Fair Harbor กับการเริ่มต้นด้วยทุน 20,000 เหรียญสู่ธุรกิจชุดว่ายน้ำทำจากขวดพลาสติกรีไซเคิล

Jake Danehy อายุ 26 ปีและน้องสาวของเขา Caroline วัย 23 ปี ที่เติบโตขึ้นมาในเมืองพักผ่อนเมืองเล็ก ๆ แห่ง Fair Harbor ใน นิวยอร์ก Jake กล่าวว่าในวัยเด็กว่าเขาและน้องสาวของเขาไม่เคยคิดเลยว่าขยะพลาสติกจำนวนมากมายมหาศาลจะถูกพัดพาขึ้นมาบนฝั่ง

ซึ่งกว่าเขาจะรู้ความจริงก็เมื่อตอนที่ Jake จบการศึกษาด้านภูมิศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยคอลเกต และเรียนรู้เกี่ยวกับกระแสน้ำในมหาสมุทรและอุตุนิยมวิทยาโลกซึ่งเขาเริ่มที่จะพิจารณาเวลาที่เขาใช้ใน Fair Harbor

“ผมใช้เวลาตลอดทั้งปีมองถึงปัญหาใหม่ ๆ ของขยะพลาสติก และผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมของเรา” เขากล่าว “ผมหันไปหา Caroline ซึ่งผมเป็นรุ่นพี่ของเธอในโรงเรียนมัธยมในเวลานั้น และก็คิดว่าพวกเราต้องทำอะไรซักอย่าง” 

ดังนั้นในปี 2014 สองพี่น้องจึงได้ร่วมกันก่อตั้ง Fair Harbor: บริษัท ที่ได้รับการตั้งชื่อตามเมืองตากอากาศสุดโปรดของพวกเขาที่ทำการผลิตชุดว่ายน้ำจากขวดพลาสติกรีไซเคิลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความคิดริเริ่มเพื่อลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว 

ตั้งชื่อตามเมืองตากอากาศสุดโปรดของพวกเขา
ตั้งชื่อตามเมืองตากอากาศสุดโปรดของพวกเขา

โดย Caroline ผู้ซึ่งมีความสนใจด้านแฟชั่นอยู่ก่อนแล้วนั้น ก็ได้เริ่มศึกษาภูมิศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยคอลเกตด้วยเช่นกัน สองพี่น้องได้เข้าร่วมการแข่งขันจำลอง “Shark Tank” ของมหาวิทยาลัยที่มีคนดังอย่าง Jessica Alba, Jennifer Hyman, MC Hammer, Dave Fiago และ Neil Blumenthal จาก Warby Parker มาร่วมกันตัดสินโครงการของนักเรียนเกือบ 2,000 คน

ซึ่ง Jake และ Caroline นำ Fair Harbour เอาชนะการแข่งขัน และรับรางวัลใหญ่: 20,000 เหรียญสหรัฐ  จากนั้นองค์กรแฟชั่นใหม่ที่ไม่เหมือนใครก็ได้ถือกำเนิดขึ้น

เป้าหมายของ Fair Harbor  คือการช่วยลดปัญหาขยะมูลค่า 2.5 พันล้านปอนด์ 

หลังจาก Jake และ Caroline ได้รับเงินทุนพวกเขารีบลุยกับ บริษัทใหม่ของพวกเขาอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่มีการระดมทุนรอบแรกโดยส่วนตัวผ่านเพื่อน ๆ และครอบครัวและเริ่มทำ Prototype โดยหวังว่าจะได้รับคำตอบเกี่ยวกับแบรนด์ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นของพวกเขา 

พวกเขาพยายามพูดคุยกับลูกค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และภารกิจของ Fair Harbor สิ่งนี้ Caroline อธิบายว่าเป็นวิธีที่พวกเขาทำการวิจัยตลาดและท้ายที่สุดพวกเขาก็สร้างผลิตภัณฑ์ตามความคิดเห็นของลูกค้าออกมา

อุตสาหกรรมแฟชั่นกำลังเผชิญกับปัญหาความยั่งยืนและพยายามหาวิธีที่จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา 

ตามที่รายงานก่อนหน้านี้ของ Business Insider อุตสาหกรรมแฟชั่นทั้งหมด มีการผลิตเสื้อผ้าใหม่มากกว่า 150 ล้านชิ้นในแต่ละปี และเกือบ 2.5 พันล้านปอนด์เป็นมูลค่าของเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว และในที่สุด 87% ของผลิตภัณฑ์สิ่งทอทั้งหมดจะสิ้นสุดลงที่หลุมฝังกลบในทุก ๆ ปี

มูลนิธิ Ellen MacArthur ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 ได้กล่าวว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นปล่อยมลพิษ Co2 เกือบเท่าอุตสาหกรรมยานยนต์ 1.2 พันล้านเมตริกตัน (1.3 พันล้านตัน)  

แฟชั่นยังเป็นผู้ก่อมลพิษทางน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับสอง รวมถึงน้ำเสีย 20% ของโลกมาจากการย้อมผ้า มูลนิธิ Ellen MacArthur พบว่าอุตสาหกรรมทิ้งเกือบครึ่งล้านตันของพลาสติก microfibers ลงไปในมหาสมุทรในแต่ละปี ซึ่งเทียบเท่าจำนวนขวดพลาสติก 50,000,000,000 ขวด 

“ เรารีไซเคิลขวดพลาสติกกว่า 2.5 ล้านขวดและปีหน้าเราจะทำมากกว่า 3 ล้านขวด Caroline บอกกับ Business Insider โดยพวกเขานั้นได้รับขวดพลาสติกจากโรงงานรีไซเคิลทั่วโลก “เรากำลังนำพลาสติกเหล่านี้กลับมาผลิตกางเกงขาสั้นของเราเพื่อให้พวกมันกลับมีชีวิตอีกครั้งผ่านการรีไซเคิล”

สองพี่น้องรับขวดรีไซเคิลจากโรงงานทั่วโลกมาผลิตสินค้า
สองพี่น้องรับขวดรีไซเคิลจากโรงงานทั่วโลกมาผลิตสินค้า

Fair Harbour กับอุตสาหกรรมแฟชั่นแห่งความยั่งยืน 

เมื่อปีที่แล้วทั้งคู่เปิดตัว Round Trip Initiative ที่พวกเขาใช้ชุดว่ายน้ำเก่าจากลูกค้าของพวกเขา และให้รหัสส่วนลดสำหรับการซื้อ Fair Harbor ในครั้งถัดไป 

โดยความคิดริเริ่มนี้คล้ายกับโครงการรีไซเคิลผ้าเดนิมของ Madewell มีวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้ลูกค้าทิ้งเสื้อผ้าเก่า ๆ ลงในถังขยะซึ่งสุดท้ายมันไปจะสิ้นสุดในหลุมฝังกลบขยะและเพิ่มมลพิษให้กับโลกของเรา

สองพี่น้องยังเป็นเจ้าภาพในการทำความสะอาดชายหาดโดยมีเป้าหมายเพื่อนำชุมชนมารวมกันเพื่อให้พวกเขาสามารถสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความสำคัญของการลดขยะในมหาสมุทร

“เราเชื่อในความคืบหน้าไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ” Caroline กล่าว “การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ สามารถส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่ออุตสาหกรรมทั้งหมด และเป็นวิธีการที่ บริษัท ต่างๆ จะเข้าหาความยั่งยืน”

Fair Harbour ใช้เวลาห้าปีที่ผ่านมา ทั้งสองพี่น้องได้ช่วยกันขยายธุรกิจและเปิดร้านค้าป๊อปอัพสโตร์ ทั่วประเทศโดยมีรายงานการเติบโตด้านยอดขายปีละกว่า 1,000%

ทั้งคู่ขยายธุรกิจโดยเปิดสโตร์ไปยังทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว
ทั้งคู่ขยายธุรกิจโดยเปิดสโตร์ไปยังทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว

“มันต้องใช้ความพยายามอย่างมาก” Caroline กล่าว “ เราโชคดีที่ได้อยู่ด้วยกันเราพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันอย่างแน่นอนการเป็นพี่น้องมันเป็นหุ้นส่วนที่เหลือเชื่อ” 

ความหวังของ Fair Harbour คือ คู่แข่งอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมแฟชั่นจะรับรู้ถึงรูปแบบธุรกิจของพวกเขาในการเปลี่ยนความยั่งยืนให้กลายเป็นความสำคัญอย่างแท้จริงและไม่เพียงแต่เสนอความคิดริเริ่มแบบครั้งเดียวจบ หรือ ทำไปเพียงแค่เป็นการ CSR ให้กับบริษัทเท่านั้น แต่ทั้งสองพี่น้องพิสูจน์แล้วว่ามันสามารถกลายเป็นธุรกิจได้จริง ๆ นั่นเอง

References : https://www.barrons.com/articles/good-company-fair-harbor-aims-to-protect-the-worlds-oceans-by-making-swimsuits-out-of-plastic-bottles-01584037946
https://www.businessinsider.com/fair-harbor-sustainable-swimsuit-line-recycled-plastic-bottles-2020-06
https://www.cbsnews.com/news/fair-harbor-clothing-turns-plastic-bottles-into-swimwear/

 

Geek Story EP13 : Napster – Digital music revolution

สำหรับ Napster นั้นได้ทำการแจ้งเกิดได้ถูกที่ ถูกเวลา ในช่วงที่ internet กำลังพัฒนาเรื่อง speed จนสามารถเกิดบริการในรูปแบบ file sharing ขึ้นมาได้ idea ของ Napster นั้นต้องบอกว่าเจ๋งมากในขณะนั้น

ผู้ใช้งานต่างยกย่องบริการอย่าง Napster เพื่อมาช่วยเหลือในเรื่องการฟังดนตรี ที่สามารถเข้าถึง single หรือ album ดัง ๆ ได้อย่างง่ายดายขึ้น ผู้คนไม่ต้องไปซื้อ CD ตามร้านอีกต่อไป แต่ ปัญหาหลักใหญ่ของ ระบบแบบนี้คือ ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์

ซึ่งกลุ่มที่เสียหายคือ ค่ายเพลงรายใหญ่จำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่น่าไปสู้ด้วยแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าบริการนี้จะถูกใจผู้ใช้งานเพียงใด แต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นสิ่งกฏหมาย ซึ่ง การที่เราสร้าง startup ที่เสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องในภายหลังนั้น ก็ไม่น่าจะควรทำมาตั้งแต่แรก

ดังตัวอย่างของ Napster ที่ถึงกับล้มละลาย เพราะไม่มีเงินไปเสียค่าปรับต่างๆ  จากการฟ้องร้อง แม้จะพยายามที่จะปรับตัว แต่ user นั้นชินกับการบริการแบบฟรีไปแล้ว หากมาเปลี่ยนรูปแบบ ก็ทำให้ user หนีไปยังบริการชนิดอื่นได้อย่างง่ายดายเช่นกัน ซึ่งสุดท้ายธุรกิจก็ไปไม่รอดอยู่ดี

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/2SJfsDd

ฟังผ่าน Apple Podcast : https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast : http://bit.ly/2Pbdbid

ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/2T05s7J

ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/hLvHp0hbtDs

Geek Story EP12 : Go-Jek จากรถมอเตอร์ไซต์ 20 คัน สู่ Unicorn Startup ระดับโลก

ในวันนี้ชาวอินโดนีเซียโดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงจาการ์ตาและเมืองปริมณฑลได้ยอมรับ Go-Jek เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของพวกเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งเพียงแค่ภายในหนึ่งปีแรก แอปพลิเคชั่น Go-Jek มียอดดาวน์โหลดเกือบ 10 ล้านครั้ง มีพนักงานขับรถของ ojek มากกว่า 200,000 คน และขยายกิจการไปทั่วภูมิภาคอาเซียนอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน Go-Jek ได้กลายเป็น Super App ที่ให้บริการต่าง ๆ มากมาย ได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการสินเชื่อและการชำระเงินระดับโลกอย่าง VISA ซึ่งได้เข้าร่วมในการระดมทุนรอบ Series F ที่ต่อเนื่องของ Go-Jek ด้วยจำนวนเงินที่ไม่เปิดเผย 

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/31UwnWl

ฟังผ่าน Apple Podcast : https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast :  http://bit.ly/2HoIYba

ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/37omUI1

ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/kmp8k17-qII

References : https://indiekraf.com/jadi-decacorn-pertama-dari-indonesia-begini-jalan-panjang-yang-dilalui-gojek/ https://www.goodnewsfromindonesia.id/2018/01/11/4-unicorn-startup-indonesia

Wix.com กับแนวคิดการสร้างเว๊บให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

Wix.com Ltd พัฒนาโดย บริษัท Wix ซึ่งตั้งอยู่ในอิสราเอล โดยพื้นฐานแล้ว Wix เป็นแพลตฟอร์มการพัฒนาและปรับปรุงเว๊บไซต์ที่อยู่บนระบบคลาวด์ แน่นอนว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างเว็บไซต์บนมือถือหรือเว็บไซต์ HTML5 โดยใช้เครื่องมือง่าย ๆ เพียงแค่ลากและวาง ก็สามารถเป็นเจ้าของเว๊บไซต์ได้อย่างง่ายดาย 

โดยผู้ใช้สามารถเพิ่มปลั๊กอินต่างๆ ที่มีอยู่ในแพลตฟอร์ม ที่อำนวยความสะดวกในการสร้างเว๊บไซต์อีคอมเมิร์ซ ทำตลาดออนไลน์ สร้างแบบฟอร์มการติดต่อ การตลาดผ่านอีเมล หรือแม้กระทั่งการสร้างฟอรั่มสำหรับเว็บไซต์ของพวกเขาได้แบบง่าย ๆ  

โดยบริษัท มีโมเดลในการหารายได้ในรูปแบบ freemium โดยมีรายได้สำคัญมาจากการสมัครสมาชิกระดับพรีเมียมที่ดำเนินการโดยบุคคลทั่ว ๆ ไปที่ต้องการสร้างเว๊บไซต์นั่นเอง

บริษัท เติบโตอย่างมากนับตั้งแต่ก่อตั้งและขณะนี้มีสำนักงานอยู่ทั่วโลกรวมถึงสำนักงานในแคนาดา เยอรมนี อินเดีย ลิทัวเนีย สหรัฐอเมริกาและแม้แต่กระทั่งในยูเครน

เรื่องราวของ Wix นั้นมันเริ่มมาจากชายหนุ่มชาวอิสราเองที่มีนามว่า Avishai Abrahami ผู้ที่เคยทำหน้าที่ในกองกำลังป้องกันอิสราเอลในหน่วยข่าวกรองคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ปี 1990 ถึง 1992 ก่อนที่เขาจะออกจากกองทัพในปี 1993

Abrahami ได้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซอฟต์แวร์ชื่อ ALT Ltd และทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีจนกระทั่งขายบริษัทออกไปในปี 1997 ต่อมาในปี 1998 เขาได้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาซอฟต์แวร์การจัดการศูนย์ข้อมูล ที่มีชื่อว่า Sphera Corporation และดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีเป็นเวลาสองปี จากนั้นเขาย้ายไปดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายการตลาดอีกสามปี 

Avishai Abrahami, Nadav Abrahami (น้องชายของ Avishai) และ Giora Kaplan ได้ก่อตั้ง Wix ในปี 2006 พวกเขาได้เปิดสำนักงานแห่งแรกในเทลอาวีฟโดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ผู้ร่วมลงทุนทุนเช่น Insight Venture Partners, Mangest Capital Partners, Bessemer Venture Partners . ผลิตภัณฑ์แรกของพวกเขาเปิดตัวในปี 2007 ซึ่งในต้นแบบแรกของ Wix นั้นใช้งานผ่านเทคโนโลยี Adobe Flash ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีเว๊บแบบดังกล่าว แทบจะสูญหายไปจากตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Avishai Abrahami  ผู้ก่อตั้ง Wix
Avishai Abrahami ผู้ก่อตั้ง Wix

เนื่องจากการมีฟังก์ชั่นที่มากมาย และใช้งานง่าย และมีตัวเลือกสำหรับการสร้างเว๊บไซต์จำนวนมากทำให้ผลิตภัณฑ์เติบโตอย่างรวดเร็ว และในปี 2010 บริษัท มีผู้ใช้งานสูงถึง 3.5 ล้านคน 

หลังจากการเติบโตอย่างรวดเร็วก็ได้รับการเพิ่มทุนอีกครั้งจากทั้ง Benchmark Capital , Bessemer Venture และ Mangrove Capital ซึ่งได้อัดฉีดเงินทุนสำหรับ Series C จำนวนถึง 10 ล้านดอลลาร์ 

ซึ่งเงินลงทุนดังกล่าวได้ถูกนำไปพัฒนาเพิ่มเติมในส่วนของซอฟต์แวร์และ ในปี 2011 Wix มีปริมาณเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวโดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 8.5 ล้านคน ซึ่งได้นำไปสู่การระดมทุนอีกรอบซึ่งสามารถระดมทุนได้ 40 ล้านดอลลาร์ ทำให้สามารถระดมทุนได้ทั้งหมดสูงถึง 61 ล้านดอลลาร์

ภายในเดือนมิถุนายน 2011 Wix ได้เปิดตัวโมดูลเชื่อมต่อกับ Facebook และด้วยเหตุนี้จึงทำให้พวกเขาเข้าสู่โลกโซเชียลมีเดียอย่างเต็มตัว หลังจากนั้นในปี 2012 ได้เพิ่มเครื่องมือสร้างเว็บไซต์แบบ HTML5 ขึ้นมาใหม่  

Wix ยังเปิดตัวตลาดแอพของตัวเอง เพื่อขายแอพพลิเคชั่นภายใน Ecosystem ของพวกเขาในปี 2012 และเปิดตัวชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถสร้างเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดายขึ้นมา 

ซึ่งการทุ่มเทเงินลงทุนไปกับการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ ทั้งหมดเหล่านี้ ช่วยผลักดันการเติบโตของ บริษัท และในปี 2013 มีผู้ใช้งานและลงทะเบียนเข้าสู่แพลตฟอร์มมากกว่า 34 ล้านคน ซึ่งจากการเติบโตในระดับนี้ในที่สุดพวกเขาก็ได้เปิด IPO ในตลาด NASDAQ ของอเมริกา และสามารถระดมทุนได้อีกมากกว่า 127 ล้านดอลลาร์ 

เหล่าผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร ในวันที่พาบริษัทเข้า IPO ได้สำเร็จ
เหล่าผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร ในวันที่พาบริษัทเข้า IPO ได้สำเร็จ

ในปี 2014 Wix ได้เริ่มเข้าซื้อกิจการใหม่ ๆ เพื่อมาเสริมสร้างความแข็งแกร่งโดยเข้าซื้อกิจการบริษัท Startup อย่าง Appixia  ในอิสราเอลที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นด้าน Mobile Commerce หลังจากนั้นก็เข้าซื้อกิจการร้านอาหารออนไลน์ OpenRest

การควบรวมกิจการนี้ปูทางให้พวกเขาเข้าสู่ธุรกิจการจองโรงแรม โดย Wix ได้เปิดตัว ระบบการจองห้องพักสำหรับโรงแรม ในเดือนสิงหาคมปี 2014 และได้เพิ่มบริการด้านร้านอาหารอย่าง Wix Restaurant ในปี 2016

Wix ได้เข้าซื้อ Moment.me ในปี 2015 ซึ่งเป็นผู้สร้างเว็บไซต์ที่เน้นตลาดของโซเชียลมีเดีย บริษัท ได้ขยายธุรกิจให้กว้างขึ้น โดยทำการปล่อย Wix Music ในปี 2015 เพื่อช่วยนักดนตรีอิสระในการขายผลงานของพวกเขา หลังจากนั้นได้เข้าซื้อกิจการ DeviantArt ในปี 2016 ด้วยมูลค่ากว่า 36 ล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทเริ่มมีการกระจายการลงทุนหลายไปยังหลาย ๆ ธุรกิจ

Wix มีชื่อเสียงในด้านกลยุทธ์ทางการตลาดด้วยการสร้างโฆษณา SuperBowl ที่โด่งดังหลายครั้ง โดยมีการร่วมมือกับ DreamWorks Animation ซึ่งพวกเขาได้สร้างชุดโฆษณาที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก และมีผู้ชมกว่า 300 ล้านคน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมด

Wix กับผลงานใน Super bowl Ads ในปี 2017
Wix กับผลงานใน Super bowl Ads ในปี 2017

Wix มีมูลค่ามากกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์และเป็น บริษัท อิสราเอลแห่งแรกที่มีมูลค่าสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์  ต้องบอกว่า Wix.com นั้นถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีผู้ใช้งานหลายล้านคนทั่วโลก

ผู้ก่อตั้งอย่าง Abrahami ต้องบอกว่าเขาเป็นชายชาติทหารที่แท้จริง แม้จะเจอมรสุมหลายครั้ง เกิดเขาก็สามารถเอาตัวรอดได้จากทักษะ ความสามารถ ประสบการณ์และความทุ่มเทของเขาที่ได้ทุ่มเทให้กับ Wix  และสุดท้ายมันตอบแทนเขาด้วยจำนวนผู้ใช้ 42 ล้านคนในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ที่ต่างหลงรัก Wix.com อย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบันนั่นเองครับ

References : https://www.tubefilter.com/2018/02/02/rhett-and-link-wix-super-bowl-ad/ https://support.wix.com/en/article/the-history-of-wix https://www.cnbc.com/2017/10/16/wix-coms-100-million-marketing-budget-and-its-in-house-ad-team.html https://en.wikipedia.org/wiki/Wix.com

Wang Xing กับการดรอปเรียนมาสร้างอาณาจักรส่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Meituan Dianping

หวางซิง ผู้ร่วมก่อตั้งของ Meituan Dianping ให้เครดิตกับความสำเร็จของ Facebook ในสหรัฐฯมากกว่าทศวรรษที่ผ่านมา เพราะถือเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญให้เขาเลิกเรียนระดับบัณฑิตศึกษาและหันมาสร้างธุรกิจในประเทศจีน

ซึ่งตอนนี้ได้ทำให้บริษัทของเขาอย่าง Meituan Dianping กลายมาเป็นผู้นำในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสำหรับงานด้านบริการในจีนอยู่ในขณะนี้

Meituan ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 4.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในการเสนอขายหุ้นสาธารณะครั้งแรก (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของหวางเพิ่มขึ้นเป็น 5.3 พันล้านดอลลาร์ จากสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 11 ใน บริษัท

พ่อของหวางเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานปูนซีเมนต์ในเมือง Longyan ในจังหวัดฝูเจี้ยนทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน แต่ต้นทุนที่พ่อเขาได้ให้มานั้นไม่ได้ทำให้หวางที่อายุยังน้อยนั้นประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดายแต่อย่างใด

“ทางเลือกของหวางในการเริ่มต้นสร้างบริษัทเป็นเพราะเขาต้องการทำด้วยตัวเขาเองไม่ใช่เพื่อเงิน” พ่อของเขากล่าว “ เขาจริงจังและทุ่มเท และหวังว่าเขาจะทำสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม”

การเรียนปริญญาเอกด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยเดลาแวร์ต้องสิ้นสุดลงกลางคัน เมื่อเขาตัดสินใจกลับมาที่ปักกิ่งในปี 2004 โดยหวางได้เช่าแฟลตใกล้กับโรงเรียนเก่าที่มหาวิทยาลัยซิงหัว ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้รับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2001

หวาง ผู้เลือกดรอปเรียนจากปริญญาเอกกลับมาสร้างธุรกิจใหม่ในจีน
หวาง ผู้เลือกดรอปเรียนจากปริญญาเอกกลับมาสร้างธุรกิจใหม่ในจีน

โครงการเครือข่ายโซเชียลเริ่มแรกของเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่เขาหวังไว้ ซึ่งรวมถึง Duoduoyou ซึ่งหมายถึง“ เพื่อนมากมาย” และ Youzitu ที่หวางกำหนดเป้าหมายไปที่นักเรียนชาวจีนโพ้นทะเลเป็นหลัก แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

แต่ความพยายามครั้งที่สามดูเหมือนจะเริ่มเป็นผลสำหรับหวาง เมื่อเครือข่ายโซเชียล ที่มีชื่อว่า Xiaonei ซึ่งแปลว่า “ภายในมหาวิทยาลัย” เปิดตัวในปี 2005 มีผู้ใช้หลายหมื่นคนเข้ามาสมัครใช้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งคล้าย ๆ กับการเกิดขึ้นของ facebook ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในสหรัฐอเมริกา

แต่ในฐานะทีเป็นผู้ประกอบการที่ไม่มีประสบการณ์หวางประสบปัญหาด้านเงินทุน นั่นทำให้เขาขาย Xiaonei ให้กับ Chen Yizhou ประธาน บริษัท อินเทอร์เน็ต China InterActive Corp ในราคา 2 ล้านเหรียญสหรัฐในปีต่อมา

Xiaonei ถูกเปลี่ยนชื่อโดยเจ้าของเป็น Renren ซึ่งแปลว่า “ทุกคน” ในภาษาจีน Renren ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็น Facebook ของจีนได้ระดมทุน 740 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อ บริษัท จดทะเบียนในตลาด Nasdaq ในปี 2011

Xiaonei ก่อนแปลงร่างกลายเป็น Renren ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Facebook
Xiaonei ก่อนแปลงร่างกลายเป็น Renren ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Facebook

หวางได้ผลักดันโครงการเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของ microblog อย่าง Twitter ในปี 2006 ซึ่งในปีต่อมา หวาง ได้เปิดตัวเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีลักษณะคล้าย Twitter ของเขาที่มีชื่อว่า Fanfou

ภายในสองปี Fanfou มีผู้ใช้หลายล้านคน อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้สั่งให้ปิด Fanfou ในปี 2009 เนื่องจากมีการโพสต์ข้อความบนไมโครบล็อกที่กล่าวถึงการจลาจลอย่างรุนแรงในหลายวันที่ Ürümqi เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

หลายเดือนหลังจากการปิดตัวของ Fanfou บริษัท สื่อออนไลน์ของจีน Sina Corp ได้เปิดตัวบริการที่คล้ายกับ Twitter อีกชื่อหนึ่งคือ Sina Weibo โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างอาลีบาบากรุ๊ปโฮลดิ้งถือหุ้นกว่า 32% ของบริการดังกล่าว ซึ่งได้มีการจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ในปี 2014

Fanfou เปิดขึ้นในภายหลังอีกครั้ง แต่ได้ถูกระงับในการลงทะเบียนสร้างผู้ใช้รายใหม่ ซึ่งหวางเองก็ยังคงเป็นบล็อคเกอร์บน Fanfou โดยเขียนบทความมากกว่า 13,000 โพสต์ มันเป็นแพลตฟอร์มที่สะท้อนถึงปรัชญาของหวางได้อย่างดี

หวางยังคงพัฒนาโครงการต่อไปแม้จะพ่ายแพ้มามากแค่ไหนก็ตาม เขาสร้างแพลตฟอร์มในการซื้อสินค้าแบบกลุ่ม Meituan ในปี 2010 ท่ามกลางความสำเร็จของ Groupon ในสหรัฐอเมริกา 

โดยได้รับการสนับสนุนจาก Tencent Holdings ยักษ์ใหญ่ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งในที่สุดมันได้ขยายกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดของจีน สำหรับบริการแบบออนดีมานด์รวมถึงการส่งอาหารหลังจากการควบรวมกิจการกับ Dianping ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นเว็บไซต์รีวิวร้านอาหารเลียนแบบ Yelp ของอเมริกา

การรวมกิจการกับ Dianping ทำให้กลายเป็นเบอร์หนึ่งด้าน On-Demand Delivery
การรวมกิจการกับ Dianping ทำให้กลายเป็นเบอร์หนึ่งด้าน On-Demand Delivery

บริษัทที่มีฐานที่ตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของสิ่งที่ในอุตสาหกรรมเรียกว่า Online to Offline หรือ O2O ซึ่งแน่นอนว่าตลาดในประเทศจีนที่มีขนาดใหญ่มหาศาล การมีการเชื่อมต่อผู้บริโภคกับร้านค้าผ่านแอพ ทำให้คนจีนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกขึ้น และที่สำคัญบริการของหวางได้ช่วย และช่วยส่งคำสั่งซื้อไปยังร้านค้าเพิ่มมากขึ้น รวมถึงสร้างอาชีพรวมถึงรายได้ทางใหม่ ๆ ให้กับเหล่าพนักงานส่งสินค้า 

Meituan ได้เปิดดำเนินงานใน 2,800 เมืองในประเทศจีนและแข่งขันกับ Ele.me ของอาลีบาบาเป็นหลักในบริการการจัดส่งตามความต้องการ (on-demand-delivery) รวมถึงยังมีบริการที่แข่งขันโดยตรงกับ Ctrip.com ในเรื่องของบริการในการจองโรงแรมที่เน้นตลาดในประเทศจีนโดยเฉพาะ

หวางเรียกเหล่าพนักงานของ Meituan ว่า“ พี่ใหญ่ซิง” ซึ่งผู้คนเหล่านี้ เป็นกลุ่มบุคคลที่สำคัญ ที่ได้ร่วมกันสร้าง บริษัทที่ให้บริการจัดส่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Meituan Dianping

โดยการนำของเขากับภรรยา Guo Wanhuai รวมถึงเพื่อนร่วมห้องที่มหาลัยซิงหัว อย่าง Wagn Huiwen ที่ทั้งสองเป็นขุนพลเคียงข้างเขาตั้งแต่การพัฒนาโปรเจคแรก ๆ อย่าง Xiaonei จนสามารถพลิกชีวิตให้พวกเขากลายเป็นมหาเศรษฐีได้จากบริการอย่าง Meituan Dianping อย่างที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้นั่นเองครับ

References : https://www.scmp.com/tech/apps-social/article/2165085/story-tsinghua-graduate-behind-chinas-meal-delivery-empire https://www.dragonsocial.net/blog/meituan-dianping-2/ https://www.asiaone.com/business/inside-story-how-meituan-dianping-built-chinas-largest-ecommerce-platform-services