PayPal Wars ตอนที่ 8 : High Stakes

MARCH – SEPTEMBER 2001

หลังสถานการณ์ที่แสนปั่นป่วนหลังควบรวมกิจการ ซึ่งกว่าทุก ๆ อย่างจะเริ่มลงตัวนั้น วันเวลาก็ผ่านมาถึงสิ้นปี 2000 ในที่สุด ซึ่งด้วยการตอบสนองที่ดีของลูกค้าต่อแคมเปญทางการตลาดของทีมในช่วงปลายปี 2000 ทำให้ช่วยรักษาความแข็งแกร่งของ PayPal ในการเติบโตโดยผ่านไตรมาสแรกไปได้อย่างสวยงาม

ปริมาณการชำระเงินเพิ่มขึ้น 18% ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่า 7 ล้านเหรียญในการทำธุรกรรมแต่ละวันของ PayPal จำนวนบัญชีทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นเป็น 7.2 ล้านบัญชี แม้จะอยู่ในสถานะขาดทุนอยู่ แต่ก็สามารถลดการขาดทุนลงเหลือ 12.1 ล้านเหรียญ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนที่ขาดทุนถึง 25.4 ล้านเหรียญ ทำให้สถานะทางการเงินของ PayPal นั้นฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งมันเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของ Thiel ที่ได้กลับมากุมบังเหียน PayPal ต่อจาก Musk อีกครั้ง ซึ่งความสามารถของ Thiel ในการมุ่งเน้นไปที่ปัญหาสำคัญของบริษัท รวมถึง การใช้ประโยชน์จากความสามารถของเพื่อน รวมถึงเพื่อนร่วมงานที่เขาได้รับ ทำให้เหล่าคณะกรรมการต่างเริ่มเชื่อมั่นกับ Thiel เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเหล่าคณะกรรมการได้ขอให้ Thiel นั้นเป็น CEO ถาวรของบริษัท แทนที่จะสรรหาคนอื่นมาทำหน้าที่นี้แทนเขา

และผลงานที่สุดยอดไม่แพ้กันก็คือ การหาวิธีการป้องกันการฉ้อโกงทีเกิดขึ้นในแพลตฟอร์มของ Max Levchin CTO ของบริษัท ด้วยการสร้างคอมพิวเตอร์อัลกอริธึม ในการเป็นตัวชี้วัดการทุจริตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบบ และเป็นการกำจัดความสูญเสียจากการฉ้อโกงในแพลตฟอร์ม ของเหล่าอาชญากรทางเทคโนโลยีในการสร้างบัญชีปลอมหลายบัญชี

Max ได้ทำงานอย่างแข็งขันกับ David Gausebeck หนึ่งในวิศวกรคนแรก ๆ ที่เข้าร่วมงานกับ Confinity ซึ่งได้ร่วมกันสร้างกลไกในการสร้างบัญชีที่ซับซ้อน สำหรับป้องกันการฉ้อโกง โดยมีการนำภาพมาวางบนลงหน้าลงทะเบียน ที่มีลำดับตัวอักษรสีดำแบบสุ่มที่ด้านบนของพื้นหลังสีเหลือง ไขว้ด้วยเส้นสีดำบาง ๆ

หากใครต้องการเปิดบัญชี จะถูกขอให้สะกดตัวอักษรในภาพดังกล่าว ซึ่งแน่นอนว่ามนุษย์จริง ๆ นั้นสามารถตีความตัวอักษรแบบสุ่มที่อยู่ในภาพได้อย่างง่ายดาย แต่มันเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคอมพิวเตอร์ หรือ AI ที่จะอ่านข้อความดังกล่าว ซึ่งไม่สามารถทำได้ ซึ่งเทคนิคดังกล่าวนี้ ยังปรากฏอยู่ในเว๊บไซต์ ที่มีการสร้างบัญชี เพื่อป้องกันการปลอมบัญชี มาจวบจนถึงปัจจุบัน

ระบบป้องกันการโกงลงทะเบียนของ PayPal ที่มีต้นแบบมาจาก Max Levchin
ระบบป้องกันการโกงลงทะเบียนของ PayPal ที่มีต้นแบบมาจาก Max Levchin

หลังจากนั้นในช่วงกลางไตรมาสที่สองของปี 2001 ได้เริ่มปรากฏสัญญาณชัดเจนว่า ebay เอาชนะ Yahoo ได้สำเร็จ และสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ebay กลายเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมก็เนื่องมาจากระบบการจัดการ การฉ้อโกงของ Max และทีมงานนั่นเองทำให้ลูกค้าภายในแพลตฟอร์ม ebay นั้นรู้สึกว่าพวกเขาปลอดภัยจากการโกง

แม้ดูเหมือนว่า PayPal นั้นจะไปได้สวยกับตลาดการประมูลใน ebay แต่ Thiel นั้นต้องการขยายธุรกิจของ PayPal ให้มากกว่าการประมูล ซึ่ง PayPal นั้นจะต้องหาแหล่งรายได้เพิ่มเติมในขณะที่ยังเป็นผู้นำในตลาดประมูล เพื่อให้ ebay ไม่สามารถคุกคามบริษัทของเขาได้อีก

ตลาดที่น่าสนใจสองแห่งคือ การพนันออนไลน์ และ ตลาดเกมออนไลน์ ซึ่งเริ่มบูมขึ้นเมื่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตเริ่มสูงขึ้น ซึ่งกว่า 1,800 เว๊บไซต์การพนันทั่วโลกนั้น สามารถสร้างรายได้ประมาณ 3.5-4.1 พันล้านเหรียญ โดย 60% ของเงินเหล่านั้นมาจากนักพนันชาวอเมริกัน

อีกตลาดที่น่าสนใจก็คือ ตลาดเว๊บไซต์อนาจารต่าง ๆ ซึ่ง แทบจะเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้มากที่สุดของอินเทอร์เน็ตเลยก็ว่าได้ ซึ่งคาดการณ์ว่าสร้างรายได้ปีละประมาณ 1 พันล้านเหรียญ และแน่นอนว่า พวกเขาก็สนใจรูปแบบธุรกิจของ PayPal อย่างชัดเจน

แต่ปัญหาในตลาดใหม่ๆ นี้ก็คือเรื่องของศีลธรรม ที่ Thiel นั้นต้องชั่งใจอย่างหนัก รวมถึงภาพลักษณ์แบรนด์ของ PayPal ที่มีโอกาสจะเสื่อมเสียลงไปด้วยหากเข้าไปในตลาดดังกล่าว Thiel จึงไม่ได้รุกในตลาดดังกล่าวมากนัก แต่ไม่ปิดโอกาสเสียทีเดียว จึงยังไม่ได้อุทิศทรัพยากรทั้งหมดของบริษัทเพื่อให้ได้ลูกค้าประเภทเหล่านี้ แต่อีกทางหนึ่งก็เปิดเสรี PayPal ทำธุรกรรมในตลาดเหล่านี้ได้อย่างเสรี แต่บริษัทจะยังไม่โฟกัสตลาดเหล่านี้มากนัก

และเมื่อผ่านมาถึงเดือนกันยายน โลกก็ต้องเจอกับเหตุการณ์สุดเศร้า เมื่อเกิดเหตุเครื่องบนชนตึก World Trade Center ทำให้เกิดผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงผู้สูญเสียอีกมากมายในเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์นั้น

เหตุการณ์ 911 ช็อคโลก
เหตุการณ์ 911 ช็อคโลก

และ PayPal ก็ตอบสนองโดยเร็วที่สุดโดยเปิดบริจาค ผ่านแพลตฟอร์มของพวกเขาซึ่งมีลูกค้ากว่า 9 ล้านคนในขณะนั้น โดย PayPal รวบรวมเงินได้กว่า 2.4 ล้านเหรียญ จากผู้ใช้งานมากกว่า 60,000 คน ที่บริจาคเข้ามา

ส่วน ebay ก็ตั้งโครงการ “Auction for America” (AFA) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถประมูลสิ่งของเพื่อการกุศล ซึ่งเงินที่ได้ก็จะไปสู่กองทุนบรรเทาทุกข์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ 911

แต่ปัญหาใหญ่ของ ebay ในการทำเพื่อสังคมครั้งนี้ก็คือ ความจริงแล้ว ebay ออกแบบ AFA ให้เป็นหน้าม้าสำหรับ Billpoint นั่นเอง ebay ใช้เหตุการณ์ดังกล่าวมาเพื่อสร้างความเป็นต่อทางธุรกิจในเวลาที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง แม้สุดท้ายนั้นเหล่าลูกค้าจะรู้และเลือกบริจาคผ่าน PayPal มากกว่า และเรื่องราวดังกล่าวของ ebay ก็ได้รับคำสาปแช่งไปทั่วโลกไซเบอร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ ebay มาตกม้าตายในเรื่องที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งนั่นเอง

จะเห็นได้ว่ามาถึงตอนนี้ แม้เหตุการณ์ฝันร้ายของชาวอเมริกาอย่าง 911 นั้นจะกระทบจิตใจต่อคนอเมริกันทั่วประเทศ แต่ ebay ก็ยังใช้เหตุการณ์เหล่านี้มาหาวิธีสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจให้กับพวกเขา ดูเหมือนศึกครั้งนี้จะยังไม่จบง่าย ๆ ระหว่าง PayPal และ ebay แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อกับการแข่งขันครั้งนี้ โปรดติดตามตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 9 : Earth vs Palo Alto

<– ย้อนกลับไปตอนที่ 1 :The New Recruit *** อย่าลืมกดแชร์ให้เพื่อน ๆ คุณได้อ่านนะครับผม***

PayPal Wars ตอนที่ 1 : The New Recruit

NOVEMBER—DECEMBER 1999

Eric Jackson นั้นได้มีโอกาสพบกับ Peter Thiel ครั้งแรก ในกิจกรรมของหนังสือพิมพ์อิสระที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่ก่อตั้งโดย Peter Thiel ในปี 1987 โดยหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวนั้นก็คือ แสตนฟอร์ด รีวิว ที่มีบทบาทสำคัญต่อมหาวิทยาลัยในขณะนั้น

หลังจากจบการศึกษาที่ สแตนฟอร์ดในปี 1998 ตัว Eric นั้นได้เข้าไปร่วมงานกับบริษัทที่ปรึกษาชื่อดังอย่าง Arthur Andersen ในเมืองซานฟรานซิสโก โดยเขาได้เตรียมการที่จะสั่งสมประสบการณ์ที่ Andersen เพื่อไต้เต้าขึ้นไปตามวิถีทางปรกติของเหล่าพนักงานมืออาชีพทั่วไป

แต่การได้มาพบกับ Peter Thiel อีกครั้ง เมื่อตัว Thiel ได้กลับไปที่มหาวิทยาลัย เพื่อบรรยายเรื่องเกี่ยวกับการเชื่อมโยงระหว่างตลาดทุนนิยมกับเสรีภาพทางด้านการเมือง ซึ่งการบรรยายครั้งนั้น แน่นอนว่ามีผู้เข้าชมการบรรยายของเขามากมายเพราะ Thiel ถือเป็นหนึ่งในศิษย์เก่าที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงของมหาลัยสแตนฟอร์ดในขณะนั้น

โดยตอนนั้น Thiel เพิ่งกลับมาอยู่ที่ซานฟรานซิสโก หลังจากได้ไปท่องอยู่ในวอลล์สตรีทอยู่นานหลายปี โดยเขากลับมาตั้งกองทุนป้องกันความเสี่ยงของตัวเอง และการบรรยายในครั้งนี้นั่นแน่นอนว่า มันช่วยส่งแรงบันดาลใจให้ชายหนึ่งที่จะกลายมาเป็นคนที่บทบาทสำคัญกับบริษัทใหม่ของ Thiel นั่นเอง

Max Levchin ชายหนุ่มโปรแกรมเมอร์อายุ 24 ปีในขณะนั้น สนใจในคำพูดของ Thiel ที่ไปบรรยายเป็นอย่างมาก โดย Max นั้นเติบโตขึ้นเป็นชาวยิว ในสหภาพโซเวียต เขาต้องดิ้นรนต่อสู้กับชีวิตในโซเวียตเป็นอย่างมาก เพราะปัญหาเรื่องความเป็นยิวของเขานั่นเอง

จึงทำให้เขาต้องดิ้นรนอพยพมาอยู่ที่เมืองชิคาโกในปี 1991 โดย Max นั้นเริ่มต้นด้วยการศึกษาคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง และเขาพยายามดิ้นรนจนสามารถเรียนจบการศึกษาจาก University of Illinois ที่ Urbana-Champaign ได้สำเร็จ

หลังจากเรียนจบ Max ได้ก่อตั้งบริษัทที่ชื่อว่า NetMeridian ขึ้น โดยสร้างเครื่องมือทางการตลาดแบบอัตโนมัติ หลังจากประสบความสำเร็จก็ได้ขาย NetMeridian ให้กับ Microsoft แล้วตัว Max ก็ย้ายไปที่ Silicon Valley โดยเริ่มมองหาแนวคิดที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ครั้งใหม่ของตัวเขาเอง

ซึ่งด้วยความที่เคมีตรงกันอย่างมากหลังจากงานบรรยาย และได้ทำการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในอีกไม่กี่อาทิตย์หลังจากนั้น ทั้งคู่ได้ตัดสินใจที่จะร่วมกันสร้างบริษัทที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลของลูกค้า ซึ่งจะสร้างบริการให้ผู้ใช้งานสามารถเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสบน Palm Pilots รวมถึงเครื่อง PDA ชนิดอื่น ๆ ที่กำลังเป็นตลาดที่เติบโตสูงในยุคนั้น

พวกเขาตั้งชื่อมันว่า Fieldlink เนื่องจาก Palm ใช้พอร์ตอินฟาเรดเพื่อเชื่อมโยงและส่งสัญญาณข้อมูลระหว่างกัน ซึ่ง Thiel นั้นได้เริ่มต้นลงทุนโดยช่วยหาทุนจากกองทุนของเขาเอง และทำการโน้มน้าว Max ให้กลายเป็น CEO แบบเต็มเวลา

Max Levchin ผู้ร่วมก่อตั้งคนสำคัญ
Max Levchin ผู้ร่วมก่อตั้งคนสำคัญ

แม้ว่าการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลนั้นจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่การจะมาทำบริการดังกล่าวให้เป็นเชิงพานิชนั้นมีข้อจำกัดอยู่มาก จะมีลูกค้ากลุ่มใดที่ต้องการเข้ารหัสข้อมูลพวกนี้บน PDA ของพวกเขา และทำไปเพื่ออะไร? แล้วรายได้บริษัทจะมาจากไหน?

แต่มันเป็นที่มาของการนำพา Thiel ให้คิดถึงเรื่องการชำระเงินออนไลน์ เพราะความต้องการชำระเงินนั้นเป็นเรื่องสากล แต่ตอนนั้นตลาดยังโบราณคร่ำครึ ผู้คนใช้แค่บัตรเครดิต กับ ATM เท่านั้นในการชำระเงิน และใช้มันมาเป็นเวลานานมาแล้วด้วย

ซึ่งแนวคิดของ Fieldlink นี่เอง ที่เป็นก้าวแรกในการพัฒนาโซลูชั่นให้กับ Palm Pilots เพื่อให้เจ้าของสามารถใช้งานแพลตฟอร์มที่เป็นกระเป๋าเงินแบบดิจิตอลได้นั่นเอง ซึ่ง Thiel และ Max ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น Confinity ซึ่งเป็นการรวมกันของคำว่า “ความมั่นใจ” และ “ไม่สิ้นสุด”

ด้วยความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนของ Thiel เพียงไม่นาน ก็มีเหล่าธนาคารรวมถึงกลุ่มทุนต่าง ๆ อัดฉีดเงินเข้ามาอย่างมากมาย ทำให้พนักงานของ Confinity เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นคือ Kenny Howery ที่ Thiel ดึงตัวมากจากบริษัทกองทุนความเสี่ยงของตัวเอง เพื่อให้มาช่วยเหลืองานของ Confinity และได้ตั้งสำนักงานใหม่ขึ้นที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และตอนนี้ Confinity ก็พร้อมที่จะปฏิวัติการชำระเงินออนไลน์โลกแล้ว

และ Eric Jackson ก็ได้ตกลงเข้ามาทำงานกับ Thiel เช่นเดียวกันในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด หลังจากได้ไปฟังงานบรรยายเดียวกับ Max Levchin โดย Eric ได้ลาออกจากงานที่ค่อนข้างมั่นคงที่ Andersen เพื่อมาลุยกับบริษัท Startup หน้าใหม่อย่าง Confinity ที่กำลังจะพลิกโฉมการเงินของโลกไปตลอดกาล

รวมถึง Reid Hoffman ที่มาดำรงตำแหน่งประธานของบริษัท ที่รายงานตรงต่อ Thiel เนื่องจากเป็นเพื่อนเก่าแก่ของ Thiel มาตั้งแต่สมัยเรียนที่สแตนฟอร์ด และยังเพื่อนที่ Thiel นั้นไว้ใจค่อนข้างมาก

Reid Hoffman เพื่อนสนิทของ Thiel สมัยเรียนสแตนฟอร์ด
Reid Hoffman เพื่อนสนิทของ Thiel สมัยเรียนสแตนฟอร์ด

ในช่วงแรกนั้น Confinity แทบจะไม่ใช่สภาพของบริษัทจริงจังเลยด้วยซ้ำ เพราะเต็มไปด้วยเหล่าเนิร์ดคอมพิวเตอร์มากมาย คอยมุ่งมั่นเขียนโปรแกรม และพัฒนา version แรกของ PayPal ออกมาให้สำเร็จ

เป็นสภาพแวดล้อมการทำงานแบบบริษัทดอทคอมยุคแรก ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนหอพักเสียมากกว่า เต็มไปด้วยบอร์ดเกมส์ เกลื่อนพื้นห้องทำงาน กล่องพิซซ่าที่เรี่ยราด เหล่าพนักงานก็สวมเสื้อยืด และกางเกงขาสั้น เพื่อทำงานได้อย่างสะดวกสบาย มันเป็นบรรยากาศที่แตกต่างอย่างมากที่ Eric ต้องเจอ เรียกได้ว่าเป็น Culture Shock ของเขาเลยทีเดียวเมื่อย้ายมาจากบริษัทชั้นนำอย่าง Anderssen ที่เต็มไปด้วยมืออาชีพ และ ออฟฟิสที่ดูหรูหราย่านใจกลางเมืองซานฟรานซิสโก

ที่ Confinity นั้นพนักงานโดยเฉลี่ยอายุประมาณ 25 ปี ดูเหมือนว่า Thiel นั้นจะแก่สุดในบรรดาพนักงานทั้งหมดของบริษัทเลยด้วยซ้ำ ตัว Max Levchin ก็อายุเพียง 25 และวิศวกรส่วนใหญ่ที่เขาจ้างมาก็เป็นร่วมชั้นเรียนในสมัยมหาวิทยาลัยแทบจะทั้งสิ้น

แต่สิ่งเหล่านี้มันดูสวนทางกับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของ Thiel ในการสร้าง PayPal ซึ่งคนทั่วโลกต้องใช้เงิน เพื่อรับเงินหรือแลกเปลี่ยนเพื่อมีชีวิตอยู่ เงินกระดาษนั้นเป็นเทคโนโลยีโบราณและเป็นวิธีการชำระเงินที่ไม่สะดวกเอามาก ๆ

ในศตวรรษที่ 21 ผู้คนต้องการรูปแบบของเงินที่สะดวก และปลอดภัยมากขึ้น และสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ด้วย PDA หรือการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ซึ่ง Thiel นั้นเชื่อว่า Paypal จะสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ได้ ซึ่ง Paypal จะทำให้พลเมืองทั่วโลก สามารถควบคุมสกุลเงินของพวกเขาได้โดยตรงกว่าที่เคยมีมา และ Paypal จะกลายเป็น Microsoft ของการชำระเงิน หรือระบบปฏิบัติการทางการเงินของโลกนั่นเอง

Doohan ที่ดูแลฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทนั้นเลือกที่จะเปิดตัว Paypal อย่างยิ่งใหญ่ ให้กับสื่อเป็นครั้งแรก โดยเขาได้ทำการว่าจ้าง Scotty ซึ่งเป็นดารานำของหนังดังอย่าง Star Trek ให้มารับบท Presenter ของ Paypal ในงานเปิดตัวครั้งนี้

และที่สำคัญที่สุด ตอนนี้ PayPal เวอร์ชั่นแรก นั้นพร้อมแล้ว ที่จะเปิดตัวให้โลกได้เห็นถึงวิวัฒนาการ การชำระเงินรูปแบบใหม่ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกไปตลอดกาล แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อกับ PayPal และเหล่าทีมงานยอดอัจฉริยะของ Confinity โปรดติดตามตอนต่อไปครับผม

–> อ่านตอนที่ 2 : BreakThrough