ลักเซมเบิร์ก ประเทศแรกที่ทำให้ระบบขนส่งสาธารณะใช้ฟรี

ลักเซมเบิร์ก จะกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่ให้บริการขนส่งสาธารณะทุกอย่างฟรี ซาเวียร์ เบ็ทเทลนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ และพรรคร่วมรัฐบาลประกาศว่าพวกเขาตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยให้ประชาชนมาใช้บริการขนส่งสาธารณะที่รัฐบาลจะให้ใช้ฟรี ซึ่งการออกนโยบายใหม่นี้ทางรัฐบาลหวังว่าจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรที่ติดขัดที่สุดในโลกประเทศหนึ่งได้

ลักเซมเบิร์ก มีผู้ใช้บริการกว่า 400,000 คนที่เดินทางมาทำงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ในปีนี้ลักเซมเบิร์กเริ่มให้บริการรถรับส่งฟรีแก่ทุกคนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี รวมถึงนักเรียนระดับมัธยมศึกษาสามารถนั่งรถรับส่งฟรีระหว่างโรงเรียนและที่บ้านได้ ปัจจุบันลักเซมเบิร์กมีจำนวนรถยนต์สูงสุดเมื่อเทียบกับอัตรส่วนประชากรในสหภาพยุโรป

ตามรายงานของเดอะการ์เดียน ในขณะนี้เหล่าผู้เดินทางต้องจ่ายเงิน 2 ยูโรสำหรับการเดินทาง ซึ่งครอบคลุมการเดินทางเกือบทั้งหมดในประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้ โดยทางรัฐบาลได้กล่าวว่ามีแผนที่จะปรับปรุงการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้สัญจรไปมา ซึ่งจะคำนวณตามระยะทางที่ใช้ในการเดินทาง โดยในปี 2020 ตั๋วทั้งหมดจะถูกยกเลิกเพื่อประหยัดในการเก็บค่าโดยสารและการตรวจสอบการซื้อตั๋วนั่นเอง

References : 
https://www.archdaily.com/908252/luxembourg-becomes-first-country-to-make-all-public-transit-free

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

หากเงินเดือนเป็นเรื่องเปิดเผย

เรื่องของเงินเดือนนั้นมักจะเป็นเรื่องลึกลับในองค์กร ที่ถูกบอกกล่าวกันมาว่า หากเรามีการทราบเงินเดือนซึ่งกันและกันในบริษัทนั้นอาจจะทำให้เกิดปัญหาในทีมขึ้นมาได้ทันที แต่นี่กลับกลายเป็นความเสียเปรียบอย่างนึงของมนุษย์เงินเดือน ที่องค์กรกำลังเอาเปรียบอยู่ผ่านวิธีการบอกไม่ให้เราไปรับรู้เงินเดือนของคนอื่น ๆ 

ลองกลับกัน ถ้าทุกคนรู้รายได้ของเพื่อนร่วมงานทุกคน มันก็จะเหมือนวงการฟุตบอลที่เป็นอยู่ตอนนี้ คือ พอเพื่อนร่วมทีมเราได้เยอะ ก็จะมีการขอปรับเยอะขึ้นไปเรื่อย ๆ ทำให้เงินเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างสถานการณ์ค่าตัวรวมถึงค่าเหนื่อยนักฟุตบอลในยุคปัจจุบัน ซึ่งใครจะคิดว่านักเตะอย่าง Theo Walcott จะมีรายได้ถึง 100,000 กว่าปอนด์ได้

เพราะความที่นักบอลเค้ารับรู้รายได้กันหมด ที่สำคัญยังมีการประกาศผ่านสื่อเรียกได้ว่าเรื่องรายได้ไม่ได้เป็นเรื่องลึกลับเลยสำหรับนักฟุตบอลหรือนักกีฬาต่าง ๆ  เพราะฉะนั้นเหล่าพนักงาน (นักกีฬา) ก็จะไม่มีใครยอมใคร ก็ต้องมีการเรียกค่าเหนื่อยให้เต็มที่เหมือนกัน โดยมีการเอาเพื่อนมาเปรียบเทียบด้วย ซึ่งถามว่าดีมั๊ยสำหรับลูกจ้าง (นักบอล) ต้องบอกว่าโครตดีเลยแหละ ที่ทำให้ค่าเหนื่อยแพงขึ้นมหาศาลมาก ๆ 

แต่สุดท้ายมันก็ต้องมี Limit ที่องค์กรสามารถจ่ายได้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่องค์กรเสียเปรียบมากในขณะนี้  แต่อย่างไรก็ตามนั้นมันก็ต้องมีเหตุมีผลอย่างน้อยก็ต้องผันตรงกับรายได้ของบริษัทอยู่แล้วเช่นกัน ซึ่งยังไงค่าใช้จ่ายเหล่านี้มันก็ไม่มีทางเฟ้อไปกว่าความสามารถของเจ้าของทีมที่จะจ่ายจริง ๆ อยู่ดี (ขอไม่นับรวมเหล่าเศรษฐีที่มา take over นะครับ เอาเฉพาะทีมที่ทำธุรกิจฟุตบอลจริง ๆ ตัวอย่างเช่น ลิเวอร์พูล , แมนยู ในตอนนี้) ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับธุรกิจนั่นเองว่าทำรายได้มากน้อยเพียงใด

คราวนี้ลองหันกลับมามองที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนล่ะ เช่นกัน ถ้าทุกอย่างมีการเปิดเผยค่าแรงพนักงาน มันก็จะคล้ายกับวงการฟุตบอล และค่าเหนื่อยพวกเราต้องเฟ้ออย่างแน่นอน และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แบบเดียวกับนักบอล (จนกว่าบริษัทจะจ่ายไหวจริง ๆ ) ซึ่งนั่น เราจะได้เห็นมูลค่าที่แท้จริงของเราที่เป็นพนักงานจริง ๆ ว่าเราควรจะมีเงินเดือนหรือค่าเหนื่อยในระดับไหนกันแน่ และบริษัทสามารถจ่ายให้เราจริง ๆ เท่าไหร่นั่นเอง

ซึ่งโดยปรกติส่วนใหญ่แล้วเราจะรู้มูลค่าตัวเราจริง ๆ ก็ต่อเมื่อตอนที่เรายื่นใบลาออกแล้วได้งานใหม่เท่านั้น มูลค่าที่แท้จริง ๆ ของเราถึงจะปรากฏ เพราะสุดท้ายถ้าคุณเก่งจริง บริษัทก็ต้องสู้เท่าที่เค้าจะสู้ได้จริง ๆ เพื่อไม่ให้เสียคุณไปนั่นเอง

แล้วถึงวันที่เรื่องของเงินเดือน ค่าเหนื่อย ควรเป็นเรื่องเปิดเผยได้หรือยัง เป็นคำถามที่น่าสนใจนะครับ แล้วเพื่อน ๆ มีความคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไรกันบ้างเอ่ย?

References Image : https://gagadget.com/media/post_big/apple_EWycVrJ.jpg

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

คุณกำลังถูกสวมเขา! ภัยร้ายใหม่จากคนเสพติดมือถือ

เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตของเราไม่ว่าจะเป็นวิธีการอ่านการทำงานการสื่อสารการจับจ่าย หรือ วิถีชีวิตอื่น ๆ ประจำวันของมนุษย์เรา

สิ่งที่เรายังไม่เข้าใจคือวิธีที่มืถือข้างหน้าเรากำลังทำโครงกระดูกของเราใหม่ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เราแสดงออกมา 

การวิจัยใหม่ในชีวกลศาสตร์แสดงให้เห็นว่าคนหนุ่มสาวสร้างสิ่งที่เหมือนเขาที่ด้านหลังของกะโหลกศีรษะ – กระดูกเดือยเกิดจากการเอียงไปข้างหน้าของศีรษะซึ่งเปลี่ยนน้ำหนักจากกระดูกสันหลังไปยังกล้ามเนื้อที่ด้านหลังของศีรษะ เอ็นที่เชื่อมต่อ  การถ่ายโอนน้ำหนักที่ทำให้เกิดการสะสมนั้นสามารถนำมาเปรียบเทียบกับวิธีที่ผิวหนังหนาขึ้นเป็นแคลลัสเพื่อตอบสนองต่อแรงกดหรือการเสียดสี

ผลที่ได้คือคุณสมบัติตะขอหรือ hornlike ยื่นออกมาจากกะโหลกศีรษะเหนือคอ

ในเอกสารวิชาการนักวิจัยคู่หนึ่งที่มหาวิทยาลัยชายฝั่งซันไชน์ในรัฐควีนส์แลนด์ออสเตรเลียระบุว่าการเกิดขึ้นจำนวนมากของการเจริญเติบโตของกระดูกในวัยเด็กชี้ให้เห็นว่าท่าทางการขยับของร่างกาย ที่สาเหตุเกิดจากการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย พวกเขากล่าวว่าสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพาอื่น ๆ กำลังเปลี่ยนแปลงรูปร่างของมนุษย์ทำให้ผู้ใช้ต้องก้มศีรษะไปข้างหน้าเพื่อให้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นบนหน้าจอขนาดเล็ก

นักวิจัยกล่าวว่าการค้นพบของพวกเขาเป็นเอกสารแรกของการปรับตัวทางสรีรวิทยาหรือโครงกระดูกเพื่อตอบสนองต่อการรุกของเทคโนโลยีขั้นสูงที่กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่นั้นมาการก่อตัวที่ผิดปกติได้ดึงดูดความสนใจของสื่อออสเตรเลียและได้รับการขนานนามว่า “หัวเขา” หรือ “กระดูกโทรศัพท์” 

แต่ละคำอธิบายที่เหมาะสมเดวิด Shahar ผู้เขียนคนแรกของผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกที่เพิ่งจบปริญญาเอกสาขาชีวกลศาสตร์ที่ชายฝั่งซันไชน์กล่าว

“ นั่นขึ้นอยู่กับจินตนาการของทุกคน” เขาบอกกับเดอะวอชิงตันโพสต์ “ คุณอาจบอกว่ามันดูเหมือนจะงอยปากนก”

พฤติกรรมการเสพมือถือ กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสรีระ
พฤติกรรมการเสพมือถือ กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสรีระ

อย่างไรก็ตามมันถูกกำหนดไว้ Shahar กล่าวว่าการก่อตัวเป็นสัญญาณของความผิดปกติอย่างร้ายแรงในท่าทางที่สามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวและปวดเรื้อรังที่หลังส่วนบนและคอ

ส่วนหนึ่งของสิ่งที่โดดเด่นเกี่ยวกับการค้นพบของพวกเขาคือขนาดของกระดูกเดือยซึ่งเชื่อว่ามีขนาดใหญ่ถ้าวัดความยาว 3 หรือ 5 มิลลิเมตร 

ซึ่งตรงกันข้ามกับความเข้าใจทั่วไปของโครงสร้างที่คล้ายเดือยดังกล่าวนี้ ซึ่งได้รับการคิดว่าจะเกิดขึ้นยากและส่วนใหญ่จะพบในหมู่ผู้สูงอายุที่ทุกข์ทรมานจากความเครียดเป็นเวลานาน Shahar สังเกตเห็นว่าลักษณะดังกล่าวนั้นจะปรากฏเด่นชัดในฟิล์ม X-Ray ของอาสาสมัครอายุน้อยรวมถึงผู้ที่ไม่แสดงอาการที่ชัดเจน

รายงานฉบับแรกของทั้งคู่ที่ตีพิมพ์ในวารสารกายวิภาคศาสตร์ในปี 2016 ได้รับตัวอย่างฟิล์ม X-Ray จำนวน 218 ตัวอย่าง ในช่วงอายุ 18 ถึง 30 เพื่อชี้ให้เห็นว่าการเจริญเติบโตของกระดูกสามารถสังเกตได้ในร้อยละ 41 ของผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว ซึ่งคุณลักษณะนี้จะพบในหมู่ผู้ชายมากกว่าในหมู่ผู้หญิง

บทความอื่นที่ตีพิมพ์ในชีวกลศาสตร์คลินิกในฤดูใบไม้ผลิปี 2018 ใช้กรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับวัยรุ่นสี่คนยืนยันว่าเขาไม่ได้เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมหรือการอักเสบชี้ไปที่ภาระเชิงกลของกล้ามเนื้อในกะโหลกศีรษะและคอ

“ การก่อตัวเหล่านี้ใช้เวลานานในการพัฒนาซึ่งหมายความว่าบุคคลเหล่านั้นที่ทุกข์ทรมานจากพวกเขาอาจได้รับการสร้างเดือยดังกล่าวตั้งแต่วัยเด็ก” Shahar อธิบาย

“ สิ่งที่เราต้องการคือกลไกการรับมือที่สะท้อนถึงความสำคัญของเทคโนโลยีที่กำลังมีบทบาทในชีวิตของเรา” เขากล่าว

References : 
https://www.washingtonpost.com/nation/2019/06/20/horns-are-growing-young-peoples-skulls-phone-use-is-blame-research-suggests/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol


รีโมทไม่ต้อง กับเทคโนโลยีใหม่ในการเปลี่ยนช่องด้วยตาคุณ

ในวันจันทร์ที่ผ่านมา Comcast ได้เปิดตัว Xfinity X1 eye control ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จับคู่กับระบบติดตามสายตาที่มีอยู่เพื่อให้ลูกค้าใช้ดวงตาของพวกเขาราวกับว่ามันเป็นรีโมทคอนโทรล ด้วยเพียงแค่การมองผ่านก็ทำให้สามารถเปลี่ยนช่องทีวีได้ หรือสามารถที่จะบันทึกหรือค้นหาโปรแกรมที่ชื่นชอบของคุณโดยไม่ต้องพึ่งรีโมท

ซึ่งความหวังเริ่มแรกของเทคโนโลยีนี้คือระบบที่จะทำให้ผู้พิการทางร่างกายสามารถเพลิดเพลินกับโทรทัศน์ได้ง่ายขึ้น  แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการที่ใหญ่กว่าของ Comcast

คุณลักษณะใหม่นี้ส่งสัญญาณความพยายามอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกโดย บริษัท บันเทิงสหรัฐเพื่อให้ลูกค้าควบคุมสิ่งต่าง ๆ ด้วยสายตา  และเนื่องจากความจริงที่ว่า Comcast เป็นผู้ให้บริการเคเบิลทีวีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศที่มีเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนจำนวนมากในพฤติกรรมการดูโทรทัศน์.

แต่ Tom Wlodkowski  Vice President of Accessibility ของ Comcast มองว่าโทรทัศน์เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

เขากล่าวว่า Comcast วางแผนที่จะรวมเทคโนโลยีการติดตามดวงตาเข้ากับบริการ Smart Home เพื่อให้ลูกค้าสามารถควบคุมหลอดไฟ หรือประตูบ้านได้ด้วยสายตาของพวกเขา

วิสัยทัศน์ในอนาคต

หากการเปิดตัวเป็นไปตามแผนที่วางไว้และเทคโนโลยีนั้นใช้งานง่ายมันไม่ยากเลยที่จะจินตนาการว่าผู้คนที่ไม่มีความพิการทางร่างกายก็จะได้ใช้งานมันไปด้วย

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ คุณลักษณะใหม่ของ Comcast นี้สามารถส่งสัญญาณไปถึงเส้นทางสู่อนาคตที่เราทุกคนวางรีโมทลงเพื่อไปควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยสายตาของเรานั่นเอง

References : 
https://futurism.com/the-byte/comcast-eye-tracking-feature

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

GLITCH: World’s first AI fashion brand!

บริษัท แฟชั่นอย่าง Glitch กำลังขายชุดที่ออกแบบโดยคอมพิวเตอร์อัลกอริทึม โดย “ ชุดเดรสสีดำเล็ก ๆ ” ถือเป็นไอเท็มสำคัญที่ควรอยู่ในตู้เสื้อผ้าของผู้หญิงทุกคน”  นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Pinar Yanardag กล่าวกับสื่อชื่อดัง Vice.com  “ ในไม่ช้าก็เร็ว AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับทุกคนในการคำนวณดังนั้นเราจึงคิดว่า ‘ชุดเดรสสีดำนั้นถือ ‘ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี”

ความผิดพลาดเกิดขึ้นจากวิธีการสร้างโดย ทีมนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่ MIT และพวกเขาทำงานร่วมกันเพื่อสร้างอัลกอริทึมแปลก ๆ อย่าง สูตรพิซซ่า น้ำหอม และแฟชั่น 

เช่นเดียวกับ  Glitch พวกเขาใช้ประเภท AI ที่เรียกว่า Generative Adversarial Network ซึ่งเกี่ยวข้องกับNeural Network สองอันที่ติดกันเพื่อสร้างตัวอย่างที่เหมือนจริงของสิ่งต่าง ๆ ซึ่งในกรณีนี้คือชุดแฟชั่นเดรส ซึ่งเป็นการใช้ AI ที่สร้างสิ่งที่นอกเหนือจากการออกแบบที่มนุษย์สร้างขึ้นมา

สำหรับตอนนี้ Glitch เป็นเพียงการขายชุดสีดำที่ได้รับการออกแบบโดยอัลกอริทึมเพียงเท่านั้น ซึ่งในอนาคตก็จะมีการออกแบบที่มีสีสันมากขึ้น โดยครึ่งหนึ่งของยอดขายชุดเดรสสีดำจะถูกบริจาคให้ AnitaB.org องค์กรที่สนับสนุนผู้หญิงในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

“ เราเชื่อว่าเราสามารถเพิ่มการเป็นตัวแทนและการมีส่วนร่วมของผู้หญิงใน AI โดยการพัฒนาโครงการที่มุ่งเป้าไปที่ผู้หญิง” Yanardag เขียนในอีเมลถึง Futurism” และจนถึงตอนนี้เราก็ได้สร้างน้ำหอม เครื่องประดับ รองเท้าและการออกแบบแฟชั่นโดยใช้ AIได้สำเร็จ!

References : 
https://futurism.com/the-byte/startup-bizarre-dresses-designed-ai

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol