ายขึ้นด้วย เพราะ taobao นั้นไม่มีค่าธรรมเนียมจึงไม่ต้องกลัวว่าผู้ซื้อและผู้ขายจะไปขายกันเองโดยไม่ผ่านแพลตฟอร์ม

Messenger ของ taobao ที่ให้พ่อค้าและลูกค้า มาคุยกันได้อย่างอิสระ

สุดท้ายคนก็ใช้ แพลตฟอร์มของ taobao ที่ง่ายกว่า เพราะผ่าน แพลตฟอร์ม หรือไม่ ก็ไม่ได้เสียเงินอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ลูกค้าของ taobao รู้สึกว่า taobao จริงใจในการช่วยเหลือพวกเขาและไม่หน้าเลือด มุ่งแต่จะเก็บแต่ค่าธรรมเนียมเหมือน ebay

และลำพังการให้บริการฟรีเพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอที่จะเอาชนะ ebay ได้อย่างแน่นอน แจ๊คจึงต้องสร้างระบบให้บริการบนเว๊บที่ดีด้วย เขาจึงทุ่มเทอย่างหนักเพื่อปรับปรุงการบริการให้ตอบสนองลูกค้าให้ดีที่สุด เขามุ่งมั่นที่จะทำระบบบริการลูกค้าสำหรับเว๊บที่ให้ใช้ฟรีอย่าง taobao ให้ได้ดียิ่งกว่าเว๊บที่คิดค่าธรรมเนียมอย่าง ebay อีกด้วย

นั่นมันทำให้ลูกค้าเริ่มหลั่งไหลมาใช้งาน taobao แทน แต่ทางผู้บริหาร ebay ก็ยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาดของตน โดย ทำการเผาเงินเพื่อทุ่มโฆษณาขนานใหญ่เพื่อหวังฆ่า taobao ให้ตาย ด้วยเงินทุนที่มากกว่า

แต่หารู้ไม่ว่านั่นเป็นการโฆษณาที่ไร้ตรรกะสิ้นเชิง ผู้บริหารระดับสูงของ ebay นั้นละเลยความจริงพื้นฐานข้อหนึ่ง ที่ว่า taobao ของ อาลีบาบานั้นกำลังกลายเป็นหนุ่มใหญ่วัยกำลังเจริญเติบโต

ในขณะนั้นการซื้อขายออนไลน์ยังไม่ฝังลึกลงในใจชาวจีน โฆษณาทั้งหมดเกี่ยวกับการซื้อขายออนไลน์จึงล้วนกลายเป็นการทำตลาดให้ธุรกิจ C2C ทั้งหมดของจีนไปด้วย ดังนั้น ebay จึงกลายเป็น ฮีโร่ ในตลาด C2C การโฆษณาแบบเหวี่ยงแหของ ebay กลับกลายเป็นการทำโฆษณาฟรีให้ taobao ไปด้วย

และไม่ว่าจะด้วยตรรกะของแจ๊ค หรือความจริงที่ปรากฏในภายหลังล้วนพิสูจน์ได้ว่า ในการแข่งขันทางธุรกิจนั้น การเผาเงิน อย่างบ้าคลั่งของ ebay ไม่มีคุณค่าเลยแม้แต่น้อย และสำหรับตลาดประมูลของประเทศจีนแล้ว ebay ดูเหมือนจะกลายเป็นผู้เสียสละด้วยซ้ำ โดยเฉพาะการสละเงินจำนวนมากในการทุ่มโฆษณาครั้งนี้

ในเดือนพฤษภาคม 2005 ส่วนแบ่งการตลาดของ taobao คือ 67.3% แซงหน้า ebay ที่ครอง 29.1% สมาชิกลงทะเบียน taobao 19 ล้านราย ในปี 2006 สามาชิกของ taobao เพิ่มเป็น 22.5 ล้านรายมากกว่า ebay ในที่สุด taobao ก็ครองแชมป์ตลาด C2C ของจีนทั้งด้านจำนวนสมาชิกและยอดเงินจากการซื้อขาย และในที่สุดในช่วงฤดูหนาวปี 2006 ebay ก็ต้องถอนตัวจากประเทศจีน โดยขายกิจการให้กับ กลุ่ม TOM เป็นอันสิ้นสุดสองคราม C2C ของประเทศจีนที่ฝ่าย taobao เอาชนะไปได้อย่างขาดลอย

ความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในจีนของ ebay ต่อ jack ma

ต้องบอกว่า สงครามระหว่าง taobao กับ ebay ใน ประเทศจีนครั้งนี้ ถือเป็น case study ที่สำคัญของวงการธุรกิจโลก ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้นำทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด และกำลังบูมสุดขีดในขณะนั้น แต่ฝ่ายหลัง ที่สร้างเว๊บไซต์ขึ้นมาใหม่ใช้เวลาแค่ 2 ปีก็แย่งส่วนแบ่งการตลาดมาได้ถึง 70%  ถึงตอนนี้มันก็พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนแล้วว่าสงครามในครั้งนี้ taobao เอาชนะไปได้อย่างขาดลอยนั่นเองครับ

References : https://brandinginasia.com/wp-content/uploads/2018/02/Jack-Ma-Jet-Li-Alibaba-Martial-Arts-Film-Branding-in-Asias.jpg

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol