สงครามการค้า เกาหลี vs ญี่ปุ่น แต่ผู้ชนะคือจีน

“ สงครามการค้า” ที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่าง ประเทศญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ อาจเป็นข่าวดีสำหรับจีนทั้งทางด้านเศรษฐกิจและประเด็นทางด้านการทูต 

จากข้อจำกัดในเรื่องการส่งออกของญี่ปุ่นที่มีปัญหากับบริษัทยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ โดยมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงในเรื่องสงครามการค้าขึ้น ซึ่งความบาดหมางครั้งนี้น่าจะส่งผลให้ผู้ผลิตจีนจะได้เปรียบในการแข่งขันตามข้อมูลของนักวิเคราะห์ที่กล่าวถึงเรื่องนี้

 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ตัดสินใจที่จะจำกัดการส่งออกในส่วนที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีเกาหลีใต้ 

ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบโดยตรงสำหรับบริษัทเทคโนโลยีของเกาหลีใต้เช่น Samsung และ LG Display ซึ่งทั้งคู่พึ่งพาผู้ผลิตจากญี่ปุ่นอย่างมาก แต่สำหรับทางฝั่งของ บริษัทญี่ปุ่นซึ่งจะต้องหาลูกค้ารายใหม่ ๆ และอาจทำให้ซัพพลายเชนของพวกเขาหยุดชะงัก ถ้าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศยังคงอยู่แบบนี้ ไม่มีการแก้ไข

นักวิเคราะห์เชื่อว่าการโต้กลับของเกาหลีน่าจะเป็นส่วนของชิ้นส่วน บล็อกหน้าจอ OLED ที่เกาหลีได้ส่งออกไปญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่าจะกระทบความสามารถของบริษัทญี่ปุ่นในการผลิตทีวีคุณภาพสูงเช่นเดียวกัน

ด้วยมาตรการดังกล่าว ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าผู้ผลิตจีน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ของประเทศจีน  จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดในการเติมช่องว่างดังกล่าว

เกิดอะไรขึ้นระหว่างสองประเทศยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีจาก Asia

ซึ่งสาเหตุหลักจากสงครามการค้าครั้งนี้ เกิดจากข้อพิพาทระหว่างเกาหลีและญี่ปุ่น เกี่ยวกับมรดกของการปกครองอาณานิคมของญี่ปุ่นในคาบสมุทรเกาหลีก่อนสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นซึ่งจะต้องชำระค่าชดเชยทั้งหมดภายใต้สนธิสัญญาที่ลงนามเมื่อปี 1965 ซึ่งได้รับการแจ้งเตือนจากคำสั่งของศาลเกาหลีใต้เมื่อเร็ว ๆ นี้  ซึ่งทำให้เหล่าบริษัทญี่ปุ่นต้องช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายดังกล่าวในช่วงสงครามให้กับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการบังคับใช้แรงงาน.

ในการตอบโต้จากญี่ปุ่น ได้กล่าวว่าจะจำกัด การส่งออกสำหรับวัสดุที่ใช้ในอุปกรณ์เทคโนโลยี 3 ชนิด: โพลีอะมายด์ฟลูออไรด์ที่ใช้ในสมาร์ทโฟน photoresists ที่ใช้ในเซมิคอนดักเตอร์ และไฮโดรเจนฟลูออไรด์ที่ใช้ในเซมิคอนดักเตอร์เช่นเดียวกัน โดยบริษัท เกาหลีใต้พึ่งพาญี่ปุ่นเป็นอย่างมากสำหรับวัสดุทั้งสามรายการนี้ 

สงครามความตึงเครียดทางการค้า

อย่างไรก็ตามการลดความเชื่อมั่นดังกล่าว ไม่ใช่เพียงวิธีเดียว สำหรับสงครามการค้ารอบนี้ระหว่างประเทศทั้งสอง Ryo Hinata-Yamaguchi อาจารย์ประจำวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติปูซานในเกาหลีใต้กล่าวว่า

“ ญี่ปุ่นเป็นแหล่งของสารเคมีและเทคโนโลยีการผลิตที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ในขณะที่ญี่ปุ่นเกาหลีใต้เองนั้นก็เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญเช่นกัน ” Hinata Yamaguchi กล่าว

อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ กับปัญหาสงครามการค้าระหว่างสองประเทศ
อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ กับปัญหาสงครามการค้าระหว่างสองประเทศ

ประเด็นดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโดย จูน พาร์ค อาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยจอร์จเมสันในเกาหลีใต้ ซึ่งกล่าวว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศ  ตัวอย่างเช่น การที่บริษัทเกาหลีใต้ซื้อวัสดุจากญี่ปุ่นเพื่อผลิตเซมิคอนดักเตอร์เพื่อส่งกลับไปญี่ปุ่นอีกครั้ง“ แต่การยกเลิกการส่งวัสดุดังกล่าว ไม่ใช่สถานการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ เมื่อพิจารณาถึงระดับความตึงเครียดในตอนนี้”  ปาร์คกล่าว “ ความตึงเครียดเหล่านี้หากยังคงอยู่ จะสามารถสร้างผลกระทบอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของการผลิตชิปไปทั่วโลกในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกเช่น Apple และหัวเว่ย ด้วยเช่นเดียวกัน.”

ทำไมต้องเป็นจีน

นักวิเคราะห์กล่าวว่าการต่อสู้ทางการค้าที่รุนแรงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตจีนในที่สุดเป็นผลมาจาก สงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา ซึ่งจีนได้พยายามก้าวไปข้างหน้าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมไมโครชิพของตัวเอง โดยลดการพึ่งพาจากอุตสาหกรรมในต่างประเทศ

ซึ่งหัวใจของแผนดังกล่าวคือ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ภายใต้แผน Made in China 2025 จีนมีเป้าหมายที่จะผลิตเซมิคอนดักเตอร์ประมาณ 40% ให้ได้ภายในปี 2020 และ เพิ่มให้สูงขึ้นถึง 70% ในปี 2025 

จีนกำลังได้ประโยชน์จากสงครามการค้าระหว่างเกาหลี และ ญี่ปุ่น
จีนกำลังได้ประโยชน์จากสงครามการค้าระหว่างเกาหลี และ ญี่ปุ่น

หากจีนสามารถใช้ประโยชน์จากความตึงเครียดในปัจจุบันได้ ก็จะเป็นการสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งสามในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีมาเป็นเวลานานหลายทศวรรษ ซึ่งในปี 1990 และ 2000 ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่มีอำนาจเหนือกว่า แต่ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ดูเหมือนเกาหลีใต้จะกลายเป็นผู้กำชัยชนะ

“ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีความซับซ้อนมากและความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมได้เปลี่ยนแปลงไปตลอด ในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา” ปาร์คกล่าว

นักวิเคราะห์บางคนสงสัยว่าขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่จีนต้องเป็นผู้นำ

References : 
https://www.scmp.com/week-asia/geopolitics/article/3017918/how-china-can-win-trade-war-between-japan-and-south-korea

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Comments