Cybertruck กับแนวคิดรถกระบะหุ้มเกราะแห่งอนาคตของ Elon Musk

เหล่าแฟน ๆ ของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า Tesla ต่างพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับ Cybertruck รถกระบะรุ่นใหม่ที่เหล่าสาวกรอคอยมานานจาก Tesla

ซึ่งตอนนี้การรอคอยนั้นอาจจะจบลง ในวันพุธที่ผ่านมา เมื่อ Elon Musk CEO ของ Tesla ประกาศบน Twitter ว่ารถบรรทุกที่รอคอยมานานจะเปิดตัวในวันที่ 21 พฤศจิกายน นี้ใกล้กับโรงงานจรวด SpaceX ในท่าเรือลอสแองเจลิส

รถบรรทุก Tesla นั้นเป็นโครงการลับอันเป็นที่รักมากของ Musk มานานหลายปี ในการสัมภาษณ์กับ Recode ในปี 2018 Musk ได้อธิบายว่ามันเป็นรถบรรทุก “ Cyber ​​Runner” แห่งอนาคตที่มีลักษณะคล้ายหุ่นยนต์ มันจะยอดเยี่ยมมาก และเขารู้สึกตื่นเต้นการกับมันมาก ๆ ”

ซึ่งเราไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับรถบรรทุกรุ่นใหม่ของ Tesla มากนัก แต่ก่อนหน้านี้ Musk ได้อธิบายว่ามันเป็นรถบรรทุก 6 ที่นั่งขนาดใหญ่ที่มีหลากหลายตัวเลือก โดยรองรับสำหรับทุกช่วงระยะทาง และรองรับการบรรทุกได้มากกว่ารถกระบะทั่วไปในตลาด

เมื่อเดือนที่แล้ว Musk ยังทวีตว่ารถบรรทุกรุ่นใหม่ที่กำลังจะออกมานั้นจะ “จะรองรับผู้ให้บริการรถหุ้มเกราะมากขึ้นในอนาคต” และแนะนำว่า ทหารสามารถนำไปใช้เป็นยานเกราะได้

แต่เหล่าลูกค้าที่มีศักยภาพของ Tesla จะชอบการออกแบบใหม่ที่โดดเด่นนี้หรือไม่?

“ ตลอดเวลาที่ผู้คนพยายามสร้างผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาคิดว่าคนอื่นจะชอบมัน แต่พวกเขาไม่ได้รักตัวเองมากพอ” Musk กล่าวในงานเลี้ยงของกองทัพอากาศสหรัฐฯเนื่องในโอกาส วัน Pitch Day ที่เมือง ซานฟรานซิสโก “ ถ้าคุณไม่รักผลิตภัณฑ์คุณก็ไม่ควรคาดหวังให้คนอื่นทำมัน”

References : https://www.teslarati.com/tesla-cyberpunk-pickup-truck-us-military-use-elon-musk/ https://www.teslarati.com/tesla-elon-musk-blade-runner-pickup-truck-render/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

PayPal Wars ตอนที่ 11 : Sell Out

JULY–OCTOBER 2002

ข่าวลือต่าง ๆ ได้หลุดออกไปอย่างรวดเร็วในเรื่องการควบรวมกิจการระหว่าง ebay และ PayPal มันเป็นการเจรจาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ๆ ระหว่างบริษัททั้งสองที่ไม่คิดจะสู้กันอีกต่อไป การควบรวมกิจการนั้นดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของทั้งสองฝ่าย

‘ebay ทุ่มซื้อ PayPal มูลค่า 1.5 พันล้านเหรียญ’ กลายเป็นข่าวใหญ่ของสื่อในช่วงเวลานั้น โดยเนื้อหานั้นกล่าวถึงการที่ ebay จะเปิดบริการ Billpoint ลง และให้ PayPal กลายเป็นบริการหลักของ ebay แทน

และเป็น Thiel ที่แอบไปเจรจา จน Deal นี้สำเร็จเสียที เป็นการต่อสู้ที่ยาวนาน เป็นการแข่งขันในเกมธุรกิจที่เรียกได้ว่าสนุกที่สุดครั้งในประวัติศาสตร์ของบริษัทในอเมริกา แต่ถึงบัดนี้ ทั้งสองก็ได้จูบปากกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Thiel ได้ทำการนัดพนักงานเข้ามาเพื่อชี้แจ้งเรื่องดังกล่าว โดยกล่าวในรายละเอียดที่เกิดขึ้น ที่ได้สรุปข้อตกลงขายบริษัท PayPal ให้กับ ebay โดยจะเป็นการแลกเปลี่ยนหุ้นทั้งหมด ในสัดส่วน 0.39 หุ้นของ ebay สำหรับ PayPal ในทุก ๆ หุ้น

ซึ่งแน่นอนว่า อาจจะต้องใช้เวลาหกเดือน กว่าที่รายละเอียดของ Deal ทั้งหมดจะเสร็จสิ้น และในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ทั้งสองบริษัทจะแยกทำงานกัน โดยหลังจากทำการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ PayPal จะยังคงเป็นหน่วยงานอิสระ ภายใน ebay และทีมผู้บริหารปัจจุบันก็จะยังคงอยู่ทำงานต่อไป

เหล่าพนักงาน PayPal ฉลองชัย ที่สงครามสิ้นสุด เสียที
เหล่าพนักงาน PayPal ฉลองชัย ที่สงครามสิ้นสุด เสียที

และคำพูดสุดท้าย ที่ทำให้เหล่าพนักงานต่างส่งเสียงปรบมือกันเกรียวกราว ก็คือ “เมื่อการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ Billpoint จะถูกปิดตัวลง และ PayPal จะถูกรวมเข้ากับเว๊บไซต์ ebay” ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการยุติสงครามที่มีความยืดเยื้อมาอย่างยาวนานนั่นเอง

และสิ่งสำคัญในการควบรวมครั้งนี้ก็คือ Thiel ต้องการประกาศให้เหล่าพนักงานของเขาได้รับรู้ว่า PayPal จะกลายเป็นสกุลเงินสำหรับอินเทอร์เน็ต ตามความฝันที่เค้าได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มสร้าง PayPal ใหม่ ๆ และด้วยจำนวนผู้ใช้งานในระบบ ebay ในขณะนั้นกว่า 46 ล้านคน มันกลายเป็นพื้นที่ ที่เหลือเฟือสำหรับการเติบโตในอนาคตของ PayPal

และที่สำคัญการต่อสู้ในครั้งนี้ของ PayPal มันยังได้แสดงให้เห็นอีกอย่างนึงว่า PayPal บริษัท startup เล็ก ๆ ที่แจ้งเกิดได้เพียงไม่เกิน 3 ปีนั้น แต่พวกเขาสามารถเอาชนะยักษ์ใหญ่อย่าง ebay และกลายเป็นผู้ชนะตัวจริงในศึกปฏิวัติวงการชำระเงินออนไลน์ของโลกในครั้งนี้นั่นเองครับ

แล้วเราได้อะไรจากการเรื่องราวของ PayPal Wars จาก Blog Series ชุดนี้

ก็ต้องบอกว่าการเกิดขึ้นของ PayPal นั้นเป็นอีกหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุด ของวงการเทคโนโลยีโดยเฉพาะเหล่า Startup ใน อเมริกาเลยก็ว่าได้ เพราะผลผลิตจากกลุ่ม PayPal ที่ถูกกล่าวขานกันว่า PayPal Mafia นั้นได้กลายเป็นกลุ่มบุคคลที่คอยขับเคลื่อน Silicon Valley ในยุคต่อมาอย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบัน

บริการอย่าง Facebook ก็ได้รับเงินทุนตั้งต้นครั้งแรกจาก Peter Thiel ที่เป็นอดีต CEO ผู้พา PayPal เอาชนะ Billpoint ของ ebay ได้สำเร็จนั่นเอง และหลาย ๆ คนของเหล่าพนักงานหัวกะทิของ PayPal ก็ได้กลายมาเป็นนักลงทุนทางด้านเทคโนโลยี หรือแม้กระทั่งการสร้างบริการใหม่ ๆ ขึ้นมาเอง ตัวอย่างเช่น Linkedin ของ Reid Hoffman หรือ Youtube , Yelp หรือ นวัตกรรมสุดล้ำต่าง ๆ ที่ Elon Musk กำลังสรรค์สร้างขึ้นมาอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน

มันได้ส่งผลทำให้เกิด Startup ในยุคหลัง ๆ ของ Silicon Valley หลาย ๆ บริการที่กลายมาเป็นบริการโด่งดังในปัจจุบัน ซึ่งก็ล้วนแต่ผ่านมือพวกเขาเหล่านี้ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งมาแล้วแทบจะทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Uber , Instragram , Youtube , Kiva.org , AirBnb หรืออีกหลายธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

บริษัทชื่อดังมากมายที่ล้วนเป็นผลผลิตมาจากเหล่าพนักงาน PayPal
บริษัทชื่อดังมากมายที่ล้วนเป็นผลผลิตมาจากเหล่าพนักงาน PayPal

ต้องบอกว่า จากเนื้อเรื่องใน Blog Series ชุดนี้ มันคือการหล่อหลอมให้เหล่าพนักงานของ PayPal ยุคบุกเบิกนั้น ได้กลายมาเป็นนักลงทุนทางเทคโนโลยีที่มีวิสัยทัศน์อย่างที่เราเห็น มันเกิดจากการสู้ของพวกเขาแทบจะทั้งสิ้น พวกเขาได้เจอประสบการณ์ต่าง ๆ มากมายในการนำพา บริษัทเล็ก ๆ ที่เพิ่งเกิดใหม่ อย่าง PayPal ให้ต่อกรกับ ebay ที่ถือเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีในขณะนั้นได้ถือว่าเป็น case study ที่น่าสนใจครั้งนึงในการต่อสู้ทางธุรกิจของประเทศอเมริกา

จะเห็นได้ว่าเรื่องนี้ได้ให้แนวคิดอย่างนึงก็คือ ด้วยทรัพยากรต่าง ๆ ที่จำกัด และด้อยกว่าคู่แข่งอย่าง ebay แบบเห็นได้ชัด แต่พวกเขากลุ่มนี้ เหล่าพนักงานหัวกะทิของ PayPal ได้รีดศักยภาพของตัวเองให้ออกมาได้มากที่สุด สร้างไอเดียที่สร้างสรรค์ คิดค้นกลยุทธ์ใหม่ ๆ พวกเขาต้องคอยคิดอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญมันต้องทำงานแข่งกับเวลาที่เงินทุนของพวกเขากำลังร่อยหรอลงเรื่อย ๆ เพื่อที่จะให้สามารถต่อสู้กับ ebay ได้ แม้จะเป็นรองแค่ไหน พวกเขาก็ไม่เคยยอมแพ้ ซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็สามารถเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ได้สำเร็จ และได้กลายเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ในวงการชำระเงินออนไลน์ อย่างที่เราได้เห็นใน Blog Series ชุดนี้นั่นเองครับ

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :The New Recruit *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

อย่าลืมติดตามผลงานเรื่องต่อ ๆ ไปของผมก่อนใครได้ที่ blockdit นะครับ โหลดได้เลย

อย่าลืม ค้นหา “ด.ดล Blog” แล้ว กด follow กันด้วยนะครับผม

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

PayPal Wars ตอนที่ 7 : The Monopolist Strikes

OCTOBER 2000—FEBRUARY 2001

การกลับมากุมบังเหียนบริษัทอีกครั้งของ Peter Thiel เขาได้วางยุทธศาสตร์หลักให้ PayPal เป็นโมเดลธุรกิจหลักของบริษัท Thiel มอบหมายให้ Sacks เข้ามาดูแลรีบปรับธุรกิจโดยด่วน ลดการฉ้อโกงที่เกิดขึ้นกับช่องโหว่ของระบบ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ลดภาระค่าธรรมเนียมของบัตรเครดิตออกไปให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

รวมถึงส่วนของ X.com ที่มีบริการอย่าง X-Finance ซึ่งเป็นบริการที่คิดจะเลียนแบบธนาคารพานิชย์แบบดั้งเดิม Thiel ต้องการตัดบริการที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของเขาออกไป การที่ X-Finance นั้นเปรียบเสมือนธนาคารที่ปล่อยบัตรเดบิต และวงเงินเบิกเกินบัญชีได้ ถึง 500 เหรียญ โดยแทบจะไม่ต้องตรวจสอบเครดิต มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

และที่สำคัญ การออกจากบริการที่เปรียบเสมือนธนาคารออนไลน์นั้น หมายความว่าสถานะของพวกเขา ที่ต้องถูกกำกับดูแลก็ต้องถูกตีความใหม่ ซึ่ง Thiel ได้สั่งให้ทีมงานด้านกฏหมายคอยประสานกับหน่วยงานที่กำกับดูแล เพื่อค้นหาว่าบริการของ PayPal ควรจัดอยู่ในหมวดหมู่ใด

Thiel ได้แต่งตั้ง Roelof Botha นักคณิตศาสตร์ประกันภัยอายุ 47 ปี ให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง CFO ซึ่ง Roelof นั้นมองว่าโปรแกรมการคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขายที่ใจกว้างมาก ๆ ของบริษัทนั้น เป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียและเรื่องการฉ้อโกง

Roelof สรุปว่านโยบายการคุ้มครองผู้ขายนั้น สามารถที่จะคงอยู่ได้ แต่ผู้ใช้จะต้องปฏิบัติตามแนวทางที่เข้มงวดเพื่อให้มีคุณสมบัติที่เพียงพอในการคุ้มครองดังกล่าว

Roelof Botha นักคณิตศาสตร์ประกันภัยมารับตำแหน่ง CFO
Roelof Botha นักคณิตศาสตร์ประกันภัยมารับตำแหน่ง CFO

Max Levchin ที่เป็นส่วนสำคัญในการดึง Thiel กลับมานั้น เป็นผู้นำในการพัฒนระบบต่อต้านการทุจริต เพื่อติดตามกิจกรรมในบัญชีที่น่าสงสัย ส่วน Sacks นั้นพยายามลดค่าใช้จ่ายในการประมวลผลด้วยบัตรเครดิต เพื่อสนับสนุนให้ผู้ใช้ชำระเงินผ่าน ACH

และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การลดบทบาทของ X.com ลง มีการเปลี่ยนภาพในโลโก้การประมูลของบริษัทจาก X.com กลับสู่ PayPal ซึ่งแน่นอนว่า เหล่าผู้ใช้งานนั้นสนับสนุนเต็มที่ในเรื่องดังกล่าว เพราะเบื่อกับคำถามจากผู้ซื้อเกี่ยวกับความหมายของ X.com นั่นเอง

เรื่องที่ยากที่สุดก็คงเป็นเรื่องการผลักดันให้ผู้ใช้งานเชิงธุรกิจนั้นอัพเกรดบัญชีมาใช้เป็นแบบธุรกิจเพื่อเสียค่าธรรมเนียม ซึ่ง แน่นอนว่า ต้องมีผู้ใช้งานออกมาคัดค้านเป็นจำนวนมาก ส่วนนึงก็เข้าใจว่า PayPal ไม่ใช่องค์กร การกุศล พวกเขาต้องหารายได้ ไม่งั้นก็ไม่มีบริการดี ๆ แบบนี้ออกมาให้ผู้ใช้

ทีมงาน PayPal จึงต้องใช้ไม้แข็ง โดยดูจากพฤติกรรมการใช้งานว่า ใช้งานเพื่อธุรกิจหรือไม่ ซึ่งคนเหล่านี้มีรายได้ ที่พอจะจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับ PayPal อยู่แล้ว ซึ่งหลังจากมีการบังคับใช้นโยบายใหม่ในเดือนตุลาคม ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดี ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน 95% ของบัญชีส่วนบุคคลที่ใช้งานแบบธุรกิจ ก็ได้ทำการอัพเกรดไปเป็นบัญชีธุรกิจในที่สุด

และเมื่อฝั่ง ebay และ billpoint เห็น PayPal พยายามที่ผลักดับลูกค้าให้ใช้บัญชีที่เสียค่าธรรมเนียม จึงใช้ประโยชน์จากจุดนี้ตีโต้กลับ PayPal ทันที โดยร่วมมือกับ Visa เหมือนเคย

โดย ebay ประกาศในเดือนตุลาคมช่วงเดียวกันว่าจะยกเว้นค่าธรรมเนียมของ Billpoint ทั้งหมดสำหรับการชำระเงินด้วย Visa และมันเป็นช่วงเทศกาลช็อปปิ้งของคนอเมริกา ซึ่งทำให้ Billpoint จะสามารถทำรายได้ได้ถูกกว่า PayPal ตลอดช่วงเทศกาลวันหยุด

แม้ Thiel จะรู้ว่ามันเสี่ยง แต่พวกเขาก็ต้องตัดใจทำ เพราะมันดีต่อธุรกิจในระยะยาว และที่สำคัญพวกเขามั่นใจกับแบรนด์ PayPal ที่เหล่าผู้ใช้งานใน ebay นั้นหลงรักและใช้มันเป็นอันดับหนึ่งใน แพลตฟอร์ม

และผลลัพธ์ก็ออกมาน่าสนใจหลังผ่านเทศกาลวันหยุดดังกล่าว PayPal ก็ยังเป็นผู้นำในการชำระเงินมากกว่า Billpoint แม้ตัวเลขการเติบโตของ Billpoint จะเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าแต่ PayPal ก็ไม่ได้เติบโตลดลงแต่อย่างใด เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ยังเชื่อมันในแบรนด์ของ PayPal นั่นเอง

หลังจากนั้นไม่นาน ebay ก็ได้แก้เกมต่อ โดยการเปิดตัวการทำธุรกรรมแบบใหม่ ในราคาคงที่ ภายใต้ชื่อ “Buy It Now” หรือ BIN ebay เป็นทางเลือกให้แก่ผู้ขายในการตั้งราคาที่พวกเขายินดีที่จะข้ามขั้นตอนการประมูลออกไป และขายสินค้าให้ผู้ซื้อได้แบบทันที

แม้ตัว Buy It Now นั้นจะไม่ได้คุกคาม PayPal โดยตรง แต่หารู้ไม่ว่า ebay นั้นใช้ช่องทางนี้กับผู้ซื้อให้ชำระเงินผ่าน Billpoint ได้เท่านั้น ซึ่งเป็นวิธีการเดียวที่พวกเขาอนุญาตให้ชำระเงินสำหรับสินค้าของผู้ขายที่จะเข้าร่วมในโปรแกรม Buy It Now

PayPal นั้นเดิมเข้าไปแทรกตัวอยู่ในวิธีการชำระเงินในกระบวนการประมูลสินค้าได้ แต่ใน Buy It Now นั้น กระบวนการจะจบลงทันที ไม่ต้องมีการรอให้ผู้ซื้อมาเลือกวิธีการชำระเงินแต่อย่างใด เพราะ ปุ่มการดำเนินการที่ ebay ฝังไว้ใหม่นี้ จะพาไปยังหน้าชำระเงินของ Billpoint แบบทันที

ซึ่งแน่นอนว่า มันคือวิธีที่แยบยลมาก ๆ ของ ebay เพราะหากไม่สามารถที่จะขับไล่ PayPal ออกจาก ebay ได้ พวกเขาจึงเปลี่ยนวิธีการต่อสู้เป็น เปลี่ยน Billpoint ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ebay แทนนั่นเอง

Buy It Now ที่ตั้งใจมากำจัด PayPal
Buy It Now ที่ตั้งใจมากำจัด PayPal

แต่แม้ความพยายามของ ebay ที่จะขับไล่ PayPal ออกไปให้ได้นั้น ดูเหมือนจะยังไม่เข้าใกล้ความเป็นจริงแต่อย่างใด PayPal มีผู้ใช้งานพุ่งสูงขึ้นถึง 5 ล้านรายเป็นบริษัทแรก ในไตรมาสที่ 4 ของปี ปริมาณการชำระเงินของ PayPal สูงขึ้นถึง 29% สร้างรายได้กว่า 7.4 ล้านเหรียญ

ซึ่งการเพิ่มขึ้นของรายได้ ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนจากค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต รวมถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องการฉ้อโกงภายในแพลตฟอร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรจากธุรกรรมการชำระเงินของ ebay เพิ่มขึ้นจาก -3.28% ในไตรมาสสาม เป็น -0.92% ในไตรมาสสี่ แสดงให้เห็นทิศทางของบริษัทที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

และตลาดการประมูลนั้น ebay ไม่ได้ครอบครองตลาดนี้ทั้งหมดแต่อย่างใดเพราะยังมีสองผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Yahoo และ Amazon ที่ให้บริการประมูลบนเว๊บไซต์ของพวกเขาด้วย

โดย Yahoo คือผู้ท้าทายตัวจริงของ ebay เพราะมีจำนวนรายการประมูลสูงถึง 2.4 ล้านรายการ ซึ่งต่ำกว่า ebay ที่มีจำนวนรายการประมูล 3.7 ล้านรายการ และแน่นอนนั่นทำให้ส่งผลดีต่อ PayPal อย่างชัดเจนเพราะพวกเขาสามารถใช้งานได้ในทั้งสองแพลตฟอร์มนั่นเอง

Yahoo นั้นวางแผนมาเพื่อเป็นคู่แข่งของ ebay ตั้งแต่ต้น พวกเขาแทบจะไม่คิดค่าธรรมเนียมสำรหับการนำรายการขึ้นสู่เว๊บไซต์ รวมถึงสร้างระบบให้รองรับการนำเข้าข้อมูล Profile ต่าง ๆ จาก ebay สำหรับผู้ขายที่ต้องการย้ายมาอยู่ที่ Yahoo เพราะจะทำให้ดูมีความน่าเชื่อถือขึ้นนั่นเอง

แต่ Yahoo ก็ใช้กลยุทธ์นีได้เพียงไม่นาน เนื่องจากรายรับที่ลดลงต่อเนื่องของ Yahoo หลังจากเกิดวิกฤติฟองสบู่ดอทคอม ราคาหุ้นของ Yahoo ลดลงจาก 200 เหรียญ มาแตะที่ 30 เหรียญในระยะเวลาไม่ถึง 8 เดือนเท่านั้น Yahoo จึงต้องเริ่มประกาศยุติการประมูลฟรี และยอดผู้ใช้งานของพวกเขาก็ร่วงลงไปเรื่อย ๆ จนเหลือหลักหมื่นรายการในระยะเวลาเพียงไม่นาน เนื่องจากผู้ขายส่วนใหญ่ กลับไปยัง ebay แทบจะทั้งสิ้น

ฟากฝั่ง PayPal ก็ได้ออกแคมเปญ PayPal Preferred ซึ่งเป็นไดเรกทอรี่ ที่ให้ผู้ขายมาเข้าร่วม เพื่อแสดงรายชื่อร้านค้าออนไลน์ของพวกเขา ในเว๊บไซต์อื่น ๆ ที่ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงได้ และเป็นการสนับสนุนเหล่าผู้ใช้งานให้ไปทำธุรกรรมนอก ebay นั่นเอง

เรียกได้ว่า เป็นศึกที่ กินกันไม่ลงเลยทีเดียวสำหรับ PayPal และ ebay ที่ต่างฝ่าย ต่างชิงไหวชิงพริบ เพื่อสร้างแต้มต่อทางธุรกิจ เรียกได้ว่าเป็นการผลัดกันรุก ผลัดกันรับ หาช่องทางที่จะโจมตีเข้าหากันโดยตลอด ต้องบอกว่าเป็นศึกทางธุรกิจที่ต่อสู้ได้เข้มข้นที่สุดครั้งนึงในประวัติศาสตร์ธุรกิจอเมริกา เพราะรางวัลสำหรับผู้ชนะ คือ ผู้ปฏิวัติวงการชำระเงินออนไลน์โลกตัวจริงนั่นเอง จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับศึกครั้งนี้ โปรดติดตามตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 8 : High Stakes

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :The New Recruit *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

PayPal Wars ตอนที่ 6 : Revolution – PayPal 2.0

JULY—OCTOBER 2000

เหมือนกับทุก ๆ startup ที่สร้างบริการในยุคนั้น ที่การออกแบบในครั้งแรกนั้น ไม่ได้สร้าง หรือถูกออกแบบมาให้รองรับการ scale ของผู้ใช้งานในระดับหลายล้านคน มาตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งแน่นอนว่า PayPal ก็สร้างมาในรูปแบบเดียวกันคือมุ่งเน้นไปที่การนำเวอร์ชั่นที่ใช้งานได้ออกไปสู่ตลาดให้เร็วที่สุด

Max Levchin ซึ่งเป็นผู้นำในการสร้าง PayPal version แรกนั้น ได้สร้างอยู่บนพื้นฐานของแพลตฟอร์ม Oracle แต่ Musk ต้องการให้ V2 ที่จะพัฒนาขึ้นมาใหม่นั้นอยู่บนพื้นฐานของ Windows NT

ซึ่งแน่นอนว่า X.com นั้นถูก Design มาบนสถาปัตยกรรมของ Windows NT ซึ่งทีมงานของ X.com ถนัดกว่า ส่วน ทางฝั่ง Confinity นั้นถนัด Unix ซึ่งพวกเขามองว่าเสถียร กว่าการใช้งานบน Windows

เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงในเรื่องสถาปัตยกรรมหลัก ทางฝั่ง X.com นั้นมองว่าวิศวกรของ Confinity นั้นไม่รู้จัก Windows NT จริง ๆ และมองว่ามันไม่เสถียรเท่า Oracle แต่วิศวกรของ X.com นั้นมองว่า การพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ บน Windows NT นั้น จะเร็วขึ้นเนื่องจากมีเครื่องมือเพิ่มเติมสำหรับ Windows คอยช่วยเหลืออยู่มากมาย

Musk นั้นมองว่าสถานการณ์ค่อนข้างซีเรียส ที่จะต้องย้ายไป V2 ให้เร็วที่สุด และสั่งให้เริ่มการแก้ไขฟีเจอร์ใน V1 และสั่งลุยเปลี่ยนทรัพยากรของเครื่อง Server ทั้งหมดให้กลายเป็น V2 เพื่อให้สามารถขยายธุรกิจได้เร็วขึ้น และ รวมถึงเป้าหมายในการรวมฐานผู้ใช้งานของทั้ง PayPal และ X.com เข้าด้วยกันให้ได้ในที่สุด

ปัญหาใหญ่ของวิศวกรทั้งสองฝั่งระหว่าง Unix กับ Windows
ปัญหาใหญ่ของวิศวกรทั้งสองฝั่งระหว่าง Unix กับ Windows

Musk ได้ทำการประกาศรางวัลโบนัส 10,000 เหรียญ ให้กับทุกคนในทีมด้านผลิตภัณฑ์และเหล่าวิศวกร หากสามารถพา PayPal ขึ้นสู่ V2 ได้ก่อนวันที่ 15 กันยายน และหากทำล่าช้านั้น โบนัสจะลดลงไป 1,000 เหรียญในแต่ละวัน และจะหายไปทั้งหมดในวันที่ 25 กันยายน หากทีมงานของเขาทำงานไม่สำเร็จลุล่วงอย่างที่เขาต้องการ

ส่วนในเรื่องของเงินทุนนั้น แน่นอนว่า ด้วยอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เงินทุนที่ Thiel ได้หามาให้ 100 ล้านเหรียญนั้น ใกล้จะหมดลงเต็มที ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเป็นค่าใช้จ่ายจากค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ที่ลูกค้าส่วนใหญ่มักใช้ในการชำระเงิน ซึ่ง Musk ต้องวางแผนการเพื่อให้ผู้ใช้ทั่วไปนั้นอัพเกรดไปใช้บัญชีธุรกิจ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวนมาก

แม้ว่าข้อตกลงในการใช้งาน PayPal ของผู้ใช้ นั้นมีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ลูกค้าที่มีการใช้งานในเชิงธุรกิจนั้น จำเป็นต้องอัพเกรดเป็นบัญชีธุรกิจที่มีค่าธรรมเนียม แต่ปัญหาคือ ระบบไม่ได้ระบุคำนิยามที่ชัดเจนของ “การใช้งานทางธุรกิจ” ทำให้มีช่องโหว่ให้ลูกค้า ไม่ต้องอัพเกรดไปใช้บัญชีธุรกิจได้

ปัญหาต่าง ๆ เริ่มรุมเร้าตัว Musk ซึ่งสถานการณ์ของบริษัท กำลังจะอยู่ในจุดวิกฤติในทุก ๆ ด้าน ความหวังในเรื่อง V2 นั้นต้องพังทลาย เพราะเหล่าวิศวกรยังทะเลาะกันอย่างไม่จบสิ้นในเรื่องสถาปัตยกรรมที่แตกต่างระหว่าง Oracle และ Windows รางวัลที่ Musk ตั้งไว้มันแทบไม่มีความหมาย V2 ถูก Delayed ออกไปและดูเหมือนจะไม่สำเร็จในเร็ววัน

ส่วนเรื่องแบรนด์ ที่ Musk ต้องการให้ X.com เป็น แบรนด์หลักนั้นก็ดูเหมือนจะไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด เพราะทีมผลิตภัณฑ์ได้ทดลองสำรวจแบบออนไลน์ ว่าลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์ใดมากกว่ากัน ปรากฏว่า PayPal นั้นชนะอย่างขาดลอย Musk ต้องยอมรับความเป็นจริงที่ว่า PayPal คือแบรนด์หลักของบริษัทได้เสียที แม้เขาจะฉุนเฉียวกับเรื่องดังกล่าวมากมายแค่ไหนก็ตาม

และเป็น Sacks ที่เริ่มแผนการในการเลื่อยขาเก้าอี้ของ Musk เขาแอบประชุมลับ ๆ กับเหล่าผู้บริหาร และมีการเรียกร้องให้นำ Musk ออกไป Sacks มองว่าความมุ่งมั่นของ Musk ในการกำจัด PayPal นั้นเป็นอันตรายที่ร้ายแรงต่อบริษัท รวมถึงความเสี่ยงทางด้านเทคโนโลยีที่ต้องย้ายไปอยู่ใน แพลตฟอร์มใหม่ รวมถึงปัญหาเรื่องเงินสดในบริษัทที่ไม่มีทีท่าว่าจะแก้ไขได้ในเร็ววัน

และเพื่อเป็นการบังคับเหล่ากรรมการบริษัท ให้นำ Musk ออกไป Sacks และเหล่าผู้บริหารหลาย ๆ คนขู่ว่าจะลาออก เว้นแต่สมาชิกในคณะกรรมการของบริษัท จะบีบ Musk ออกไป และทำการตั้ง Peter Thiel กลับมาเป็น CEO แทน และสร้างเอกสารขึ้นมาเพื่อบังคับให้กรรมการบริษัท พร้อมใบลาออกของพวกเขาหากคณะกรรมการปฏิเสธที่จะกระทำการดังกล่าว

ส่วน Max Levchin ที่โกรธแค้นจากการตัดสินใจเรื่อง V2 ของ Musk ก็เข้าร่วมวงด้วย โดย Max ได้ไปพบกับ Sacks และ Reid Hoffmann เพื่อหาแนวร่วมเหล่าพนักงานในองค์กรที่เห็นด้วยที่จะเรียกร้องให้มีการปฏิว้ติ Elon Musk ลงจากตำแหน่ง

Max ได้รวมรวมทีมงานที่เป็นวิศวกรทั้งหมด ตอนนี้สถานการณ์ของ Musk นั้นอยู่บนเส้นด้ายแล้ว ซึ่งวันรุ่งขึ้น ทั้งสามคนได้รวมเอาจำนวนพนักงานทั้งหมดพร้อมลายเซ็นต์ และได้ร่างคำร้องไปยังคณะกรรมการ และไปยังห้องทำงานของคณะกรรมการอย่าง Mike Moritz เพื่อนำเสนอเรื่องดังกล่าว

Mike Moritz นักลงทุนหลักอีกคนที่ต้องมาตัดสินใจเรื่องสำคัญ
Mike Moritz นักลงทุนหลักอีกคนที่ต้องมาตัดสินใจเรื่องสำคัญ

ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น Musk ได้ลาพักเพื่อไปดูโอลิมปิกที่ออสเตรเลีย ซึ่งหลังจากที่เขาทราบเรื่องก็ได้บินด่วนกลับมาที่ ซิลิกอน วัลเลย์ ทันที

ดูเหมือนกลุ่มกบฏจะอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบ เนื่องจาก Max ซึ่งเป็นพนักงานคนเดียวที่มีเก้าอี้ในคณะกรรมการ ที่นอกเหนือจาก Musk พร้อมที่จะลงคะแนนเพื่อดัง Peter Thiel กลับมา ส่วน Musk นั้นต้องการการสนับสนุนจากกรรมอิสระอย่างน้อยสองในสามคน : Moritz จาก Sequoia Capital , John Malloy จาก Nokia Ventures และ Tim Hurd จาก Medison Dearborn

ซึ่งสุดท้าย เหล่าคณะกรรมการของบริษัทเลือกวิธีการประนีประนอม ที่ทำให้ Thiel นั้นกลับมารับตำแหน่ง CEO ชั่วคราว เพื่อรอการค้นหาผู้บริหารเต็มรูปแบบสำหรับ CEO คนใหม่

ส่วน Musk นั้นก็ได้ส่งข้อความแสดงความพ่ายแพ้ของเขาไปให้พนักงานในบริษัทได้รับทราบ เขายอมรับแต่โดยดี เขากล่าวในถ้อยแถลงที่ส่งให้กับพนักงานทุกคนว่า ตอนนี้ถึงเวลาที่จะมองหาผู้บริหารที่จะสามารถพาบริษัทไปสู่ระดับต่อไป ขอขอบคุณพนักงานทุกคนสำหรับการทำงานหนัก และสัญญาว่าเขาจะไม่ได้หนีไปไหนยังคงวนเวียนอยู่ในสำนักงานแห่งนี้อย่างแน่นอน

ซึ่งต้องบอกว่า ถือเป็นการก้าวลงจากตำแหน่งอย่างสง่างามของ Musk ในครั้งนี้ เขาอุทิศการทำงานให้กับบริษัทอย่างเต็มที่จนถึงเวลาที่ต้องก้าวลงจากตำแหน่ง เหลือเพียงการถือหุ้นในบริษัท ที่เขาเป็นหุ้นส่วนใหญ่อยู่เท่านั้น

ส่วน Thiel ก็ได้แถลงขอบคุณ Musk สำหรับการทำงานหนักของเขาที่ผ่านมา ส่วนทิศทางของบริษัทชัดเจนว่า Thiel นั้นต้องการให้ PayPal เป็นแบรนด์หลักของบริษัท และลดบทบาทของ X.com ลงนั่นเอง

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อ Musk ต้องจากลาไป และการกลับมาอีกครั้งของ Peter Thiel จะทำให้สถานการณ์ของบริษัทดีขึ้นหรือไม่ แล้วปัญหาต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขนั้น Thiel จะจัดการกับมันอย่างไร โปรดอย่าพลาดติดตามตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 7 : Monopolist Strikes

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :The New Recruit *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

PayPal Wars ตอนที่ 5 : The Producers

JUNE—JULY 2000

Elon Musk เริ่มงานแรกของเขาทันที หลังจากเข้ามาดูแลทั้งสองบริษัทในฐานะ CEO แบบเต็มตัว สิ่งที่เขาโฟกัสเป็นอันดับแรกคือ ทีมที่ดูแลด้านผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซึ่ง Musk นั้นได้ให้ David Sacks เข้ามาดูแลในส่วนนี้

ในการประชุมร่วมครั้งแรกในฐานะ CEO ของ Musk เขาได้วางกลยุทธ์ในการจัดตั้งทีมที่ดูแลด้านผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมาใหม่ และทำการกระจายอำนาจการตัดสินใจให้มากที่สุด ซึ่ง Musk นั้นมองว่า สองสามเดือนที่ผ่านมา ทุกคนต่างพูดคุยเกี่ยวการที่จะทำสิ่งต่าง ๆ แต่ไม่มีอะไรที่ทำจริง ๆ ขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ

David Sacks ต้องการสร้างพลังใหม่ให้เกิดขึ้นกับทีมที่ดูแลด้านผลิตภัณฑ์นี้ ความวุ่นวานหลังจากการควบรวมกิจการ ทำให้การทำงานของสองบริษัทกลายเป็นอัมพาต การกำหนดเป้าหมายร่วมกันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และผู้บริหารพร้อมที่จะสนับสนุนทุกอย่างแบบเต็มที่

ในส่วนของการหารายได้นั้น Musk และ Sacks มุ่งเน้นไปที่การลดอัตราการเผาเงิน ซึ่งตอนนั้นติดลบสูงถึงไตรมาสละ 10 ล้านเหรียญ โดยการหาวิธีสร้างรายได้จากการทำธุรกรรมของ PayPal เปลี่ยนโมเดลจากเดิมที่ Harris วางให้บริการทั้งสองนั้นมุ่งเน้นที่การเติบโต และทำกำไรให้น้อยที่สุด ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ครั้งสำคัญของ Musk

วิธีการแรกคือการลดอัตราการชำระด้วยบัตรเครดิตของลูกค้าลง เพราะต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมให้กับสมาคมบัตรเครดิตจำนวนมหาศาล โดยการโน้นน้าวใจให้ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เลือกที่จะฝากเงินในบัญชีของตนเองแทน ซึ่งจะลดค่าธรรมเนียมที่ X.com ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมประมาณ 2% ให้กับ Visa หรือ MasterCard ทุกครั้งที่มีการใช้งานบน PayPal

สำหรับแหล่งทดแทนแหล่งแรก ก็คือ การหักบัญชีแบบอัตโนมัติ (ACH) ซึ่งมีค่าธรรมเนียมต่อรายการเพียงไม่กี่เซ็นต์ แต่ปัญหาคือ ACH อาจจะใช้เวลาหลายวันกว่าจะเคลียร์เงินได้และเสี่ยงจะถูกตีกลับ

แต่แนวคิดของ Musk คือการขยายเครดิตใหักับลูกค้าที่เลือกใช้งาน ACH แทนการชำระผ่านบัตรเครดิต ซึ่ง X.com จะรับความเสี่ยงไว้เองหากผู้ใช้มีเงินไม่เพียงพอในบัญชีธนาคารของพวกเขา แต่แลกกับความรวดเร็วที่จะเกิดขึ้นนั่นเอง และสั่งให้ทีมผลิตภัณฑ์ลุยทันที

และอีกปัญหาหนึ่งหลังจากการควบรวมก็คือ ควรจะใช้ Brand ไหนเป็นหลักกันแน่ระหว่าง X.com หรือ PayPal ซึ่งแน่นอนว่า Musk ที่สร้าง X.com มากับมือย่อมอยากให้ X.com นั้นเป็นแบรนด์หลักของผลิตภัณฑ์ หลังจากการควบรวม

แต่ดูเหมือนสถานการณ์ในขณะนั้น ความคุ้นเคยของผู้บริโภคนั้นมีต่อแบรนด์ PayPal มากกว่าอย่าเห็นได้ชัด สิ้นเดือนมิถุนายน มีบัญชี PayPal ในระบบถึง 2.1 ล้านบัญชี และที่สำคัญที่สุด PayPal ได้กลายเป็นคำสามัญในการประมูลใน ebay เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม้ Musk พยายามที่จะเปลี่ยน logo ใหม่ของ PayPal โดยเปลี่ยนจาก “PayPal ของ X.com” ไปเป็น X คำเดียวเท่านั้น แต่ดูเหมือนเหล่าพนักงานทีมผลิตภัณฑ์จะพยายามคัดค้านการกระทำของ Musk เพราะตอนนี้ PayPal มันได้กลายเป็นแบรนด์ติดตลาดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การจะเปลี่ยนกลับมาเป็น X จะมีแต่สูญเสียต่อบริษัทในระยะยาว

Elon Musk ดูเหมือนจะปลื้ม X.com มากกว่า
Elon Musk ดูเหมือนจะปลื้ม X.com มากกว่า

ฟากฝั่ง ebay นั้นก็พยายามเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง Meg Whitman ประกาศเข้าซื้อกิจการ Half.com เว๊บไซต์ที่อนุญาติให้ผู้ขายรายบุคคลนั้นสามารถที่จะแสดงรายการสินค้าที่ผลิตจำนวนมากเช่น หนังสือ วีซีดี หรือ วีดีโอ ในราคาคงที่ได้อย่างง่ายดายซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากใน ebay

และ ที่ half.com นั้นก็ไม่อนุญาติให้ PayPal เข้ามาสร้างบริการชำระเงินในบริการของพวกเขา เพราะ ebay ควบคุมแพลตฟอร์มทั้งหมด half.com รับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตโดยตรงจากผู้ซื้อและแจ้งผู้ขายให้จัดส่งสินค้า ซึ่งผู้ขายจะได้รับเช็คจาก half.com แทน ซึ่งไม่เปิดโอกาสให้ PayPal เข้ามาเจาะตลาดในส่วนนี้ได้อีก

ส่วน billpoint นั้นดูเหมือนจะไม่สามารถสร้างการเติบโตได้ใน ebay เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่เลือกใช้งาน PayPal มากกว่าอย่างชัดเจน ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ billpoint เปิดตัวนั้น มีส่วนแบ่งในการชำระเงินเพียงแค่ 8-9% เท่านั้น ในขณะที่ PayPal กำลังยึดครองส่วนแบ่งทางการตลาดต่อเนื่องและพุ่งขึ้นไปสูงถึง 40% แล้วในขณะนั้น

ebay ซื้อ half.com มาเสริมทัพ
ebay ซื้อ half.com มาเสริมทัพ

ทีมผลิตภัณฑ์ ของ X.com ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่คือ “X.com Verified” เป็นรูปแบบพิเศษสำหรับผู้ขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ ลูกค้าเริ่มใช้ PayPal เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการส่งชำระเงิน PayPal เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในกระบวนการทางธุรกิจของผู้ขาย มันทำให้ความสัมพันธ์มีความแนบแน่นขึ้นระหว่าง PayPal และผู้ใช้งานทุก ๆ ส่วน เพราะพวกเขาไว้ใจที่จะใช้ PayPal มากขึ้นนั่นเอง

ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือน ทีมผลิตภัณฑ์ได้ปลดปล่อยฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในเรื่องค่าธรรมเนียมและการทำธุรกิจให้มีประสบการณ์ที่ดีขึ้นต่อลูกค้า รวมถึงลดต้นทุนของค่าใช้จ่ายทางด้านการเงินลงไปได้เป็นจำนวนมหาศาล

ความคิดเห็นของลูกค้าก็ส่งมาในทางบวกมากยิ่งขึ้น หลังจากปัญหาต่าง ๆ เริ่มคลี่คลาย มันได้ทำให้ X.com และ PayPal นั้นกลายเป็นผู้นำที่ชัดเจนมายิ่งขึ้นในบริการชำระเงินออนไลน์ และที่สำคัญมันส่งผลต่อขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นของพนักงานมากยิ่งขึ้น

นั่นแสดงให้เห็นถึง การเปลี่ยนแปลง CEO จาก Bill Harris มาเป็น Elon Musk นั้นทำให้สถานการณ์ของบริษัทดีขึ้นอย่างชัดเจนภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ดูเหมือนตอนนี้จะไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้ง Musk และทีมงานของพวกเขาที่จะพาบริษัทก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในบริการทางการเงินของอเมริกาอีกต่อไป จะเกิดอะไรขึ้นต่อกับเหล่ายอดอัจฉริยะที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกทางการเงินกลุ่มนี้ โปรดติดตามตอนต่อไปครับผม

-> อ่านตอนที่ 6 : Revolution – PayPal 2.0

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 : The New Recruit *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol