ประวัติ Bill Gates ตอนที่ 11 : Glorious Failure

แม้สถานการณ์ในช่วงที่การแข่งขันด้านมือถือ smartphone กำลังขับเคี่ยวกันอย่างสนุก และ ณ ช่วงเวลาดังกล่าว Steve Ballmer ได้ขึ้นมากุมบังเหียนใหญ่เป็น CEO ของ Microsoft อยู่ในขณะนั้น แต่ต้องบอกว่า Bill Gates ในฐานะประธานบริษัท ก็ยังคงมีบทบาทที่สำคัญในการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์แทบจะทั้งหมดของ Microsoft อยู่

ฟากฝั่ง Android จาก Google นั้นเริ่มต้นใหม่ด้วยแนวคิดแบบจอสัมผัส ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่ Apple ประสบความสำเร็จกับ iPhone ซึ่ง Android ได้ทำการเปิดตัวมือถือรุ่นแรกคือ HTC G1 โดยเปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคมปี 2008 

HTC G1 มือถือ Android รุ่นแรกของ Google ที่ดูไม่มีแววว่าจะรุ่ง
HTC G1 มือถือ Android รุ่นแรกของ Google ที่ดูไม่มีแววว่าจะรุ่ง

มันแทบจะไม่มีอะไรพิเศษในแง่ของ Hardware แุถมยังมีแป้นพิมพ์แบบเลื่อนได้คล้าย ๆ มือถือของ Nokia ด้วยซ้ำ และความสามารถในการใช้จอแบบสัมผัสก็ดูต่างจาก iPhone ราวฟ้ากับเหว มันเหมือนรุ่น เบต้า ของ iPhone เสียมากกว่าที่จะมาเป็นคู่แข่งกับ iPhone

แม้จ๊อบส์ จะโมโหมากที่ Google มาทำ Android ออกมาเพื่อแข่งกับ iPhone เพราะตอนแรกทั้งสองเหมือนจะเป็น พาร์ทเนอร์กันมากกว่า แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองได้ขาดสะบั้นลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว Google ก็ต้องการที่ยืนในตลาด smartphone เช่นเดียวกัน ดีกว่าการไปผูกชะตาชีวิตไว้กับ iPhone ของ Apple ที่จะนำบริการของพวกเขาออกไปเมื่อไหร่ก็ได้

แต่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ Android ที่ทำให้พวกเขาสามารถแจ้งเกิดได้สำเร็จในวงการมือถือโลก น่าจะมาจาก Samsung ที่ได้ลองเปลี่ยนจาก Symbian มาใช้ Android โดยรุ่นแรกที่ได้ใช้ชื่อตระกูล Samsung Galaxy คือรุ่น “Samsung I7500 Galaxy” ที่ได้ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2009

โดยกลายเป็น smartphone รุ่นแรกของค่ายที่รันบนระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 1.5 (Cupcake) ซึ่งต่อมาทาง Samsung ยังคงพัฒนา smartphone ของตัวเองอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy รุ่นใหม่อย่าง Samsung Galaxy S

และช่วยให้ผู้คนเริ่มหันมามอง Android เพราะเริ่มมี Features ที่ดูคล้าย iPhone เข้าไปทุกที ในสนนราคาที่ต่ำกว่า และ Galaxy S ก็กลายเป็นมือถือที่ทำให้เห็นศักยภาพของ Android อย่างแท้จริงนั่นเอง

และความชัดเจนมันได้เริ่มเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ของปี 2009 Android เริ่มเติบโตขึ้นทั่วโลก มีการขายโทรศัพท์ Android ไปได้กว่า 4 ล้านเครื่อง ซึ่งในขณะนั้นได้ขึ้นมาทาบรัศมีของ Windows Mobile ที่ยอดขายใกล้เคียงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่น่ากลัวมาก ๆ ของ Android ในช่วงนั้น

ในขณะที่ Android กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ฝั่ง Microsoft ก็ได้เริ่มตระหนักแล้วว่าสถานการณ์ของ Windows Mobile เริ่มจะมีปัญหาครั้งใหญ่ เหล่าผู้บริหารของ Microsoft เริ่มรู้ตัวว่า Windows Mobile นั้นไม่สามารถแข่งขันกับ smartphone รุ่นใหม่ ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น iPhone จอสัมผัส หรือ ระบบปฏิบัติการน้องใหม่อย่าง Android

จึงได้เริ่มมีความคิดที่จะสร้าง แพลตฟอร์ม มือถือใหม่ ที่เป็นจอสัมผัสบ้าง โดยจะใช้ code name ว่า “Windows Phone” ซึ่งจะมีการ Design Interface ของหน้าจอรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Metro” และหันมาใช้เทคโนโลยีของตัวเองในการสร้างระบบปฏิบัติการใหม่นี้ขึ้นมาแทน

Metro UI ของ Windows Phone ที่เหล่านักพัฒนาร้องยี้
Metro UI ของ Windows Phone ที่เหล่านักพัฒนาร้องยี้

และสถานการณ์ของ Nokia ที่แม้จะยังคงเป็นผู้ผลิตมือถือรายใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ แต่กราฟการเติบโตของพวกเขาเริ่มดิ่งลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในตลาด smartphone ที่ Symbian โดนแย่งชิงตลาดจากทั้ง Android และ iOS ของ Apple อย่างหนัก จนต้องมีการปลด CEO คนเก่าออกแล้วตั้ง Stephen Elop ที่เป็นอดีตลูกหม้อของ Microsoft ขึ้นมากุมบังเหียนแทน

ซึ่งสุดท้าย Elop ที่ด้วยความเป็นลูกหม้อเก่าของ Microsoft ก็ได้ตัดสินใจว่าจะร่วมวงกับ Microsoft ในการผลักดัน Windows Phone และรอให้ Windows Phone นั้นสมบูรณ์พร้อมซึ่งคาดว่าน่าจะภายในปี 2012

โดยทั้ง 2 บริษัทจะใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone เป็นแพลทฟอร์มหลักของ smartphone ของ Nokia โดย Nokia จะอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการปรับแต่งฮาร์ดแวร์ การเลือกสรรซอฟต์แวร์ ภาษาที่รองรับและขีดความสามารถในการผลิตและการเข้าถึงตลาด

นอกจากนี้จะร่วมกันให้บริการเพื่อขับเคลื่อนสินค้าใหม่ ๆ เช่น Nokia Maps ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญของบริการเด่นของ Microsoft อย่าง Bing และ AdCenter แอพพลิเคชั่นและคอนเทนท์ของ Nokia จะรวมเข้ากับ Microsoft Marketplace ด้วยเช่นกัน

แต่ดูเหมือนกลยุทธ์ดังกล่าว ก็ไม่ได้ทำให้ Nokia สถานการณ์ดีขึ้นแต่อย่างใด จนสุดท้าย Microsoft ก็ได้เดินเกมเดิมพันครั้งสุดท้ายในตลาดมือถือ smartphone ด้วยการเข้า Take Over เอา Nokia มาครอบครองได้สำเร็จในช่วงปลายปี 2013 

แต่เนื่องด้วยความล่าช้า และการพัฒนาอย่างรวดเร็วของทั้ง android และ iOS ของ iPhone รวมถึงการที่ตัว Windows Phone ไม่ได้รับความสนใจจากเหล่านักพัฒนา App ให้มาสนใจ Windows Phone เลยด้วยซ้ำ และที่สำคัญด้วย UI ใหม่แบบ Metro นั้นทำให้เหล่านักพัฒนาแขยงที่จะร่วมวงด้วยเพราะมันมีความแตกต่างอย่างชัดเจนกับ iOS และ Android ที่พวกเขาแทบจะต้องพัฒนาแอปต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่หมด

ทำให้ App ดี ๆ ที่คนใช้งานทั่วไปในทั้ง Android และ iOS ไม่มีการมาพัฒนาบนแพลตฟอร์มของ Windows Phone และมันก็ได้ทำให้ผู้ใช้งานแทบจะไม่สนใจ Windows Phone เลย จนท้ายที่สุด Windows Mobile ก็ต้องปิดฉากตัวเองไปจากวงการมือถือโลก อย่างที่เราได้เห็นจวบจนถึงปัจจุบันนั่นเองครับ

–> อ่านตอนที่ 12 : Hit Refresh (ตอนจบ)

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 A Revolution Begins *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Smartphone War ตอนที่ 13 : Trojan Horse

สถานการณ์ของ Nokia ที่เริ่มระส่ำระส่ายหลังจากการเกิดขึ้นของ iPhone และ เหล่าบรรดาโทรศัพท์มือถือ Android ที่หลาย ๆ ค่ายยักษ์ใหญ่ ต่างหันมาผลิต ทำให้งาน Stephen Elop หนักหนาสาหัสเป็นอย่างมาก ในการที่จะกู้ Nokia ให้กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

Elop ได้เดินหน้าปรับองค์กรของ Nokia ครั้งใหญ่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกโครงการขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา, ยกเลิกการจ้างงานหลายพันตำแหน่ง ไปจนถึงขายอาคารบริษัทแม่ในฟินแลนด์ ซึ่งเขานั้นยังเป็นซีอีโอคนแรกของโนเกียที่ไม่ใช่ชาวฟินแลนด์

โดย Elop ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของทีมผู้บริหาร โครงสร้างการปฏิบัติการและแนวทางการทำงาน โดยสร้างทีมบริหารชุดใหม่ ที่มีความมุ่งมั่น และมีความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของตลาดมือถือในขณะนั้น เพื่อเร่งกระบวนการตัดสินใจและปรับปรุงเวลาในการออกผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม โดยเน้นที่ผลลัพธ์ ความรวดเร็ว และความรับผิดชอบ

โดยในขณะนั้น Elop มีทางเลือกไม่มากนัก ในการที่จะพา Nokia ก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และต้องหาระบบปฏิบัติการใหม่ ซึ่ง ทางเลือกในตอนนั้นคงเหลือเพียงแค่ 2 choice คือ Windows Phone ของ Microsoft และ Android ของ Goolge

เพราะแผนสำรองเดิมนั้นที่วางอนาคตไว้กับ Meego ที่ Nokia ได้พัฒนาร่วมกับ Intel ดูท่าทางแล้วจะไม่ได้ผล เพราะ Meego ยังไม่พร้อมที่จะสู้ศึกใหญ่ขนาดนี้ หลังจาก Elop วิเคราะห์ โดยถี่ถ้วนแล้ว Meego ยังไม่สามารถเป็น ฐานกลยุทธ์ของ smartphone ในอนาคตของ Nokia ได้

Elop จึงได้โทรหา บอลเมอร์ ซึ่งเป็นนายเก่าทันที เพื่อสำรวจทางเลือกในการใช้ Windows Phone และขณะเดียวกันนั้นก็ได้ติดต่อกับ Eric Schmidt  CEO ของ Google ด้วยอีกทางหนึ่่ง

แม้สถานการณ์ในขณะนั้น Nokia จะยังคงเป็นผู้ผลิตมือถือรายใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ แต่กราฟมันเริ่มดิ่งลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในตลาด smartphone ที่ Symbian โดยแย่งชิงตลาดจากทั้ง Android และ iOS ของ Apple อย่างหนัก

ทางบอลเมอร์ ก็รู้ว่า Elop นั้นคุยกับ Google ด้วย จึงได้เริ่มทำการไล่บี้ Android ด้วยกลยุทธ์เก่าอย่างการฟ้องเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของ Microsoft ซึ่งเป็นการขู่เหล่าผู้ผลิตมือถือไปในตัวด้วย ไม่ให้หนีไปอยู่กับ Android ทั้งหมด

และ Microsoft นั้นยังพร้อมเป็นพี่ใหญ่ Backup ให้กับผู้ผลิตมือถือทุกคน สำหรับผู้ที่ใช้งาน Windows Phone ถ้ามีการฟ้องร้องอะไรก็ตามเกี่ยวกับสิทธิ์การใช้งาน Windows Phone ทาง Microsoft จะขึ้นศาลแทนให้เอง แต่ Google ไม่พร้อมจะทำอย่างงั้นกับ Android

และท่าทีของ Elop เริ่มที่จะหันคล้อยตาม บอลเมอร์ทันที โดยมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า Windows Phone จะเป็นแพลตฟอร์มที่สาม ในตลาดโทรศัพท์มือถือ ไล่จะไล่บี้ iOS ของ Apple และ Android ของ Google ได้ในไม่ช้า

Nokia เดิมพันครั้งสำคัญกับ Windows Phone
Nokia เดิมพันครั้งสำคัญกับ Windows Phone

ซึ่งสุดท้าย Elop ก็ได้ตัดสินใจว่าจะร่วมวงกับ Microsoft ในการผลักดัน Windows Phone และรอให้ Windows Phone นั้นสมบูรณ์พร้อมซึ่งคาดว่าน่าจะภายในปี 2012

โดยทั้ง 2 บริษัทจะใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone เป็นแพลทฟอร์มหลักของ smartphone ของ Nokia โดย Nokia จะอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการปรับแต่งฮาร์ดแวร์ การเลือกสรรซอฟต์แวร์ ภาษาที่รองรับและขีดความสามารถในการผลิตและการเข้าถึงตลาด นอกจากนี้จะร่วมกันให้บริการเพื่อขับเคลื่อนสินค้าใหม่ ๆ เช่น Nokia Maps ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญของบริการเด่นของ Microsoft อย่าง Bing และ AdCenter แอพพลิเคชั่นและคอนเทนท์ของ Nokia จะรวมเข้ากับ Microsoft Marketplace ด้วยเช่นกัน

และแน่นอนว่า Symbian นั้นถูกลอยแพจาก Elop เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยอดขายเริ่มตกลงอย่างชัดเจน เหล่าผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือนั้นรู้ตัวแล้วว่า Symbian ไม่สามารถที่จะมาทาบรัศมีของ Android หรือ iOS ของ Apple ได้เลย

Nokia ประกาศลอยแพ Symbian ในที่สุด
Nokia ประกาศลอยแพ Symbian ในที่สุด

มันแทบจะเหมือนแผนที่ถูกวางไว้ในการส่ง Elop มากุมบังเหียน Nokia ของ Microsoft เพราะ เพียงแค่ปีเดียวนั้น ยอดขายโทรศัพท์ของ Nokia ลดลงถึง 20% ทำให้บริษัท Nokia เริ่มขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี  และแน่นอนว่าตอนนี้ชะตากรรมของ Nokia ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเองเสียแล้ว แต่มันขึ้นอยู่กับ Windows Phone ของ Microsoft นั่นเอง แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อในศึก Smartphone War สุดมันส์ครั้งนี้ โปรดติดตามตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 14 : The Patent Fight

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 Phone & Microsoft *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol