PayPal Wars ตอนที่ 6 : Revolution – PayPal 2.0

JULY—OCTOBER 2000

เหมือนกับทุก ๆ startup ที่สร้างบริการในยุคนั้น ที่การออกแบบในครั้งแรกนั้น ไม่ได้สร้าง หรือถูกออกแบบมาให้รองรับการ scale ของผู้ใช้งานในระดับหลายล้านคน มาตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งแน่นอนว่า PayPal ก็สร้างมาในรูปแบบเดียวกันคือมุ่งเน้นไปที่การนำเวอร์ชั่นที่ใช้งานได้ออกไปสู่ตลาดให้เร็วที่สุด

Max Levchin ซึ่งเป็นผู้นำในการสร้าง PayPal version แรกนั้น ได้สร้างอยู่บนพื้นฐานของแพลตฟอร์ม Oracle แต่ Musk ต้องการให้ V2 ที่จะพัฒนาขึ้นมาใหม่นั้นอยู่บนพื้นฐานของ Windows NT

ซึ่งแน่นอนว่า X.com นั้นถูก Design มาบนสถาปัตยกรรมของ Windows NT ซึ่งทีมงานของ X.com ถนัดกว่า ส่วน ทางฝั่ง Confinity นั้นถนัด Unix ซึ่งพวกเขามองว่าเสถียร กว่าการใช้งานบน Windows

เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงในเรื่องสถาปัตยกรรมหลัก ทางฝั่ง X.com นั้นมองว่าวิศวกรของ Confinity นั้นไม่รู้จัก Windows NT จริง ๆ และมองว่ามันไม่เสถียรเท่า Oracle แต่วิศวกรของ X.com นั้นมองว่า การพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ บน Windows NT นั้น จะเร็วขึ้นเนื่องจากมีเครื่องมือเพิ่มเติมสำหรับ Windows คอยช่วยเหลืออยู่มากมาย

Musk นั้นมองว่าสถานการณ์ค่อนข้างซีเรียส ที่จะต้องย้ายไป V2 ให้เร็วที่สุด และสั่งให้เริ่มการแก้ไขฟีเจอร์ใน V1 และสั่งลุยเปลี่ยนทรัพยากรของเครื่อง Server ทั้งหมดให้กลายเป็น V2 เพื่อให้สามารถขยายธุรกิจได้เร็วขึ้น และ รวมถึงเป้าหมายในการรวมฐานผู้ใช้งานของทั้ง PayPal และ X.com เข้าด้วยกันให้ได้ในที่สุด

ปัญหาใหญ่ของวิศวกรทั้งสองฝั่งระหว่าง Unix กับ Windows
ปัญหาใหญ่ของวิศวกรทั้งสองฝั่งระหว่าง Unix กับ Windows

Musk ได้ทำการประกาศรางวัลโบนัส 10,000 เหรียญ ให้กับทุกคนในทีมด้านผลิตภัณฑ์และเหล่าวิศวกร หากสามารถพา PayPal ขึ้นสู่ V2 ได้ก่อนวันที่ 15 กันยายน และหากทำล่าช้านั้น โบนัสจะลดลงไป 1,000 เหรียญในแต่ละวัน และจะหายไปทั้งหมดในวันที่ 25 กันยายน หากทีมงานของเขาทำงานไม่สำเร็จลุล่วงอย่างที่เขาต้องการ

ส่วนในเรื่องของเงินทุนนั้น แน่นอนว่า ด้วยอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เงินทุนที่ Thiel ได้หามาให้ 100 ล้านเหรียญนั้น ใกล้จะหมดลงเต็มที ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเป็นค่าใช้จ่ายจากค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ที่ลูกค้าส่วนใหญ่มักใช้ในการชำระเงิน ซึ่ง Musk ต้องวางแผนการเพื่อให้ผู้ใช้ทั่วไปนั้นอัพเกรดไปใช้บัญชีธุรกิจ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวนมาก

แม้ว่าข้อตกลงในการใช้งาน PayPal ของผู้ใช้ นั้นมีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ลูกค้าที่มีการใช้งานในเชิงธุรกิจนั้น จำเป็นต้องอัพเกรดเป็นบัญชีธุรกิจที่มีค่าธรรมเนียม แต่ปัญหาคือ ระบบไม่ได้ระบุคำนิยามที่ชัดเจนของ “การใช้งานทางธุรกิจ” ทำให้มีช่องโหว่ให้ลูกค้า ไม่ต้องอัพเกรดไปใช้บัญชีธุรกิจได้

ปัญหาต่าง ๆ เริ่มรุมเร้าตัว Musk ซึ่งสถานการณ์ของบริษัท กำลังจะอยู่ในจุดวิกฤติในทุก ๆ ด้าน ความหวังในเรื่อง V2 นั้นต้องพังทลาย เพราะเหล่าวิศวกรยังทะเลาะกันอย่างไม่จบสิ้นในเรื่องสถาปัตยกรรมที่แตกต่างระหว่าง Oracle และ Windows รางวัลที่ Musk ตั้งไว้มันแทบไม่มีความหมาย V2 ถูก Delayed ออกไปและดูเหมือนจะไม่สำเร็จในเร็ววัน

ส่วนเรื่องแบรนด์ ที่ Musk ต้องการให้ X.com เป็น แบรนด์หลักนั้นก็ดูเหมือนจะไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด เพราะทีมผลิตภัณฑ์ได้ทดลองสำรวจแบบออนไลน์ ว่าลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์ใดมากกว่ากัน ปรากฏว่า PayPal นั้นชนะอย่างขาดลอย Musk ต้องยอมรับความเป็นจริงที่ว่า PayPal คือแบรนด์หลักของบริษัทได้เสียที แม้เขาจะฉุนเฉียวกับเรื่องดังกล่าวมากมายแค่ไหนก็ตาม

และเป็น Sacks ที่เริ่มแผนการในการเลื่อยขาเก้าอี้ของ Musk เขาแอบประชุมลับ ๆ กับเหล่าผู้บริหาร และมีการเรียกร้องให้นำ Musk ออกไป Sacks มองว่าความมุ่งมั่นของ Musk ในการกำจัด PayPal นั้นเป็นอันตรายที่ร้ายแรงต่อบริษัท รวมถึงความเสี่ยงทางด้านเทคโนโลยีที่ต้องย้ายไปอยู่ใน แพลตฟอร์มใหม่ รวมถึงปัญหาเรื่องเงินสดในบริษัทที่ไม่มีทีท่าว่าจะแก้ไขได้ในเร็ววัน

และเพื่อเป็นการบังคับเหล่ากรรมการบริษัท ให้นำ Musk ออกไป Sacks และเหล่าผู้บริหารหลาย ๆ คนขู่ว่าจะลาออก เว้นแต่สมาชิกในคณะกรรมการของบริษัท จะบีบ Musk ออกไป และทำการตั้ง Peter Thiel กลับมาเป็น CEO แทน และสร้างเอกสารขึ้นมาเพื่อบังคับให้กรรมการบริษัท พร้อมใบลาออกของพวกเขาหากคณะกรรมการปฏิเสธที่จะกระทำการดังกล่าว

ส่วน Max Levchin ที่โกรธแค้นจากการตัดสินใจเรื่อง V2 ของ Musk ก็เข้าร่วมวงด้วย โดย Max ได้ไปพบกับ Sacks และ Reid Hoffmann เพื่อหาแนวร่วมเหล่าพนักงานในองค์กรที่เห็นด้วยที่จะเรียกร้องให้มีการปฏิว้ติ Elon Musk ลงจากตำแหน่ง

Max ได้รวมรวมทีมงานที่เป็นวิศวกรทั้งหมด ตอนนี้สถานการณ์ของ Musk นั้นอยู่บนเส้นด้ายแล้ว ซึ่งวันรุ่งขึ้น ทั้งสามคนได้รวมเอาจำนวนพนักงานทั้งหมดพร้อมลายเซ็นต์ และได้ร่างคำร้องไปยังคณะกรรมการ และไปยังห้องทำงานของคณะกรรมการอย่าง Mike Moritz เพื่อนำเสนอเรื่องดังกล่าว

Mike Moritz นักลงทุนหลักอีกคนที่ต้องมาตัดสินใจเรื่องสำคัญ
Mike Moritz นักลงทุนหลักอีกคนที่ต้องมาตัดสินใจเรื่องสำคัญ

ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น Musk ได้ลาพักเพื่อไปดูโอลิมปิกที่ออสเตรเลีย ซึ่งหลังจากที่เขาทราบเรื่องก็ได้บินด่วนกลับมาที่ ซิลิกอน วัลเลย์ ทันที

ดูเหมือนกลุ่มกบฏจะอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบ เนื่องจาก Max ซึ่งเป็นพนักงานคนเดียวที่มีเก้าอี้ในคณะกรรมการ ที่นอกเหนือจาก Musk พร้อมที่จะลงคะแนนเพื่อดัง Peter Thiel กลับมา ส่วน Musk นั้นต้องการการสนับสนุนจากกรรมอิสระอย่างน้อยสองในสามคน : Moritz จาก Sequoia Capital , John Malloy จาก Nokia Ventures และ Tim Hurd จาก Medison Dearborn

ซึ่งสุดท้าย เหล่าคณะกรรมการของบริษัทเลือกวิธีการประนีประนอม ที่ทำให้ Thiel นั้นกลับมารับตำแหน่ง CEO ชั่วคราว เพื่อรอการค้นหาผู้บริหารเต็มรูปแบบสำหรับ CEO คนใหม่

ส่วน Musk นั้นก็ได้ส่งข้อความแสดงความพ่ายแพ้ของเขาไปให้พนักงานในบริษัทได้รับทราบ เขายอมรับแต่โดยดี เขากล่าวในถ้อยแถลงที่ส่งให้กับพนักงานทุกคนว่า ตอนนี้ถึงเวลาที่จะมองหาผู้บริหารที่จะสามารถพาบริษัทไปสู่ระดับต่อไป ขอขอบคุณพนักงานทุกคนสำหรับการทำงานหนัก และสัญญาว่าเขาจะไม่ได้หนีไปไหนยังคงวนเวียนอยู่ในสำนักงานแห่งนี้อย่างแน่นอน

ซึ่งต้องบอกว่า ถือเป็นการก้าวลงจากตำแหน่งอย่างสง่างามของ Musk ในครั้งนี้ เขาอุทิศการทำงานให้กับบริษัทอย่างเต็มที่จนถึงเวลาที่ต้องก้าวลงจากตำแหน่ง เหลือเพียงการถือหุ้นในบริษัท ที่เขาเป็นหุ้นส่วนใหญ่อยู่เท่านั้น

ส่วน Thiel ก็ได้แถลงขอบคุณ Musk สำหรับการทำงานหนักของเขาที่ผ่านมา ส่วนทิศทางของบริษัทชัดเจนว่า Thiel นั้นต้องการให้ PayPal เป็นแบรนด์หลักของบริษัท และลดบทบาทของ X.com ลงนั่นเอง

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อ Musk ต้องจากลาไป และการกลับมาอีกครั้งของ Peter Thiel จะทำให้สถานการณ์ของบริษัทดีขึ้นหรือไม่ แล้วปัญหาต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขนั้น Thiel จะจัดการกับมันอย่างไร โปรดอย่าพลาดติดตามตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 7 : Monopolist Strikes

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :The New Recruit *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Blog Series : The PayPal Wars

เรื่องราวของ Paypal นั้นต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในสงครามการต่อสู้ทางธุรกิจครั้งใหญ่ที่ได้เกิดขึ้นด้วยความเฉลียวฉลาด ความมุ่งมั่น เมื่อบริการชำระเงินออนไลน์ของ Paypal ได้เปิดตัวขึ้นในช่วงปลายยุคดอตคอม

ซึ่งแน่นอนว่ามันหนึ่งในการปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งสำคัญ ที่เหล่ากลุ่มคนยุคใหม่กล้าที่จะต่อสู้กับระบบการเงินของโลก และปฏิวัติมันได้สำเร็จ ด้วยการเริ่มต้นจาก Startup ใน Silicon Valley

ด้วยการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดครั้งนึงของการปฏิวัติทางด้านเทคโนโลยีการชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งที่เป็นเหล่าสถาบันทางการเงิน รวมถึงธนาคารข้ามชาติ ก็เห็นถึงศักยภาพในการทำกำไรของระบบการชำระเงินออนไลน์แบบที่ Paypal คิดจะทำ แน่นอนว่าย่อมมีผู้เสียประโยชน์ และที่สำคัญเหล่าคนที่เสียประโยชน์นั้น เป็นกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจและอิทธิพลอย่างยิ่งของโลกการเงินในขณะนั้น

แน่นอนว่ากว่าพวกเขาจะผ่านมาได้นั้น เรียกได้ว่า ผ่านสิ่งต่าง ๆ มามากมาย ก่อนที่โลกเราจะสามารถปฏิวัติระบบการเงินแบบออนไลน์นี้ขึ้นมาได้สำเร็จ Blog Series ชุดนี้จะพาไปย้อนเวลา ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Paypal ที่ต้องต่อสู้ด้วยเหลี่ยม ด้วยกล ด้วยวิถีทางต่าง ๆ มากมาย กว่าจะเอาชนะกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่อการเงินของโลกลงได้สำเร็จ

และที่สำคัญมันได้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างเหล่า Paypal Mafia ที่มาเป็นกำลังขับเคลื่อนทางด้านเทคโนโลยีให้กับประเทศอเมริกาจนประสบความสำเร็จมากมายอย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบันนั่นเองครับ

สำหรับเรื่องราวชุดนี้จะนำมาจากหนังสือ The PayPal Wars โดย Eric M.Jackson ผู้ที่เป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ของการปฏิวัติครั้งสำคัญครั้งนี้นั่นเองครับ

The PayPal Wars by Eric M.Jackson
The PayPal Wars by Eric M.Jackson

ถ้ายังไงก็อย่าพลาดติดตามกันนะครับ สำหรับ Blog Series ชุดนี้ รับรองสนุกไม่แพ้เรื่องไหน ๆ ที่ผ่านมาอย่างแน่นอนครับผม

–> อ่านตอนที่ 1 : The new Recruit

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Paypal Mafia ตอนที่ 13 : Russel Simmons

Russel Simmons เป็นหนึ่งใน Paypal Mafia ชาวอเมริกัน ซึ่งเขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและอดีต CTO ของ Yelp, Inc ร่วมกับ กับ Stoppelman ในปี 2004 ก่อนที่เขาจะออกไปในเดือนมิถุนายน 2010 

Simmons จบการศึกษาปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ Urbana-Champaignในปี 1998 สาขาวิทยาศาสตร์ในสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์

Simmons นั้นได้เริ่มต้นเป็นวิศวกร PayPal คนแรกในตำแหน่ง CTO (Chief Technology Officer) โดยเขาได้ช่วยออกแบบและพัฒนาระบบ PayPal ตั้งแต่เริ่มต้น ในฐานะผู้นำด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งตอนนั้นเป็นทีมเล็ก ๆ โดยตัวเขานั้นถือเป็นวิศวกรที่มีอาวุโสสูงที่สุดในช่วงเริ่มแรกของ Paypal

งานรวมถึงซอฟต์แวร์ด้านความสามารถใน Scale ขนาดของเว๊บไซต์ให้รองรับผู้ใช้งานได้มากขึ้น รวมถึงงานด้านการรักษาความปลอดภัย รวมถึงการปรับ paypal ให้มีความพร้อมใช้งานในระดับสากล เขายังทำการการจัดการเรื่อง Sourcecode ของเหล่าวิศวกรภายในทีม และเป็นที่ปรึกษาเหล่าผู้บริหารยุคแรก ๆ ในการการตัดสินใจทางด้านเทคโนโลยี

หลังจาก Paypal ถูกขายให้กับ Ebay เขาก็ยังอยู่ทำงานกับ Paypal ก่อนที่ในปี 2004 จะมาร่วมกับ Stoppelman เพื่อนร่วมงานสร้างบริการของ Yelp ซึ่งเริ่มแรกเป็นบริการแนะนำอีเมล โดยเขาได้ปรับเปลี่ยนเป็นเว็บไซต์ Yelp ให้กลายเป็นบริการที่ใช้ในการค้นหาธุรกิจท้องถิ่นสำหรับพื้นที่ในเมือง ซานฟรานซิสโกในเดือนตุลาคม 2004 

ร่วมกับ Stoppelman ก่อตั้ง Yelp
ร่วมกับ Stoppelman ก่อตั้ง Yelp

นอกจาก Yelp แล้ว Simmons ยังเปิดเว็บไซต์ Learnirvana ในปี 2012
เพื่อเชื่อมโยงครูที่ต้องการสอนพิเศษภาษาต่างประเทศและผู้ที่ต้องการเรียนภาษาเพิ่มเติมเข้าด้วยกัน เป็นรูปแบบ Education Tech Startup ที่เขาได้สร้างขึ้นมา โดยยังทำงานอยู่ที่ Lernirvana มาจวบจบถึงปัจจุบัน

บทบาทของเหล่า Paypal Mafia ต่อ Silicon Valley และวงการเทคโนโลยีโลก

เราจะเห็นได้ว่า จาก Blog Series ชุดนี้นั้น เราจะเห็นได้ถึง บทบาทของเหล่า Paypal Mafia ที่มีอิทธิพลอย่างชัดเจนต่อ Startup ในยุคหลัง ๆ ของ Silicon Valley หลาย ๆ บริการที่กลายมาเป็นบริการโด่งดังในปัจจุบัน ล้วนผ่านมือพวกเขาเหล่านี้ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งมาแล้วแทบจะทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Uber , Instragram , Youtube , Kiva.org , AirBnb หรืออีกหลายธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ส่วน Elon Musk นั้น แม้จะเป็นหนึ่งใน Paypal Mafia อีกคนที่บทบาทสำคัญ และกำลังสร้างธุรกิจหลาย ๆ อย่างที่กำลังเปลี่ยนโลกเราให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Tesla ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น Solarcity ที่สร้าง Solution ด้านพลังงานทดแทนให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึง โปรเจคใหญ่อย่าง SpaceX ที่ Musk นั้นมีเป้าหมายที่ใหญ่อย่างยิ่ง ที่ในอนาคต เราอาจจะสามารถย้ายถิ่นฐานไปยังดาวดวงอื่นได้จริง ๆ จัง ๆ เหมือนในหนัง Hollywood เสียทีครับ

ก็ ต้องบอกว่า ทุก ๆ  คนใน Paypal Mafia เหล่านี้ ตัวตนจริง ๆ นั้นพวกเขาต้องการที่จะเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นแทบจะท้้งสิ้น พวกเขาพร้อมจะสนับสนุนทุก ๆ ธุรกิจเกิดใหม่ที่มีโอกาสเติบโต และก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ซึ่งสุดท้ายแล้วนั้น ธุรกิจต่างๆ  เหล่านี้ก็จะมาช่วยเหลือมนุษย์เราให้ใช้ชีวิตได้ดีและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ 

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :Jawed Karim *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

อย่าลืมติดตามผลงานเรื่องต่อ ๆ ไปของผมก่อนใครได้ที่ blockdit นะครับ โหลดได้เลย

อย่าลืม ค้นหา “ด.ดล Blog” แล้ว กด follow กันด้วยนะครับผม

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Paypal Mafia ตอนที่ 12 : Roelof Botha

Roelof Botha นั้นเป็นอีกหนึ่งคนที่เกิดในประเทศแอฟริกาใต้ เช่นเดียวกับ Elon Musk โดยเขาเกิดที่เมือง Pretoria ก่อนที่จะย้ายถิ่นฐานมายังเมือง Cape Town ของประเทศแอฟริกาใต้ ในวัยเพียง 6 ขวบ

แม้จะใช้ชีวิตอยู่ในแอฟริกาใต้จนเรียนจบมหาลัยที่ University of Capetown ในสาขาคณิตศาสตร์ประกันภัย แต่เขาก็ถือเป็นยอดอัจฉริยะคนหนึ่งไม่ต่างจาก Elon Musk เลยทีเดียว

ซึ่งการเรียน คณิตศาสตร์ประกันภัยนี่เองทำให้เขามีความรู้ในหลาย ๆ ด้านทั้งเรื่อง สถิติขั้นสูง รวมถึงเรื่องเศรษฐศาสตร์ เขาจบด้วยเกรดเฉลี่ยสูงที่สุดในประวัติศาสตร์นับแต่มีการก่อตั้งสาขานี้มาเลยทีเดียว

ช่วงแรกของการทำงานนั้นเขารับหน้าที่นักวิเคราะห์ในบริษัทชั้นนำอย่าง McKinsey & Co., ที่เมืองโยฮันเนสเบิร์กประเทศแอฟริกาใต้ ก่อนที่จะย้ายมาเพื่อเรียนต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา

เริ่มทำงานกับบริษัทชั้นนำอย่าง McKinsey & Co., ที่แอฟริกาใต้
เริ่มทำงานกับบริษัทชั้นนำอย่าง McKinsey & Co., ที่แอฟริกาใต้

ซึ่งเขาได้เข้าเรียนต่อระดับปริญญาโทในมหาลัยชั้นของสหรัฐอเมริกาอย่าง Stanford University ในสาขา MBA และได้รับปริญญาโทไปในปี 2000 ซึ่งเป็นช่วงปีที่ฟองสบู่ดอทคอมแตกพอดี

และได้เข้าร่วมงานกับ Paypal ในตำแหน่ง Director of Corporate Development ก่อนที่จะขยับตำแหน่งขึ้นมาดูแลด้านการเงินทั้งหมดของ Paypal ในตำแหน่ง CFO เมื่อปี 2001 

ซึ่งหลังจาก Paypal ถูกขายให้กับ ebay ในปี 2002 นั้น Botha เองก็ได้มาร่วมงานกับ Peter Thiel อีกครั้งที่ Sequoia Capital ในปี 2003

ซึ่งที่นี่เองเขาได้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการลงทุนในบริษัท Startup หน้าใหม่ ที่มีโอกาสเติบโตในระดับโลก ซึ่งเขาเป็นผู้นำในการพาบริษัทไปลงทุนในธุรกิจที่ตอนนี้กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Youtube , Instragram , Square ซึ่งหลาย ๆ บริษัทเขาก็นั่งเป็นกรรมการอยู่ด้วย ซึ่งต้องบอกว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่มองเห็นศักยภาพทางธุรกิจกับบริษัทเกิดใหม่ เรียกได้ว่า เป็นคนที่มีสายตาที่แหลมคม คนหนึ่งในวงการ Silicon Valley เลยทีเดียว

–> อ่านตอนที่ 13 : Russel Simmons (ตอนจบ)

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :Jawed Karim *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Paypal Mafia ตอนที่ 11 : Max Levchin

ถ้าพูดถึง Paypal บริการชำระเงินออนไลน์ ที่ปฏิวัติรูปแบบการชำระเงินแบบเดิม ๆ นั้น หลาย ๆ คนมักจะนึกถึงแต่ Elon Musk หรือ Peter Thiel ก่อนเป็นอันดับแรก  ๆ  แต่หารู้ไม่ว่า จุดเริ่มต้นของไอเดียของบริการชำระเงินออนไลน์นั้น มาจากความคิดของ Max Levchin หนุ่มอเมริกันเชื้อสายยูเครน

Levchin นั้นย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศยูเครน มายังสหรัฐอเมริกา เมื่อตอนที่เขาอายุได้ 16 ปี ต้องบอกว่าครอบครัวของเขายากจนมาก และต้องอพยพมาด้วยความจำเป็น เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ มาอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ที่พวกเขาไม่คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับ Max Levchin  นั้นเกิดในวันที่ 11 มิถุนายน 1975 ที่เมืองเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน ซึ่งในช่วงที่เขาอพยพมาอยู่อเมริกานั้น เขาได้พยายามปรับตัวเองหลายอย่างให้เข้ากับวัฒนธรรมของชาวอเมริกัน

เขาไล่เรียงศึกษาภาษาอังกฤษจากรายการทีวีต่าง ๆ ทั้งละคร สารคดี หรือแม้กระทั่งเกมส์โชว์ เป็นจำนวนมากจากรายการทีวี ทำให้เขาสามารถที่จะหัดพูดภาษาอังกฤษเพื่อใช้สื่อสารในชีวิต ได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งในวัยเรียนนั้นเขาเป็นคนที่สนใจในเรื่องการเข้ารหัสข้อมูล รวมถึงระบบความปลอดภัยทางด้านคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก โดยเขาสามารถเรียนจบการศึกษาปริญญาตรี ด้าน วิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่ 
มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์

หลังจบการศึกษา ก็ได้เริ่มก่อตั้งบริษัท FieldLink ร่วมกับ Peter Thiel ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Confinity อย่างที่หลาย ๆ คนรู้จักในเวลาต่อมา ซึ่งตอนแรกที่ก่อตั้งนั้น ได้สร้างบริการด้านการโอนเงิน หรือ ชำระค่าบริการต่าง ๆ ผ่านเครื่อง PalmPilots ซึ่งเป็นเครื่อง PDA ชื่อดังในขณะนั้น

หลังจากนั้น ก็ได้เริ่มแนวคิดที่จะนำบริการชำระเงินไปสู่ระบบออนไลน์ผ่าน อินเตอร์เน็ต เนื่องจากในช่วงนั้นอินเตอร์เน็ตกำลังบูมสุดขีด เขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Paypal ขึ้นมา

เขารับหน้าที่ CTO (Chief Technology Officer) ดูแลเรื่องเทคโนโลยีหลัก ๆ ของ Paypal ทั้งหมด เขาได้ดูแลทั้งในส่วนของ Front-End และ ระบบ Back-End ของ Paypal รวมถึงการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อไม่ให้ Paypal ถูกโจมตีจากภายนอก รวมถึงเกิดการฉ้อโกงขึ้นกับบริการ Paypal ได้

ซึ่งหลังจาก Paypal ถูกเข้าซื้อโดย eBay เขาก็ได้ย้ายไปทำงานให้กับ eBay พร้อมกับเหล่าผู้ร่วมก่อตั้งอีกหลาย ๆ คน หลังจากนั้นในปี 2004 เขาได้ออกจาก eBay มาก่อตั้งบริการแชร์ภาพ หรือ มีเดียต่าง ๆ ไปยังระบบ Social Network ไม่ว่าจะเป็น Hi5 , MySpace หรือ Facebook ในชื่อ Slide.com

สร้างบริการแรกอย่าง Slide.com จนถูก Google ซื้อไปในที่สุด
สร้างบริการแรกอย่าง Slide.com จนถูก Google ซื้อไปในที่สุด

และในปีเดียวกันนั้นเขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริการ Social Network ที่รวมรวมข้อมูล หรือ รีวิวเกี่ยวกับร้านอาหารหรือสถานที่ท่องเที่ยว อย่าง Yelp 

ซึ่งบริการ Slide.com ของ Levchin นั้นไปเตะตากับผู้บริการของ Google จนเข้าซื้อกิจการมูลค่ากว่า 182 ล้านเหรียญในปี 2010 ทำให้ตัวLevchin นั้นได้ย้ายมาทำงานที่ Google ในตำแหน่ง VP of Engineering

หลังอยู่กับ Google ได้เพียงปีเดียว ทาง Google ก็ประกาศปิดบริการ Slide.com ทำให้ Levchin ตัดสินใจลาออกจาก Google มาก่อตั้งบริษัททางด้านการลงทุน ทั้ง HVF (Hard,Valuable, and Fun) และในปี 2012 ก็ได้เริ่มก่อตั้ง Affirm โดยจะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับช่วยเหลือผู้บริโภคในด้านการค้นหาแหล่งเงินกู้ โดยมองบริการของตัวเองเป็น Next Generation Credit Network 

สร้างบริการทางด้านการเงินออนไลน์รูปแบบใหม่อย่าง Affirm
สร้างบริการทางด้านการเงินออนไลน์รูปแบบใหม่อย่าง Affirm

และในปีเดียวกันก็ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของ Yahoo จนถึงปี 2015 และเขายังได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาของ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคทางการเงินของสหรัฐฯ (CFPB) ซึ่ง Levchin ถือเป็นผู้บริหารจากซิลิคอนวัลเลย์คนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้

ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่ง CEO ที่ Affirm และยังคงเป็นบอร์ดบริหารองค์กรสำคัญทั้งในและนอก Silicon valey ถือเป็น 1 ในบุคคลที่มีบทบาทในฐานะ  PayPal Mafia อีกคนหนึ่งที่มีบทบาทต่อโลกเทคโนโลยีของเราในปัจจุบันนั่นเอง

–> อ่านตอนที่ 12 : Roelof Botha

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :Jawed Karim *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol