NetScape Time ตอนที่ 14 : The Fall of Netscape

ในปี 1994 Bill Gates ได้กล่าว คำ ๆ นึงที่ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อ NetScape เป็นอย่างมากนั่นก็คือ เขาหวังว่าจะไม่มีผู้ผลิตรายใดสร้างรายได้จากโปรแกรม Browser อย่างที่ NetScape กำลังทำอยู่

ต้องบอกว่า สถานการณ์ในขณะนั้น บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft นั้นมีเงินสดในมือกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญ ผ่านเครื่องจักรทำเงินของพวกเขาอย่าง ระบบปฏิบัติการ Windows และชุดโปรแกรม Office

ซึ่งแนวคิดของ Bill Gates มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว พวกเขาผู้ขาดธุรกิจของระบบปฏิบัติการ และมีส่วนแบ่งการตลาดที่สูงมาก ๆ ในโปรแกรมที่พวกเขาวางขายทุก ๆ ตัว การที่จะต้องแจกโปรแกรมบางอย่างฟรี ๆ มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกเขามาก

โดยทาง Microsoft นั้นใช้แผนที่เหนือเมฆมาก ๆ คือนำ Internet Exproler ออกสู่ตลาดโดยแถมมากับระบบปฏิบัติการ Windows 95 เลยแทบจะทันที โดย Microsoft นั้นก็ได้พัฒนาตัว IE โดยใช้พื้นฐานมาจาก Mosaic ที่พวกเขาได้ลิขสิทธิ์ต่อมาจาก Spyglass นั่นเอง

Microsoft ปล่อย Internet Exproler มากับ Windows แบบฟรี ๆ
Microsoft ปล่อย Internet Exproler มากับ Windows แบบฟรี ๆ

แต่ NetScape ก็ไม่ได้กลัวแต่อย่างใด เพราะหลังจากปล่อย NetScape Version 2.0 ออกไปนั้น ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ามาก ๆ จนทำให้มีผู้ใช้งานกว่า 38 ล้านคนทั่วโลก และนับเป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลก สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดไปได้ถึง 80% เลยทีเดียวในช่วงปี 1996

NetScape นั้นใช้กลยุทธ์ในการนำโปรแกรมออกเผยแพร่ทาง internet ให้ผู้ใช้งานสามารถเข้ามาดูตัวโปรแกรมได้ และได้เริ่มก้าวไปสู่การพัฒนาโปรแกรมสำหรับเครือข่ายในองค์กร และโปรแกรมด้านการค้าใน internet เพื่อสร้างรายได้ให้มากที่สุด

แต่ Microsoft นั้นเป็นบริษัทที่ทุนหนาอยู่แล้วจึงไม่มีปัญหาเรื่องการเงินแต่อย่างใด จึงได้เข้ามาต่อสู้อย่างเต็มตัวและดุเดือดมากยิ่งขึ้น ซึ่งในการแถม Browser ไปกับระบบปฏิบัติการ และเป็นยิ่งส่งเสริมให้คนหันมาใช้ ระบบปฏิบัติการ Windows 95 มากยิ่งขึ้น

ซึ่งสุดท้ายก็มีการฟ้องร้องกัน โดยมีการกล่าวหาว่า Microsoft ผูกขาดการตลาดของระบบปฏิบัติการ ทางฝั่ง Microsoft นั้นก็ไม่แยแสในเรื่องที่เกิดขึ้นเดินหน้าแถม Browser ต่อไปจนครองส่วนแบ่งแทบจะทั้งหมดของ Browser ไปได้ในท้ายที่สุด

และ ทำให้ Netscape ต้องถูกขายให้กับ AOL ในภายหลังก่อนจะพัฒนากลายมาเป็น Mozilla Firefox อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ส่วนคดีความฟ้องร้องนั้น ถึงแม้สุดท้าย ศาลจะพิพากษาให้ Microsoft เป็นฝ่ายผิด แต่ Microsoft ก็ยินยอมจ่ายค่าปรับเพียงร้อยกว่าล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งเปรียบเหมือนในสงครามนี้ Microsoft ยอมแพ้ในศาลแต่ ในเชิงธุรกิจนั้น Netscape ได้ตายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเองครับผม

แล้วเราได้อะไรจากการเรื่องราวของ NetScape จาก Blog Series ชุดนี้

ต้องบอกว่า Web Browser นั้นถือเป็นอีกหนึ่งในนวัตกรรม ที่เปลี่ยนโลกเราไปตลอดการ แม้การเกิดขึ้นของ World Wide Web จาก Tim Berner lee นั้นจะเกิดมาก่อนก็ตาม แต่การที่ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึง internet ได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นนั้น ก็เป็นผลมาจากโปรแกรม Web Browser ตัวแรกอย่าง Mosaic ที่ Marc Andreeessen เป็นผู้ให้กำเนิดขึ้นมา

แน่นอนว่าเรื่องราวของการก่อตั้งบริษัทใหม่อย่าง NetScape นั้น เป็นเรื่องราวที่ดั่งปาฏิหาริย์ เพราะใช้เวลาเพียงปีกว่า ๆ เท่านั้น พวกเขาก็สามารถพาบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จ และ สร้างปาฏิหาริย์มากมายให้กับ WallStreet

แต่แน่นอนว่า เมื่อการเติบโตไปเข้าหูยักษ์ใหญ่ ที่ครอบครองตลาดแบบเบ็ดเสร็จอย่าง Microsoft มันก็เป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะชนะยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ได้ ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญครั้งหนึ่งให้กับเหล่า startup ยุคหลังว่า ไม่ควรที่จะเข้าไปต่อกรกับ ยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft แต่เนิ่น ๆ

แน่นอนว่า เราจะได้เห็นบริษัทยุคหลัง ได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้จากเรื่องราวของ NetScape ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คงจะเป็น Google ที่พวกเขาทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด และเลี่ยงการต่อกรกับยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ให้มากที่สุด

ซึ่ง Google นั้นประสบความสำเร็จ เพราะกว่า Microsoft จะรู้ตัวนั้น พวกเขาได้พัฒนาเทคโนโลยีจนนำห่างไปไกลแล้ว จน Microsoft ไม่สามารถที่จะไล่ตาม Google ได้ทันในที่สุด แม้จะพยายามบีบอย่างไร แต่มันก็ช้าเกินไปเสียแล้วนั่นเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่า Google นั้นรับบทเรียนจากการเข้าไปต่อสู้กับ Microsoft ของ NetScape อย่างชัดเจน

แน่นอนว่า โลกยุคใหม่นั้น บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Microsoft นั้นไม่ได้เปรียบในทุกเรื่องเสมอไป ด้วยขนาดองค์กรที่ใหญ่ ทำให้เคลื่อนตัวผ่านนวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นไปด้วยความลำบาก ทำให้เกิดบริษัทหน้าใหม่ Startup หน้าใหม่ ขึ้นมาเปลี่ยนโลกมากมายอย่างที่เราได้เห็นกันในปัจจุบัน

ซึ่งบทเรียนของ NetScape นั้นก็ ถือเป็น Case Study ที่สำคัญให้ เหล่าบริษัท Startup หน้าใหม่ยุคหลัง สามารถที่จะลืมตาอ้าปาก ไม่ถูกกลืนกิน เหมือนในยุคก่อนหน้าได้ ต้องถือว่าเรื่องราวของพวกเขา สร้างคุณูปการให้กับนักธุรกิจยุคหลังเป็นอย่างมาก นั่นเองครับผม

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :Billion Dollar Company *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

References : https://www.theguardian.com/global/2015/mar/22/web-browser-came-back-haunt-microsoft

อย่าลืมติดตามผลงานเรื่องต่อ ๆ ไปของผมก่อนใครได้ที่ blockdit นะครับ โหลดได้เลย

อย่าลืม ค้นหา “ด.ดล Blog” แล้ว กด follow กันด้วยนะครับผม

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Screens At Home กับแนวทางแก้ปัญหา Covid19 ของ Wallstreet

ด้วยสถานการณ์ของไวรัส Covid19 ทำให้บางส่วนของสถาบันการเงินข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรวมถึง Goldman Sachs, JPMorgan และบาร์เคลย์ การทำงานจากที่บ้านของพนักงานที่จะช่วยให้ธุรกิจของพวกเขาไปในขณะที่การระบาดของโรค coronavirus

โดย Financial Times ได้รายงานว่า บางคนถึงกับช่วยคนงานติดตั้งหน้าจอขนาดใหญ่ที่บ้านของพวกเขาเพื่อเปลี่ยนเป็นพื้นที่การค้าระยะไกล จากที่บ้านของพนักงาน เพราะดูเหมือนสถานการณ์ Covid19 จะไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่าย ๆ

JPMorgan คือมีโอกาสที่จะทดสอบวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการทำงานจากที่บ้านของพนักงานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบความยืดหยุ่นของมันมีชื่อรหัสว่า“ Project Kennedy ” 

และบาร์เคลย์ตัดสินใจที่จะแยกชั้นซื้อขายในหลาย ๆ ไซต์ทั่วลอนดอนด้วยส่วนที่สามารถทำงานได้จากระยะไกลนั่นเอง

ต้องบอกว่าปัญหาการแพร่ระบาดของ Covid19 เป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่แน่นอนโดยรอบการระบาดของโรคไวรัส Covid19 โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ามันอาจจะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ในประเทศที่พบการระบาดหนัก

การป้องกันไม่ง่ายนัก ไม่เพียงแค่ส่งพนักงานไปทำงานที่บ้านเท่านั้น จะต้องเอาชนะอุปสรรคด้านกฎข้อบังคับ ยกตัวอย่างเช่นในยุโรปมีความต้องการเกี่ยวกับวิธีการสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์และออนไลน์ที่ต้องมีการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น

ไม่เพียง แต่ธนาคารเท่านั้น ยังมีกลุ่มบริษัทด้านเทคโนโลยีจำนวนมากส่งพนักงานกลับไปทำงานที่บ้าน ตัวอย่างเช่นบริษัทเครือข่ายสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่อย่าง Twitter นั้น สนับสนุนอย่างมาก  ที่จะให้พนักงานจากทั่วโลกทำงานจากที่บ้าน“ หากพวกเขาสามารถทำได้” รวมถึงยักษ์ใหญ่ทางด้านค้าปลีกอย่าง Amazon ก็ทำในลักษณะเดียวกัน

References : https://futurism.com/neoscope/bankers-screens-home-keep-wall-street-running

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol