Zilingo กับแรงบันดาลใจจากตลาดนัดจตุจักรสู่บริษัทพันล้านเหรียญ

Ankiti Bose สาวน้อยอายุ 27 ปี ที่หลงรักเรื่องราวของแฟชั่นชาวอินเดีย ได้กลายเป็นผู้หญิงคนแรกของอินเดียที่ร่วมก่อตั้้งบริษัท Zilingo ที่กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงถึง หนึ่งพันล้านเหรียญ ได้สำเร็จ

ต้องบอกว่าเป็นการเดินทางที่รวดเร็วมาก ๆ ของเธอ เพราะบริษัทของเธอมีอายุได้เพียงแค่ 4 ปีเพียงเท่านั้น ซึ่งเธอได้พัฒนาเว๊บไซต์ทางด้าน Ecommerce ขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขึ้นมาในชื่อว่า Zilingo

ซึ่งปัจจุบันแพลตฟอร์ม Zilingo นั้นได้กลายเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 7 ล้านคน และมีการขยา่ยตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งในรอบการลงทุนครั้งล่าสุดของบริษัทนั้น ทำให้มูลค่าธุรกิจของเธอสูงขึ้นถึง 970 ล้านเหรียญสหรัฐ

และเรื่องราวเริ่มต้นของ Zilingo นั้นเกิดขึ้นที่ตลาดนัดที่ดังที่สุดแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต่างต้องมาสัมผัสกัน เมื่อยามต้องมาเยือนกรุงเทพ นั่นก็คือ ตลาดนัดจตุจักรนั่นเอง

มันเกิดขึ้นในปี 2014 ที่ Ankiti Bose ได้เดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทย และได้เดินทางมาที่ตลาดนัดจตุจักร ซึ่งเธอมองว่าเป็นตลาดที่โดดเด่นมาก ๆ มีร้านค้ามากกว่า 15,000 ร้าน และ มีพ่อค้ากว่า 11,500 ราย ซึ่งถือเป็นตลาดนัดวันหยุดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกตลาดนึงเลยก็ว่าได้

และตัว Bose เองก็ได้เห็นโอกาสจากที่นี่นั่นเอง เธอคิดว่า ควรที่จะนำสินค้าเหล่านี้ ที่แสนพิเศษที่อยู่ในตลาดนัดจตุจักร ขึ้นไปอยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่งแน่นอน ว่าอาจจะมีหลายคนคิดแนวคิดเดียวกันนี้ แต่ที่ต่างกันก็คือ เธอเริ่มลงมือทำมันทันที

กับแรงบันดาลใจจากการเดินตลาดนัดจตุจักรในประเทศไทย
กับแรงบันดาลใจจากการเดินตลาดนัดจตุจักรในประเทศไทย

หลังจากกลับมาจากประเทศไทย เธอก็คิดที่จะก่อตั้งอาณาจักรทางด้านสินค้าแฟนชั่นออนไลน์ขึ้นมาทันที โดยตัว Bose นั้นอาศัยอยู่ในศูนย์กลางของเทคโนโลยีของประเทศอินเดีย นั่นก็คือเมือง บังกาลอร์

เธอได้จับตามองรูปแบบธุรกิจของ Ecommerce ยักษ์ใหญ่อย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็น Amazon ของอเมริกา Alibaba ของจีน หรือ ยักษ์ใหญ่ทางด้าน Ecommerce ของประเทศบ้านเกิดของเธอเองอย่าง Flipkart ซึ่งแน่นอนว่าตอนนั้นเธอยังเห็นโอกาสในตลาดของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังเปิดอยู่เป็นอย่างมาก

ต้องบอกว่าตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เนื่องจากปัญหาเรื่อง Economy of Scale ที่ทำให้เหล่าผู้ผลิตไม่สามารถที่จะขายโดยตรงให้กับผู้บริโภคได้ จึงมักจะมีรูปแบบของพ่อค้าคนกลางซึ่งมักจะส่งผลให้กำไรที่ได้น้อยลง รวมถึง สภาพการทำงานที่ดูเหมือนจะแย่ลงเรื่อย ๆ

เธอจึงได้ตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับมัน และทำการสร้างตลาดออนไลน์เพื่อรวมผู้ค้าปลีกอิสระในภูมิภาคและช่วยพวกเขาให้นำสินค้ามาขายบนออนไลน์

มันเป็นความคิดง่าย ๆ Zilingo นั้นก็ทำงานเหมือนกับตลาด Ecommerce อื่น ๆ โดยอนุญาติให้ร้านค้าลงทะเบียน รวมถึงลงรายการสินค้าด้วยตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามผู้ขายแต่ละรายจะถูกตรวจสอบโดย Zilingo เพื่อความถูกต้องของการกำหนดราคา รวมถึงบริการพิเศษอื่น ๆ ที่ Zilingo จะมีให้ เช่น การสนับสนุนด้านเทคนิครวมถึงการจัดหาเงินทุน

โมเดลธุรกิจ คือ Zilingo จะทำการเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นจากร้าน ซึ่งอยู่ในช่วงระหว่าง 10-30% สำหรับการขายแต่ละครั้ง

แม้ตัว Bose เองนั้นจะเรียนมาทางด้านเศรษฐศาสตร์ และตัวเธอนั้นก็ไม่ได้มีพื้นฐานที่ดีนักในเรื่องเทคโนโลยี และเหมือนโชคชะตาฟ้าลิขิตที่ทำให้เธอได้มาเจอกับ Dhruv Kapoor วิศวกรซอฟต์แวร์อายุ 24 ปี ที่อาศัยอยู่ที่เมืองบังกาลอร์เช่นเดียวกัน ซึ่ง Kapoor กลายมาเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญมาก ๆ กับ Zilingo ในเรื่องของเทคโนโลยีเบื้องหลังทั้งหมดของแพลตฟอร์ม

โดยภายใน 6 เดือน ทั้งสองได้รวบรวมเงินออมของพวกเขาได้ราว ๆ คนละ 30,000 ดอลลาร์ และได้ลาออกจากงานประจำของพวกเขา และมาสร้างฝันทางธุรกิจให้กลายเป็นจริงแบบเต็มตัว

แม้เราจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่ที่เริ่มต้นบริษัทด้วยกันนั้น มักจะมีความรู้จักคุ้นเคยกันมานานหลายปีเป็นส่วนใหญ่ แต่ ทั้ง Bose และ Kapoor นั่นต้องบอกว่าเพิ่งมีโอกาสได้คุยกัน แต่แนวความคิดของพวกเขาทั้งสองคนนั้นเหมือนกัน ทำให้สามารถกลายมาเป็นพาร์ทเนอร์กันได้ในที่สุด

สองผู้ก่อตั้งที่เคมีตรงกัน และเริ่มลุยทันที
สองผู้ก่อตั้งที่เคมีตรงกัน และเริ่มลุยทันที

เริ่มแรกนั้น ทั้งสองได้เริ่มต้นด้วยการรับซื้อสินค้าจากพ่อค้าโดยตรง Bose จึงเดินทางไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อทำการโน้มน้าวเหล่าผู้ค้าปลีกว่า Zilingo สามารถช่วยขยายธุรกิจของพวกเขาได้

และฝั่งเทคโนโลยีนั้น Kapoor ตั้งเป้าที่จะสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี ในบังกาลอร์ ด้วยความตั้งใจที่จะทำมันให้ใช้ง่ายเหมือน Facebook แพลตฟอร์ม Social Network ยักษ์ใหญ่ของโลก

และในปีถัดมาหลังจากก่อตั้ง Zilingo ได้ให้บริการกับพ่อค้าแม่ค้า นับร้อยทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้จัดตั้งสำนักงานขึ้นในประเทศสิงคโปร์ และบังกาลอร์ และได้ระดมทุนจากเหล่านักลงทุนได้หลายล้านดอลลาร์ รวมถึง Sequoia Capital ในประเทศอินเดีย

และ Zilingo ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี มีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 27,000 ร้าน ในทุก ๆ ภูมิภาคทั่วโลก มีพนักงานมากกว่า 500 คน ใน 8 ประเทศ ซึ่งรวมทั้งสหรัฐอเมริกา , ออสเตรเลีย และ ฮ่องกง จนถึงขณะนี้ได้รับเงินทุน 308 ล้านดอลลาร์ จากนักลงทุน ซึ่งรวมถึง คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจของสิงค์โปร์ (EDBI) รวมถึงกองทุนชื่อดังจากสิงค์โปร์อย่างเทมาเส็ก

ซึ่งจากรอบการระดมทุนครั้งล่าสุดของ Zilingo นี่เอง ที่ทำให้บริษัท มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยรายได้ของบริษัทเติบโตขึ้นถึง 4 เท่า แม้จะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขที่แน่ชัด

และนั่นทำให้ Ankiti Bose ได้กลายเป็นผู้หญิงคนแรกในอินเดีย ที่สร้างบริษัท Unicorn ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนักธุรกิจหญิงยุคใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้เลยก็ว่าได้ของประเทศอินเดีย

แน่นอนว่า ความสำเร็จของ Bose นั้นถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นสตรี โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งถือว่ามีน้อยมาก ๆ ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวทำให้เธอกลายเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญให้กับผู้หญิงชาวเอเชียคนอื่น ๆ ได้เห็นว่า ผู้หญิงก็สามารถประสบความสำเร็จได้ แม้ในอุตสาหกรรมอย่างเทคโนโลยี ที่เน้นเรื่องนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นเราจะเห็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จด้านนี้เป็นผู้ชายเสียส่วนใหญ่นั่นเอง

References : https://thepeakmagazine.com.sg/interviews/ankiti-bose-zilingo-fashion-company/ https://fortune.com/2019/02/12/zilingo-ankiti-bose/ https://en.wikipedia.org/wiki/Zilingo

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Tesla กับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ปัดน้ำฝนใหม่ด้วยแสงเลเซอร์

เห็นได้ชัดว่าที่ปัดน้ำฝนกระจกหน้าแบบคลาสสิกที่ใช้เมื่อฝนตกหรือใช้ในการปัดฝุ่นรถยนต์มานานกว่าหนึ่งศตวรรษนั้นเริ่มจะไม่เพียงพอต่อความต้องการสำหรับรถยนต์ Tesla เสียแล้ว 

จากรายงานล่าสุด บริษัท Tesla ได้พัฒนาระบบเลเซอร์แบบใหม่สำหรับการกำจัดฝุ่น หรือ ขยะจากแผงกระจกหรือแผงโซลาร์เซลล์ 

โดยทาง Tesla ได้จดสิทธิบัตรใหม่สำหรับที่ปัดน้ำฝนเลเซอร์ เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ตามรายงานของ Electrek

โดยสิทธิบัตรดังกล่าวได้อธิบายถึง ระบบทำความสะอาดกระจกรูปแบบใหม่สำหรับรถยนต์ ที่ใช้ลำแสงเลเซอร์ และเทคโนโลยีแบบพิเศษในการตรวจจับสิ่งสกปรก ที่สะสมอยู่บนกระจกรถยนต์ 

สิทธิบัตรแสดงการทำงานของเลเซอร์ ระบบใหม่นี้
สิทธิบัตรแสดงการทำงานของเลเซอร์ ระบบใหม่นี้

โดยระบบดังกล่าวนั้นจะมีวงจรคอยควบคุมเพื่อปรับค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับลำแสงเลเซอร์ที่ปล่อยออกมาใช้ในการตรวจจับสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ทั่วบริเวณกระจก ให้เหมาะสม

ซึ่งทาง Tesla อธิบายว่าระบบดังกล่าวจะมีประโยชน์ในการกำจัดสิ่งกีดขวาง มุมมองของกล้อง Autopilot รอบ ๆ รถโดยอัตโนมัติ ด้วยเช่นกันทำให้รถสามารถทำงานในโหมด Autopilot ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

นอกจากนี้ Tesla วางแผนที่จะใช้ประโยชน์จากระบบนี้เพื่อล้างสิ่งสกปรกออกจากแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคารถโดยอัตโนมัติอีกด้วย

แต่สิทธิบัตรดังกล่าวจากการรายงานของ Electrek มุ่งเน้นไปที่ระบบของรถเพียงเท่านั้น สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือ Tesla ได้พิจารณาถึงความปลอดภัยของดวงตาของผู้ขับขี่หรือไม่ เมื่อตัดสินใจที่จะเล็งแสงเลเซอร์ตรงไปยังส่วนที่คนขับกำลังมองอยู่ ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อผู้ขับขี่ได้นั่นเอง

References : https://electrek.co/2019/11/25/tesla-laser-beams-clean-debris-off-cars/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

สุดล้ำ! นักวิจัยกำลังสร้างภาพ Holograms ที่สามารถรับความรู้สึกได้

ในปัจจุบันเราได้เห็นภาพสามมิติของอวัยวะมนุษย์ , ช้างในละครสัตว์ หรือ แม้แต่นักดนตรีดนตรีชื่อดังที่ตายไปนานแล้วผ่านเทคโนโลยี Holograms แต่ตอนนี้นักวิจัยกำลังสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เราสามารถรับรู้ความรู้สึกได้

แต่ตอนนี้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซัสเซ็กซ์ได้ค้นพบวิธีการสร้างโฮโลแกรมที่ทันสมัยที่คุณไม่เพียงแค่สามารถมองเห็นได้เท่านั้นแต่ยังได้ยินและรู้สึกถึงมันได้อีกด้วย โดยพวกเขาสามารถถ่ายทอดมันออกมาโดยใช้เทคโนโลยีบางอย่าง

นักวิจัยได้ตีพิมพ์บทความลงบนอุปกรณ์ซึ่งเรียกว่า Multimodal Acoustic Trap Display (MATD) ในวารสาร Nature  เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

อุปกรณ์ทำงานโดยใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์เพื่อดักจับและเคลื่อนย้ายเม็ดสไตรีนที่มีความกว้างสองมิลลิเมตร โดยจะมีลูกปัดคอยแกะรูปร่างของวัตถุออกเป็นสามมิติ ในขณะที่จะมีไฟ LED คอยส่องแสงสีแดงสีเขียวและสีน้ำเงิน

เนื่องจากลูกปัดกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วดวงตาของมนุษย์จึงเห็นเฉพาะรูปร่างที่สมบูรณ์เท่านั้น ภาพที่เกิดขึ้นมีความน่าสนใจไม่เหมือนกับวิธีแบบเดิม ๆ ในการสร้างภาพ Holograms ที่จะใช้ภาพนิ่งเป็นชุดต่อเนื่องแบบรวดเร็ว ที่ทำให้ดูเหมือนภาพมีการเคลื่อนไหว

“เทคโนโลยีใหม่ของเราใช้แรงบันดาลใจจากทีวีรุ่นเก่าที่ใช้การสแกนลำแสงสีเดียว บนหน้าจออย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้สมองของเรานั้นเห็นมันเป็นภาพเดียว” นักวิจัย Ryuji Hirayama กล่าวในการแถลงข่าว “ต้นแบบของเราทำในรูปแบบเดียวกันกับทีวีรุ่นเก่า ๆ โดยใช้อนุภาคสีที่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ทุกที่ในพื้นที่ 3 มิติ สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า”

การใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ช่วยให้อุปกรณ์สร้างเสียงที่ได้ยินเช่นเดียวกับความรู้สึกทางกายภาพทำให้เราสามารถรับรู้ในความรู้สึกได้

“ แม้ว่าจะไม่ได้ยินเสียงจริง ๆ ก็ตาม แต่อัลตร้าซาวด์ก็ยังเป็นคลื่นที่นำพลังงานผ่านอากาศ” นักวิจัย Diego Martinez Plasencia กล่าวในการแถลงข่าว “ ต้นแบบของเราจะมุ่งเน้นไปที่พลังงานดังกล่าวนี้ ซึ่งสามารถกระตุ้นให้หูของคุณให้ได้ยินเสียงหรือกระตุ้นผิวหนังของคุณให้รู้สึกพอใจกับสิ่งที่เห็นได้”

นักวิจัยคาดการณ์ว่าอุปกรณ์รุ่นอนาคตใช้ประโยชน์จากเพื่อสร้างโฮโลแกรมที่มีรายละเอียดมากยิ่งขึ้น และบางทีอาจจะน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าต้นแบบเสียอีก

“ MATD ถูกสร้างขึ้นโดยใช้ส่วนประกอบที่มีราคาต่ำและมีวางจำหน่ายในร้านค้าทั่วไป” ฮิรายามะกล่าวในการแถลงข่าว “ เราเชื่อว่ามีพื้นที่ทางการตลาดเหลือเฟือ ที่จะเพิ่มศักยภาพของอุปกรณ์ดังกล่าวในอนาคตได้”

References : https://www.theguardian.com/technology/2019/nov/13/hologram-like-device-animates-objects-using-ultrasound-waves

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Wix.com กับแนวคิดการสร้างเว๊บให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

Wix.com Ltd พัฒนาโดย บริษัท Wix ซึ่งตั้งอยู่ในอิสราเอล โดยพื้นฐานแล้ว Wix เป็นแพลตฟอร์มการพัฒนาและปรับปรุงเว๊บไซต์ที่อยู่บนระบบคลาวด์ แน่นอนว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างเว็บไซต์บนมือถือหรือเว็บไซต์ HTML5 โดยใช้เครื่องมือง่าย ๆ เพียงแค่ลากและวาง ก็สามารถเป็นเจ้าของเว๊บไซต์ได้อย่างง่ายดาย 

โดยผู้ใช้สามารถเพิ่มปลั๊กอินต่างๆ ที่มีอยู่ในแพลตฟอร์ม ที่อำนวยความสะดวกในการสร้างเว๊บไซต์อีคอมเมิร์ซ ทำตลาดออนไลน์ สร้างแบบฟอร์มการติดต่อ การตลาดผ่านอีเมล หรือแม้กระทั่งการสร้างฟอรั่มสำหรับเว็บไซต์ของพวกเขาได้แบบง่าย ๆ  

โดยบริษัท มีโมเดลในการหารายได้ในรูปแบบ freemium โดยมีรายได้สำคัญมาจากการสมัครสมาชิกระดับพรีเมียมที่ดำเนินการโดยบุคคลทั่ว ๆ ไปที่ต้องการสร้างเว๊บไซต์นั่นเอง

บริษัท เติบโตอย่างมากนับตั้งแต่ก่อตั้งและขณะนี้มีสำนักงานอยู่ทั่วโลกรวมถึงสำนักงานในแคนาดา เยอรมนี อินเดีย ลิทัวเนีย สหรัฐอเมริกาและแม้แต่กระทั่งในยูเครน

เรื่องราวของ Wix นั้นมันเริ่มมาจากชายหนุ่มชาวอิสราเองที่มีนามว่า Avishai Abrahami ผู้ที่เคยทำหน้าที่ในกองกำลังป้องกันอิสราเอลในหน่วยข่าวกรองคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ปี 1990 ถึง 1992 ก่อนที่เขาจะออกจากกองทัพในปี 1993

Abrahami ได้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ซอฟต์แวร์ชื่อ ALT Ltd และทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีจนกระทั่งขายบริษัทออกไปในปี 1997 ต่อมาในปี 1998 เขาได้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาซอฟต์แวร์การจัดการศูนย์ข้อมูล ที่มีชื่อว่า Sphera Corporation และดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีเป็นเวลาสองปี จากนั้นเขาย้ายไปดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายการตลาดอีกสามปี 

Avishai Abrahami, Nadav Abrahami (น้องชายของ Avishai) และ Giora Kaplan ได้ก่อตั้ง Wix ในปี 2006 พวกเขาได้เปิดสำนักงานแห่งแรกในเทลอาวีฟโดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ผู้ร่วมลงทุนทุนเช่น Insight Venture Partners, Mangest Capital Partners, Bessemer Venture Partners . ผลิตภัณฑ์แรกของพวกเขาเปิดตัวในปี 2007 ซึ่งในต้นแบบแรกของ Wix นั้นใช้งานผ่านเทคโนโลยี Adobe Flash ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีเว๊บแบบดังกล่าว แทบจะสูญหายไปจากตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Avishai Abrahami  ผู้ก่อตั้ง Wix
Avishai Abrahami ผู้ก่อตั้ง Wix

เนื่องจากการมีฟังก์ชั่นที่มากมาย และใช้งานง่าย และมีตัวเลือกสำหรับการสร้างเว๊บไซต์จำนวนมากทำให้ผลิตภัณฑ์เติบโตอย่างรวดเร็ว และในปี 2010 บริษัท มีผู้ใช้งานสูงถึง 3.5 ล้านคน 

หลังจากการเติบโตอย่างรวดเร็วก็ได้รับการเพิ่มทุนอีกครั้งจากทั้ง Benchmark Capital , Bessemer Venture และ Mangrove Capital ซึ่งได้อัดฉีดเงินทุนสำหรับ Series C จำนวนถึง 10 ล้านดอลลาร์ 

ซึ่งเงินลงทุนดังกล่าวได้ถูกนำไปพัฒนาเพิ่มเติมในส่วนของซอฟต์แวร์และ ในปี 2011 Wix มีปริมาณเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวโดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 8.5 ล้านคน ซึ่งได้นำไปสู่การระดมทุนอีกรอบซึ่งสามารถระดมทุนได้ 40 ล้านดอลลาร์ ทำให้สามารถระดมทุนได้ทั้งหมดสูงถึง 61 ล้านดอลลาร์

ภายในเดือนมิถุนายน 2011 Wix ได้เปิดตัวโมดูลเชื่อมต่อกับ Facebook และด้วยเหตุนี้จึงทำให้พวกเขาเข้าสู่โลกโซเชียลมีเดียอย่างเต็มตัว หลังจากนั้นในปี 2012 ได้เพิ่มเครื่องมือสร้างเว็บไซต์แบบ HTML5 ขึ้นมาใหม่  

Wix ยังเปิดตัวตลาดแอพของตัวเอง เพื่อขายแอพพลิเคชั่นภายใน Ecosystem ของพวกเขาในปี 2012 และเปิดตัวชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถสร้างเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดายขึ้นมา 

ซึ่งการทุ่มเทเงินลงทุนไปกับการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ ทั้งหมดเหล่านี้ ช่วยผลักดันการเติบโตของ บริษัท และในปี 2013 มีผู้ใช้งานและลงทะเบียนเข้าสู่แพลตฟอร์มมากกว่า 34 ล้านคน ซึ่งจากการเติบโตในระดับนี้ในที่สุดพวกเขาก็ได้เปิด IPO ในตลาด NASDAQ ของอเมริกา และสามารถระดมทุนได้อีกมากกว่า 127 ล้านดอลลาร์ 

เหล่าผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร ในวันที่พาบริษัทเข้า IPO ได้สำเร็จ
เหล่าผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร ในวันที่พาบริษัทเข้า IPO ได้สำเร็จ

ในปี 2014 Wix ได้เริ่มเข้าซื้อกิจการใหม่ ๆ เพื่อมาเสริมสร้างความแข็งแกร่งโดยเข้าซื้อกิจการบริษัท Startup อย่าง Appixia  ในอิสราเอลที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นด้าน Mobile Commerce หลังจากนั้นก็เข้าซื้อกิจการร้านอาหารออนไลน์ OpenRest

การควบรวมกิจการนี้ปูทางให้พวกเขาเข้าสู่ธุรกิจการจองโรงแรม โดย Wix ได้เปิดตัว ระบบการจองห้องพักสำหรับโรงแรม ในเดือนสิงหาคมปี 2014 และได้เพิ่มบริการด้านร้านอาหารอย่าง Wix Restaurant ในปี 2016

Wix ได้เข้าซื้อ Moment.me ในปี 2015 ซึ่งเป็นผู้สร้างเว็บไซต์ที่เน้นตลาดของโซเชียลมีเดีย บริษัท ได้ขยายธุรกิจให้กว้างขึ้น โดยทำการปล่อย Wix Music ในปี 2015 เพื่อช่วยนักดนตรีอิสระในการขายผลงานของพวกเขา หลังจากนั้นได้เข้าซื้อกิจการ DeviantArt ในปี 2016 ด้วยมูลค่ากว่า 36 ล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทเริ่มมีการกระจายการลงทุนหลายไปยังหลาย ๆ ธุรกิจ

Wix มีชื่อเสียงในด้านกลยุทธ์ทางการตลาดด้วยการสร้างโฆษณา SuperBowl ที่โด่งดังหลายครั้ง โดยมีการร่วมมือกับ DreamWorks Animation ซึ่งพวกเขาได้สร้างชุดโฆษณาที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก และมีผู้ชมกว่า 300 ล้านคน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมด

Wix กับผลงานใน Super bowl Ads ในปี 2017
Wix กับผลงานใน Super bowl Ads ในปี 2017

Wix มีมูลค่ามากกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์และเป็น บริษัท อิสราเอลแห่งแรกที่มีมูลค่าสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์  ต้องบอกว่า Wix.com นั้นถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีผู้ใช้งานหลายล้านคนทั่วโลก

ผู้ก่อตั้งอย่าง Abrahami ต้องบอกว่าเขาเป็นชายชาติทหารที่แท้จริง แม้จะเจอมรสุมหลายครั้ง เกิดเขาก็สามารถเอาตัวรอดได้จากทักษะ ความสามารถ ประสบการณ์และความทุ่มเทของเขาที่ได้ทุ่มเทให้กับ Wix  และสุดท้ายมันตอบแทนเขาด้วยจำนวนผู้ใช้ 42 ล้านคนในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ที่ต่างหลงรัก Wix.com อย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบันนั่นเองครับ

References : https://www.tubefilter.com/2018/02/02/rhett-and-link-wix-super-bowl-ad/ https://support.wix.com/en/article/the-history-of-wix https://www.cnbc.com/2017/10/16/wix-coms-100-million-marketing-budget-and-its-in-house-ad-team.html https://en.wikipedia.org/wiki/Wix.com

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Waze จาก Startup อิสราเอล สู่บริษัทหมื่นล้านภายใต้อ้อมอกของ Google

แม้ว่าในอดีตแผนที่ในรูปแบบที่เป็นกระดาษจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทันสมัยที่สุดในยุคหนึ่ง และช่วยให้ผู้คนเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ ๆ ได้อย่างง่ายดายขึ้น ซึ่งในอดีตนั้นแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากที่จะอ่านแผนที่เหล่านี้ในขณะที่เรากำลังขับรถอยู่ 

แต่เนื่องจากเทคโนโลยีได้นำทุกอย่างมาไว้บนมือถือ ตอนนี้ผู้คนสามารถค้นหาวิธีการไปยังสถานที่ใหม่ ๆ ได้อย่างง่ายดายโดยใช้ระบบ GPS และผ่านแผนที่ดิจิตอลทำให้ Google Map เป็นหนึ่งในแอปโปรดของทุกคน แต่มีแอปแผนที่หนึ่งที่มีนามว่า Waze ซึ่งมาจากอิสราเอลซึ่งสามารถดึงดูด Google และทำให้ยักษ์ใหญ่จากซิลิกอน วัลเลย์ ต้องยอมซื้อเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังแอปดังกล่าวนี้

Ehud Shabtai เป็นผู้ก่อตั้ง Waze ซึ่งเกิดและเติบโตในอิสราเอล เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟตามด้วยปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน

Shabtai ก่อตั้ง Waze เมื่อเขาประสบปัญหาในการค้นหาเส้นทางที่ถูกต้อง เพื่อเข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่ต้องเสียเวลามากมายเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปิดถนน อุตบัติเหตุ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้การเดินทางของเขาล่าช้า แม้ว่าตอนแรก หนึ่งในเพื่อนของเขาได้ทำการมอบ GPS ให้เขา แม้ว่า GPS นั้นดีสำหรับการค้นหาทิศทาง แต่ก็ไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจราจรบนถนนได้

ในฐานะวิศวกรซอฟต์แวร์เขาตัดสินใจที่จะพัฒนาแอปพลิเคชั่นใหม่ที่จะช่วยให้ผู้คนค้นหาเส้นทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ และข้อมูลเกี่ยวกับการจราจรหรือการภาวะแออัดบนถนนเนื่องจากเหตุผลใด ๆ ได้อย่างง่ายขึ้น 

Ehud Shabtai ผู้คิดค้นไอเดียแรกของ Waze
Ehud Shabtai ผู้คิดค้นไอเดียแรกของ Waze

ในที่สุดในปี 2006 เขาพัฒนาและเปิดตัวแอปแผนที่ใหม่ชื่อ FreeMap Israel แอพนี้รวมฐานข้อมูลสำหรับแผนที่ในอิสราเอลและรวบรวมข้อมูลของกล้องตรวจจับความเร็ว แอปพลิเคชั่นนี้ใช้แผนที่จาก Mapa Ltd. แต่ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของแอพนี้ ทำให้ตัว Shabtai นั้นถูกร้องเรียนเรื่องการใช้ลิขสิทธิ์จาก Mapa Ltd.

ในเวลาเดียวกัน Mapa Ltd ก็ได้เสนอเข้าซื้อเทคโนโลยีของ Shabtai แต่เขาปฏิเสธข้อเสนอและลบข้อมูลจาก Mapa Map ทั้งหมดออกจากแพลตฟอร์มของเขาโดยทันที 

ในปี 2008 เขาได้ร่วมกับ Uri Levine และ Amir Shinar เพื่อพัฒนาแอปที่มุ่งสู่เชิงพานิชย์มากขึ้น หลังจากเห็นโอกาสครั้งสำคัญที่ app อย่าง FreeMap Israel ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

โดย Shabtai ได้เปิดตัวแอพ ใหม่ที่ใช้ชื่อว่า  Waze ที่จะรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้ที่แตกต่างกันเช่นเส้นทางไปยังสถานที่ใหม่ ๆ ซึ่งจะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลของแอป และจะช่วยผู้อื่นในการเดินทางของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งแอปได้สร้างกลยุทธ์ใหม่ของการสร้างรายได้ โดยผู้คนทั่วไปนั้นจะมีส่วนร่วมในการสร้างรายได้ผ่านแอปดังกล่าว

ซึ่งแน่นอนว่าสาเหตุที่ทำให้ Waze นั้นเติบโตอย่างรวดรเ็ว คือ มันเป็นการสร้างความสนุกให้กับผู้คนในการสร้างเส้นทางและรับคะแนน และที่สำคัญผู้ที่ใช้ทางใหม่ ๆ จะทำการสร้างเส้นทางใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยเหลือผู้คนในภายหลังได้อย่างแท้จริง

Waze สนับสนุนให้ผู้คนใช้เส้นทางที่พวกเขากำลังเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางครั้งที่ 10 หรือครั้งแรกก็ตาม ซึ่งข้อมูลของพวกเขาเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลของตนเพื่อให้ผู้ใช้รายอื่นสามารถติดตามเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดในการไปยังปลายทางเดียวกันได้ 

เก็บข้อมูลเรื่องการจราจรรวมถึงอุปสรรคต่าง ๆ ในการเดินทางซึ่งไม่มีแอปไหนเคยทำมาก่อน
เก็บข้อมูลเรื่องการจราจรรวมถึงอุปสรรคต่าง ๆ ในการเดินทางซึ่งไม่มีแอปไหนเคยทำมาก่อน

ผู้ใช้จะได้รับคะแนนจากการสร้างเส้นทางบนแอป รวมถึงมีการสร้างอาสาสมัครกว่า 1,500 คน เพื่อช่วยในการทำแผนที่พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของอิสราเอลและแน่นอนว่า Amir Shinar เป็นหนึ่งในอาสาสมัครเหล่านั้น  ซึ่งในปี 2009 Shabtai ได้เปลี่ยนชื่อ บริษัท เป็น Waze Mobile Ltd. ในที่สุด

ในรอบของการระดมทุนในปี 2010 บริษัท ระดมทุนได้ถึง 25 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยการระดมทุนอีก 30 ล้านดอลลาร์ในปีถัดไป ในปีเดียวกันนั้น Waze ได้รับการอัพเกรดด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้ผู้คนรายงานเหตุการณ์ในท้องถนน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นได้

หลังจากสร้างความแข็งแกร่งได้ในอิสราเอล บริษัทได้เริ่มขยายตลาด โดยได้เปิดสำนักงานแห่งใหม่ในแคลิฟอร์เนีย โดยมีพนักงานเริ่มต้นที่แคลิฟอร์เนียเพียง 10 คน เพียงเท่านั้นในช่วงเริ่มต้น แต่บริการของพวกเขาก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากชาวอเมริกา

Waze ยังได้รับการโปรโมตแบบฟรี ๆ อย่างเหลือเชื่อ เมื่อถนนหมายเลข 405 ในรัฐแคลิฟอร์เนียต้องปิดตัวลงเนื่องจากปัญหาเรื่องการจราจร จากนั้นรายการทีวีท้องถิ่นได้เชิญทีม Waze เพื่อมาช่วยให้ผู้ขับขี่ได้เจอเส้นทางใหม่ ๆ ในการไปถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งนี่ถือเป็นการโปรโมตแบบฟรี ๆ ที่ Waze แทบจะไม่ต้องเสียตังค์ในการโฆษณาเลยด้วยซ้ำ 

บริษัท ยังได้สร้างเว็บอินเตอร์เฟสสำหรับสถานีข่าวทีวีและอีกกว่า 25 สถานีโทรทัศน์ในสหรัฐอเมริกาเพียงใช้อินเทอร์เฟซเดียวกันเพื่อออกอากาศข้อมูลการจราจรสดทางทีวี ในปี 2013 ในปีเดียวกันนั้นแอป Waze ได้รับ รางวัล Mobile App ยอดเยี่ยมจากสมาคม GSM

แม้ว่า บริษัท จะปฏิเสธที่จะขายเทคโนโลยีให้กับ Mapa Ltd ในปี 2006 แต่สุดท้าย Shabtai ก็ได้ตกลงขายกิจการให้กับยักษ์ใหญ่ทางด้าน Search Engine อย่าง Google ในราคา 966 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายนปี 2013

ถูก Google ซื้อกิจการและรวมเป็นหนึ่งใน Features ของ Google Map
ถูก Google ซื้อกิจการและรวมเป็นหนึ่งใน Features ของ Google Map

ซึ่งในเวลานั้น Waze มีพนักงาน 100 คนเพียงเท่านั้น และตั้งแต่นั้นมา Google ได้เพิ่มฟีเจอร์ของ Waze ลงในแผนที่ของ Google Map 

ในปี 2017 ด้วยการร่วมมือกับ Spotify ทำให้ Waze เสนอตัวเลือกในการเล่นเพลง บน Spotify และในทำนองเดียวกันผู้ใช้สามารถค้นหาเส้นทางผ่าน Waze บน Spotify ได้โดยตรง 

ในปี 2018 บริษัท ได้เปิดตัวเทคโนโลยีสำหรับการใช้งานใน Apple CarPlay ซึ่ง Waze อัพเดทแพลตฟอร์มบน iOS ให้สามารถใช้งานด้วย Siri Shortcuts ได้ในปี 2019

โดยทั้ง Pandora, Deezer, iHeart Radio, NPR One, Scribd, Stitcher และ TuneIn ได้เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ที่สำคัญของ Waze สำหรับส่วนของ Audio Player ซึ่งด้วยการที่ Waze ได้ควบรวมกับ Google ทำให้ Waze มีการผสานรวมกับ Google Assistant รวมถึงการรวม YouTube Music ไว้บนแพลตฟอร์มของพวกเขาด้วยนั่นเอง

วันนี้เทคโนโลยีของ Waze นั้นได้ถูกใช้ในการรายงานและติดตามการจราจรเหตุการณ์อื่น ๆ ทั่วทุกมุมโลก เช่น ถนนที่เสียหาย การปิดกั้นถนน กิจกรรมต่าง ๆ บนท้องถนน ฯลฯ ซึ่งแอพเปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วสามารถแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ ในแอปได้โดยเพียงแค่ลงทะเบียนเข้ามาใช้งานง่าย ๆ เพียงเท่านั้น ก็จะสามารถสร้างเส้นทางใหม่ ๆ ในแอป ได้แล้ว 

ต้องเรียกได้ว่าความสำเร็จของ Waze ถือว่าเป็นการเดินทางที่ไกลมาก ๆ จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ อิสราเอลจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนใช้งานบนท้องถนนทั่วโลกกว่า 130 ล้านคนในทุก ๆ เดือน อย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบันนั่นเองครับ

References : https://knowtechie.com/google-maps-iphone-widget/ https://www.cmswire.com/cms/customer-experience/how-waze-grew-from-startup-to-billion-dollar-google-acquisition-demo2013-022835.php http://www.israel1.org/waze-a-brilliant-israeli-invention/ https://en.wikipedia.org/wiki/Waze

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol