Geek Monday EP19 : H&M กำลังเดิมพันกับ AI และ Big Data เพื่อพลิกฟื้นกำไร

ปีที่ผ่านมาของการทำงานที่สุดแสนจะน่าเบื่อและการลดลงของกำไรอย่างมีนัยสำคัญมากที่สุดในรอบหลาย ๆ ปี ขอบ Brand Fast Fashion อย่าง H&M

แบรนด์แฟชั่นค้าปลีก H & M กำลังมองหาวิธีการที่จำกลับมาทำกำไร โดย บริษัท หันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งผลักดันประสิทธิภาพใน Supplychain และการดำเนินงาน และมอบสิ่งที่พวกเขาต้องการให้ผู้บริโภคด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจาก Big Data และ AI เกี่ยวกับแนวโน้มแฟชั่นและความพึงพอใจของลูกค้า 

ซึ่งเวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าการลงทุนของพวกเขาเพียงพอที่จะทำให้พวกเขารอดพ้นจากการตกต่ำของยอดขายได้หรือไม่ และถ้าพวกเขาเดิมพันใน AI และ Big Data

ซึ่ง Geek Monday ใน EP เราจะพาไปพบกับวิธีการที่ H&M ใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์และความอยู่รอดทางธุรกิจของพวกเขากันครับ

*** กราบขออภัยที่อ่านชื่อแบรนด์ H&M ผิดเกือบตลอดทั้ง EP นี้ครับ ***

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ    

ฟังผ่าน Podbean : 
https://tharadhol.podbean.com/e/geek-monday-ep19-handm-ai-big-data-make-profit/

ฟังผ่าน Spotify : 
https://open.spotify.com/episode/5yAWklI6dPbe9VvVtTASEc

ฟังผ่าน Youtube :
https://youtu.be/ueDfTeSxhD4

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Geek Monday EP18 : Tencent กับกลยุทธ์ Make AI Everywhere

ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีของจีนที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนผลักดันให้พัฒนาเทคโนโลยี AI รุ่นต่อไป Tencent ก็กำลังประสบความสำเร็จในการลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่

Tencent เป็นนักลงทุนอันดับต้น ๆ (รายงานว่ามีมูลค่า 120 ล้านเหรียญสหรัฐ) ในการก่อตั้ง UBTech ซึ่งเป็น บริษัท ที่มุ่งเน้นไปที่หุ่นยนต์ ซึ่งหุ่นยนต์ของ UBTech ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ Walker ซึ่งเป็นหุ่นยนต์สองเท้าที่เปิดตัวในงาน Consumer Electronics Show ปี 2018 ที่สามารถเดินลงบันไดได้เหมือนมนุษย์ 

และในบรรดา บริษัท เทคโนโลยีจีนที่รู้จักกันในชื่อ BAT (Baidu, Alibaba และ Tencent), Tencent มีส่วนร่วมในข้อตกลงและความร่วมมือด้าน AI มากที่สุด และการลงทุนด้าน AI ส่วนใหญ่นั้นอยู่ในสหรัฐอเมริกา

ซึ่งในความร่วมมือกับบริษัทในหลายอุตสาหกรรมรวมถึงกลุ่มยานยนต์ปักกิ่ง (BAIC) Tencent ลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อใช้ในยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง

ในด้านอุตสาหกรรม Healthcare ก็เช่นกัน ที่ AI เป็นหลักสำคัญที่ Tencent ต้องวิจัยและพัฒนา ซึ่งจีนต้องการเป็นผู้นำระดับโลกด้านการแพทย์โดยใช้เทคโนโลยี AI 

สถาบันทางการแพทย์มากกว่า 38,000 แห่ง มีบัญชี WeChat และ 60% ของสถาบันเหล่านี้อนุญาตให้ผู้ป่วยจองนัดหมายออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาล 2,000 แห่งที่รับชำระเงิน WeChat บริการเหล่านี้อนุญาตให้ Tencent รวบรวมข้อมูลผู้ผู้ป่วยที่มีค่าซึ่งจะช่วยในการฝึกอบรมอัลกอริทึมด้าน AI ให้มีความฉลาดมากยิ่งขึ้น

และในการเป็นหุ้นส่วนล่าสุดกับ Babylon Health ผู้ใช้ WeChat จะสามารถเข้าถึงผู้ช่วยด้านการดูแลสุขภาพแบบเสมือน Tencent ได้ลงทุนใน iCarbonX ซึ่งเป็น บริษัท ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาตัวแทนแบบดิจิทัลของแต่ละบุคคลเพื่อช่วยให้การแพทย์ส่วนบุคคลสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ความพยายามด้านการวิจัยและพัฒนาภายในของ Tencent ทำให้เกิดการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ในการดูแลสุขภาพอย่าง Miying ที่เปิดตัวในปี 2017 แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพสามารถวินิจฉัยโรคมะเร็งประเภทต่างๆและวิเคราะห์รวมถึงจัดการบันทึกการดูแลสุขภาของผู้ป่วยได้

Tencent ถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญในความทะเยอทะยานของจีนที่จะเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับโลก เนื่องจากในอนาคต AI จะเปลี่ยนอุตสาหกรรมในทุกประเภท และ Tencent กำลังก้าวนำเพื่อสร้างบริษัทให้แข็งแกร่งในอนาคตด้วยกลยุทธ์ Make AI Everywhere นั่นเองครับ

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : 
https://tharadhol.podbean.com/e/geek-monday-ep18-tencent-make-ai-everywhere/

ฟังผ่าน Spotify : https://open.spotify.com/episode/17Wrb6NvMKdGsvQ0wLtHAF

ฟังผ่าน Youtube :
https://youtu.be/4-DZSIp9oFw

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Geek Monday EP17 : Tesla กับการใช้ AI , Big Data สร้างความแตกต่างทางธุรกิจ

เทสลารวบรวมข้อมูลจากยานพาหนะทุกคันและคนขับอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเซ็นเซอร์ภายในและเซ็นเซอร์ภายนอกที่สามารถรับข้อมูลเกี่ยวกับการจัดวางตำแหน่งมือของคนขับบน ไปจนกระทั่งวิธีการใช้งานรถในแบบต่าง ๆ ของผู้ขับ

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นการช่วยเทสลาในการปรับแต่งระบบข้อมูล เพื่อใช้เพื่อสร้างแผนที่ ที่มีข้อมูลที่ละเอียดค่อนข้างสูง ซึ่งแสดงให้เห็นทุกอย่างตั้งแต่การเพิ่มความเร็วโดยเฉลี่ยในการจราจรบนถนน ไปจนถึงสถานที่อันตรายซึ่งทำให้ผู้ขับขี่ต้องระมัดระวัง

การนำเอาเทคโนโลยี Machine Learning ร่วมกับข้อมูลในระบบคลาวด์จะดูแลการให้ความรู้กับเหล่ายานพาหนะของเทสลาทั้งหมด

ในขณะที่การคำนวณที่ล้ำสมัยจะเป็นตัวตัดสินว่าการกระทำใดที่รถจำเป็นต้องดำเนินการ ณ ขณะกำลังขับขี่ และเทสลายังสามารถสร้างเครือข่ายกับรถเทสลาคันอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อแบ่งปันข้อมูลและข้อมูลเชิงลึกในท้องถิ่นพื้นที่เหล่านั้น

ซึ่งในอนาคตอันใกล้ที่มีรถยนต์ขับเคลื่อนแบบอัตโนมัติเริ่มแพร่หลาย เครือข่ายเหล่านี้ ก็จะมีการติดต่อกับรถยนต์จากผู้ผลิตรายอื่น รวมถึงระบบอื่น ๆ เช่นกล้องจราจร เซ็นเซอร์ตามถนนหรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือที่ผู้ขับขี่ใช้งานอยู่นั่นเอง

ซึ่งการมุ่งเน้นในการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ อย่าง AI หรือ Big Data มาช่วยเหลือผู้ขับขี่นั้นจะนำเทสลาไปสู่ชัยชนะในการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึงเพื่อความเป็นเลิศของตลาดรถยนต์ในอนาคตนั่นเองครับ

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ  

ฟังผ่าน Podbean : 
https://tharadhol.podbean.com/e/geek-monday-ep17-tesla-ai-big-data/

ฟังผ่าน Spotify : 
https://open.spotify.com/episode/3JI2V2cYoXRpSuXmJIH5K7

ฟังผ่าน Youtube :
https://youtu.be/mAGRODwuc98

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Geek Monday EP16 : JD.Com กับการใช้ AI , Big Data & Robotics ปฏิวัติการค้าปลีก

JD.Com ไม่เพียง แต่ลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคตเท่านั้น แต่พวกเขายังนำเทคโนโลยีของวันนี้ไปใช้ในการดำเนินงานในหลาย ๆ ด้านตั้งแต่คลังสินค้าอัจฉริยะไปจนถึงการส่งมอบด้วยโดรน และนี่เป็นตัวอย่างที่ JD.Com ใช้ AI ,Big Data และ หุ่นยนต์ในการดำเนินงานในปัจจุบัน: 

คลังสินค้าอัตโนมัติ: คลังสินค้าของ JD.Com ตอนนี้พวกเขากำลังดำเนินการเพื่อทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้โดยอัตโนมัติ   

หุ่นยนต์: หุ่นยนต์ที่ก้าวหน้าที่สุดของบริษัท ทำงานในคลังสินค้ากว่า 500 แห่ง ซึ่งพวกมันสามารถวางสินค้าบนชั้นวาง และแพ็คสินค้า รวมถึงจัดส่งสินค้าเพื่อส่งไปยังผู้บริโภค  

Drone : JD Com ใช้โดรนเพื่อส่งมอบสินค้าไปทั่วประเทศจีนตั้งแต่เดือนมีนาคม 2016 พวกเขาใช้โดรนที่มีรูปร่างและขนาดต่าง ๆ และปัจจุบันพวกเขากำลังทำงานเพื่อสร้างโดรนที่สามารถบรรทุกได้มากถึงห้าตัน  

Facial Recognition : บริษัทกำลังทดสอบซอฟต์แวร์จดจำใบหน้าที่สำนักงานใหญ่ ซึ่งจะอนุญาตให้ผู้ซื้อนำสินค้าออกจากร้านโดยไม่ต้องหยุดจ่าย ซึ่งการชำระเงินจะถูกควบคุมผ่านการจดจำใบหน้านั่นเอง       

Big Data : JD คอมสร้างโมเดลจากข้อมูลผู้บริโภคที่มีการสร้างโปรไฟล์ของทุกคนที่ติดตามแบรนด์โปรด สถานะการสมรส และอื่น ๆ พวกเขาใช้ข้อมูลที่รวบรวมเพื่อแจ้งกลยุทธ์การตลาดในอนาคต และสร้างประสบการณ์การช็อปปิ้งที่เป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้ามากยิ่งขึ้น   

JD ดอทคอมเติบโตอย่างมากเป็นและมีแผนการดำเนินการให้กลายเป็นตลาดค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่างไรก็ตามในฐานะที่ JD เป็นหนึ่งในผู้นำของอีคอมเมิร์ซ พบว่า ต้องมีการคิดล่วงหน้าเพื่อพัฒนาโซลูชันที่ถูกสร้างขึ้นโดยใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีล่าสุด และด้วยการลงทุนของบริษัท ในการวิจัยและพัฒนาและผลักดันให้ JD กลายเป็นผู้ค้าปลีกอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดนั่นเองครับ

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ    

ฟังผ่าน Podbean : 
https://tharadhol.podbean.com/e/geek-monday-ep16-jd-com-ai-big-data-robotics-retails/

ฟังผ่าน Spotify : https://open.spotify.com/episode/2JZEzRkAwhqmYJBd30k1vM

ฟังผ่าน Youtube :
https://youtu.be/U-ZtcIYOXvA

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Geek Monday EP15 : GE กับการใช้ IoT,Machine Learning ในการปฏิวัติอุตสาหกรรม

กว่า 120 ปีที่ผ่านมา General Electric (GE)  มีความเชี่ยวชาญในการผลิตอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมหนัก เช่น กังหันพลังงานไฟฟ้า เครื่องยนต์เจ็ท และอุปกรณ์ถ่ายภาพทางการแพทย์ ดังนั้นเมื่อ GE ได้รวมองค์ประกอบด้านดิจิตอลของสายธุรกิจของ บริษัท เข้าสู่แผนกใหม่ซึ่งใช้ซอฟต์แวร์จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของจีอีในอนาคต และมันจะกลายเป็นตัวแทนของธุรกิจหลักของ GE ในอนาคต

ศูนย์กลางของกลยุทธ์นี้คือแอปพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Predix ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของ GE ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับอุตสาหกรรมหนัก แนวคิดคือการรวบรวมข้อมูลจาก ‘IoT’ และใช้เทคโนโลยี Machine Learning เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงรักษาและการใช้งานของระบบอุตสาหกรรมทั้งหมด

GE มีแอพพลิเคชั่นหลายตัวที่ใช้ในการตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ  ตัวอย่าง เช่นเซ็นเซอร์บนกังหันที่มีการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับความเร็วลม กำลังไฟฟ้า และการควบคุมมอเตอร์ ด้วยการรวมศูนย์ข้อมูลและสร้างแบบจำลองเสมือนจริง ของอุปกรณ์

โดน GE สามารถใช้อัลกอริทึมในการทำนายการบำรุงรักษาที่เหมาะสมสำหรับส่วนประกอบเฉพาะหรือปรับสมดุลทั้งระบบในทั้งอุตสาหกรรมได้ และสามารถลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศษล

Predix มีมูลค่ามหาศาลสำหรับ บริษัท เนื่องจากจะช่วยให้ GE สามารถปรับปรุงการใช้สินทรัพย์ภายในและภายนอกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้้นได้ และเป้าหมายสูงสุดนั้นพวกเขาตั้งใจจะขาย Predix เป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางข้อมูลสำหรับการปรับปรุงกระบวนการให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมหนักทั้งหลายทั่วโลกนั่นเอง

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : 
https://tharadhol.podbean.com/e/geek-monday-ep15-ge-iot-machine-learning/

ฟังผ่าน Spotify : 
https://open.spotify.com/episode/27eunkLmcliI6SreBgDFNz

ฟังผ่าน Youtube :
https://youtu.be/ACB2NkM0fYQ

References : 
adpt.news                        
https://www.automationworld.com/article/topics/industrial-internet-things/ge-helps-power-plants-achieve-digital-transformation
https://www.ge.com/digital/blog/industrial-iot-how-connected-things-are-changing-manufacturing
https://digital.hbs.edu/platform-rctom/submission/predix-at-ge-machine-learning-in-industrial-iot/
https://www.bernardmarr.com/default.asp?contentID=1266

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol