Geek China EP9 : China Internet Landscape and Digital Giants Part 4

2001-2008 ช่วงยุคของอาณาจักรทางอินเตอร์เน็ตในประเทศจีนเริ่มแผ่ขยาย (ภาคต่อจาก EP8) เล่าต่อกับช่วงเวลาที่เริ่มแผ่ขยายอาณาจักรของ 3 ก๊กแห่งวงการอินเตอร์เน็ต หรือ The Three Kingdoms: BAT กำลังขยายกิจการในธุรกิจหลัก (Core business)

• Baidu 百度(NASDAQ: BIDU) ผู้บุกเบิกและผู้นำด้าน Search Engine ในจีน
• Alibaba 阿里巴巴 (NYSE: BABA/ SEHK:9988) ผู้บุกเบิกและผู้นำ eCommerce ของจีน
• Tencent 腾讯 (SEHK: 700) ยุคของการเป็นผู้บุกเบิกด้าน Instant messaging (IM) และผู้ครองส่วนแบ่งการตลาดใหญ่ในจีน

มาฟังเรื่องราวการสร้างและขยายธุรกิจแบบเต็ม ๆ ของ Alibaba และ Tencent ในช่วงเวลาปี 2001-2008 ใน EP9

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://bit.ly/2T25xIq

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://apple.co/2lEqPPg

🎧 ฟังผ่าน Google Podcast : 
http://bit.ly/2kxHtQ3

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://spoti.fi/31fSqaP

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/gJWcvMicTNo

References Image : https://scioinfotech.com/?p=1463

5 เหตุผลที่ว่าทำไม Yandex จึงเป็นผู้นำในตลาดการค้นหาเหนือ Google ในประเทศรัสเซีย

Yandex ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านการค้นหาของรัสเซียที่จดทะเบียนในตลาด NASDAQ และเป็นคู่แข่งสำคัญของ Google ในตลาดรัสเซีย แล้วทำไมมันจึงเป็นที่นิยมในหมู่ชาวรัสเซีย?

ต้องบอกว่า Yandex นั้นเป็นมากกว่าแค่บริษัท มันเป็นเรื่องของความภาคภูมิใจของชาติ แม้ชาวรัสเซียชอบที่จะสวมใส่เสื้อผ้าโดยแบรนด์จากต่างประเทศและอเมริกามากมายแค่ไหนก็ตาม แต่เมื่อมาถึงบริการออนไลน์พวกเขากลับบูชาบริการในท้องถิ่นของพวกเขาเอง

ในปี 1997 ก่อนที่ Larry Page และ Sergey Brin จะสร้าง Google นั้น Ilya Segalovich และ Arkady Volozh ได้ก่อตั้ง Yandex มาก่อนหน้าแล้ว โดยบริษัทยังคงเป็นผู้นำตลาดของรัสเซีย แต่ดูเหมือนว่าการแข่งขันจะรุนแรงขึ้นในทุก ๆ ปี

Google มีเป้าหมายอย่างชัดเจนในตลาดอินเทอร์เน็ตของรัสเซียซึ่งการรุกทั้งหมดยังคง  อยู่ที่ประมาณ 70%เท่านั้นและยังคงอยู่เบื้องหลังการเจาะตลาด 80-90% ในประเทศยุโรปส่วนใหญ่ นอกจากนี้รัสเซียซึ่งมีประชากร 144 ล้านคนมีอัตราการเติบโตอินเทอร์เน็ตสองหลักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ต่อไปนี้เป็น 5 เหตุผลว่าทำไม Yandex จึงเป็นผู้นำในตลาดอินเทอร์เน็ตของรัสเซีย

  • วิธีการที่แตกต่างในการค้นหา ในขณะที่ Google ให้ความสำคัญกับการคำนวณอันดับของหน้าเว็บไซต์มากขึ้นอัลกอริทึมการจัดอันดับของ Yandex จะคำนึงถึงระยะห่างระหว่างคำและความเกี่ยวข้องของเอกสารกับการสืบค้น ในปี 2017 บริษัท ได้เปิดตัวอัลกอริทึม Neural network ใหม่ที่มีชื่อว่า  Korolev  ซึ่งทำให้การค้นหามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • บริการสื่อแบบบูรณาการ Yandex เป็น บริษัทสื่อที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซียและให้บริการemail แผนที่ เพลง วิดีโอ ที่เก็บรูปภาพ แอป และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมายแม้ว่า Google จะให้บริการฟรี  แต่บริการระหว่างประเทศของรัสเซียเหล่านี้มีคุณภาพเทียบเท่าและปรับตัวได้ดีสำหรับผู้ใช้ในท้องถิ่นและบางครั้งก็ทำมันได้ดีกว่า
  • มันเป็นมากกว่าอินเทอร์เน็ต คุณเคยรู้จัก Google แท็กซี่หรือไม่ ไม่แน่นอนเพราะมันไม่มีอยู่จริง ในรัสเซีย Yandex มีบริการรถแท็กซี่ที่ได้รับความนิยมมากกว่า Uber ที่จริงแล้ว  ทั้งสอง บริษัทได้ประกาศแผนการที่จะรวม  ความพยายามของพวกเขาสร้างหนึ่งในบริการรถแท็กซี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในรัสเซีย Yandex ยังแทนที่บริการชั้นนำอื่น ๆ เช่น PayPal ด้วยบริการ Yandex.Money
  • พยากรณ์อากาศที่แม่นมาก ๆ  คุณอาจคิดว่ามันไม่สำคัญ แต่หากไม่มีการพยากรณ์อากาศเราแทบไม่มีอะไรจะพูดถึง Yandex ได้พัฒนาการพยากรณ์ที่แม่นยำที่สุดในโลกด้วยอัลกอริทึมที่ทันสมัย มันมีแผนที่ลมด้วย เริ่มแรกผู้พัฒนาวางแผนที่จะยุติการบริการนี้ แต่พวกเขาเปลี่ยนใจหลังจากได้รับการร้องขอจากชาวประมงรัสเซีย
  • มันดีกว่าสำหรับภาษารัสเซีย  Yandex ดีกว่าสำหรับการค้นหาภาษารัสเซียและถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับตลาดรัสเซียและสามารถเอาชนะอุปสรรคทางภาษาได้มากมาย นอกจากนี้ยังเป็นการดีกว่าที่จะเข้าใจ CrazyFont ซึ่งเป็นการเขียนคำภาษารัสเซียโดยใช้อักษรละตินแทน Cyrillic CrazyFont เป็นที่นิยมในหมู่ชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ

และที่สำคัญที่สุด Yandex นั้นมีอายุมากกว่าบริการออนไลน์จากต่างประเทศชื่อดัง และเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ซึ่งในปี 2004 เมื่อ Google บุกไปที่รัสเซียมันก็สายเกินไปแล้ว เครื่องมือค้นหาอเมริกันถูกจู่โจมอย่างรุนแรง วันนี้ Yandex ยังเป็นเสิร์ชเอ็นจิ้นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของรัสเซียและเป็น บริษัท อินเทอร์เน็ตอันดับ 1ของประเทศ

อย่างไรก็ตามในปี 2014 สถานะของ Google เริ่มดีขึ้นเนื่องจากมีชาวรัสเซียใช้บริการอินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์มือถือมากขึ้น จากข้อมูลของ Mail.Ru Group ระบุว่า 75% ของชาวรัสเซียใช้แพลตฟอร์ม Android บนสมาร์ทโฟนทำให้ Google เป็นเครื่องมือค้นหาอันดับ 1 บนมือถือ

แต่ Yandex กำลังต่อสู้กลับ และในปี 2016 บริษัท ได้ทำการยื่นฟ้องระบบปฏิบัติการ Android ของ Google โดยอ้างว่า Google กำลังละเมิดกฎระเบียบต่อต้านการผูกขาดของรัสเซีย

ในเดือนสิงหาคม 2017 ผู้ใช้ Android ในรัสเซียได้รับหน้าจอตัวเลือกในเบราว์เซอร์ Chrome Mobile ทำให้พวกเขาสามารถที่จะเลือกเครื่องมือค้นหาที่ต้องการได้ “นี่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ใช้ภาษารัสเซียและสิ่งที่เราได้รับ หลังจากการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานเพื่อต่อสู้ในเรื่องการผูกขาดของ Google” บริษัทกล่าวในแถลงการณ์

ต้องบอกว่าถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจกับบริการท้องถิ่นในประเทศรัสเซียอย่าง Yandex ที่สามารถเอาชนะ Google ได้แบบเดียวกับที่ Naver เอาชนะ Google ในประเทศรัสเซียได้

มันคือการแข่งขันที่สมบูรณ์ คงไปเทียบกับในจีนไม่ได้เพราะเป็นการกีดกันจาก The Great Firewall ของประเทศ แต่ในรัสเซีย และ เกาหลีใต้นั้น พวกเขาแข่งขันกันโดยตรง และสามารถเอาชนะ ด้วยความสามารถในการเอาชนะใจผู้ใช้ท้องถิ่นได้

และสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากเรื่องราวของทั้งสองบริษัททั้ง Yandex และ Naver นั้นก็คือ พวกเขาเตรียมสู้ตั้งแต่เริ่ม ก่อนที่ Google จะเข้ามาบุกทำให้พวกเขาเป็นฝ่ายได้เปรียบโดยเฉพาะเรื่องของภาษา ซึ่งก็น่าเสียใจที่ไทยเราไม่มีบริการแบบนี้ ที่เข้าใจคนไทยมาแข่งขันได้ เพราะภาษาไทยก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งภาษาที่หินมาก ๆ ในการพัฒนาโปรแกรมเพื่อให้เข้าใจเช่นเดียวกัน แต่สุดท้าย google ก็สามารถพัฒนาจนเอาชนะใจคนไทยได้สำเร็จ และสามารถดึงเงิน และ ข้อมูล กลับประเทศไปได้มากมายอย่างที่เราได้เห็นกันในตอนนี้นั่นเองครับ

References : https://www.ksdk.com/article/entertainment/television/show-me-st-louis/602-8388409/
https://www.digitaltrends.com/android/is-russias-yandex-beating-google-at-its-own-gam/
https://www.kgw.com/video/syndication/veuer/yandex-is-beating-google-in-russia/602-8388409
https://russiabusinesstoday.com/featured/yandex-beating-google-in-russia-analysts-say/

Google vs Naver : ทำไม Google ถึงครองตลาดการค้นหาของเกาหลีใต้ไม่สำเร็จ

แม้ว่าปัจจุบัน Google ถือครองตลาดการค้นหาทั่วโลกถึง 83% แต่ก็มีหลายประเทศที่หลุดมือจากพวกเขา หนึ่งในนั้นก็คือเกาหลีเกาหลีใต้ ซึ่งแน่นอนถ้าถามคนเกาหลีว่าใช้เครื่องมือค้นหาอะไรและน่าจะเป็นคำตอบคือ Naver

Naver ปัจจุบันเป็นเครื่องมือค้นหาอันดับหนึ่งของเกาหลีและคิดเป็นกว่า 70% ของตลาดการค้นหาที่นั่น เสิร์ชเอนจิ้น ที่เปิดตัวในปี 1999 โดยกลุ่มอดีตพนักงานของซัมซุงและได้ครองวงการการค้นหาของเกาหลีนับตั้งแต่นั้นมา

หากคุณยังไม่เคยไปที่หน้าแรกของ Naver สิ่งที่น่าจะทำให้คุณรู้สึกได้ทันทีคือความคล้ายคลึงกับ Yahoo หน้าแรกของ Naver และหน้าผลการค้นหาของมันยุ่งกว่าของ Google มากด้วยรูปภาพจำนวนมาก แบนเนอร์ และแฟลช ฯลฯ

หน้าจอที่แตกต่างระหว่าง Google และ Naver
หน้าจอที่แตกต่างระหว่าง Google และ Naver

นั่นเป็นเพราะผู้ดูแลเว็บเกาหลีจำนวนมากบล็อก Google และเครื่องมือค้นหาทั่วโลกอื่น ๆ ไม่ให้เข้าถึงเว็บไซต์ของพวกเขาด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย แล้วทำไมเว็บไซต์ส่วนใหญ่ของเกาหลี จึงไม่จำเป็นต้องเป็นส่วนหนึ่งของ Google

ประการแรกเมื่อพูดถึงนวัตกรรม Naver มักเป็นผู้นำ Google:

  • ในปี 2002 Naver ได้เปิดตัว Knowledge In ซึ่งเป็นระบบนำทางของ Yahoo! Answer ซึ่งฐานข้อมูลความรู้ในการถาม & ตอบยังคงเป็นที่นิยมอย่างมากกับผู้ใช้
  • Naver เริ่มนำเสนอผลการค้นหาประเภทต่างๆก่อนที่การค้นหาทั่วไปของ Google จะปรากฏ
  • Naver เป็นเครื่องมือค้นหาโซเชียลมากขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นในขณะที่ Google ยังเป็นเพียงการค้นหาผ่านเว๊บไซต์เพียงเท่านั้น
  • me.naver.com ของ Naver นั้นมีมานานก่อนที่ Google จะมาพร้อมกับ Search Plus My World (SPYW)

Naver นั้นกำลังรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับหัวข้อยอดนิยมซึ่งมักสร้างโดยผู้ใช้เอง (บล็อกและการค้นหาคำถามและคำตอบ) และการนำเสนอข้อมูลดังกล่าวในลักษณะที่เป็นมิตรกับมนุษย์มาก ซึ่งมีความต่างจาก Google ไม่ต้องพึ่งพาประสิทธิภาพการทำงานของ Search Algorith ซึ่งดูเหมือนหุ่นยนต์มากกว่า “

ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้ว Naver คือ Yahoo! Answer , Blogger, YouTube และการค้นหาของ Google Paid Search รวมกัน ผู้ค้นหามองหาข้อมูลที่จำเป็นโดยการสืบค้นผลการค้นหาของ Naver ประเภทต่างๆ เช่น ฐานข้อมูล ถาม & ตอบ การค้นหาข่าว การค้นหาบล็อก เป็นต้น

Naver สามารถทำอะไรได้บ้างซึ่ง Google ไม่สามารถทำได้

สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ Algorithm การค้นหาของ Naver ถูกสร้างขึ้นผ่านภาษาเกาหลีซึ่งช่วยให้ Naver แสดงผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องมากกว่า Google ในหลาย ๆ ครั้ง เนื่องจากไวยากรณ์ภาษาเกาหลีนั้นแตกต่างจากภาษาอังกฤษค่อนข้างมาก

ตัวอย่างเช่นลองค้นหา 이브닝가운 ( ชุดราตรี ) ใน Naver.com และ Google.co.kr เราจะเห็นได้ว่า Naver ให้ผลการค้นหาที่เป็น สารานุกรมความรู้ 3 รายการ, ผลลัพธ์ 5 ข่าว, 5 ข้อมูลผลลัพธ์ระดับมืออาชีพ (เอกสาร PDF), 3 ผลลัพธ์วิดีโอ และ 5 รูปภาพผลลัพธ์ในหน้าแรก

ความแตกต่างที่ Google ไม่สามารถเลียนแบบได้
ความแตกต่างที่ Google ไม่สามารถเลียนแบบได้

หากเราไปที่ Google.co.kr ตรงข้ามกับหน้าผลลัพธ์ที่ฟุ่มเฟือยของ Naver เราเห็นเฉพาะผลลัพธ์รูปภาพ 5 รายการและผลลัพธ์ 1 ข่าว ผลลัพธ์ที่เหลือจะคล้ายกันมากใน Search Engine ทั้งสอง (และส่วนใหญ่มาจากบล็อก):

ซึ่งอาจพูดได้ว่าเป็นเพราะ Google ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดทำดัชนีเว็บไซต์เหล่านั้นจำนวนมาก แต่ก็มีแนวโน้มมากกว่าที่มองได้ว่า Naver นั้นคุ้นเคยกับข้อมูลเฉพาะของเว็บเกาหลีและภาษาเกาหลีมากกว่า Google ดังนั้นทำให้ Naver ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า สำหรับผลการค้นหาส่วนใหญ่

เหตุผลที่ทำให้ Google โกรธมากๆ ในตลาดการค้นหาในประเทศเกาหลีใต้ ก็คือ เหล่าเว็บมาสเตอร์ชาวเกาหลีจำนวนมากไม่กังวลเกี่ยวกับปัญหาความเป็นส่วนตัวกับ Naver เนื่องจากพวกเขารู้ว่า Naver จะไม่สร้างดัชนีข้อมูลบางอย่าง เหมือนที่ Google ทำ ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดความปลอดภัย พวกเขาก็เพียงแค่บล็อก Google bot จากการรวบรวมข้อมูลเว็บไซต์ของพวกเขา

แต่หากมีการนับจำนวนไซต์ที่มีการจัดทำดัชนีใน Naver มันจะมีขนาดเล็กกว่าจำนวนไซต์ที่จัดทำดัชนีใน Google อย่างแน่นอน แต่คุณภาพของเว็บไซต์เหล่านั้นที่ผ่านการเก็บข้อมูลของ Naver อาจจะทำได้ดีกว่า ซึ่งทาง Naver ชอบที่จะทำให้มีเนื้อหาน้อยลงในการเก็บดัชนีเว๊บไซต์ต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งนั้นเป็นของจริงและตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุดนั่นเอง

สิ่งที่ Google พยายามทำทั้งหมด คือการวางเนื้อหาที่เป็นภาษาเกาหลีให้ได้มากที่สุด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้จะต้องโน้มน้าวให้ผู้ดูแลเว็บเกาหลี และนักธุรกิจที่พวกเขาต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาสำหรับ Google นั่นเอง เพราะหากสิ่งนี้ไม่เกิดขึ้น Google จะไม่สามารถให้ผลลัพธ์การค้นหาที่ดีกว่า Naver นำเสนอได้

และปัญหาสำหรับ Google ก็คือผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเกาหลีส่วนใหญ่ดูเหมือนจะค่อนข้างมีความสบายใจกับการใช้งาน Naver แน่นอนว่าผลการค้นหาของเนื้อหาจากเกาหลีนั้นจะปรากฏบนเว็บ แต่มันสามารถมองเห็นผ่าน Naver ในรูปแบบสไตล์การแสดงผลที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ Google ไม่สามารถเลียนแบบได้ 

สถานะของ SEO กับ Search Engine ในประเทศเกาหลี

แล้วการทำ SEO ของเกาหลีใต้นั้น มีอยู่จริงหรือไม่? ต้องบอกว่ามันไม่มีอยู่ในรูปแบบที่ปรากฏในสหรัฐอเมริกา ซึ่งแต่ละส่วนของการค้นหาใน Naver นั้น (การค้นหาด้านความรู้ การค้นหาบล็อก การค้นหาข่าว ฯลฯ ) ต่างมีอัลกอริทึมเป็นของตัวเอง ดังนั้นจึงไม่มีสูตรการเพิ่มประสิทธิภาพที่เหมาะกับการทำ SEO ให้กับเว๊บไซต์ในแต่ละรูปแบบ เหมือนที่ เหล่านักการตลาดออนไลน์ทำสำเร็จกับ Google

ในประเทศเกาหลีนั้น มันค่อนข้างเป็นการผสมผสานระหว่างการโฆษณาแบบจ่ายต่อคลิก และการจ่ายต่อเวลาควบคู่ไปกับการโปรโมตใน Knowledge In ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของบล็อก ข่าว รูปภาพ วิดีโอและผลลัพธ์ประเภทอื่น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างจากการทำ SEO ในแบบของ Google ในที่อื่น ๆ ทั่วโลก

บทสรุป

ต้องบอกว่าอุตสาหกรรมการค้นหาของเกาหลีนั้น เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ที่ Google ไม่สามารถที่จะครองตลาดแบบเบ็ดเสร็จเหมือนที่อื่น ๆ ในโลกได้ มันมาจากรากฐานทางวัฒนธรรม ความเป็นชาตินิยม และอีกหลาย ๆ อย่างที่เราได้เห็นศักยภาพของบริการ หรือ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากประเทศนี้ สามารถต่อสู้ในระดับโลกได้

สำหรับ ตัวผมเอง ถ้าถามว่าชาติไหนเจ๋งที่สุด ก็ต้องบอกว่า เกาหลีอยู่ในลำดับต้น ๆ เพราะพวกเค้าต้องต่อสู้มาตั้งแต่ความยากลำบาก ในระดับประเทศที่ยากจนข้นแค้น หลังจบสงคราม ก่อสร้างประเทศ สร้างผลิตภัณฑ์ และบริการต่าง ๆ ที่มีคุณภาพแข่งขันได้ในระดับโลก

ซึ่งทั้งที่ประเทศพวกเขานั้นไม่ได้มีประชากรมากมาย เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์และใช้ Economy of scale เอาชนะคู่แข่งได้ง่ายกว่า แต่เกาหลีเป็นประเทศเล็ก ๆ และคิดใหญ่ ทำใหญ่ และทำมันออกมาได้ดีมาก ๆ ในหลากหลายสินค้าและบริการ และตัวอย่างหนึ่งก็คือสิ่งที่ Naver ทำได้สำเร็จกับตลาด Search Engine ที่สามารถเอาชนะยักษ์ใหญ่อย่าง Google ได้นั่นเองครับ

–> อ่าน Blog Series : Rise of South Korea

References : https://www.theegg.com/sem/korea/paid-search-in-korea-naver-ads-vs-google-ads/
https://www.minttwist.com/blog/google-vs-naver-googles-struggles-south-korea-focus/
https://www.twinword.com/blog/4-reasons-why-seo-in-korea-is-difficult/

Geek Monday EP26 : Baidu กับเทคโนโลยี AI และ Machine Learning

ในต้นปี 2017 บริษัท เทคโนโลยีจีน Baidu ผู้ให้บริการการค้นหาอินเทอร์เน็ตภาษาจีนที่ใหญ่ที่สุดรวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการดิจิตอลอื่น ๆ มุ่งมั่นที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่นปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือ Machine Learning 

เนื่องจากประเทศจีนมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 731 ล้านคนเกือบสองเท่าของประชากรสหรัฐชุดข้อมูลของ Baidu จึงสามารถเติมพลังให้อัลกอริธึม AI ให้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

และ ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มตัว Baidu ได้สร้างโปรแกรมค้นหา ที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับปัญญาประดิษฐ์และ Machine Learning รวมถึงในสำนักงานของพวกเขาที่เทคโนโลยีจดจำใบหน้า (Facial Recognition) ที่ทำให้บัตรประจำตัวมาตรฐานอย่างบัตรประชน หรือ บัตรพนักงาน สามารถช่วยให้คุณสามารถสั่งซื้อเครื่องดื่ม หรือ สินค้าได้แบบไม่ต้องพกเงินสดอีกต่อไป

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

ฟังผ่าน Podbean : http://bit.ly/2C6J7x5

ฟังผ่าน Apple Podcast :   https://apple.co/2NdVmON

ฟังผ่าน Google Podcast : http://bit.ly/2NELJYv

ฟังผ่าน Spotify : https://spoti.fi/33efmX5

ฟังผ่าน Youtube :   https://youtu.be/NJ5CesSrjPk  

Search War ตอนที่ 10 : Partnership

ในเมื่อมีการประกาศอย่างชัดเจนจาก Microsoft ว่า google คือ ศัตรูหมายเลขหนึ่งที่กำลังจะรุกรานธุรกิจต่าง ๆ ของ Microsoft และในโลกของ Search Engine นั้นดูเหมือนว่า Microsoft จะเพลี่ยงพล้ำให้กับ google ไปเสียแล้ว ทางเลือกใหม่ของ Microsoft จึงเป็นการหาพันธมิตรใหม่ในโลกออนไลน์แทน

และแน่นอนว่าบริการใดที่เป็นที่นิยมในโลกอินเตอร์เน็ต บริการนั้นก็ถือเป็นภัยคุกคามของ google เช่นเดียวกัน ในปี 2007 บริการ Social Network น้องใหม่อย่าง facebook เริ่มปรากฏกายออกมาเป็นภัยคุกคุมใหม่กับ google เสียเอง

สาเหตุสำคัญก็เนื่องมาจาก มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก พยายามปลุกปั้น facebook ด้วยความชาญฉลาด โดย facebook จะทำการซ่อนเนื้อหาทั้งหมดไว้ ไม่ให้ Search Engine รายใดเข้ามาย่างกรายใน platform ของ facebook ผ่านเนื้อหาของไฟล์ “robot.txt”

มันเปรียบเสมือนปราการยักษ์คอยป้องกันไม่ให้ google เข้ามาสอดส่องข้อมูลภายใน facebook เพราะมันเป็นเรื่องของข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน มาร์ค จึงไม่อยากให้ข้อมูลเหล่านี้ถูกค้นหาได้ทั่วไปในระบบอินเตอร์เน็ต เพราะหากจะค้นหาต้องเข้ามา join ใน platform ของเขาเท่านั้นที่เป็นระบบปิด

google ที่เคยเป็นพี่ใหญ่คอยสอดส่องไปทั่วทั้งระบบ internet เริ่มรู้สึกหงุดหงิด เพราะเนื้อหาใน facebook นั้น google ไม่มีอำนาจที่จะเข้าถึงได้ และที่สำคัญมันกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อคนหันมาเล่น social network เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มันทำให้ google ไม่สามารถทำการโฆษณาให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้เลย

แต่ตอนนี้ เหมือน google จะโดนกับตัวเองบ้าง เพราะตอนนี้ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์กก็มอง google เหมือนที่ google มองไปยัง Microsoft ในช่วงแรก ๆ มาร์ค ไม่อยากให้ facebook ถูกกลืนกินโดย google เช่นกัน

facebook เติบโตอย่างรวดเร็วจน ก้าวขึ้นมาต่อกรกับ google
facebook เติบโตอย่างรวดเร็วจน ก้าวขึ้นมาต่อกรกับ google

และเป็นพี่ใหญ่อย่าง Microsoft นี่เอง ที่แทนที่จะรบกับ google ที่สดกว่าด้วยน้ำมือตัวเอง จึงใช้แผนใหม่ด้วยการ ซื้อหุ้น เพียง 1.6% ด้วยมูลค่ากว่า 240 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งตอนนั้น facebook มีผู้ใช้งานเพียงแค่ 42 ล้านคนเท่านั้น แต่เป็นแผนของ Microsoft เองที่ต้องการเตะตัดขา google ที่กำลังคิดการณ์ใหญ่ ทำให้มูลค่า facebook ในตอนนั้นพุ่งสูงขึ้นถึงกว่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญเลยทีเดียว

แม้นี่จะเป็นชัยชนะเล็ก ๆ ของ Microsoft ต่อ google แต่อย่างไรก็ตามสัดส่วนของ Bing นั้นก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นในระดับที่ทำให้เหล่าผู้บริหารสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นตลาดในสหรัฐ หรือ ทั่วโลก ซึ่ง Bing นั้นได้ครองส่วนแบ่งเพียงเล็กน้อยในตลาดการค้นหา และอยู่ได้ด้วยอาศัยความเป็นใหญ่ของ Microsoft เพียงเท่านั้น

ซึ่ง Microsoft ก็ต้องเลือกทางเดิมเพื่อหาพันธมิตรต่อไป เพราะสู้กับ google แบบตรง ๆ ไม่ได้เลย ช่วงต้นปี 2008 Microsoft เสนอราคาซื้อ Yahoo สูงถึง 4.5 หมื่นล้านเหรียญ เป้าหมายของ Microsoft ก็เพื่อที่จะเพิ่มอำนาจการค้นหาของบริษัท โดยการขยายธุรกิจ ซึ่งตอนนั้น Yahoo ก็เป็นอันดับสองรองจาก google เพียงเท่านั้น

Microsoft ต้องการซื้อ Yahoo มาเสริมศักยภาพให้กับ Bing
Microsoft ต้องการซื้อ Yahoo มาเสริมศักยภาพให้กับ Bing

Yahoo ครองส่วนแบ่งการตลาดโฆษณาออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดบนเว๊บไซต์ มีทั้งเนื้อหาข่าว บริการ email และเป็นส่วนเติมเต็มที่ดีให้กับ Bing ได้อย่างแน่นอน

แต่ครั้งนี้ ดูเหมือน ผู้บริหารฝั่ง Yahoo จะตัดสินใจพลาดครั้งใหญ่ เพราะได้ปฏิเสธข้อเสนอของ Microsoft ไปอย่างไม่ใยดี ซึ่งเจอร์รี่ หยาง ก็ได้กลายเป็นคนต้องรับผิดชอบถูกกดดันให้ลาออกไปในที่สุด ซึ่งการปฏิเสธครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมโฆษณาออนไลน์ 

แม้จะมีการสร้าง Partnership กันระหว่าง Microsoft และ Yahoo ในเรื่องการค้นหา ภายหลัง โดย Microsoft จะเข้ามาสนับสนุนในเรื่องการค้นหาแทน แต่ตอนนั้นต้องบอกว่ามันสายไปเสียแล้วเมื่อ facebook ก็กำลังเติบโตและได้ฉกฉวยรายได้จากโฆษณาออนไลน์ไป ทำให้รายรับของ Yahoo ลดลง หลังจากนั้น Yahoo ก็ดำดิ่งจนสุดท้ายก็ต้องขายกิจการไปในที่สุด

ต้องบอกว่า ตลาดโฆษณา online ก่อนหน้ายุค facebook เกิดนั้น google ครองตลาดส่วนนี้แบบแทบจะเบ็ดเสร็จ เหลือช่องว่างไว้ให้ bing ของ microsoft เพียงเล็กน้อยเท่านั้น 
การส่ง facebook ไปตีกับ google แทน และเป็นการถ่วงดุลอำนาจของ google หลังจากที่ไม่ได้มีคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อมานาน ถือเป็นแผนที่เหนือชั้นมากของ Microsoft แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับ สงครามการค้นหาต่อไป Bing จะพลิกเกมส์กลับมาได้หรือไม่ โปรดอย่าพลาดติดตามต่อตอนหน้าครับผม

–> อ่านตอนที่ 11 : The Shadow of Antitrust Law

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :The Beginning of Search *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

Image References : 
https://www.fastcompany.com/90235366/bill-gates-is-throwing-some-shade-at-mark-zuckerbergs-philanthropy