ประวัติ Elon Musk ตอนที่ 1 : Sand Hill Road

อีลอน มัสก์ ถูกเปรียบเทียบดั่ง สตีฟ จ๊อบส์ แห่ง apple แต่เขาเป็นคนที่สนใจปัญหาใหญ่ ๆ ของโลกเรา หากจะให้อธิบายสิ่งที่เขากำลังทำนั้นต้องใช้คำสั้้น ๆ ว่า เขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงโลกด้วยนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เขากำลังสร้างขึ้นมา ซึ่งชายคนนี้ เป็นชายที่โลกเรากำลังต้องการอย่างยิ่ง

โลกเรานั้นได้ถูกขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับทั่วโลก เพราะน้ำมันนั้นเป็นสิ่งที่จะหมดไปภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพราะฉะนั้นมนุษย์เรานั้นต้องการเทคโนโลยีที่ต้องไม่ขึ้นอยู่กับน้ำมันอีกต่อไป เพราะมันเป็นแหล่งพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัด

ซึ่งหนึ่งในคนที่แคร์ปัญหาใหญ่ ๆ ของโลกเรา คน ๆ นั้นไม่ใช่ใคร เขาก็คือ อีลอน มัสก์ นั่นเอง เขาเป็นคนที่คิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่ Tesla Motor คือแนวคิดที่รถยนต์ในอนาคต จะต้องไม่พึ่งพาน้ำมันอีกต่อไป ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องน้ำมันเขายังคิดถึงเรื่อง การย้ายอพยพถิ่นฐานไปยังดาวอังคาร หากในอนาคตเกิดอะไรที่ไม่แน่นอนขึ้นกับโลกของเรา น้ำอาจจะท่วมโลก หรือ น้ำแข็งขั้วโลกละลาย

แนวคิดอพยพไปดาวอังคารของ Elon Musk
แนวคิดอพยพไปดาวอังคารของ Elon Musk

หรือเกิดภัยพิบัติ ครั้งรายแรงทำให้เราไม่สามารถอาศัยอยู่ในโลกได้อีกต่อไป อีลอน มัสก์ เป็นคนคิดการณ์ไกลขนาดนั้น มันไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ หากดูจาก สภาพภูมิอากาศของโลกเราในปัจจุบัน มันมีความเสี่ยง มันอาจจะถึงจุดจบของมนุษย์โลกก็ได้หากไม่มีการเตรียมการไว้ก่อน

ทุก ๆ บริษัทที่ อีลอน มัสก์ สร้างขึ้นมา ทั้ง Tesla Motor , SpaceX หรือ SolarCity มันเพื่อจุดประสงค์ต่าง ๆ เหล่านี้แทบจะทั้งสิ้น เขาสนใจแต่ปัญหาใหญ่  ๆ ของโลกเราแทบจะทั้งหมด

ในวัย 28 ปี มัสก์ ต้องการที่จะซื้อรถคันใหม่ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาในขณะนั้น ที่เพิ่งขายบริษัท Zip2 ธุรกิจแรกของเขา ได้เงินกว่า 22 ล้านเหรียญ ในโรงรถของมัสก์ มีรถ Jaguar Series 1 E-type ปี 1967 ซึ่งเป็นรถที่ขึ้นชื่อว่ามีดีไซต์สวยที่สุดคันหนึ่งของโลกอยู่แล้ว

แต่ตอนนี้เขาต้องการรถที่เร็วที่สุด เพื่อมาเติมเต็มโรงรถของเขา McLaren F1 เป็นรถที่ตอบโจทย์เรื่องความเร็วที่เขาต้องการได้ ตอนนั้น บริษัท McLaren F1 จากอังกฤษ ได้ผลิตรถรุ่นที่สามารถวิ่งบนท้องถนนได้ โดยสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 231 mph (372 km/h) ซึ่งมันได้สร้างสถิติเป็นรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกได้ในปี 1998 ซึ่งสามารถทำความเร็ว 0-100 km/h ได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาทีเพียงเท่านั้น

มันเป็นรถในฝันของ มัสก์ เลยก็ว่าได้ มี celebrity ระดับโลกต้องการรถคนนี้หลายคน และรถรุ่นนี้ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 106 คันเท่านั้น โดย มัสก์ สามารถซื้อได้ทันก่อนที่ แฟชั่น ดีไซต์เนอร์ชื่อดังอย่าง Ralph Lauren จะซื้อทันเพียง 1 ชม.เท่านั้น

มันเป็นรถราคากว่า 1 ล้านเหรียญ ซึ่งราคาในตอนนี้นั้นพุ่งไปสูงถึงกว่า 4 ล้านเหรียญไปแล้ว ทุกคนจะมีหมายเลขกำกับ โดยคันที่ มัสก์ ได้มาคือหมายเลข 67

ตอนนั้น มัสก์ ก็เริ่มมีชื่อเสียงระดับหนึ่งใน silicon valley แล้ว มัสก์ ดีใจเป็นอย่างมาก ถึงกับกระโดดโลดเต้นหลังจาก รถบรรทุกมาส่งที่บ้านของเขา มันเป็นความฝันหนึ่งของมัสก์ ซึ่งเมื่อย้อนกลับไป 3 ปีก่อนหน้า เขายังต้องนอนอยู่ชั้นล่างของออฟฟิส ตัวเองเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เขาสามารถซื้อรถยนต์ มูลค่ากว่าล้านเหรียญได้สำเร็จ

McLaren รถในฝันของ อีลอน มัสก์
McLaren รถในฝันของ อีลอน มัสก์

มัสก์ ซึ่งตอนนั้นกำลังพัฒนา X.com ที่กำลังจะรวมกับ Paypal ของ ปีเตอร์ ธีล โดย Sand Hill Road เป็นถนนที่ มัสก์นั้น ชอบมาขับรถ McLaren คันโปรดของเขา  มัสก์ มีความสุขอย่างมากกับรถคันนี้

ถนน Sand Hill Road นั้นเปรียบเสมือน WallStreet ในนิวยอร์ก ที่นี่เต็มไปด้วยบริษัทด้านการลงทุนมากมาย และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังมหาลัยชื่อดังอย่าง Stanford University รวมถึง Silicon Valley ได้อีกด้วย

มูลค่าอสังหาริมทรัพย์บริเวณ Sand Hill Road นั้นสูงลิบลิ่ว ซึ่งในยุคนั้นอาจจะพูดได้ว่าเป็นถนนที่แพงที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ แต่ก็อย่างที่รู้ ๆ กันว่าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาของมัสก์ ในตอนนั้น Silicon Valley กำลังบูม ทุกคนเข้ามาเพื่อแสวงหาเงินจากเหล่านักลงทุน เพื่อสร้าง startup ของตัวเอง

วันหนึ่ง เขาได้ชวน ปีเตอร์ ธีล ให้มาลองนั่ง McLaren ของเขา แต่วันนั้นได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น มัสก์ ไม่สามารถบังคับเจ้า McLaren ได้เหมือนเคย ด้วยความเร็ว มัสก์ไม่สามรถที่จะ control รถได้ จนไปชนเข้ากับขอบทาง และ แรงกระแทกทำให้รถหลุดออกไปนอกถนน พลิกคว่ำสภาพแน่นิ่งอยู่ข้างทาง

หลังจากฝุ่นได้จางหายไป ปีเตอร์ ธีล ได้ยินเสียง มัสก์ หัวเราะกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งคู่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่หนักแต่อย่างใด เนื่องจากรถเป็นรถที่มีคุณภาพสูง แม้รถจะสภาพเละน่าดู หลังจากมีหน่วยฉุกเฉินมาช่วย ทั้งคู่ ก็ต้องโบกรถเพื่อกลับไปประชุมนัดสำคัญให้ทัน

สภาพรถที่ยับเยินหลังอุบัติเหตุ
สภาพรถที่ยับเยินหลังอุบัติเหตุ

และเจ้า McLaren นี่เอง มันทำให้มัสก์ ได้มองเห็นบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม McLaren นั้นสูบน้ำมันเป็นว่าเล่น เป็นรถที่ใช้น้ำมันเปลืองอย่างมาก ในปี 2007 นั้น เขาจำใจต้องขายเจ้า McLaren สุดรักคันนี้ของเขา

มันถึงเวลาที่เขาต้องการที่จะปรับภาพลักษณ์ ด้านสิ่งแวดล้อมของเขาเสียที แม้ McLaren นั้นจะเป็นรถที่ดีมาก แต่มันไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ที่เป็นปัญหาใหญ่ของโลกที่เขากำลังสนใจอยู่ และมันเป็นที่มาของการลงทุนครั้งใหญ่กับธุรกิจใหม่ในอนาคตของเขา

หลังจากขาย paypal ให้กับ ebay ได้สำเร็จในปี 2002 ซึ่งสามารถทำเงินได้มากกว่า 1,500 ล้านเหรียญ เขาได้ทุ่มเงิน 100 ล้านเหรียญให้กับ SpaceX   70 ล้านเหรียญให้กับ Tesla Motor และ 10 ล้านเหรียญให้กับ SolarCity ทุก ๆ บริษัทที่เขาลงทุนใหม่นั้น จะสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่โดยเริ่มต้นจากศูนย์ เขาจะเป็นอัจฉริยะผู้หมกมุ่นกับการเสาะแสวงหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ไม่มีใครเคยคิดมาก่อน แล้วแนวคิดต่าง ๆ ของ มัสก์ นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร Blog Series ชุดนี้ จะพาไปทำความรู้จัก กับตัวตนของ อีลอน มัสก์ ให้มากขึ้นครับ โปรดอย่าพลาดติดตามในตอนต่อ ๆ ไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 2 : Lost Cities

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Comments