BrewDog กับการระดมทุนแบบ Crowdfunding สู่ธุรกิจคราฟท์เบียร์ 2 พันล้านเหรียญ

BrewDog ซึ่ง James Watt และ Martin Dickie ได้เริ่มต้นธุรกิจเบียร์ตามความฝันเล็ก ๆ ของพวกเขาในประเทศสก็อตแลนด์ ในปี 2007 แต่ตอนนี้พวกเขาสร้างมันให้กลายเป็นธุรกิจเบียร์ยักษ์ใหญ่ มีโรงเบียร์ขนาดใหญ่ 4 แห่ง และกว่า 100 บาร์ในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกต่างเป็นลูกค้าของเขา

Watt และ Dickie เติบโตมาในหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสกอตแลนด์ ที่มีชื่อว่า Fraserburgh Watt เรียนกฏหมายที่มหาวิทยาลัยเอดินเบอระ ด้วยความขบท เขาทำงานเป็นนักกฏหมายเพียงแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น ก่อนที่จะออกไปตามความฝันของตัวเอง

เขาได้ใช้เวลา 6 ปีต่อมาในการจับปลา และ กุ้งมังกร บนเรือประมงทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก และ กลับมาปรุงเบียร์สุดรักเมื่อยามที่เขาขึ้นฝั่ง

ส่วน Dickie นั้น เป็นคอเบียร์มาตั้งแต่ 12 ขวบ เขาพบชุดต้มเบียร์ที่ใต้ห้องหลังคาของพ่อแม่ และเริ่มทำการทดลองกับฮ็อพสดแบบต่าง ๆ ร่วมกับพ่อเขา และได้ไปเจอกับ Watt ที่มหาวิทยาลัยเอดินเบอระ โดยเขาได้ไปศึกษาวิธีการกลั่นจากที่นั่น

หลังจบการศึกษาในปี 2004 เขาได้ไปทำงานเป็นผู้ผลิตเบียร์ที่ Thornbridge Brewery ในประเทศอังกฤษ และเมื่อ Watt เดินทางไปเยี่ยม ทั้งสองก็จะสนุกอยู่กับการปรุงเบียร์ IPA สไตล์อเมริกันซึ่งมีแอลกอฮอล์ที่ค่อนข้างสูง

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตทั้งคู่เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาได้ไปพบเจอกับ Michael Jackson นักเขียนเรื่องเบียร์ชื่อดังของยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาเบียร์ในปี 1980 หลังจากที่ Jackson ได้มาพบสองหนุ่มเป็นประจำเพื่อชิมเบียร์ที่พวกเขาปรุงขึ้นมา Jackson ก็บอกให้พวกเขาลาออกจากงานประจำ และ มาลุยกับธุรกิจเบียร์แบบ Full Time ได้เสียที

ทั้งคู่ได้รวบรวมเงินออมได้ประมาณ 39,000 เหรียญ และกู้เงินจากธนาคารเพิ่มอีก 26,000 เหรียญ เช่าโรงเก็บศพที่ถูกทิ้งร้าง และชิ้นส่วนการประกอบเบียร์ที่ถูกทิ้งร้างของสภาท้องถิ่นในเมือง

ทั้งคู่ไม่มีแม้แต่ทุนรอนสำหรับถังต้มเบียร์สแตนเลส ที่นักปรุงเบียร์มืออาชีพใช้กัน พวกเขาสามารถใช้ได้เพียงแค่ถังน้ำพลาสติกที่เหลือ ๆ จากท้องถิ่นที่พวกเขาอยู่

แต่พวกเขาก็อดทนต่อไป และในเดือนเมษายนปี 2007 BrewDog ก็ได้ผลิตเบียร์ชุดแรกสำเร็จ แต่โชคไม่เข้าข้างพวกเขานัก เพราะตอนนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤติการเงินปี 2008 พอดิบพอดี ไม่มีใครอยากจะมาเสียเงินซื้อเบียร์รสขม ที่แทบจะไม่มีคนรู้จัก

ด้วยการเริ่มต้นธุรกิจที่แสนอาภัพ พวกเขาต้องย้ายกลับไปพักอาศัยอยู่พ่อและแม่ เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าสำหรับที่พัก แต่ทั้งสองก็ยังคงมองเป็นแค่เรื่องสนุก เพราะพวกเขาเพิ่งจะอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น ซึ่ง Watt เองก็ยังไม่ได้ทิ้งอาชีพการทำประมงไปแต่อย่างใด

จุดเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่งก็คือ ในปี 2008 BrewDog ได้ชนะการแข่งขันเบียร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Tesco และนี่เองที่ทำให้เบียร์ของ BrewDog จะมีโอกาสได้ไปวางขายในร้านค้ากว่า 400 แห่งของ Tesco ทั่วสหราชอาณาจักร ซึ่งคิดเป็นประมาณ 2,000 ขวดต่อสัปดาห์

ด้วยเงินกู้จากธนาคารที่มากขึ้นหลังจากได้เห็นยอด Order ที่สั่งเข้ามาจาก Tesco รวมถึงรายได้บางส่วนจากการตกปลาของ Watt ในที่สุด BrewDog ก็เริ่มเป็นธุรกิจอย่างจริงจัง จนถึงปี 2011 ธุรกิจก็มีความมั่นคงพอที่จะทำให้ Watt ลาออกจากงานประมง

และเพียงไม่นาน ความต้องการเบียร์ของพวกเขาก็พุ่งสูงขึ้น และมีปริมาณมากเกินกว่ากำลังการผลิตที่พวกเขาจะรับไหว พวกเขาต้องการเงินทุน เพื่อมาขยายกิจการโดยด่วน

พวกเขาจึงได้สร้างแนวคิดใหม่ด้วยการระดมทุนจากประชาชนทั่วไปที่รัก BrewDog โดยชักชวนให้มาเป็นหุ้นส่วนของพวกเขาซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า Equity for Punks

ในปี 2009 หลังจากผ่านขั้นตอนด้านกฏหมายต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว BrewDog ก็พร้อมที่จะกลายเป็นบริษัทมหาชน โดยผู้ถือหุ้น จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจการ และจะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดตลอดชีพ 10% ที่บาร์ของ BrewDog และสิทธิ์ในการเป็นสมาชิกคลับเบียร์รายเดือนของ BrewDog

รูปแบบการลงทุน Equity for Punks
รูปแบบการลงทุน Equity for Punks (CR:BrewDog)

ซึ่งในรอบ Equity for Punks ครั้งแรกนั้น BrewDog ระดมทุนได้ 975,000 ดอลลาร์จากนักลงทุนประมาณ 1,330 ราย มาถึงปัจจุบันเข้าสู่รอบที่ 6 ของการระดมทุนแล้ว โดยประสบความสำเร็จสูงสุดเมื่อระดมทุนได้ 34 ล้านดอลลาร์จากนักลงทุน 70,000 คนในปี 2018

นักลงทุนในยุคแรกอย่าง Daniel Fetter พยาบาลในแนชวิลล์รัฐเทนเนสซี เริ่มลงทุน 10,000 ดอลลาร์ ใน Equity for Punks รอบแรกของปี 2010 มาถึงตอนนี้ผลตอบแทนที่เขาได้รับกว่า 100,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นอัตราผลตอบแทนสูงถึง 900% ( เทียบกับการลงทุนในตลาดหุ้น S&P500 ที่ให้ผลตอบแทนเพียงแค่ 185%)

ในเดือนเมษายนปี 2017 BrewDog ได้รับการระดมทุนจาก TSG Consumer Partners ซึ่งตั้งอยู่ในซานฟรานซิสโก 265 ล้านดอลลาร์ โดยเข้ามาถือสัดส่วนหุ้น 22.7%

และมันทำให้สามารถทำให้การเติบโตของ BrewDog ในประเทศสหรัฐอเมริกาพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด เติบโตขึ้น 3 เท่าจากปี 2017 ที่มีกำลังการผลิต 10,000 บาร์เรล และเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าในปี 2019 ทำให้ติดอันดับ top 50 ของผู้ผลิตเบียร์ในสหรัฐได้ในท้ายที่สุด

ด้วยการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดสหรัฐอเมริกาที่มีมูลค่าตลาดกว่า แสนล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ทั้ง Watt และ Dickie ต่างงัดกลยุทธ์ สุดพิศดารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการฉายภาพตัวเองแบบเปลือยกายที่รัฐสภาในลอนดอนมีเพียงกล่องเบียร์ปกปิดของสงวนไว้เท่านั้น

ในปี 2018 เพื่อดึงดูดความสนใจต่อนักลงทุนกับ US Equity for Punks ครั้งที่สองในปีนั้น พวกเขาได้เช่าเฮลิคอปเตอร์เพื่อบินไปยัง Wall Street และได้ทิ้งแมวที่มีร่มชูชีพปล่อยลงมาที่พื้นด้านล่าง เพื่อล้อเลียน นายธนาคารแมวอ้วนแห่ง Wall Street

กลยุทธ์เรียกกระแสฮือฮาด้วยการปล่อยแมวลงมาจากฟากฟ้า
กลยุทธ์เรียกกระแสฮือฮาด้วยการปล่อยแมวลงมาจากฟากฟ้า (CR:americancraftbeer)

รวงถึงพวกเขาได้สร้างโมเดลสุดแหวกแนวในการต้มเบียร์ในสถานที่แปลก ๆ เช่น บนเที่ยวบินสายการบินบริติชแอร์เวย์ที่ความสูง 40,000 ฟุต หรือ ในรถกระบะฟอร์ด ที่วิ่งด้วยความเร็ว 92 ไมล์ต่อชั่วโมงบนสนามแข่งรถ Dover International Speedway และ ในเรือใบที่ท่าเรือบอสตันกับ แซม อดัมส์ หนึ่งในมหาเศรษฐีของอเมริกา

และเพื่อความมั่นคงยิ่งขึ้นในอนาคต พวกเขาก็มองถึงธุรกิจทางเลือกไว้เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็น โรงแรมโอไฮโอเบียร์ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเช่น ตู้เย็นเบียร์ ห้องอาบน้ำที่มีฝักบัวในห้องพัก ซึ่งมีอัตราการเข้าพักสูงถึง 82% (เทียบกับ 68% สำหรับโรงแรมทั่วไปในโคลัมบัส)

หรือแม้กระทั่งการกระโจนเข้าสู่ธุรกิจ Streaming Service ที่พวกเขากำหนดราคาไว้ประมาณ 3 เหรียญต่อเดือน ซึ่งหลังจากถูกลูกค้าบ่นว่าบริการเริ่มช้า พวกเขาได้เปิดให้บริการฟรีในเดือนธันวาคม และมีผู้เข้าใช้งานกว่า 5 ล้านคน

ต้องบอกว่า ทั้ง Watt และ Dickie เด็กหนุ่มสองคนที่เดินทางมาจากตะวันออกเฉียงเหนือของสกอตแลนด์ พวกเขาเริ่มต้นธุรกิจด้วยหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่ง พวกเขายืนหยัดในสิ่งที่เขาเชื่อ และสิ่งที่พวกเขารัก และทำมันด้วยใจจนสร้างสิ่งที่เหลือเชื่อได้สำเร็จ และทำให้ธุรกิจของพวกเขากลายเป็นธุรกิจกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐได้ในทุกวันนี้นั่นเองครับผม

References : https://www.forbes.com/sites/kristinstoller/2020/01/14/the-new-beer-barons-how-two-scottish-kids-turned-wild-flavors-crowdfunding-and-plenty-of-attitude-into-a-2-billion-business/?sh=5375e40229c4
https://www.headspacegroup.co.uk/entrepreneurs-how-brewdog-started-from-nothing
https://en.wikipedia.org/wiki/BrewDog
https://www.theguardian.com/lifeandstyle/2016/mar/24/the-aggressive-outrageous-infuriating-and-ingenious-rise-of-brewdog


 


ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA


Line OA


Geek Forever’s Podcast


“Open Your World With Technology


AI , Blockchain และเทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายธุรกิจ ทั้ง แวดวงการเงิน สุขภาพ หรือ งานด้านบริการต่าง ๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจเกี่ยวกับ AI หรือ Machine Learning

Podcast ของผมจะเล่าเรื่องราวต่าง รวมถึงเรื่องที่ผมสนใจอื่น ๆ เช่น startup หนังสือ หนัง หรือ กีฬาฟุตบอล อยากชวนคนที่สนใจให้ลองมาติดตาม podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน podbean
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Apple Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Google Podcasts
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Spotify
ฟังผ่าน Youtube
ฟังผ่าน Youtube


ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่

Fanpage : www.facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit : www.blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter : www.twitter.com/tharadhol
Instragram : instragram.com/tharadhol
TikTok : tiktok.com/@geek.forever
Youtube : www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin : www.linkedin.com/in/tharadhol
Website : www.tharadhol.com