ข้อดีและข้อเสียสำหรับเอลซัลวาดอร์ ในการเป็นประเทศแรกที่ก้าวสู่ Bitcoin Nation

เอลซัลวาดอร์ได้กลายเป็นประเทศแรกในโลกที่ยอมรับ bitcoin เป็นเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย การสร้างวิสัยทัศน์ของประเทศใหม่จากประธานาธิบดี Nayib Bukele ที่หวังว่า bitcoin จะช่วยชาวซัลวาดอร์ที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศด้วยค่าคอมมิชชั่นจากเงินที่พวกเขาส่งกลับบ้านที่ถูกลง

แม้จะได้รับความนิยมแต่นโยบายดังกล่าวได้รับการตอบรับด้วยความสงสัยของชาวซัลวาดอร์หลายคนที่มีความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของสกุลเงินดิจิทัลและรูปแบบการทำงานของมันจะเป็นอย่างไร

ต่อไปนี้เป็นข้อดีและข้อเสียบางประการที่เกิดขึ้นกับแผนการของเอลซัลวาดอร์ ในการก้าวสู่ Bitcoin Nation ซึ่งเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2021

การโอนเงิน

ชาวเอลซัลวาดอร์ในปีที่แล้วส่งเงินกลับบ้านเกือบ 6 พันล้านดอลลาร์จากต่างประเทศ ส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 23% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของประเทศ

Bukele กล่าวว่า bitcoin จะช่วยให้ชาวเอลซัลวาดอร์สามารถประหยัดเงินค่าคอมมิชชั่นสำหรับการโอนเงินได้ 400 ล้านดอลลาร์ในแต่ละปี

แต่ผู้คนจำนวนมากที่ส่งหรือรับดอลลาร์ไปยังเอลซัลวาดอร์ ไม่ไว้วางใจ bitcoin ในขณะเดียวกัน ข้อมูลของธนาคารโลกแสดงให้เห็นว่าต้นทุนการโอนเงินในสหรัฐฯ ของประเทศในอเมริกากลางที่มีค่าเงินดอลลาร์นั้นต่ำที่สุดในโลกอยู่แล้ว

มีเพียง 30% ของชาวซัลวาดอร์ที่มีบัญชีธนาคารในปี 2017 ตามรายงานของ World Bank ซึ่งมีความหวังว่า bitcoin จะสามารถส่งเสริมบริการทางการเงินในประเทศได้ อย่างไรก็ตามผลการศึกษาในปี 2020 สรุปว่า เอลซัลวาดอร์มีอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตต่ำเป็นอันดับสองในละตินอเมริกาและแคริบเบียน ซึ่งอาจกลายเป็นข้อจำกัดที่สำคัญในการใช้สกุลเงินดิจิทัลออนไลน์

Carbon Footprint

แผน bitcoin ของเอลซัลวาดอร์ได้ให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของ cryptocurrencies โดยที่ธนาคารโลกระบุถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นดังกล่าวท่ามกลางข้อกังวลมากมาย

การขุดเหมือนในสกุุลเงินดิจิทัลต้องใช้พลังงานจำนวนมาก และการปล่อย CO2 ทั่วโลกของอุตสาหกรรม bitcoin เพิ่มขึ้นเป็น 60 ล้านตัน เท่ากับไอเสียจากรถยนต์ประมาณ 9 ล้านคัน

Bukele พยายามที่จะตอบโต้ข้อกังวลด้านความยั่งยืนในเรื่องพลังงานโดยกล่าวว่าในเดือนมิถุนายนเขาได้สั่งให้ LaGeo บริษัท ไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพที่เป็นของรัฐพัฒนาแผนการที่จะเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำเหมือง bitcoin โดยใช้พลังงานหมุนเวียนจากภูเขาไฟของประเทศ

การปฏิบัติตามกฎระเบียบ

แม้ว่าจะใช้ Bitcoin ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ไม่ถูกควบคุมจากรัฐบาลกลาง แต่ก็มีคำเตือนว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ การเงิน และการดำเนินงานสำหรับสถาบันการเงิน รวมถึงกฎการต่อต้านการฟอกเงินและการจัดหาเงินทุนของผู้ก่อการร้าย

ในเดือนมิถุนายน 2021 หน่วยงานจัดอันดับ Fitch Ratings กล่าวว่า “กำไรจากการลงทุนจะไม่ถูกเก็บภาษีและสามารถจ่ายภาษีเป็น bitcoin ได้ ซึ่งสามารถดึงดูดกระแสเงินให้ไหลเข้าจากต่างประเทศของ bitcoin แต่ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นเงินจากกิจกรรมที่ผิดกฎหมายที่จะผ่านระบบการเงินของซัลวาดอร์ “

กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้อ้างถึงข้อกังวลทางกฎหมายเกี่ยวกับการยอมรับ bitcoin ท่ามกลางการเจรจากับเอลซัลวาดอร์เกี่ยวกับข้อตกลงทางการเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ซึ่งยังคงค้างอยู่

หลังจากที่กฎหมาย bitcoin ของ Bukele ได้รับการอนุมัติ หน่วยงานจัดอันดับ Moody’s ก็ปรับลดอันดับประเทศเอลซัลวาดอร์ พันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์ของประเทศ ก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน เช่นกัน

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ

Bukele ได้จัดตั้งกองทุนมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์เพื่อให้สามารถแปลงเป็นสกุลเงินดอลลาร์ได้ แต่ความสงสัยยังคงมีอยู่ว่าประเทศจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับความผันผวนอย่างรวดเร็วของสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งมูลค่าอาจแตกต่างกันไปหลายร้อยดอลลาร์ในหนึ่งวัน

Fitch แย้งว่า bitcoin จะส่งผลต่อบริษัทประกันภัยในเอลซัลวาดอร์ที่ต้องเผชิญกับสกุลเงินอันเนื่องมาจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้นและความเสี่ยงจากความผันผวนของรายได้

“บริษัทประกันที่ถือ bitcoin ในงบดุลเป็นระยะเวลานานจะต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง และเพิ่มความเสี่ยงด้านสินทรัพย์” Fitch กล่าว

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ถือ bitcoin นั้น ได้มีทดลองใช้วิธีการชำระเงินแบบใหม่นี้ใน El Zonte เมืองชายทะเลที่เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำหรับสกุลเงินดิจิทัลในเอลซัลวาดอร์มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

บทสรุป

ผมว่าเรื่องนี้ค่อนข้างน่าสนใจ กับประเทศอย่างเอลซัลวาดอร์ ซึ่งเมื่อก่อนหลายคนอาจจะแทบไม่รู้ว่าอยู่ในส่วนไหนของโลก แต่การเกาะกระแสไปกับสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin ทำให้พวกเขากลายเป็นข่าวไปทั่วโลก เป็นการ PR ประเทศฟรี ๆ ซึ่งตอนนี้ประเทศของพวกเขาคงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกแล้ว

ถือเป็นการเดิมพันกับประเทศครั้งสำคัญ สร้างจุดเด่นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล และทุ่มหมดหน้าตักให้กับเทคโนโลยีแห่งอนาคตนี้ ก็ถืออว่าเป็น case study ที่น่าสนใจมาก ๆ

ซึ่งแน่นอนว่า ผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไรเรายังไม่รู้ อาจจะพาประเทศติดดอย หรือ อาจจะพุ่ง To the Moon แต่แนวคิดของ ประธานาธิบดี Nayib Bukele ที่ถือเป็นคนรุ่นใหม่ น่าจะเป็น Case Study ในการเลือกยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่น่าสนใจเลยทีเดียวครับผม

References :
https://datatopics.worldbank.org/g20fidata/country/el-salvador
https://www.reuters.com/world/americas/migrant-families-wary-el-salvador-becomes-first-adopt-bitcoin-2021-09-06/
https://www.reuters.com/technology/pros-cons-el-salvador-first-bitcoin-nation-2021-09-06/
https://d1softballnews.com/el-salvador-and-bitcoin-the-non-fungible-currency-race-continues/

Jack Dorsey x Block เมื่ออดีตซีอีโอ twitter กำลังสร้างระบบใหม่สำหรับนักขุด bitcoin

Block บริษัทชำระเงินของ Jack Dorsey (เดิมชื่อ Square) กำลังจะเข้าสู่วงการขุด bitcoin ซึ่ง Thomas Templeton ผู้จัดการทั่วไปด้านฮาร์ดแวร์ของ Block ทวีตข้อความซึ่งได้ระบุแผนของบริษัทสำหรับขั้นตอนต่อไป

Templeton กล่าวว่าเป้าหมายคือการทำเหมือง bitcoin ซึ่งเป็นกระบวนการสร้าง bitcoin ใหม่โดยการแก้ปัญหาการคำนวณที่ซับซ้อนมากขึ้น มีการกระจายอำนาจและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในทุก ๆ ด้าน “ตั้งแต่การซื้อ การตั้งค่า การบำรุงรักษา ไปจนถึงการขุด”

แนวคิดในการทำให้กระบวนการทำเหมืองเข้าถึงได้ง่ายขึ้นนั้น ไม่ใช่แค่การสร้าง bitcoin ใหม่ Templeton กล่าวว่าบริษัทมองว่าเป็นความต้องการระยะยาวสำหรับอนาคตที่มีการกระจายอำนาจอย่างสมบูรณ์

“การขุดจำเป็นต้องมีการกระจายมากขึ้น” Dorsey ทวีตเมื่อเดือนตุลาคมเมื่อเขาเสนอแนวคิดนี้ เป็นครั้งแรก “ยิ่งมีการกระจายอำนาจมากเท่าไร เครือข่าย bitcoin จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้นเท่านั้น”

ในตอนท้ายนั้น บริษัทกำลังแก้ไขอุปสรรคสำคัญประการหนึ่งในการเข้าสู่วงการขุดของคนทั่วไป : แท่นขุดเจาะหายาก มีราคาแพง Block กล่าวว่าพวกเขาจะเปิดให้มีการสร้าง ASIC ใหม่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เฉพาะสำหรับการขุด bitcoin

โปรเจ็กต์นี้อยู่ในทีมฮาร์ดแวร์ของ Block ซึ่งกำลังเริ่มสร้างทีมวิศวกรรมหลักของระบบ ASIC และนักออกแบบซอฟต์แวร์ที่นำโดย Afshin Rezayee

ในแง่ของฮาร์ดแวร์ Dorsey ทวีตก่อนหน้านี้  ว่าบริษัทกำลังพิจารณา “ระบบการขุด bitcoin ที่ใช้ชิปของตัวเอง”  Dorsey ได้แบ่งปันความคิดของเขาเกี่ยวกับความจำเป็นในการมุ่งเน้นที่การบูรณาการในแนวดิ่งมากขึ้น เช่นเดียวกับการออกแบบชิป ซึ่งเขากล่าวว่าในตอนนี้มีเพียงไม่กี่บริษัทที่ทำอยู่และมีการผูกขาดมากจนเกินไป

Templeton เขียนว่า Block ยังต้องการปรับปรุงความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ผู้ใช้ในการขุด

“ปัญหาทั่วไปที่เราได้ยินเกี่ยวกับระบบปัจจุบันคือเรื่องการกระจายความร้อนและฝุ่นละออง นอกจากนี้ยังไม่สามารถใช้งานได้ทุกวันซึ่งต้องมีการรีบูตเป็นเวลานาน เราต้องการสร้างบางสิ่งที่ใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ” Templeton กล่าว “เครื่องขุดในตอนนี้มันยังมีเสียงดังมาก ซึ่งทำให้เสียงดังเกินไปสำหรับใช้ในบ้าน”

การทำให้ทุกคนเข้าถึงการขุด bitcoin ได้เป็นส่วนสำคัญของพันธกิจของโครงการนี้

“ทุกคนเข้าถึงการขุดไม่ได้” Dorsey เขียนเมื่อเดือนตุลาคม “การขุด Bitcoin ควรจะง่ายพอๆ กับการเสียบอุปกรณ์เข้ากับแหล่งพลังงาน วันนี้มีแรงจูงใจไม่เพียงพอสำหรับบุคคลทั่วไปที่จะเอาชนะความซับซ้อนของการขุดด้วยตนเอง”

การประกาศจาก Block เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่สหรัฐฯ เอาชนะประเทศจีนได้เป็นครั้งแรกในฐานะจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของโลกสำหรับนักขุด Bitcoin สหรัฐอเมริกายังมีแหล่งพลังงานหมุนเวียนมากมายอีกด้วย

รัฐวอชิงตันเป็นเมืองใหญ่สำหรับฟาร์มทำเหมืองพลังน้ำ นิวยอร์กผลิตไฟฟ้าพลังน้ำมากกว่ารัฐอื่นๆ และยังรวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่จะนำไปสู่เป้าหมายการผลิตไฟฟ้าที่ปราศจากคาร์บอน 100% 

ในขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งของพลังงานหมุนเวียนของเท็กซัสก็เพิ่มขึ้น โดย 20% ของพลังงานมาจากพลังงานลม  และเท็กซัสยังคงเพิ่มแหล่งผลิตพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์อีกมาก

เท็กซัสยังมีโครงข่ายไฟฟ้าที่สามารถกำหนดราคาแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกระหว่างผู้ให้บริการพลังงาน และที่สำคัญคือ เท็กซัสยังมีผู้นำทางการเมืองที่เป็นมืออาชีพในวงการ crypto นี่เป็นเงื่อนไขในฝันสำหรับนักขุดที่ต้องการการต้อนรับที่ดีและแหล่งพลังงานที่มีราคาถูก

“หากคุณต้องการย้ายนักขุดออกจากจีน คุณต้องแน่ใจว่าคุณมีความมั่นคงทางภูมิศาสตร์ การเมือง และเขตอำนาจศาล คุณต้องการให้แน่ใจว่ามีการคุ้มครองสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนตัวสำหรับทรัพย์สินที่คุณกำลังย้ายเข้ามา” Darin Feinstein ผู้ร่วมก่อตั้งของ Core Scientific ผู้ดำเนินการขุดคริปโตเคอเรนซีกล่าว

บทสรุป 

ย้อนกลับไปที่แนวคิดตั้งต้น Bitcoin ได้สัญญาว่าจะกระจายผลประโยชน์ให้กับผู้ใช้ทุกคน แต่ในปัจจุบัน มูลค่าของเศรษฐกิจใน Bitcoin เป็นของคนไม่กี่คนที่ร่ำรวยขึ้นมา

การเกิดขึ้นของเหรียญใหม่ส่วนใหญ่ที่ออกในแต่ละวันถูกรวบรวมโดยกลุ่มเหมืองขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งแนวคิดของ Jack Dorsey นั้นถือว่าน่าสนใจมาก ๆ ที่จะทำให้การขุดสามารถกระจายไปยังคนทั่วไปได้ และ block จะมาช่วยเหลือปัญหาส่วนนี้ ที่เรียกได้ว่าเป็นมาตั้งแต่ก่อตั้ง bitcoin ซึ่งมันได้บิดเบือนแนวคิดตั้งต้นไปอย่างมากนั่นเองครับผม

References : https://www.theinformation.com/articles/square-goes-full-crypto-with-its-name-change-to-block-more-crypto-ads-coming-to-facebook
https://www.cnbc.com/2022/01/13/block-formerly-square-is-building-a-system-for-bitcoin-miners.html
https://www.theblockcrypto.com/linked/130439/jack-dorseys-block-commits-to-build-an-open-bitcoin-mining-ecosystem
https://www.theverge.com/2022/1/14/22883500/jack-dorsey-block-bitcoin-mining-system-open-source-mainstream

Gulf จับมือ Binance ปะทะ SCB จับมือ Bitkub กับตาอยู่ที่ชื่อ Thai Digital Assets Exchange (TDX)

ต้องเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดที่กำลังแดงเดือดเลยทีเดียวสำหรับแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล ที่ตอนนี้ข่าวล่าสุดที่ Binance ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้จับมือกับบริษัท Gulf Energy Development ประเทศไทย

โดย Gulf ได้มีการเปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์ว่าข้อตกลงกับ Binance นั้นเป็นการตอบสนองต่อการเติบโตอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย ซึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กรับระบบการเงินของประเทศ

Binance กล่าวว่าจะจัดตั้งแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน crypto และธุรกิจที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย

“เป้าหมายของเราคือการทำงานร่วมกับรัฐบาล หน่วยงานกำกับดูแล และบริษัทที่มีนวัตกรรมเพื่อพัฒนาระบบนิเวศคริปโตและบล็อคเชนในประเทศไทย” โฆษกของ Binance กล่าว

Binance กับเส้นทางในการถูกควบคุม และการบุกไปทั่วโลก

ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC Zhao กล่าวว่าเขาเต็มใจที่จะก้าวลงจากตำแหน่ง CEO เนื่องจากบริษัทพยายามที่จะกลายเป็นสถาบันการเงินที่มีการควบคุมมากขึ้น

ในขณะที่เขาไม่มีแผนที่จะยกเลิกบทบาทของเขาในทันที เขาเปิดเผยว่า Binance มีแผนในการสืบทอดตำแหน่งของเขาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เรากำลังจะเปลี่ยนเป็นสถาบันการเงินที่มีการควบคุมอย่างเต็มที่ในอนาคต” Zhao กล่าว พร้อมเสริมว่าเขาจะ “เปิดกว้างมาก” ในการหา CEO ทดแทนที่มีประสบการณ์ด้านการกำกับดูแลมากขึ้นในระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น

การวางแผนฉุกเฉินของ CEO เริ่มต้นในวันที่ 0 เช่นเดียวกับบทบาทอื่นๆ Zhao รู้สึกว่าซีอีโอไม่ควรอยู่เกินสิบปี เราอาศัยอยู่ในโลกที่มีพลวัต เราต้องการความคิดใหม่ แม้กระทั่งตำแหน่งประธานาธิบดีก็ทำหน้าที่เพียงแค่สี่ปีเท่านั้น

“ผมไม่จำเป็นต้องเป็น CEO และผมจะไม่จากไป ผมจะหาวิธีที่จะช่วยเหลือชุมชนที่อยู่เบื้องหลังรอยสักโลโก้ที่ปลายแขนของผมเสมอ ผมภูมิใจที่ได้เป็นสมาชิกของระบบนิเวศ #binance ให้มันเติบโตต่อไป– Zhao Changpeng ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Binance กล่าวในกระทู้ผ่านทาง Twitter

สำหรับตอนนี้ Binance ตั้งเป้าที่จะตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคหลายแห่งทั่วโลก และจะขอใบอนุญาตทุกที่ที่มี

ล่าสุด Binance ยังได้ประกาศว่าพวกเขากำลังเริ่มว่าจ้างเพื่อเพิ่มทีมการปฏิบัติตามกฎระเบียบเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับบริษัท 1,600 ถึง 1,700 ตำแหน่ง Zhao เน้นว่าความสำคัญสูงสุดของเขาคือการจ้างผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับ

Binance ยังเพิ่มการจ้างงานในสิงคโปร์ด้วยตำแหน่งงานว่างมากกว่า 50 ตำแหน่ง ตั้งแต่การพัฒนาธุรกิจ การเงิน และการดำเนินงาน

“เรามีเงินสดเพียงพอ ดังนั้นเราจึงสามารถเติบโตได้ด้วยตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากเรามีผลกำไรและเรามีการเจริญเติบโตที่ดีเพียงพอ” Zhao กล่าว

Gulf จับมือ Binance ปะทะ SCB จับมือ Bitkub

ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากนะครับ สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยทั้ง Gulf เอง หรือ SCB ที่เข้ามาลุยในตลาดนี้แบบเต็มตัว แต่การจับมือกับ Binance ของ Gulf นั้นต้องบอกว่ามีความได้เปรียบอย่างมากในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี

Binance เองนั้นแทบจะเป็นเบอร์หนึ่งของโลกแล้วสำหรับแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล มีการให้บริการไปทั่วโลก และผ่านการทดสอบมามาก ด้วยจำนวนผู้ใช้งานมหาศาลจากทั่วโลก ซึ่งถ้าเทียบในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีหลังบ้าน Binance ก็ยังได้เปรียบอยู่มากหากจะเข้ามาเจาะตลาดไทยจริง ๆ

แต่แน่นอนว่าแพลตฟอร์มของไทยทั้ง Bitkub หรือแม้กระทั่ง Zipmex ที่ตอนนี้เรียกได้ว่า ขับรถไปถนนเส้นไหนในกรุงเทพฯ เราก็จะเห็นป้ายโฆษณาแพลตฟอร์มเหล่านี้แทบจะทุกพื้นที่ไปเสียแล้ว มันเป็นการสร้าง brand awareness อย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์มของไทย

แต่การจับมือกับ Gulf ของ Binance นั้นหากรุกตลาดแบบจริง ๆ จัง ๆ เงินทุนในการทำ marketing คงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพวกเขา ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้การต่อสู้กันเพื่อแย่งฐานลูกค้าสนุกมากขึ้นอย่างแน่อน ไม่ถูกผูกขาดเหมือนในปัจจุบัน

ตาอยู่ที่ชื่อ Thai Digital Assets Exchange (TDX)

เมื่อคนรุ่นใหม่มุ่งหน้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะเมินสินทรัพย์เดิม ๆ อย่างตลาดหุ้นไปเลยด้วยซ้ำ แถม ยักษ์ใหญ่ของแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนก็มีความชัดเจนว่าจะยอมรับในการถูกควบคุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะสามารถเข้าสู่ตลาดขนาดใหญ่มาก ๆ จากคน Generation อื่นๆ ที่เริ่มหันมาสนใจสินทรัพย์ดิจิทัลมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าเงินทุนก็ต้องถูกถ่ายเทมาจากตลาดเดิมอย่างตลาดหุ้นนั่นเอง

ซึ่งทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกประกาศบนเว็บไซต์ SET ว่ากำลังเตรียมพัฒนา ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (Thai Digital Assets Exchange: TDX) เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เชื่อมต่อการซื้อขายจากสินทรัพย์ในปัจจุบันไปสู่สินทรัพย์ดิจิทัล โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการภายในไตรมาส 3 ที่กำลังจะถึง

ดูเหมือนว่าหุ้นมันจะไม่ cool สำหรับคนรุ่นใหม่อีกต่อไป ซึ่ง อาจส่งผลต่อรายได้ของตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตอย่างแน่นอนหากไม่ทำอะไรเลย ซึ่งการสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาสู้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับคนไทย และทำให้การแข่งขันสนุกขึ้นอย่างแน่นอน

บทสรุป

ตลาดแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนเข้าสู่ตลาดแดงเดือด ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อผู้บริโภคอย่างคนไทยแน่นอน เพราะมีทางเลือกเพิ่มขึ้น และการแข่งขันก็จะสูงขึ้น จะเกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกมากมาย เหมือนที่เกิดขึ้นในตลาดที่แข่งขันสูงในตลาดอื่นๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนเช่นใน วงการ ecommerce

เราคงไม่เห็นภาพการผูกขาดจำนวนผู้ใช้ระดับ 90% ++ เหมือนเดิมอีกต่อไปอย่างแน่นอน เมื่อทุกแพลตฟอร์มต้องแข่งขันกันมากขึ้น เม็ดเงินที่เข้าสู่วงการนี้ก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และคนที่ได้ประโยชน์ที่แท้จริงก็คือผู้บริโภคอย่างพวกเรานั่นเองครับผม

References : https://www.bloomberg.com/news/articles/2022-01-17/binance-ties-up-with-bangkok-billionaire-on-thai-crypto-exchange
https://www.reuters.com/technology/gulf-energy-binance-announce-thailand-crypto-partnership-2022-01-17/
https://www.forbes.com/sites/jonathanburgos/2021/09/06/crypto-billionaire-changpeng-zhao-to-cease-some-binance-services-in-singapore-amid-regulatory-scrutiny/
https://infomediang.com/changpeng-zhao-binance-founder/
https://en.wikipedia.org/wiki/Changpeng_Zhao
https://vulcanpost.com/757584/zhao-changpeng-binance-ceo-22nd-richest-man-singapore/
https://coinmarketcap.com/currencies/binance-coin/
https://www.forbes.com/sites/pamelaambler/2018/02/07/changpeng-zhao-binance-exchange-crypto-cryptocurrency/

Ryvval กับ Crypto Startup ที่ทำให้คุณสามารถระดมทุนในการต่อสู้คดีของผู้อื่น

บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีรายใหม่วางแผนที่จะวางตัวเป็น “ตลาดหุ้นของการจัดหาเงินทุนเพื่อการดำเนินคดี” โดยอนุญาตให้ชาวอเมริกันเดิมพันคดีแพ่งผ่านการซื้อโทเค็น ซึ่งบริษัทหวังที่จะให้เงินทุนแก่บุคคลที่ไม่สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้

สตาร์ทอัพที่มีชื่อว่า Ryvval กำลังสร้างโลกแห่งการระดมทุนในการดำเนินคดีเพื่อต่อกรกับระบบศาลของสหรัฐฯ ในลักษณะที่จะเป็นประโยชน์ต่อลูกความและนักลงทุน

กระบวนการระดมทุนในการดำเนินคดีเป็นวิธีสำหรับคนที่มีเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีเงินทุนในการฟ้องร้อง และในทางกลับกัน พวกเขาจะได้รับส่วนแบ่งจากการชนะคดีที่อาจเกิดขึ้น

อุตสาหกรรม cypto ที่เฟื่องฟู ได้สร้างการระดมทุนรูปแบบใหม่ในการดำเนินคดีโดยมีการเสนอคดีฟ้องร้องเบื้องต้น (Initial Litigation Offerings – ILO) ซึ่งใช้แนวคิด crypto โดยอนุญาตให้นักลงทุนรายย่อยค้นหาและให้ทุนกับเคสที่เกิดขึ้นต่าง ๆ บนบล็อคเชนได้

โดยมีการเปิดตัวในปลายปี 2020 บนบล็อคเชน Avalanche ซึ่ง ILO แรกอนุญาตให้ นักลงทุนซื้อ “โทเค็นการดำเนินคดี” ในเคสของ Apothio, LLC ซึ่งเป็นบริษัทผู้ปลูกกัญชาในแคลิฟอร์เนียที่ฟ้องมณฑลของตนที่ทำลายพืชผล 500 เอเคอร์ คดีนี้หยุดชะงักไปตั้งแต่ต้นปี 2021 แต่นั่นไม่ได้หยุดนักลงทุนจากการทุ่มเงินมากกว่า 330,000 ดอลลาร์ในคดีซึ่งสูงกว่าเป้าหมายการระดมทุน 250,000 ดอลลาร์

Ryvval ซึ่งก่อตั้งโดยทนายความ Kyle Roche ได้สร้างแนวคิดของ ILO ซึ่ง Roche ได้ทำการสร้างแพลตฟอร์มที่ช่วยให้บุคคลต่างๆ สามารถลงทุนในคดีในศาลของ ILO ได้

ในขณะที่ Roche กล่าวว่า “เป้าหมายของ Ryval คือการเข้าถึงความยุติธรรมในราคาที่ถูกกว่า” และเขาต้องการ “ทำให้ระบบศาลของรัฐบาลกลางสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับทุกคน” 

ซึ่งข้อมูลจากเว็บไซต์ของ Ryvval อ้างว่านักลงทุนจะสามารถเข้าถึงระดับการลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เปิดให้สาธารณชนเข้ามาลงทุน

Roche กล่าวว่า ” นักลงทุนที่ได้รับการรับรองเท่านั้น (เช่น คนรวย นักธุรกิจ และหน่วยงานอื่นๆ บริษัทหลักทรัพย์ ที่ถือว่ามีสิทธิ์ได้รับการยกเว้นด้านกฎระเบียบ) จะสามารถซื้อขายได้ทันที ในขณะที่คนกลุ่มอื่น ๆ ที่อยากจะลงทุนต้องรอไปอย่างน้อยอีก 1 ปี

น่าสังเกตว่าแพลตฟอร์ม Ryval นั้นยังไม่พร้อมใช้งานจริง แต่ผู้ร่วมก่อตั้งหวังว่าจะสามารถใช้งานได้ภายในสิ้นไตรมาสแรก จนถึงตอนนี้ ปรากฏว่า Apothio , LLC เป็น ILO เพียงเคสเดียวที่มีการซื้อขายต่อสาธารณะ แต่ Roche หวังว่าจะมีอีกห้าถึงสิบแห่งเมื่อถึงเวลาที่แพลตฟอร์มพร้อมและมีการเปิดแบบเต็มตัว

ต้องบอกว่า แนวคิดของ Ryval นั้นน่าสนใจ โอกาสที่นักลงทุนใจดีจะช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนที่ใช้ในการฟ้องบริษัทหรือรัฐบาลนั้นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แนวคิดในการสร้างสิ่งจูงใจให้สอดคล้องกันระหว่างคนจนกับคนรวยนั้นก็ถือว่าส่งผลดีต่อทั้งสองฝ่าย

บทสรุป

อ่านข่าวนี้แล้วต้องบอกว่า เป็นอีกหนึ่งสตาร์ทอัพ crypto ที่น่าสนใจมาก ๆ เลยทีเดียว ต้องบอกว่าปัญหาใหญ่ในการสร้างความยุติธรรมให้กับทุก ๆ คน ก็คือเงินทุน ยิ่งการต้องต่อสู้กับอำนาจรัฐ หรือ กลุ่มนายทุนใหญ่ ที่ต้องอาศัยเงินจำนวนมหาศาลในการทำคดีให้ชนะ

มันมีบทเรียนมากมายที่เกิดขึ้น จากความไม่เป็นธรรมเหล่านี้ แม้กระทั่งในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง ในสารคดีของ Netflix ก็มีการฉายภาพเรื่องราวเหล่านี้ ว่าเงินทุนมันสำคัญขนาดไหนในการต่อสู้คดี มันสามารถชี้ถูกเป็นผิด หรือ ผิดเป็นถูกได้เลย

การเกิดขึ้นของนวัตกรรมแบบนี้ถือว่าน่าสนใจนะครับ แต่อาจจะเกิดกับพวกคดีแพ่งที่สามารถเรียกร้องส่วนแบ่งได้ก่อน ซึ่งก็ถือเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ขัดสนอีกหลาย ๆ คน ที่จะกล้าลุกขึ้นมาทวงความยุติธรรมให้กับตนเองมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับผม

References : https://www.unilad.co.uk/technology/tech-startup-wants-to-enable-people-to-bet-on-court-cases-with-crypto/
https://www.vice.com/en/article/v7d7x3/tech-startup-wants-to-gamify-the-us-court-system-using-crypto-tokens
https://futurism.com/crypto-startup-fund-lawsuits

เมื่อ Bank of America กล่าวว่า Solana สามารถเป็น Visa ของ Digital-Asset World

บล็อกเชนของ Solana อาจกลายเป็น “Visa ของระบบนิเวศของสินทรัพย์ดิจิทัล” เนื่องจากมุ่งเน้นไปที่ความสามารถในการปรับค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ต่ำมาก และความสะดวกในการใช้งาน Bank of America บอกกับลูกค้าในบันทึกการวิจัยในบริษัทของพวกเขา

Solana มีประสบการณ์การใช้งานที่แข็งแกร่งตั้งแต่เปิดตัวในปี 2020 มีการทำธุรกรรมมากกว่า 50 พันล้านครั้ง (Visa ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินระดับโลก ประมวลผลธุรกรรม 164.7 พันล้านรายการในปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน) มีมูลค่ารวมกว่า 11 พันล้านดอลลาร์ที่ถูกล็อกไว้

นักวิเคราะห์ Alkesh Shah เคยสร้างโทเค็นที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ (NFTs) มากกว่า 5.7 ล้านชิ้น โดยในบันทึกที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Solana ได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับกรณีการใช้งานของผู้บริโภคทั่วไปเช่น micropayments และเกม ธนาคารกล่าว

“Solana ให้ความสำคัญกับความสามารถในการปรับขนาด แต่บล็อกเชนที่มีการกระจายอำนาจและปลอดภัยน้อยกว่านั้น ก็มีปัญหาด้านประสิทธิภาพของเครือข่ายหลายประการตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง” Shah กล่าว “Ethereum จัดลำดับความสำคัญของการกระจายอำนาจและการรักษาความปลอดภัย แต่ด้วยค่าใช้จ่ายในการปรับขนาดของมัน ซึ่งนำไปสู่ช่วงเวลาของความแออัดของเครือข่ายและค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่บางครั้งมากกว่ามูลค่าของธุรกรรมที่ส่งไปเสียอีก”

Bank of America กล่าวว่า Solana และบล็อคเชนอื่น ๆ สามารถคว้าส่วนแบ่งการตลาดจาก Ethereum เมื่อเวลาผ่านไป และจะเริ่มสร้างความแตกต่างผ่านการยอมรับของผู้ใช้และความสนใจของนักพัฒนา

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จของ Solana

เป็นคำถามที่น่าสนใจว่า Solana สามารถดึงดูดความสนใจได้มากขนาดนี้ได้อย่างไร Solana เป็นทั้งคริปโตเคอเรนซี่ – โทเค็น Sol – และเครือข่ายบล็อคเชน คู่แข่งหลายรายเสนอการผสมผสานระหว่างบล็อคเชนและโทเค็น แต่เคล็ดลับสู่ความสำเร็จของ Solana จนถึงตอนนี้คือความรวดเร็วและค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ต่ำเอามาก ๆ

สำหรับธุรกรรมที่จะเกิดขึ้นบนเครือข่าย จะต้องได้รับการตรวจสอบ และวิธีการ Proof of History ของ Solana ก็ช่วยให้สิ่งต่างๆ เร็วขึ้น นับว่าเป็นจุดแข็งและเป็นระบบที่ไม่เหมือนใคร และเป็นไม้ตายนวัตกรรมของ SOL ในการทำให้ระบบมีความเร็วและปลอดภัยสูง Proof of History ไม่ใช่ consensus mechanism เหมือน proof of work หรือ proof of stake แต่เป็นนาฬิกา cryptographic ที่ทำให้ node สามารถตกลงกันในเวลาและลำดับของเหตุการณ์ใน solana blockchain โดยไม่จำเป็นต้องให้ node คุยกัน

ดังนั้น Solana สามารถประมวลผลธุรกรรมได้มากถึง 50,000 รายการต่อวินาที และต้นทุนการทำธุรกรรมทั้งหมดเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของเซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับ Ethereum คู่แข่งรายใหญ่ ที่ประมวลผลประมาณ 30 ธุรกรรมต่อวินาที ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม Ethereum แตกต่างกันอย่างมาก แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งราคาขึ้นไปสูงถึง 62 ดอลลาร์

ด้วยเหตุนี้ นักพัฒนาจึงแห่กันไปที่ Solana เพื่อสร้างโปรเจ็กต์ และผู้ใช้ก็แห่กันไปที่แอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (dApps) ของ Solana 

ในเดือนธันวาคม Solana ได้อัปเดตความคืบหน้าเมื่อปีที่แล้ว ในเดือนมกราคมของปีที่แล้ว Solana เป็นเจ้าภาพประมาณ 70 โครงการ ในเดือนธันวาคม จำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 5,100 โครงการ  ซึ่งธุรกรรมทั้งหมดบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นจาก 10 พันล้านในเดือนมกราคมเป็นมากกว่า 45 พันล้านภายในสิ้นปีที่ผ่านมา และ SOL ได้กลายเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีการ stake มากที่สุดเป็นอันดับที่หนึ่งโดยมียอด staking เพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านดอลลาร์เป็น 11.4 พันล้านดอลลาร์

ความเป็นผู้นำ NFT

Solana ยังสร้างชื่อเสียงในโลกของโทเค็นที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ (NFTs) ซึ่งก็คือใบรับรองความเป็นเจ้าของทรัพย์สินออนไลน์หรือคอลเล็กชัน เช่น งานศิลปะ ตอนนี้มันเป็นบล็อคเชนที่ใหญ่เป็นอันดับสามจากปริมาณการขายตลอดกาล

การเติบโตทั้งหมดนี้เป็นการวางรากฐานสำหรับการเติบโตในปีนี้และปีต่อๆ ไป นั่นเป็นเพราะมันแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ใช้สอยในโลกแห่งความเป็นจริงของ Solana และความจริงที่ว่านักพัฒนาและผู้ใช้เลือกใช้แพลตฟอร์มนี้เป็นจำนวนมาก 

ซึ่งจากมุมมองทางคณิตศาสตร์ Solana ยังมีพื้นที่ให้เติบโต ขณะนี้มี 311 ล้านเหรียญหมุนเวียนอยู่ หาก Solana เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากระดับปัจจุบัน มูลค่าตลาดของ Solana จะอยู่ที่ประมาณ 83 พันล้านดอลลาร์ นั่นจะทำให้เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก

แน่นอนว่าไม่มีการรับประกันว่าSolana จะมีมูลค่าเพิ่มเป็นสองเท่า แต่มันเป็นไปได้เมื่อพิจารณาถึงอุปทานและการเติบโตของเหรียญจนถึงตอนนี้ และถึงแม้จะไม่เพิ่มเป็นสองเท่า แต่ก็เป็นไปได้มากที่ Solana จะยังสามารถเติบโตได้อีกมากในปีนี้นั่นเองครับผม

References : https://www.coindesk.com/business/2022/01/12/solana-could-become-the-visa-of-digital-asset-world-bank-of-america
https://www.fool.com/investing/2022/01/12/is-solana-still-a-buy-after-jumping-11000/
https://crypto-academy.org/solana-the-visa-of-crypto/