Facebook Live API นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

จับตามองการก้าวเดินของ facebook มาซักพักหนึ่งแล้วต้องบอกว่าการออก facebook live api นั้นถือว่าเป็นก้าวย่างที่น่ากลัวมาก ๆ ของ facebook เลยก็ว่าได้ในการที่จะล้ม google

หากเรามองเรื่องนวัตกรรมนั้น facebook แทบจะ focus อยู่แค่ผลิตภัณฑ์ตัวเดียวทำให้สามารถรีดเอาประสิทธิภาพในงานด้าน R&D ได้มากที่สุด เพราะ focus หลักอยู่ที่ผลิตภัณฑ์เพียงตัวเดียวเท่านั้น ก็คือ social network ซึ่งแตกต่างจาก google ในช่วงหลังที่เริ่มแตกกระจายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่นอกเหนืองานที่ตัวเองถนัดอย่างการ search และ web product ทำให้พักหลัง google ออกผลิตภัณฑ์ออกมาไม่ค่อยจะปังอย่างที่ควรจะเป็น ถึงแม้ google จะมีธุรกิจต่างๆ  มากมายในมือ แต่ถ้าดูจากงบการเงินจริง ๆ รายได้หลักส่วนใหญ่ก็มาจาก search ล้วน ๆ ซึ่ง facebook ก็ค่อย ๆ กัดกินส่วนแบ่งการตลาดโฆษณา online ในส่วนนี้ไปเรื่่อย ๆ

ถ้าเราพูดถึงนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงโลกที่ชัดเจนในรอบล่าสุดนั้นก็ต้องยกให้ iphone ที่ได้ทำการเปิดตัวในปี 2007 ทำให้มนุษย์ก้าวเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของการเชื่อมต่อข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ผ่านมือถือ เปลี่ยนแนวความคิดการใช้งานมือถือจากดั้งเดิมที่ใช้เน้นไปในเรื่องของ voice ก้าวผ่านมาเป็นยุคของ data ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และได้ทำลายยักษ์ใหญ่ที่ปรับตัวไม่ทันอย่าง nokia ลงได้อย่างราบคาบ

การเกิดขึ้นของ facebook live นั้นคือการทดลองตลาด ว่าการที่ทุกคนสามารถ live ได้จากทุกที่และ share ให้เพื่อนได้รับรู้นั้นมี impact ต่อมนุษย์เรามากเพียงใด ซึ่งการเปิดตัวก็เป็นไปได้อย่างสวยงาม มีผลตอบรับที่ดีมาก ๆ และ facebook ก็จะเริ่มย่างก้าวเข้าสู่หลักไมล์สำคัญของบริษัท คือการเปิด facebook live api ให้สามารถ live ได้จากทุก device และทุกที่ในโลกใบนี้ ซึ่งก็จะส่ง impact อย่างมหาศาลกับมนุษย์เราเลยก็ว่าได้ การรับสื่อในยุคหน้านั้นอาจจะเปลี่ยนไปในทันที จากสื่อเก่า ๆ อย่าง ทีวี หรือ วิทยุ อาจจะตายหายไปจากระบบ ซึ่งในปัจจุบันเด็กยุคใหม่ก็แทบจะไม่เสพสื่อทางทีวีกันแล้วทุกคนล้วนแล้วแต่เข้าสู่ระบบ internet กันทั้งหมดซึ่งมี content จำนวนมหาศาลให้เราสามารถเลือกเสพได้อย่างไม่จำกัด ไม่ต้องถูกยัดเยียดในการเสพเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ facebook ได้ทำลายธุรกิจ สื่อหนังสือพิมพ์ หรือ นิตยสาร ที่ต่างปิดตัวกันถ้วนหน้าหากไม่มีการปรับตัวเข้าสู่ยุค digital และขณะนี้ facebook กำลังเข้าสู่ตลาดที่ใหญ่กว่าเดิมมาก ๆ คือตลาด live TV ซึ่งถือเป็นก้าวใหญ่ที่สำคัญก้าวหนึ่งเลยก็ว่าได้ที่จะสามารถล้ม google ได้ในอนาคตอันใกล้นี้ facebook ไม่ได้ไปแย่งตลาดโฆษณา online ของ google เท่านั้น แต่กำลังเข้าไปกินเค้กที่ใหญ่กว่ามาก คือตลาดโฆษณาทางทีวี ซึ่งมูลค่าของงบโฆษณากว่า 40% ของงบโฆษณาทั้งหมดของทุกสื่อ หรือ มากกว่าเกือบสองเท่าของงบโฆษณาทาง online ที่ google เป็นเจ้าตลาดอยู่ในขณะนี้

มอง google ในตอนนี้นั้น ก็ชักจะเริ่มคล้าย microsoft ในอดีตที่พอองค์กรเริ่มใหญ่เทอทะ จะขยับตัวก็เริ่มจะลำบาก ไม่เหมือน facebook ที่เหมือนหนุ่มกลัดมันที่พร้อมจะเขย่าบัลลังก์ google อยู่ตลอดเวลา ที่แน่ๆ หลังจากนี้เป็นต้นไป เราจะพบความเปลี่ยนแปลงในการเสพสื่อของมนุษย์เราที่จะเปลี่ยนไปกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะสื่อหลักอย่าง TV เดิมทีนั้นเราเปลี่ยนแปลงแค่การเสพสื่อผ่านการอ่านข่าวหรือข้อมูลต่าง ๆ  แต่ต่อจากนี้เป็นต้นไป การเสพสื่อที่เป็น live นั้นจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนเมื่อมีการเกิดขึ้นของ facebook live api ทุก content ที่เป็น live จะมุ่งเข้าสู่ facebook เพราะอะไร ?  เดิมนั้นการวัดเรทติ้งต้องอาศัยการวัดโดยประมาณจากองค์กรหลัก ๆ ตัวอย่างเช่น neilsen แต่ต่อไปนั้นกลุ่ม target ของการถ่ายทอดสดจะชัดเจนขึ้น เราสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนผ่าน facebook และรู้ได้แบบ realtime ว่ามีผู้ชมจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งจะส่งผลต่องบโฆษณาทางทีวีเดิม ก็จะเทเข้ามาสู่ facebook แทนเพราะสามารถวัดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเที่ยงตรงที่สุด Google นั้นอาจจะมี Youtube Live มาก่อนหน้า แต่ facebook มีความได้เปรียบอย่างมากในเรื่องของฐานผู้ใช้ใน social network ซึ่งแทบจะเป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานต่อการดำรงชีวิตมนุษย์โดยส่วนใหญ๋ไปเรียบร้อยแล้วในขณะนี้ ก้าวย่างก้าวนี้ของ facebook ถือว่าสำคัญต่ออนาคตของ facebook เป็นอย่างมาก และเราอาจจะได้เห็น facebook ล้มยักษ์ใหญ่อย่าง google ได้ในเร็ว ๆ วันนี้ก็อาจเป็นได้

Img Ref : fbookmedia.files.wordpress.com

อังกฤษเดือยทอง

ถือว่าเป็นทีมที่มีผลงานไม่ขี้เหล่ไปซะทีเดียวในรอบคัดเลือกสำหรับทีมชาติอังกฤษที่เข้าสู่ EURO2016 ครั้งนี้

ทีมชุดนี้เป็นทีมหนุ่มที่มีผลงานดีเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่มสามารถชนะรวดทั้ง 10 นัดที่ลงสนาม ทำให้แฟนบอลได้ลืมความเลวร้ายในผลงานฟุตบอลโลก 2014 ไปได้บ้าง ซึ่งโดยส่วนตัวนั้นก็มีใจปันเชียร์ทีมชาติอังกฤษให้ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติกับเขาบ้างทุกครั้งในรายการใหญ่ ๆ ที่ได้เข้าร่วมแข่งขัน

แต่ก็เช่นเคยเหมือนประวัติศาสตร์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าสำหรับทีมชาติอังกฤษที่เมื่อถึงรอบสุดท้ายของรายการใหญ่ ๆ มักจะตกม้าตายเสมอ ถึงแม้ผลงานในรอบคัดเลือกจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่ก็มักจะตกม้าตายรอบแรกๆ เสมอเช่นเดียวกับใน EURO2016 หนนี้

ทีมชุดนี้ได้รับการคาดหวังไว้ว่าจะเป็นเต็งระดับต้น ๆ ที่จะสามารถคว้า EURO2016 ได้จากสื่อในหลายสำนัก เนื่องจากเป็นทีมชุดใหม่ที่เป็นทีมพลังหนุ่ม ซึ่งผู้เล่นตัวหลักส่วนใหญ่มาจากทีมสเปอร์ ทีมที่มีผลงานค่อนข้างดีใน premierleague ใน season ที่ผ่านมา เด็ก ๆ หลายคนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในสโมสรสเปอร์ แต่เมื่อเข้าถึงรายการใหญ่อย่าง EURO2016 จริงๆ  กลับไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างที่หลายคนคาดหวังเล่นแบบไม่มี style ที่ชัดเจน ถึงแม้จะผ่านรอบแรกมาได้แบบไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ และคู่แข่งในรอบ knock-out นั้นเจอแค่ทีมอย่าง Iceland ที่ว่ากันตามหน้าเสื่อนั้นถือว่าเป็นรองอย่างมาก ทุกคนคิดว่าอังกฤษน่าจะผ่าน Iceland ไปได้อย่างไม่ยากเย็น และไปพบกับงานหนักจริง ในการเจอเจ้าภาพฝรั่งเศษในรอบต่อไป

แต่เมื่อลงสนามจริง ๆ ทีมอย่าง Iceland สามารถทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจน ถึงแม้โอกาสการทำประตู หรือ % การครองบอลจะเป็นรอง แต่อังกฤษก็ไม่สามารถเจาะเข้าไปทำอะไรได้เลย ถ้าไม่นับลูกจุดโทษที่ได้มาตั้งแต่ต้นเกมส์ รูปแบบการเล่นของอังกฤษเป็นไปอย่างไร้จินตนาการ ผู้เล่นตัวหลักอย่าง เวยน์ รูนี่ย์  ทำผลงานได้น่าผิดหวังอย่างยิ่ง รวมถึงเด็กหนุ่ม ๆ จาก สเปอร์ก็ด้วยความที่ยังอ่อนประสบการณ์ ไปเจอความเก๋ากว่าอย่างทีม Iceland ก็เล่นกันไม่ออก ไม่สามารถทำผลงานได้อย่างที่คนคาดหวัง

อังกฤษ ก็ ยังเป็นอังกฤษวันยังค่ำ ถึงแม้ความคาดหวังจะสูงเพียงใดก็ไม่สามารถสร้างมาตรฐานการเล่นให้เหมือนทีมอย่าง เยอรมัน อิตาลี ฝรั่งเศษ หรือ สเปน ได้ซักทีเมื่อต้องมาเล่นในรายการใหญ่ ความจริงตัวผู้เล่นก็ไม่ได้เลวร้ายกว่า Iceland ไปซักเท่าไหร่เลย ทีม Iceland แทบจะไม่มี ซุปเปอร์สตาร์เลยด้วยซ้ำ แต่สามารถใช้การทำงานแบบทีมที่มีประสิทธิภาพเอาชนะอังกฤษไปได้อย่างไม่ยากเย็น

อังกฤษก็คงยังต้องรอต่อไปสำหรับการประสบความสำเร็จในรายการใหญ่หลังจากได้แชมป์โลกหนแรก และ หนเดียวใน ปี 1966 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพหลังจากนั้นมาก็ไม่สามารถสร้างผลงานได้ดีในระดับรายการใหญ่ได้อีกเลย ซึ่งปีนี้ก็เป็นถืออีกปีที่แฟนทีมอังกฤษต้องชอบช้ำกลับบ้านอย่างรวดเร็วเหมือนเคย และคงจะไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จอันใดในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

Img Ref : telegraph.co.uk