Zynga ผู้สร้าง Farmville กับเส้นทางที่เจิดจรัสสู่ดาวอับแสงแห่งวงการสตาร์ทอัพ

สำหรับผู้ที่เล่น facebook ตั้งแต่ในช่วงแรก ๆ ที่เริ่มโด่งดังนั้นคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักกับ zynga บริษัทที่ทำเกมบน facebook ชื่อดังอย่าง farmville ซึ่งถือว่าเป็นเกมบน social network ที่ดังเอามาก ๆ ในยุคนั้นที่คนติดกันงอมแงมซึ่งเราจะเห็น notification ที่เกี่ยวเกมนี้เด้งมาตลอด

เพียงไม่กี่ปีสถานการณ์นั้นก็กลับพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง บริษัทที่ถูกตีมูลค่ากว่าหลายพันล้านเหรียญอย่าง zynga กลายเป็นแทบจะไม่มีผู้เล่น มันเกิดขึ้นได้อย่างไรเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับบริษัทเทคโนโลยีที่ว่ากันว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงและดับแสงลงไปภายในเวลาไม่กี่ปี

Mark Pincus เป็นผู้ก่อตั้งและผู้สร้างบริษัท zynga ให้เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองของบริษัทเทคโนโลยี โดยในช่วงก่อนหน้านั้น Pincus เรียนจบ MBA จาก harvard business school ซึ่งถือเป็นโรงเรียนธุรกิจชื่อดังระดับโลกที่บ่มเพราะนักธุรกิจและผู้บริหารบริษัทชื่อดังมากมายทั่วโลก

Mark Pincus ผู้ก่อตั้ง Zynga (CR: The Mecury News)
Mark Pincus ผู้ก่อตั้ง Zynga (CR: The Mecury News)

Pincus นั้นจะแตกต่างจาก founder รุ่นใหม่ ๆ พอสมควรเนื่องจากมาดังตอนที่ถือว่าค่อนข้างอายุมากพอสมควร คือผ่านโลกของการทำงานมาระดับสิบปีแล้วถึงจะออกมาทำธุรกิจด้าน computer

โดยเริ่มแรกนั้นเขาได้สร้างเว็บ Freeloader  ซึ่งในยุคนั้นก็ถือว่าเป็น web service ที่ดังมาก ๆ เว็บหนึ่งก่อนที่จะขายออกไปทำเงินได้มากกว่า 30 ล้านเหรียญซึ่งถือว่าสูงมากในยุคนั้น

แทนที่จะเกษียณตัวเองอย่างสุขสบาย mark pincus ก็ได้ทำการสร้างบริการออนไลน์ใหม่คือ support .com ไว้สำหรับช่วยเหลือด้าน computer สำหรับบุคคลทั่วไปแบบออนไลน์ก่อนที่ social network จะเริ่มเกิดมาในยุคของ friendster หรือ myspace ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่ facebook ก็กำลังตั้งไข่พอดี

Pincus นั้นได้สร้าง social network ขึ้นมาตัวหนึ่งชื่อ tribe แต่ไม่ค่อยรุ่งเท่าไหร่เลยทำการขายให้กับบริษัทด้านเน็ตเวิร์กชื่อดังอย่าง cisco

จนเมื่อ facebook ถือกำเนิดขึ้นและเริ่มมีกระแสที่ร้อนแรง เนื่องจากมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ facebook ในช่วงนั้น ตัว pincus เองนั้นก็ชอบเล่นเกมเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงได้เริ่มคิดหาไอเดียในการสร้างเกมบนแพลตฟอร์ม facebook ขึ้นมา

โดยเกมแรกที่เขาได้พัฒนาขึ้นมาบนแพลตฟอร์ม facebook  คือ เกมเล่นไพ่ texas poker ซึ่งถือได้ว่าเป็นเกมแรก ๆ บน facebook และเนื่องจากมีการสร้างฐานอยู่บนแพลตฟอร์มของ facebook ทำให้มีส่วนประกอบที่สำคัญในเรื่องของ social ทำให้คนสามารถ communicate ในเกมผ่าน facebook กันได้ง่ายขึ้น

Texus Poker เกมส์แรก ๆ บน facebook
Texas Poker เกมส์แรก ๆ บน facebook (CR:Mashable)

ในช่วงแรก ๆ นั้นเกมบน facebook ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยฉุดกระแส facebook ให้ยิ่งดังขึ้นไปอีก เนื่องจากการที่จะมาเล่นเกมกับเพื่อนได้ในยุคนั้น ก็ต้องเป็นสมาชิกของ facebook ก่อน ซึ่งถือว่าเป็นส่วนเสริมกันระหว่าง zynga กับ facebook ที่ทำให้เติบโตไปด้วยกันทั้งคู่

zynga มาโด่งดังที่สุดตอนที่ปล่อยเกมอย่าง farmville ออกมา ทำให้มีผู้เล่นหลักหลายสิบล้านคน และเริ่มเกิด business model ใหม่ในยุคนั้นคือมีการขาย item ภายในเกม โดยก่อนหน้านี้ใช้รูปแบบการขายโฆษณาเพียงเท่านั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ของวงการเกมในขณะนั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบันเกมส่วนใหญ่นั้นจะแจก free แต่จะไปเน้น in-app purchase แทนซึ่งทำรายได้มากกว่าโมเดลการขายเกมแบบเดิม ๆ เป็นอย่างมาก

เกมส์อย่าง farmville โด่งดังมากในยุคแรก ๆ ของ facebook
เกมอย่าง farmville โด่งดังมากในยุคแรก ๆ ของ facebook (CR:Facebook)

ช่วงที่รุ่งเรื่องก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากเกมของ zynga เป็นเกมที่สามารถทำเลียนแบบได้ง่ายมาก เพราะเป็นเกมที่ไม่มีความซับซ้อนใด ๆ รวมถึงส่วนใหญ่ก็เป็นรูปแบบการพัฒนามาจากเกมในอดีตที่มีอยู่แล้วแทบจะทั้งสิ้น แค่นำมาเปลี่ยนในส่วนของ user interface

ทำให้ zynga เจอคู่แข่งมากมายในขณะนั้นและมีการฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ของเกมทำให้สถานการณ์ของ zynga ตกอยู่ในที่นั่งลำบากและสุดท้ายก็ทำให้มูลค่ากิจการของ zynga ตกลงอย่างฮวบฮาบ

เรื่องนี้เป็น case study ที่น่าสนใจสำหรับบริษัทสตาร์ทอัพที่โตอย่างรวดเร็ว จนลืมพื้นฐานสำคัญของตัวแพลตฟอร์มซึ่ง zynga นั้นมีการผูกอยู่กับแพลตฟอร์มของ facebook เป็นหลัก ทำให้มีอำนาจต่อรองต่ำมาก ๆ ซึ่ง facebook จะบีบเมื่อไหร่ก็ได้คล้าย ๆ กับสิ่งที่ Apple ทำกับ App Store ของพวกเขาในทุกวันนี้

แต่มันก็มีเคสที่น่าสนใจที่บริษัทอย่าง LINE Corporation ของญี่ปุ่นนั้นโมเดลธุรกิจแทบจะเหมือนกับ zynga ในอดีต แต่เนื่องจาก LINE นั้นมีแพลตฟอร์มเป็นของตัวเองทำให้สามารถต่อยอดและทำรายได้จากส่วนต่าง ๆ ได้มาก ๆ เช่น เกม , sticker , โฆษณา  ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากการไม่พึ่งพาคนอื่นมาตั้งแต่แรกของ LINE

Line นั้นสร้าง Platform เกมส์ของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาใคร
Line นั้นสร้างแพลตฟอร์มของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาใคร (CR:Line)

ทำให้บริษัทขยายการเติบโตได้เรื่อย ๆ บนพื้นฐานของแพลตฟอร์มตัวเอง ต่างจาก zynga ที่ไม่ได้มีแพลตฟอร์มของตัวเองตั้งแต่แรก แต่เพิ่งมาคิดทำตอนหลังซึ่งมันก็สายไปเสียแล้วสำหรับบริษัทหนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรงในช่วงต้นของยุค social network อย่าง zynga

References :
https://successstory.com/people/mark-jonathan-pincus
https://www.wsj.com/articles/SB10001424052970204409004577158744071030040
https://en.wikipedia.org/wiki/Zynga
https://en.wikipedia.org/wiki/Mark_Pincus

Joseph Tsai ชายผู้ยอมทิ้งเงินเดือนหกหลักมารับเงินเพียงไม่กี่ร้อยหยวนเพื่อร่วมงานกับ Jack Ma

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 1999 ในบ้านธรรมดาหลังหนึ่งในหมู่บ้านริมทะเลสาบเมืองหังโจวซึ่งเป็นบ้านของ แจ๊ค หม่า เป็นบ้านที่แสนธรรมดามีเนื้อที่เพียง 150 ตารางเมตรมีโต๊ะเก่า ๆ และเก้าอี้อยู่ไม่กี่ตัว

แต่วันนี้สำหรับพนักงานอาลีบาบาแล้วนั้น เป็นวันที่ควรแก่การรำลึก บ้านหลังนี้เป็นที่แห่งแรกที่ใช้ในการบ่มเพาะความฝันแรกเริ่มของอาลีบาบาและที่แห่งนี้ยังเคยเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจแรกของแจ็คอย่างไชน่าเพจเจส

สำหรับผู้ร่วมการประชุมครั้งนี้คือบรรดาผู้ก่อตั้ง อาลีบาบา จนกลายเป็นชื่อที่เรียกกันติดปากในภายหลังว่าคือ “เหล่า 18 อรหันต์” ซึ่งในวันนั้นไม่ได้มาทั้งหมดที่ประชุมมีเพียง 16 คน (ส่วนอีก 2 คนร่วมการประชุมผ่านทางโทรศัพท์)

เหล่า 18 อรหันต์ เหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่อายุยังน้อยซึ่งยังมีต้นทุนให้เสียได้ หากอาลีบาบามันไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่แจ็คหวังไว้ พวกเขาเหล่านี้ก็สามารถที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ทันอยู่

แจ็ค หม่ากับเหล่า 18 อรหันต์ ผู้ร่วมก่อตั้งอาลีบาบา (CR : X)
แจ็ค หม่ากับเหล่า 18 อรหันต์ ผู้ร่วมก่อตั้งอาลีบาบา (CR : X)

แต่แจ็คค่อนข้างมั่นใจอย่างมากเพราะแนวโน้มของอินเทอร์เน็ตกำลังมาแรง แจ็คเปรียบเหมือนแม่ทัพที่กระตุ้นคนหนุ่มสาวเหล่านี้ให้สู้พร้อมที่จะบุกและตะลุยกับ อาลีบาบา โปรเจคใหม่ของแจ็ค

แต่ก็ต้องบอกว่าความฝันอันยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียวของแจ็คคงพาอาลีบาบาไปได้ไม่ถึงไหน สิ่งที่อาลีบาบาต้องการอย่างสูงในการพาบริษัทก้าวขึ้นไปอีกระดับให้ได้นั่นก็คือคือพนักงานระดับมืออาชีพและมีฝีมือ

แต่การจะที่จะหาพนักงานระดับ top มาร่วมงานกับอาลีบาบาได้นั้นเป็นสิ่งที่ยากยิ่งนัก เพราะหลังจากเริ่มต้นบริษัทมาได้ไม่นานฐานะทางการเงินของอาลีบาบาในตอนตั้งต้นนั้นเงินทุนก็แทบร่อยหรอต้องอยู่กันอย่างประหยัดมากถึงมากที่สุดเพื่อประคองบริษัทให้อยู่ได้แม้เริ่มจะมีฐานลูกค้าเข้ามาบ้างแล้วก็ตาม

แต่แล้ววันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม 1999 ชายที่ชื่อ โจเซฟ ไช่ ผู้ที่มีดีกรีเป็นถึงรองประธานและผู้จัดการระดับสูงของบริษัท Investor Asia Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Investor AB อันเป็นบริษัทโฮลดิ้งด้านการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในแถบสแกนดิเนเวีย

โจเซฟเรียนจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากเยล และ MBA จากฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นผู้ที่มากด้วย profile ชนิดที่บริษัทยักษ์ใหญ่แทบจะทั่วทั้งโลกต่างอยากได้ตัวไปร่วมงาน

โจเซฟกำลังทำงานให้บริษัท Investor AB ของสวีเดนซึ่งมีสาขาอยู่ในฮ่องกง ซึ่งเป็นสาขาที่รับผิดชอบกิจการลงทุนความเสี่ยงในเอเชียรวมถึงประเทศจีน ทำให้เขาสนใจเป็นพิเศษกับตลาดเกิดใหม่อย่างประเทศจีนและมักได้ยินคนพูดถึง แจ็ค หม่า และ อาลีบาบา จากสื่อใหญ่ ๆ อยู่บ่อยครั้ง

ดังนั้นเขาจึงหวังอยู่ตลอดเวลาว่าจะได้พบกับ แจ็ค หม่า สักครั้ง ซึ่งโอกาสนั้นก็มาถึงเขาอย่างรวดเร็ว ในต้นเดือน พฤษภาคม 1999 โจเซฟบินจากฮ่องกงไปหังโจวในฐานะตัวแทนของ Invest AB เพื่อไปหาช่องทางลงทุนในจีน ซึ่ง บริษัทที่ โจเซฟ นึกถึงแห่งแรกก็ต้องเป็นอาลีบาบาของ แจ็ค หม่า เป็นแน่แท้อยู่แล้ว

แต่ใครจะไปคาดคิดว่าการไปพบแจ็คในครั้งนี้นั้น จะเปลี่ยนแปลงอาชีพของเขาไปตลอดกาล คำพูดของแจ็คนั้นมีสเน่ห์ดึงดูดใจอย่างบอกไม่ถูก แจ็ค พร่ำพรรณนาถึงความฝันในอาลีบาบาของเขาให้ โจเซฟ ฟังเขาพูดถึงกับว่าเขาจะทำ B2B ที่ดีที่สุดในโลกและอาลีบาบาจะเป็นแพลตฟอร์มการซื้อขาย online ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

หลังจากนั้น แจ็ค ก็พา โจเซฟ ไปตระเวนทัวร์บริษัทซึ่งทำให้ โจเซฟ ทึ่งกับภาพที่เขาเห็น ออฟฟิศที่มีคนนั่งเบียดเสียดกันอยู่ยี่สิบกว่าคนบนพื้นเต็มไปด้วยผ้าปูเตียงเก่า ๆ แต่ โจเซฟ ประทับใจฉากเหล่านี้มาก ๆ โดยเฉพาะบุคลิกและสเน่ห์ของแจ็คที่เปรียบเสมือนลูกพี่ใหญ่ของบริษัทที่หาใครเทียบได้ยาก

หลังจากผ่านการพบเจอกันครั้งแรก อีกราว ๆ ครึ่งเดือน โจเซฟ ก็ต้องกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาพาภรรยามาด้วย แจ๊ค พา โจเซฟ ไปพายเรือในทะเลสาบหังโจวที่ติดกับออฟฟิศหลักของอาลีบาบา

ในระหว่างพายเรือกันอย่างสนุกสนานเมื่อถึงกลางลำน้ำ โจเซฟ หยุดฝีพายลง แล้วหันไปกล่าวกับแจ็คที่อยู่ข้างหลังว่า “แจ็ค งานที่ฮ่องกงผมจะไม่ทำแล้ว ผมจะเข้าร่วมกับอาลีบาบา ทำงานกับคุณดีไหม”

โจเซฟ และ ภรรยา พยายามขอร้องให้แจ็ครับไปทำงานด้วย เพราะนี่เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ โจเซฟ ได้ร่วมงานกับบริษัทที่มีอนาคตที่สดใสอย่างอาลีบาบา โจเซฟ นั้นเชื่อในวิสัยทัศน์ของแจ็คอย่างแรงกล้ายอมทิ้งเงินเดือนหกหลักที่บริษัทลงทุนยักษ์ใหญ่มารับเงินเพียงไม่กี่ร้อยหยวนเพื่อร่วมงานกับแจ็ค

โจเซฟ ที่ต้องการร่วมงานกับ แจ็ค หม่า (CR:Forbes)
โจเซฟ ที่ต้องการร่วมงานกับ แจ็ค หม่า (CR:Forbes)

และ โจเซฟ นี่เองเป็นคนแรกในบรรดาอีกหลายคนที่จะตามที่ถูกมนต์สเน่ห์ของแจ็คดึงดูให้สยบ และยอมมาทำงานด้วยในอาลีบาบา

โดย โจเซฟ เข้าร่วมงานในตำแหน่ง CFO (Chief Financial Officer) ในเดือนมิถุนายน 1999 ซึ่งเพราะการเข้าร่วมของ โจเซฟ นี่เองที่เปลี่ยนแปลงอาลีบาบาให้กลายเป็นบริษัทที่มีระบบและ Go Inter ได้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งได้ไม่นาน

และบทบาทสำคัญคือ โจเซฟ ทำหน้าที่ตั้งสำนักงานใหญ่อาลีบาบาที่ฮ่องกง รับผิดชอบด้านตลาดระหว่างประเทศ การขยายกิจการ และ การเงินของบริษัท ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมาก ๆ ที่ได้อดีตนักลงทุนมืออาชีพมาในช่วงเวลาเช่นนี้เพราะตอนนี้แจ็คกับอาลีบาบาก็ห่างจากเงินทุนไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

ตอนที่โจเซฟ เข้าร่วมงานกับอาลีบาบา ต้องบอกว่าตอนนั้นเงินทุนของอาลีบาบาแทบจะไม่เหลือหลอแล้ว อาลีบาบาต้องการเงินหมุนเวียนมาคลี่คลายสถานการณ์เช่นนี้ โจเซฟ ต้องทำหน้าที่เฟ้นหานักลงทุนให้มาลงทุนกับอาลีบาบา โดยเฉพาะที่ศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศอย่างที่ฮ่องกง

และด้วย connection ของ โจเซฟ นี่เองที่นำพา อาลีบาบา ไปพบกับโกลด์แมน แซคส์ ซึ่งตอนนั้นเป็นหนึ่งในสามยักษ์ใหญ่แห่งวงการลงทุนของโลก ซึ่งทิศทางการลงทุนของโกลด์แมน แซคส์นั้นจะมุ่งที่อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมเป็นหลัก แต่เมื่อถึงปี 1999 กระแสดอทคอมกำลังร้อนแรงบริษัทลงทุนเก่าแก่แห่งนี้จึงเกิดความอยากเข้ามาเสี่ยงมากขึ้นบ้าง 

ซึ่งเมื่อว่ากันอย่างเป็นธรรมแล้วนั้น เมื่อเทียบกับบริษัทการลงทุนอื่น ๆ ที่แจ็คกับ โจเซฟ กำลังเจรจาอยู่นั้น เงื่อนไขของโกลด์แมน แซคส์โหดกว่ามาก ๆ แต่ในฐานะภูมิหลังความเป็นอินเตอร์ของโกลด์แมน แซคส์ การที่สามารถดึงมาเป็นผู้ถือหุ้นได้นั้นย่อมเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาในระยะยาวของอาลีบาบามากกว่าบริษัทลงทุนอื่น ๆ 

ซึ่งกองทุน Angel Fund ของโกลด์แมน แซคส์ หลักการสำคัญหนึ่งที่บรรดาผู้ลงทุนต้องเคารพคือ การที่จะไม่ก้าวก่ายการบริหารของอาลีบาบา นี่จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่แจ็คต้องการ ทำให้แจ็คสามารถนำพาทีมงานของเขาได้อย่างคล่องตัวโดยไม่ถูกแทรกแซงจากนักลงทุนทำให้ทั้งสองฝ่ายยอมรับเงื่อนไขและยินดีร่วมมือกันในที่สุด

โกลด์แมน แซคส์ ที่เป็นกลุ่มทุนแรก ๆ ให้กับอาลีบาบา (CR:Fx News Group)
โกลด์แมน แซคส์ ที่เป็นกลุ่มทุนแรก ๆ ให้กับอาลีบาบา (CR:Fx News Group)

ในเดือนตุลาคม 1999 กลุ่มทุนซึ่งนำโดยโกลด์แมน แซคส์ ร่วมด้วย Fidelity Investment Group , Invest AB ตลอดจนกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีของรัฐบาลสิงค์โปร์ ก็ร่วมกันลงทุนในอาลีบาบาด้วยเงินก้อนแรกเป็นจำนวนห้าล้านเหรียญสหรัฐซึ่งนี่ถือเป็นกองทุน Angle Fund ก้อนแรกในประวัติศาสตร์ของอาลีบาบา

การที่อาลีบาบาได้ขุนพลระดับพระกาฬอย่าง โจเซฟ ไช่ ผู้ซึ่งมากดีกรีความสามารถที่ยอมสวามิภักดิ์ให้กับแจ็คแต่โดยดี ด้วยมนต์สเน่ห์ทางคำพูดของแจ็ค

แม่ทัพใหญ่เมื่อได้ขุนพลชั้นดี ก็เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายทางอุโมงค์กับอาลีบาบา โดยเฉพาะเงินทุนก้อนแรกที่สำคัญที่สุดที่จะพาอาลีบาบาก้าวข้ามจากบริษัทเล็ก ๆ ในหังโจว ให้ก้าวขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีโลกได้สำเร็จอย่างที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้นั่นเองครับผม

References :
หนังสือ Alibaba : The House That Jack Ma Built by Duncan Clark
หนังสือ ชีวประวัติ แจ็ค หม่า มีชีวิตอยู่เพื่อสะท้านโลก
ผู้เขียน หลิวซื่ออิง
ผู้แปล ชาญ ธนประกอบ
https://en.wikipedia.org/wiki/Joseph_Tsai

Geek Daily EP225 : เมื่อ Elon Musk กล่าวว่า AI จะมีความฉลาดมากกว่ามนุษย์ภายในปีหน้า

ความสามารถของโมเดลปัญญาประดิษฐ์ใหม่จะเหนือกว่าสติปัญญาของมนุษย์ภายในสิ้นปีหน้า ตราบใดที่มีพลังงานและฮาร์ดแวร์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของเทคโนโลยีที่ทรงพลังเหล่านี้มากขึ้นได้ ตามที่ Elon Musk กล่าว “ฉันเดาว่าเราจะมี AI ที่ฉลาดกว่ามนุษย์น่าจะประมาณสิ้นปีหน้า” ผู้ประกอบการมหาเศรษฐีผู้เป็นเจ้าของ Tesla, X และ SpaceX กล่าว

และภายในห้าปีข้างหน้า ความสามารถของ AI อาจจะเกินกว่าความสามารถของมนุษย์ทุกคน Musk ได้กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ Nicolai Tangen ผู้บริหารระดับสูงของ Norges Bank Investment Management

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://tinyurl.com/3ymtsnep

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://tinyurl.com/bdfbj26r

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://tinyurl.com/2s4kjcpd

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
https://tinyurl.com/2svnywkv

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/2yf05XpQYMU

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ใส่ใจทุกบริการ มอบความสุขให้ทุกยิ้มกับแคมเปญ “Ha Hai”

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ประกาศความมุ่งมั่นสู่ภารกิจในการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับผู้บริโภค เปิดตัวแคมเปญเบื้องหลังการส่งมอบรอยยิ้มผ่านบริการกับ #JnTBehindYourSmile ในปี 2567

โครงการนี้ดังกล่าวถูกออกแบบขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของบริษัทฯ ในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและมุ่งหวังที่จะส่งต่อรอยยิ้มไปทั่วประเทศไทย เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส พร้อมที่จะเดินหน้าเพื่อพัฒนาการบริการให้ทุกวันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการเฉลิมฉลอง 

นอกจากนี้ แคมเปญ #JnTBehindYourSmile ยังแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของพนักงาน เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานส่งพัสดุ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สปรินเตอร์ (Sprinter)” บุคคลเหล่านี้ทำงานอย่างเหนือความคาดหมายอยู่เสมอ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าพัสดุทุกชิ้นจะถูกส่งไปถึงปลายทางอย่างรวดเร็วและปลอดภัย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะทำให้ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เป็นเบื้องหลังรอยยิ้มของคุณ

“Ha Hai” ฉลองครบรอบห้าปีแห่งการให้บริการอันเปี่ยมสุข

เริ่มต้นกับกิจกรรมแรกของแคมเปญที่มีชื่อว่า “Ha Hai” ที่จะเผยแพร่บนช่องทางออนไลน์เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปี ของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ซึ่งจะถูกจัดตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2567

กิจกรรม “Ha Hai” นี้ สร้างสรรค์จากการเล่นคำ อย่าง “Ha” หรือ (ห้า) หมายถึงห้าปีของการให้บริการ และ “Hai” (ให้) เป็นสัญลักษณ์ของพันธกิจในการส่งมอบความสุขของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส กิจกรรมนี้จะนำเสนอด้วยการสัมภาษณ์ผู้คนตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย โดยผู้เข้าร่วมจะมีโอกาสลุ้นรับรางวัลที่น่าตื่นเต้นอีกด้วย

แคมเปญ #JnTBehindYourSmile ครั้งนี้ จะไม่หยุดอยู่เพียงแค่กิจกรรม “Ha Hai” เท่านั้น โดย เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส วางแผนที่จะเปิดตัวกิจกรรมอีกมากมายตลอดทั้งปี ทั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อส่งมอบความสนุกและรอยยิ้ม รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

โดยสามารถติดตามการอัปเดตล่าสุดและการเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา ได้ทางโซเชียลมีเดียของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ซึ่งช่องทางเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งอัปเดต แต่ยังเป็นพื้นที่แบ่งปันข้อมูลต่างๆ ทั้งความสุขและความสนุกด้วยกันภายในกลุ่มผู้บริโภคของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส อีกด้วย 

Geek Book EP42 : The Coming Wave กับการเรียนรู้จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของมวลมนุษยชาติ

ในประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติ มีช่วงเวลาที่เป็นจุดเปลี่ยนที่ส่งผลต่อชะตากรรมของมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบไฟ การประดิษฐ์วงล้อ การถือกำเนิดของไฟฟ้า ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงอารยธรรมของมนุษย์ และเปลี่ยนแปลงวิถีแห่งประวัติศาสตร์ไปตลอดกาล

และตอนนี้เรากำลังยืนอยู่ที่ชายขอบของอีกช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่เราเผชิญกับคลื่นลูกใหม่ของเทคโนโลยีที่กำลังจะมาถึงซึ่งรวมถึง AI ขั้นสูงและเทคโนโลยีด้านชีวภาพ เราไม่เคยเห็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้มาก่อนซึ่งจะเปลี่ยนโลกของเราในรูปแบบที่สุดโหดในแบบที่มนุษย์เราไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://tinyurl.com/4as6wc8s

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://tinyurl.com/ywn7exka

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://tinyurl.com/2p9exunm

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
 https://tinyurl.com/yck8wt7s

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/5V5JTM5yCK0