Geek Monday EP40 : วิธีที่ Walmart ใช้เทคโนโลยี AI, IoT และ Big Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้าปลีก

แม้ว่า Walmart ก่อตั้งขึ้นในปี 1962 แต่พวกเขากำลังพบกับการเปลี่ยนการค้าปลีกและประสบการณ์ของลูกค้า โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง Machine Learning , Internet of Things (IoT) และ Big Data

โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่อันดับสอง ได้ทำการลงทุนในเทคโนโลยีการค้าปลีกและนวัตกรรมที่พัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อสร้างประสิทธิภาพให้กับธุรกิจของพวกเขา สามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ได้นั่นเอง

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/2PDZ1pR

ฟังผ่าน Apple Podcast :  https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast :  http://bit.ly/2I82cSv

ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/39f1Rtb

ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/O6qXnlUYYlM

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

NetScape Time ตอนที่ 6 : True Leader

ผู้นำที่ดีในธุรกิจด้านเทคโนโลยีไฮเทค นั้น คนที่มารับตำแหน่งดังกล่าว จะต้องมีความสามารถในการแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนสูง เพราะงานที่ต้องการความรวดเร็ว ความคล่องตัว และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ที่มีความแตกต่างจากบริษัทในอุตสาหกรรมอื่น ๆ

ผู้นำในธุรกิจนี้ จะต้องสรรหาแนวทางใหม่ ๆ ช่วยกระตุ้นให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และมีความน่าเชื่อถือสูง

แน่นอนว่า คนที่มีพื้นฐานทางด้าน Computer Science นั้น จะมีบุคลิกลักษณะการแต่งตัวและวิธีการทำงานในรูปแบบของพวกเขาเอง มีความ indy สูง ซึ่งมักจะแตกต่างจากคนที่จบการศึกษาจากสายงานด้านธุรกิจ

หลังจากที่เข้าสู่ช่วงเดือนที่ 2-3 หลังจากก่อตั้งบริษัท สำนักนักงานของ Mosaic Communication ก็เริ่มวุ่นวายพอสมควร เพราะโปรแกรมเมอร์แต่ละคนมีความเป็นเด็กค่อนข้างมาก สภาพห้องการทำงานที่ดูเหมือนหอพัก แต่เพราะนั่นเป็นวิธีการที่พวกเขาใช้ชีวิต และพวกเขารู้ว่าเป้าหมายของบริษัทคืออะไร

Jim ก็เริ่มคิดถึงการหาผู้บริหารสูงสุด มาคอยดูแลบริษัท แน่นอนว่า การนำเอาผู้บริหารจากสายงานอื่นเข้ามาบริหารบริษัทเทคโนโลยีไฮเทค อาจจะนำไปสู่ความล้มเหลว เพราะไม่สามารถที่จะเรียนรู้งานได้เร็วพอ แต่การหาผู้นำที่เหมาะสมสำหรับบริษัทที่ก่อตั้งใหม่ในสายเทคโนโลยีไฮเทค ก็เป็นเรื่องที่ยากมากเช่นกัน

Jim ต้องการผู้นำที่มีส่วนผสมของ วิศวกร นักการตลาด คนที่มีความคิดก้าวไกล มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล ชอบความเสี่ยง สามารถดูแลความเรียบร้อยของเหล่าโปรแกรมเมอร์ เนิร์ด ๆ ทั้งหลาย มีจิตใจที่เป็นนักสู้ มีความสามารถในการขาย และมีความเป็นศิลปินในคนเดียวกัน

และช่วงเวลาดังกล่าว Jim ใช้เวลาส่วนใหญ่ ในการคัดสรรคนเข้ามาทำงานในฝ่ายขายและการตลาด จนไม่มีเวลามากพอที่จะคิดถึงเรื่องการหาผู้นำในตำแหน่งบริหารสูงสุด เขาจึงได้ว่าจ้างพนักงานฝ่ายบุคคล เพื่อให้จัดการเรื่องดังกล่าว

หลังจากนั้น Jim ก็ได้รายชื่อของคนที่เหมาะสมในตำแหน่งนี้จำนวนหนึ่ง ซึ่งคนที่โดดเด่นที่สุดน่าจะเป็น James Barksdale ซึ่งขณะนั้นเป็นประธานและผู้บริหารระดับสูงฝ่ายปฏิบัติการของ บริษัทแมคคอว์เซลลูลาร์คอมมูนิเคชั่น

James Barksdale ผู้บริหารที่ Jim ต้องการที่สุด
James Barksdale ผู้บริหารที่ Jim ต้องการที่สุด

และหลังจากที่ แมคคอว์เซลลูลาร์คอมมูนิเคชั่น ควบรวมเข้ากับ AT&T ตัว James เองก็ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของ AT&T ในแผนกโทรคมนาคมไร้สายที่เมือง ซีแอตเติล

เมื่อถึงช่วงฤดูร้อน ปี 1994 ถึงเวลาที่ Jim ต้องค้นหาผู้บริหารสูงสุดจริงๆ จัง ๆ เสียที จึงได้ร่วมเดินทางไปพร้อมกับ John Doerr คณะกรรมการคนใหม่ทันทีเพื่อไปให้ James ที่เมือง ซีแอตเติล

และทั้งสองฝ่าย ก็คุยกันอย่างถูกคอ ต้องบอกว่า Jim นั้นประทับใจในตัว James Barksdale เป็นอย่างมาก เพราะเขาวางตัวแบบสบาย ๆ พูดจานุ่มนวล แต่มีความเข้มแข็งในการบริหาร ที่สามารถดูผลงานได้จากในอดีตที่ผ่านมาของเขา และที่สำคัญเขาเคยถูกชักชวนจาก Microsoft ให้ไปเป็นผู้บริหาร แต่ก็ปฏิเสธไป

แต่ James Barksdale นั้นต้องการที่เคลียร์ภาระในการควบรวมบริษัทให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงยังไม่พร้อมที่จะตัดสินใจ แน่นอนว่า Jim ก็ไม่อยากที่จะปล่อยเขาให้หลุดมือไป จึงได้ชักชวนให้มารับตำแหน่งคณะกรรมการของบริษัท Mosaic Communication ชั่วคราวก่อนในขณะที่ทำงานอยู่ ณ ที่เก่า

แต่อย่างไรก็ตาม Barksdale เองนั้น ก็เป็นคนประเภทที่ว่า จะยังไม่ยอมตัดสินใจใด ๆ ถ้าเห็นว่างานที่รับผิดชอบยังไม่แล้วเสร็จ จน Jim ต้องถึงกับเสนอเงื่อนไขที่เย้ายวนที่สุด โดยจะให้ Barksdale ได้รับหุ้นส่วนครึ่งหนึ่งของที่ Jim ถืออยู่ และจะมอบให้ทันทีเมื่อเขาเข้ามาร่วมงานกับ Mosaic Communication ซึ่งถือเป็นการเสี่ยงเดิมพันครั้งสำคัญอีกครั้งของ Jim Clark

แน่นอนว่าในตอนนั้น ตัว Jim เองก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ธุรกิจใหม่ของเขานั้นจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด สิ่งที่เขาทำได้คือ พยายามในทุก ๆ สิ่งอย่างเต็มที่โดยเฉพาะเรื่องของคนที่มีความสามารถเช่น James Barksdale และ Marc Andreessen

ซึ่งแน่นอนว่าการจัดการธุรกิจที่กำลังเติบโตเป็นงานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และต้องมีทีมงานผู้บริหารที่ชาญฉลาด และมีความคิดสร้างสรรค์ และต้องสามารถนำทีม และผลักดันลูกทีมทั้งหมดให้ร่วมงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของผู้บริหารสูงสุดของทุกองค์กรนั่นเอง

Barksdale มีเรื่องที่ต้องชั่งใจอยู่นาน และมีสิ่งที่ต้องสะสางจัดการอีกเยอะในส่วนที่เขาทำอยู่ แต่สิ่งที่ Jim และ John Doerr ได้เสนอไป และ โอกาสที่จะเข้ามาควบคุมบริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงโลก เป็นสิ่งที่ท้าทายและดึงดูดเขาไม่ใช่น้อย

และถือเป็นโชคดีที่ Barksdale เป็นคนที่ชอบความท้าทายเหล่านี้เสียด้วย ในช่วงปลายเดือน สิงหาคม ปี 1994 เขาจึงได้ส่งสัญญาณว่าจะมาร่วมงานทันทีที่เสร็จงานที่ทำอยู่ และนี่เองเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้งของ Mosaic Communication ที่กำลังได้แม่ทัพ ผู้บริหารระดับมืออาชีพ มาเสริมทัพองค์กร ให้ทะยานไปข้างหน้าแบบไม่กลัวใครอีกต่อไป แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อ กับ Mosaic Communication โปรดอย่าพลาดติดตามตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 7 : Into The New World

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :Billion Dollar Company *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

Refereces Image : https://www.cnet.com/news/netscape-sets-source-code-free/

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol