Geek Monday EP36 : Data Science กับการยกระดับการเล่นของทีม Liverpool

เราจะเห็นได้ว่า ลิเวอร์พูล ในชุดนนี้ของ Klopp นั้น เล่นอะไรก็ดูเหมือนง่าย ๆ ไปเสียหมด การรุกที่จังหวะไม่มากนัก แต่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง แนวป้องกัน ที่ยากที่จะเจาะเข้าไปทำลาย ซึ่งแม้กระทั่งเป๊บ กุนซือมากความสามารถ ก็ยังต้องยอมศิโรราบให้กับลิเวอร์พูลในยุคนี้

แน่นอนว่าทีมอื่น ๆ ก็ต้องมาเริ่มโฟกัสกับเรื่องของข้อมูล โดยเฉพาะงานด้าน Data Science ให้มากยิ่งขึ้น เพราะนับวันทีมลิเวอร์พูลจะทิ้งห่างคู่แข่งออกไปเรื่อย ๆ เมื่อส่วนผสมของพวกเขาลงตัวในทุก ๆ จุด

และส่วนผสมที่สำคัญระหว่างศาสตร์ทางด้านฟุตบอลของ Klopp และ ศาสตร์ด้านข้อมูลที่มาจากทีมงาน Data Science ของพวกเขา กำลังแสดงให้โลกเห็นว่า ข้อมูลนั้นสำคัญเพียงใดกับเกมส์ฟุตบอล ซึ่งสุดท้ายมันอาจจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ และยากที่จะมีคู่แข่งมาต่อกร ไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียวนั่นเองครับผม

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/36S1HpM

ฟังผ่าน Apple Podcast :  https://apple.co/2lEqPPg

ฟังผ่าน Google Podcast : http://bit.ly/2ROaYea

ฟังผ่าน Spotify :  https://spoti.fi/31gYv5M

ฟังผ่าน Youtube : https://youtu.be/4MUeowwlIoI

References : https://www.liverpool.com/liverpool-fc-news/features/liverpool-transfer-news-jurgen-klopp-17569689

Data Science กับอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Liverpool ของ Klopp เป็นทีมที่ยากที่จะต่อกร

87 นาทีของเกมส์ในลอนดอนเหนือ ใน Big Match นัดล่าสุดที่ผ่านมา ในขณะที่ทีมของ Jose Mourinho กุนซือของท็อตแนมฮ็อทสเปอร์ถูกตรึงสกอร์ไว้ด้วยความหมดหวัง ทีมของ Mourinho พยายามทุกวิถีทางเพื่อตีเสมอ แต่สเปอร์ก็ไม่สามารถเจาะเพิ่มทำประตูได้ แม้จะได้โอกาสที่ยอดเยี่ยมจาก Heung-min Son และ Giovani Lo Celso ในช่วงท้ายเกมส์ก็ตามที

แต่หลายคนอาจจะไม่ทันสังเกตว่า ณ ช่วงเวลาหนึ่งของเกมส์ ลิเวอร์พูลได้หยุดโมเมนตัมของสเปอร์ลงอย่างเลือดเย็น เมื่อ Dele Alli พาบอลเข้ามาใกล้เส้นครึ่งสนาม ทีมของ Jürgen Klopp ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นให้ผู้เล่นกระจายตัวเป็นบล็อกที่แคบและมีความแข็งแกร่งดั่งหินผา และให้คู่ต่อสู้ทำได้เพียงเคาะบอลไปมารอบ ๆ ปราการป้อมสุดแข็งแกร่งของลูกทีมของเขาเพียงเท่านั้น

ผู้เล่น 10 คนที่สวมชุดสีแดงของทีมลิเวอร์พูล มีการยืนตำแหน่งอยู่ในตำแหน่งกลางสนามโดยมีระยะห่างจากด้านหลังไปด้านหน้าและจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งรวมกันไม่เกิน 20 หลา ซึ่งเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ ในวิธีการทำงานและแน่นอนว่าการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะอย่างสวยงามของทีมลิเวอร์พูล

ตอนนี้ทีมหงส์แดงเสียประตูรวมทั้งสิ้นเพียงแค่ 7 ประตู ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ และมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอนกับการเสียประตูน้อยขนาดนี้ มันล้วนเกิดจากความสามารถของทีมแทบจะทั้งสิ้น ในการควบคุมเกมส์ในสนามให้ได้ดั่งใจของพวกเขา 

แน่นอนว่า สโมสรฟุตบอลขนาดใหญ่ส่วนใหญ่มีแผนกวิเคราะห์ข้อมูล แต่มีน้อยมากที่รวมเอาความรู้ดังกล่าวไปใช้ในการตัดสินใจระดับสูงและกระบวนการเล่น รวมถึง แท็กทิคต่าง ๆ ตามสิ่งที่ลิเวอร์พูลกำลังทำ

ลิเวอร์พูลฟอร์มกระชับบล็อกในใจกลางของสนามในช่วงปลายของการแข่งขันกับสเปอร์ส
ลิเวอร์พูลทำการกระชับระยะของผู้เล่นในใจกลางของสนามในช่วงท้ายของการแข่งขันกับสเปอร์ส

Michael Edwards ผู้อำนวยการด้านการกีฬาของสโมสรเป็นอดีตนักวิเคราะห์ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานที่สโมสร Portsmouth และ Spurs ซึ่งเขาได้มีโอกาสมารับตำแหน่งที่แอนฟิลด์ โดยปัจจุบันเขามีบทบาทหลัก โดยเป็นศูนย์กลางในการดูแลผลประโยชน์ระยะกลางถึงยาวของสโมสร รวมถึงการทำให้มั่นใจว่าทุกแผนกได้รับการจัดการอย่างราบรื่นที่สุด

เฟนเวย์สปอร์ตกรุ๊ปเจ้าของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล มีประวัติความเป็นมาที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้วในเรื่องของการรวบรวมข้อมูล รวมถึงเรื่องของ Data Science จอห์น เฮนรี่ เข้าไปลงทุนในกีฬาเบสบอลก่อนที่จะเข้ามายังโลกของฟุตบอล

เขามีชื่อเสียงในการแต่งตั้ง Billy Beane ชายผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิดของ Moneyball โดยได้เซ็นสัญญามูลค่า 12.5 ล้านเหรียญ ที่ทำให้ Beane กลายมาเป็นผู้จัดการทั่วไปของบอสตันเรดซอกซ์ในปี 2002 ก่อนถูกควบรวมโดย FSG หลังจากนั้นไม่นาน และตอนนี้แนวคิดของ Beane ได้สร้างความแตกต่างให้กับความสำเร็จของทีมบอสตันเรดซอกซ์อย่างที่เราได้รู้กัน

ผลงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจนจากการใช้ Data ของ Billy Beane
ผลงานที่เป็นรูปธรรมชัดเจนจากการใช้ Data ของ Billy Beane

Ian Graham เป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Liverpool โดยเขาได้รับปริญญาเอกในสาขาฟิสิกส์เชิงทฤษฎี และเชื่อในการประเมินผู้เล่นและแนวโน้มที่กว้างขึ้นในวงการกีฬา โดยการคำนวนผ่านตัวเลขที่มีความซับซ้อนสูง 

โดยการพัฒนาเรื่องดังกล่าวกับวงการฟุตบอล สามารถทำได้เมื่อมีการวิเคราะห์รายละเอียดในระดับเชิงลึกด้วยกราฟฟิก ทำให้เกิดรูปแบบข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงในการทำความเข้าใจกับสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเป็นพื้นที่การครอบครองบอลของทีม

Tim Waskett นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์และ Will Spearman ผู้มีปริญญาเอกด้านปรัชญาเป็นสมาชิกของทีม Data Science ของลิเวอร์พูล ทั้งสองได้พูดต่อสาธารณะเกี่ยวกับแนวคิดของการควบคุมพื้นที่การครอบครองบอลของทีม ด้วยตัวอย่างข้อมูลกราฟิกที่ใช้ในการจับภาพแนวคิดดังกล่าว

การสร้างภาพการควบคุมระดับเสียงซึ่งจับภาพพื้นที่ของพื้นที่ที่ควบคุมโดยผู้เล่นบางคน
การสร้างภาพพื้นที่การครอบครองบอลของทีมซึ่งมีการจับภาพพื้นที่ที่ควบคุมโดยผู้เล่นบางคน

ผู้เล่นที่ล้อมรอบด้วยวงกลมสีเหลืองคือคนที่ครอบครองบอลอยู่ และที่สำคัญทีมของเขาสามารถเข้าถึงพื้นที่ของสนามที่เป็นสีฟ้าตามภาพด้านบน ในขณะที่พื้นที่สีแดงส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่ถูกครองบอลโดยทีมคู่แข่ง ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวผู้เล่นควรที่จะผ่านบอลเข้าไปให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ในโซนสีฟ้า

Waskett ได้กล่าวว่า การรวมข้อมูลเหตุการณ์และข้อมูลที่มีการติดตามการเล่นของทีมลิเวอร์พูล ทำให้สามารถเข้าใจได้ว่าแต่ละการกระทำบนสนามส่งผลกระทบต่อความน่าจะเป็นของการทำประตูได้อย่างไร ซึ่งหนึ่งในกราฟิกที่ใช้ในการแสดงทฤษฎีดังกล่าว สามารถดูได้จากด้านล่าง

แนวคิดการควบคุมระดับเสียงของลิเวอร์พูลพิจารณาว่าพื้นที่ใดในสนามที่ดีที่สุดที่จะใช้ในเวลาใดก็ตาม
แนวคิดพื้นที่การครอบครองบอลของทีมลิเวอร์พูล โดยพิจารณาว่าพื้นที่ใดในสนามเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดที่จะใช้ในเวลาใด ๆ ก็ตาม

Waskett กล่าวว่า: “นักเตะที่มีวงกลมพื้นสีแดงคือนักเตะของลิเวอร์พูล และพื้นที่สีแดงเป็นพื้นที่ที่พวกเขาสามารถเข้าถึงได้เร็วกว่าผู้เล่นสีน้ำเงิน ซึ่งทุกอย่างจะถูกคำนวณให้กลายเป็นความน่าจะเป็นผ่านตัวเลขการคำนวณที่มีความซับซ้อน

และค่าจากตัวอย่างนี้ 1.3% แสดงความน่าจะเป็นที่ลูกบอลจะไปอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวภายใน 15 วินาทีถัดไป ” ข้อมูลดังกล่าวมีความซับซ้อนสูง แต่เมื่อข้อมูลดิบเหล่านี้ได้รับการกรองและนำไปใช้ภายในสโมสร การค้นพบนี้สามารถทำให้ลิเวอร์พูลสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งที่ยังไม่พัฒนาในเรื่องดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ๆ

Klopp เป็นคนรับผิดชอบหลักในการฝึกทีม ซึ่งข้อสรุปใด ๆ ที่ได้รับแนะนำโดยแผนก Data Science ของสโมสรจะต้องนำมาตีความและนำไปใช้ในแง่ของการเล่นฟุตบอลโดยตัวของ Klopp เอง

ซึ่งมีสถิติที่น่าสนใจก็คือ ลิเวอร์พูลยิงถูกยิงเข้ากรอบเพียงแค่ 55 ครั้งเท่านั้น ในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ (สถิติถึงเกมส์กับสเปอร์) ซึ่งดีกว่าอันดับสองอย่างเชลซีที่ 65 ครั้ง ใน ตามด้วยแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่ 70 ครั้ง ซึ่งเป็นไปได้ว่าแนวการป้องกันของลิเวอร์พูลและกลยุทธ์การบล็อกตรงกลางของทีม อย่างที่เห็นในการเล่นกับสเปอร์ ทำให้ประสิทธิภาพในเกมส์รับของลิเวอร์พูลสูงมาก ๆ ในฤดูกาลนี้

ทางฝั่งของเกมส์รุก เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ – อาร์โนลด์และแอนดี้ โรเบิร์ตสันส์ กำลังโด่งดังจากการผ่านบอลครอสสนาม ซึ่งต้องบอกว่าการกระทำรูปแบบนี้นั้นค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับเกมส์ฟุตบอลในยุคนี้

แต่มันมีเหตุผลรองรับเพียงพอที่ว่าการกระทำเหล่านี้เกิดจากแนวคิดของการจัดการพื้นที่การครอบครองบอล อเล็กซานเดอร์ – อาร์โนลด์ซึ่งเคยเผชิญหน้ากับสเปอร์สที่แอนฟิลด์ในช่วงต้นฤดูกาลและข้อมูลสถิติการผ่านบอลของเขาในเกมส์แรกแสดงดังภาพด้านล่าง

เครือข่ายผ่านของเทรนต์อเล็กซานเดอร์อาร์โนลด์กับสเปอร์สที่แอนฟิลด์
เส้นทางการผ่านบอลของเทรนต์อเล็กซานเดอร์อาร์โนลด์ในเกมส์กับสเปอร์สที่แอนฟิลด์

จากรูปแสดงให้เห็นการผ่านบอลแบบแนวทแยงมุม ชี้ให้เห็นว่าการผ่านบอลลักษณะนี้ของ อเล็กซานเดอร์ – อาร์โนลด์ ได้รับคำสั่งจาก Klopp อย่างจงใจ

กองกลางของลิเวอร์พูลได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากขาดความคิดสร้างสรรค์ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าใช้ข้อมูลการจัดการพื้นที่การครอบครองบอลผ่าน Data Science ? 

ความเสี่ยงในการครอบครองโดยทั่วไปแล้วนั้น จะถูกนำมาใช้โดยกองหลังเต็มรูปแบบของทีม ในขณะที่กองกลางกลางในทีมของ Klopp มุ่งไปที่การรักษาวินัยในการเล่นและมุ่งเน้นไปที่การรักษาสมดุลของทีมเป็นหลัก 

ซึ่งบางทีแผนก Data Science ของลิเวอร์พูลได้ค้นพบจุดศูนย์กลางของสนามที่สำคัญที่สุดในการป้องกัน ดังนั้นผู้เล่นอย่าง Jordan Henderson และ Gini Wijnaldum ก็มักจะเล่นบอลแบบ Play-Safe อยู่เสมอ อย่างที่เราได้เห็นกันมาตลอด

และในทางกลับกัน พื้นที่แนวรุก ด้านใน ทั้งด้านขวาและซ้าย ที่นำโดย Sandio Mane และ Mohamed Salah และ ช่องว่างตรงกลางหลังแนวรับฝั่งคู่แข่ง อาจจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการใช้ในการโจมตีนั่นเอง

ลิเวอร์พูลทำคะแนนกับเอฟเวอร์ตันด้วยการกดผ่านด่านยาว ๆ ง่ายๆ
ลิเวอร์พูลโจมตีเอฟเวอร์ตันด้วยการวางบอลยาวแบบง่าย ๆ

ไม่มีใครรู้ว่าว่าทีมลิเวอร์พูลได้ค้นพบสุดยอดความลับจาก Data Science มาน้อยเพียงใด ที่ส่งผลให้ทีมฟอร์มแข็งแกร่งอย่างที่เราได้เห็นในปัจจุบันนี้ แต่เมื่อพิจารณาว่าพวกเขาสามารถคว้าแชมป์สโมสรโลกและแพ้ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีกเพียงครั้งเดียวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2018 มันเป็นไปได้สูง ที่ข้อได้เปรียบที่ได้รับจาก Data Science จะส่งผลอย่างมากต่อทีมลิเวอร์พูลในยุคของ Klopp อย่างที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้นั่นเองครับ

ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เขียน

แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่ทำให้ทีมอย่างลิเวอร์พูลก้าวมาถึงจุดที่เราเห็นในวันนี้ มันต้องประกอบด้วยส่วนประกอบที่ลงตัวหลาย ๆ ส่วน ไม่ใช่แค่เพียงความสามารถจากกุนซือสมองเพชรอย่าง Jurgen Klopp เพียงอย่างเดียว

การเปลี่ยนแปลงของลิเวอร์พูลมันชัดเจนมาตั้งแต่การเข้ามา take over สโมสรของ จอห์น เฮนรี่ ซึ่งเขาเป็นคนที่มีประวัติไม่ธรรมดา เมื่อสามารถทำทีมเบสบอลอย่าง บอสตันเรดซอกซ์ ประสบความสำเร็จมาแล้ว ด้วยการใช้ข้อมูลจาก Billy Beane

ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นแฟนฟุตบอลตัวยงแต่เชียร์ทีมปืนใหญ่ อาเซน่อล ซึ่ง ได้มองเห็นภาพความสำเร็จทีละขั้น ๆ ของลิเวอร์พูลมาโดยตลอด และไม่แปลกใจเลยเมื่อได้อ่านข้อมูลจากบทความนี้ ที่ Data Science กลายมาเป็นปัจจัยที่สำคัญชี้ขาดอย่างหนึ่งที่ยกระดับความสามารถของทีมลิเวอร์พูลให้แข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้

เราจะเห็นได้ว่า ลิเวอร์พูล เล่นอะไรง่าย ๆ ไปเสียหมด การรุกที่จังหวะไม่มากนัก แต่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง แนวป้องกัน ที่ยากที่จะเจาะเข้าไปทำลาย ซึ่งแม้กระทั่งเป๊บ กุนซือมากความสามารถ ก็ยังต้องยอมศิโรราบให้กับลิเวอร์พูลในยุคนี้

แน่นอนว่าทีมอื่น ๆ ก็ต้องมาเริ่มโฟกัสกับเรื่องของข้อมูล โดยเฉพาะงานด้าน Data Science ให้มากยิ่งขึ้น เพราะนับวันทีมลิเวอร์พูลจะทิ้งห่างคู่แข่งออกไปเรื่อย ๆ เมื่อส่วนผสมของพวกเขาลงตัวในทุก ๆ จุด และส่วนผสมที่สำคัญระหว่างศาสตร์ทางด้านฟุตบอลของ Klopp และ ศาสตร์ด้านข้อมูลที่มาจากทีมงาน Data Science ของพวกเขา กำลังแสดงให้โลกเห็นว่า ข้อมูลนั้นสำคัญเพียงใดกับเกมส์ฟุตบอล ซึ่งสุดท้ายมันอาจจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ และยากที่จะมีคู่แข่งมาต่อกร ไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียวนั่นเองครับผม

References : https://www.liverpool.com/liverpool-fc-news/features/liverpool-transfer-news-jurgen-klopp-17569689 https://www.fourfourtwo.com/news/liverpool-pepijn-lijnders-jurgen-klopp-assistant-manager-lifts-lid-working-what-it-is-like

ขายสินค้าที่ระลึกทีมฟุตบอลหมวดเสื้อฟุตบอล

หมวดเสื้อฟุตบอล (สินค้าทุกชิ้นสั่งจาก Ebay อังกฤษ)


1. Arsenal away shirt 2002-2004, nike XL ราคา 800 บาท

ราคา : 800 บาท

#มีบริการส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง

#Line ID :tharadhol  #Tel:0869663630


2.ARSENAL SHIRT SIZE L 2003-2004 SEASON ราคา 1,000 บาท

เสื้่อ อาเซน่อล ปี 2003-2004 ชุดไร้พ่าย Size L

ราคา : 1,000 บาท

#มีบริการส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง

#Line ID :tharadhol  #Tel:0869663630


 3.ARSENAL SHIRT SIZE S 2004-2005 SEASON  ราคา 800 บาท

ชุด อาเซน่อล ปี 2004-2005 size S

ราคา : 800 บาท

#มีบริการส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง

#Line ID :tharadhol  #Tel:0869663630


 4.Brazil 1994 Umbro Large Vintage Football Soccer Shirt Romario Dunga Bebeto ราคา 900 บาท

ชุดแข่ง Brazil ชุดแชมป์โลกปี 1994   size XL Umbro

ราคา : 900 บาท

#มีบริการส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง

#Line ID :tharadhol  #Tel:0869663630


 5.Chelsea Shirt 2017/2018 ของใหม่ยังไม่ได้ใช้  ราคา 1,500 บาท

ราคา : 1,500 บาท

#มีบริการส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง

#Line ID :tharadhol  #Tel:0869663630


 6.GARY NEVILLE Hand Signed Manchester United Football Shirt – COA – Autograph ราคา 2,000 บาท

เสื้อแมนยูแท้ พร้อมลายเซ็นต์ Gary Neville

ราคา : 2,000 บาท

#มีบริการส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง

#Line ID :tharadhol  #Tel:0869663630


 7.Kevin De Bruyne Signed Manchester City Shirt 2016/17 Man City Belgium MCFC ราคา 2,000 บาท

เสื้อ Man City ปี 2016/2017 แท้ พร้อมลายเซ็นต์ Kevin De Bruyne

ราคา : 2,000 บาท

#มีบริการส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง

#Line ID :tharadhol  #Tel:0869663630


8.Man Utd..Umbro red football shirt..Sharp..used..Massey 10 on back (owner name) ราคา 900 บาท

เสื้อแมนยู Umbro Logo Sharp  มี Screen ชื่อด้านหลัง Massey ( ชื่อเจ้าของเสื้อ) size XXL

ราคา : 900 บาท

#มีบริการส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง

#Line ID :tharadhol  #Tel:0869663630


9.MANCHESTER UNITED Original Replica Shirt Large 1998/1999 Umbro SHARP ราคา 900 บาท

เสื้อ แมนยู ปี 1998/199 ชุดเยือน size L

ราคา : 900 บาท

#มีบริการส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง

#Line ID :tharadhol  #Tel:0869663630


10.MANCHESTER UNITED TREBLE HOME SHIRT 1998/1999 XL LARGE 45″ – 47″ 98/99 MAN UTD ราคา 1,500 บาท

เสื้อ แมนยู ชุด 1998/1999 ชุด 3 แชมป์ size XL

ราคา : 2,000 บาท

#มีบริการส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง

#Line ID :tharadhol  #Tel:0869663630


11.Michael Owen Hand Signed Liverpool Football Club Shirt with COA ราคา 2,000 บาท

เสื้อ Liverpool พร้อม ลายเซ็นต์ ไมเคิล โอเว่น

 

ราคา : 2,000 บาท

#มีบริการส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง

#Line ID :tharadhol  #Tel:0869663630


12.Nike Manchester United Home Shirt 2007/08. Mens Medium. Champions League Winnersราคา 900 บาท

เสื้อ แมนยู ปี 2007/2008 ชุด แชมป์ แชมเปี้ยนลีค size M

ราคา : 900 บาท

#มีบริการส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง

#Line ID :tharadhol  #Tel:0869663630


13.Nike Manchester United Home Shirt 2011/12. Good Cond. Short Sleeve. Mens Medium. ราคา 800 บาท

เสื้อ แมนยู Nike ปี 2011/12  size M แขนสั้น

ราคา : 800 บาท

#มีบริการส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง

#Line ID :tharadhol  #Tel:0869663630


14.Signed Manchester United Chicharito 14 Football Soccer Shirt Top. ราคา 2,000 บาท

เสื้อ แมนยู แท้ พร้อมลายเซ็นต์ Chicharito มี Screen เบอร์ 14 พร้อมป้ายชื่อ Chicharito  size L

ราคา : 2,000 บาท

#มีบริการส่งฟรีเก็บเงินปลายทาง

#Line ID :tharadhol  #Tel:0869663630


เมื่อแฟนบอลเริ่มหมดศรัทธา

ผ่านเกมส์ถือได้ว่าทำร้ายจิตใจแฟนบอลมากที่สุด ในรอบหลายปีเกมหนึ่งเลยก็ว่าได้ สำหรับผลงานการลิเวอร์พูลในนัดล่าสุดที่แพ้อย่างหมดสภาพ 4-0

ผมในฐานะแฟนบอลอาเซน่อล ที่เชียร์มาก็ค่อนข้างนาน ไม่เคยรู้สึกถึงความหดหู่ และสิ้นหวังได้เหมือนเกม เกมนี้ ทุกอย่างมันบรรจบกันหมด เป็นการพ่ายแพ้แบบหมดรูป สู้ไม่ได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ แทคทิค ยัน โค้ช ซึ่งต้องยอมรับการทำทีมสไตล์ของ เจอร์เกน คลอป ว่าทำได้ดุดันดั่ง style heavy metal ที่เค้าชอบจนผลงานเริ่มจะปรากฏในปีนี้

หลายปีที่ผ่านมาอาจจะมีเกมส์ที่ทีมแพ้แบบหลุดลุ่ย หลายเกมส์ มาก แต่อย่างน้อยก็ยังมีใจสู้ มีการสู้เพื่อเอาประตูคืน ซึ่งแฟนบอลก็ยังพอรับได้ เพราะได้สู้เต็มที่แล้ว แต่ความศรัทธามันคงได้เริ่มหมดลงหลังจากเกมนี้ ทุกอย่างมันผิดพลาดตั้งแต่การวางตัวผู้เล่น ทุกอย่างมั่วไปหมด แบ๊คขวา ไปเล่นซ้าย กองหน้าซื้อมาใหม่ ไม่ให้ลง รวมถึงกองหลังเด็กอ่อนอย่าง Rob Holding ที่เกรดยังไม่ถึงระดับ premier league ด้วยซ้ำ เอามาลงตัวจริงและต้องมาเจอ จรวดทางเรียบทั้งสองข้างอย่าง มาเน่ และ ซาล่า ซึ่งโดนพาทัวร์แทบทั้งเกมส์ จนเสียคน

ไหนจะแผนการเล่นที่หลังจากปลายปีที่แล้ว ปรับมาเล่นหลัง 3 ซึ่งเหมือนจะดี แต่ดูจากผลงานนัดหลัง ๆ จะรู้ว่า แผนนี้ทำให้กองหลังรั่วมาก ๆ โอกาสหลุดเข้าไปยิงของลิเวอร์พูลนับ สิบ ดีที่มี ปีเตอร์ เชค ช่วยเซฟไว้หลายหน จึงทำให้ไม่ได้โดนถล่มไปมากกว่านี้ แผนนี้ จะเห็นได้ว่านักเตะหลายคนเล่นไม่ออกเลย ทั้ง โอซิล  อเล็กซิส ที่เป็นตัวหลัก ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีกับแผนนี้เท่าไหร่ เพราะต้องมาช่วยรับด้วยตลอดเวลา มันเป็นแผนที่ไม่เหมาะกับทีมเราอย่างยิ่ง แต่ยังงงว่าทำไม เวนเกอร์ ก็ยังดื้อด้านใช้อยู่ จากความมั่นใจผิด ๆ ในปลายปีที่แล้ว

ปัญหาการซื้อตัวผู้เล่น รวมถึงการต่อสัญญานักเตะ ที่ยังไม่เคลียร์ซักราย ยังไม่รู้ว่าอนาคต จะเอายังไงกันแน่ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องปล่อยให้มันคาราคาซัง ขนาดนี้ นักเตะก็ไม่ได้โฟกัส กับการแข่งขัน เพราะ อนาคตยังไม่แน่นอน รวมถึงการซื้อนักเตะใหม่ ที่เอาจริง ๆ ได้มาแค่ตัวเดียวเท่านั้น คือ ลากาแซตต์ หากหันไปมองทีมลุ้นแชมป์รอบข้างที่ทุ่มซื้อกันอย่างบ้าคลั่ง ทำให้แฟนบอลก็รู้สึกหมดศรัทธากับทั้งผู้จัดการ รวมถึง ผู้บริหารสโมสรที่เอาแต่เงิน อาเซน่อลเป็นทีมที่ทำกำไรจากธุรกิจได้แทบจะอันดับต้น ๆ ของโลก ค่าตั๋วเข้าสนามที่แพงเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่ให้ผลงานแค่นี้ต้องถือว่าน่าผิดหวังมาก ๆ สำหรับแฟนอาเซน่อล

ตอนนี้ก็หวังอย่างเดียวว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงซักที ทั้งเจ้าของสโมสร รวมถึง ผู้จัดการทีม ควรจะยกเครื่องใหม่แบบยกชุด อยากได้เจ้าของที่รักสโมสรจริง เหมือนเสี่ยหมีของเชลซี ที่พร้อมจะทุ่มทรัพยากรให้กับทีมทุก ๆ ปีเพื่อให้ได้ลุ้นแชมป์ จนในที่สุดจำนวนแชมป์ พรีเมียร์ลีค ก็แซงอาเซน่อลจนสำเร็จ ซึ่งผู้บริหารทีมเราควรจะดูเป็นแบบอย่างว่าคนที่รักฟุตบอลนั้นเค้าพร้อมที่จะทุ่มให้ทุกอย่างเพื่อความสุขของแฟนบอล

Image Ref :  paininthearsenal.com

เปิดฉาก Premier League 2017-2018

ต้องบอกก่อนเลยว่าปีนี้ Premier League เปิดหัวนัดแรกกันค่อนข้างมันส์ สมชื่อ ยิงกันถล่มทลายตั้งแต่นัดแรก อาร์เซน่อล เจอ กับ เลสเตอร์ รวมถึงคู่ในวันเสาร์และอาทิตย์ ก็ยิ่งกันถล่มทลาย ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างนึงของ Premier League เลยก็ว่าได้ที่แตกต่างจาก ลีค อื่น ๆ ที่ทุกทีมสู้ตาย เพื่อเงินมหาศาลของค่าส่วนแบ่งของลิขสิทธิ์ที่ห่างชั้นจากลีคอื่นอย่างเทียบไม่ติด

ปีนี้ก็คิดว่าเป็นปีที่น่าจะขับเคี่ยวกันมันส์ ที่่สุดปีนึง ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง premier league มาเลยก็ว่าได้ เพราะทุกทีม ทุ่มเงินซื้อสตาร์กันมามากมาย ทีมหัวตารางก็เสริมทัพกันอย่างบ้าคลั่ง โดยเฉพาะ แมน ยู กับ แมน ซิตี้ ที่ว่าเป็น เต็ง 1 และ เต็ง 2 ในปีนี้ ถือว่าเสริมทัพโดยใช้เงินไปมหาศาล

จากฟอร์มนัดแรก นี่ โดยส่วนตัวยกให้แมนยู เลยเป็น เต็ง 1 หลังจากได้ มาติช เข้ามาเสริมทีม ทำให้องค์ประกอบของทีมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และการได้กองหน้าตัวใหม่อย่าง ลูกากู ก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมายกับ premier league อยู่แล้ว แทบจะลุ้นดาวซัลโวทุกปีในช่วงปีที่ผ่านมากับ เอฟเวอร์ตัน การย้ายเข้ามาอยู่แมนยู รับรองยิงกระจายแน่นอน

ทีมที่สื่อให้เป็นเต็ง 1 อย่าง แมน ซิตี้ นั้น เท่าที่ดูฟอร์มนัดแรกถือว่าต้องปรับพอสมควร ยังเล่นกันไม่ค่อยเข้าขาเท่าไหร่ แม้จะเป็นนักเตะตัวรุกชุดหลักเหมือนปีที่แล้ว มีการเสริมเฉพาะกองหลังที่เข้ามาหลายคน ดูแล้วก็ต้อง จูนปรับตัวกันพอสมควร การเน้นรุกมากเกินไปของแมน ซิตี้นั้น เราได้เห็นบทเรียนหลายครั้งแล้วใน ซีซั่นที่แล้ว แต่คิดว่าเป๊บก็ยังคงมั่นใจในปรัชญาเกมส์รุกของตัวเองอยู่เหมือนเดิม

ส่วนทีมที่ลุ้น อื่น ๆ อย่าง เชลซี แชมป์เก่านั้น ปีนี้ต้องเล่น แชมเปี้ยนลีค น่าจะต้องใช้พลังเพิ่มมากขึ้นพอควร แถมเสียตัวหลักอย่าง มาติช รวมถึง คอสต้า ที่ไม่อยู่ในแพลนการทำทีมของคอนเต้ ซึ่งก็งงมากว่าปีที่แล้วก็ปรับตัวได้ดีกับแทคทิคของคอนเต้ แต่ทำไมคอนเต้ ถึงไม่เลือกใช้ในปีนี้ การได้กองหน้าตัวใหม่อย่าง โมราต้า นั้น ก็ต้องปรับตัวกันพอสมควร กับเกมส์ที่รวดเร็วอย่าง พรีเมียร์ลีค ซึ่งก็คิดว่ายากกับการป้องกันแชมป์ปีนี้

ส่วนสเปอร์ นั้นแทบจะไม่เสริมทัพเข้ามาเลย น่าจะมีปัญหาทางด้านการเงินที่ต้องไปสร้างสนามใหม่อีกหลายปี คิดว่าปีนี้ คงได้แค่ลุ้นเบียดพื้นที่แชมเปี้ยนลีค เฉย ๆ

ส่วน ลิเวอร์พูล ที่ผมมองตอนแรกว่ามีโอกาสสูงที่จะไปเบียดลุ้นแชมป์กับสองทีมจาก แมนเชสเตอร์ นั้น มาพบกับข่าวร้ายในช่วงก่อนเปิด ซีซั่น เนื่องจากมีโอกาสสูงที่จะเสียผู้เล่นหัวใจแนวรุกตัวหลักอย่าง คูตินโย่ ซึ่งการเสีย คูตินโย่ นั้น ถือว่าทำให้ทีมเสียสมดุลไปมากพอควรแม้จะได้นักเตะใหม่อย่าง ซาล่า มาก็ตามแต่หากเสีย คูตินโย่ ก็คิดว่า ไม่น่าไปเบียดลุ้นกับสองทีมจาก แมนเชสเตอร์ได้อย่างแน่นอน

ทีมสุดท้าย ก็ ทีมรักของผมอย่าง อาเซน่อล สถานการณ์ ของทั้ง โอซิล และ ซานเชส นั้นก็ยังไม่มีอะไรแน่นอน ทั้งที่ปีหน้าจะหมดสัญญาแล้ว สโมสร ก็ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ว่าจะขายหรือจะต่อสัญญา ส่วนตัวคิดว่า ซานเชสนั้น มีโอกาสสูงที่ไม่ต่อสัญญาแน่ อยู่ที่ว่าจะขายก่อนปิดตลาดนักเตะในรอบนี้หรือไม่ ส่วนโอซิล คิดว่าอยู่ต่อ แต่ก็ไม่แน่ว่าจะไม่ต่อสัญญาในปีหน้าเหมือนกัน คงเล่นคู่กันอีกปีเดียวเท่านั้น การได้นักเตะใหม่อย่าง ลากาแซต และ โคลาซิแนค เข้ามานั้น ก็คือว่าเติมเต็มจุดอ่อนได้พอสมควร แต่ถ้าเทียบจากสองทีมจาก แมนเชสเตอร์ ก็ถือว่า ยังเป็นรองอยู่ค่อนข้างมากกับสภาพทีม ถึงแม้ปีนี้จะไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนลีค แต่ก็ต้องแข่ง ยูโรป้าลีค อยู่ดี ซึ่งการแข่งในคืนวันพฤหัส ก็ไม่ได้เป็นผลดีกับอาเซน่อลซักเท่าไหร่เลยในปีนี้ ผมหวังไว้อย่างสูงก็แค่  การกลับมาอยู่ top 4 ให้ได้อีกครั้งในปีนี้ และปีหน้าคงมาสร้างทีมกันใหม่หมด

Image Ref : http://www.footballgate.com