Geek Monday EP42 : Coronavirus กับบทบาทของเทคโนโลยีในการลดการแพร่ระบาด (ตอนที่2)

ตอนนี้เทคโนโลยีหลาย ๆอย่าง กำลังมีบทบาทที่สำคัญมาก ๆ กับการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 หากมีการร่วมมือกันระหว่างบริษัท Big tech ทั้งหลาย ที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำ ผมก็คิดว่า การแพร่ระบาดของ Covid-19 น่าจะได้รับการแก้ไขได้ในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอนครับผม

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : https://bit.ly/3dpgoFo

ฟังผ่าน Apple Podcast :  https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast :  http://bit.ly/2kxHtQ3

ฟังผ่าน Spotify :  https://spoti.fi/2m0PTzR

ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/bxfgZFcXcTI

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Google เป็นแพล็ตฟอร์มที่ดีที่สุด ที่จะช่วยลดการระบาดของไวรัส Covid19

เป็นคำถามที่หลาย ๆ คนน่าจะสนใจว่า เทคโนโลยีหรือ แพล็ตฟอร์มดัง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้น แพล็ตฟอร์มใด สามารถที่จะมาช่วยลดการระบาดของไวรัส Covid19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

แน่นอนว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนั้น ถ้าเป็น แพล็ตฟอร์มระดับโลกอย่าง Google คงไม่มีใครสงสัยในความล้ำหน้าของเทคโนโลยีของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น Search , Map หรือ Youtube ที่มีผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลก และทำเงินได้มากมายมหาศาล

แล้วทำไม Google ถึงเป็นแพล็ตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการระบาดของ Covid19 ที่กระจายไปทั่วโลกในทุกวันนี้

เราต้องอย่าลืมว่า มือถือนั้นกลายเป็นสิ่งพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ทุกคนในปัจจุบัน และมีผู้ที่ใช้งาน Smartphone กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบันเสียแล้วด้วยซ้ำ

และที่สำคัญก็คือ ระบบ ปฏิบัติการ Android กลายเป็น ระบบปฏิบัติการหลักที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด หรือแม้กระทั่งมือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการอื่น ๆ อย่าง iOS คนส่วนใหญ่ก็ยังนิยมใช้บริการต่าง ๆ ของ Google อยู่ดี

แม้เรื่อง Privacy จะเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่เราสามารถที่จะไป Set ได้ไม่ให้ Google มาคอย tracking ตำแหน่งของเรา เวลาใช้บริการของพวกเขา

แต่น้อยคนนัก ที่จะสนใจเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น ข้อมูลการ tracking location ว่าเราไปที่ไหนมาบ้าง หรือ ไปทำอะไรมาบ้างนั้น ผู้ที่มีข้อมูลเหล่านี้มากที่สุดคงจะหนีจาก Google ไม่ได้

ซึ่ง location นั้นสำคัญมาก ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัส ที่กำลังกระจายไปทั่วโลกอย่าง Covid19 เพราะปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความไม่รู้ว่าใครติดโรคดังกล่าวบ้าง และเรากำลังอยู่ใน location หรือสถานที่ ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไม่

Google นั้นรู้หมดว่าเราเคยไปที่ไหนมาบ้าง
Google นั้นรู้หมดว่าเราเคยไปที่ไหนมาบ้าง

หาก Google สามารถแจ้งเราได้ว่า หากพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อและถูก Verified ว่าติดเชื้อแล้วนั้น เราสามารถ tracking ตำแหน่งย้อนหลังพวกเขาได้ทั้งหมด ว่าเขาไปในสถานที่ใดบ้าง และแน่นอนว่า Google นั้นรู้ข้อมูลอยู่แล้วว่าใครเป็นคนที่เสี่ยงกับผู้ป่วยเหล่านั้นบ้าง ผ่านทางการ tracking location นั่นเอง ซึ่ง Google ก็รู้อีกเช่นกันว่าผู้ใช้งานคนไหน เข้าไปอยู่ใกล้ผู้ป่วยที่เสี่ยงเหล่านี้บ้าง

ซึ่งเรื่องนี้ หาก Google มีการร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขในทุกประเทศ และแก้ไข app เพิ่มเติม ให้มีการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานโดยตรงได้ทันทีผ่านบริการต่าง ๆ ของพวกเขาที่คนแทบทั้งโลกนั้นใช้กันอยู่แล้ว เมื่อผู้ใช้งานเข้าไปอยู่ใน location ที่เกิดความเสี่ยง หรือ ในสถานที่ที่ ผู้ป่วยที่ได้รับการ Verified ว่าติดเชื้อนั้นเคยไป มันจะมีประสิทธิภาพอย่างมากในการลดการแพร่ระบาดของไวรัส Covid19 ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกอยู่ในขณะนี้อย่างแน่นอน

ซึ่งตอนนี้ปัญหาเรื่องการแพร่ระบาด กำลังทำลายธุรกิจขนาดย่อย ที่เป็นฐานลูกค้าหลักของ Google จนล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมากแล้ว และแน่นอนว่ามันจะส่งผลสะเทือนไปยังรายรับของ Google เองด้วยซ้ำ หากธุรกิจรายย่อยเหล่านี้ล้มหายตายจากไปจนหมดสิ้นนั่นเองครับ

References : https://www.androidcentral.com/how-view-your-location-history-google-maps https://www.ciobulletin.com/it-services/google-establishes-covid-19-fund

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Geek Monday EP37 : Starlink กับการ Disrupt ครั้งยิ่งใหญ่ของ Elon Musk

SpaceX นั้นไม่ใช่บริษัทเพียงแห่งเดียวที่ต้องการผลตอบแทนมากมายที่อาจเกิดขึ้นจากการให้บริการอินเทอร์เน็ตให้กับผู้ใช้อีกหลายพันล้านคน เนื่องจากมันมีการแข่งขันที่สูงมาก ก็ไม่น่าแปลกใจที่อีลอน มัสก์ กำลังเร่งรีบโครงการ Starlink ให้เร็วที่สุด 

เป้าหมายของโครงการนี้มักจะกล่าวถึงการให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่ผู้ใช้อีกสี่พันล้านคนซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและเป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กับ SpaceX แต่ไม่เพียงเท่านั้นยังให้บริการกับกลุ่มธุรกิจด้วยเช่นกัน ซึ่งส่วนมากจะขึ้นอยู่กับวิธีการใช้งานจริงของระบบ เมื่อแสงเดินทางผ่านสุญญากาศของอวกาศได้รวดเร็วกว่าผ่านสายเคเบิลใยแก้วนำแสงจึงเป็นไปได้ที่ดาวเทียมจะสามารถเชื่อมโยง internet ระหว่างเมืองได้รวดเร็วขึ้น

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/2tH1doM

ฟังผ่าน Apple Podcast :  https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast :  http://bit.ly/2kxHtQ3

ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/2m0PTzR

ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/kGi9PtkTJh4

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Google กับความพยายามสร้างแผนที่สมองที่มีความละเอียดมากที่สุดในโลก

ความพยายามร่วมกันระหว่าง Google และ Janelia Research Campus เพิ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในการทำแผนที่สมอง พวกเขาได้ตีพิมพ์แผนที่เชื่อมโยงสมองที่มีความละเอียดสูงทีที่สุดในโลกที่เคยมา

โดยพวกเขาได้นำเสนอแบบจำลอง 3 มิติของเซลล์ประสาทแมลงหวี่ 25,000 เซลล์ ในเซลล์ชนิดต่าง ๆ ของมัน และทำการสร้างแผนที่ความละเอียดสูงของเซลล์สมอง ทีมประสบความสำเร็จโดยการตัดส่วนของสมองของแมลงหวี่ ออกเป็นชิ้นบางเฉียบ (20 ไมครอน)

หลังจากนั้นทำการ ถ่ายภาพชิ้นส่วนเหล่านั้นด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ซึ่งผลที่ได้คือแผนที่สมองที่มีความซับซ้อนที่ที่สุดตั้งแต่เคยมีมา โดยมี เส้นประสาทที่ขาดออกจากกัน เพียงเล็กน้อยเพื่อให้สามารถติดตามเซลล์ประสาทผ่านทางสมองได้

ทุกคนสามารถเข้าไปดูและดาวน์โหลดข้อมูล โดยจะมีทั้งเอกสารและรายละเอียดวิธีต่าง ๆ ทั้งหมด อย่างไรก็ตามมันสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นขุมทรัพย์ทางข้อมูลใหม่สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการทำความเข้าใจกับแมลงวันโดยเฉพาะ หรือทำให้เข้าใจการทำงานของสมองที่มีขนาดใหญ่ได้เช่นเดียวกัน

แม้จะมีแผนที่ ที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ แต่ที่เห็นก็เป็นแค่เพียงหนึ่งในสี่ของกว่า 100,000 เซลล์ประสาทในแมลงหวี่ทั่วไปเท่านั้น สมองของสัตว์อื่น ๆ รวมถึงมนุษย์เองก็ตาม จะมีขนาดใหญ่กว่านี้ และมีความซับซ้อนมากกว่านี้ โดยเซลล์ประสาทของมนุษย์ มีจำนวนกว่า 86 พันล้านเซลล์ ซึ่งจะต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากในการทำแผนที่ให้ถูกต้อง แต่ต้องบอกว่างานวิจัยครั้งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่สุดครั้งนึงในการที่จะเรียนรู้การทำงานของสมองมนุษย์ในอนาคตได้นั่นเอง

ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เขียน

แผนที่ของสมองถือเป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่น่าสนใจ ในการทำความเข้าใจกับสมองของมนุษย์ ที่มีความซับซ้อนมาก ๆ รวมถึงปัญหาเรื่องโรคทางสมองหลาย ๆ โรค ที่เรายังหาสาเหตุ และวิธีการแก้ไขกับมันไม่ได้ เพราะเนื่องจากความซับซ้อนของสมอง

ด้วยเทคโนโลยีของ Google ที่กำลังก้าวหน้าไปอย่างมาก รวมถึงเทคโนโลยีทางด้านการเก็บข้อมูลของ Google ที่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าในอนาคตอีกไม่ไกล เราจะได้รู้ถึงความลับต่าง ๆ เกี่ยวกับสมองของมนุษย์เราที่มีมาอย่างยาวนานได้เสียทีครับผม

References : https://www.engadget.com/2020/01/22/google-brain-connectivity-map/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Waze จาก Startup อิสราเอล สู่บริษัทหมื่นล้านภายใต้อ้อมอกของ Google

แม้ว่าในอดีตแผนที่ในรูปแบบที่เป็นกระดาษจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทันสมัยที่สุดในยุคหนึ่ง และช่วยให้ผู้คนเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ ๆ ได้อย่างง่ายดายขึ้น ซึ่งในอดีตนั้นแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากที่จะอ่านแผนที่เหล่านี้ในขณะที่เรากำลังขับรถอยู่ 

แต่เนื่องจากเทคโนโลยีได้นำทุกอย่างมาไว้บนมือถือ ตอนนี้ผู้คนสามารถค้นหาวิธีการไปยังสถานที่ใหม่ ๆ ได้อย่างง่ายดายโดยใช้ระบบ GPS และผ่านแผนที่ดิจิตอลทำให้ Google Map เป็นหนึ่งในแอปโปรดของทุกคน แต่มีแอปแผนที่หนึ่งที่มีนามว่า Waze ซึ่งมาจากอิสราเอลซึ่งสามารถดึงดูด Google และทำให้ยักษ์ใหญ่จากซิลิกอน วัลเลย์ ต้องยอมซื้อเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังแอปดังกล่าวนี้

Ehud Shabtai เป็นผู้ก่อตั้ง Waze ซึ่งเกิดและเติบโตในอิสราเอล เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟตามด้วยปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน

Shabtai ก่อตั้ง Waze เมื่อเขาประสบปัญหาในการค้นหาเส้นทางที่ถูกต้อง เพื่อเข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่ต้องเสียเวลามากมายเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปิดถนน อุตบัติเหตุ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้การเดินทางของเขาล่าช้า แม้ว่าตอนแรก หนึ่งในเพื่อนของเขาได้ทำการมอบ GPS ให้เขา แม้ว่า GPS นั้นดีสำหรับการค้นหาทิศทาง แต่ก็ไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจราจรบนถนนได้

ในฐานะวิศวกรซอฟต์แวร์เขาตัดสินใจที่จะพัฒนาแอปพลิเคชั่นใหม่ที่จะช่วยให้ผู้คนค้นหาเส้นทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ และข้อมูลเกี่ยวกับการจราจรหรือการภาวะแออัดบนถนนเนื่องจากเหตุผลใด ๆ ได้อย่างง่ายขึ้น 

Ehud Shabtai ผู้คิดค้นไอเดียแรกของ Waze
Ehud Shabtai ผู้คิดค้นไอเดียแรกของ Waze

ในที่สุดในปี 2006 เขาพัฒนาและเปิดตัวแอปแผนที่ใหม่ชื่อ FreeMap Israel แอพนี้รวมฐานข้อมูลสำหรับแผนที่ในอิสราเอลและรวบรวมข้อมูลของกล้องตรวจจับความเร็ว แอปพลิเคชั่นนี้ใช้แผนที่จาก Mapa Ltd. แต่ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของแอพนี้ ทำให้ตัว Shabtai นั้นถูกร้องเรียนเรื่องการใช้ลิขสิทธิ์จาก Mapa Ltd.

ในเวลาเดียวกัน Mapa Ltd ก็ได้เสนอเข้าซื้อเทคโนโลยีของ Shabtai แต่เขาปฏิเสธข้อเสนอและลบข้อมูลจาก Mapa Map ทั้งหมดออกจากแพลตฟอร์มของเขาโดยทันที 

ในปี 2008 เขาได้ร่วมกับ Uri Levine และ Amir Shinar เพื่อพัฒนาแอปที่มุ่งสู่เชิงพานิชย์มากขึ้น หลังจากเห็นโอกาสครั้งสำคัญที่ app อย่าง FreeMap Israel ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

โดย Shabtai ได้เปิดตัวแอพ ใหม่ที่ใช้ชื่อว่า  Waze ที่จะรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้ที่แตกต่างกันเช่นเส้นทางไปยังสถานที่ใหม่ ๆ ซึ่งจะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลของแอป และจะช่วยผู้อื่นในการเดินทางของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งแอปได้สร้างกลยุทธ์ใหม่ของการสร้างรายได้ โดยผู้คนทั่วไปนั้นจะมีส่วนร่วมในการสร้างรายได้ผ่านแอปดังกล่าว

ซึ่งแน่นอนว่าสาเหตุที่ทำให้ Waze นั้นเติบโตอย่างรวดรเ็ว คือ มันเป็นการสร้างความสนุกให้กับผู้คนในการสร้างเส้นทางและรับคะแนน และที่สำคัญผู้ที่ใช้ทางใหม่ ๆ จะทำการสร้างเส้นทางใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยเหลือผู้คนในภายหลังได้อย่างแท้จริง

Waze สนับสนุนให้ผู้คนใช้เส้นทางที่พวกเขากำลังเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางครั้งที่ 10 หรือครั้งแรกก็ตาม ซึ่งข้อมูลของพวกเขาเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลของตนเพื่อให้ผู้ใช้รายอื่นสามารถติดตามเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดในการไปยังปลายทางเดียวกันได้ 

เก็บข้อมูลเรื่องการจราจรรวมถึงอุปสรรคต่าง ๆ ในการเดินทางซึ่งไม่มีแอปไหนเคยทำมาก่อน
เก็บข้อมูลเรื่องการจราจรรวมถึงอุปสรรคต่าง ๆ ในการเดินทางซึ่งไม่มีแอปไหนเคยทำมาก่อน

ผู้ใช้จะได้รับคะแนนจากการสร้างเส้นทางบนแอป รวมถึงมีการสร้างอาสาสมัครกว่า 1,500 คน เพื่อช่วยในการทำแผนที่พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของอิสราเอลและแน่นอนว่า Amir Shinar เป็นหนึ่งในอาสาสมัครเหล่านั้น  ซึ่งในปี 2009 Shabtai ได้เปลี่ยนชื่อ บริษัท เป็น Waze Mobile Ltd. ในที่สุด

ในรอบของการระดมทุนในปี 2010 บริษัท ระดมทุนได้ถึง 25 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยการระดมทุนอีก 30 ล้านดอลลาร์ในปีถัดไป ในปีเดียวกันนั้น Waze ได้รับการอัพเกรดด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้ผู้คนรายงานเหตุการณ์ในท้องถนน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นได้

หลังจากสร้างความแข็งแกร่งได้ในอิสราเอล บริษัทได้เริ่มขยายตลาด โดยได้เปิดสำนักงานแห่งใหม่ในแคลิฟอร์เนีย โดยมีพนักงานเริ่มต้นที่แคลิฟอร์เนียเพียง 10 คน เพียงเท่านั้นในช่วงเริ่มต้น แต่บริการของพวกเขาก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากชาวอเมริกา

Waze ยังได้รับการโปรโมตแบบฟรี ๆ อย่างเหลือเชื่อ เมื่อถนนหมายเลข 405 ในรัฐแคลิฟอร์เนียต้องปิดตัวลงเนื่องจากปัญหาเรื่องการจราจร จากนั้นรายการทีวีท้องถิ่นได้เชิญทีม Waze เพื่อมาช่วยให้ผู้ขับขี่ได้เจอเส้นทางใหม่ ๆ ในการไปถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งนี่ถือเป็นการโปรโมตแบบฟรี ๆ ที่ Waze แทบจะไม่ต้องเสียตังค์ในการโฆษณาเลยด้วยซ้ำ 

บริษัท ยังได้สร้างเว็บอินเตอร์เฟสสำหรับสถานีข่าวทีวีและอีกกว่า 25 สถานีโทรทัศน์ในสหรัฐอเมริกาเพียงใช้อินเทอร์เฟซเดียวกันเพื่อออกอากาศข้อมูลการจราจรสดทางทีวี ในปี 2013 ในปีเดียวกันนั้นแอป Waze ได้รับ รางวัล Mobile App ยอดเยี่ยมจากสมาคม GSM

แม้ว่า บริษัท จะปฏิเสธที่จะขายเทคโนโลยีให้กับ Mapa Ltd ในปี 2006 แต่สุดท้าย Shabtai ก็ได้ตกลงขายกิจการให้กับยักษ์ใหญ่ทางด้าน Search Engine อย่าง Google ในราคา 966 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายนปี 2013

ถูก Google ซื้อกิจการและรวมเป็นหนึ่งใน Features ของ Google Map
ถูก Google ซื้อกิจการและรวมเป็นหนึ่งใน Features ของ Google Map

ซึ่งในเวลานั้น Waze มีพนักงาน 100 คนเพียงเท่านั้น และตั้งแต่นั้นมา Google ได้เพิ่มฟีเจอร์ของ Waze ลงในแผนที่ของ Google Map 

ในปี 2017 ด้วยการร่วมมือกับ Spotify ทำให้ Waze เสนอตัวเลือกในการเล่นเพลง บน Spotify และในทำนองเดียวกันผู้ใช้สามารถค้นหาเส้นทางผ่าน Waze บน Spotify ได้โดยตรง 

ในปี 2018 บริษัท ได้เปิดตัวเทคโนโลยีสำหรับการใช้งานใน Apple CarPlay ซึ่ง Waze อัพเดทแพลตฟอร์มบน iOS ให้สามารถใช้งานด้วย Siri Shortcuts ได้ในปี 2019

โดยทั้ง Pandora, Deezer, iHeart Radio, NPR One, Scribd, Stitcher และ TuneIn ได้เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ที่สำคัญของ Waze สำหรับส่วนของ Audio Player ซึ่งด้วยการที่ Waze ได้ควบรวมกับ Google ทำให้ Waze มีการผสานรวมกับ Google Assistant รวมถึงการรวม YouTube Music ไว้บนแพลตฟอร์มของพวกเขาด้วยนั่นเอง

วันนี้เทคโนโลยีของ Waze นั้นได้ถูกใช้ในการรายงานและติดตามการจราจรเหตุการณ์อื่น ๆ ทั่วทุกมุมโลก เช่น ถนนที่เสียหาย การปิดกั้นถนน กิจกรรมต่าง ๆ บนท้องถนน ฯลฯ ซึ่งแอพเปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วสามารถแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ ในแอปได้โดยเพียงแค่ลงทะเบียนเข้ามาใช้งานง่าย ๆ เพียงเท่านั้น ก็จะสามารถสร้างเส้นทางใหม่ ๆ ในแอป ได้แล้ว 

ต้องเรียกได้ว่าความสำเร็จของ Waze ถือว่าเป็นการเดินทางที่ไกลมาก ๆ จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ อิสราเอลจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนใช้งานบนท้องถนนทั่วโลกกว่า 130 ล้านคนในทุก ๆ เดือน อย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบันนั่นเองครับ

References : https://knowtechie.com/google-maps-iphone-widget/ https://www.cmswire.com/cms/customer-experience/how-waze-grew-from-startup-to-billion-dollar-google-acquisition-demo2013-022835.php http://www.israel1.org/waze-a-brilliant-israeli-invention/ https://en.wikipedia.org/wiki/Waze

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol