หนูต้องใช้เรียนออนไลน์ กับคำพูดบาดใจ สู่ช่องโหว่สำหรับมิจฉาชีพในยุคเรียนออนไลน์

‘หนูต้องใช้เรียนออนไลน์’ ต้องบอกว่าเป็นพูดที่บาดใจมาก ๆ สำหรับ การสัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส ที่มีการเจาะประเด็นตามล่า ‘พิยดา’ ที่มีการหลอกขายมือถือ พบเหยื่อกว่า 500 คน และกลายเป็นข่าวใหญ่โตเมื่อมีเด็กคนหนึ่งต้องเสียชีวิตเพราะเครียดเรื่องนี้จนเส้นเลือดในสมองแตก

น่าสนใจมาก ๆ ที่เหยื่อส่วนใหญ่นั้น เป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกันหมด นั่นก็คือ กลุ่มเด็กนักเรียนที่ต้องการมือถือเพื่อไปใช้สำหรับการเรียนออนไลน์ แทบจะทั้งสิ้น

การแพร่ระบาดของโควิด ทำให้การเรียนการสอนเปลี่ยนไป และเครื่องมือสำคัญที่เด็กทุกคนต้องมีนั่นก็คือ มือถือ หรือ แท็ปเล็ต สำหรับใช้ในการเรียนออนไลน์

ทำให้ความต้องการในตลาดสูงมาก ๆ ผมเองก็อยู่ในกลุ่มซื้อขายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับมือถือ หรือ แท็ปเล็ต ก็สังเกตความคึกคักของตลาดได้อย่างชัดเจนว่า ความต้องการทั้งสินค้ามือหนึ่ง หรือ สินค้ามือสองในกลุ่มนี้ เป็นที่ต้องการสูงเป็นอย่างมาก

แล้วทำไมส่วนใหญ่จึงต้องซื้อสินค้ามือสอง

ผมคิดว่าถ้าหากผู้ปกครองไปซื้อสินค้ามือหนึ่งจากศูนย์ ก็คงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่แน่นอนว่า ยังมีผู้ปกครองอีกมากมายที่ฐานะทางการเงินไม่ดีนัก ซึ่งคิดว่าเป็นส่วนใหญ่ด้วย การบีบบังคับเรียนออนไลน์ การไม่มีอุปกรณ์ดี ๆ ก็ทำให้ลูก ๆ ของตัวเองเสียโอกาสในการศึกษาได้

นั่นทำให้เกิดช่องโหว่ ให้เหล่ามิจฉาชีพเหล่านี้ เข้ามา ซึ่งมักจะมาขายสินค้าราคาถูก ซึ่งเป็นสินค้ามือสองเป็นส่วนใหญ่ เพราะ มันดูไม่น่าสงสัย เพราะหากมือหนึ่ง ลดราคาลงมาเยอะ ๆ มันเป็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยอยู่แล้ว

นั่นเองมันทำให้กลายเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ที่ผู้ปกครองหรือเหล่านักเรียน ต่างควานหา มือถือ หรือ แท็ปเล็ต จากแหล่งออนไลน์ ที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน

และอีกสาเหตุ ก็คงเป็น การเรียนแบบออนไลน์ดังกล่าว คงไม่ใช่แผนระยะยาวของการศึกษาอย่างแน่นอน มันเป็นแผนระยะสั้น เพื่อไม่ให้เด็กเสียการเรียน ซึ่งสุดท้ายนักเรียนทุกคนก็ต้องกลับเข้าไปที่โรงเรียนเหมือนเดิม

ซึ่งการลงทุนในสินค้าเหล่านี้ ที่เป็นมือสอง น่าจะคุ้มกว่า เพราะอาจจะใช้เพียงชั่วคราวเท่านั้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องลงทุนซื้อสินค้ามือ หนึ่ง ให้กับลูกหลานของตน ในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่ในตอนนี้ ซึ่งหลายครอบครัวก็น่าจะประสบปัญหาทางเศรษฐกิจกันอยู่แล้ว

บทสรุป

ผมมองว่าแม้จะจับกุมคนร้ายได้สำเร็จในเคสนี้ แต่ ปัญหานี้ มันไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุหลัก คงจะมีการโกงแบบนี้อีกต่อไปเรื่อย ๆ เหมือนกับที่เกิดขึ้นในวงการต่าง ๆ เช่น แชร์ลูกโซ่ ที่วนเวียนไม่จบไม่สิ้น สร้างความเสียหายหลักร้อย หรือ พันล้าน กันเลยทีเดียว

ประเทศเราควรมีหน่วยงานบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายจริง ๆ ทั้งเครือข่ายมือถือ ธนาคาร และส่วนขององค์กรยุติธรรม ตำรวจ อัยการ เอาจริง ๆ แค่ปัญหาง่าย ๆ พวกเปิดบัญชีม้า หรือ บัญชีผี ที่ตอนนี้ เรียกได้ว่าเปิดกันว่อน กำเงินแค่ 3,000 บาท ก็หาบัญชีผีเหล่านี้ได้แล้ว และ มีอยู่เยอะมาก ขายกันอย่างโจ่งครึ่ม

ซึ่งบ้านเรากำลังเดินหน้าในการปฏิวัติทางด้านการเงินครั้งใหญ่ ทั้งสังคมไร้เงินสด และ Fintech ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย แต่นั่นก็เหมือนดาบสองคม ที่ทำให้เหล่ามิจฉาชีพสามารถใช้ช่องโหว่ต่าง ๆ เหล่านี้ ผ่านเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้วสร้างรายได้ให้กับพวกเขาอย่างเป็นกอบเป็นกำอย่างที่เราได้เห็นในข่าวนี้นั่นเองครับผม

Credit Image : https://hilight.kapook.com/view/216909
youtube : รายการโหนกระแส