Geek Daily EP50 : เมื่อเทคโนโลยี AI จดจำใบหน้าทำงานผิดพลาดจนส่งผู้บริสุทธิ์เข้าคุก

ตำรวจรัฐนิวเจอร์ซีย์ตกอยู่ภายใต้ความกดดัน หลังจากกล่าวหาและจับกุมผู้ต้องสงสัยอย่างไม่ถูกต้องโดยอาศัยซอฟต์แวร์จดจำใบหน้าที่ทำงานผิดพลาด

Nijeer Parks รู้สึกประหลาดใจที่ได้ทราบว่าตำรวจในเมือง Woodbridge มีหมายจับสำหรับการจับกุมรายชื่ออาชญากรรมรวมถึงการขโมยของในร้าน ซึ่งเขาไม่เคยไปเมืองนั้นมาก่อน แต่เมื่อเขาไปที่สถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จับกุมเขาทันที

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
http://bit.ly/2LjCek1

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/2lEqPPg

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
http://bit.ly/2kxHtQ3

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/2m0PTzR

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/is1x-RxCfAQ

Geek Monday EP73 : Recap บทบาทเทคโนโลยีกับโลกธุรกิจในปี 2020

ห่างหายจากการจัด Podcast มาประมาณ 1 อาทิตย์ เนื่องจากใช้เวลาในช่วงหวัดหยุดยาวปีใหม่ ในการพักผ่อนกับครอบครัว สำหรับ EP จะเป็นรายการ EP แรกต้อนรับปี 2021 ของ Geek Forever Podcast

โดยจะมาเริ่มต้นด้วยการทบทวน Case Study ที่น่าสนใจเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีกับโลกธุรกิจในปีที่ผ่านมาที่ผมได้เคยเล่าผ่านรายการ Geek Monday กันนะครับ

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ 

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
http://bit.ly/3b4wtS4

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/2lEqPPg

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
http://bit.ly/2kxHtQ3

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/2m0PTzR

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/S5Nbqo8pgJQ

Stitch Fix ค้าปลีกแฟชั่น กับการใช้งานที่น่าทึ่งของเทคโนโลยี AI

Stitch Fix ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 ในซานฟรานซิสโก และได้ทำให้อุตสาหกรรมค้าปลีกแฟชั่นถึงจุดเปลี่ยน ด้วยข้อมูลจากลูกค้าและการทำงานร่วมกันระหว่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสไตลิสต์ที่เป็นมนุษย์ของบริษัท

Stitch Fix เป็นสไตลิสต์ส่วนตัวบริการที่จัดส่งเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่คัดมาทีละรายการโดยคิดค่าธรรมเนียมการจัดการเพียงครั้งเดียว 

ลูกค้าสามารถกรอกแบบสำรวจออนไลน์เกี่ยวกับสไตล์ที่ชอบ สไตลิสต์ของบริษัทจะทำการเลือกสินค้าห้าชิ้นเพื่อส่งให้ลูกค้า สไตลิสต์เลือกสินค้าตามคำตอบแบบสำรวจของลูกค้าและข้อมูลจากช่องทางโซเชียลมีเดียของพวกเขา

จากนั้นลูกค้ากำหนดวันรับสินค้า เมื่อได้รับการจัดส่งแล้วลูกค้ามีเวลาสามวันในการเลือกว่าจะเก็บสินค้าไว้หรือส่งคืนบางส่วนหรือทั้งหมด หากลูกค้าเก็บสินค้าไว้อย่างน้อยหนึ่งชิ้นค่าธรรมเนียมจะเริ่มต้นและจะถูกรวมเข้ากับราคาของสินค้า

นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมการจัดแต่งสไตล์แล้ว หากลูกค้าตัดสินใจที่จะเก็บสินค้าทั้งห้าชิ้นไว้ลูกค้าจะได้รับ 25% จากค่าใช้จ่ายทั้งหมดของสินค้า ลูกค้าสามารถเลือกความถี่ในการจัดส่ง เช่น ทุกสองสัปดาห์เดือนละครั้งหรือทุกสองเดือน 

โดย บริษัท ยังสนับสนุนการทำงานร่วมกับบอร์ดชื่อดังอย่าง Pinterest ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถเพิ่มรูปภาพแฟชั่นที่พวกเขาชอบได้ สไตลิสต์ Stitch Fix ก็จะเข้ามาดูบอร์ดเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

ซึ่งบริการสมัครสมาชิกสไตล์ลิสต์ออนไลน์ช่วยลดความจำเป็นที่ลูกค้าจะต้องออกไปข้างนอก และทำให้พวกเขาสามารถเลือกซื้อเสื้อผ้าหรือแม้แต่ท่องเว็บออนไลน์ของ Stitch Fix ได้ เนื่องจากทาง Stitch Fix มีบริการให้คำแนะนำส่วนบุคคลได้โดยตรงนั่นเอง

โดยข้อเสนอแนะดังกล่าวได้รับการป้อนข้อมูลลงในฐานเก็บข้อมูลของ บริษัท เพื่อทำให้อัลกอริทึม Machine Learning ของบริษัท ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ในการกำหนดรูปแบบที่ต้องการสำหรับลูกค้าแต่ละคน หรือแม้แต่ใช้ในการระบุแนวโน้มของ Trend สินค้าที่จะเกิดขึ้น 

ในปี 2018 บริษัท มีรายได้แตะ 1 พันล้านดอลลาร์ และมีลูกค้าที่ใช้งานอยู่ 3.4 ล้านราย แต่คู่แข่งอย่าง Amazon และ Trunk Club ต่างกำลังเลียนแบบสไตล์การค้าปลีกของพวกเขา 

ต่อไปนี้เป็นวิธีที่น่าสนใจที่สุดที่ Stitch Fix ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ร่วมกับสไตลิสต์ที่เป็นมนุษย์เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของพวกเขา

การปรับแต่งเสื้อผ้าและเครื่องประดับในแบบของคุณ

Stitch Fix ได้รวมความเชี่ยวชาญของสไตลิสต์ส่วนตัวเข้ากับข้อมูลเชิงลึกและประสิทธิภาพของปัญญาประดิษฐ์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์ของแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็น คำติชมของลูกค้า และความพึงพอใจ ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาใช้ร่วมกับสไตลิสต์ที่เป็นมนุษย์ ด้วยคำแนะนำที่เป็นไปได้ สิ่งนี้ช่วยให้ บริษัท สามารถให้คำแนะนำสไตล์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณแก่ลูกค้าแต่ละรายได้

ปรับปรุงอัตราความพึงพอใจของลูกค้า

ยิ่งสไตลิสต์ของ Stitch Fix ที่มีการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร ในการจัดหาผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาชื่นชอบให้กับลูกค้าก็จะยิ่งทำให้การดำเนินธุรกิจของพวกเขามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในขณะที่พวกเขาลงทุนในสินค้า พวกเขาก็รู้ว่าลูกค้าจะชื่นชอบอะไร ยิ่งพวกเขาเสียพื้นที่ในคลังสินค้าน้อยลง ค่าใช้จ่ายในการคืนสินค้า และการบริจาคสิ่งของที่ไม่ได้ขายก็ลดลงไปด้วย

ขณะที่ Eric Colson หัวหน้าเจ้าหน้าที่อัลกอริทึมของ Stitch Fix กล่าวว่า “ธุรกิจของเรากำลังนำข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับแฟชั่นมาสู่มือของลูกค้าได้อย่างตรงเป้าหมายมากที่สุด”

วงจรพัฒนาสินค้ารูปแบบใหม่

ย้อนกลับไปในปี 2012 Stitch Fix มีอัลกอริธึม Machine Learning เพียงอย่างเดียวแต่ในปัจจุบันมีหลายร้อยเทคโนโลยีที่บริษัทกำลังใช้อยู่ 

โดยบริษัทกำลังออกแบบรูปแบบของตัวเองที่เรียกว่า Hybrid Designs โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมมาอย่างยาวนาน พวกเขาคิดว่า แต่ละสไตล์เป็นชุดของคุณลักษณะต่าง ๆ เช่น สีความยาวแขน ขอบเสื้อ หรือ สิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่น  

จากนั้นพวกเขาจะดูความคิดเห็นที่ได้รับจากลูกค้าสำหรับแต่ละคุณลักษณะเหล่านี้ ด้วยการรวมแอตทริบิวต์ใหม่ และแม้กระทั่งการปรับเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ เล็กน้อย เพื่อพัฒนาสินค้ารูปแบบใหม่ออกมาให้ตรงตามความต้องการลูกค้า

Stitch Fix สามารถสร้างการออกแบบใหม่เพื่อแบ่งปันกับนักออกแบบที่เป็นมนุษย์เพื่อตรวจสอบรูปแบบสุดท้าย ก่อนที่จะเข้าสู่สินค้าคงคลังของตน จากนั้นอัลกอริธึม AI จะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ไปสู่มือของลูกค้า และเมื่อพวกเขาแบ่งปันความคิดเห็น วงจรของของการพัฒนาสินค้า ก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

การทำความรู้จักลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

Stitch Fix ไม่เพียง แต่ขอให้ลูกค้ากรอกข้อมูลสไตล์เพื่อกำหนดสไตล์ ขนาด และความชอบของลูกค้าเพียงเท่านั้น แต่ยังบันทึกทุกจุดที่มีการ connect กับลูกค้า รวมถึงการพิจารณาถึงสถานะของลูกค้าแต่ละรายในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่น ช่วงเพิ่งเริ่มงานใหม่ หรือ เหตุการณ์พิเศษที่ต้องผ่านการเปลี่ยนแปลงในชีวิต เช่น การหย่าร้าง

เนื่องจากอัลกอริทึมระบุการเปลี่ยนแปลงในสถานะเหล่านี้ได้ จึงสามารถช่วยให้ Stitch Fix ส่งมอบสินค้าที่เกี่ยวข้องมากที่สุด และในที่สุดก็ให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของพวกเขา

ปรับปรุงการดำเนินงาน

ปัญญาประดิษฐ์ทำงานผ่านทุกด้านของคลังสินค้าและระบบการจัดส่งของ Stitch Fix เมื่อมีการร้องขอให้มีการจัดส่งสินค้า อัลกอริทึมจะทำการกำหนดให้กับคลังสินค้าโดยพิจารณาจากตำแหน่งของลูกค้าและสินค้าคงคลังของคลังสินค้า และการจับคู่กับสไตล์ของลูกค้า

รวมถึงพิจารณาถึงสิ่งอื่น ๆ โดยเมื่อมีการเลือกสินค้าสำหรับการจัดส่ง อัลกอริทึมจะปรับเส้นทางการรับสินค้าให้เหมาะสมเพื่อเติมเต็มช่องว่างของการขนส่ง และสร้างสินค้าแนะนำที่เป็นไปได้ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถหยิบสินค้าได้ในเวลาเดียวกันนั่นเอง

การจัดการสินค้าคงคลัง

Stitch Fix เกี่ยวข้องกับการจัดการสินค้าคงคลังเช่นเดียวกับร้านค้า Physical แบบดั้งเดิม เมื่อลูกค้าสั่งซื้อสินค้า พวกเขาจำเป็นต้องเติมสต๊อกสินค้าคงคลังเพื่อให้สไตลิสต์มีสินค้าคงคลังมากพอที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า

พวกเขาต้องทำการค้นหาว่าลูกค้าจะซื้อกี่สไตล์เพื่อให้ตรงตามความต้องการของพวกเขา ซึ่งบริษัท ใช้อัลกอริทึม AI เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเหล่านี้ และแก้ไขปัญหาการจัดการสินค้าคงคลังที่มีความซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

แม้ว่า Stitch Fix อาจไม่ได้ใช้อัลกอริทึมได้ง่ายในอนาคต แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่มีความชัดเจนสำหรับพวกเขา คือ บริษัท ได้แสดงให้เห็นว่าการทำงานร่วมกันระหว่าง AI และมนุษย์ โดยทั้งสองทำสิ่งที่พวกเขาทำได้ดีที่สุด  โดยแม้จะมี AI เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่มนุษย์ก็มีความสำคัญในกระบวนการนี้ แต่เมื่อพวกเขาทำงานร่วมกันผลลัพธ์ที่ได้จะมีผลผลิต และประสิทธิภาพที่ดีที่สุดนั่นเองครับ

References : https://www.stitchfix.com/
https://www.forbes.com/sites/laurengensler/2017/10/19/stitch-fix-files-for-an-ipo/?sh=31deafdc130b
https://www.idginsiderpro.com/article/3067264/at-stitch-fix-data-scientists-and-ai-become-personal-stylists.html
https://www.standard.co.uk/tech/thread-vs-stitch-fix-reviews-2019-ai-fashion-stylists-a4247041.html

Geek Monday EP72 : Telefonica กับการใช้ AI เพื่อเชื่อมต่อผู้คนกว่า 100 ล้านคน ในพื้นที่ห่างไกลของลาตินอเมริกา

Telefonica เป็น บริษัท โทรคมนาคมข้ามชาติของสเปนซึ่งเป็น บริษัทหนึ่งของผู้ให้บริการโทรศัพท์ที่ใหญ่ที่สุดผู้ให้บริการบรอดแบนด์และโทรศัพท์มือถือ ผู้ให้บริการเครือข่ายในโลก ในสหราชอาณาจักรเป็นที่รู้จักในฐานะ O2 นับตั้งแต่ บริษัท แม่เข้าซื้อแบรนด์ซึ่งเป็นการแยกตัวออกมา British Telecom ในปี 2006

ในปี 2018 ได้ประกาศแผนการที่ทะเยอทะยานที่จะเชื่อมต่อผู้คน 100 ล้านคน ผู้ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคที่ห่างไกลที่สุดในอเมริกาใต้ จะทำสิ่งนี้โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อค้นหาชุมชนไม่ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม และทำการจัดสรรทรัพยากรให้คนกลุ่มดังกล่าวสามารถเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ 

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
http://bit.ly/38xVsdy

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/2lEqPPg

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
http://bit.ly/2kxHtQ3

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/2m0PTzR

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/nDxZxs7VTwk

References : https://www.fiercetelecom.com/telecom/telefonica-s-internet-for-all-project-uses-modern-tools-to-find-and-connect-latin-americans
https://techcrunch.com/2016/07/06/facebooks-opencellular-is-a-new-open-source-wireless-access-platform-for-remote-areas/?guccounter=1

Geek Monday EP71 : Domino’s Pizza กับการใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ

Domino’s Pizza เป็น บริษัท พิซซ่าที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยขายพิซซ่า 300,000 ถาดในทุก ๆ วัน จาก 48,000 ร้านค้าใน 85 ประเทศ Domino’s เป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากที่สุดอย่างต่อเนื่อง

การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ จนถึงขณะนี้สามารถผลักดันให้ลูกค้าสั่งพิซซ่าได้ จากทุกแพลตฟอร์ม กว่า 60% ของยอดขายมาจากช่องทางดิจิทัล และคุณสามารถสั่งพิซซ่าผ่านสมาร์ททีวี, Facebook, Twitter, Amazon Echo, Smart Watch และวิธีการอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงเพียงแค่ส่งอีโมจิพิซซ่าผ่าน SMS

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ 

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
http://bit.ly/3pbjVw0

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/2lEqPPg

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
http://bit.ly/2kxHtQ3

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/2m0PTzR

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/x_d9JUAdFtQ

References : https://www.prnewswire.com/news-releases/dominos-on-quest-for-digital-dominance-using-artificial-intelligence-300633827.html
https://www.techradar.com/news/ford-and-dominos-are-filling-self-driving-cars-with-pizza-to-see-how-we-feel-about-it
https://www.thetimes.co.uk/article/pizza-guzzlers-give-dominos-a-slice-of-success-dzftlldtn
https://www.diegocoquillat.com/en/dominos-pizza-quiere-liderar-la-carrera-por-la-inteligencia-artificial-en-el-mercado-de-los-restaurantes/