Zero to Hero บทเรียนกลยุทธ์ด้านการตลาดออนไลน์ของ Shopback

ในช่วงแรกของการสร้างธุรกิจ โดยเฉพาะ Startup ส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับวิธีในการค้นหาผู้ใช้งานก่อน และรับฟังความคิดเห็นเพื่อแสดงถึงความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจ 

แน่นอนว่าเราอาจเคยเห็นบล็อกจำนวนมากที่กล่าวถึงกลยุทธ์การซื้อของลูกค้าในทางทฤษฎี แต่โดยทั่วไปมักจะยากที่จะทำซ้ำโดยที่ไม่เข้าใจบริบทเหล่านี้

บทความนี้เรามาดูวิธีการของ Shopback ในการสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วภายใน 1 ปี จาก Shanru Lai หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ ShopBack ว่าพวกเขามีวิธีการอย่างไร

กลยุทธ์ทางการตลาดจาก Shanru Lai ของ Shopback
กลยุทธ์ทางการตลาดจาก Shanru Lai ของ Shopback

ทำไมต้อง ShopBack

ผู้ก่อตั้ง ShopBack, Henry Chan และ Joel Leong ได้กลายมาเป็นผู้ประกอบการครั้งแรก แต่พวกเขาสามารถสร้างฐานลูกค้าขนาดใหญ่ได้ภายในหนึ่งปีหลังจากเปิดตัว ซึ่งเริ่มในเดือนสิงหาคม 2014

ShopBack ได้สร้างรายการธุรกรรมลูกค้ากว่า 100,000 รายการ ในเว๊บไซต์อีคอมเมิร์ซยอดนิยมทั้งในสิงคโปร์และต่างประเทศภายในระยะเวลาไม่ถึง 10 เดือน ShopBack ให้ผู้ซื้อออนไลน์ได้รับเงินคืนสูงถึง 30% เมื่อซื้อสินค้าออนไลน์กว่า 300 แบรนด์ในเอเชียและอเมริกาเหนือ 

หมวดหมู่สินค้านั้น มีตั้งแต่แฟชั่นไปจนถึงอาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยวและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และยังสามารถใช้งาน Shopback ได้ในเหล่าผู้นำอีคอมเมิร์ซหรือค้าปลีกที่รู้จักกันดีเช่น Zalora, ASOS และ Groupon

ประการแรกระบุกลุ่มตลาดของคุณ

การสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่ประสบความสำเร็จเริ่มต้นที่จุดเริ่มต้นโดยคำนึงถึงจุดสิ้นสุด ShopBack ระบุตลาดเป้าหมายของพวกเขาว่าเป็นใครก็ตามที่ซื้อสินค้าออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอายุระหว่าง 18 ถึง 45 ปี 

โดย Shanru แบ่งปันว่าสิ่งนี้ช่วยให้พวกเขามุ่งเน้นไปที่การเลือกช่องทางการตลาดซึ่งตลาดเป้าหมายของพวกเขามีส่วนร่วมบ่อยครั้ง ซึ่งได้แก่ Facebook, Instagram และ Blog เธอยืนยันว่าไม่มี Social Network ใดที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด

ลูกค้าบางคนไม่ได้ใช้งานบน Facebook แต่เป็นผู้ใช้ SnapChat ที่หนักหน่วง ดังนั้น ShopBack จึงต้องการสื่อที่มีความผสมผสาน แต่อย่างไรก็ตามพฤติกรรมเหล่านี้ขึ้นอยู่กับตลาดและที่ตั้งของผู้ใช้ด้วยเช่นกัน

กลยุทธ์แจกโบนัสสำหรับผู้ใช้รายใหม่

ในขณะที่การตลาดแบบ Cashback นั้นทำงานได้ดีมากสำหรับบริษัทอีคอมเมิร์ซ แต่ทั้งหมดนี้กลับกลายเป็นกลยุทธ์ง่ายๆ ส่งมอบคุณค่าที่แท้จริงให้กับลูกค้า เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ ShopBack อาศัยโฆษณาบน Facebook การมีส่วนร่วมกับโซเชียลมีเดียและบล็อกอื่น ๆ

ขั้นตอนแรกคือการสร้างงบประมาณรายวันสำหรับโฆษณา Facebook ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายรายเดือน การปรับภาพเนื้อหาและเวลาของการปรับให้เหมาะสมเป็นงานต่อเนื่อง 

โดย Shanru กลั่นกรองข้อมูล และมีการวิเคราะห์เป็นประจำเพื่อระบุแนวโน้มหรือยืนยันสมมติฐานบางอย่าง เช่น เวลาที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการโพสต์ Facebook เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม เนื้อหาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่ผู้ใช้ ShopBack

โปรโมชั่นราคาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อส่วนลดสามารถรับ Cashback เป็นเงินสดกลับไปยังผู้ใช้ กุญแจสำคัญคือการหาสัดส่วน 80/20 เมื่อมาถึงการเลือกโปรโมชั่นการขายของพันธมิตรแบรนด์เพื่อส่งเสริมการขาย 

ต้องบอกว่า การรู้จักแบรนด์ออนไลน์ชั้นนำที่ทำให้เกิดการแปลงสูงสุดหรือมีอัตราการเข้าชมเว็บไซต์สูงที่สุดทำให้ ShopBack สามารถจัดลำดับความสำคัญของแบรนด์เพื่อเน้นในการทำการตลาดเป็นหลักได้

สำหรับ Startup รายใหม่ ๆ ที่ไม่มีประวัติของข้อมูล Shanru แนะนำว่า สามารถเริ่มต้นได้โดยการสังเกตเนื้อหาและเวลาของการโพสต์บนหน้า Facebook ของคู่แข่งรายใหญ่แล้วปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม

แต่งานยังไม่สิ้นสุดหลังจากได้ลูกค้าใหม่ เนื่องจากยังคงต้องชักชวนลูกค้าหรือผู้ใช้งานทำธุรกรรมหรือมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการทำธุรกรรมซ้ำๆ เพื่อให้กลายมาเป็นลูกค้าประจำ

โดยกลยุทธ์ของ Shanru คือ การทำการตลาดผ่านอีเมล เพื่อให้ได้อัตราการคลิกที่สูง ShopBack นำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับงานฝีมือพร้อมตัวอย่างที่น่าดึงดูดใจและการออกแบบที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสม 

ผ่านการวิเคราะห์อีเมลที่เธอได้ทำ Shanru ตระหนักดีว่ามักจะมีประสิทธิภาพในการดึงดูดลูกค้าใหม่หรือผู้ที่ไม่ได้ทำธุรกรรมล่าสุดโดยการส่งโบนัสพิเศษในการซื้อครั้งต่อไป

นอกจากนี้ Shanru แบ่งปันว่าบล็อกของพวกเขามีบทบาทสำคัญในการนำเข้าสู่การเข้าชมเว็บไซต์และแปลงไปสู่ยอดขาย โดยพวกเขาจะแบ่งปันโปรโมชั่นที่ดีจากพันธมิตรแบรนด์ของพวกเขาในบล็อก

ซึ่งสิ่งนี้ยังทำให้พวกเขาสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับแคมเปญการตลาดที่พวกเขาทำกับเหล่าพันธมิตร นี่เป็นวิธีการมอบคุณค่าที่แท้จริงให้กับลูกค้าของพวกเขา สำหรับ Startup หน้าใหม่ ข้อกังวลอย่างหนึ่งอาจเป็นวิธีการดูแลทีมบล็อกให้มีความยั่งยืน ShopBack เริ่มต้นจากการทำงานกับ freelance และใช้ทีมงานของบริษัทบางส่วนเท่านั้นในการจัดการและแก้ไขโพสต์

บางเวลา Shanrun ก็พบว่ามันมีประสิทธิภาพในการดึงดูดแฟน ๆ ด้วยวิธีที่สนุกและแตกต่างกัน พวกเขาใช้การแข่งขันบน Facebook และบล็อกของพวกเขาเดือนละครั้งในรูปแบบของการจับรางวัลหรือแจกของบัตรกำนัล หรือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ที่เฉพาะเจาะจงเพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน

หวังว่ามันจะเป็นไวรัลในที่สุด

Shanru ยืนยันว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นยังคงเป็นคำพูดของการตลาดแบบปากต่อปาก แต่แน่นอนว่าจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่ธุรกิจจะถึงจุดนั้น เนื่องจากจำนวนลูกค้าที่ต้องไปถึงระดับหนึ่งก่อนที่จะมีการเพิ่มแบบ exponential 

ต้องบอกว่าโปรแกรมการอ้างอิง (referral programs) ควรเริ่มมีตั้งแต่วันแรก ๆ ของการเปิดบริการ และควรตั้งค่าระบบการอ้างอิงที่เรียบง่ายและน่าเชื่อถือเพื่อให้ลูกค้าในพื้นที่ของคุณแบ่งปันเกี่ยวกับเว็บไซต์ของคุณได้แบบง่าย ๆ  

referal program อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของ Shopback
referal program อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของ Shopback

ทุกๆไตรมาสนอกเหนือจากแคมเปญโซเชียลมีเดียแล้ว Shanru จะจัดทำแคมเปญอ้างอิงโบนัสพิเศษเพื่อลูกค้าจะได้รับแรงจูงใจมากขึ้นในการแบ่งปันในช่วงเดือนนั้น ๆ ที่มีการจัดโปรโมชั่นเพิ่มเติมขึ้นนั่นเอง

บทสรุป

ต้องบอกว่าถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับ Shopback ที่ใช้เวลาเพียง 1 ปี เติบโตแบบก้าวกระโดด จนสามารถบุกไปในหลาย ๆ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบัน

ถือเป็นการใช้พลังงานของการตลาดออนไลน์ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยทีมงานจำนวนไม่มาก แต่สร้างการเติบโตได้แบบก้าวกระโดด จนเป็นที่สนใจของเหล่านักลงทุนในท้ายที่สุด ซึ่งถือเป็น Case Study ที่น่าสนใจสำหรับเหล่าบริษัท Startup ในไทย ที่ต้องการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในช่วงขวบปีแรกของการก่อตั้งได้อย่างดีเลยครับ

References : https://vulcanpost.com/174511/steady-silent-and-deadly-inside-singapores-hidden-gem-startup-shopback/
https://www.asianentrepreneur.org/singapore-start-up-shopback-pays-you-to-shop-online/
https://www.techinasia.com/talk/hero-12-months-shopback

Lasso เมื่อกลยุทธ์แรกในการกำจัด TikTok ของ Facebook ประสบความล้มเหลว

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Facebook มีการเปิดเผยว่ากำลังปิดแอปทดลองสองแอป หนึ่งในนั้นคือการโคลนนิ่ง TikTok ที่มีชื่อว่า Lasso ส่วน แอปอย่าง Hobbi ที่ออกมามาชนกับ Pinterest ก็ประสบกับความล้มเหลวเช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะทั้งสองแอปพลิเคชันของ Facebook ที่จะปิดตัวลง , Lasso ที่ทำการโคลน TikTok และ Hobbi ที่ถูกสร้างมาเลียนแบบ Pinterest ทั้งคู่ได้รับการพัฒนาโดยทีมทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Facebook และได้ถูกเปิดตัวภายในไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

โดยแอปทั้งสองต่างก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นการเลียนแบบแอปอื่น ๆ แม้กระทั่ง Review เชิงบวกสำหรับ Lasso ก็ถูกนำมาเปรียบเทียบกับ TikTok

แต่แน่นอนว่า เราไม่สามารถตัดสิน Facebook ว่าผิด กับความพยายามที่สูญเปล่าในการเลียนแบบลูกเล่นของแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพราะกลยุทธ์นี้มันทำสำเร็จมาแล้ว ในกรณีของ Instagram และ Snapchat ไม่น่าแปลกใจที่ Facebook พยายามทำแบบเดียวกันอีกครั้ง 

TikTok ที่กำลังเข้ามาแย่งส่วนแบ่งผู้ใช้งานคนรุ่นใหม่จาก Facebook
TikTok ที่กำลังเข้ามาแย่งส่วนแบ่งผู้ใช้งานคนรุ่นใหม่จาก Facebook

แต่ Facebook ดูเหมือนจะมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยทุ่มเททรัพยากรไปใช้ใน Instagram แทน ตาม TikTok คู่แข่งสำคัญ โดยกลยุทธ์ใหม่ของ Facebook จะไม่ใช่แอปแยกต่างหากอีกต่อไป แต่จะสร้างคุณสมบัติใหม่ภายใน Instagram ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ถ่ายทำวิดีโอรูปแบบสั้น ๆ ที่กำหนดให้เป็นเพลงได้ 

ซึ่ง Facebook ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มเดียวที่มองว่า TikTok กำลังเป็นภัยคุกคาม YouTube กำลังเปิดตัวคุณลักษณะที่คล้ายกันในความพยายามอย่างโจ่งแจ้งเพื่อดึงดูดผู้ใช้งานของ TikTok

ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทคโนโลยีหลายคนรวมถึง Sheryl Sandberg COO ของ Facebook แสดงความไม่ชอบ TikTok และ บริษัทแม่อย่าง Bytedance เป็นอย่างมาก

ในขณะที่พวกเขาหลายคนพยายามที่จะสร้างภาพความน่ากลัวในเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ สำหรับแอป ที่มีบริษัทแม่อยู่ในประเทศจีน

Sandberg  ให้สัมภาษณ์ในสิ่งที่น่าจะเป็นแหล่งที่มาของความเป็นศัตรูที่แท้จริงกับ TikTok ว่า การเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของ TikTok ทำให้คนรุ่นใหม่ถูกดึงดูดไปใช้งานแพล็ตฟอร์มใหม่นี้ Sandberg ยอมรับว่าลูก ๆ ของเธอยังเป็นผู้ใช้ TikTok คนสำคัญอีกด้วย

Sandberg COO ของ Facebook ที่ไม่ชอบใจ TikTok
Sandberg COO ของ Facebook ที่ไม่ชอบใจ TikTok

ในขณะที่รัฐบาลทั่วโลกเริ่มที่จะออกมาปราบปรามแอป TikTok โดยแอปถูกแบนในอินเดียในขณะที่ TikTok นั้นถูกกล่าวหาว่าอยู่ภายใต้การตรวจสอบความปลอดภัยจากองค์กรของรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา 

แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะประทับใจกับแอป TikTok ที่คุ้นเคยแทนที่จะต้องใช้แอปแยกต่างหาก และสถานการณ์ในตอนนี้ดูเหมือนว่า TikTok  ได้กลายเป็นแอป Social หลักสำหรับคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่ไม่สนใจ คุณลักษณะใหม่ของ Instagram อีกต่อไปแล้วนั่นเอง

โดย ทั้ง Lasso และ Hobbi เป็นความล้มเหลวอีกครั้งหนึ่งของ Facebook ซึ่งจะทำการปิดตัวลงในวันที่ 10 กรกฎาคม และดูเหมือนว่า ศึกชิง Social War ครั้งใหม่กำลังเริ่มขึ้นแล้ว เราก็ต้องคอยมาดูกันว่า เมื่อ TikTok เริ่มไปกระตุกหนวดเสือ พี่ใหญ่อย่าง Facebook และ Google พวกเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง จะจบไม่สวยแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นกับ Snapchat หรือไม่ โปรดติดตามกันต่อไปครับ

References : https://techcrunch.com/2020/07/01/lasso-facebook-tiktok-shut-down/
https://www.theverge.com/2020/7/2/21311077/facebook-lasso-shutting-down-tiktok-short-form-video-hobbi
https://www.digitalinformationworld.com/2020/05/facebook-tests-lasso-camera-within-the-main-app.html

Copycat กับกลยุทธ์ง่าย ๆที่ Facebook ใช้จัดการกับภัยคุกคามที่มาจาก Snapchat

Mark Zuckerberg ตระหนักดีถึงภัยคุกคามที่อาจทำให้ Facebook ถึงคราวล่มสลายได้จากบริการ Social Network ดาวรุ่งอื่น ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้เข้าซื้อ Startup ยอดนิยมเช่น Instagram, WhatsApp  เพื่อไม่ให้กลายมาเป็นภัยคุกคามกับบริการหลักอย่าง Facebook ของเขาในอนาคต

แต่วิธีการนั้นใช้ไม่ได้กับ Snapchat เมื่อ Facebook พยายามซื้อในปี 2013 แต่ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Snapchat อย่าง Evan Spiegel ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 3 พันล้านเหรียญ 

สำหรับ Zuckerberg นั้น Snapchat กลายเป็นเด็กดื้อ ที่ไม่ยอมเชื่อฟังพวกเขาแต่โดยดี และที่สำคัญ Snapchat ก็ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ดึงดูดผู้ใช้มากขึ้นและที่สำคัญยังพยายามเข้ามาแย่งส่วนแบ่งของบริการรูปภาพและวิดีโอที่ผู้ใช้โพสต์ไปยัง Facebook หรือ Instagram อีกด้วย

Evan Spiegel CEO ของ Snapchat ปฏิเสธการเข้าซื้อของ Mark Zuckerberg
Evan Spiegel CEO ของ Snapchat ปฏิเสธการเข้าซื้อของ Mark Zuckerberg

Snapchat พิสูจน์แล้วว่ามีตลาดขนาดใหญ่สำหรับวิธีการของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับความพยายามที่ล้มเหลวในการซื้อ Snapchat ของ Zuckerberg และนั่นทำให้ Zuckerberg พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อโจมตีภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของ Facebook ในหลาย ๆ ด้านทันที

Facebook คัดลอกฟีเจอร์ Story ของ Snapchat ซึ่งให้ผู้ใช้โพสต์ภาพสไลด์และวิดีโอสไลด์ที่หายไปหลังจาก 24 ชั่วโมง ในแอพ Facebook, Messenger, WhatsApp และ Instagram  

ไม่เพียงเท่านั้น Facebook ยังเพิ่มตัวเลือกการส่งข้อความที่ไม่ถาวรซึ่งเป็นการเลียนแบบมากจาก Snapchat โดยตรง ให้กับบริการทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น Instagram และ Messenger และเริ่มทำการทดสอบ Filter ใบหน้าที่คล้ายคลึงกันกับเลนส์ของ Snapchat

ในช่วงกีฬาโอลิมปิก ในประเทศบราซิลและแคนาดา ผู้ใช้ที่เปิดแอป Facebook ของพวกเขาจะเห็นหน้าต่างกล้องเปิดขึ้นซึ่งคล้ายกับ Snapchat ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาใช้สีใบหน้าแบบบราซิลหรือแคนาดาเพื่อให้กำลังใจประเทศของพวกเขาในการเชียร์กีฬาโอลิมปิก  พวกเขายังสามารถเพิ่มตัวบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์บนภาพถ่ายที่กล่าวว่า “ทีมแคนาดา” และ “ทีมบราซิล” ได้อีกด้วย

นี่คือสงคราม Copycat อย่างแท้จริง ด้วยการใช้คุณสมบัติทั้งหมดของ Snapchat ในส่วนต่าง ๆ ของอาณาจักร Facebook และ Instagram และแน่นอนว่ามันส่งผลให้การเติบโตของ Snapchat ช้าลงทันที ผู้คนหลายร้อยล้านคนใช้ Facebook และ Instagram แทนที่ Snapchat เพราะมันทำทุกอย่างได้เหมือนกัน

ตลอดสิ้นปี 2016 และต้นปี 2017 มีการแสดงความคิดเห็น และจำนวนการ View บน Instagram Stories มากกว่าใน Snapchat Stories 

ในช่วงดังกล่าว Instagram มีผู้ใช้งานมากกว่า 700 ล้านรายต่อวันเปรียบเทียบกับ Snapchat เพียงแค่ 166 ล้านคนและผู้ใช้ส่วนใหญ่มีเพื่อนและผู้ติดตามบน Instagram มากกว่าบน Snapchat 

Story ได้กลายมาเป็น Features สุดฮิตบน Instragram
Story ได้กลายมาเป็น Features สุดฮิตบน Instragram

ด้วย Features Story ที่เพิ่มเข้ามา มันได้สร้างความตื่นเต้นที่ได้เห็นว่ามีคนกี่คนกำลังเฝ้าดู Story ของผู้ใช้งานแต่ละคน Zuckerberg ต้องขอบคุณ Snapchat ที่ได้สร้าง Features ดี ๆ แบบนี้ออกมา และมันกำลังแพร่กระจายผ่านฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ของ Instagram ในท้ายที่สุด

ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งบทเรียนทางธุรกิจที่น่าสนใจมาก ๆ ในเรื่องนี้ ที่ Facebook พยายามคัดลอก Snapchat หลายครั้ง เพราะความล้มเหลวในการเข้าซื้อกิจการ Snapchat มันไม่สำคัญอีกต่อไป พวกเขามองเพียงแค่ความสำเร็จเท่านั้น และสุดท้ายพวกเขาก็ชนะในเกมครั้งนี้นั่นเองครับ

–> อ่าน Blog Series ประวัติ Mark Zuckerberg
ตอนที่ 1 : Facemash (The Beginning)

References : https://thenextweb.com/socialmedia/2018/05/21/facebook-is-killing-snapchat-with-the-format-it-created/
https://www.wired.com/story/copycat-how-facebook-tried-to-squash-snapchat/
https://www.businessinsider.com/how-developer-mark-zuckerberg-invented-instagram-stories-copied-snapchat-2020-4

Xiaomi Youpin กับแนวคิดการมอบประสบการณ์ช็อปปิ้งออนไลน์ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นของ Xiaomi

Xiaomi Youpin ได้เริ่มเปิดตัวออนไลน์ในเดือนเมษายน 2017 หลังจากแยกจากแอป Xiaomi Mijia มันคือประตูทางเข้าสู่ e-commerce ยุคใหม่ของ Xiaomi โดย ส่วนใหญ่จะขายฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หลักรวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคยุคใหม่

Xiaomi แยกส่วนนี้และทำให้มันเป็นแอปอิสระเพื่อ “มอบประสบการณ์การช็อปปิ้ง e-commerce ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและสร้างผลิตภัณฑ์ในบ้านที่มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น” Xiaomi Youpin คุยโวไว้อย่างยิ่งใหญ่เมื่อตอนเปิดตัว

ซึ่งความเป็นจริงแล้ว Xiaomi ได้พิจารณาแยก Xiaomi Youpin เมื่อปลายปี 2016 เมื่อถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2017 Lei Jun ผู้ก่อตั้ง Xiaomi ได้ออกจดหมายภายในบริษัทเพื่อประกาศว่าทีม Xiaomi Youpin จะถูกแยกออกจาก MIOT และกลายเป็นแผนกอีคอมเมิร์ซของ Youpin อย่างเป็นทางการ

ก่อนที่จะก่อตั้ง Xiaomi Youpin Gao Ziguang รับผิดชอบธุรกิจ Internet of Things ภายใน Xiaomi ซึ่งในช่วงที่ข้อมูลจำนวนมากทำให้ Xiaomi ตระหนักว่าความต้องการจำนวนมากของผู้ใช้ยังไม่ได้รับความพึงพอใจนัก เนื่องจาก Xiaomi เคยขายฮาร์ดแวร์เป็นหลัก บริษัท จึงคิดหาวิธีเพิ่มความถี่ในการโต้ตอบกับผู้ใช้งาน

Gao Ziguang ที่มาเป็นหัวเรือใหญ่ของ Xiaomi Youpin
Gao Ziguang ที่มาเป็นหัวเรือใหญ่ของ Xiaomi Youpin

นอกจากนี้ผู้ใช้งานของ Xiaomi ส่วนใหญ่เป็นเพศชายดังนั้น Xiaomi Youpin จึงรับผิดชอบในการปรับโครงสร้างผู้ใช้ของ Xiaomi ให้ดีที่สุด “เนื่องจากเราไม่มีผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอย่าง WeChat หรือ iQiYi เราจึงต้องหาเส้นทางใหม่และเราคิดว่าผู้ใช้ของเราต้องการอะไรอีกบ้าง นอกจากนี้บริการของเราสำหรับผู้ใช้เพศหญิงยังน้อยเกินไปซึ่งเป็นเหตุผลอธิบายว่าทำไมเราจึงต้องมีส่วนร่วมในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคมากขึ้นกว่าเดิม”

Xiaomi ได้ทำการสำรวจพบว่ารุ่นของ Xiaomi ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วกับธุรกิจโทรศัพท์มือถือนั้นสามารถทำซ้ำกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้หรือไม่ ซึ่ง Xiaomi ตีความผลิตภัณฑ์ของพวกเขาว่าเป็น“ผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสได้และราคาไม่แพงโดยใช้การเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต”

ตั้งแต่ห้าปีที่ผ่านมา Xiaomi ได้เริ่มสร้าง Powerbank สายรัดข้อมือ เครื่องฟอกอากาศและเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ เพื่อสร้างเครือข่ายทาง ecosystem ของ Xiaomi ผ่านการลงทุนใน บริษัท ฮาร์ดแวร์อัจฉริยะบางแห่ง

เมื่อได้รับประโยชน์จากฮาร์ดแวร์อัจฉริยะแล้ว Xiaomi ก็มีแนวคิดที่จะขยายไปสู่สินค้าอุปโภคบริโภค หลังจากนั้นไม่นาน Xiaomi Youpin ก็ปรากฏตัวขึ้น

ซึ่งแตกต่างจาก บริษัท อีคอมเมิร์ซอื่น ๆ ที่ใช้โมเดล OEM นั้น Xiaomi Youpin ใช้วิธีการสร้างของผลิตภัณฑ์ของตัวเอง + ผลิตภัณฑ์จากบริษัทในเครือข่ายของ Xiaomi + ผลิตภัณฑ์ของบุคคลที่สาม

ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา Xiaomi ได้ลงทุนใน บริษัทเครือข่ายทางด้านฮาร์ดแวร์มากกว่า 200 บริษัท แผนการลงทุนเป็นผลมาจากความสมดุลของ Xiaomi ที่มีพร้อมของสายผลิตภัณฑ์ และคิดว่ามันสามารถทำซ้ำได้กับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

จากมุมมองของ Gao ถ้า Xiaomi ทำผลิตภัณฑ์ทั้งหมดด้วยตัวเอง บริษัท จะเห็นการขยายตัวเกินจริงและแทบจะไม่สามารถมั่นใจได้ว่าการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของทุกกลุ่มธุรกิจในเวลาเดียวกัน

“ ธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือจากธุรกิจหลักจะถูกทำให้อยู่ในระดับที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ส่งผลให้ขาดการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้การควบคุมคุณภาพและการทำซ้ำอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์มีความสำคัญมาก หากทีมของเราต้องจัดการผลิตภัณฑ์ 10,000 รายการของแบรนด์เราเอง Xiaomi จะกลายเป็น บริษัท ที่มีพนักงาน 200,000 คนในไม่ช้า “Gao กล่าว

จากการพิจารณาข้างต้น Xiaomi เริ่มเพิ่มสายผลิตภัณฑ์ของตนผ่านการลงทุนใน บริษัท ใน ecosystem ที่เกี่ยวข้องเมื่อห้าปีที่แล้ว แต่ยังคงมีผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์หลักหลายอย่างเช่น โทรศัพท์มือถือ และทีวี ที่ยังผลิตด้วยตัวพวกเขาเอง

กลยุทธ์การลงทุนของ Xiaomi นั้นแตกต่างจากการลงทุนแบบเข้า take over กิจการ ซึ่งแตกต่างจาก บริษัท อื่น ๆ หลายประการ โดยกลยุทธ์การลงทุนของ Xiaomi คือการเป็นผู้ถือหุ้น ส่วนน้อยเท่านั้นแทนที่จะเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุมทั้งหมด

Gao กล่าวว่าจุดประสงค์ของ Xiaomi ในการลงทุนใน บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ ecosystem ของพวกเขา คือการสร้างการสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับ บริษัท ผ่านความสัมพันธ์ด้านการลงทุนดังนั้นจึงส่งมอบแนวคิดและค่านิยมของ Xiaomi ได้อย่างต่อเนื่องและยังคงรักษาการก้าวเดินที่มั่นคงของ บริษัทในเครือข่ายได้ด้วยเช่นเดียวกัน

“ เราควบคุมผลิตภัณฑ์ไม่ใช่เพียงแค่สร้างกฎ มันเป็นวิธีปฏิบัติในการตรวจสอบก่อนที่จะมีการผลิตออกมา และทำการสุ่มตรวจสอบคุณภาพหลังจากนั้น ซึ่งอาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมด แต่แน่นอนว่าเรามีกฎเกณฑ์ แต่มันก็เหมือนกับการสร้างกระบวนการสื่อสารที่เป็นรูปธรรมผ่านการลงทุนเพื่อให้แน่ใจว่า บริษัท จำนวนมากจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับเรา” Gao กล่าว

“ คุณค่า” เป็นคำที่ Xiaomi มักกล่าวถึงในที่สาธารณะ Gao กล่าวว่า คำง่าย ๆ คำนี้ คือกุญแจสู่ความสำเร็จของ Xiaomi

“ หลายคนสงสัยว่าทำไมสินค้าคุณภาพสูงของเราจึงขายในราคาที่ถูก  ผลิตภัณฑ์หนึ่งสามารถขายได้ที่ 10 หยวนหรือ 20 หยวน แม้ส่วนต่างราคาอาจจะทำให้เราพลาดรายได้หลายร้อยล้านหยวนในหนึ่งปี ซึ่งแน่นอนว่ามันก็เป็นเรื่องยากที่จะต้านทานต่อสิ่งล่อตาล่อใจเหล่านี้”

ในการเป็นสมาชิกในระบบเครือข่ายของ Xiaomi บริษัท ต้องระบุด้วย Xiaomi Model และคุณค่าของ Xiaomi ก่อน นอกจากนี้ยังต้องการความสามารถของทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์และทีมปฏิบัติการ ซึ่งรวมถึงกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การผลิตจนถึงการทำซ้ำและบริการหลังการขาย

สำหรับความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาและซัพพลายเชน Xiaomi คิดว่ากำลังการผลิต R&D ของ บริษัท เพิ่มขึ้นรวมถึงการออกแบบนั้นพวกเขาสามารถช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่ จากข้อมูลของ Gao สำหรับบางบริษัท ที่ขาดความสามารถในการจัดหาซัพพลายเชน Xiaomi จะช่วยให้พวกเขาติดต่อพันธมิตรความร่วมมือที่มีอยู่ผ่าน Connection ของ Xiaomi

นอกจากนี้ทีมออกแบบของ Xiaomi ยังมีส่วนร่วมในการพัฒนาร่วมกับ บริษัท ในเครือเหล่านี้ “ ผลิตภัณฑ์ของเราจำนวนมากได้รับการพัฒนาร่วมกับ บริษัท ในเครือแทนการซื้อโดยตรงจากโรงงาน พวกเขามีเอกลักษณ์บางอย่าง ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเรามีความแตกต่าง”

ที่สำนักงานใหญ่ของ Xiaomi Youpin มีอุปกรณ์ล้างมืออัตโนมัติซึ่งสามารถจ่ายโฟมโดยอัตโนมัติเมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับที่มือ ผลิตภัณฑ์นี้สร้างขึ้นจากการพูดคุยซ้ำ ๆ ของ Xiaomi กับ บริษัท เคมี แห่งหนึ่ง

อุปกรณ์ล้างมืออัตโนมัติของ Xiaomi
อุปกรณ์ล้างมืออัตโนมัติของ Xiaomi

“ นี่เป็นกระบวนการทั่วไปเพราะ บริษัท รู้จักอุตสาหกรรมเคมีเป็นอย่างดีและเราคุ้นเคยกับอินเทอร์เน็ตและฮาร์ดแวร์อัจฉริยะ เราหารือถึงวิธีแก้ปัญหาความเจ็บปวดในชีวิตประจำวันของเรา จากนั้นจึงกำหนดผลิตภัณฑ์ร่วมกันก่อนที่ บริษัท จะเริ่ม R & D การสร้างแบบจำลองการผลิตและการทดสอบ” Gao กล่าว

นี่คือเหตุผลที่คู่แข่ง ๆ หลาย ๆ บริษัท มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 10,000 SKUs ต่อปีในขณะที่ Xiaomi Youpin มีเพียง 3,000 SKU เท่านั้น วงจรที่ยาวนานจากการกำหนดผลิตภัณฑ์จนถึงการแนะนำผลิตภัณฑ์ทำให้ Xiaomi Youpin มีจำนวน SKUs ที่เติบโตอย่างช้าๆ

จากข้อมูลของ Gao การซื้อสินค้าจำนวนมากจากโรงงานสามารถผลักดันการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ SKU แต่ผลิตภัณฑ์มักขาดความเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งไปกว่านั้นการควบคุมคุณภาพเป็นเรื่องยากสำหรับ บริษัท ที่ดำเนินงานด้วยตนเองเป็น 10,000 SKU

โซลูชันของ Xiaomi Youpin คือการให้หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์หนึ่งรายการสอดคล้องกับ บริษัท โดยมีการร่วมมือกันในหนึ่งหรือสองแห่งในเครือข่ายของ Xiaomi ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่การวิจัยและพัฒนาและการอัพเกรดรุ่นของหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ 

ในขณะเดียวกันเนื่องจากแบรนด์ของ บริษัท ยังคงอยู่ แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การผลิตแบบ OEM ความรู้สึกเป็นเจ้าของของ บริษัท ทำให้พวกเขามีความคิดริเริ่มที่แข็งแกร่งซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อ Xiaomi และสิ่งที่ต้องทำคือการจัดการทั่วไป เพียงเท่านั้น

หนังสือชี้ชวนของ Xiaomi แสดงให้เห็นว่าภายในวันที่ 31 มีนาคม 2018 จำนวน บริษัท Xiaomi ที่ลงทุนและบ่มเพาะมากถึง 210 แห่ง โดยที่มากกว่า 90 แห่งมีส่วนร่วมในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมาร์ทฮาร์ดแวร์และการอุปกรณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำนวัน

Gao เปิดเผยว่า Xiaomi คาดว่าจะสามารถครอบคลุม 80% ถึง 90% ของผลิตภัณฑ์ทุก ๆ อย่าง ใน การอุปโภคบริโภค และการอยู่อาศัย ในหนึ่งหรือสองปี ผ่านการร่วมมือกับบริษัทใน ecosystem ของเขา รูปแบบการเลือก SKU จะถูกนำมาใช้สำหรับแต่ละประเภทเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์บางอย่าง

“ การแข่งขันระหว่าง บริษัท อีคอมเมิร์ซหรือค้าปลีกนั้นรุนแรงมากและไม่มีทางที่จะแข่งขันกับ JD.com และ Tmall.com สำหรับการสร้างแพลตฟอร์มได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพิจารณาว่าจะสร้างแพลตฟอร์มหรือสร้างผลิตภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันแนวคิดของเราคือการมุ่งเน้นการเป็น บริษัทที่สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาย่อมเยาว์” Gao กล่าว

ในช่วงแรกของยุคอินเทอร์เน็ตรูปแบบธุรกิจหลักคือการทำเงินกับทราฟฟิกจากจำนวนผู้ใช้งานที่เกิดขึ้น การเติบโตของ Xiaomi ทำให้หลายคนตระหนักว่า มีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่โดยเริ่มจากอุตสาหกรรมการผลิตและการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราส่วนราคาต่อประสิทธิภาพสูง  บริษัท อินเทอร์เน็ตจึงมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมการผลิตมากขึ้นเรื่อย ๆ

เป็นผลให้อาลีบาบาซึ่งยืนยันว่าจะไม่ทำร้านค้าที่ดำเนินการด้วยตนเองได้เปิดตัว Taobao Xinxuan ตามด้วยยักษ์ค้าปลีกเช่น JD และ Suning ซึ่งได้เปิดตัวร้านค้าออนไลน์และออฟไลน์ที่ดำเนินการด้วยตนเองเช่นเดียวกัน

Taobao Xinxuan จากพี่ใหญ่อย่าง อาลีบาบา
Taobao Xinxuan จากพี่ใหญ่อย่าง อาลีบาบา

ด้วยความเคารพต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว Gao เชื่อว่าการมีส่วนร่วมของ บริษัท อินเทอร์เน็ตในอุตสาหกรรมการผลิต มาจากสภาพแวดล้อมการค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลง การดำเนินการออนไลน์และออฟไลน์ที่แยกจากก่อนหน้านี้กำลังถูกรวมเข้าด้วยกันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ในเรื่องการค้าปลีกทั้งหมด

วิวัฒนาการดังกล่าวแสดงให้เห็นสองทิศทาง: หนึ่งคือวิวัฒนาการของจำนวนผู้ใช้งานที่เกิดขึ้นในระบบอินเทอร์เน็ต อีกทิศทางคือ หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ Social Commerce ที่นำโดย Pinduoduo และ Yunji ได้เปลี่ยนพื้นที่ของวิถี e-commerce แบบเก่า ๆ

โดยการเปลี่ยนแปลงของประเภทผลิตภัณฑ์นั้นเกิดขึ้นจากแนวโน้มการยกระดับการบริโภค แทนที่จะแข่งขันกันด้วยจำนวนผู้ใช้งาน บริษัท ต่างๆ หันมาดึงดูดลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความละเอียดอ่อนและไม่เหมือนใคร

ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมการผลิตก็ประสบกับการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน หลายโรงงานกำลังเผชิญกับการส่งออกที่หดตัวลง ในขณะที่อุปสงค์ในประเทศยังคงเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามยอดขายในประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำสำหรับโรงงานที่ไม่มีประสบการณ์การขายสินค้าในประเทศ ซึ่งเป็นการพัฒนาโอกาสให้กับยักษ์ค้าปลีกหลายรายให้พวกเขาเข้าร่วมในอุตสาหกรรมการผลิต

มีสองความคิดเกี่ยวกับพัฒนาการของผู้บริโภค หนึ่งเชื่อว่าผู้บริโภคยินดีจ่ายราคาที่สูงขึ้นเพื่อเพลิดเพลินกับผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีขึ้น ไม่ได้หมายถึงราคาที่สูงขึ้น แต่เป็นการช่วยให้ผู้บริโภคจ่ายน้อยลงหรือราคาเดียวกันเพื่อรับผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสูงขึ้น

เห็นได้ชัดว่าข้อมูลของ Gao พบว่าการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของผู้บริโภคนั้นง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน แบรนด์ส่วนใหญ่แทบจะไม่สามารถทำเงินผ่านแบรนด์ระดับพรีเมียมได้ยกเว้นสินค้าหรูหราบางประเภทเท่านั้น

“ ระดับการศึกษาและการเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภคกระแสหลักหลังยุค 90 นั้นแตกต่างจากเมื่อก่อน พวกเขาสามารถค้นหาราคาของ CPU คอมพิวเตอร์หน่วยความจำและต้นทุนฮาร์ดแวร์สะท้อนให้เห็นถึงการลดลงของความไม่สมดุลของข้อมูลในยุคที่ข้อมูลต่าง ๆ นั้นหาได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้ว

Gao กล่าวว่าการเข้าถึข้อมูลที่ง่ายขึ้นของผู้บริโภค จะช่วยลดค่าพรีเมี่ยมของแบรนด์ที่สูงเกินไปในขณะที่ยังคงรักษาระดับพรีเมี่ยมของแบรนด์ที่เหมาะสม สินค้ารุ่นยอดนิยมเป็นแกนหลักที่ทำให้ Xiaomi พัฒนาคุณภาพโดยไม่ต้องเพิ่มราคาซึ่งเป็นการลดความต้องการเฉพาะที่ไม่จำเป็นและสนองความต้องการของผู้คนส่วนใหญ่ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง

เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์อย่างประทับใจยิ่งขึ้น Xiaomi Youpin กำลังสร้างร้านค้าออฟไลน์ Gao กล่าวว่า Xiaomi Youpin เปิดร้านค้าออฟไลน์เพื่อให้ผู้ใช้สัมผัสกับการผสมผสานของเทคโนโลยีและชีวิตในแบบที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น 

“ Xiaomi เป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นความรู้สึกของเทคโนโลยี และตอนนี้เราต้องการรวมรายการวัสดุสิ้นเปลืองเข้ากับเทคโนโลยีเพื่อแสดงให้เห็นว่า ทั้งเทคโนโลยีและศิลปะสามารถที่จะบรรจบอยู่ในผลิตภัณฑ์ได้”

อย่างไรก็ตาม Xiaomi มีความระมัดระวังเป็นอย่างมากเมื่อเปิดร้านออฟไลน์เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง มีรายงานว่า Xiaomi เปิดร้านค้าทางออฟไลน์แห่งแรกในหนานจิง Gao กล่าวว่าร้านมีไว้สำหรับทดสอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่นการชำระเงินด้วยตนเอง Xiaomi จะเปิดอีกหลายสาขาเพื่อทดสอบการรับรู้ของผู้บริโภค

Gao กล่าวว่าร้านค้าออฟไลน์สามารถเป็นร้านค้าขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กก็ได้ จุดประสงค์ของการเปิดร้านออฟไลน์ขนาดเล็กคือการเป็นสถานที่ไว้แสดงแบรนด์มากกว่าการขายสินค้าในขณะที่การดำเนินการของร้านค้าขนาดใหญ่นั้นขึ้นอยู่กับว่ากำไรขั้นต้นของร้านเดียวสามารถครอบคลุมต้นทุนได้หรือไม่ 

ในปัจจุบัน Xiaomi Youpin สามารถตัดสินใจระหว่างทางเลือกทั้งสองได้ยาก แต่ในที่สุดจะได้รับคำตอบหลังจากการทดสอบในร้านค้าหลาย ๆ แห่ง ในช่วงระยะเวลาหนึ่งหลังจากนี้นั่นเองครับ

References : https://www.gearbest.com/blog/how-to/what-is-xiaomi-ecological-chain-or-xiaomi-youpin-6602
https://equalocean.com/news/201904141780
https://medium.com/@TMTPOST/interview-with-gm-of-xiaomi-youpin-the-way-xiaomi-does-business-of-household-items-62dc50fb333a
https://us.valueq.com/articles/what-is-xiaomi-youpin-or-ecological-chain-system-brands-in-333977

5 เหตุผลที่ว่าทำไม Yandex จึงเป็นผู้นำในตลาดการค้นหาเหนือ Google ในประเทศรัสเซีย

Yandex ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านการค้นหาของรัสเซียที่จดทะเบียนในตลาด NASDAQ และเป็นคู่แข่งสำคัญของ Google ในตลาดรัสเซีย แล้วทำไมมันจึงเป็นที่นิยมในหมู่ชาวรัสเซีย?

ต้องบอกว่า Yandex นั้นเป็นมากกว่าแค่บริษัท มันเป็นเรื่องของความภาคภูมิใจของชาติ แม้ชาวรัสเซียชอบที่จะสวมใส่เสื้อผ้าโดยแบรนด์จากต่างประเทศและอเมริกามากมายแค่ไหนก็ตาม แต่เมื่อมาถึงบริการออนไลน์พวกเขากลับบูชาบริการในท้องถิ่นของพวกเขาเอง

ในปี 1997 ก่อนที่ Larry Page และ Sergey Brin จะสร้าง Google นั้น Ilya Segalovich และ Arkady Volozh ได้ก่อตั้ง Yandex มาก่อนหน้าแล้ว โดยบริษัทยังคงเป็นผู้นำตลาดของรัสเซีย แต่ดูเหมือนว่าการแข่งขันจะรุนแรงขึ้นในทุก ๆ ปี

Google มีเป้าหมายอย่างชัดเจนในตลาดอินเทอร์เน็ตของรัสเซียซึ่งการรุกทั้งหมดยังคง  อยู่ที่ประมาณ 70%เท่านั้นและยังคงอยู่เบื้องหลังการเจาะตลาด 80-90% ในประเทศยุโรปส่วนใหญ่ นอกจากนี้รัสเซียซึ่งมีประชากร 144 ล้านคนมีอัตราการเติบโตอินเทอร์เน็ตสองหลักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ต่อไปนี้เป็น 5 เหตุผลว่าทำไม Yandex จึงเป็นผู้นำในตลาดอินเทอร์เน็ตของรัสเซีย

  • วิธีการที่แตกต่างในการค้นหา ในขณะที่ Google ให้ความสำคัญกับการคำนวณอันดับของหน้าเว็บไซต์มากขึ้นอัลกอริทึมการจัดอันดับของ Yandex จะคำนึงถึงระยะห่างระหว่างคำและความเกี่ยวข้องของเอกสารกับการสืบค้น ในปี 2017 บริษัท ได้เปิดตัวอัลกอริทึม Neural network ใหม่ที่มีชื่อว่า  Korolev  ซึ่งทำให้การค้นหามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • บริการสื่อแบบบูรณาการ Yandex เป็น บริษัทสื่อที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซียและให้บริการemail แผนที่ เพลง วิดีโอ ที่เก็บรูปภาพ แอป และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมายแม้ว่า Google จะให้บริการฟรี  แต่บริการระหว่างประเทศของรัสเซียเหล่านี้มีคุณภาพเทียบเท่าและปรับตัวได้ดีสำหรับผู้ใช้ในท้องถิ่นและบางครั้งก็ทำมันได้ดีกว่า
  • มันเป็นมากกว่าอินเทอร์เน็ต คุณเคยรู้จัก Google แท็กซี่หรือไม่ ไม่แน่นอนเพราะมันไม่มีอยู่จริง ในรัสเซีย Yandex มีบริการรถแท็กซี่ที่ได้รับความนิยมมากกว่า Uber ที่จริงแล้ว  ทั้งสอง บริษัทได้ประกาศแผนการที่จะรวม  ความพยายามของพวกเขาสร้างหนึ่งในบริการรถแท็กซี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในรัสเซีย Yandex ยังแทนที่บริการชั้นนำอื่น ๆ เช่น PayPal ด้วยบริการ Yandex.Money
  • พยากรณ์อากาศที่แม่นมาก ๆ  คุณอาจคิดว่ามันไม่สำคัญ แต่หากไม่มีการพยากรณ์อากาศเราแทบไม่มีอะไรจะพูดถึง Yandex ได้พัฒนาการพยากรณ์ที่แม่นยำที่สุดในโลกด้วยอัลกอริทึมที่ทันสมัย มันมีแผนที่ลมด้วย เริ่มแรกผู้พัฒนาวางแผนที่จะยุติการบริการนี้ แต่พวกเขาเปลี่ยนใจหลังจากได้รับการร้องขอจากชาวประมงรัสเซีย
  • มันดีกว่าสำหรับภาษารัสเซีย  Yandex ดีกว่าสำหรับการค้นหาภาษารัสเซียและถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับตลาดรัสเซียและสามารถเอาชนะอุปสรรคทางภาษาได้มากมาย นอกจากนี้ยังเป็นการดีกว่าที่จะเข้าใจ CrazyFont ซึ่งเป็นการเขียนคำภาษารัสเซียโดยใช้อักษรละตินแทน Cyrillic CrazyFont เป็นที่นิยมในหมู่ชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ

และที่สำคัญที่สุด Yandex นั้นมีอายุมากกว่าบริการออนไลน์จากต่างประเทศชื่อดัง และเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ซึ่งในปี 2004 เมื่อ Google บุกไปที่รัสเซียมันก็สายเกินไปแล้ว เครื่องมือค้นหาอเมริกันถูกจู่โจมอย่างรุนแรง วันนี้ Yandex ยังเป็นเสิร์ชเอ็นจิ้นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของรัสเซียและเป็น บริษัท อินเทอร์เน็ตอันดับ 1ของประเทศ

อย่างไรก็ตามในปี 2014 สถานะของ Google เริ่มดีขึ้นเนื่องจากมีชาวรัสเซียใช้บริการอินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์มือถือมากขึ้น จากข้อมูลของ Mail.Ru Group ระบุว่า 75% ของชาวรัสเซียใช้แพลตฟอร์ม Android บนสมาร์ทโฟนทำให้ Google เป็นเครื่องมือค้นหาอันดับ 1 บนมือถือ

แต่ Yandex กำลังต่อสู้กลับ และในปี 2016 บริษัท ได้ทำการยื่นฟ้องระบบปฏิบัติการ Android ของ Google โดยอ้างว่า Google กำลังละเมิดกฎระเบียบต่อต้านการผูกขาดของรัสเซีย

ในเดือนสิงหาคม 2017 ผู้ใช้ Android ในรัสเซียได้รับหน้าจอตัวเลือกในเบราว์เซอร์ Chrome Mobile ทำให้พวกเขาสามารถที่จะเลือกเครื่องมือค้นหาที่ต้องการได้ “นี่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ใช้ภาษารัสเซียและสิ่งที่เราได้รับ หลังจากการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานเพื่อต่อสู้ในเรื่องการผูกขาดของ Google” บริษัทกล่าวในแถลงการณ์

ต้องบอกว่าถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจกับบริการท้องถิ่นในประเทศรัสเซียอย่าง Yandex ที่สามารถเอาชนะ Google ได้แบบเดียวกับที่ Naver เอาชนะ Google ในประเทศรัสเซียได้

มันคือการแข่งขันที่สมบูรณ์ คงไปเทียบกับในจีนไม่ได้เพราะเป็นการกีดกันจาก The Great Firewall ของประเทศ แต่ในรัสเซีย และ เกาหลีใต้นั้น พวกเขาแข่งขันกันโดยตรง และสามารถเอาชนะ ด้วยความสามารถในการเอาชนะใจผู้ใช้ท้องถิ่นได้

และสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากเรื่องราวของทั้งสองบริษัททั้ง Yandex และ Naver นั้นก็คือ พวกเขาเตรียมสู้ตั้งแต่เริ่ม ก่อนที่ Google จะเข้ามาบุกทำให้พวกเขาเป็นฝ่ายได้เปรียบโดยเฉพาะเรื่องของภาษา ซึ่งก็น่าเสียใจที่ไทยเราไม่มีบริการแบบนี้ ที่เข้าใจคนไทยมาแข่งขันได้ เพราะภาษาไทยก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งภาษาที่หินมาก ๆ ในการพัฒนาโปรแกรมเพื่อให้เข้าใจเช่นเดียวกัน แต่สุดท้าย google ก็สามารถพัฒนาจนเอาชนะใจคนไทยได้สำเร็จ และสามารถดึงเงิน และ ข้อมูล กลับประเทศไปได้มากมายอย่างที่เราได้เห็นกันในตอนนี้นั่นเองครับ

References : https://www.ksdk.com/article/entertainment/television/show-me-st-louis/602-8388409/
https://www.digitaltrends.com/android/is-russias-yandex-beating-google-at-its-own-gam/
https://www.kgw.com/video/syndication/veuer/yandex-is-beating-google-in-russia/602-8388409
https://russiabusinesstoday.com/featured/yandex-beating-google-in-russia-analysts-say/