เมื่อ AI พบการแพร่ระบาด ไวรัสโคโรน่า ได้เร็วกว่ามนุษย์

เมื่อวันที่ 9 มกราคม องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แจ้งให้สาธารณชนทราบถึงการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในประเทศจีน : โดยมีรายงานผู้ป่วยโรคปอดบวมจำนวนหนึ่งในเมือง หวู่ฮั่น ของประเทศจีน 

ส่วนศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกเตือนมาไม่กี่วันก่อนหน้านี้ในวันที่ 6 มกราคม แต่สิ่งที่เหลือเชื่อก็คือ แพลตฟอร์ม AI ด้านการตรวจสอบสุขภาพของแคนาดาได้ทำนายการระบาดของโรคให้กับลูกค้าตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม

BlueDot ใช้ อัลกอริทึมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของ AI ซึ่งมีรายงานข่าวและประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อแจ้งเตือนลูกค้าล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นอันตราย เช่น หวู่ฮั่น ในประเทศจีน

ส่วนเรื่องความเร็วในระหว่างการระบาด ฝั่งของเจ้าหน้าที่จีนดูเหมือนจะไม่มีประวัติที่ดีในการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโรคว่าข้อมูลที่แท้จริงเป็นอย่างไรกันแน่ แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของ WHO และ CDC ก็ต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากจีนเพื่อตรวจสอบการระบาดของโรคจากไวรัส โคโรน่าใหม่นี้  “เรารู้ว่ารัฐบาลจีนอาจไม่ได้รับความเชื่อถือในการให้ข้อมูลตามกรอบเวลาที่กำหนด” Kamran Khan ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ BlueDot กล่าว “แต่เราสามารถรับข่าวสารของการระบาดที่อาจเกิดขึ้นจากฟอรัมหรือบล็อกที่บ่งบอกถึงเหตุการณ์ผิดปกติบางประเภทที่เกิดขึ้น”

Khan กล่าวว่าอัลกอริทึมไม่ได้ใช้ข้อมูลจากโพสต์ต่าง ๆ ในสื่อสังคมออนไลน์เพราะข้อมูลนั้น มีความซับซ้อนเกินไป แต่เขาใช้อีกสิ่งหนึ่งซึ่งก็คือ : การเข้าถึงข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินของสายการบินทั่วโลกที่สามารถช่วยทำนายได้ว่าประชาชนจะติดเชื้อที่ไหนและเมื่อไหร่ โดยสามารถทำนายได้อย่างถูกต้องว่าไวรัสจะแพร่จากหวู่ฮั่นไปยังกรุงเทพฯ โซล ไทเป และโตเกียวในวันต่อมาหลังจากที่ปรากฏตัวครั้งแรก

bluedot สามารถทำนายการกระจายได้อย่างแม่นยำ
bluedot สามารถทำนายการกระจายได้อย่างแม่นยำ

Khan ผู้ซึ่งทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลในโตรอนโตในช่วงที่โรคซาร์สระบาดในปี 2003 ซึ่งเขาฝันที่จะหาวิธีที่ดีกว่าในการติดตามโรค โดยไวรัสโรคซาร์สนั้นก็เริ่มต้นในประเทศจีนและแพร่กระจายไปยังฮ่องกงจากนั้นก็ไปยังโตรอนโต 

โดย Khan กล่าวถึงการระบาดของโรคโคโรน่าไวรัสว่า “ ในปี 2003 ผมเฝ้าดูเชื้อไวรัสดังกล่าวแพร่กระจายไปทั่วเมืองและทำให้โรงพยาบาลเกิดความโกลาหล ทำให้เหล่าเจ้าหน้าที่เกิดความเหนื่อยล้าทั้งจิตใจและร่างกายเป็นอย่างมาก และผมคิดว่า ‘เราจะไม่ทำสิ่งนี้อีกต่อไป’”

หลังจากได้ทดสอบโปรแกรมการทำนายหลายครั้ง Khan ได้เปิดตัว BlueDot ในปี 2014 และระดมทุนได้ 9.4 ล้านดอลลาร์ โดยขณะนี้ บริษัท มีพนักงาน 40 คน โดยแพทย์และโปรแกรมเมอร์ที่คิดค้นโปรแกรมการเฝ้าระวังโรคซึ่งใช้การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) และเทคนิคของ Machine Learning เพื่อคอย Monitor ผ่านรายงานข่าวใน 65 ภาษาพร้อมกับข้อมูลสายการบินและรายงานการระบาดของโรคจากสัตว์ “

เมื่อมีการกรองข้อมูลแบบอัตโนมัติเสร็จสิ้น หลังจากนั้นจะเป็นการวิเคราะห์ของมนุษย์ Khan กล่าว นักระบาดวิทยาตรวจสอบว่าข้อสรุปมีเหตุผลจากมุมมองทางวิทยาศาสตร์จากนั้นรายงานจะถูกส่งไปยังลูกค้าทั้งรัฐบาล ธุรกิจ และเครือข่ายสาธารณสุข

จากนั้นรายงานของ BlueDot จะถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในหลาย ๆ ประเทศ (รวมถึงสหรัฐอเมริกาและแคนาดา) โดย BlueDot ไม่ได้ขายข้อมูลของพวกเขาให้กับประชาชนทั่วไปแต่อย่างใด ในขณะนี้

ซึ่ง BlueDot เคยประสบความสำเร็จในการคาดการณ์สถานที่ตั้งของการระบาดของโรค Zika ในเซาท์ฟลอริดา ที่ได้ทำการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ของประเทศอังกฤษอย่าง The Lancet

BlueDot พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ แต่ในขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขบางคนกล่าวว่าแม้จะมีการระบาดของโรคซาร์สเป็นเวลาหลายเดือนในปี 2003 แต่เจ้าหน้าที่ของจีนก็ตอบสนองได้เร็วขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นใหม่กับพวกเขา อย่าง ไวรัส โคโรน่า

“ การระบาดน่าจะใหญ่กว่านี้หนึ่งเท่า จากที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยืนยัน” James Lawler ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยเนแบรสกากล่าว ซึ่งเขาเป็นทีมงานที่ทำการรักษาผู้ป่วยโรคอีโบล่าที่ถูกกักกันในปี 2017 และปี 2018 การคำนวณแบบปรกติต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศจีนในแต่ละสัปดาห์ อาจจะมีความคลาดเคลื่อนเป็นอย่างมาก”

Lawler และคนอื่น ๆ กล่าวว่า การระบาดของโรค corona virus จะยังคงแพร่กระจายในขณะที่นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนไปยังประเทศอื่น ๆ และแสดงอาการของการติดเชื้อ เขาบอกว่าเรายังไม่รู้ว่ามีกี่คนที่จะป่วยและจะมีกี่คนที่จะตายก่อนที่การระบาดจะลดลง

เพื่อหยุดการแพร่กระจายของโรคเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะต้องบอกความจริงและบอกเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันมันก็คุ้มค่าที่จะนำไปใช้เป็นฐานข้อมูล เพื่อการเรียนรู้ของ AI ในอนาคตนั่นเอง

ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เขียน

ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็น Natural Language Processing ที่ทำงานร่วมกับ Machine Learning ในการนำเอาข้อมูลต่าง ๆ ทั้งจากสายการบิน จากฟอรั่ม จาก Blog มาทำการวิเคราะห์ข้อมูลการระบาดอย่างที่ BlueDot ทำ

แน่นอนว่า การระบาดครั้งนี้ ของ ไวรัสโคโรน่า นั้นก็สามารถมองในแง่ดีได้อีกด้านหนึ่งก็คือ การเป็นฐานข้อมูลใหม่ให้ AI ได้เรียนรู้ เพื่อวิเคราะห์ และ ในอนาคตอาจจะทำนายได้แบบ realtime และสามารถขจัดปัญหาตั้งแต่ต้นตอการระบาดได้อย่างรวดเร็ว ไม่ให้แพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างที่เราเห็นกันในตอนนี้ได้นั่นเองครับ

References : https://www.wired.com/story/ai-epidemiologist-wuhan-public-health-warnings https://www.etftrends.com/disruptive-technology-channel/startup-used-ai-to-identify-coronavirus-outbreak-before-who-cdc/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Geek Talk EP5 : The Staircase ถึงเวลาหรือยังที่ระบบยุติธรรมควรโดน Disrupt

The Staircase เป็นภาพยนต์กึ่งสารคดีที่ตีแผ่คดีที่น่าสนใจของไมเคิล ปีเตอร์สัน นักเขียนนวนิยายแนวอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหาว่าลงมือฆ่าแคธลีน ปีเตอร์สัน ภรรยาของตัวเองหลังพบศพของเธอที่เชิงบันไดในบ้าน และมีการต่อสู้คดีในชั้นศาลมาตลอด 16 ปีหลังจากนั้น

ปัญหาใหญ่ของกฏหมายในหลาย ๆ เรื่องที่เราได้พบมาตามข่าว ไม่ว่าจะเป็นคดีเล็ก ๆ อย่างการลักทรัพย์ ไปจนคดีใหญ่ ๆ ระดับประเทศ เราจะเห็นได้ว่า มันขึ้นอยู่กับการตีความ รวมถึงความเทพของเหล่านักกฏหมาย หรือ อัยการ แทบจะทั้งสิ้นที่จะมาตีความตามกฏหมายต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อชี้นำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างที่เขาต้องการ

The Staircase เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจ กับการต่อสู้ในคดี กับฝั่งอัยการของรัฐ ที่ตั้งมั่นเอาผิด ไมเคิล ปีเตอร์สัน ว่าเขาเป็นคนสังหารภรรยาที่แสนรักของเขา เรื่องราวจะเป็นอย่างไร *** เนื้อหาใน podcast มี spoil บางส่วนของ series ***

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/2RPF0x1

ฟังผ่าน Apple Podcast :   https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast :  http://bit.ly/30TsP6t

ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/3aMNvkT

ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/cSr31bQGHb0

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Geek Monday EP34 : John Deere กับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ปฏิวัติการทำฟาร์ม

ด้วยข้อมูลที่มีอยู่มากมายและเครื่องมือที่มีความซับซ้อนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ มันไม่น่าแปลกใจเลยที่อุตสาหกรรมทางการเกษตรกำลังเรียกร้องให้มีการปฏิวัติเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI 

ซึ่งอุตสาหกรรมการเกษตรนั้นต้องบอกว่าเป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานที่สุดต่อการอยู่รอดของมนุษย์เรา ซึ่งตอนนี้กำลังได้รับผลกระทบอย่างมากจากรูปแบบของ สภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความพร้อมในการใช้น้ำ และรูปแบบการอพยพของมนุษย์ หรือแม้กระทั่งผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเมือง นั่งเอง

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/380Ysx0

ฟังผ่าน Apple Podcast : https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast : http://bit.ly/2kxHtQ3

ฟังผ่าน Spotify :  https://spoti.fi/2m0PTzR  

ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/aqOOMxX6Kyw

References : https://www.smart-akis.com/wp-content/uploads/techhtmpdf/1091.htm

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Geek Monday EP33 : Future of US

ต้องบอกว่า ก่อนหน้านี้ ที่ IBM เคยเอาชนะแชมป์หมากรุกโลกได้นั้น ถือเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไปเลย เมื่อเทียบกับเกมส์โกะ เพราะเกมส์โกะ เป็นเกมส์ที่มีความน่าจะเป็นในกระดานสูงมาก และต้องคิดแบบหลายชั้น ซึ่งการที่ AI สามารถเอาชนะขีดจำกัดในข้อนี้ของมนุษย์ได้นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา เราต้องลองจินตนาการว่า หาก Alpha Go สามารถเอาชนะแชมป์โลกโกะ ได้ แล้วต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อ AI สามารถเรียนรู้การทำงานของมนุษย์ และรู้ถึงจุดอ่อนของมนุษย์เราได้

แต่ก็อยู่ที่ว่ามนุษย์เรานั้นจะสามารถยอมรับได้หรือไม่ หากต่อไป นั้น เราจะถูกวินิจฉัยโดย AI ซึ่งไม่ใช่หมอ เช่นเดียวกับ ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะยอมรับได้มั๊ยว่า รถแบบขับเคลื่อนอัตโนมัตินั้น จะเป็นรถปรกติที่วิ่งบนถนนเดียวกับเรา ซึ่ง ยังไงอัตราการเกิดอุบติเหตุจาก AI เหล่านี้ ก็น่าจะน้อยกว่ามนุษย์อยู่แล้ว เพราะความแม่นยำที่สามารถตรวจสอบได้ และขีดจำกัดหลาย ๆ อย่างของมนุษย์นั้น จะไม่สามารถทำงานได้เทียบเท่า AI อีกต่อไป

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/2tuKuof

ฟังผ่าน Apple Podcast : https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast :  http://bit.ly/2ZPzz4L

ฟังผ่าน Spotify :  https://spoti.fi/2MXUHR4

ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/lraW0KddTmE

*** หมายเหตุ ใน EP โปรดใช้วิจารณญาณในการรับฟังนะครับ เป็นการคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้น จากที่ผมได้ติดตามเรื่องราวเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเท่านั้นครับ ***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Spray-on solar cells กับเทคโนโลยีใหม่ของโซลาเซลล์แบบพ่นด้วยพลัง AI

ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัย Central Florida กล่าวว่างานวิจัยใหม่ของ AI เกี่ยวกับของเหลวพิเศษที่เรียกว่า “perovskite” ซึ่งในสักวันหนึ่งอาจจะนำมาใช้เพื่อสร้างโซลาเซลล์แบบพ่นได้

งานวิจัยใหม่ที่เรียกว่า “เซลล์แสงอาทิตย์ perovskite” (PSCs) สามารถเปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานได้เหมือนกับแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ใช้ซิลิคอนในเทคโนโลยีแบบเดิม นักวิทยาศาสตร์เกิดความคิดนี้ขึ้นเมื่อทศวรรษที่แล้ว จนถึงตอนนี้พวกเขาได้พยายามคิดค้นสูตรที่ประหยัดต้นทุนและประหยัดพลังงานให้มากที่สุด

ด้วยการป้อนข้อมูลหลายร้อยจุดจากอัลกอรึทึมที่ได้รับการตรวจสอบเกี่ยวกับ perovskite ระบบจะสามารถทำนายได้ว่าสูตรใดจะทำงานได้ดีที่สุด

โดยทีมหวังว่าเทคโนโลยี Machine Learning ของพวกเขาจะช่วยให้วัสดุแห่งอนาคตมีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพตามที่ต้องการโดยไม่ต้องใช้เงินทุนมากนักเหมือนในปัจจุบัน งานวิจัยของพวกเขานั้นมีรายละเอียดในเอกสารที่ตีพิมพ์ในวารสาร Advanced Energy Materials เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

“ผลการทดสอบของเราแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี Machine Learning สามารถใช้สำหรับงานวัสดุ perovskite และใช้พื้นฐานทางด้านฟิสิกส์ที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนา PSCs ที่มีประสิทธิภาพสูงได้นั่นเอง” Jayan Thomas หัวหน้านักวิจัยกล่าวในแถลงการณ์

ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เขียน

แน่นอนว่าเทคโนโลยีทางด้านโซลาเซลล์ในปัจจุบันนั้น กำลังก้าวหน้าไปอย่างมาก และนี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีในด้านนี้

ซึ่งในอนาคตหากสามารถที่จะนำมาใช้จริง ก็สามารถที่จะลดต้นทุนในการติดตั้งแผงโซลาเซลล์ เพื่อใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ เนื่องจากในปัจจุบันนั้นจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวนั้น ต้องใช้การลงทุนค่อนข้างสูง และใช้ระยะเวลายาวนานกว่าจะคืนทุนได้สำเร็จ

และแน่นอนหากพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวให้ราคาถูกได้ ก็จะทำให้คนทั่วไปนั้นหันมาสนใจในการใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์มากขึ้น ซึ่งสุดได้ก็จะเป็นผลดีกับโลกเราในอนาคตนั่นเองครับ

References : https://phys.org/news/2019-12-artificial-intelligence-scientists-spray-on-solar.html

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol