Geek Story EP12 : Go-Jek จากรถมอเตอร์ไซต์ 20 คัน สู่ Unicorn Startup ระดับโลก

ในวันนี้ชาวอินโดนีเซียโดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงจาการ์ตาและเมืองปริมณฑลได้ยอมรับ Go-Jek เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของพวกเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งเพียงแค่ภายในหนึ่งปีแรก แอปพลิเคชั่น Go-Jek มียอดดาวน์โหลดเกือบ 10 ล้านครั้ง มีพนักงานขับรถของ ojek มากกว่า 200,000 คน และขยายกิจการไปทั่วภูมิภาคอาเซียนอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน Go-Jek ได้กลายเป็น Super App ที่ให้บริการต่าง ๆ มากมาย ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการสินเชื่อและการชำระเงินระดับโลกอย่าง VISA ซึ่งได้เข้าร่วมในการระดมทุนรอบ Series F ที่ต่อเนื่องของ Go-Jek ด้วยจำนวนเงินที่ไม่เปิดเผย 

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/31UwnWl

ฟังผ่าน Apple Podcast : https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast :  http://bit.ly/2HoIYba

ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/37omUI1

ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/kmp8k17-qII

References : https://indiekraf.com/jadi-decacorn-pertama-dari-indonesia-begini-jalan-panjang-yang-dilalui-gojek/ https://www.goodnewsfromindonesia.id/2018/01/11/4-unicorn-startup-indonesia

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Wix.com กับแนวคิดการสร้างเว๊บให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

Wix.com Ltd พัฒนาโดย บริษัท Wix ซึ่งตั้งอยู่ในอิสราเอล โดยพื้นฐานแล้ว Wix เป็นแพลตฟอร์มการพัฒนาและปรับปรุงเว๊บไซต์ที่อยู่บนระบบคลาวด์ แน่นอนว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างเว็บไซต์บนมือถือหรือเว็บไซต์ HTML5 โดยใช้เครื่องมือง่าย ๆ เพียงแค่ลากและวาง ก็สามารถเป็นเจ้าของเว๊บไซต์ได้อย่างง่ายดาย 

โดยผู้ใช้สามารถเพิ่มปลั๊กอินต่างๆ ที่มีอยู่ในแพลตฟอร์ม ที่อำนวยความสะดวกในการสร้างเว๊บไซต์อีคอมเมิร์ซ ทำตลาดออนไลน์ สร้างแบบฟอร์มการติดต่อ การตลาดผ่านอีเมล หรือแม้กระทั่งการสร้างฟอรั่มสำหรับเว็บไซต์ของพวกเขาได้แบบง่าย ๆ  

โดยบริษัท มีโมเดลในการหารายได้ในรูปแบบ freemium โดยมีรายได้สำคัญมาจากการสมัครสมาชิกระดับพรีเมียมที่ดำเนินการโดยบุคคลทั่ว ๆ ไปที่ต้องการสร้างเว๊บไซต์นั่นเอง

บริษัท เติบโตอย่างมากนับตั้งแต่ก่อตั้งและขณะนี้มีสำนักงานอยู่ทั่วโลกรวมถึงสำนักงานในแคนาดา เยอรมนี อินเดีย ลิทัวเนีย สหรัฐอเมริกาและแม้แต่กระทั่งในยูเครน

เรื่องราวของ Wix นั้นมันเริ่มมาจากชายหนุ่มชาวอิสราเองที่มีนามว่า Avishai Abrahami ผู้ที่เคยทำหน้าที่ในกองกำลังป้องกันอิสราเอลในหน่วยข่าวกรองคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ปี 1990 ถึง 1992 ก่อนที่เขาจะออกจากกองทัพในปี 1993

Abrahami ได้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซอฟต์แวร์ชื่อ ALT Ltd และทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีจนกระทั่งขายบริษัทออกไปในปี 1997 ต่อมาในปี 1998 เขาได้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาซอฟต์แวร์การจัดการศูนย์ข้อมูล ที่มีชื่อว่า Sphera Corporation และดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีเป็นเวลาสองปี จากนั้นเขาย้ายไปดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายการตลาดอีกสามปี 

Avishai Abrahami, Nadav Abrahami (น้องชายของ Avishai) และ Giora Kaplan ได้ก่อตั้ง Wix ในปี 2006 พวกเขาได้เปิดสำนักงานแห่งแรกในเทลอาวีฟโดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ผู้ร่วมลงทุนทุนเช่น Insight Venture Partners, Mangest Capital Partners, Bessemer Venture Partners . ผลิตภัณฑ์แรกของพวกเขาเปิดตัวในปี 2007 ซึ่งในต้นแบบแรกของ Wix นั้นใช้งานผ่านเทคโนโลยี Adobe Flash ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีเว๊บแบบดังกล่าว แทบจะสูญหายไปจากตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Avishai Abrahami  ผู้ก่อตั้ง Wix
Avishai Abrahami ผู้ก่อตั้ง Wix

เนื่องจากการมีฟังก์ชั่นที่มากมาย และใช้งานง่าย และมีตัวเลือกสำหรับการสร้างเว๊บไซต์จำนวนมากทำให้ผลิตภัณฑ์เติบโตอย่างรวดเร็ว และในปี 2010 บริษัท มีผู้ใช้งานสูงถึง 3.5 ล้านคน 

หลังจากการเติบโตอย่างรวดเร็วก็ได้รับการเพิ่มทุนอีกครั้งจากทั้ง Benchmark Capital , Bessemer Venture และ Mangrove Capital ซึ่งได้อัดฉีดเงินทุนสำหรับ Series C จำนวนถึง 10 ล้านดอลลาร์ 

ซึ่งเงินลงทุนดังกล่าวได้ถูกนำไปพัฒนาเพิ่มเติมในส่วนของซอฟต์แวร์และ ในปี 2011 Wix มีปริมาณเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวโดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 8.5 ล้านคน ซึ่งได้นำไปสู่การระดมทุนอีกรอบซึ่งสามารถระดมทุนได้ 40 ล้านดอลลาร์ ทำให้สามารถระดมทุนได้ทั้งหมดสูงถึง 61 ล้านดอลลาร์

ภายในเดือนมิถุนายน 2011 Wix ได้เปิดตัวโมดูลเชื่อมต่อกับ Facebook และด้วยเหตุนี้จึงทำให้พวกเขาเข้าสู่โลกโซเชียลมีเดียอย่างเต็มตัว หลังจากนั้นในปี 2012 ได้เพิ่มเครื่องมือสร้างเว็บไซต์แบบ HTML5 ขึ้นมาใหม่  

Wix ยังเปิดตัวตลาดแอพของตัวเอง เพื่อขายแอพพลิเคชั่นภายใน Ecosystem ของพวกเขาในปี 2012 และเปิดตัวชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถสร้างเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดายขึ้นมา 

ซึ่งการทุ่มเทเงินลงทุนไปกับการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ ทั้งหมดเหล่านี้ ช่วยผลักดันการเติบโตของ บริษัท และในปี 2013 มีผู้ใช้งานและลงทะเบียนเข้าสู่แพลตฟอร์มมากกว่า 34 ล้านคน ซึ่งจากการเติบโตในระดับนี้ในที่สุดพวกเขาก็ได้เปิด IPO ในตลาด NASDAQ ของอเมริกา และสามารถระดมทุนได้อีกมากกว่า 127 ล้านดอลลาร์ 

เหล่าผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร ในวันที่พาบริษัทเข้า IPO ได้สำเร็จ
เหล่าผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร ในวันที่พาบริษัทเข้า IPO ได้สำเร็จ

ในปี 2014 Wix ได้เริ่มเข้าซื้อกิจการใหม่ ๆ เพื่อมาเสริมสร้างความแข็งแกร่งโดยเข้าซื้อกิจการบริษัท Startup อย่าง Appixia  ในอิสราเอลที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นด้าน Mobile Commerce หลังจากนั้นก็เข้าซื้อกิจการร้านอาหารออนไลน์ OpenRest

การควบรวมกิจการนี้ปูทางให้พวกเขาเข้าสู่ธุรกิจการจองโรงแรม โดย Wix ได้เปิดตัว ระบบการจองห้องพักสำหรับโรงแรม ในเดือนสิงหาคมปี 2014 และได้เพิ่มบริการด้านร้านอาหารอย่าง Wix Restaurant ในปี 2016

Wix ได้เข้าซื้อ Moment.me ในปี 2015 ซึ่งเป็นผู้สร้างเว็บไซต์ที่เน้นตลาดของโซเชียลมีเดีย บริษัท ได้ขยายธุรกิจให้กว้างขึ้น โดยทำการปล่อย Wix Music ในปี 2015 เพื่อช่วยนักดนตรีอิสระในการขายผลงานของพวกเขา หลังจากนั้นได้เข้าซื้อกิจการ DeviantArt ในปี 2016 ด้วยมูลค่ากว่า 36 ล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทเริ่มมีการกระจายการลงทุนหลายไปยังหลาย ๆ ธุรกิจ

Wix มีชื่อเสียงในด้านกลยุทธ์ทางการตลาดด้วยการสร้างโฆษณา SuperBowl ที่โด่งดังหลายครั้ง โดยมีการร่วมมือกับ DreamWorks Animation ซึ่งพวกเขาได้สร้างชุดโฆษณาที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก และมีผู้ชมกว่า 300 ล้านคน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมด

Wix กับผลงานใน Super bowl Ads ในปี 2017
Wix กับผลงานใน Super bowl Ads ในปี 2017

Wix มีมูลค่ามากกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์และเป็น บริษัท อิสราเอลแห่งแรกที่มีมูลค่าสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์  ต้องบอกว่า Wix.com นั้นถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีผู้ใช้งานหลายล้านคนทั่วโลก

ผู้ก่อตั้งอย่าง Abrahami ต้องบอกว่าเขาเป็นชายชาติทหารที่แท้จริง แม้จะเจอมรสุมหลายครั้ง เกิดเขาก็สามารถเอาตัวรอดได้จากทักษะ ความสามารถ ประสบการณ์และความทุ่มเทของเขาที่ได้ทุ่มเทให้กับ Wix  และสุดท้ายมันตอบแทนเขาด้วยจำนวนผู้ใช้ 42 ล้านคนในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ที่ต่างหลงรัก Wix.com อย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบันนั่นเองครับ

References : https://www.tubefilter.com/2018/02/02/rhett-and-link-wix-super-bowl-ad/ https://support.wix.com/en/article/the-history-of-wix https://www.cnbc.com/2017/10/16/wix-coms-100-million-marketing-budget-and-its-in-house-ad-team.html https://en.wikipedia.org/wiki/Wix.com

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Wang Xing กับการดรอปเรียนมาสร้างอาณาจักรส่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Meituan Dianping

หวางซิง ผู้ร่วมก่อตั้งของ Meituan Dianping ให้เครดิตกับความสำเร็จของ Facebook ในสหรัฐฯมากกว่าทศวรรษที่ผ่านมา เพราะถือเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญให้เขาเลิกเรียนระดับบัณฑิตศึกษาและหันมาสร้างธุรกิจในประเทศจีน

ซึ่งตอนนี้ได้ทำให้บริษัทของเขาอย่าง Meituan Dianping กลายมาเป็นผู้นำในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับงานด้านบริการในจีนอยู่ในขณะนี้

Meituan ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 4.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในการเสนอขายหุ้นสาธารณะครั้งแรก (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของหวางเพิ่มขึ้นเป็น 5.3 พันล้านดอลลาร์ จากสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 11 ใน บริษัท

พ่อของหวางเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานปูนซีเมนต์ในเมือง Longyan ในจังหวัดฝูเจี้ยนทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน แต่ต้นทุนที่พ่อเขาได้ให้มานั้นไม่ได้ทำให้หวางที่อายุยังน้อยนั้นประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดายแต่อย่างใด

“ทางเลือกของหวางในการเริ่มต้นสร้างบริษัทเป็นเพราะเขาต้องการทำด้วยตัวเขาเองไม่ใช่เพื่อเงิน” พ่อของเขากล่าว “ เขาจริงจังและทุ่มเท และหวังว่าเขาจะทำสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม”

การเรียนปริญญาเอกด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยเดลาแวร์ต้องสิ้นสุดลงกลางคัน เมื่อเขาตัดสินใจกลับมาที่ปักกิ่งในปี 2004 โดยหวางได้เช่าแฟลตใกล้กับโรงเรียนเก่าที่มหาวิทยาลัยซิงหัว ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้รับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2001

หวาง ผู้เลือกดรอปเรียนจากปริญญาเอกกลับมาสร้างธุรกิจใหม่ในจีน
หวาง ผู้เลือกดรอปเรียนจากปริญญาเอกกลับมาสร้างธุรกิจใหม่ในจีน

โครงการเครือข่ายโซเชียลเริ่มแรกของเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่เขาหวังไว้ ซึ่งรวมถึง Duoduoyou ซึ่งหมายถึง“ เพื่อนมากมาย” และ Youzitu ที่หวางกำหนดเป้าหมายไปที่นักเรียนชาวจีนโพ้นทะเลเป็นหลัก แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

แต่ความพยายามครั้งที่สามดูเหมือนจะเริ่มเป็นผลสำหรับหวาง เมื่อเครือข่ายโซเชียล ที่มีชื่อว่า Xiaonei ซึ่งแปลว่า “ภายในมหาวิทยาลัย” เปิดตัวในปี 2005 มีผู้ใช้หลายหมื่นคนเข้ามาสมัครใช้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งคล้าย ๆ กับการเกิดขึ้นของ facebook ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในสหรัฐอเมริกา

แต่ในฐานะทีเป็นผู้ประกอบการที่ไม่มีประสบการณ์หวางประสบปัญหาด้านเงินทุน นั่นทำให้เขาขาย Xiaonei ให้กับ Chen Yizhou ประธาน บริษัท อินเทอร์เน็ต China InterActive Corp ในราคา 2 ล้านเหรียญสหรัฐในปีต่อมา

Xiaonei ถูกเปลี่ยนชื่อโดยเจ้าของเป็น Renren ซึ่งแปลว่า “ทุกคน” ในภาษาจีน Renren ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็น Facebook ของจีนได้ระดมทุน 740 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อ บริษัท จดทะเบียนในตลาด Nasdaq ในปี 2011

Xiaonei ก่อนแปลงร่างกลายเป็น Renren ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Facebook
Xiaonei ก่อนแปลงร่างกลายเป็น Renren ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Facebook

หวางได้ผลักดันโครงการเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของ microblog อย่าง Twitter ในปี 2006 ซึ่งในปีต่อมา หวาง ได้เปิดตัวเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีลักษณะคล้าย Twitter ของเขาที่มีชื่อว่า Fanfou

ภายในสองปี Fanfou มีผู้ใช้หลายล้านคน อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้สั่งให้ปิด Fanfou ในปี 2009 เนื่องจากมีการโพสต์ข้อความบนไมโครบล็อกที่กล่าวถึงการจลาจลอย่างรุนแรงในหลายวันที่ Ürümqi เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

หลายเดือนหลังจากการปิดตัวของ Fanfou บริษัท สื่อออนไลน์ของจีน Sina Corp ได้เปิดตัวบริการที่คล้ายกับ Twitter อีกชื่อหนึ่งคือ Sina Weibo โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างอาลีบาบากรุ๊ปโฮลดิ้งถือหุ้นกว่า 32% ของบริการดังกล่าว ซึ่งได้มีการจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ในปี 2014

Fanfou เปิดขึ้นในภายหลังอีกครั้ง แต่ได้ถูกระงับในการลงทะเบียนสร้างผู้ใช้รายใหม่ ซึ่งหวางเองก็ยังคงเป็นบล็อคเกอร์บน Fanfou โดยเขียนบทความมากกว่า 13,000 โพสต์ มันเป็นแพลตฟอร์มที่สะท้อนถึงปรัชญาของหวางได้อย่างดี

หวางยังคงพัฒนาโครงการต่อไปแม้จะพ่ายแพ้มามากแค่ไหนก็ตาม เขาสร้างแพลตฟอร์มในการซื้อสินค้าแบบกลุ่ม Meituan ในปี 2010 ท่ามกลางความสำเร็จของ Groupon ในสหรัฐอเมริกา 

โดยได้รับการสนับสนุนจาก Tencent Holdings ยักษ์ใหญ่ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งในที่สุดมันได้ขยายกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดของจีน สำหรับบริการแบบออนดีมานด์รวมถึงการส่งอาหารหลังจากการควบรวมกิจการกับ Dianping ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นเว็บไซต์รีวิวร้านอาหารเลียนแบบ Yelp ของอเมริกา

การรวมกิจการกับ Dianping ทำให้กลายเป็นเบอร์หนึ่งด้าน On-Demand Delivery
การรวมกิจการกับ Dianping ทำให้กลายเป็นเบอร์หนึ่งด้าน On-Demand Delivery

บริษัทที่มีฐานที่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของสิ่งที่ในอุตสาหกรรมเรียกว่า Online to Offline หรือ O2O ซึ่งแน่นอนว่าตลาดในประเทศจีนที่มีขนาดใหญ่มหาศาล การมีการเชื่อมต่อผู้บริโภคกับร้านค้าผ่านแอพ ทำให้คนจีนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกขึ้น และที่สำคัญบริการของหวางได้ช่วย และช่วยส่งคำสั่งซื้อไปยังร้านค้าเพิ่มมากขึ้น รวมถึงสร้างอาชีพรวมถึงรายได้ทางใหม่ ๆ ให้กับเหล่าพนักงานส่งสินค้า 

Meituan ได้เปิดดำเนินงานใน 2,800 เมืองในประเทศจีนและแข่งขันกับ Ele.me ของอาลีบาบาเป็นหลักในบริการการจัดส่งตามความต้องการ (on-demand-delivery) รวมถึงยังมีบริการที่แข่งขันโดยตรงกับ Ctrip.com ในเรื่องของบริการในการจองโรงแรมที่เน้นตลาดในประเทศจีนโดยเฉพาะ

หวางเรียกเหล่าพนักงานของ Meituan ว่า“ พี่ใหญ่ซิง” ซึ่งผู้คนเหล่านี้ เป็นกลุ่มบุคคลที่สำคัญ ที่ได้ร่วมกันสร้าง บริษัทที่ให้บริการจัดส่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Meituan Dianping

โดยการนำของเขากับภรรยา Guo Wanhuai รวมถึงเพื่อนร่วมห้องที่มหาลัยซิงหัว อย่าง Wagn Huiwen ที่ทั้งสองเป็นขุนพลเคียงข้างเขาตั้งแต่การพัฒนาโปรเจคแรก ๆ อย่าง Xiaonei จนสามารถพลิกชีวิตให้พวกเขากลายเป็นมหาเศรษฐีได้จากบริการอย่าง Meituan Dianping อย่างที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้นั่นเองครับ

References : https://www.scmp.com/tech/apps-social/article/2165085/story-tsinghua-graduate-behind-chinas-meal-delivery-empire https://www.dragonsocial.net/blog/meituan-dianping-2/ https://www.asiaone.com/business/inside-story-how-meituan-dianping-built-chinas-largest-ecommerce-platform-services

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

จากความน่าเบื่อในการจองตั๋วเครื่องบิน สู่ Booking Platform อย่าง Traveloka

ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักท่องเที่ยว นักธุรกิจหรือ ครอบครัว การเดินทางเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของทุกคน ดังนั้นจึงค่อนข้างยุ่งยากเมื่อเรามีปัญหาในการจองเที่ยวบินหรือเลือกห้องพักในโรงแรมที่ดี 

ในปัจจุบัน บริษัท ต่างๆได้มีแอพและเว็บไซต์ที่ช่วยในการจองสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เหล่านี้มากมาย ซึ่ง บริษัทหนึ่งที่เกิดขึ้นจากความคิดดังกล่าวนี้ ก็ คือ Traveloka ซึ่งได้เริ่มต้นในปี 2012 แต่มีน้อยคนนักที่รู้ว่า Traveloka กำลังจะปฏิวัติวงการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Traveloka เป็นแพลตฟอร์มการจองทางเว็บและแอพที่ช่วยให้ผู้คนสามารถจองตั๋วเครื่องบินหรือโรงแรมได้อย่างง่ายดาย Traveloka มีสำนักงานใหญ่ในกรุงจาการ์ตา ซึ่งได้กลายเป็นบริการที่นิยมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

และมีการขยายไปยังในหลาย ๆ ประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย ฟิลิปปินส์และเวียดนาม จุดประสงค์หลักของแพลตฟอร์มนี้คือการมอบข้อเสนอเที่ยวบินที่ดีที่สุดและจองโรงแรมราคาประหยัด ให้กับลูกค้าของพวกเขาทั้งหมด 

โดยผู้ใช้สามารถใช้งานผ่านตัวกรองและเรียงลำดับตัวเลือก เพื่อจัดการทุกอย่างในการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด Traveloka ปรับปรุงแอพและเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้บริการที่สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

Traveloka ก่อตั้งโดย Derianto Kusuma, Ferry Unardi (ดรอปเรียนจาก Harvard) และ Albert Zhang ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากการที่ Derianto Kusuma ต้องเจอกับความยุ่งยากในการจองตั๋วกลับบ้านของเขาในอินโดนีเซีย 

3 ผู้ก่อตั้งกับ pain point คือ ความยากในการจองตั๋วกลับบ้าน
3 ผู้ก่อตั้งกับ pain point คือ ความยากในการจองตั๋วกลับบ้าน

ดังนั้นเมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเหล่านี้กลับไปที่บ้านเกิดของพวกเขา จึงได้คิดที่จะสร้างเว็บไซต์ที่จะทำให้การเดินทางง่ายขึ้นสำหรับทุกคน พวกเขาต้องการมุ่งเน้นไปที่ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลักซึ่งมีเว็บไซต์ท่องเที่ยวที่ไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการเฉพาะของนักเดินทางซึ่งกำลังมีตัวเลขที่เติบโตขึ้นอย่างมหาศาล

แรกเริ่มนั้นบริษัทเป็นเว็บไซต์ที่ให้การเปรียบเทียบราคาให้กับลูกค้าเพียงอย่างเดียว ซึ่งทำงานร่วมกับ OTA (Online Travel Agents) และผู้ให้บริการการท่องเที่ยวอื่น ๆ ทำให้มาร์จิ้นอยู่ในระดับต่ำมาก

เพราะในฐานะเว๊บไซต์เปรียบเทียบราคาจะได้รับค่าคอมมิชชั่นจากค่าคอมมิชชั่นที่ OTA ได้รับต่ออีกทอดหนึ่งซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก  แต่ในปี 2013 พวกเขาเริ่มสร้างบริการจองตั๋วบนเว็บไซต์ของพวกเขาเอง และหลังจากนั้นในปี 2014 คือ การรวมการจองโรงแรมในเว็บไซต์ของพวกเขา 

จากนั้นเส้นทางของพวกเขาก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พวกเขาให้บริการในสิ่งที่ผู้โดยสาร นักเดินทาง นักท่องเที่ยว ต่างต้องการ ที่ยังไม่มีบริการใดสามารถตอบโจทย์พวกเขาได้เหมือน Traveloka ในขณะนั้น

บริษัท ที่เริ่มต้นด้วยพนักงานเพียง 8 คน ณ ตอนนี้พวกเขามีพนักงานมากกว่า 2,000 คนที่ทำงานกับพวกเขาในระดับภูมิภาค การระดมทุนครั้งแรก ได้รับเงินมาจาก East Venture ในปี 2012

หลังจากนั้นพวกเขาได้เปิดตัวแอพบนมือถือสำหรับแพลตฟอร์ม iOS และ Android ในปี 2014 เช่นกัน ในปี 2015 พวกเขาได้เพิ่มข้อมูลโรงแรม ที่พัก รวมถึงสายการบินจากต่างประเทศจำนวนมากเข้าไปไว้ในเว็บไซต์ และพวกเขาไม่ได้เป็นไซต์ที่ให้บริการเฉพาะในอินโดนีเซียอีกต่อไป 

ในปี 2017 พวกเขาเริ่มเปิดบริการจองรถไฟภายในอินโดนีเซียและเที่ยวบินรวมถึงแพ็คเกจโรงแรมในภูมิภาคเดียวกันด้วย ซึ่งในปีเดียวกันนี้เอง ที่มีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นมือถือสูงถึง 20 ล้านครั้ง ความนิยมและความสำเร็จของพวกเขาทำให้พวกเขาเป็นผู้สนับสนุนรายการ Got Talent 2 ของเอเชียในปี 2017 พวกเขายังเป็นผู้สนับสนุนระดับ Gold สำหรับ มหกรรมกีฬาของชาวอาเซียนอย่าง SEA Games ครั้งที่ 29 ที่จัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ 

สิ่งสำคัญเกี่ยวกับเว็บไซต์การจองออนไลน์ใด ๆ คือคุณสมบัติที่มีให้กับลูกค้าของพวกเขา คุณสมบัติของ Traveloka ได้รับการพัฒนามาหลายปีเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของนักเดินทางที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงทำให้เหล่านักเดินทางหลงรักบริการของ Traveloka 

ด้วยบริการที่ใช้ง่าย และตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางจริง ๆ ทำให้ Traveloka เติบโตอย่างรวดเร็ว
ด้วยบริการที่ใช้ง่าย และตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางจริง ๆ ทำให้ Traveloka เติบโตอย่างรวดเร็ว

บริการบางส่วนที่นำเสนอโดย Traveloka คือ การจองเที่ยวบิน การจองโรงแรม แพ็คเกจการบินและโรงแรม การจองรถไฟ การเติมเงิน และแพคเกจการจองตั๋วสถานที่ท่องเที่ยว และกิจกรรมต่างๆ นอกจากนี้บริการล่าสุดของพวกเขาคือการจ่ายบิล ช่วยให้ผู้คนชำระค่าไฟฟ้าของ PLN, PDAM, BPJS Kesehatan และ Telkom ในประเทศอินโดนีเซียได้

ผู้ใช้สามารถจองเที่ยวบินไปยังจุดหมายปลายทางที่แตกต่างกันและพวกเขามีตัวเลือกการจองที่รวดเร็วเช่นกัน ผู้คนสามารถดูหลายตัวเลือกก่อนที่จะได้รับตั๋วเครื่องบินราคาถูกที่สุด

เว็บไซต์ยังรับรองว่าพวกเขามีแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดและน่าเชื่อถือที่สุดในการมอบตั๋วให้กับลูกค้าทุก ๆ คน  Traveloka ได้ทำการตกลงกับสายการบินที่มีชื่อเสียงมากมายเพื่อมอบอัตราค่าโดยสารที่สามารถแข่งขันได้มากที่สุด 

พวกเขายังมีตัวเลือกการชำระเงินมากมายซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้อย่างปลอดภัยบนเว็บไซต์ การจองโรงแรมเป็นอีกหนึ่งบริการยอดนิยมที่จัดทำโดยพวกเขา ด้วยจำนวนโรงแรมที่เยอะมากของพวกเขา

ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถจองที่พักได้ทุกประเภททั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงในประเทศปลายทางการท่องเที่ยวชื่อดังต่าง ๆ เช่น อิตาลี และออสเตรเลีย และแน่นอนว่าการจองโรงแรมราคาไม่แพงและตั๋วเครื่องบินที่แสนถูก นั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการเริ่มต้นการเดินทางของเหล่านักเดินทาง นักท่องเที่ยวทุกคนที่ทำให้พวกเขาหลงรัก Traveloka นั่นเองครับ

References : https://www.techinasia.com/indonesia-traveloka-unicorn-market-analysis https://www.phocuswire.com/The-story-behind-Travelokas-pivot-from-metasearch-to-OTA http://www.newindianexpress.com/business/2018/mar/01/traveloka—an-innovative-booking-site-1780674.html https://en.wikipedia.org/wiki/Traveloka https://www.digitalnewsasia.com/startups/indonesia%E2%80%99s-traveloka-begins-south-east-asian-voyage https://dailysocial.id/post/traveloka-mungkin-telah-akuisisi-rivalnya-pegipegi-awal-tahun-ini

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Go-Jek กับเส้นทางจากรถมอเตอร์ไซค์ 20 คัน สู่ Unicorn Startup

ในประเทศไทยหลายคนอาจจะไม่มีใครรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ ‘Go-Jek’ เพราะในประเทศไทยนั้นถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ‘Get’ อย่างไรก็ตามในวันนี้ชาวอาเซียนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงได้ยอมรับ ‘Go-Jek’ (Get) เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของพวกเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เรื่องราวมันเริ่มต้นที่เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย ที่เมืองจาร์กาตาร์ ซึ่ง รถมอเตอร์ไซด์รับจ้างหรือที่รู้จักในชื่อ ‘ojek’ เป็นส่วนหนึ่งของระบบการขนส่งของอินโดนีเซียมาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม Nadiem Makarim ได้นำมันไปสู่อีกระดับ ด้วยการเริ่มธุรกิจของเขาที่ชื่อ Go-Jek ซึ่งกล่าวโดยย่อคือบริการบนแอพมือถือสำหรับการจอง ojek นั่นเอง

มีรายงานว่ามีความคิดเกิดขึ้นเพราะ Nadiem มักใช้ ojek เป็นประจำอยู่เสมอ โดยในขณะที่คุยกับผู้ขับขี่ เขาพบว่าผู้ขี่ ojek ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการรอลูกค้า ดังนั้นเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการช่วยให้ลูกค้าที่มีศักยภาพสามารถเชื่อมต่อกับผู้ขี่ ojek เหล่านี้ (โดยไม่ต้องเดินไปที่ ‘สถานี ojek ที่ใกล้ที่สุด) ทีมของเขาจึงได้สร้างแอปพลิเคชั่นบนมือถือขึ้นมาในชื่อว่า Go-Jek หรือ Get ในประเทศไทยนั่นเอง

โดยการดาวน์โหลดแอปลูกค้าสามารถใช้บริการ ojek ซึ่งจะเช็คจาก location ของลูกค้า และพาลูกค้าไปยังปลายทางของเขา  ซึ่งนั่นเป็นแนวคิดพื้นฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบริการขนส่งของ Go-Jek แต่ บริษัท ได้ขยายไปสู่บริการประเภทอื่น ๆ เช่น การส่งอาหารและ การสั่งซื้อตั๋วในบริการต่าง ๆ

Nadiem เริ่มต้น Go-Jek ด้วยพนักงาน 10 คนและพนักงานขับรถอีก 20 คน หนึ่งในความท้าทายแรกของเขาคือการรับสมัครพนักงานขับรถ เพราะในเวลานั้น Go-Jek เป็นชื่อที่ไม่มีใครรู้จัก 

มาปรับบริการขนส่งผ่านมอเตอร์ไซต์อย่าง ojek ให้ขึ้นมาบนออนไลน์
มาปรับบริการขนส่งผ่านมอเตอร์ไซต์อย่าง ojek ให้ขึ้นมาบนออนไลน์

ดังนั้น Nadiem จึงไปที่ ‘สถานี ojek’ ซึ่งคนขับ ojek มักจะรวมกันอยู่ และนั่งรอลูกค้าของพวกเขา ซึ่งที่นั่นเองเขาได้พูดคุยกับเหล่าพนักงานขับ ojek โดยเขามักซื้อกาแฟและบุหรี่เพื่อให้คนขับรถเปิดใจมากขึ้นกับเทคโนโลยีใหม่ที่เขากำลังนำเสนอ และในที่สุดเขาก็สามารถโน้มน้าวให้เหล่าพนักงานขับรถเหล่านี้เข้ามาร่วม Go-Jek ได้สำเร็จ

ความท้าทายอีกประการหนึ่งมาจากพนักงานขับ ojek ‘ดั้งเดิม’ ซึ่งแตกต่างจากพนักงานขับ Go-Jek ที่อยู่บนออนไลน์ เนื่องจากราคาที่ถูกกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื่องจากมีการส่งเสริมการขายและทำโปรโมชั่นที่มากขึ้นเพื่อดึงดูดให้คนหันมาใช้บริการ Go-Jek

ทำให้ Go-Jek ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเหล่าคนขับเก่า ๆ นั้นจะสูญเสียลูกค้าไป บางครั้งพวกเขากำลังก้าวร้าวต่อเหล่าพนักงานขับรถของ Go-Jek โดย มีรายงานว่ามีเหตุการณ์หลากหลายรูปแบบเกิดขึ้น ตั้งแต่การคุกคามจนถึงการโจมตีพนักงานขับรถของ Go-Jek เหล่านี้

ในขณะเดียวกันเมื่อ Go-Jek เป็นที่นิยมมากขึ้น ก็เริ่มมีคู่แข่งที่ต้องการเข้าร่วมในตลาดนี้ ซึ่งมี แอปพลิเคชั่น ojek ออนไลน์อื่น ๆ ได้เริ่มปรากฏขึ้น และหนึ่งในการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดก็ คือ GrabBike จากมาเลเซีย ซึ่งเป็นบริการแอพพลิเคชั่นที่นำเสนอโดยกลุ่ม GrabTaxi ที่มีรูปแบบธุรกิจที่คล้ายกัน ประสบการณ์ผู้ใช้ในแอปและการแข่งขันด้านราคาทำให้ทั้งสองบริการนั้นมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในหมู่ชาวอินโดนีเซีย

ความท้าทายอีกอย่างนึง นั้นมาจากกระทรวงคมนาคมที่ห้ามการใช้งาน ojek แบบออนไลน์ อย่างไรก็ตามลูกค้ารู้สึกว่าการเกิดขึ้นของ Go-Jek ทำให้พวกเขาได้รับประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้บริการขนส่งที่รวดเร็วต่อการจราจรติดขัดของเมือง

หัวหน้าหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค Tulus Abadi กล่าว่า “การเพิ่มขึ้นของมอเตอร์ไซค์ และ ojek เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถให้บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างเหมาะสม แม้ว่าเมื่อมี (บริการ ojek ออนไลน์) มันทำให้กลายเป็นปรากฏการณ์ ที่มากำจัดระบบขนส่งสาธารณะอย่างเป็นทางการนั่นเอง”

ซึ่งหลังจากได้รับความนิยมอย่างสูง จนกลายเป็นบริการยอดฮิตในประเทศอินโดนีเซีย Nadiem ก็ไม่รอช้าที่จะขยายบริการไปสู่ส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การขนส่งอาหาร และ บริการช้อปปิ้ง ตอนนี้พวกเขาได้เพิ่ม Go-Food, Go-Mart, Go-Glam, Go-Clean, Go-Massage, Go-Box, Go-Busway และ Go-Tix และอีกมากมายให้กับประชาชนชาวอินโดนีเซีย

ขยายบริการไปยังส่วนต่าง ๆ ครอบคลุมทุกบริการผ่าน app Go-Jek
ขยายบริการไปยังส่วนต่าง ๆ ครอบคลุมทุกบริการผ่าน app Go-Jek

ในวันนี้ชาวอินโดนีเซียโดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงจาการ์ตาและเมืองปริมณฑลได้ยอมรับ Go-Jek เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของพวกเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งเพียงแค่ภายในหนึ่งปีแรก แอปพลิเคชั่น Go-Jek มียอดดาวน์โหลดเกือบ 10 ล้านครั้ง มีพนักงานขับรถของ ojek มากกว่า 200,000 คน และขยายกิจการไปทั่วภูมิภาคอาเซียนอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน Go-Jek ได้กลายเป็น Super App ที่ให้บริการต่าง ๆ มากมาย ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการสินเชื่อและการชำระเงินระดับโลกอย่าง VISA ซึ่งได้เข้าร่วมในการระดมทุนรอบ Series F ที่ต่อเนื่องของ Go-Jek ด้วยจำนวนเงินที่ไม่เปิดเผย 

สำหรับนักลงทุนอื่น ๆ ที่ร่วมลงทุนกับ Go-Jek ได้แก่ Mitsubishi Motors Corporation, Mitsubishi Corporation และการลงทุนจาก Mitsubishi UFJ Lease & Finance รวมถึงธนาคารไทยพาณิชย์ในประเทศไทย

เมื่อต้นปี 2019 มีรายงานว่า Go-Jek ได้รับการประเมินมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านเหรียญ ส่วนผู้ก่อตั้งอย่าง Nadiem ได้ลาออกจากบริษัท เพื่อเข้ารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีของอินโดนีเซียของประธานาธิบดี Joko Widodo โดยเขาจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรม (Education and Cultural Affairs Minister)

References : https://www.todayonline.com/commentary/lessons-go-jek https://greenhouse.co/blog/go-jek-story-indonesias-unicorn-journey/ https://www.globalindonesianvoices.com/24550/the-go-jeks-story/ https://www.crowdfundinsider.com/2019/07/149566-unicorn-gojek-receives-investment-from-visa/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol