Gene Berdichevsky อดีตพนักงานคนที่ 7 ของ Tesla สู่การสร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

ต้องบอกว่าปัญหาใหญ่ของอุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นก็คือเรื่องของแบตเตอรี่ ที่จะเห็นว่าในยุคปัจจุบันผู้คนต่างเสพติดการหาปลั๊กไฟ เพื่อชาร์จอุปกรณ์ต่าง ๆ ของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนอาจจะเบื่อกับการต้องมานั่งชาร์จ Apple Watch ในทุก ๆ วัน แต่ปัญหานี้กำลังจะถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

บริษัทวัสดุแห่งหนึ่งในเมืองอลาเมดา รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ทุ่มเทใช้เวลากว่าทศวรรษในการทำงานเพื่อเพิ่มพลังงานที่เก็บไว้ในแบตเตอรี่ลิเธียมไออน ซึ่งตอนนี้ได้มาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ที่จะช่วยให้อุปกรณ์ขนาดเล็ก หรือ แม้กระทั่งรถยนต์ไฟฟ้ามีระยะการทำงานที่ไกลกว่าเดิมมาก

บริษัทที่มีชื่อว่า Sila ได้มีการพัฒนาอนุภาคที่มีซิลิกอนเป็นหลักซึ่งสามารถแทนที่กราไฟท์ในแอโนดและเก็บประจุลิเธียมไอออนที่นำกระแสไฟไปไว้ในแบตเตอรี่ได้มากขึ้น

ซึ่งเทคโนโลยีของ Sila ได้เพิ่มความหนาแน่นของพลังงานในแบตเตอรี่ของ Fitness Tracker สูงถึง 17% ซึ่งต้องบอกว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ซึ่งในกรณีของอุปกรณ์ Fitness Tracker ที่มีชื่อว่า Whoop 4.0 ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของ Sila นั้น พวกเขาสามารถลดขนาดอุปกรณ์ได้ 33% ในขณะที่คงอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ 5 วัน และความบางขึ้นทำให้สามารถใส่เข้าไปใน “เครื่องแต่งกายอัจฉริยะ” ได้ดียิ่งขึ้น

Whoop 4.0 อุปกรณ์สุดล้ำของบริษัท Sila ที่เปิดตัวพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ใหม่ (CR:DC Rainmaker)
Whoop 4.0 อุปกรณ์สุดล้ำของบริษัท Sila ที่เปิดตัวพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ใหม่ (CR:DC Rainmaker)

Venkat Viswanathan รองศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมเครื่องกลที่ Carnegie Mellon University ได้ระบุว่ามันเป็นเทคโนโลยีที่เทียบเท่ากับการพัฒนาเทคโนโลยีอื่น ๆ ถึง 4 ปี และเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญของเทคโนโลยีนี้

แม้ Sila จะเผชิญความท้าทายทางด้านเทคนิคอยู่บ้าง แต่ความก้าวหน้าครั้งนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงศักยภาพของแบตเตอรี่ที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

การเพิ่มปริมาณพลังงานในแบตเตอรี่ที่สามารถจัดเก็บได้มากขึ้น ยังส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้พลังงานที่สะอาดจากพลังงานไฟฟ้า เพื่อส่งพลังงานไปให้กับ เหล่า ยานพาหนะ โรงงานและธุรกิจต่าง ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น

Gene Berdichevsky ซีอีโอของ Sila ซึ่งเป็นพนักงานคนที่ 7 ของบริษัท Tesla เป็นหนึ่งในคีย์แมนคนสำคัญ ที่ช่วยแก้ไขปัญหาความท้าทายด้านแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของ Tesla

Gene Berdichevsky ซีอีโอของ Sila อดีตพนักงานคนที่  7 ของบริษัท Tesla (CR:Twitter)
Gene Berdichevsky ซีอีโอของ Sila อดีตพนักงานคนที่ 7 ของบริษัท Tesla (CR:Twitter)

Sila ซึ่งประกาศระดมทุน 590 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา บริษัทยังได้ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ ซึ่งรวมถึง BMW และ Daimler ซึ่งเทคโนโลยีของ Sila สามารถบรรจุพลังงานได้มากขึ้นถึง 40% ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

ก็ต้องบอกว่าเทคโนโลยีทางด้านแบตเตอรี่ ถือเป็นจุดสำคัญสำหรับหลาย ๆ ธุรกิจในยุคปัจจุบัน ทั้ง รถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์ IoT Device ต่าง ๆ แม้กระทั่ง Apple ยักษ์ใหญ่ในวงการก็ยังติดปัญหาในเรื่องของแบตเตอรี่ อย่างที่เราเห็นในอุปกรณ์ iDevice ของพวกเขาที่ก็มีปัญหากับอายุของแบตเตอรี่

โดยเฉพาะอุปกรณ์อย่าง Apple Watch เอง ใครจะไปคิดว่าเราแทบจะต้องชาร์จ นาฬิกา เพื่อให้มันได้ใช้งานทุกวัน ซึ่งตอนนี้เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการตัดสินใจซื้อนาฬิกาอัจฉริยะเหล่านี้

ผมก็เป็นคนหนึ่ง ที่ลองไปใช้ Apple Watch แล้วก็พบว่าทุกอย่างมันดีมาก เซ็นเซอร์ต่าง ๆ อุปกรณ์มีความสเถียร ระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ก็ทำได้ดี แต่มันมีข้อเสียอย่างเดียวที่ผมต้องขายก็คือ อายุการใช้งานของมันจากปัญหาแบตเตอรี่นั่นเอง ที่คิดว่าหลายคนน่าจะตัดสินใจจากจุดนี้เช่นเดียวกัน

ข่าวของบริษัท Sila ถือว่าเป็นข่าวที่น่าสนใจมาก และ CEO ผู้ก่อตั้งบริษัท ที่มีประวัติการทำงานกับ Tesla ในยุคแรก ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหานี้ให้กับ Tesla ได้สำเร็จ ก่อนที่เขาจะออกมาศึกษาต่อ และ สุดท้ายเมื่อเจอเทคโนโลยีที่เหมาะสม ก็ได้เริ่มตั้งบริษัทของตัวเองอย่าง Sila

แม้จะเป็นข่าวเล็ก ๆ แต่มันส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อหลากหลายธุรกิจในยุคปัจจุบัน มันจะส่งผลกระทบครั้งสำคัญต่ออุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลาย ที่จะทำให้อุปกรณ์เหล่านี้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวมากยิ่งขึ้น และจะทำให้โลกเราเปิดไอเดียให้กับอุปกรณ์ใหม่ ๆ อีกมากมายที่จะมาเปลี่ยนโลกของเราให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างแน่นอน หากปัญหาเรื่องแบตเตอรี่หมดไปนั่นเองครับผม

References : https://www.technologyreview.com/2021/09/08/1035143/sila-whoop-lithium-ion-battery-fitness-wearable-evs
https://www.whoop.com/
https://techcrunch.com/2021/01/26/sila-nanotechnologies-raises-590m-to-fund-battery-materials-factory/

เมื่อ VinFast หาญกล้าท้าชน Tesla ในศึกรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอเมริกาเหนือ

VinFast ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจยานยนต์ของ VinGroup ของมหาเศรษฐี Pham Nhat Vuong กำลังเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นล่าสุดทั่วโชว์รูมในอเมริกาเหนือและยุโรป ภายในเดือนมีนาคมปีหน้า ซึ่งเป็นการก้าวเข้ามาท้าทาย Tesla ที่กำลังขยายธุรกิจไปทั่วโลก

ทาง Vinfast เองได้ทำการสรรหาผู้บริหารระดับสูงจากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Tesla , BMW , Porche , Toyota และ Nissan เพื่อบรรลุเป้าหมายในการเป็นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก

โดยทาง Jeremy Snyder หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเติบโตของ VinFast US ได้กล่าวว่า “ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ได้รับการสนับสนุนจากการวิจัยและการผลิตที่พิสูจน์แล้วของ VinFast เรามั่นใจว่า VinFast สามารถแข่งขันกับแบรนด์ชั้นนำในสหรัฐฯ ได้ในวันนี้”

ต้องบอกว่าเป็นคำกล่าวที่น่าสนใจเพราะ Snyder เองนั้นมีประสบการณ์ในการทำงานกับ Tesla ซึ่งเขาได้ทำงานในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงหลายตำแหน่งมาเป็นเวลากว่าทศวรรษ จนกระทั่งปี 2018

VinFast จะมีการตั้งสาขาทั่วสหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี และ เนเธอร์แลนด์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ทั่วโลก

โดยรถยนต์รถต์ไฟฟ้ารุ่นนี้จะทำการเปิดตัวในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ โดยมีรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะสองรุ่นคือ VF e35 และ VF e36 ที่จะวางจำหน่ายทั่วโลกในเดือนมีนาคมปี 2022

โดย VinFast ตั้งเป้าที่จะขายรถยนต์ไฟฟ้า 56,000 คันในปี 2022 แต่เป้าหมายได้ลดลงเหลือ 15,000 คัน เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนชิปทั่วโลก

ต้องบอกว่าข่าวนี้ เป็นข่าวสั้น ๆ แต่สร้าง impact ได้อย่างมหาศาล เมื่อ VinFast นั้นมองเห็นถึงเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างรถยนต์ไฟฟ้า และมุ่งเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ แบบมีรูปแบบแผนการที่ชัดเจน

แน่นอนว่ามันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่ต้องลุกขึ้นมาต่อกรกับบริษัทอย่าง Tesla หรือ ยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ที่กำลังจะมาลุยตลาดนี้ รวมถึงแบรนด์อีกมากมายจากประเทศจีน ที่กำลังเข้าสู่ธุรกิจนี้เช่นเดียวกัน

แต่ต้องยอมรับในความคิดใหญ่ของ Pham Nhat Vuong เป็นอย่างมากที่กล้าพาแบรนด์น้องใหม่ของพวกเขาอย่าง VinFast ลุยในศึกใหญ่และเป็นเทรนด์ในอนาคตของโลก

Pham Nhat Vuong เจ้าของอาณาจักร VinGroup ผู้กล้าท้าชน Tesla
Pham Nhat Vuong เจ้าของอาณาจักร VinGroup ผู้กล้าท้าชน Tesla

พอนึกย้อนกลับมาในประเทศไทยก็รู้สึกน่าเสียดาย ที่เราแทบจะเป็นฐานการผลิตหลักของรถยนต์มาอย่างยาวนาน แต่แทบจะไม่มีแม้กระทั่งแบรนด์รถยนต์สัญชาติตัวเองเลยด้วยซ้ำ

มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจอย่างเหลือเชื่อ ที่หลาย ๆ ธุรกิจที่ประเทศเราควรจะทะยานไกลด้วยความได้เปรียบหลาย ๆ อย่าง ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ที่เราเป็นฐานผลิตมาอย่างยาวนาน ซึ่งน่าจะมี know how ต่าง ๆ ในการสร้างแบรนด์ของตัวเองได้แล้ว

กลับกัน VinFast ที่ดูเหมือนจะมาทีหลังด้วยซ้ำ กลับแซงหน้าเราไปไกล ได้ถึงระดับที่สามารถไปท้าทายอำนาจของ Tesla ในอเมริกาเหนือ ซึ่งดูเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ และเป็นธุรกิจแห่งอนาคตอย่างแท้จริง ซึ่งต้องบอกว่าเพียงแค่พวกเขาได้ไปแข่งขัน ก็ถือว่า พวกเขาก้าวไปไกลกว่าเรามาก ๆ แล้วจริง ๆ นั่นเองครับผม

References : https://www.forbes.com/sites/jonathanburgos/2021/07/14/vietnams-richest-person-aims-to-challenge-tesla-in-north-america-europe
https://www.reuters.com/business/autos-transportation/vietnams-answer-tesla-has-us-its-electric-sights-2021-04-30/
https://auto.economictimes.indiatimes.com/news/passenger-vehicle/cars/vietnams-answer-to-tesla-bets-big-on-the-us-market/82326148

Elon Musk : รัฐบาลคือสุดยอดองค์กรผูกขาดที่ไม่สามารถล้มละลาย

มหาเศรษฐี Elon Musk บอกว่าเขาจะไม่ได้กลายเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ ถ้าเขาไม่ได้อพยพไปยังสหรัฐจากแอฟริกาใต้ในปี 1992 แต่สิ่งที่เขาพูดเป็นการส่งสารไปยังรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการ : ให้หลีกทางและปล่อยให้ บริษัท ต่างๆ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง

“ผมคิดว่ามันเป็นการแบ่งขั้วที่ผิดพลาดในการมองรัฐบาลและอุตสาหกรรมแบบแยกส่วน … รัฐบาลคือ … สุดยอดบริษัท” Musk ได้กล่าวไว้ที่การ  ประชุมสุดยอดซีอีโอ WSJ โดยเรียกรัฐบาลว่า “การผูกขาดที่ไม่สามารถล้มละลายได้”

ในขณะที่อเมริกายังคงยอดเยี่ยมในด้านนวัตกรรมและการส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการ กฎระเบียบของรัฐบาลกำลังเป็นอุปสรรคกับความพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในอนาคต

“ผมคิดว่าเราต้องระมัดระวังเกี่ยวกับกฎระเบียบและระบบราชการที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา” Musk กล่าว หากรัฐบาลยังคงกำหนดกฎเกณฑ์มากขึ้น Musk กล่าวว่า “ในที่สุดเราจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย”

แต่ Musk เชื่อว่ารัฐบาลควรทำหน้าที่เป็นเพียง “ผู้ตัดสิน” เพื่อกำหนดกฎของเกม และตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการบังคับใช้กฎที่ถูกต้องอย่างเหมาะสม “นั่นเป็นกฎสำคัญสำหรับรัฐบาลในการตรวจสอบให้แน่ใจว่ากฎนั้นถูกต้องและสิ่งจูงใจคือสิ่งที่เราต้องการให้มันเป็นจริง” Musk กล่าวในการ  ประชุมสุดยอด WSJ CEO

Musk กล่าวว่า “เมื่อพวกเขาไม่ต้องการเป็นแค่ผู้ตัดสินในสนามพวกเขาต้องการเป็นผู้เล่นในสนาม” มันเป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมหันต์

ลองคิดดูว่าหากรัฐบาลจะเป็นผู้เล่นแทนที่จะเป็นผู้ตัดสิน ตัวอย่างเช่น รัฐบาลมีแนวโน้มว่าจะช่วยเหลือทางการเงินจำนวนมากให้กับผู้ผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ที่มีการพัฒนามาอย่างดี เช่น Ford หรือ GM เพื่อพัฒนา EV

แต่มันไม่ได้อยู่ในส่วนนวัตกรรมที่พวกเขาต้องสร้างสรรค์ขึ้นมา ควรปล่อยให้ผู้เล่นตัดสินใจเกมด้วยตัวเอง ดังที่ได้เห็นว่าสุดท้าย Tesla กลายเป็นผู้นำด้าน EV ในขณะที่ GM และ Ford แทบจะตามไม่ทัน

คงไม่เป็นคำพูดที่เกินเลยที่จะบอกว่าถ้าไม่มี Tesla EV จะไม่เป็นอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์รุ่นเก่า น่าจะเลิกใช้รถรุ่น low-range หนึ่งหรือสองรุ่นเนื่องจากจุดสนใจหลักของพวกเขายังคงอยู่ที่รถยนต์ที่ใช้ก๊าซไม่ใช่พลังงานไฟฟ้า

Musk กล่าวเสริมว่า เขาคิดว่าสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการสร้างแรงจูงใจให้เกิดผลลัพธ์ไม่ใช่สร้างเส้นทางเดินให้กับเหล่าผู้ประกอบการล้าหลังเหล่านี้”

Musk อายุ 49 ปีเดินทางมาถึงอเมริกาเหนือเมื่ออายุ 17 ปี “ด้วยเงินเพียง 2,000 เหรียญกระเป๋าเป้และกระเป๋าเดินทางที่เต็มไปด้วยหนังสือ” ปัจจุบัน Musk เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับหนึ่งของโลกด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิโดยประมาณ 1.95 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 5.87 ล้านล้านบาท

References : https://twitter.com/elonmusk/status/1005593651219582977
https://www.teslarati.com/elon-musk-government-innovation/
https://www.extremetech.com/extreme/318959-elon-musk-richest-man-mars-colony

Wingsuit ไฟฟ้าเครื่องแรกของโลกที่ทำความเร็วได้ 300 km/hr จาก BMW

BMW เชื่อว่ามันบินได้ และตอนนี้มันพิสูจน์แล้ว แบรนด์รถยนต์ยักษ์ใหญ่จากเยอรมันเพิ่งประสบความสำเร็จในกีฬาทางอากาศ ซึ่งบุกเบิกโดย Peter Salzmann ซึ่งทะยานผ่านท้องฟ้าที่ความเร็วสูงสุดถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ของชุด Wingsuit ไฟฟ้าตัวใหม่

แนวคิดใหม่นี้เป็นความพยายามร่วมกันระหว่าง BMW, Designworks และ Salzmann นักกระโดดร่มมืออาชีพและนักกระโดดร่ม BASE ซึ่งได้กล่าวว่า แนวคิดนี้เกิดขึ้นในขณะที่เขากำลังคิดหาวิธีปรับปรุงประสิทธิภาพในอากาศ

“หนึ่งในนั้นเรื่องของมอเตอร์และมันเป็นความคิดที่ผมไม่สามารถแก้ไขได้” Salzmann บอก BMW “ผมพบความคิดที่จะกระโดดลงมาจากภูเขาในท้องถิ่นของผมโดยสวมชุดปีกและลงจอดในสวนของผมได้อย่างน่าทึ่ง”

หลังจากการวิจัยอย่างเข้มข้นเป็นเวลาสามปีและเที่ยวบินทดสอบนับไม่ถ้วนในอุโมงค์ลมแนวนอนของ BMW

Salzmann และชุดปีกนกได้เสร็จสิ้นการบินครั้งแรกเหนือภูเขาที่งดงามของออสเตรียได้ในที่สุด ชายวัย 33 ปี ถูกเฮลิคอปเตอร์ทิ้งที่ความสูง 10,000 ฟุตพร้อมกับนักบินอีกสองคนที่สวมชุดปีกธรรมดา 

BMW กล่าวว่าชุดปีกไฟฟ้า Wingsuit ใหม่นี้ช่วยให้ Salzmann สามารถเร่งความเร็วได้เร็วกว่าเพื่อนของเขาด้วยความเร็วสูงสุด 186 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ ราว ๆ 300 กิโลเมตรต่อชั่วดมง  (ซึ่งปีกนกปกติโดยทั่วไปจะเข้าถึงความเร็วแนวนอนประมาณ 62 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ ราว ๆ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

e-wingsuit สร้างขึ้นจากเทคโนโลยี BMW i EV และขับเคลื่อนด้วยอุปกรณ์ติดตั้งบนหน้าอก มีแรงเสียดทาน 15 กิโลวัตต์ซึ่งแยกระหว่างใบพัดคาร์บอน 7.5 กิโลวัตต์สองตัว ใบพัดหมุนด้วยความเร็ว 25,000 รอบต่อนาทีและสร้างแรงผลักได้นานถึงห้านาที

จุดมุ่งหมายของชุดปีกไฟฟ้า Wingsuit คือการเพิ่มประสิทธิภาพ และในที่สุดทีมก็สามารถพัฒนาจนครอบคลุมระยะทางที่ไกลขึ้นได้

ในวิดีโอของความสำเร็จทั้งสามคนจะเหินตามกันก่อนที่ Salzmann จะใช้กิโลวัตต์เพื่อเพิ่มพลังเพื่อบินขึ้นเหนือภูเขาอีกลูกหนึ่ง และสามารถเพิ่มระดับความสูงได้ในขณะที่นักบินคนอื่น ๆ ค่อย ๆ ลงมา 

มันดูเหมือนกับ Iron Man ในชีวิตจริง จากนั้นทั้งสามก็ใช้ร่มชูชีพและลงจอดอย่างปลอดภัย

ชุดปีกนกได้รับการเปิดเผยโดยเป็นส่วนหนึ่งของงาน #NEXTGen 2020 ของ BMW ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์นำเสนอรูปลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครไปสู่อนาคตแห่งความคล่องตัว BMW จะจัดแสดงเทคโนโลยีใหม่มากมายและยังเผยโฉม iNext Electric crossover ใหม่

ในขณะที่เที่ยวบินแรกของ Salzmann ประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้พักผ่อนจากความสำเร็จครั้งนี้ของเขาเพราะจากข้อมูลของ BMW Salzmann ต้องการบินไปมาระหว่างตึกระฟ้าของเกาหลีใต้ต่อไป

“ผมจะต้องฝึกให้มากขึ้น” Salzmann กล่าวเสริม “เราจะเพิ่มประสิทธิภาพเทคนิคและมองไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ”

References : https://www.bmw.com/en/innovation/peter-salzmann-electrified-wingsuit.html
https://www.bmw.com/en/innovation/peter-salzmann-electrified-wingsuit.html
https://www.press.bmwgroup.com/latin-america-caribbean/article/detail/T0319810EN/digital-innovative-different:-the-bmw-group-is-presenting-nextgen-2020-digitally-at-https:-www-bmw-com/nextgen?language=en

เมื่อ Raspberry Pi ถูกนำมาใช้แฮ็ค Tesla Model X

ComputerWeekly ได้รายงานว่านักศึกษาปริญญาเอกชาวเบลเยี่ยม ทำการ hack ระบบการรักษาความปลอดภัยของ Tesla Model X ได้สำเร็จด้วยอุปกรณ์ง่าย ๆ อย่าง Raspberri Pi

โดยพวกเขาได้ใช้เครื่องมือแฮ็กเกอร์ทั้ง มีดพก Swiss Army ,  Raspberry Pi พร้อมกับ Key fob (กุญแจรีโมท เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปเปิดประตูรถ) ที่ได้รับการแก้ไข และหน่วยควบคุมเครื่องยนต์ (ECU)  ช่องโหว่นี้บังคับให้ Tesla ต้องออกแพทช์ใหม่สำหรับรถยนต์ Model X ทันที

Lennert Wouters นักศึกษาปริญญาเอกจากกลุ่มวิจัยการรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ (Cosic) ของมหาวิทยาลัย Leuven ได้สร้างอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายกับรถ Tesla ได้ไกลถึง 5 เมตร 

ต้องบอกว่านี่เป็นครั้งที่สามที่ Wouters สามารถใช้ประโยชน์จาก key fob และเข้าถึงรถได้ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาก็สามารถที่จะโคลน fob ได้สำเร็จมาแล้ว

“การใช้ ECU ที่ได้รับการดัดแปลงซึ่งได้มาจาก Tesla Model X ทำให้เราสามารถบังคับ Key fobs ได้ในระยะทางไกลถึง 5 เมตร” Wouters กล่าว

ชุดอุปกรณ์ทั้งหมดมีราคา 195 เหรียญและสามารถซ่อนไว้ในกระเป๋าเอกสารหรือกระเป๋าพกพาได้อย่างง่ายดาย

ซึ่งทำให้โจร สามารถที่จะเดินไปตามเป้าหมาย และควบคุมกุญแจของพวกเขาได้ จากนั้นก็รอเพียงแค่เวลาที่หัวขโมยจะต้องใช้ตัวเชื่อมต่อ Raspberri Pi เพื่อจับคู่ Key fob ที่แก้ไขแล้ว จากนั้นพวกเขาก็สามารถควบคุมยานพาหนะได้ทั้งหมด

Raspberry Pi ถือว่าเป็น อุปกรณ์ที่มีต้นทุนต่ำ ใช้งานง่าย และใช้พลังงานในการประมวลน้อย ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเจ้าบอร์ดเล็ก ๆ ตัวนี้ มีอะไรมากกว่านำมาใช้ในการเรียนรู้การเขียนโค้ด หรือ เชื่อมต่อวงจรไฟ LED กระพริบ แบบที่เราได้เคยเห็นกันเพียงเท่านั้น

แน่นอนว่าข่าวนี้น่าสนใจ ตอนนี้รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า นั้นแทบจะมีระบบปฏิบัติการทางด้านคอมพิวเตอร์อยู่ด้านใดคอยจัดการในส่วนต่าง ๆ ของรถ ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตรถยนต์เหล่านี้ ก็จะเป็นเป้าหมายที่สำคัญของเหล่า Hackers ที่สามารถเข้าถึงได้ไม่ยากอีกต่อไป ซึ่งต่อไปเราอาจจะได้เห็น Ransomware ที่จะมาเรียกค่าไถ่จากรถยนต์ก็เป็นได้นั่นเองครับ

References : https://www.computerweekly.com/news/252492564/Belgian-security-researcher-hacks-Tesla-with-Raspberry-Pi
https://www.geeky-gadgets.com/tesla-model-s-hacked-by-raspberry-pi-mini-pc-in-seconds-11-09-2018/