MUSA หุ่นยนต์ผ่าตัดระดับ Super Micro ที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้

ลองจินตนาการการผ่าตัดของแพทย์ ที่พยายามขยับมือในระดับความห่างแค่เพียงมิลลิเมตรมันเป็นสิ่งที่ทำได้ยากจริง ๆ หากต้องทำโดยใช้แพทย์ที่เป็นมนุษย์

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเรื่องราวของหุ่นยนต์ MUSA มันถึงไม่ธรรมดาที่หุ่นยนต์ผ่าตัดจากเนเธอแลนด์ตัวใหม่ ที่เพิ่งจะเข้าผ่าตัดด้วยกล้องจุลทรรศน์กำลังประสบความสำเร็จในมนุษย์จริง ๆ

ตามเอกสารที่ตีพิมพ์เมื่อวันอังคารในวารสารทางการแพทย์ Nature Communications แพทย์ทำการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ระดับ Super Micro เป็นครั้งแรกโดยใช้อุปกรณ์หุ่นยนต์ผ่าตัดรูปแบบเฉพาะ 

โดย MUSA ผลิตโดย บริษัท Microsure ของเนเธอแลนด์ โดย MUSA’s จะถูกดำเนินการผ่านแพทย์โดยใช้จอยสติ๊กแบบคีมที่ติดตั้งบนโต๊ะผ่าตัดและคันเหยียบสำหรับบังคับการเคลื่อนไหว

สิ่งที่ทำให้ MUSA แตกต่างจากอุปกรณ์ผ่าตัดที่ใช้หุ่นยนต์ช่วยอื่น ๆ เช่น หุ่นยนต์ DaVinci ที่ใช้กันมาอย่างยาวนานแล้ว เพราะมันเป็นหุ่นยนต์ผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด นั่นคือมันสามารถเข้าไปในที่ DaVinci ไม่สามารถทำได้: เป้าหมายการผ่าตัดในระดับมิลลิเมตรที่ MUSA สามารถเข้าถึงได้ :

MUSA ช่วยแพทย์ผ่าตัดผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านม lymphedema ซึ่งแต่เดิมนั้นอัตราการรอดชีวิตจากมะเร็งเต้านมมีเพียงแค่หนึ่งในสาม ในสองปีหลังจากการผ่าตัดมะเร็งเต้านมครั้งแรก

การศึกษายืนยันประสิทธิภาพของหุ่นยนต์แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดระดับ Super Micro ของ MUSA ได้ช่วยปรับปรุงผลลัพธ์ที่เหนือกว่าหุ่นยนต์ผ่าตัดแบบอื่น ๆ ที่เคยมีมา ซึ่งทำให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น

ตอนนี้ยังไม่มีราคาที่แน่นอนสำหรับหุ่นยนต์ผ่าตัดตัวใหม่นี้ และระบบที่ใกล้เคียงที่สุดกับ MUSA คือ DaVinci ที่มีราคาสูงถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งก็อย่าคาดหวังที่จะเห็นมันในโรงพยาบาลทั่วไป เพราะเป็นการลงทุนที่สูงมาก ๆ

แต่สิ่งที่เราคาดหวังว่าจะได้เห็นในไม่ช้า คือ ข่าวเรื่องการทดลองการใช้ MUSA มากขึ้น และการพัฒนาเทคโนโลยีชนิดที่จะช่วยให้สามารถนำไปใช้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้นในอนาคต หุ่นยนต์ DaVinci ปรากฏตัวขึ้นในปี 2000 และเพียงยี่สิบปีต่อมา เทคโนโลยีรวมถึงเซ็นเซอร์ใหม่ ๆ กำลังทำให้หุ่นยนต์เหล่านี้ ผ่าตัดในพื้นที่ขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ ในระดับต่ำกว่ามิลลิเมตร 

และต้องบอกว่า MUSA นั้นเป็นมากกว่าการปฏิวัติการผ่าตัด มันทำให้เราเห็นว่าหุ่นยนต์กำลังจะเข้ามาท้าทายอาชีพหลัก ๆ ของมนุษย์เราเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้กระทั่งอาชีพหมอผ่าตัด

แม้ตอนนี้มันจะเป็นเพียงแค่ตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมของศัลยแพทย์ก็ตามที แต่อย่าลืมว่า ด้วยเทคโนโลยีอย่าง AI , Machine Learning ผสานกับ อุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่มีความละเอียดสูงต่าง ๆ ที่กำลังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบันนั้น อีกไม่นาน เราอาจจะต้องยอมรับให้หุ่นยนต์ทั้งตัวเป็นผู้ผ่าตัดมนุษย์จริง ๆ ด้วยตัวมันเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งแพทย์ต่อไปอีกเลย ก็เป็นได้ครับผม

References : https://futurism.com/neoscope/musa-robot-surgery-supermicrosurgery-success

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Xenobots กับหุ่นยนต์มีชีวิตตัวแรกที่มาจากเซลล์ต้นกำเนิดของกบ

ทีมนักวิจัยได้สร้างสิ่งที่พวกเขาอ้างว่าเป็นหุ่นยนต์ตัวแรกที่มีชีวิต พวกเขาได้กล่าวว่า “ xenobots” สามารถเคลื่อนที่เพื่อย้ายหรือหยิบวัตถุและมีความสามารถในการรักษาตัวเองหลังจากถูกที่มันถูกตัดออกได้

ทีมงานหวังว่าหุ่นยนต์ชีวภาพเหล่านี้ ในวันหนึ่งอาจถูกนำมาใช้ในการทำความสะอาด microplastics ในมหาสมุทร หรือ แม้กระทั่งการตรวจสอบยาเสพติดภายในร่างกายมนุษย์,  theguardian.com รายงาน

ในการสร้างหุ่นยนต์ทีมนักวิจัย ใช้เซลล์จากตัวอ่อนกบมาประกอบเข้าด้วยกันให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋ว

“เรื่องเหล่านี้ดูเหมือนเป็นเรื่องในนวนิยายวิทยาศาสตร์” นักวิจัยร่วม Joshua Bongard ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ที่มหาวิทยาลัยเวอร์มอนต์กล่าวในการแถลง “พวกมันไม่ใช่หุ่นยนต์แบบดั้งเดิม หรือเป็นสัตว์ที่เรารู้จัก มันเป็นความก้าวหน้าครั้งใหม่ของสิ่งประดิษฐ์: สิ่งมีชีวิตที่สามารถตั้งโปรแกรมได้”

Xenobots ที่เป็นทั้งหุ่นยนต์ และ สัตว์
Xenobots ที่เป็นทั้งหุ่นยนต์ และ สัตว์

หุ่นยนต์ที่มีความยาวเพียงไม่กี่มิลลิเมตรนั้น ได้รับการออกแบบโดยซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ “ evolutionary algorithm ” ในการออกแบบชิ้นส่วน 3D หลายพันชิ้น เพื่อสร้างรูปแบบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต จากนั้นนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการออกแบบให้มันสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าหรือทำภารกิจพื้นฐานบางอย่างได้

ซึ่งหุ่นยนต์ตัวจิ๋วเหล่านี้มีพลังในการสร้างเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจที่สามารถขยายและหดตัวได้เอง

และพวกมันก็ถือว่าเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ อย่างหนึ่ง ในการทดสอบที่ระบุไว้ในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings ของ National Academy of Sciences ในตอนนี้ หุ่นยนต์จิ๋วบางตัว สามารถที่จะดันเม็ดเล็ก ๆ ให้ไปอยู่ในตำแหน่งตรงกลางของจาน ในขณะที่หุ่นยนต์ตัวอื่น ๆ กำลังถือวัตถุอยู่รอบ ๆ

หุ่นยนต์ชีวภาพมีข้อได้เปรียบหุ่นยนต์แบบดั้งเดิมที่เป็นโลหะจริง ๆ ที่มีขนาดใหญ่อย่างที่เราเห็นได้ทั่วไป เพราะพวกมันไม่ทิ้งร่องรอยไว้หลังปฏิบัติภารกิจ

“เนื่องจากหุ่นยนต์ตัวจิ๋วเหล่านี้สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพอย่างสมบูรณ์” Bongard กล่าวในแถลงการณ์ “ ในอนาคตเมื่อพวกมันปฏิบัติภารกิจสำเร็จ ภายในเจ็ดวันพวกมันก็จะกลายเป็นแค่เซลล์ที่ตายแล้วผ่านการย่อยสลายที่สมบูรณ์”

“หุ่นยนต์เหล่านี้มีขนาดเล็กมาก แต่แผนต่อไปก็คือการทำให้พวกมันมีขนาดใหญ่ขึ้น” นักวิจัยร่วม Michael Levin ผู้อำนวยการ Allen Discovery Center ของ Tufts University บอกกับ theguardian.com พวกมันอาจถูกสร้างขึ้นพร้อมกับเซลล์อื่น ๆ รวมถึงหลอดเลือดหรือเซลล์ประสาทเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับรู้ ในอนาคต

ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เขียน

ต้องบอกว่าเป็นความก้าวหน้าที่น่าสนใจในวงการหุ่นยนต์เลยทีเดียวสำหรับ แนวคิดหุ่นยนต์ชีวภาพที่กำเนิดจาก เซลล์ต้นกำเนิดสิ่งมีชีวิตอย่างกบ

แน่นอนว่าเราได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้ในหนัง Hollywood มามากมาย ในเรื่องของหุ่นยนต์ชีวภาพ แต่ตอนนี้ สิ่งที่เราเห็นในหนัง มันอาจจะเกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง แม้ตอนนี้จะดูเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่ก็เราก็ได้เห็นถึงความเป็นไปได้ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นจริง

ซึงแน่นอนว่า ในอนาคต ก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะเห็น สิ่งมีชีวิตที่ครึ่งหนึ่งเป็นมนุษย์อีกครึ่งหนึ่งเป็นเครื่องจักรกล เหมือนที่เราเห็นในหนังดังจาก Hollywood เหมือนที่หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างมันเกิดขึ้นแล้วทั้งที่ในอดีต เราไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้นั่นเองครับ

References : https://www.theguardian.com/science/2020/jan/13/scientists-use-stem-cells-from-frogs-to-build-first-living-robots https://www.advancedsciencenews.com/team-builds-first-living-robots/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Geek Monday EP27 : วิธีที่น่าอัศจรรย์ที่ Samsung ใช้กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาสร้างกลยุทธ์ในธุรกิจ

Samsung ได้ถูกกล่าวขานว่าเป็นคู่แข่งด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระดับโลก โดยจากกิจกรรมต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมไปจนถึงการตั้งเป้าหมายกับ AI ในระดับแนวหน้าไปจนถึงการอัปเดตผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ปัญญาประดิษฐ์

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ดูเหมือนว่า Samsung จะเต็มไปด้วยพร้อม ในการเตรียมการสำหรับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่กำลังใกล้เข้ามา

ด้วยชื่อเสียงและความสำเร็จกับ Android และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และบทเรียนก่อนหน้านี้กับ AI และกลยุทธ์ที่แน่วแน่ที่มีต่อการเติบโตและความเป็นเลิศของ AI ในอนาคตของ Samsung จะช่วยปิดช่องโหว่ของตัวเองและสร้างความได้เปรียบคู่แข่งในการแข่งขันของธรุกิจของพวกเขาได้ในอนาคต นั่นเองครับ

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/2K4DXGs

ฟังผ่าน Apple Podcast :   https://apple.co/2Q4ARpq

ฟังผ่าน Google Podcast : http://bit.ly/2qC3csE

ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/34LBkB5

ฟังผ่าน Youtube :   https://youtu.be/6ql5rAjbD8E

References : http://www.businesskorea.co.kr/news/articleView.html?idxno=20610 https://www.lifewire.com/history-of-samsung-818809 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B5_%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%8A%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%A5

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Promobot กับหุ่นยนต์มนุษย์โคลนนิ่งสุดล้ำจากรัสเซีย

Promobot บริษัท Startup จากรัสเซีย ที่ตอนนี้ได้ทำการขายหุ่นยนต์แบบอัตโนมัติรุ่นใหม่ ที่ผู้ซื้อสามารถเลือกที่จะทำให้หุ่นยนต์ให้ดูเหมือนคน ๆ ใดบนโลกก็ได้

“ ตอนนี้ทุกคนจะสามารถสั่งหุ่นยนต์ได้ไม่ว่าจะเป็นสำหรับองค์กรธุรกิจหรือเพื่อใช้ส่วนตัว” Aleksei Iuzhakov ประธานคณะกรรมการ Promobot กล่าวในงานแถลงข่าว “
ลองนึกภาพจำลองของ Michael Jordan ที่กำลังขายชุดกีฬาบาสเก็ตบอลให้กับคุณ และ William Shakespeare ที่กำลังอ่านตำราของตัวเองในพิพิธภัณฑ์ ให้ผู้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ได้ฟังกันดูสิ”

Promobot ใน model Robo-C แม้มันจะไม่สามารถเดินได้เหมือนมนุษย์ปรกติ แต่ลำคอและลำตัวแต่ สามารถปรับได้สามระดับในการเคลื่อนไหวตามที่เว็บไซต์ของ Promobot ได้รายงานออกมา

โดยใบหน้าของเจ้าหุ่นยนต์มันจะมีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวได้ 18 ชิ้นซึ่งทำให้หุ่นยนต์สามารถสร้างการแสดงออกได้ 600 รูปแบบที่แตกต่างกัน และมีโมดูลเสียงที่ใช้เทคโนโลยี AI ที่สาสามารถสร้างชุดคำพูดได้ 100,000 คำ

“ช่วงเวลาที่สำคัญในการพัฒนา ของ Robo-C เป็นการแปลงของบุคลิกภาพและการสร้างลักษณะของแต่ละบุคคลที่” ผู้ร่วมก่อตั้ง Oleg Kivokurtsev ของ Promobot กล่าวกับ CNBC “เป็นผลให้เกิดหุ่นยนต์โคลนนิ่งแบบดิจิตอลที่เป็นอมตะตลอดกาล ที่สามารถนำเสนอให้กับลูกค้าของเราได้”

Promobot บอกกับ CNBC ว่าตอนนี้มีการสั่งซื้อ Robo-Cs เข้ามาแล้ว และตอนนี้บริษัทได้เริ่มสร้างหุ่นยนต์โคลนนิ่งจำนวน 4 ตัวให้กับลูกค้า

หนึ่งในหุ่นยนต์จะถูกส่งไปประจำการในศูนย์บริการของรัฐ ซึ่งจะทำหน้าที่หลายอย่างรวมถึงการสแกนหนังสือเดินทาง โดยหุ่นอีกตัวหนึ่งจะเป็นการโคลนนิ่งของ Albert Einstein สำหรับแสดงในงานนิทรรศการหุ่นยนต์

ส่วนอีกสองตัวสุดท้าย ตามรายงานของ CNBC จะเป็นโคลนนิ่งหุ่นยนต์ของพ่อและแม่ในครอบครัวของลูกค้าชาวตะวันออกกลาง ซึ่งต้องการหุ่นยนต์ เพื่อจุดประสงค์ที่แปลกประหลาด ที่เขาต้องการหุ่นยนต์พ่อแม่ของเขาในการช่วยอวยพรแขกในงานต่าง ๆ เพื่อลดภาระงานของพ่อแม่ที่เป็นมนุษย์จริง ๆ ของเขานั่นเอง

References : https://www.cnbc.com/2019/10/31/human-like-androids-have-entered-the-workplace-and-may-take-your-job.html

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

หุ่นยนต์ยุคใหม่กับการก้าวข้ามการทดสอบของ Alan Turing

ในปี 1950 Alan Turing นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ยุคแรกได้ทำการเสนอการทดสอบเพื่อพิจารณาว่าปัญญาประดิษฐ์นั้น“ ฉลาด” อย่างแท้จริงหรือไม่ด้วยวิธีการ ” Turing Test

แนวคิดก็คือการประเมินจากการสนทนาสั้น ๆ สองครั้ง ผ่านคอมพิวเตอร์ โดยเป็นหนึ่งครั้งกับ AI และอีกหนึ่งครั้งกับมนุษย์ ผู้ประเมินจะต้องเดาว่าผู้เข้าร่วมคนใดเป็นมนุษย์หรือ AI ความคิดที่ว่าเครื่องจักรที่ฉลาดจริง ๆ นั้น จะไม่สามารถแยกออกจากมนุษย์ได้

AI ได้ผ่านการทดสอบ ” Turing Test ” ครั้งแรกในปี 2014 ที่ทำให้ต้องยอมรับตามจริงว่า AI นั้นฉลาดเกินมนุษย์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ทีมนักวิจัยจาก Staffordshire University ได้ดำเนินการต่ออีกหนึ่งขั้นโดยการสร้างวิธีการทดสอบว่าเครื่องจักรเหล่านี้สามารถทำหน้าที่เหมือนมนุษย์ได้หรือไม่

พวกเขาเรียกมันว่า “Multimodal Turing Test” หรือ “การทดสอบทัวริงในหลายรูปแบบ” และพวกเขาหวังว่าสักวันหนึ่งจะช่วยตอบใหญ่ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบันที่ว่า: “เราจะสร้างหุ่นยนต์ที่ไม่สามารถแยกแยะได้จากมนุษย์หรือไม่?”

ซึ่งการที่ AI จะผ่านการทดสอบใหม่นี้ มนุษย์และหุ่นยนต์ จะต้องสามารถที่จะทำสี่สิ่งที่นักวิจัยได้เพิ่มวิธีการเข้ามา รายละเอียดดูได้จาก theconversation.com

ซึ่งก่อนอื่นเลย มันต้องดูเหมือนมนุษย์ในขณะที่มันไม่เคลื่อนไหว จากนั้นจะต้องเคลื่อนไหวในลักษณะที่ดูเป็นธรรมชาติ เมื่อทำการพูด มันจะต้องเลียนแบบการพูดของมนุษย์และในที่สุดมันจะต้องสามารถแสดงอารมณ์ที่สมจริงเพื่อตอบสนองต่อโลกได้เหมือนมนุษย์ทั่วไป

“ วันนี้เรามีเครื่องมือในการพัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์ด้วยรูปลักษณ์ที่เหมือนจริงมากขึ้นการเคลื่อนไหวการพูดและ [ปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นตัวเป็นตน]” นักวิจัย Carl Strathearn  กล่าว “ แต่ทัวริงทัสเทสต์แบบใหม่ของเราจะช่วยให้วิศวกรสามารถประเมินและปรับปรุงงานของพวกเขาได้ในอนาคตนั่นเอง”

References : https://theconversation.com/our-turing-test-for-androids-will-judge-how-lifelike-humanoid-robots-can-be-120696

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol