Caper Shopping Cart Scan-Pay-Go

Featured Video Play Icon

ด้วยรถเข็นชำระเงินอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีอย่าง Deep Learning และ Computer Vision รายการสินค้าจะถูกตรวจจับได้ทันทีเมื่อถูกโยนเข้าไปในรถเข็น ลูกค้าสามารถโยนสินค้าเข้าไป จ่ายเงิน และ ออกจากร้านค้า โดยไม่ต้องต่อคิดอีกต่อไป

ฟัง PodCast เรื่องเกี่ยวเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ที่ Geek Forever’s Podcast
——————————————–
ฟังผ่าน Podbean :
📌http://bit.ly/2m7CpC8
——————————————–
ฟังผ่าน Apple Podcast :
📌https://apple.co/2lEqPPg
——————————————–
ฟังผ่าน Google Podcast :
📌http://bit.ly/2kxHtQ3
——————————————–
ฟังผ่าน Spotify :
📌https://spoti.fi/2m0PTzR
——————————————–
ฟังผ่าน Youtube :
📌http://bit.ly/2mvEVTf
——————————————–
📌References : https://www.caper.ai/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Gustaf Thulin ผู้คิดค้นถุงพลาสติกเพื่อช่วยรักษาโลกเราไว้

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ถุงพลาสติกทุกวันนี้ถูกมองว่าเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของโลก พลาสติกมีการทับซ้อนกันในหลุมฝังกลบขยะ ซึ่งทำให้แม่น้ำ ทะเล และมหาสมุทรถูกปนเปื้อน อย่างไรก็ตามไม่ว่ามันจะฟังดูเข้าใจง่าย แต่ถุงพลาสติกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยโลกของเรา 

นั่นคือสิ่งที่ลูกชายของวิศวกรชาวสวีเดน Sten Gustaf Thulin ผู้คิดค้นถุงพลาสติกขึ้น ในปี 1959 กล่าว ถุงพลาสติกได้รับการพัฒนาเป็นทางเลือกแทนถุงกระดาษซึ่งทำให้การลดการตัดไม้ทำลายป่าลง ทางเลือกใหม่เสนอความทนทานนานขึ้นซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถใช้ซ้ำแล้วซ้ำอีก และสามารถใช้ได้หลายครั้งกว่าที่ถุงกระดาษแบบเดิม ๆ สามารถจัดการได้

เดิมทีถุงพลาสติกถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยรักษาโลกใบนี้ไว้

เครดิตรูปภาพ: dcaloren
เครดิตรูปภาพ: dcaloren

อย่างไรก็ตามพวกเรากลายเป็นคนขี้เกียจ แทนที่จะใช้และนำถุงเดิมกลับมาใช้ซ้ำ เรากลับชินในการกำจัดมัน โดย National Geographic ได้รายงานว่าประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของพลาสติกที่ผลิตนั้นเป็นบรรจุภัณฑ์จะถูกใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้งไป 

ลูกชายของ Gustaf Thulin ผู้คิดค้นถุงพลาสติกบอกกับสื่อ: “ สำหรับพ่อของผม ความคิดที่ว่าผู้คนจะทิ้งถุงพลาสติกเมื่อใช้เพียงครั้งเดียวเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อในตอนที่เขาคิดค้นมันขึ้นมา เขาถือ [ถุงพลาสติก] ไว้ในกระเป๋าของเขาเสมอเพื่อใช้งานมันได้ตลอดไป 

วิศวกรชาวสวีเดนชื่อ Sten Gustaf Thulin สร้างถุงพลาสติกขึ้นในปี 1959

เครดิตรูปภาพ: jericlcat
เครดิตรูปภาพ: jericlcat

โดยถุงพลาสติกได้รับการจดสิทธิบัตรโดย บริษัท ที่ชื่อว่า Celloplast และในช่วงกลางทศวรรษที่ 1960 พวกเขาได้เปลี่ยนถุงกระดาษและถุงผ้าในยุโรปให้มาใช้ถุงพลาสติกกันอย่างแพร่หลาย 

พอถึงปี 1979 ถุงพลาสติกคิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ของตลาดถุงในยุโรป ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ทั้งสองเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐคือ Kroger และ Safeway เปลี่ยนไปใช้ถุงพลาสติกทั้งหมด ในตอนท้ายของทศวรรษ 1980 ถุงพลาสติกได้แทนที่ถุงกระดาษในทั่วโลก

ถุงพลาสติกควรจะถูกนำมาใช้ซ้ำหลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่ไม่เป็นเช่นนั้น

เครดิตรูปภาพ: Alan Denney
เครดิตรูปภาพ: Alan Denney

ตามรายงานเดียวกันโดย National Geographic ในปี 2018 ผู้ซื้อสินค้าในสหรัฐอเมริกาใช้ถุงพลาสติกเกือบหนึ่งใบต่อผู้พักอาศัยในแต่ละวัน ในขณะที่ผู้ซื้อในเดนมาร์กใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ยสี่ถุงต่อปีเพียงเท่านั้น 

ในขณะที่ตามที่สหประชาชาติรางาน มีการผลิตถุงพลาสติกในอัตราหนึ่งล้านล้านถุงต่อปี! ดังนั้นหลาย ๆ ประเทศจึงสั่งห้ามใช้ถุงพลาสติก โดยบังคลาเทศเป็นประเทศแรกที่สั่งห้ามใช้ถุงพลาสติกเหล่านี้ในปี 2002

ตั้งแต่นั้นมาในหลาย ๆ ประเทศได้ดำเนินตามในรูปแบบเดีวกัน คือรณรงค์ งดใช้ถุงพลาสติก อย่างไรก็ตามหนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือถุงพลาสติกส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกนำไปรีไซเคิล และมันมักสิ้นสุดในหลุมฝังกลบที่พวกมันใช้เวลาเป็น 1,000 ปีในการย่อยสลาย

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าถุงพลาสติกอาจเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่ากระดาษหรือฝ้าย

เครดิตรูปภาพ: rakka
เครดิตรูปภาพ: rakka

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญระบุว่าถุงพลาสติกไม่จำเป็นต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในขณะที่การเลือกใช้กระดาษและถุงผ้าฝ้ายจะช่วยลดขยะในทางเทคนิค แต่ก็มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่สำคัญอื่น ๆ 

สำนักงานสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักรแนะนำว่าต้องใช้ถุงกระดาษอย่างน้อยสามครั้งเพื่อให้ใช้พลังงานเท่าการผลิตถุงพลาสติกที่ถูกรีไซเคิลได้ นี่เป็นเพราะการผลิตถุงกระดาษต้องการพลังงานและน้ำมากกว่า ในขณะที่มันหนักกว่าถุงพลาสติกซึ่งทำให้การขนส่งมีราคาแพงกว่า ถ้าเทียบกับถุงผ้า ต้องใช้อย่างน้อย 131 ครั้งเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเหมือนกับที่ถุงพลาสติกทำได้นั่นเอง

References : https://www.boredpanda.com/plastic-bags-supposed-to-help-save-planet

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

PayPal Wars ตอนที่ 5 : The Producers

JUNE—JULY 2000

Elon Musk เริ่มงานแรกของเขาทันที หลังจากเข้ามาดูแลทั้งสองบริษัทในฐานะ CEO แบบเต็มตัว สิ่งที่เขาโฟกัสเป็นอันดับแรกคือ ทีมที่ดูแลด้านผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซึ่ง Musk นั้นได้ให้ David Sacks เข้ามาดูแลในส่วนนี้

ในการประชุมร่วมครั้งแรกในฐานะ CEO ของ Musk เขาได้วางกลยุทธ์ในการจัดตั้งทีมที่ดูแลด้านผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมาใหม่ และทำการกระจายอำนาจการตัดสินใจให้มากที่สุด ซึ่ง Musk นั้นมองว่า สองสามเดือนที่ผ่านมา ทุกคนต่างพูดคุยเกี่ยวการที่จะทำสิ่งต่าง ๆ แต่ไม่มีอะไรที่ทำจริง ๆ ขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ

David Sacks ต้องการสร้างพลังใหม่ให้เกิดขึ้นกับทีมที่ดูแลด้านผลิตภัณฑ์นี้ ความวุ่นวานหลังจากการควบรวมกิจการ ทำให้การทำงานของสองบริษัทกลายเป็นอัมพาต การกำหนดเป้าหมายร่วมกันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และผู้บริหารพร้อมที่จะสนับสนุนทุกอย่างแบบเต็มที่

ในส่วนของการหารายได้นั้น Musk และ Sacks มุ่งเน้นไปที่การลดอัตราการเผาเงิน ซึ่งตอนนั้นติดลบสูงถึงไตรมาสละ 10 ล้านเหรียญ โดยการหาวิธีสร้างรายได้จากการทำธุรกรรมของ PayPal เปลี่ยนโมเดลจากเดิมที่ Harris วางให้บริการทั้งสองนั้นมุ่งเน้นที่การเติบโต และทำกำไรให้น้อยที่สุด ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ครั้งสำคัญของ Musk

วิธีการแรกคือการลดอัตราการชำระด้วยบัตรเครดิตของลูกค้าลง เพราะต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมให้กับสมาคมบัตรเครดิตจำนวนมหาศาล โดยการโน้นน้าวใจให้ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เลือกที่จะฝากเงินในบัญชีของตนเองแทน ซึ่งจะลดค่าธรรมเนียมที่ X.com ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมประมาณ 2% ให้กับ Visa หรือ MasterCard ทุกครั้งที่มีการใช้งานบน PayPal

สำหรับแหล่งทดแทนแหล่งแรก ก็คือ การหักบัญชีแบบอัตโนมัติ (ACH) ซึ่งมีค่าธรรมเนียมต่อรายการเพียงไม่กี่เซ็นต์ แต่ปัญหาคือ ACH อาจจะใช้เวลาหลายวันกว่าจะเคลียร์เงินได้และเสี่ยงจะถูกตีกลับ

แต่แนวคิดของ Musk คือการขยายเครดิตใหักับลูกค้าที่เลือกใช้งาน ACH แทนการชำระผ่านบัตรเครดิต ซึ่ง X.com จะรับความเสี่ยงไว้เองหากผู้ใช้มีเงินไม่เพียงพอในบัญชีธนาคารของพวกเขา แต่แลกกับความรวดเร็วที่จะเกิดขึ้นนั่นเอง และสั่งให้ทีมผลิตภัณฑ์ลุยทันที

และอีกปัญหาหนึ่งหลังจากการควบรวมก็คือ ควรจะใช้ Brand ไหนเป็นหลักกันแน่ระหว่าง X.com หรือ PayPal ซึ่งแน่นอนว่า Musk ที่สร้าง X.com มากับมือย่อมอยากให้ X.com นั้นเป็นแบรนด์หลักของผลิตภัณฑ์ หลังจากการควบรวม

แต่ดูเหมือนสถานการณ์ในขณะนั้น ความคุ้นเคยของผู้บริโภคนั้นมีต่อแบรนด์ PayPal มากกว่าอย่าเห็นได้ชัด สิ้นเดือนมิถุนายน มีบัญชี PayPal ในระบบถึง 2.1 ล้านบัญชี และที่สำคัญที่สุด PayPal ได้กลายเป็นคำสามัญในการประมูลใน ebay เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม้ Musk พยายามที่จะเปลี่ยน logo ใหม่ของ PayPal โดยเปลี่ยนจาก “PayPal ของ X.com” ไปเป็น X คำเดียวเท่านั้น แต่ดูเหมือนเหล่าพนักงานทีมผลิตภัณฑ์จะพยายามคัดค้านการกระทำของ Musk เพราะตอนนี้ PayPal มันได้กลายเป็นแบรนด์ติดตลาดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การจะเปลี่ยนกลับมาเป็น X จะมีแต่สูญเสียต่อบริษัทในระยะยาว

Elon Musk ดูเหมือนจะปลื้ม X.com มากกว่า
Elon Musk ดูเหมือนจะปลื้ม X.com มากกว่า

ฟากฝั่ง ebay นั้นก็พยายามเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง Meg Whitman ประกาศเข้าซื้อกิจการ Half.com เว๊บไซต์ที่อนุญาติให้ผู้ขายรายบุคคลนั้นสามารถที่จะแสดงรายการสินค้าที่ผลิตจำนวนมากเช่น หนังสือ วีซีดี หรือ วีดีโอ ในราคาคงที่ได้อย่างง่ายดายซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากใน ebay

และ ที่ half.com นั้นก็ไม่อนุญาติให้ PayPal เข้ามาสร้างบริการชำระเงินในบริการของพวกเขา เพราะ ebay ควบคุมแพลตฟอร์มทั้งหมด half.com รับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตโดยตรงจากผู้ซื้อและแจ้งผู้ขายให้จัดส่งสินค้า ซึ่งผู้ขายจะได้รับเช็คจาก half.com แทน ซึ่งไม่เปิดโอกาสให้ PayPal เข้ามาเจาะตลาดในส่วนนี้ได้อีก

ส่วน billpoint นั้นดูเหมือนจะไม่สามารถสร้างการเติบโตได้ใน ebay เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่เลือกใช้งาน PayPal มากกว่าอย่างชัดเจน ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ billpoint เปิดตัวนั้น มีส่วนแบ่งในการชำระเงินเพียงแค่ 8-9% เท่านั้น ในขณะที่ PayPal กำลังยึดครองส่วนแบ่งทางการตลาดต่อเนื่องและพุ่งขึ้นไปสูงถึง 40% แล้วในขณะนั้น

ebay ซื้อ half.com มาเสริมทัพ
ebay ซื้อ half.com มาเสริมทัพ

ทีมผลิตภัณฑ์ ของ X.com ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่คือ “X.com Verified” เป็นรูปแบบพิเศษสำหรับผู้ขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ ลูกค้าเริ่มใช้ PayPal เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการส่งชำระเงิน PayPal เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในกระบวนการทางธุรกิจของผู้ขาย มันทำให้ความสัมพันธ์มีความแนบแน่นขึ้นระหว่าง PayPal และผู้ใช้งานทุก ๆ ส่วน เพราะพวกเขาไว้ใจที่จะใช้ PayPal มากขึ้นนั่นเอง

ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือน ทีมผลิตภัณฑ์ได้ปลดปล่อยฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในเรื่องค่าธรรมเนียมและการทำธุรกิจให้มีประสบการณ์ที่ดีขึ้นต่อลูกค้า รวมถึงลดต้นทุนของค่าใช้จ่ายทางด้านการเงินลงไปได้เป็นจำนวนมหาศาล

ความคิดเห็นของลูกค้าก็ส่งมาในทางบวกมากยิ่งขึ้น หลังจากปัญหาต่าง ๆ เริ่มคลี่คลาย มันได้ทำให้ X.com และ PayPal นั้นกลายเป็นผู้นำที่ชัดเจนมายิ่งขึ้นในบริการชำระเงินออนไลน์ และที่สำคัญมันส่งผลต่อขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นของพนักงานมากยิ่งขึ้น

นั่นแสดงให้เห็นถึง การเปลี่ยนแปลง CEO จาก Bill Harris มาเป็น Elon Musk นั้นทำให้สถานการณ์ของบริษัทดีขึ้นอย่างชัดเจนภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ดูเหมือนตอนนี้จะไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้ง Musk และทีมงานของพวกเขาที่จะพาบริษัทก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในบริการทางการเงินของอเมริกาอีกต่อไป จะเกิดอะไรขึ้นต่อกับเหล่ายอดอัจฉริยะที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกทางการเงินกลุ่มนี้ โปรดติดตามตอนต่อไปครับผม

-> อ่านตอนที่ 6 : Revolution – PayPal 2.0

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 : The New Recruit *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

เจ้าชายซาอุฯ วางแผนจัดทำเมืองยุคใหม่ด้วยประชากรที่มีการตัดต่อยีน

ในแผนการพัฒนาเมืองใหม่ของซาอุดิอาราเบีย จะมีสาวใช้หุ่นยนต์ รถแท็กซี่บินได้ และเมืองจะสว่างสดใสดในที่มืดบนทะเลทราย ตามเอกสารที่เป็นความลับ ที่มีการตรวจสอบโดย The Wall Street Journal โดยดวงจันทร์เทียมจะส่องสว่างบนท้องฟ้าทุกคืน และเกาะสไตล์จูราสสิคพาร์คจะช่วยให้ผู้มาเยี่ยมชม ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยไดโนเสาร์หุ่นยนต์ เหมือนในหนังจริง ๆ 

ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวนั้น อยู่ในเอกสารการวางแผนที่ได้รับจากWSJ จำนวนกว่า 2,300 หน้า  เป็นแผนสำหรับการบังคับย้ายถิ่นฐานของชนเผ่าพื้นเมือง รวมถึงการนำเอาเทคโนโลยีการแพทย์ใหม่ ๆ มีการสร้างคลินิกแก้ไขยีนของมนุษย์ทำให้กลายเป็นยอดมนุษย์ได้เหมือนในหนัง Hollywood โดยจะมีการเฝ้าระวังของรัฐบาลตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน 

เจ้าชายโมฮัมเหม็ดบินซาลมานซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในนาม MBS ได้ทำงานร่วมกับทีมที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาวิสัยทัศน์ของเขาสำหรับเมืองแห่งใหม่ที่มีมูลค่า 500 พันล้านเหรียญสหรัฐในเขตตะวันตกเฉียงเหนือที่แห้งแล้งของซาอุดิอาระเบีย

มีโลกของหุ่นยนต์ไดโนเสาร์เหมือนหนัง จูราสิก ปาร์ก
มีโลกของหุ่นยนต์ไดโนเสาร์เหมือนหนัง จูราสิก ปาร์ก

แม้ว่ามันจะเป็นที่แห้งแล้งในรูปแบบของทะเลทรายเป็นเวลานาน แต่ MBS วางแผนที่จะใช้ “การสร้างคลาวด์” หรือ เมฆเทียม เพื่อทำการผลิตฝนเหนือเมือง Neom โดยจะทำให้เมืองเย็นลงและทำให้ ผักผลไม้สด สามารถทำการเพราะปลูกได้อย่างอุดมสมบูรณ์ 

เหล่าประชากรในอนาคตที่ไม่สนใจที่จะเยี่ยมชมตลาดสดของเหล่าชาวนา ชาวสวน ก็สามารถที่จะจับจองร้านอาหารระดับมิชลินได้ ซึ่ง Neom ตั้งเป้าหมายว่าจะมีจำนวนประชากรต่อพื้นที่มากกว่าที่อื่น ๆ ในโลกตามแผนที่วางไว้

สำหรับสิ่งอื่นที่คุณจะพบใน Neom นั้น WSJ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงแผนการสำหรับโรงเรียนระดับโลกที่มีครูสอนผ่านเทคโนโลยีโฮโลแกรม รวมถึงมีงานที่ได้ผลตอบแทนดีที่สุดในโลกและหาดทรายที่สามารถส่องแสงในที่มืดได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่ MBS ต้องการ 

“NEOM เป็นข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่มีความจำเป็นในอนาคต ที่มีวิสัยทัศน์อย่างแรงกล้าในการสร้างเมืองรูปแบบใหม่ขึ้นมา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NEOM  Nadhmi Al Nasr บอกกับ WSJ “  ดังนั้นเรากำลังพูดถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและเหนือกว่าที่เคยมีอยู่  และในบางเทคโนโลยียังอยู่ระหว่างการพัฒนาและอาจเป็นไปได้ในทางทฤษฎี เราก็จะนำมาร่วมทดสอบด้วย”

มันจะง่ายต่อการถูกมองว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันด้วยสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดที่มีรายละเอียดในเอกสารการวางแผนของ Neom  แต่อย่างไรก็ดีเมืองแห่งอนาคตก็ดูมีความน่าสงสัยเหมือนรัฐที่คอยจับตามองประชากรตลอดเวลาคล้าย ๆ แนวคิดของระบอบแบบเผด็จการนั่นเอง

“นี่ควรจะเป็นเมืองรูปแบบอัตโนมัติที่เราสามารถดูข้อมูลทุกอย่างได้” คณะกรรมการที่ตั้ง NEOM ได้ยกคำพูดในเอกสารตามที่ WSJ รายงาน “ [เมือง] ที่คอมพิวเตอร์สามารถแจ้งอาชญากรรมโดยที่ประชาชนแทบไม่ต้องโทรแจ้งเลยด้วยซ้ำ”

และนั่นจะต้องขอบคุณคลินิกการแพทย์ที่สามารถดัดแปลงพันธุกรรมของประชากรในเมือง Neom ให้แข็งแกร่งขึ้นและชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น มากกว่าเมืองไหน ๆ ในโลกนี้  หมายความว่า MBS อาจไม่เพียงวางแผนที่จะสร้างเมืองแห่งอนาคต แต่เป็นการสร้างยอดมนุษย์ของเมืองขึ้นมาด้วยเช่นกันนั่นเอง

References : 
https://www.wsj.com/articles/a-princes-500-billion-desert-dream-flying-cars-robot-dinosaurs-and-a-giant-artificial-moon-11564097568

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

โลกเปลี่ยน ความฝันเปลี่ยน! เมื่อเด็กยุคใหม่ฝันอยากเป็น Youtuber มากกว่าอาชีพอื่น

ในอดีตความใฝ่ฝันของการประกอบอาชีพสำหรับเด็กหลาย ๆ คนนั้น อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์ วิศวกร หรือแม้กระทั่งนักบินอวกาศ

แต่ตอนนี้เราอยู่ในยุคของการสร้าง Influencer ที่ดูเหมือนว่าทำให้เหล่าเยาวชนมีความคิดอื่น ๆ โดย 1 ใน 3 ของหนุ่มสาวชาวอังกฤษและชาวอเมริกันต้องการที่จะเป็น Youtuber มากกว่าอาชีพอื่นใด รายงานจากงานวิจัยใหม่ได้เปิดเผยข้อมูลนี้ออกมา

เพื่อเป็นเกียรติแก่วันครบรอบ 50 ปีของประวัติศาสตร์ Apollo 11 ที่ลงจอดบนดวงจันทร์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมในปี 1969 กลุ่ม Lego ได้ทำการสำรวจเด็ก ๆ เกี่ยวกับความคิดของพวกเขาเกี่ยวกับการสำรวจอวกาศ

ซึ่งแบบสำรวจได้สอบถามเด็ก ๆ กว่า 3,000 คนอายุ 8-12 ปี ให้เลือกจาก 5 อาชีพที่พวกเขาใฝ่ฝันอยากจะเป็น เมื่อพวกเขาโตขึ้น ซึ่งในตัวเลือกนั้นประกอบไปด้วย นักบินอวกาศ นักดนตรี นักกีฬามืออาชีพ ครู หรือ vlogger / YouTuber

ผลการศึกษาพบว่าเด็กชาวอังกฤษและชาวอเมริกันถึง 30% ทำการเลือกที่ต้องการเป็น YouTubers หรือ vloggers และเลือกนักบินอวกาศน้อยที่สุดที่ 11%  เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น ตามมาด้วยครู 25%  นักกีฬามืออาชีพ 21 % และนักดนตรีอีก 18 % 

Youtuber กลายเป็นอาชีพในฝันของเด็กยุคใหม่
Youtuber กลายเป็นอาชีพในฝันของเด็กยุคใหม่

ในทางตรงกันข้ามเด็ก ๆ ในประเทศจีนแสดงให้เห็นถึงความพึงพอใจอย่างชัดเจนในการเป็นนักบินอวกาศมากกว่าอาชีพอื่น ๆ ด้วยจำนวน 56% บอกว่า พวกเขาต้องการเป็นคนต่อไปที่จะขึ้นสู่อวกาศ 

ตามด้วยครู 52% นักดนตรี 47% และนักกีฬามืออาชีพ 37% โดย vlogger / YouTuber ที่จำนวน 18%

แม้ว่าเด็กชาวอังกฤษและชาวอเมริกันจะไม่ต้องการทำงานในอวกาศ แต่จากการสำรวจพบว่าคนส่วนใหญ่มีความสนใจในการสำรวจอวกาศ 86% โดย 90% ระบุว่าพวกเขาต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมในด้านการบินและอวกาศ

“ เราตื่นเต้นที่เด็ก ๆ ยังคงสนใจในการสำรวจอวกาศและรอไม่ไหวที่จะเห็น ‘ก้าวเล็ก ๆ ‘ และ ‘ก้าวย่างที่สำคัญ’ ที่จะเกิดขึ้นกับอวกาศในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า” Michael McNally ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายแบรนด์สัมพันธ์ของ LEGO Systems, Inc กล่าว . 

แต่ในจีน เด็ก ๆ ยังอยากเป็นนักบินอวกาศเป็นอันดับแรก
แต่ในจีน เด็ก ๆ ยังอยากเป็นนักบินอวกาศเป็นอันดับแรก

ในปี 2018 การศึกษาที่คล้ายกันซึ่งดำเนินการโดยผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม O2 พบว่ามีเด็กจำนวนมากขึ้นกำลังตั้งเป้าที่จะประกอบอาชีพทางด้านเทคโนโลยี

การศึกษาในผู้ปกครอง 2,000 คนและเด็ก 2,000 คนอายุระหว่าง 5-16 ปีพบว่าเด็กชาวอังกฤษส่วนใหญ่มีความตั้งใจที่จะทำงานเช่น vloggers 30% อนิเมเตอร์ 15% และผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ 14%

เมื่อโลกเปลี่ยน ความฝันเด็ก ๆ ก็เปลี่ยนตาม

มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด กับผลสำรวจเหล่านี้ กับเด็กยุคใหม่ที่เติบโตมาด้วยเทคโนโลยี แม้จะไม่มีหลักสูตรการศึกษาสามัญแบบชัดเจนในการก้าวไปประกอบอาชีพ vlogger / Youtuber

แต่ผู้ใหญ่ ก็ควรที่จะเตรียมปรับเปลี่ยนความคิดตามกับ โลกที่เปลี่ยนไปได้แล้วเสียที ต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่เหมือนกัน เพราะตอนนี้ อาชีพเหล่านี้ ที่ดูเหมือนสิ่งไร้สาระในสายตาผู้ใหญ่ในอดีต กำลังกลายมาเป็นอาชีพที่ทำเงินได้อย่างมหาศาล เป็นอาชีพที่อิสระที่เด็ก ๆ ยุคใหม่ต่างคลั่งไคล้

เพราะฉะนั้น โลกยุคใหม่ ผมจึงมองว่า การศึกษา นอกตำราเรียนแบบปรกตินั้น ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะตอนนี้ ความรู้นั้น เราสามารถหาจากที่แห่งใดก็ได้แล้ว ในโลกยุคไร้พรหมแดนเหมือนปัจจุบัน

เราต้องยอมรับความคิดใหม่ ๆ จริง ๆ เสียว่าการเรียนการสอนในหลักสูตรปรกติ และการเรียนแบบทางเลือก เพื่อไปประกอบอาชีพได้เลยนั้น ก็เป็นสิ่งสำคัญกับเด็กยุคใหม่แทบจะไม่ต่างกัน มันถึงเวลาแล้วหรือยังที่ เราจะเลิกยัดเยียด สิ่งต่าง ๆ ที่แทบจะไม่ได้ใช้เลยให้กับเด็กยุคใหม่เมื่อพวกเขาโตขึ้นไป หลาย ๆ วิชาที่เราร่ำเรียน มานั้น เราแทบจะไม่ได้ใช้งานมันด้วยซ้ำในชีวิตจริง ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ผู้ใหญ่ควรเปิดใจรับ อาชีพทางเลือก เหล่านี้ ที่มันสามารถหาเลี้ยงชีพได้จริง เหมือน ๆ กับอาชีพอื่นๆ  ที่ผู้ใหญ่อยากให้เด็กเป็นนั่นเองครับ

References : 
https://www.independent.co.uk/life-style/health-and-families/youtube-vlogger-career-job-children-astronaut-space-china-poll-a9010086.html

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol