รักแรก รักเดียว และรักแท้ ของชายที่ชื่อ Mark Zuckerberg

เรื่องราวความรักจากการเผชิญหน้ากันครั้งแรกของ Mark Zuckerberg และ Priscilla Chan ได้รับการเปิดเผยจากหลายแหล่ง แต่ข้อเท็จจริงแล้วนั้นมันเกิดขึ้นระหว่างงานเลี้ยงที่จัดขึ้นโดยลูกพี่ลูกน้องของ Mark Zuckerberg ในปี 2003 และสิ่งที่น่าประหลาดใจในการพบกันครั้งแรกของพวกเขาก็คือ พวกเขาพบกันในห้องน้ำ

หลังจากนั้นนักเรียน Harvard สองคนนี้ได้เริ่มคบกัน เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความประทับใจเกี่ยวกับ Mark Zuckerberg “เขาเป็นเด็ก nerd ที่แสบไม่ใช่ย่อยเลยทีเดียว” Chan กล่าว “ฉันจำได้ว่าเขามีแก้วเบียร์ที่เขียนว่า ‘pound include beer dot H’ ซึ่งมันเป็นแท็กสำหรับโปรแกรมภาษา C ++ มันเหมือนกับอารมณ์ขันในวิทยาลัย แต่มีความน่า แฝงไปด้วยความน่าสนใจทางวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์

ในสมัยนั้น Mark Zuckerberg เป็นเพียงนักศึกษาธรรมดาที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าพ่อ Social Network เหมือนอย่างที่เห็นในปัจจุบัน เขาเปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่ ซึ่งกิจวัตรประจำวันของเขาคือการเขียน Code รวมถึง แก้ปัญหาต่างๆ ทั้งวัน ด้วยพลังงานที่ล้นเหลือ 

หนุ่มเนิร์ดที่รักการเขียนโค้ด ด้วยพลังที่ล้นเหลือ
หนุ่มเนิร์ดที่รักการเขียนโค้ด ด้วยพลังที่ล้นเหลือ

อันที่จริงผู้หญิงแทบทุกคนใน Harvard ในตอนแรกเหมือนจะไม่ชอบในตัว Mark Zuckerberg เพราะเขาทำผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ ที่มีการปล่อยรูปถ่ายของนักเรียนผ่านเว็บไซต์ที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบความ Hot ของสาว ๆ อย่าง Facemash  

แต่ถึงอย่างนั้น Chan ก็ตกหลุมรักเขาตั้งแต่เริ่มแรก เช่นเดียวกันกับ Chan ตัว Mark เองก็รักเธอมากเช่นกัน เขาทำเรื่องที่ตลก ๆ สำหรับเด็กเนิร์ด ที่เขาอยากจะออกเดทกับเธอมากกว่าที่จะตั้งใจเรียนให้จบกลางภาคเรียนของเขา นอกจากนี้ Zuckerberg ยังพยายามเรียนภาษาจีนอย่างรวดเร็วเพื่อให้มีส่วนร่วมกับครอบครัวของ Chan มากยิ่งขึ้น

ต่อมา Mark Zuckerberg ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้งในชีวิตของเขา เขาได้ลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อมาบริหารกิจการของเขาซึ่งนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของ Facebook ด้วยการที่ใช้ชีวิตร่วมกันตั้งแต่การกำเนิดขึ้นของ Facebook ทำให้พวกเขาได้ผ่านช่วงเวลาสำคัญด้วยกันมากมาย

ในปี 2006 มีข้อเสนอมากมายที่ตั้งใจจะซื้อ Facebook รวมถึง Yahoo ที่มาพร้อมกับข้อเสนอมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ Zuckerberg กำลังดิ้นรนภายใต้แรงกดดันมากมายในช่วงเวลานั้น และ Chan ก็จำได้ว่า “ฉันจำได้ว่าเรามีการสนทนาเกี่ยวกับข้อตกลงของ Yahoo อยู่เสมอ แต่ในที่สุดเราก็ตัดสินใจที่จะมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายใหญ่ที่สุด ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกนี้ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook” 

สำหรับข้อเสนอต่าง ๆ มากมายที่เข้ามาหา Zuckerberg เขาได้ปฏิเสธข้อเสนอการซื้อแทบจะทั้งหมด และตอนนี้มันก็ได้พิสูจน์ในสิ่งที่เขาทำ เมื่อ Facebook ได้กลายเป็น Social Network ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

แม้ว่า Zuckerberg เป็นคนบ้างาน แต่ Chan ก็เป็นผู้หญิงที่ฉลาดที่รู้วิธีรักษาความสัมพันธ์ที่ดี  Chan ได้วางกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดสำหรับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ซึ่งพวกเขาต้องทำตาม “หนึ่งวันต่อสัปดาห์เป็นอย่างน้อย ที่ต้องใช้เวลาร่วมกันอย่างน้อยหนึ่งร้อยนาที และสถานที่ต้องไม่ใช่ในอพาร์ตเมนต์ของเขา และแน่นอนว่าไม่ใช่ที่ Office ของ Facebook”

แม้จะงานยุ่งขนาดไหน ทั้งคู่มีกฏที่ต้องใช้เวลาร่วมกันอย่างน้อยอาทติย์ละครั้ง
แม้จะงานยุ่งขนาดไหน ทั้งคู่มีกฏที่ต้องใช้เวลาร่วมกันอย่างน้อยอาทติย์ละครั้ง

เมื่อ Chan อายุเพียง 13 ปีเธอตั้งใจจะเข้ามหาวิทยาลัย Harvard ชีวิตนั้นยากเกินกว่าที่เธอคาดหวังไว้ แต่เธอถูกสอนให้เป็นผู้หญิงที่ฉลาด พ่อของ Chan เป็นชาวจีนและแม่ของเธอเป็นชาวเวียดนาม 

ทั้งครอบครัวอาศัยอยู่ในเวียดนามเป็นระยะเวลาหนึ่งและจากนั้นย้ายเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาในฐานะผู้ลี้ภัย พ่อแม่ของ Chan ทำงานอย่างหนักมากถึง 18 ชั่วโมงต่อวันในการบริหารร้านอาหาร 

สำหรับความพยายามของพวกเขาคือการทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น และการให้การศึกษาที่ดีสำหรับลูก ๆ ของพวกเขา อย่างไรก็ตามทั้งพ่อและแม่ของ Chan นั้นมีเวลาไม่มากนักในการดูแลลูก ๆ ซึ่งพวกเขาต้องทิ้ง Chan ไว้ให้คุณยายเลี้ยงดู

ซึ่งแม้ว่าคุณยายของ Chan นั้นจะไม่รู้ภาษาอังกฤษเลยก็ตาม แต่เธอก็ยังเป็นผู้หญิงที่มีเหตุผล เธอช่วย Chan ให้วางแผนชีวิตที่ถูกต้องและสอนให้เธอพึ่งพาตนเอง และมีความมั่นใจในตัวเอง

ในช่วงมัธยมปลายของ Chan เธอได้รับรางวัลพิเศษมากมาย เมื่อเธอถามครูสอนเทนนิสเกี่ยวกับการเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Harvard หลังจากสำเร็จการศึกษา ครูแนะนำให้ Chan เข้าร่วมทีมเทนนิสเพราะ Harvard ต้องการให้นักเรียนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่จากทุกด้านรวมถึงกิจกรรมด้านกีฬา 

Chan เข้าร่วมทีมเทนนิส และมีความพยายามอย่างมากที่จะพาตัวเองเข้าสู่ Harvard ให้ได้  และในที่สุดเธอก็ได้รับการตอบรับทุนจากมหาวิทยาลัย Harvard

หลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Harvard Chan ได้มาเป็นนักศึกษาแพทย์ที่ University of California, San Francisco เธอไม่ได้เลือกที่จะทำงานใน Facebook แต่เธอเลือกที่จะทำงานที่ FASE และ สอนเด็ก ๆ ที่โรงเรียน Harker เพราะเธอเป็นคนรักเด็ก ๆ มาก

ทั้งคู่ที่คบกันมา 9 ปี ก่อนที่จะแต่งงานกันในปี 2012 มีรายงานว่างานแต่งงานเป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับแขกที่ได้รับการแจ้งว่าพวกเขากำลังจะมาร่วมงานฉลองสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนแพทย์ของ Chan และไม่มีใครคาดคิดว่าคู่นี้จะแต่งงานในหนึ่งวันหลังจากที่ Facebook ทำ IPO ในตลาดหุ้น

ซึ่งสุดท้ายทั้งคู่ก็ได้จัดงานแต่งงานในสวนหลังบ้านใน Palo Alto ของ Zuckerberg และในที่สุด Zuckerberg ก็สวมชุดสูทมากกว่าที่จะเป็นฮูดเครื่องหมายการค้าของเขา นอกจากนี้เขายังออกแบบแหวนด้วยตัวเองและเป็นสิ่งที่ทำมาเซอร์ไพรซ์ Chan ในวันแต่งงาน

Zuckerberg และ Chan ทำสิ่งต่าง ๆ ให้เรียบง่ายที่สุดเสมอ สำหรับการ ฮันนีมูน ในอิตาลี พวกเขายังมานั่งทานแมคโดนัลด์กัน ดังนั้นหนังสือพิมพ์บางฉบับจึงกล่าวถึงฮันนีมูนว่า “McHoneymoon ของ Zuck” แต่จากรูปคุณจะเห็นว่าพวกเขาสนุกกับงานเลี้ยงของ McDonald มากมายขนาดไหน

ในขณะที่ Chan อาจเป็นที่รู้จักจากความพยายามด้านการกุศล เธอและ Zuckerberg มีเป้าหมายเดียวกันและกลายเป็นผู้บริจาครายใหญ่ในที่สุด จนถึงตอนนี้พวกเขาได้มอบเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนการศึกษา 

โดยทั้งคู่ยังประกาศว่าพวกเขาจะบริจาคเงิน 120 ล้านดอลลาร์เพื่อเป็นกองทุนสาธารณะสำหรับโรงเรียนของรัฐซานฟรานซิสโก ซึ่งหลังจากที่ลูกสาวคนแรกของพวกเขาเกิด พวกเขาตั้งใจจะบริจาคมากถึง 99% ของจำนวนหุ้นใน Facebook เพื่อต่อสู้เรื่องสิทธิ์ในความเท่าเทียมและความรัก การตัดสินใจนี้ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ Chan คิดทั้งหมด

หลังจากคลอดลูกสาวคนแรกทั้งคู่ก็ทุ่มเงินให้การกุศลทั้งหมด
หลังจากคลอดลูกสาวคนแรกทั้งคู่ก็ทุ่มเงินให้การกุศลทั้งหมด

ต้องบอกว่าเรื่องราวความรักของทั้งคู่นั้น มันเกินขอบเขตของเผ่าพันธุ์และเชื้อชาติ จากเรื่องราวความรักของ Mark Zuckerberg และ Priscilla Chan เราสามารถเรียนรู้ได้ว่าการได้รับการสนับสนุนและความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคู่รักทุกคู่ พวกเขาถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของการเป็นคู่รักที่ทรงพลังและสร้าง Impact อย่างมหาศาลให้กับโลกของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวคิดการบริจาคหุ้นที่มีแทบจะทั้งหมดให้กับการกุศล หรือ เรื่องราวของธุรกิจที่ Mark Zuckerberg กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากให้เกิดขึ้นกับโลกของเรา และเรื่องราวทั้งสองด้านของคู่รักคู่นี้ เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การชื่นชมเป็นอย่างมากนั่นเองครับ

–> อ่านเพิ่มเติมประวัติ Mark Zuckerberg

References : https://www.bollywoodshaadis.com/articles/the-love-story-of-mark-zuckerberg-and-priscilla-chan-1839 https://www.businessinsider.com/mark-zuckerberg-and-priscilla-chans-12-year-relationship-in-photos-2015-7 https://people.com/human-interest/mark-zuckerberg-priscilla-chan-love-story/ https://fabiosa.com/rsako-auemm-pbdar-phkan-a-timeline-of-unconditional-love-the-story-of-mark-zuckerberg-and-priscilla-chan/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Facebook Shops กับก้าวใหม่ครั้งสำคัญในการ Disrupt วงการ Ecommerce ของ facebook

Facebook หวังว่าผู้ใช้ 2.6 พันล้านคนจะเริ่มช็อปปิ้งบนแพลตฟอร์มของตน จากที่มีการเปิดตัวบริการที่แข่งขันโดยตรงกับ Amazon และ eBay

“ ร้านค้าใน Facebook” จะอนุญาตให้ผู้ขายสร้างหน้าร้านดิจิทัลบน Facebook หรือ Instagram บริษัท กล่าว เมื่อวันอังคาร ว่ามันจะได้รับประโยชน์กับผู้ใช้งาน โดยการรวบรวมข้อมูลในสิ่งที่ผู้ซื้อต้องการมากที่สุด

ผู้ใช้จะสามารถเรียกดูผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ส่งข้อความเพื่อการซื้อสินค้า และในบางกรณีสามารถซื้อได้โดยตรงผ่านคุณสมบัติการชำระเงินออนไลน์ที่เพิ่งเปิดตัว

Mark Zuckerberg หัวหน้าผู้บริหารของ Facebook กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ FT ว่าเขาได้เร่งแผนสำหรับร้านค้าเพื่อใช้ประโยชน์จากความนิยมในการช็อปปิ้งออนไลน์ในช่วงวิกฤต coronavirus

เขาเสริมว่ายักษ์โซเชียลมีเดียจะสามารถใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงบริการโฆษณาและสร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น “ หากคุณเรียกดูร้านค้าภายในแอพของเราหรือซื้ออะไรเราจะเห็นว่าและเราจะสามารถใช้มันเพื่อแสดงคำแนะนำที่ดีกว่าสำหรับสิ่งอื่น ๆ ที่คุณสนใจในอนาคต” เขากล่าวเสริม

ร้านค้า Facebook จะอนุญาตให้ผู้ขายสร้างหน้าร้านดิจิทัลบน Facebook หรือ Instagram
ร้านค้า Facebook จะอนุญาตให้ผู้ขายสร้างหน้าร้านดิจิทัลบน Facebook หรือ Instagram

ร้านค้าจะช่วยให้ธุรกิจ“ ดำเนินการแปลงความสนให้กลายเป็นการขายได้บ่อยขึ้น” เขากล่าวเสริม ในทางกลับกันสิ่งนี้จะกลายเป็นการเสนอราคาที่สูงขึ้นสำหรับการโฆษณาของร้านค้านั่นเอง

ในสหรัฐอเมริกาที่ Facebook ได้เปิดตัวบริการชำระเงินจาก Instagram บริษัท จะเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อยเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการประมวลผลบัตรเครดิตและการตรวจสอบการฉ้อโกงเพียงเท่านั้น

การเข้าสู่วงการ Ecommerce ครั้งสำคัญของ Facebook แสดงให้เห็นถึงความท้าทายต่อ Amazon เพราะมีผู้ใช้จำนวนมากที่ Facebook สามารถเข้าถึงช่องทางจัดเก็บหน้าร้านได้

ในที่สุดมันก็อาจนำเสนอความท้าทายต่อแพลตฟอร์มการส่งมอบอาหารเช่น Grubhub Mr Zuckerberg แนะนำว่าในระยะยาวมันจะ“ ดี” สำหรับการเป็น Platform ในการสั่งอาหารและภัตตาคาร

อย่างไรก็ตามผู้ก่อตั้ง Facebook กล่าวว่าเขาไม่ได้พยายามเลียนแบบประสบการณ์แบบ end-to-end ของ Amazon และจะทำงานร่วมกับบริการอีคอมเมิร์ซที่มีอยู่เช่น Shopify ซึ่งช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กสร้างร้านค้าออนไลน์และดูแลการวิเคราะห์และการชำระเงิน Mr Zuckerberg กล่าวเพิ่มเติมว่า Facebook จะรวมเข้ากับบริการจัดส่งและโลจิสติกส์

Rich Greenfield หุ้นส่วนที่ปรึกษา LightShed Partners กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

“ ผู้คนไม่ต้องการไปที่เว็บไซต์บุคคลที่สามหรือไปชำระเงินพวกเขาต้องการซื้อแบบคลิกเดียว พวกเขาต้องการให้เรียบง่ายง่าย” เขากล่าว

ในขณะที่การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ส่งสัญญาณครั้งสำคัญของ Facebook สำหรับการครอบงำในตลาดนอกเหนือจากเครือข่ายสังคมออนไลน์ Debra Aho Williamson นักวิเคราะห์จาก eMarketer กล่าว

“ มันจะเป็นการเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นระหว่างผู้บริโภคและธุรกิจในแง่สังคม ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำใน Amazon หรือ Google Shopping” เธอกล่าว

ร้านค้า Facebook จะใช้ประโยชน์จากความสามารถในการส่งข้อความของ Facebook: ผู้ใช้จะสามารถติดต่อธุรกิจผ่าน WhatsApp, Messenger หรือ Instagram Direct เพื่อถามคำถามหรือติดตามการส่งสินค้า นอกจากนี้ยังจะมีเครื่องมือสำหรับการสร้างและติดตามโปรแกรม Royalty

Facebook จะทำงานร่วมกับบริการอีคอมเมิร์ซที่มีอยู่เช่น Shopify © Bloomberg
Facebook จะทำงานร่วมกับบริการอีคอมเมิร์ซที่มีอยู่เช่น Shopify © Bloomberg

Mr Zuckerberg กล่าวว่า Facebook จะมุ่งเน้นการเปิดตัวในภูมิภาคที่พัฒนาแล้วเช่นสหรัฐอเมริกาและยุโรปตะวันตกซึ่ง บริษัท มีทรัพยากรในการดำเนินการธุรกิจ Ecommerce พร้อมอยู่แล้ว

“ ในประเทศที่ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานมากนัก นั่นเป็นหนึ่งในความท้าทายของการเปิดตัวสิ่งนี้อย่างเต็มที่” เขากล่าว ในระยะยาวเขากล่าวว่าเขามองเห็นระบบที่ผู้ขายจะมีคะแนน และการจัดอันดับ Rating ของผู้ขาย

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Facebook มีความทะเยอทะยานในระยะยาวในการเลียนแบบที่เรียกว่า “Super App” เช่น WeChat ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ส่งข้อความซื้อผลิตภัณฑ์และส่งเงินบนแพลตฟอร์มเดียวแบบครบวงจรนั่นเอง

ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญของ Facebook ที่กำลังมาลุยตลาด Ecommerce แบบเต็มตัว ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าในประเทศไทยนั้น ก็มีการใช้งานมาบ้างแล้วในส่วนนึง ก่อนที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ

ความได้เปรียบของ Facebook ที่สำคัญเหนือธุรกิจอื่น ๆ แม้กระทั่งยักษ์ใหญ่ที่สุดอย่าง Amazon นั่นก็คือ ข้อมูลของผู้บริโภค ที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินธุรกิจในยุคนี้ เรียกได้ว่า Facebook นั้นพร้อมที่จะรุกไปในทุกธุรกิจผ่านข้อมูล Big Data ของเขา

ก่อนหน้านี้ facebook ได้ทำลายธุรกิจ สื่อหนังสือพิมพ์ หรือ นิตยสาร ที่ต่างปิดตัวกันถ้วนหน้าหากไม่มีการปรับตัวเข้าสู่ยุค digital รวมถึงการเข้าสู่ตลาดที่ใหญ่มาก ๆ คือตลาด live TV และ VDO

ซึ่งการเข้าสู่ Ecommerce เต็มตัวในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวใหญ่ที่สำคัญก้าวหนึ่งเลยก็ว่าได้ และกำลังเข้าไปกินเค้กเม็ดเงินที่ใหญ่มาก ๆ ในตลาด Ecommerce รวมถึงในด้านการเงิน Libra Coin ที่ facebook ที่กำลังจะเปิดตัวนั้น แสดงให้เห็นว่า Facebook พร้อมที่จะรุกไปในทุกธุรกิจ ผ่านข้อมูลที่เขามีอยู่อย่างมากมาย

การขับเคลื่อนธุรกิจของ facebook ในด้านต่าง ๆ  ถือว่าสำคัญต่ออนาคตของ facebook เป็นอย่างมาก และเราอาจจะได้เห็น facebook ล้มยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ได้ในเร็ว ๆ วันนี้ก็อาจเป็นไปได้ครับ

References : https://www.ft.com/content/690ee286-99b6-4fa8-b02d-cfd50448a53d

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

The Last Dance เรื่องราวสุดคลาสสิกกับนักบาสในตำนานตลอดกาล ไมเคิล จอร์แดน

ต้องบอกว่าเป็นสารคดีที่ผมเฝ้าตามมาเป็นระยะเวลา 5 สัปดาห์เต็ม สำหรับ The Last Dance ที่เป็นสารคดี เรื่องราวของสุดยอดนักบาสในตำนานอย่าง ไมเคิล จอร์แดน แห่งทีม ชิคาโก บูลส์

“The Last Dance” ที่ถ่ายทอดชีวประวัติของไมเคิล จอร์แดน นักกีฬาผู้ยิ่งใหญ่ระดับตำนาน และทีมชิคาโก บูลส์ในยุค 90 ซึ่งขึ้นแท่นทีมบาสเก็ตบอลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดทีมหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการกีฬา

โดย สารคดีเรื่องนี้ตีแผ่ความสำเร็จของไมเคิล จอร์แดนและวงการเอ็นบีเอในยุคนั้น ซึ่ง กำกับโดย เจสัน แฮเออร์ (จาก “The Fab Five” “The ’85 Bears” “Andre the Giant”) และผลิตโดยไมค์ ทอลลิน

สำหรับที่มาของชื่อ The Last Dance เป็นชื่อ ที่โค้ช ฟิล แจ็กสัน ยอดโค้ชของทีม ชิคาโก บูลส์ เป็นคนตั้งสำหรับเป้าหมายในการไล่ล่าแชมป์ครั้งสุดท้ายกับทีมในช่วงปี 1997-1998 ซึ่งเขาจะทำงานในฐานะโค้ชในปีสุดท้าย

มันเป็นการตัดภาพย้อนไปในอดีตตั้งแต่ จอร์แดน ยังเป็นเด็ก และเล่าเรื่องราวของการมาสร้างความยิ่งใหญ่ที่ ชิคาโก บูลล์ส ได้อย่างไร ต้องบอกว่าเป็นเรื่องราวที่ผ่านหลายยุคของนักบาสเก็ตบอลที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น แลร์รี่ เบิร์ด , เมจิก จอห์นสัน ซึ่งตอนที่ จอร์แดนก้าวขึ้นมาเล่นอาชีพเต็มตัวนั้น เป็นช่วงปลายของตำนานเหล่านี้

แต่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของวงการบาสเก็ตบอล NBA ของอเมริกา สำหรับการก่อกำเนิดขึ้นของ ไมเคิล จอร์แดน เขาเป็นคนเปลี่ยนทุกอย่างของเกมบาสเก็ตบอล ทำให้กลายมาเป็นกีฬาที่มหาชนคลั่งไคล้ และ กลายเป็นกระแสไปทั่วโลก

ต้องบอกว่า จอร์แดน นั้นเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีอิทธิพลที่สุดของโลกเลยก็ว่าได้ หากลองย้อนกลับไปในช่วงนั้น ที่ internet ยังไม่บูม และไม่ต้องพูดถึงสื่อ Social Network ที่ตอนนั้นยังไม่ตั้งไข่ขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ แต่เขาดังเพราะความสามารถของเขาล้วนๆ และเป็นที่รักของแฟน ๆ บาสเก็ตบอลทั่วโลก

แน่นอนว่า สารคดีชุดนี้ มันก็มีส่วนผสมของเรื่องราวดราม่าที่เกิดขึ้นในทีม ชิคาโก บูลส์ ในยุคครองความยิ่งใหญ่ ได้แชมป์ 6 จาก 8 สมัยในช่วงทศวรรษปี 90 ซึ่งถือเป็นทีมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในยุคนั้นเลยก็ว่าได้

ไม่มีนักกีฬาคนไหนในโลกที่มีเอกลักษณ์พิเศษที่เหมือนจอร์แดน เขาเป็นคนชอบเอาชนะ และ เรื่องราวในสารคดีชุดนี้ จะชี้ให้เห็นว่า การก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ได้ในระดับนี้นั้น เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง ทั้งความกดดัน เรื่องราวดราม่านอกสนาม หรือ เรื่องของครอบครัว รวมถึงคู่แข่งตัวฉกาจที่เขาได้พบเจอ ที่หากมีคู่แข่งคนใดไปกระตุ้นจอร์แดนให้อยากเอาชนะ ก็ไม่มีใครผู้ใดที่จะขวางทางเขาได้

ทีมที่มีส่วนผสมต่าง ๆ ที่ลงตัว โดยการนำของจอร์แดน มีการถ่ายทอดเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเพื่อนร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็น สก็อตตี้ พิพเพ่น หรือ เดนนิส ร็อดแมน หรือ เพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในทีมกีฬาที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ในการผสมผสานส่วนต่าง ๆ ความสามารถของแต่ละคน ได้จนมีส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด

แม้บาสเก็ตบอลในยุคเขานั้น ดูเหมือนจะเป็นการแสดงแบบโชว์เดี่ยว เป็นส่วนใหญ่ แต่เพื่อนร่วมทีมทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำทีมของจอร์แดน เราจะได้เห็นการที่จอร์แดน นั้นดึงศักยภาพของผู้เล่นร่วมทีมของเขา แม้จะไม่เป็นผู้เล่นชื่อดังมาก่อน แต่จอร์แดนนั้นมีวิธีการในการดึงศักยภาพสูงสุดของผู้เล่นเหล่านี้ออกมาได้

ซึ่งมันก็ก่อให้เกิดเรื่องดราม่าระหว่างทีม ด้วยสไตล์ การปลุกเร้าทีมของจอร์แดน ทำให้เขามีการกระทบกระทั่งกับเพื่อนร่วมทีมบ่อยครั้ง และบางครั้งถึงขั้นมีการทำร้ายร่างกายกันเลยด้วยซ้ำ

แต่สุดท้าย อดีตลูกทีมทุกคนที่เข้ามาสัมภาษณ์ในสารคดีชุดนี้ นั้นก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันเป็นความสามารถของจอร์แดนในการดึงศักยภาพของพวกเขาให้ออกมามากที่สุด และพร้อมที่จะสู้กับคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งแค่ไหน พวกเขาก็สามารถเอาชนะได้ในท้ายที่สุดนั่นเอง

ซึ่งหากใครที่เติบโตในยุคนั้น ก็คงจะอินกับสารคดีชุดนี้ได้อย่างดี เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราเห็นความยิ่งใหญ่ของ จอร์แดน ว่าเค้าเป็นนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน การถูกผลักดันด้วยพลังแห่งการเอาชนะนั้น พาให้เขามาถึงในจุดที่เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาล

และไม่ใช่แค่ในวงการบาสเก็ตบอลเท่านั้น แต่เป็นสารคดี สำหรับแฟน ๆ ที่ไม่ใช่ แฟนบาสเก็ตบอลเช่นเดียวกัน เรื่องราวเหล่านี้ถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวกีฬาที่ยอดเยี่ยมตลอดกาล ที่ทุกคนควรที่จะได้มีโอกาสดู

ต้องบอกว่าเป็น สารคดีที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น การนำเสนอที่น่าสนใจ และมันเป็นวิธีที่จะเข้าใจว่า ไมเคิล จอร์แดน กลายเป็นนักบาสเกตบอล NBA ที่เก่งที่สุดตลอดกาลได้อย่างไร และในขณะเดียวกัน ก็จะได้เข้าใจว่า การเต้นรำครั้งสุดท้ายของเขาในสนาม (The Last Dance ) กับ ทีม ชิคาโก บูลส์ เป็นอย่างไรนั่นเองครับ

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

นักวิทยาศาสตร์กำลังสร้างสิ่งมีชีวิตลูกผสมระหว่างมนุษย์กับหนู

ในที่สุดแพทย์ก็หวังว่า สิ่งมีชีวิตที่ออกแบบใหม่ที่มีลูกผสมระหว่างมนุษย์กับหนู จะสามารถนำมาใช้เป็นรูปแบบที่ถูกต้องมากขึ้นสำหรับการวิจัยทางการแพทย์ หรือแม้แต่เพื่อเป็นอวัยวะมนุษย์ที่ใช้สำหรับทดแทนเพื่อผู้ป่วยที่กำลังรอการบริจาคอวัยวะอยู่

ในทางพันธุกรรม chimera หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่สร้างขึ้นจากกลุ่มประชากรเซลล์ที่มีต้นกำเนิดทางพันธุกรรมแตกต่างกันตั้งแต่สองชนิดขึ้นไป มาเจริญอยู่ร่วมกัน แต่แยกกันอยู่คนละชั้น

พูดแบบง่ายๆ ก็คือคล้ายๆ กับสองคนในร่างเดียว เหมือนมีแฝดแฝงอยู่ ซึ่งถ้าเป็นในสัตว์ก็มักจะมีลักษณะทั้งสองเพศอยู่ร่วมกันเช่นมีทั้งรังไข่ และอัณฑะ อย่างเช่นในแมวบางตัวที่เป็นลายกระ (tortoiseshell cat) เป็นต้น

แม้เรื่องราวของ chimeras นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ลูกผสมระหว่างมนุษย์และสัตว์เช่นหนูนั้น มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เทคนิคทางชีววิทยา ขณะสร้าง chimeras ใหม่นี้ อาจนำไปสู่อนาคตทางการแพทย์ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

แม้เซลล์ต้นกำเนิดของมนุษย์นั้นยากที่จะรวมเข้ากับสัตว์อื่น ๆ เนื่องจากเซลล์ชนิดต่าง ๆ พัฒนาในอัตราที่ต่างกัน แต่เคล็ดลับที่ทำให้เกิดขึ้นได้ในการสร้างลูกผสมระหว่างมนุษย์กับหนู ตามการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวันพุธที่ผ่านมาใน Science Science Advance คือ งานวิจัยนี้ได้ทำการย้อนเวลาของเซลล์มนุษย์ให้กลับไปสู่ในช่วงระยะต้นๆ ของการเจริญเติบโต

แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็มีอยู่อย่างจำกัด ตัวอ่อนของลูกผสมระหว่างมนุษย์กับหนู ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด คือ ได้ลูกผสมที่เป็นมนุษย์เพียงแค่ 4 เปอร์เซ็นต์ในแง่ของจำนวนเซลล์ แต่สำหรับเซลล์อื่น ๆ ในการทดลองนั้นมีเซลล์มนุษย์เพียงแค่ 0.1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

เซลล์ของมนุษย์ได้แบ่งตัวออกไป และรวมตัวให้เป็นอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ และตับ นักวิจัยพบว่าเซลล์เม็ดเลือดแดงของมนุษย์มีความอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษในตัวอ่อนหนู เซลล์มนุษย์จำนวนเล็กน้อยปรากฏตัวในเนื้อเยื่อที่จะสร้างสมอง 

แต่มันไม่มีเซลล์มนุษย์อยู่ในเซลล์ที่ใช้ในการสร้างอสุจิและไข่ และความสามารถของ chimeras ในการทำซ้ำเป็นหนึ่งในคำถามด้านจริยธรรมที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่นักวิทยาศาสตร์ยังคงกังวลอยู่

เมื่ออยู่ในตัวอ่อนของหนู การเจริญเติบโตของเซลล์มนุษย์จะช้าลง เพื่อให้เข้ากับโฮสต์ของพวกมัน โดยปกติเซลล์ต้นกำเนิดของมนุษย์นั้น จะใช้เวลานานก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเซลล์รับแสง

แต่มันไม่ใช่เมื่อเซลล์ของมนุษย์อยู่ในตัวอ่อนของหนู “หากคุณใส่เซลล์ของมนุษย์ตัวเดียวกันในตัวอ่อนหนูมันจะตายไปอย่างรวดเร็ว” นักวิจัย กล่าว “ใน 17 วันคุณจะได้รับเซลล์ที่ครบกำหนดเหล่านี้ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะได้รับตัวอ่อนมนุษย์ที่เป็นปกติ”

นักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ ได้ให้ความเห็นว่า ห้องปฏิบัติการที่แตกต่างกันจำเป็นต้องทำซ้ำกับผลลัพธ์ดังกล่าว และถ้ามันได้ผล มันจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์เลยทีเดียว”

เนื่อจากบทความนี้เป็นงานวิจัยที่ค่อนข้างมีความซับซ้อน จาก paper ใน References ซึ่งโดยสรุปก็คือ เทคนิคดังกล่าวเป็นเทคนิคใหม่ ที่ ทำการย้อนเวลาของเซลล์มนุษย์ให้กลับไปสู่ในช่วงระยะต้นๆ ของการเจริญเติบโต

ซึ่งผลลัพธ์ หากสามารถทำได้จริง และทดสอบซ้ำได้สำเร็จนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการสร้างอวัยวะเทียมให้กับผู้ป่วย ในอนาคตได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอการบริจาคอวัยวะอีกต่อไปนั่นเองครับ

References : https://futurism.com/the-byte/scientists-creating-mouse-human-hybrids https://www.sciencenews.org/article/mouse-human-chimera-hybrid-embryos https://advances.sciencemag.org/content/6/20/eaaz0298

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

รีวิว Icarus (อิคารัส) สารคดีเปิดโปงแผนโด้ปทีมชาติรัสเซียจาก Netflix

ต้องบอกว่าเป็นหนังสารคดีจาก Netflix ที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียวสำหรับ Icarus (อิคารัส) ที่เป็นสารคดีที่เปิดโปงแผนการโด๊ปยา ครั้งยิ่งใหญ่ของวงการกีฬาโลก ในประเทศรัสเซีย

ก่อนที่จะได้ดูสารคดีเรื่องนี้ ก็พอได้ยินข่าวมาบ้าง ในช่วงโอลิมปิก ที่ ริโอ ปี 2016 ที่รัสเซียมีปัญหาในเรื่องของการส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน ตอนนั้นก็ยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมาก แค่ฟังผ่าน ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าต้นตอของเรื่องราวทั้งหมดคืออะไร

แต่หลังจากได้ดู Icarus ต้องบอกว่ามันเป็นการ แฉ เรื่อราวฉาวโฉ่ของวงการกีฬาที่ยิ่งใหญ่มาก และไปยุ่งเกี่ยวกับชาติมหาอำนาจอย่างรัสเซีย และ มีผลโดยตรงต่อประธานาธิบดี ที่เคยเป็นอดีต KGB เก่าอย่าง วลาดิเมียร์ ปูติน ทำให้เรื่องราวยิ่งน่าสนใจมาก ๆ

ความน่าสนใจก็คือ การที่ ไบรอัน โฟเกล ที่เป็นผู้สร้างสารคดี ชุดนี้ เอาตัวเองเข้าไปทดลองกับการโด๊ปยา แล้วดูว่า ประสิทธิภาพของตัวเองนั้นเพิ่มขึ้นไปแค่ไหน ซึ่งพบว่า มันเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวเขาสูงขึ้นถึง 30% เลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่า เขาทดลองกับการปั่นจักรยาน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวอื้อฉาว ของ แลนซ์ อาร์มสตรอง ที่เคยเป็นข่าวใหญ่มาก่อนหน้านี้

สารคดี ถ่ายทอดเรื่องราว ก่อนที่มันจะกลายเป็นประเด็นใหญ่ คือ ถ่ายก่อน แล้วประเด็นนี้สุดท้ายมันกลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมา จากการออกมาแฉ ของกริกอรี่ โรดเชนคอฟ นักวิทยาศาสตร์ ที่ดูแลห้องแล็บของสถานบันต่อต้านการใช้สารกระตุ้นของประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องแล็บมาตรฐานระดับโลกที่ดูแลเรื่องการตรวจโด๊ป

เรื่องราว มันเกี่ยวพัน กับ อำนาจ เรื่องของการเมือง การชิงดีชิงเด่น รวมถึงการโฆษณาชวนเชื่อของประเทศรัสเซีย เพราะมันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ของ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ที่ต้องการความนิยมที่เพิ่มขึ้น หลังจากคะแนนความนิยมของเขาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเรื่องราวนั้น เป็นการแฉ เรื่องราวหลัก ๆ ของ กีฬาโอลิมปิกส์ ฤดูหนาวที่เมือง โซชิ ประเทศรัสเซีย ที่ได้เป็นเจ้าภาพในครั้งนั้น และปูติด ต้องการกู้หน้าจากคะแนนเสียงความนิยมที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่องของเขา

ซึ่ง เขาต้องทำทุกวิถีทางในการกู้หน้าชื่อเสียง คะแนนเสียงของเขาที่มีต่อประชาชนชาวรัสเซีย ซึ่งกีฬา น่าจะเป็นจุดนึงที่ทำให้คะแนนเสียงของเขากลับมาได้ เขาจึงได้ทำทุกวิถีทางที่จะคว้าเหรียญโอลิมปิกส์ในครั้งนั้นให้ได้มากที่สุดในฐานะเจ้าภาพ

ซึ่งสารคดี ค่อย ๆ เผยเรื่องราวรายละเอียดออกมาถึงวิธีการ ที่ใช้หลบเลี่ยงการตรวจโด๊ปเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นการแหกตาชาวโลกครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนึง ในกีฬาเลยก็ว่าได้ เพราะนักกีฬากว่า 50% ของ รัสเซียในโอลิมปิกส์ครั้งนั้น ใช้สารกระตุ้นที่ผิดกฏ ทำให้เกิดความได้เปรียบ

และเรื่องราวยังแฉต่อเนื่องย้อนไปถึงอดีต ว่าในวงการกีฬานั้น เรื่องราวเหล่านี้มันมีอยู่จริง มันมีข้อได้เปรียบที่สำคัญของนักกีฬาจากสารกระตุ้นเหล่านี้ ที่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ ซึ่งเป็นการแฉความสกปรกของวงการกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

แล้วเรื่องราวบทสรุปทั้งหมดนั้นจะเป็นอย่างไร ผมยังไม่ขอ Spoil อยากให้ทุก ๆ ท่านไปดูกันเอง ซึ่งต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในสารคดีที่ทรงพลังมากที่สุดเรื่องนึง ที่ผู้สร้างนั้นต้องเสี่ยงกับหลาย ๆ อย่าง และทำมันออกมาได้อย่างดีเยี่ยมครับ แนะนำว่าไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol