เป๋าตัง x ลอตเตอรี่ออนไลน์ กับศักยภาพในการก้าวขึ้นเป็น Super App อันดับหนึ่งในไทย

เรียกได้ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ถูกจุดมากเลยทีเดียวสำหรับข่าวล่าสุดที่ บอร์ดสลากฯ ได้เห็นชอบให้สำนักงานสลากฯไปจัดทำระบบจำหน่ายสลากผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแพลตฟอร์อออนไลน์ ภายใต้ชื่อ แพลตฟอร์มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล (ดิจิทัล ลอตเตอรี่) 

วิธีการก็คือทำการสแกนสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวจริงแล้วนำไปโพสต์ขายบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ลอตเตอรี่ ซึ่งจะเป็นมาร์เก็ตเพลสของสำนักงานสลากฯเอง เพื่อเป็นช่องทางการจำหน่ายสลากให้ผู้ได้รับโควต้าสลาก แต่ผู้ค้าจะต้องขายในราคาไม่เกิน 80 บาท

และเมื่อทำการซื้อขายสลากฯ ผู้ซื้อจะมีเอกสารหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นหลักฐาน โดย สำนักงานสลากฯ จะจัดเก็บข้อมูลไว้ ซึ่งล็อตเตอรี่ใบที่ได้จำหน่ายไปแล้ว จะไม่สามารถนำไปขายต่อได้อีก หรือเปลี่ยนสิทธิไม่ได้ เพราะสลากขายได้ครั้งเดียว

ส่วนผู้ซื้อจะต้องซื้อผ่านแอปเป๋าตังเท่านั้น เนื่องจากธนาคารกรุงไทย จะเป็นผู้ทำระบบทั้งหมดให้กับสำนักงานสลากฯ เรียกได้ว่าส่งผลบวกเต็ม ๆ กับแอปเป๋าตัง และอาจจะส่งผลให้ถึงจุดจบของแพลตฟอร์มขายสลากออนไลน์ของภาคเอกชน ตัวอย่างเช่น กองสลาก.com มังการฟ้า ฯลฯ เลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้ ต้องบอกว่า แอปเป๋าตัง เรียกได้ว่า น่าจะเป็นแอปไทยเพียงไม่กี่แอปที่มีผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลกว่า 40 ล้านคน ที่มีฐานลูกค้าพอที่จะสามารถต่อกรกับ แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ ที่กำลังบุกรุกจากต่างชาติได้

ไทยเป็นหนึ่งประเทศที่เรียกได้ว่าเสียเอกราชทางด้าน Data แบบเต็มรูปแบบ มองไปทางไหน ก็มีแต่แอปต่างชาติ คอยดูดข้อมูลของคนไทยเราไปสร้างรายได้ให้กับพวกเขาอย่างมหาศาล

บริการอย่าง Social Network นั้นก็ไม่ต้องพูดถึงเพราะ เครือข่ายของ Facebook และ TikTok นั้นกินส่วนแบ่งการตลาดได้แบบเบ็ดเสร็จ ฝั่ง Ecommerce ก็นำโดยทุนจากจีนทั้ง Shopee ที่มีพี่ใหญ่อย่าง Tencent คอย Backup หรือ Lazada ที่ส่งตรงมาจากกองบัญาการใหญ่ของ Alibaba

ในอุตสาหกรรมที่พอจะสู้ได้ ก็คงจะเป็น Delivery Service แพลตฟอร์มที่ไทยเราเองยังพอมีที่ยืนให้กับแอปคนไทย หรือ ที่เกิดจากประเทศไทยบ้าง ทั้ง Lineman หรือ Robinhood

ส่วนแอปตระกูลธนาคารทั้งหลายที่เข้ามาแข่งขันในการดึง Data พฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้บริโภค ซึ่งพวกเขาไม่ได้มองตัวเองเป็นธนาคารแบบเดิม ๆ อีกต่อไป จากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เราได้เห็นทั้ง SCB และ Kbank แต่อย่างไรเสียพวกเขาก็มีฐานผู้ใช้งานที่แย่งกันอยู่ตามฐานลูกค้าธนาคารแต่ละราย ไม่มีใครสามารถกินรวบได้แบบเบ็ดเสร็จเหมือนที่เป๋าตังทำได้

เป๋าตัง กับ แอปมาแรงแซงทางโค้ง

สอดรับกับนโยบายที่ออกมามากมาย ทั้งคนละครึ่ง เที่ยวด้วยกัน ยิ่งใช้ยิ่งได้ ฯลฯ ทำให้ เป๋าตังเป็นแอปที่มีความได้เปรียบกว่าแอปอื่น ๆ เป็นอย่างมาก ในการสร้างฐานสมาชิก ซึ่งมันแทบจะบังคับ ทุกคนที่จะใช้นโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ที่รัฐได้อัดฉีดมาสร้างความคึกครื้นทางด้านเศรษฐกิจ ต้องโหลดแอปมาก่อน ถึงจะใช้บริการเหล่านี้ได้

แอป อื่นอาจจะมีต้นทุนในการหาฐานลูกค้าของตน แต่แอปอย่าง เป๋าตังแทบจะไม่มี หรือ อาจจะใช้งบน้อยมาก ๆ เพื่อทำการนำคนเข้ามาสู่แพลตฟอร์ม ซึ่งระยะยาวถือว่าเป็นสิ่งที่ได้เปรียบเป็นอย่างมาก

ตอนนี้ เรียกได้ว่า มีบริการต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้น บนแอปเป๋าตัง ทั้งซื้อหุ้นกู้ ซื้อทองคำ สั่งอาหารแบบ Delivery และเป๋าตังเองก็แทบจะกลายเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลหลักของใครหลาย ๆ คนไปเสียแล้วด้วยซ้ำในตอนนี้

ศักยภาพของ เป๋าตัง ในการก้าวเป็น Super App ของคนไทยจริง ๆ

เรียกได้ว่าแทบทุกแพลตฟอร์ม มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นก็คือ การก้าวขึ้นเป็น Super App ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีการแย่งชิงตลาดกันเองบ้างแล้ว ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคงหนีไม่พ้นการให้บริการทางด้านการเงินนั่นเอง สังเกตได้จากตอนนี้ หลาย App ปล่อยกู้กันง่ายมาก ๆ คลิกไม่กี่ครั้งก็ได้เงินกู้กันแบบง่าย ๆ แล้ว โดยอาศัยพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่พวกเขามีอยู่แล้วนั่นเอง

ส่วนเป๋าตัง ผมเองมองว่า มีศักยภาพที่สูงมาก ๆ ในการเป็น Super App ของคนไทยจริง ๆ ได้ เพราะสามารถแตกบริการได้อีกหลากหลายเป็นอย่างมาก ทั้งไปทาง Ecommerce , Fintech , Delivery Service , Online Travel Agency และอีกมากมายด้วยข้อมูล Big Data ที่มีความได้เปรียบเป็นอย่างมาก

จะเห็นได้ว่า มันยังมีช่องทางให้ เป๋าตัง ขยายบริการอีกมากมาย ซึ่ง ตอนนี้เป๋าตังน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของ Krungthai แต่ในอนาคตผมมองว่า เป๋าตังจะ spinoff กลายเป็นอีกหนึ่งบริการขนาดใหญ่ หรือ ขยับขยายกลายเป็นรัฐวิสาหกิจ หรือ บริษัทมหาชนขนาดใหญ่ แบบเดียวกับ AOT , การบินไทย , การไฟฟ้า , ไปรษณีย์ไทย , PTT หรืออีกมากมาย ที่จะให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้าน Data ครบวงจรในรูปแบบ Super App ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ในอนาคต และที่สำคัญที่สุดเป็นของคนไทยแท้ ๆ นั่นเองครับผม

References : https://www.matichon.co.th/economy/news_3154118
https://www.prachachat.net/finance/news-625774

Shutdown x คาซัคสถาน กับราคา Bitcoin ที่ร่วงหล่นเนื่องจากประเทศ Crypto รายใหญ่ถูกปิดอินเทอร์เน็ตทั้งหมด

ราคาของ Bitcoin เรียกได้ว่าดิ่งลงเหวตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมาจากการปราบปรามเข้มงวดในคาซัคสถาน ซึ่งเป็นฮับอันดับสองที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการทำเหมือง Bitcoin ซึ่งราคาลดลงต่ำกว่า 42,000 ดอลลาร์ ในวันพฤหัสบดีซึ่งหมายความว่าใครก็ตามที่ซื้อที่ระดับสูงสุดล่าสุดที่ 69,000 ดอลลาร์ ในต้นเดือนพฤศจิกายน ต้องสูญเสียเป็นอย่างหนัก 

เบื้องหลังการลดลงของราคาคือการก่อจลาจลอย่างรุนแรงในอดีตสาธารณรัฐโซเวียต ส่วนหนึ่งโดยประธานาธิบดี Kassym-Jomart Tokayev ของประเทศที่สั่งให้กองกำลังรักษาความปลอดภัยสังหารผู้ชุมนุมโดยไม่มีการเตือนเพื่อปราบปรามผู้ประท้วงขั้นเด็ดขาด 

ในวันพุธ รัฐบาลบังคับให้มีการปิดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศซึ่งกินเวลานานแปดชั่วโมง และทำให้การขุด crypto ต้องหยุดชะงัก  

การแบนส่งผลให้ “hashrate” ลดลง ซึ่งเป็นคำที่ใช้อธิบายปริมาณพลังประมวลผลที่ใช้โดยเครือข่าย crypto ซึ่ง Larry Cermak รองประธานฝ่ายวิจัยของเว็บไซต์ข่าวคริปโต The Block ทวีตว่าอัตรา hashrate ของ Bitcoin ลดลง 12 เปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่อินเทอร์เน็ตในคาซัคสถานดับ 

ในขณะที่ผู้ขุด Bitcoin น้อยลงอาจดูเหมือนว่าเป็นประโยชน์ต่อราคา อุปทานที่น้อยลงก็อาจทำให้ราคา Bitcoin สูงขึ้น แต่สิ่งที่ตรงกันข้ามดูเหมือนจะร้อนแรงกว่า เพราะการปราบปรามดูเหมือนจะทำให้นักลงทุนกลัวมากพอที่จะเริ่มขาย Bitcoin ของพวกเขา ส่งผลให้ราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง

ต้องบอกว่าปัญหาในคาซัคสถานไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้เกิดการร่วงอย่างรุนแรงของราคา Bitcoin ในเร็ว ๆ นี้ ธนาคารกลางสหรัฐกำลังพิจารณาที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งก็เพียงพอที่จะทำให้ราคาในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ลดลง ตั้งแต่สกุลเงินดิจิตอลไปจนถึงหุ้น 

เมื่อรวมกันแล้ว มันก็ได้กลายเป็นพายุที่สมบูรณ์แบบที่ทำให้นักลงทุนลังเลมากว่าจะนำเงินของพวกเขาไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามันก็สอนเรานับครั้งไม่ถ้วนว่าตลาดมักจะเด้งกลับหลังจากการลดลงแบบรุนแรงเช่นนี้อีกครั้งนั่นเองครับผม

References : https://www.reuters.com/markets/europe/bitcoin-network-power-slumps-kazakhstan-crackdown-hits-crypto-miners-2022-01-06/
https://flutrackers.com/forum/forum/the-pandemic-discussion-forum/economics-at-flutrackers/934299-bitcoin-network-power-slumps-as-kazakhstan-crackdown-hits-crypto-miners
https://news.ycombinator.com/item?id=29830060

ธนาคารบีบขายประกัน กับผลพวงจากพายุ disruption ของธุรกิจธนาคาร

ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดในยุคปัจจุบันเลยทีเดียวสำหรับธุรกิจธนาคาร ที่ต่างฝ่ายต่างงัดกลยุทธ์ต่างๆ มากมายเพื่อเข้าสู่โลก digital จากผลพวงที่เกิดขึ้นกับพายุ disruption ที่เกิดขึ้นในธุรกิจนี้

ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นผลดีกับลูกค้า ที่บริการหลาย ๆ อย่างนั้น เริ่มที่จะไม่ต้องมีค่าธรรมเนียม ซึ่งในอดีตเราเสียค่าธรรมเนียมต่าง ๆ มากมายในธุรกิจธนาคาร ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งรายได้หลักช่องทางนึงของธุรกิจธนาคารเลยก็ว่าได้

ตอนนี้ app ของทุก ๆ ธนาคารแทบจะทำธุรกรรมทุกอย่างได้เกือบ 100% โดยที่เราแทบจะไม่ต้องก้าวเท้าไปยังธนาคารที่เป็นสาขาแบบ physical อีกต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับสภาพของสาขาธนาคาร โดยเฉพาะสาขาที่ไม่ได้อยู่ในห้าง ที่เรียกได้ว่า ตอนนี้คนเข้ามาใช้บริการน้อยกว่าในยุคก่อนหน้านี้เยอะมาก

ผลกระทบต่อพนักงานจากพายุ Digital Disruption

มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่การปรับตัวต่าง ๆ เหล่านี้ของธนาคาร ซึ่งลงทุนไปมหาศาลกับเรื่องของ infrastructure ใหม่ ที่พยายามผลักดันให้ลูกค้ามาใช้งานผ่านแอปให้ได้มากที่สุด เราจะเห็นตามสาขาต่าง ๆ ที่มีพนักงานมาคอยแนะนำให้ลูกค้าหันไปใช้แอปแทนการเข้ามาทำธุรกรรมบางอย่างที่สาขา

ความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือการลงทุนเรื่องทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะสาย IT ตอนนี้ มันได้ทำให้ตลาดปั่นป่วนจากการดึงตัวพนักงานเป็นว่าเล่นของกลุ่มธุรกิจธนาคาร ที่ต่างต้องการพนักงานด้านนี้มาขยายธุรกิจด้านเทคโนโลยีของธนาคาร ซึ่งแน่นอนว่าทำให้อาชีพสาย IT โดยเฉพาะ Programmer นั้นมีค่าตัวที่กระโดดสูงขึ้นมาก เพราะแน่นอนว่าเงินเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการดึงตัวพนักงานหัวกะทิเหล่านี้จากอุตสาหกรรมอื่น ๆ

ซึ่งก็สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของธนาคารหลาย ๆ แห่งที่ต่างประกาศตัวว่า พวกเขาไม่ได้ทำแค่ธุรกิจธนาคารอีกต่อไป เป้าหมายของพวกเขาเป็นมากกว่าแอปธนาคาร แต่ต้องการ Data จากทุกภาคส่วน ซึ่งจะเห็นได้จากการเข้าซื้อกิจการหรือการลงทุนในกิจการต่าง ๆ มากมายของธนาคารยักษ์ใหญ่ในตอนนี้

ซึ่งจากข่าวที่เกิดขึ้นกับพนักงานกลุ่มเดิม ๆ ของธนาคารที่อยู่ตามสาขา มันไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ที่ต้องมีการบีบให้ทำงานอย่างอื่นเพิ่มมากขึ้น เช่น การบีบให้ทำยอดจากการขายประกัน

ผมว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นมาซักระยะหนึ่งแล้ว และคนใกล้ตัวผมเองก็โดนเรื่องนี้กันเยอะมาก ๆ บางครั้งก็อาจจะทำให้ฉุกคิดเหมือนกันว่าการตั้งเป้ายอดประกันสูง ๆ สำหรับธนาคารแล้วพวกเขาทำเพื่อเป้าหมายทางธุรกิจ หรือ ทำเพื่อบีบคนให้ออกไปกันแน่

เพราะจะเห็นได้ว่าตอนนี้เหล่าพนักงานเริ่มลาออกกันละลอกใหญ่ เพราะปัญหาเหล่านี้ที่เกิดขึ้นจากความเครียดความกดดันต่าง ๆ นา ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพจิตของพวกเขาเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับยุคก่อนหน้า

แต่ถ้ามองในมุมของธนาคารพวกเขาก็ต้องมีการปรับตัวเพื่อปรับโครงสร้างทางธุรกิจใหม่ ให้เทคโนโลยีนำ แทนที่จะใช้มนุษย์ตามสาขาแบบเดิม ๆ เพราะต้นทุนโดยรวมยังไงก็ถูกกว่า การพัฒนาแอปพลิเคชั่น หรือ เทคโนโลยี AI ต่าง ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีสุดล้ำ แน่นอนว่าพวกมันไม่เหนื่อย ไม่บ่น ไม่ร้องขอสวัสดิการเพิ่ม และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีข้อผิดพลาดน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำงานของมนุษย์นั่นเองครับผม

Credit Image : https://today.line.me/th/v2/article/DR359vw

นำทางลงแม่น้ำ กับวิธีการที่ไม่ให้ GPS นำทางไปในเส้นทางที่คุณไม่ต้องการอีกต่อไป

ต้องเรียกได้ว่ากลายเป็นข่าวใหญ่ ประเด็นร้อนเลยทีเดียวสำหรับ ข่าวล่าสุดที่มีหนุ่มขับรถตกแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าระบบ GPS ได้นำทางเขา และด้วยถนนริมน้ำที่เกิดเหตุเป็นช่องเปิดไม่มีอะไรมากั้น ทำให้ขับรถตกแม่น้ำลงไป

ผมคิดว่าปัญหานี้หลาย ๆ คนน่าจะเคยเจอ และหลายครั้งก็นำพาชีวิตไปเสี่ยงอย่างชัดเจน อย่างที่เกิดขึ้นในข่าวดังกล่าว แม้จะโทษระบบ GPS นำทางไม่ได้ 100% ก็ตามที เพราะปัญหาอยู่ที่ควรมีที่กั้นถนนไม่ให้ลงไปในแม่น้ำแบบที่เป็นข่าว

แต่ก็ต้องบอกว่า มันก็มีความเสี่ยงจริง ๆ กับถนนในประเทศไทย ส่วนตัวก็เคยขับรถ ในพื้นที่ห่างไกลที่เราไม่รู้จัก GPS โดยเฉพาะ Google Maps มักนำทางเราไปในทางที่สั้นที่สุดเสมอ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเจออุปสรรคมากมาย ทั้งถนนลูกรัง หรือ บางครั้งนำพาเข้าป่าไปเลยทีเดียว

ยิ่งในตอนกลางคืน ผมมองว่ายิ่งมีความอันตายเป็นอย่างมาก กับการใช้ GPS เหล่านี้ เพราะทัศวิสัยที่จำกัด ทำให้เราอาจจะพลาดในการตัดสินใจในช่วงอันตรายได้หาก GPS นำทางเราไปในสถานที่อันตราย ๆ เช่นแม่น้ำตามข่าวนี้

แม้ตอนนี้ยังไม่มี function ที่เราสามารถเลือกไปในถนนหลักเพียงอย่างเดียวในแอปนำทางยอดนิยมอย่าง Google Maps แต่มันก็ยังพอมีทางเลือกให้เราหลีกเลี่ยงอันตรายที่เกิดขึ้นได้ดังนี้

การใช้ Google Street View แบบ Split-Screen

เราสามารถใช้คุณลักษณะ Street View เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ เพราะสามารถเห็นถนนจริง ๆ ก่อนที่เราจะเข้าไป ณ จุด ๆ นั้นจริง ๆ

แต่ในบางพื้นที่ Street View จะครอบคลุมเฉพาะถนนลาดยางเท่านั้น หากไม่มีตัวเลือก Street View สำหรับถนนบางเส้น ก็อาจเป็นสัญญาณที่ดีว่าถนนนั้นไม่ได้ลาดยางนั่นเอง หรือเราสามารถเปิดใช้งานตัวเลือกนี้เพื่อดูตัวอย่างก่อนและดูว่าถนนที่เราวางแผนจะใช้นั้นเป็นถนนลาดยางจริงหรือไม่

วิธีใช้งาน Street View แบบ Split-screen บน Google Maps

  1. เปิด Google Maps
  2. กดปุ่ม “ประเภทแผนที่” (สัญลักษณ์กลมๆ ที่มุมขวาบน) จากนั้นให้กด Street View
  3. กดเลือกที่ไหนบนแผนที่ก็ได้ เพื่อให้ระบบซูมเข้ามาดูเป็นแบบ Street View ซึ่งแอปจะแสดงผลเป็น Split-screen ทันที
(CR:iphone-droid.net)
(CR:iphone-droid.net)

เมื่อเราใช้งานในโหมดนี้ เราสามารถเลื่อนบนจอฝั่ง Street View ได้ หรือจะกดบนเส้นถนนที่หน้าจอด้านล่างได้เช่นกัน ทั้งนี้ เราสามารถกดปุ่มขยายหนือหุบหน้าจอ Street View ได้ที่ปุ่มมุมขวาครับ

(CR:iphone-droid.net)
(CR:iphone-droid.net)

ฟีเจอร์ดังกล่าวยังคงใช้งานได้แค่ Android เท่านั้น โดยแอปบน iOS/iPadOS น่าจะได้อัปเดทตามมาเร็วๆ นี้ครับ

การใช้ Waze เพื่อหลีกเลี่ยงถนนลูกรัง

Waze เปิดตัวในปี 2007 และหกปีต่อมา Google ได้เข้าซื้อกิจการมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นต้นแบบใหม่ของแอปและรวมการปรับปรุงเข้ากับแอปพลิเคชันการนำทางของตัวเอง

ต้องบอกว่าเสน่ห์หลัก ๆ ของ Waze ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจะเป็นเรื่องการรายงาน โดยผู้ใช้เองรายงานเหตุการณ์ต่าง ๆ บนท้องถนน ปัญหารถติดของเส้นทาง ฯลฯ เพื่อให้ข้อมูลแบบ real-time ไปแสดงบนแผนที่

ซึ่งข้อมูลจากผู้ใช้งานทั้งหมดจะช่วยปรับปรุงการรับส่งข้อมูลร่วมกันทุกวัน ทุกครั้งที่พบอุบัติเหตุหรือการจราจรเคลื่อนตัวช้ามาก มีความเป็นไปได้ที่จะมีการอัปเดตข้อมูลเหล่านั้น แสดงความคิดเห็น และช่วยผู้ตรวจสอบทุกคนให้หลีกเลี่ยงจุดเฉพาะเหล่านั้น

แต่ผมเสียดายที่ Waze ไม่เป็นที่นิยมในไทย ซึ่งหลายๆ ประเทศมี community ของ Waze ที่ดีมาก ๆ ช่วยกันรายงาน ทำให้เห็นการจรจารในท้องถนนได้แแบบแทบจะ Real Time จึงอยากให้ชวนคนไทยมาใช้กันเยอะ ๆ ครับ

และที่สำคัญมีฟังก์ชั่น หลีกเลี่ยงถนนลูกรัง ที่สามารถเข้าไป Setting ได้

Function Unpaved roads หลีกเลี่ยงถนนลูกรัง
Function Unpaved roads หลีกเลี่ยงถนนลูกรัง

ซึ่งเมื่อเรากำหนดเส้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถ เลือก Unpaved roads และทำการ Don’t Allow เพื่อให้นำทางไปในเฉพาะเส้นทางหลักเท่านั้น ซึ่งจะมีความปลอดภัยมากกว่านั่นเองครับผม

References : https://www.iphone-droid.net/how-to-use-street-view-split-screen-google-maps/
https://newsfounded.com/argentinaeng/how-to-avoid-dirt-roads-on-google-maps-and-waze/
https://www.sanook.com/news/8470602/