มีแต่ทรงกับทรุด หุ้นเทสลา ถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง

ในวันที่ 20 พฤษภาคมเวลา 13:55 น. ตามเวลาของสหรัฐอเมริกา หุ้นเทสลา ( TSLA ) ซื้อขายที่  204.74 ดอลลาร์ ลดลง 3.0% จากราคาปิดเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม หุ้นเทสลานั้นดิ่งลงทุกโดยต่ำสุดที่  195.25 ดอลลาร์ เมื่อเช้านี้ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดที่น่าตกใจตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2559

ความสูญเสียของเทสลาเกิดขึ้นหลังจากนักวิเคราะห์ของ Wedbush Securities ปรับลดราคาเป้าหมายลงอย่างมากจากระดับ 275 ดอลลาร์ ลงมาที่ 230 ดอลลาร์   ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับศักยภาพของยอดขาย Model 3 ที่ลดลงในตลาดสหรัฐ

ปัจจัยลบที่สำคัญอื่น ๆ

สัปดาห์ที่ผ่านมาเนื้อหาในอีเมลที่ถูกส่งไปยังพนักงานเทสลาของซีอีโอ Elon Musk กล่าวว่าเทสลาที่จำเป็นในการ“ตรวจสอบค่าใช้จ่ายทุกรายละเอียด Tesla ไม่ว่าจะรายจ่ายขนาดหใหญ่ หรือ ขนาดเล็กก็ตาม” Musk เรียกมาตรการลดต้นทุนเหล่านี้ว่า “เป็นหนทางเดียวที่เทสลาจะมีความยั่งยืนทางการเงินและประสบความสำเร็จในอนาคตได้”

ผู้ผลิตรถยนต์เกือบทุกรายพยายามลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นเพื่อปรับปรุงผลกำไร อย่างไรก็ตามอีเมลล่าสุดของ Musk ที่ส่งให้กับพนักงานทำให้ เหล่าพนักงานส่วนใหญ่ของ Tesla เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ บริษัท โดยพวกเขาให้ความสนใจกับสภาพทางการเงินที่เลวร้ายลงไปเรื่อย ๆ ของเทสลาในขณะนี้

พนักงานเริ่มสนใจสถานการณ์ทางการเงินของบริษัทมากขึ้นเรื่อย ๆ
พนักงานเริ่มสนใจสถานการณ์ทางการเงินของบริษัทมากขึ้นเรื่อย ๆ

Key support levels ในหุ้น Tesla

บ่ายวันที่ 20 พฤษภาคม หุ้นเทสลาดีดตัวจากระดับต่ำสุดที่ 195.25 ดอลลาร์  แต่มันยังคงถูกซื้อขายในแดนลบ โดยมีระดับแนวรับที่สำคัญอยู่เหนือราคา 181 ดอลลาร์  ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่หุ้นสามารถทดสอบระดับแนวรับนี้ได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

RSI 14 วันของหุ้น Tesla อยู่ในแนวไต่ระดับ 25.8 ซึ่งอยู่ภายใน Zone ราคาที่สามารถขายได้ ในขณะที่ค่า Indicator RSI ที่ดีเกินไปแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการสวิงตีกลับทางเทคนิคในหุ้นเทสลาในอีกไม่กี่วันข้างหน้าได้ แต่ก็สะท้อนถึงความอ่อนแออย่างรุนแรงของแนวโน้มราคาหุ้นในระยะใกล้ถึงปานกลางที่กำลังจะถึงนี้

References : 
https://marketrealist.com/2019/05/key-support-levels-to-watch-as-the-tesla-sell-off-continues/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

ปิดจ๊อบ Huawei สถานีต่อไป DJI

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ (The US Department of Homeland Security – DHS)ได้เตือนถึงอันตรายของเจ้าหน้าที่จีน มีการแจ้งเตือนโดย CNN ในเรื่องข้อควรระวังเกี่ยวกับการใช้งานโดรน ซึ่งส่วนใหญ่ในอเมริกาเหนือขายโดยบริษัท DJI ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเซินเจิ้นโดยสามารถส่งข้อมูลเที่ยวบินที่ละเอียดอ่อนกลับไปยังสำนักงานใหญ่ที่ประเทศจีนซึ่งรัฐบาลสามารถเข้าถึงได้ในภายหลัง

การแจ้งเตือนจาก DHS :

“ รัฐบาลสหรัฐอเมริกามีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีใด ๆ ที่นำข้อมูลอเมริกันเข้าสู่อาณาเขตของรัฐที่มีอำนาจซึ่งอนุญาตให้หน่วยข่าวกรองเข้าถึงการเข้าถึงข้อมูลนั้นได้อย่างอิสระ

ความกังวลเหล่านั้นมีผลบังคับใช้อย่างเท่าเทียมกันกับระบบเครื่องบินที่ไม่มีคนควบคุมของจีนที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อและรวบรวมและถ่ายโอนข้อมูลที่อาจเปิดเผยเกี่ยวกับการดำเนินงานของพวกเขาและบุคคลและหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในประเทศจีน ”

การแจ้งเตือนของ DHS ไม่ได้แสดงถึงคำสั่งทางกฎหมายและไม่มีการกล่าวถึงชื่อ DJI แต่ บริษัทก็เข้าใจถึงสถานการณ์ของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน คำเตือนทำให้เกิดความกังวลโดยทั่วไปในระดับเดียวกับที่หัวเว่ยโดน โดยมีการยืนยันว่า บริษัท จีนมีภาระผูกพันที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐในด้านความปลอดภัย

DHS แสดงความกังวลต่ออุปกรณ์โดรนจาก DJI
DHS แสดงความกังวลต่ออุปกรณ์โดรนจาก DJI

สัปดาห์ที่ผ่านมาประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ออกคำสั่งผู้บริหารที่สามารถทำลายธุรกิจหลักของหัวเว่ยโดยการปิดกั้นการค้ากับบริษั สหรัฐอย่าง Google แม้ว่าซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Ren Zhengfei ได้รับรู้ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับ Huawei

“ ที่ DJI ความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่เราสร้างความปลอดภัยของเทคโนโลยีของเราที่ได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและธุรกิจชั้นนำของสหรัฐอเมริกา” DJI กล่าวในแถลงการณ์ยืนยันว่าผู้บริโภคมีนั้นสามารถจัดการข้อมูลในโดรนได้เต็มรูปแบบ ไม่มีการส่งข้อมูลกลับไปยังประเทศจีนแต่อย่างใด”

” สำหรับรัฐบาลและลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของสหรัฐ ที่ต้องการ การรับรองเพิ่มเติมเรามีโดรนที่ไม่ถ่ายโอนข้อมูลไปยัง DJI หรือ ผ่านทางอินเทอร์เน็ตและลูกค้าของเราสามารถเปิดใช้งานซึ่งข้อควรระวังทั้งหมดที่ DHS แนะนำ ทุกวันเหล่าธุรกิจของอเมริกาและหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐอเมริกาก็ไว้วางใจเจ้าหน้าที่จาก DJI เพื่อช่วยชีวิตและส่งเสริมความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและสนับสนุนการปฏิบัติงานที่สำคัญและเราต้องรับผิดชอบอย่างจริงจัง”

ในปี 2560 DJI ได้เพิ่มโหมดความเป็นส่วนตัวลงในโดรน โดยใช้การรับส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตในขณะที่โดรนกำลังบินอยู่ อย่างไรก็ตามนี่เป็นคำตอบจากบันทึกของกองทัพสหรัฐฯที่ขอให้ทุกหน่วยงานหยุดใช้โดรน DJI เนื่องจากปัญหาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ถูกกล่าวหา

References : 
https://www.theverge.com/2019/5/21/18633744/dhs-alert-china-drones-dji-huawei

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

ฉากสุดท้ายของ Game of Thrones มีผู้ชมสูงสุดตลอดกาล

ตัวเลขจำนวนผู้ชมในช่วงตอนจบของซีรี่ยส์ที่มีแฟน ๆ ติดตามมากที่สุดในโลกอย่าง Game of Thrones ของ HBO และตอนสุดท้ายของซีซั่นที่แปด (ซึ่งเป็นตอนจบจริง ๆ เสียที)

ไม่เพียงทำลายสถิติของการแสดงเท่านั้น แต่ด้วยจำนวนผู้ชม 13.6 ล้านคนที่รับชมแบบสดในช่อง HBO กลายเป็น Episode ที่มีคนดูมากที่สุดนับตั้งแต่มีการก่อตั้ง HBO แบบออนไลน์สตรีมมิ่ง 

ซึ่งตัวเลขเริ่มต้นจากการสตรีมและการรีรัน และจำนวนผู้ชมทั้งหมด นั้นมีมากถึง 19.3 ล้านคนซึ่งเป็นสถิติใหม่สำหรับทั้ง Game of Thrones และรวมถึงสถิติของช่อง HBO เองก็ตาม

ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เมื่อ Game of Thrones  ตอนจบ ใน episodes สุดท้ายนั้น  สามารถแซงหน้าสถิติผู้ชมโดยรวมนับตั้งแต่ Season ที่ 5 มาเลยก็ว่าได้

ทำลายทุกสถิติในตอนสุดท้าย
ทำลายทุกสถิติในตอนสุดท้าย

ข้อมูลจาก The Hollywood Reporter  , Game of Thrones Season สุดท้าย ได้รับการจับตามองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการที่เป็นรายการ Series ที่มีผู้ชมมากที่สุดในการออกอากาศของทีวีในสหรัฐอเมริกาในปีนี้ (โดยใน Season 7 ตอนจบก็ยังคงเป็นอันดับที่สามที่มีคนดูมากที่สุด ) 

และการดูข้อมูลทั้งหมดเพิ่มเติมตลอดสัปดาห์นี้นั้น ทาง HBO กล่าวว่าแต่ละตอนใน Season นี้จะมีผู้ชม 44.2 ล้านคนโดยเฉลี่ย ซึ่งตอนสุดท้ายของ Series ชุดนี้น่าจะช่วยขยับตัวเลขผู้ชมเฉลี่ยนให้สูงขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอย่างแน่นอน

References : 
https://www.theverge.com/2019/5/20/18633136/game-of-thrones-got-season-8-finale-hbo-most-watched-show-all-time-viewership-numbers-live

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

ไทยติด 1 ใน 5 ประเทศผลิต Rare Earth มากที่สุดในโลก

ราคา Rare Earth  ได้ลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ / จีนได้ผลักดันให้โลหะเหล่านี้  เริ่มเข้าสู่จุดที่สนใจในปีนี้

ะสหรัฐอเมริกาเป็นเพียงหนึ่งในประเทศยักษ์ใหญ่ที่ไม่ได้ผลิต Rare Earth ซึ่งไม่ได้ทำการผลิตมาตั้งแต่บริษัท Molycorp ซึ่งเคยเป็นผู้ผลิต Rare Earth แห่งเดียวในอเมริกาเหนือยื่นฟ้องล้มละลายในปี 2558

แต่ในขณะที่สหรัฐอเมริกาพลาดการผลิตธาตุหายากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 4 ประเทศนอกเหนือจากประเทศจีนผลิต Rare Earth เมื่อปีที่แล้ว ตามข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐและหลายคนเชื่อว่าความต้องการมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 

มีการคาดการณ์ว่าตลาดจะมีมูลค่า 10.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2563“ เติบโตประมาณ 12.4% จากปี 2557 ถึง 2563”

เราควรจะทราบว่าประเทศใดสามารถผลิต Rare Earth ได้มากที่สุด และนี่คือ Top 5 ประเทศที่ทำการผลิต Rare Earth ในปี 2017 ตามการสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ

1. ประเทศจีน

การผลิตของเหมือง: 105,000 ตัน

จีนครองการผลิต Rare Earth เป็นเวลาหลายปี ในปี 2560 ผลผลิตอยู่ที่ 105,000 ตันไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน จากการสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกา“ ซึ่งในเดือนกันยายน 2560 จีนส่งออก Rare Earth  39,800 ตันเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับการส่งออกจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2559”

แม้ว่าจีนจะมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรม Rare Earth ของโลก แต่จีนก็ประสบปัญหาเกี่ยวกับการขุดที่ผิดกฎหมายมานานแล้ว โดยมีรายงานว่าประเทศจีนมีการปราบปรามการทำเหมืองแร่ที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้นในหลายจังหวัดของจีนและเป็นผลมาจากการที่ราคา Rare Earch พุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ตามภายในสิ้นปีจีนได้ปรับลดราคาและระงับการดำเนินงานในบางส่วนเพื่อตอบสนองความต้องการที่ลดลง

2. ออสเตรเลีย

ปริมาณการผลิต: 20,000 ตัน

การผลิตธาตุหายากในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในปี 2560 ปริมาณการผลิตอยู่ที่ 20,000 ตันเทียบกับ 15,000 ตันในปี 2558

ประเทศนี้เป็นประเทศที่มีทรัพยากรมากเป็นอันดับหกของโลก แต่ Rare Earth นั้นได้ถูกขุดในประเทศตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งทาง Geoscience Australia กล่าวว่า ประเทศมีแนวโน้มที่จะเพิ่มกำลังการผลิตและตอนนี้มีการใช้แร่ธาตุเข้มข้นจากภายในออสเตรเลีย เพื่อสร้างสารประกอบในประเทศมาเลเซียแทน

บริษัทยักษ์ใหญ๋่อย่าง Lynas ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศออสเตรเลีย (ASX: LYC ) กำลังดำเนินงานเหมือง Mount Weldและโรงงานผลิตในประเทศและ Northern Minerals (ASX: NTU ) ได้เปิดเหมืองแร่หายากแห่งแรกของออสเตรเลียเมื่อปีที่แล้ว เราจะเห็นว่ามีผลกระทบต่อจำนวนการผลิตในปี 2561 มากเท่าใด

3. รัสเซีย

การผลิตของเหมือง: 3,000 ตัน

การผลิต Rare Earth ของรัสเซียก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2560 หนุนโดยการลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ของประเทศ ในการผลิตเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในปี 2560 ผลผลิตธาตุหายากของรัสเซียอยู่ที่ 3,000 ตันซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นจาก 2,800 ตันในปีก่อน

แม้จะมีการผลิตได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง คาดว่าการผลิตในรัสเซียจะเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปด้วยการพัฒนาบริเวณที่พบ Rare Earth ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ ประเทศนี้มีสัดส่วนการผลิตอยู่ประมาณร้อยละ 1 ของการผลิตทั่วโลก

4. บราซิล

ปริมาณการผลิต: 2,000 ตัน

ย้อนกลับไปในปี 2012 Rare Earth มูลค่ากว่า  8.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐถูกค้นพบในบราซิล จนถึงตอนนี้ดูเหมือนว่ามีการค้นพบน้อยมาก  เมื่อปีที่แล้วการผลิต Rare Earth ในประเทศลดลงเล็กน้อยจาก 2,200 ตันในปี 2559 เป็น 2,000 ตันในปี 2560

5. ประเทศไทย

การผลิตของเหมือง: 1,600 ตัน

การผลิตธาตุดินหายากของประเทศไทยยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 1,600 MT ในปี 2560 ปัจจุบันปริมาณสำรอง Rare Earth ยังไม่เป็นที่ทราบกัน แต่ประเทศไทยก็ยังคงเป็นผู้ผลิตที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่นอกเหนือจากประเทศจีน

References : 
https://investingnews.com/daily/resource-investing/critical-metals-investing/rare-earth-investing/rare-earth-producing-countries/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

เสียงข้างน้อยในวันที่มีพลังมากกว่าเสียงข้างมาก

เป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์จริง ๆ สำหรับการเลือกตั้งไทยในปีนี้ ที่ มาถึงวันนี้ผ่านมากว่า 2 เดือน เราก็ยังไม่รู้ว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี หรือ ใครจะเป็นฝ่ายค้าน ใครจะเป็นรัฐบาล มีอย่างเดียวที่ชัดเจนก็คือ สว. ที่มีการกำหนดรายชื่อออกมาเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

แม้ว่าดูจากกระแส รวมถึง อำนาจอิทธิพลของพรรค พลังประชารัฐ นั้น จะดูเหมือนว่า บิ๊กตู่จะนอนมา สามารถดำรงตำแหน่งนายก ได้อีกสมัย แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า มันได้กลายเป็นเกมส์ในการใช้จำนวนส.ส. ไปต่อรองตำแหน่งต่าง ๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลเสียแล้ว

จะเห็นได้ว่าจากข่าวที่เราเห็น พรรคที่มีบทบาท รวมถึงเป็นปัจจัยหลักในการจัดตั้งรัฐบาลนั้นกลายเป็นพรรคที่ไม่ได้รับเสียงข้างมากอย่าง พรรคภูมิใจไทย รวมถึง พรรคประชาธิปัตย์ ที่เล่นตัวต่อรองในเกมส์การเมืองครั้งนี้ ตามสไตล์การเมืองแบบเดิม ๆ อย่างเห็นได้ชัด

แม้เราจะปฏิรูปอะไรหลาย ๆ อย่าง อย่างที่เราเคยเจอปัญหามาเมื่อก่อน แต่การเมืองไทย ก็ยังคงวนลูป เข้าสู่การเมืองแบบเดิม ๆ ที่เป็นเกมส์ต่อรองโควต้า รัฐมนตรีต่าง ๆ โดยเฉพาะเก้าอี้กระทรวงเกรด A ที่หลาย ๆ พรรคอย่างได้ไว้ครอบครอง เพราะผลประโยชน์ที่มีมหาศาล แลแน่นอน ว่าเราไม่ได้เลือกตั้งกันมานาน ทำให้เหล่านักการเมืองนั้นแทบจะไม่ได้เข้าสู่ผลประโยชน์เหล่านี้มานานมากแล้ว

เพราะฉะนั้น ในรอบนี้ ที่เป็นการเลือกตั้งในรอบหลายปี ทำให้เกมส์ต่อรองนั้นดูเข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน ที่น่าตลกคือ พรรคที่ชนะการเลือกตั้งได้จำนวนส.ส.เป็นอันดับหนึ่งอย่างพรรคเพื่อไทย แม้จำนวนส.ส. จะชนะเลิศ ได้ไปมากที่สุด แต่กลายเป็นพลังอำนาจในการต่อรองนั้นแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ

มันน่าตลกถึงขนาดว่า ต้องยอมเสนอตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีให้กับพรรคที่ได้คะแนนเสียงเพียงน้อยนิด อย่างพรรค ภูมิใจไทย หรือ แม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์เองก็ตาม เรียกได้เสียงประชาชนส่วนใหญ่ที่เลือกพรรคเพื่อไทยไปนั้น กลับทำอะไรไม่ได้กับระบบการเมืองและการเลือกตั้งในครั้งนี้เลยก็ว่าได้

ซึ่งสรุปในเมื่อ เสียงข้างมากที่ประชาชนเลือกมานั้น แทบจะไม่สามารถ สร้างความชอบธรรมในทางการเมืองอะไรได้เลย เมื่อเทียบกับเสียงข้างน้อยที่กำลังมีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในขณะนั้น มันก็น่าสงสัยเหมือนกันนะครับว่า แล้วเราจะเลือกตั้งไปให้ได้เสียงข้างมากไปเพื่ออะไรกัน ถ้าระบบต่าง ๆ ยังเป็นอย่างงี้อยู่ ซึ่งในอนาคตเราก็คงเห็นการเมืองไทยยังไม่พ้นลูปแบบเดิม ๆ อย่างที่เคยมีมาอย่างแน่นอน

รูปภาพประกอบจาก : matichon.co.th

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol