Geek Daily EP234 : The Great Godzilla เมื่อยานยนต์ EV จีนเตรียมดาหน้าบุกถล่มตลาดอเมริกา

จีนได้กลายเป็นประเทศผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์จีนจะดาหน้าบุกมาที่สหรัฐอเมริกาในท้ายที่สุด ไม่ว่าจะมีกำแพงภาษีขวางกั้นพวกเขามากมายขนาดไหนก็ตามที

Michael Dunne ซีอีโอของ Dunne Insights บริษัทที่ปรึกษาด้านรถยนต์ ได้กล่าวไว้ว่า “ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนเพิ่งจะเริ่มต้น แต่วันนี้ประเทศนี้ผลิตรถยนต์มากพอที่จะจำหน่ายให้กับครึ่งหนึ่งของโลก ผมเรียกมันว่า “The Great Godzilla” โลกนี้ยังไม่เคยเห็นอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขนาดนี้มาก่อน นี่เป็นเครื่องจักรยักษ์ที่ทรงพลัง และพวกเขากำลังจ้องมองตาเป็นมันไปที่สหรัฐอเมริกา”

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://tinyurl.com/y2dm42yj

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://tinyurl.com/4xk5zfb4

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://tinyurl.com/ypuj93ex

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
http://bit.ly/2kxHtQ3

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/tJBrOQ6_-X0

สรุปเนื้อหา จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ bitcoin จำนวน 21 ล้านเหรียญถูกขุดจนหมดสิ้นแล้ว

คำถามที่มักถูกถามในหมู่กลุ่มโปร bitcoin คือ เมื่อ bitcoin ที่จำกัดจำนวนไว้ 21 ล้านเหรียญถูกขุดจนหมดแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกับเครือข่ายของมัน? มีวีดีโอที่สรุปเรื่องนี้ของ CoinGecko ที่ทำไว้ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว

bitcoin มีจำนวนจำกัดสูงสุดที่ 21 ล้านเหรียญ และเมื่อทุกเหรียญถูกขุดหมดแล้ว นักขุดจะต้องพึ่งพารายได้จากแหล่งอื่น ๆ แทน เช่น ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ฯลฯ เพื่อที่จะทำให้พวกเขาเหล่านี้ยังคงรับรองการทำธุรกรรมและรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายต่อไป

Highlights

🪙 bitcoin มีจำนวนจำกัดสูงสุด 21 ล้านเหรียญ คล้ายกับทรัพยากรที่มีจำกัด เช่น ทองคำ

⛏️ การขุดเหรียญเป็นกระบวนการแก้ปัญหาทาง cryptographic เพื่อเพิ่มบล็อกเข้าสู่บล็อกเชนและรับรางวัล

🔗 รางวัลการขุดบล็อกจะลดลงทุกครั้งที่มีการ halving จนในที่สุดรางวัลจะเป็นศูนย์

💸 นักขุดจะต้องพึ่งพารายได้จากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม , demand response programs ในเรื่องการจ่ายไฟ และรายได้จากเรื่องของพลังงานหมุนเวียน

❓ บางคนอาจจะสงสัยว่าค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียวจะเพียงพอในการจูงใจนักขุดหรือไม่ แต่ก็มีทางออกที่เป็นไปได้

💼 นักลงทุนรายใหญ่หรือประเทศต่างๆ อาจเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาความมั่นคงของเครือข่ายหากจำเป็น

🌐 อนาคตของการขุด bitcoin จะขึ้นอยู่กับปัจจัยและสิ่งจูงใจต่างๆ

Key Insights

⛏️ การที่รางวัลการขุดบล็อกลดลงจนในที่สุดเป็นศูนย์นั้นเป็นความท้าทายสำหรับนักขุด bitcoin ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความยั่งยืนของการทำเหมืองขุด

💰 การพึ่งพารายได้จากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมเป็นแหล่งรายได้หลักของนักขุดอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงตลาดขาลง จึงจำเป็นต้องมีแหล่งรายได้ทางเลือกอื่นๆ

⚡ การมีส่วนร่วมใน demand response programs ของการจ่ายไฟ และการเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าในราคาถูกหรือแม้แต่กระทั่งฟรี สามารถช่วยให้นักขุดสามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงและคงไว้ซึ่งความสามารถในการทำกำไร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการกระจายรายได้ของเหล่านักขุด

🌍 การมีส่วนร่วมที่เป็นไปได้จากนักลงทุนรายใหญ่หรือประเทศต่างๆ สามารถสนับสนุนเครือข่าย bitcoin เพิ่มเติมได้ ที่จะช่วยสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของเครือข่ายในระยะยาว

🔮 ภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปของการขุด bitcoin รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงในภาคพลังงาน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดอนาคตของการทำเหมืองขุดและความยั่งยืนของเครือข่ายโดยรวม

🏦 การนำ bitcoin มาใช้อย่างแพร่หลายหรือการยอมรับเป็นสกุลเงินสำรองของสถาบันหรือรัฐบาล จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายได้มากขึ้น โดยจะมีการดึงดูดทรัพยากรและความเชี่ยวชาญเพิ่มเติมเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมการขุดเหรียญเพิ่มมากขึ้น

🚀 การพัฒนาวิธีแก้ปัญหาของการขุด bitcoin เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการคิดค้นรูปแบบรายได้ใหม่ๆ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประกันความสำเร็จและการเติบโตของเครือข่ายในระยะยาว

Opinion

จะเห็นได้ว่าในตอนนี้เหล่าบรรดานักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนระดับเทพทั้งหลายกำลังทำงานอย่างหนักในการค้นหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงโปรโตคอล bitcoin และ ecosystem ของมัน ตัวอย่างเช่น การพัฒนา Layer 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม

หรือการนำเสนอโปรโตคอลการขุดแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาแรงจูงใจของนักขุดและความยั่งยืนของเครือข่าย bitcoin ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีความไม่แน่นอนและความท้าทายมากมายที่ต้องเผชิญในอนาคต เพราะโลกของเทคโนโลยีมีสิ่งที่เราคาดไม่ถึงอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานด้วย การแก้ปัญหาเหล่านี้จะต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและการยอมรับ bitcoin ในวงกว้างมากขึ้น

สรุป แม้จะมีความท้าทายอยู่มากมาย แต่เหล่าชุมชน bitcoin ที่มีอยู่ทั่วโลกกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต โดยมุ่งเน้นที่การสร้างรูปแบบรายได้ใหม่ๆ สำหรับนักขุด การปรับปรุงประสิทธิภาพ และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับวันที่เหรียญจำนวน 21 ล้านเหรียญมันได้ถูกขุดไปจนหมดสิ้นแล้วนั่นเองครับผม

Geek Monday EP231 : กรณีศึกษา จุดจบของ Daily Deal สู่การล่มสลายของ Groupon

Groupon ซึ่งเคยได้รับการขนานนามจาก Forbes ว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของยุคอินเทอร์เน็ต แต่หุ้นของบริษัทตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ IPO สูงสุดที่ 28 ดอลลาร์เศษในปี 2011 จนมาซื้อขายที่จุดต่ำสุดราว ๆ 4 ดอลลาร์ต่อหุ้น และนักวิเคราะห์มองว่าโมเดลธุรกิจนี้ไม่น่ารอด

Eric Clemons ศาสตราจารย์ด้าน Operations, information and decisions จาก Wharton กล่าวว่า “Groupon เป็นเรื่องไร้สาระตั้งแต่ต้น คุณต้องจำไว้ว่าโมเดลธุรกิจดั้งเดิมของพวกเขาคือการนำการซื้อแบบกลุ่มมาใช้ เพื่อให้เราทุกคนมีอำนาจการซื้อเหมือนกับ Amazon หรือ Walmart เราแค่ต้องรอจนกว่าจะมีพวกเรามากพอสมควรที่ต้องการซื้อของชิ้นเดียวกัน และ Groupon จะช่วยให้เราได้ราคาดี ซึ่งแค่คิดก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ โมเดลธุรกิจ group buying เดิมนั้นไม่มีความถูกต้องเลย”

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://tinyurl.com/39m5un5b

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://tinyurl.com/f922p29z

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://tinyurl.com/553pshu3

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
http://bit.ly/2kxHtQ3

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/0s5EKLjXdjA

สรุปเนื้อหา เมื่อกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ ไม่สามารถหยุดยั้งความร้อนแรงของรถยนต์ EV จากจีน

ในทุกวันนี้ ต้องบอกว่าจีนมีกำลังการผลิตรถยนต์ได้ครึ่งหนึ่งของโลก และกำลังมองไปที่ตลาดสหรัฐอเมริกาที่เรียกได้ว่าจ้องตาเป็นมัน แม้ว่าจะมีแบรนด์รถยนต์ที่เป็นของบริษัทจีนวางจำหน่ายในสหรัฐฯบ้างแล้ว รวมถึง Volvo, Polestar และ Lotus แต่ยังไม่มีแบรนด์รถจีนแท้ๆ ที่เข้ามาทำตลาดในสหรัฐอเมริกาอย่างจริงจัง

นักวิเคราะห์ในวงการคาดว่าเหลือเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น แม้ประธานาธิบดี Joe Biden จะเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนในอัตราสูงจนทำให้ราคารถนำเข้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในเดือนพฤษภาคม 2024 แต่นักวิเคราะห์ยังเชื่อว่านโยบายการเรียกเก็บภาษีจะไม่ส่งผลใด ๆ กับความร้อนแรงของจีนในระยะยาว และสุดท้ายอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้กลายเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดโลก แม้ต้องเผชิญกับภาษีนำเข้า แต่รถยนต์จีนก็มีแนวโน้มเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากมีราคาที่แข่งขันได้และคุณภาพสูง

Highlights

🚗 อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนขยายตัวอย่างรวดเร็ว กลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก

🏭 ผู้ผลิตรถยนต์จีนมีศักยภาพในการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยได้รับแรงผลักดันจากกำลังการผลิตส่วนเกินและเป้าหมายในการส่งออกของพวกเขา

💰 ภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนอาจไม่สามารถขัดขวางการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯได้ เนื่องจากรถจีนมีราคาที่แข่งขันได้

🛠 สหรัฐฯจำเป็นต้องปรับนโยบายเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน

🌏 ความพยายามไปสู่ระดับโลกของบริษัทจีนสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการผลิต

⚖ จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อนำประโยชน์จากความก้าวหน้าด้านยานยนต์ของจีนมาใช้

🚀 บริษัทยานยนต์ที่เป็นของจีนได้ตั้งรกรากในสหรัฐฯแล้ว เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาด

Key Insights

🌐 การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนเป็นความท้าทายที่สำคัญต่อการครองความเป็นผู้นำในตลาดของผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมจากโลกตะวันตก บริษัทจีนได้พัฒนาขีดความสามารถในด้านคุณภาพและราคาอย่างรวดเร็วจนทำให้ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคทั่วโลก

💡 แม้ภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนจะถูกเรียกเก็บในอัตราสูง แต่อาจไม่สามารถขัดขวางการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯได้อย่างแท้จริง เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์จากจีนยังคงมีแรงจูงใจในการส่งออกสินค้าเพราะมีกำลังการผลิตส่วนเกินและเรื่องของสภาวะตลาดภายในประเทศ

💰 สหรัฐฯจำเป็นต้องมีนโยบายที่เปิดทางให้กับการหลั่งไหลเข้ามาของของยานยนต์จากประเทศจีน ซึ่งจะได้ประโยชน์จากความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน โดยเป็นการเปิดกว้างสู่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ บริษัทอเมริกันจะสามารถนำจุดแข็งของบริษัทจีนมาเสริมความสามารถของตนเองในการแข่งขันได้ในอนาคต

🏗 ความพยายามไปสู่ระดับโลกของบริษัทจีน ซึ่งรวมถึงการสร้างโรงงานผลิตในหลายประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การผลิตแบบดั้งเดิม วิธีการนี้ช่วยให้บริษัทจีนสามารถหลีกเลี่ยงอุปสรรคทางการค้าและขยายส่วนแบ่งการตลาดไปทั่วทุกมุมโลกได้

🔄 การพลิกมุมมองใหม่ในนโยบายด้านการค้าที่ต้องเลิกกีดกันได้แล้ว อาจเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ตะวันตก โดยเปิดทางให้มีการบูรณาการเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากจีน ผ่านกระบวนการและนโยบายที่มีการกำกับดูแลอย่างเหมาะสม ประเทศตะวันตกจะสามารถเข้าถึงประโยชน์จากการผสานความร่วมมือกันและนวัตกรรมที่บริษัทจีนนำมาสู่ตลาดได้

🚗 แม้จะยังไม่มีรถยนต์แบรนด์จีนวิ่งอยู่บนท้องถนนของสหรัฐอเมริกา แต่การมีบริษัทยานยนต์ที่เป็นของจีนกว่า 100 แห่งในสหรัฐฯ บ่งชี้ว่าพวกเขากำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดในอนาคต ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากจีนได้ตั้งรกรากในหลายรัฐของสหรัฐฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นการช่วยเตรียมพื้นที่สำหรับการขยายฐานการผลิตเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯของจีนในอนาคต

Opinion

สรุปได้ว่า นี่คือการวิเคราะห์จากสื่อตะวันตกอย่าง CNBC หรือแม้กระทั่งข่าวก่อนหน้านี้ที่สื่อจากญี่ปุ่นเองอย่าง Nikkei ก็พูดคล้าย ๆ กัน ในสภาพจำยอม ยานยนต์ EV จากจีนจะบุกเข้าไปตีตลาดโลกได้อย่างแบบสมบูรณ์ แม้กระทั่งสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปก็ไม่น่ารอด และแน่นอนสภาพท้องถนนคงไม่ต่างจากเมืองไทยที่จะมีรถยนต์แบรนด์จีนวิ่งกันเกลื่อนเมือง

แม้ปัจจุบันยังไม่มีรถยนต์แบรนด์จีนในสหรัฐฯ แต่อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนก้าวหน้าไปมากแล้ว ทั้งในด้านศักยภาพการผลิต คุณภาพและการแข่งขันราคา รวมถึงกลยุทธ์การขยายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศ จึงน่าจะเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้นที่รถจากจีนจะเข้ามาแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านภาษีศุลกากรมากมายขนาดไหนก็ตามที

สรุปเนื้อหา วิธีสร้างสตาร์ทอัพมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ในเวลา 2 ปี โดย Aravind Srinivas

ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 18 เดือน Perplexity AI สามารถสร้างฐานผู้ใช้งานรายเดือนได้มากถึง 10 ล้านคน และมีมูลค่ากิจการถึง 1 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ Perplexity กลายเป็นยูนิคอร์น ในเวลาเพียงไม่ถึง 2 ปี

Perplexity AI ได้รับการสนับสนุนจาก Jeff Bezos, Nvidia และ Tobi Lutke โดยมี CEO คนปัจจุบันคือ Aravind Srinivas ซึ่งได้มาแชร์ประสบการณ์ในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงวงการนี้ การต้องเผชิญหน้ากับความท้าทาย และแนวทางการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่นำพา Perplexity AI ไปสู่ความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

Highlights

🔍 Aravind Srinivas ซีอีโอของ Perplexity AI มีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการเสพข้อมูลออนไลน์ โดยจะให้คำตอบทันทีผ่านการสอบถามด้วยภาษาที่เป็นรูปแบบธรรมชาติเหมือนมนุษย์

📈 การเปิดตัว Perplexity AI ในเดือนธันวาคม 2022 ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว มีผู้ใช้งานถึง 10 ล้านรายต่อเดือนภายในระยะเวลาเพียงปีเดียว

💡 ประวัติการทำงานของ Aravind ในด้านเทคโนโลยี AI และ Deep Learning นำไปสู่การพัฒนาบริการแชทบอทที่เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี Generative AI และ RL (Reinforcement learning) สำหรับเทคโนโลยีขั้นสูง

📚 วิธีการที่เป็นเอกลักษณ์ของ Perplexity AI คือ การสร้างแชทบอทที่ให้คำตอบกระชับพร้อมแหล่งอ้างอิง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใช้งาน

💬 บริษัทให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานและการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงการนำเสนอ interactive prompts เพื่อให้ผู้ใช้กำหนดคำถามได้ดียิ่งขึ้น เป็นการผลักดันให้เกิดการปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

⚡ Aravind เน้นย้ำถึงความสำคัญของการโฟกัส การพัฒนานวัตกรรมอย่างรวดเร็ว และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จของสตาร์ทอัพ โดยให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้ใช้งานและการจัดลำดับความสำคัญให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักของธุรกิจ

Key Insights

🔥 การเดินทางของ Aravind จากแวดวงวิชาการสู่การเป็นผู้ประกอบการ ชี้ให้เห็นถึงส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง Passion กับเป้าหมายทางธุรกิจที่ชัดเจน การเปลี่ยนจากทฤษฏีในแวดวงวิชาการเพื่อสร้างนวัตกรรมที่มี impact อย่างแท้จริง

🌐 แนวทางการให้บริการที่โฟกัสไปที่ผู้ใช้งาน การใช้ทฤษฏีและหลักวิชาการที่เข้มข้น และการนำเทคโนโลยี AI ขั้นสูงมาใช้ของ Perplexity AI ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับบริการการค้นหาข้อมูลและการสืบค้นข้อมูลออนไลน์

💡 การที่บริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพและประสบการณ์ผู้ใช้ การนำเสนอรูปแบบของ interactive prompts ข้อความสรุปที่มีความกระชับ พร้อมแหล่งอ้างอิง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในทุกแง่มุม

💰 การตัดสินใจในเรื่องกลยุทธ์ในการตั้งราคา เช่นการจับคู่ราคาแพ็กเกจ Pro กับ ChatGPT Plus แสดงถึงมุมมองที่โฟกัสไปที่การให้บริการที่คุ้มค่า พร้อมทั้งรักษาความยั่งยืนทางด้านการเงินของธุรกิจ

⚙️ หลักการทำงานของ Aravind ที่เน้นการโฟกัส การเร่งสปีดในการสร้างนวัตกรรม และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เป็นแนวทางนำไปสู่ความสำเร็จของสตาร์ทอัพ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความไว้วางใจจากผู้ใช้งานและนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายที่มีความชัดเจน

🚀 Urgency Culture และรูปแบบการดำเนินธุรกิจของ Perplexity AI สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูงอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีผลักดันให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

💡 คำแนะนำของ Aravind ในการเริ่มต้นธุรกิจจาก Passion ต้องไม่คิดแบบเกมสั้น ๆ เขาได้ย้ำถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวและความทุ่มเทที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จอย่างยั่งยืนในการเป็นผู้ประกอบการ

Opinion

โดยสรุปแล้ว จะเห็นได้ว่าการก่อร่างสร้างตัวของ Perplexity AI นั้นให้มุมมองและรายละเอียดที่น่าสนใจ ไล่ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตั้งราคา ตลอดจนปรัชญาการทำงานของผู้นำอย่าง Aravind Srinivas ที่สามารถเปลี่ยนผ่านบทบาทจากการเป็นนักวิชาการ ที่เน้นไปที่เรื่องทฤษฏี และนำมาประยุกต์ใช้ ผนวกกับ passion อันแรงกล้าของเขาที่อยากเห็นบริการการค้นหาที่ถูกผูกขาดมานานนั้นใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งว่าถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่มีคุณค่าสำหรับนักลงทุนและผู้ที่คิดจะทำธุรกิจสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีได้มากเลยทีเดียวนั่นเองครับผม