Google เป็นแพล็ตฟอร์มที่ดีที่สุด ที่จะช่วยลดการระบาดของไวรัส Covid19

เป็นคำถามที่หลาย ๆ คนน่าจะสนใจว่า เทคโนโลยีหรือ แพล็ตฟอร์มดัง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้น แพล็ตฟอร์มใด สามารถที่จะมาช่วยลดการระบาดของไวรัส Covid19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

แน่นอนว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนั้น ถ้าเป็น แพล็ตฟอร์มระดับโลกอย่าง Google คงไม่มีใครสงสัยในความล้ำหน้าของเทคโนโลยีของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น Search , Map หรือ Youtube ที่มีผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลก และทำเงินได้มากมายมหาศาล

แล้วทำไม Google ถึงเป็นแพล็ตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการระบาดของ Covid19 ที่กระจายไปทั่วโลกในทุกวันนี้

เราต้องอย่าลืมว่า มือถือนั้นกลายเป็นสิ่งพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ทุกคนในปัจจุบัน และมีผู้ที่ใช้งาน Smartphone กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบันเสียแล้วด้วยซ้ำ

และที่สำคัญก็คือ ระบบ ปฏิบัติการ Android กลายเป็น ระบบปฏิบัติการหลักที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด หรือแม้กระทั่งมือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการอื่น ๆ อย่าง iOS คนส่วนใหญ่ก็ยังนิยมใช้บริการต่าง ๆ ของ Google อยู่ดี

แม้เรื่อง Privacy จะเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่เราสามารถที่จะไป Set ได้ไม่ให้ Google มาคอย tracking ตำแหน่งของเรา เวลาใช้บริการของพวกเขา

แต่น้อยคนนัก ที่จะสนใจเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น ข้อมูลการ tracking location ว่าเราไปที่ไหนมาบ้าง หรือ ไปทำอะไรมาบ้างนั้น ผู้ที่มีข้อมูลเหล่านี้มากที่สุดคงจะหนีจาก Google ไม่ได้

ซึ่ง location นั้นสำคัญมาก ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัส ที่กำลังกระจายไปทั่วโลกอย่าง Covid19 เพราะปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความไม่รู้ว่าใครติดโรคดังกล่าวบ้าง และเรากำลังอยู่ใน location หรือสถานที่ ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไม่

Google นั้นรู้หมดว่าเราเคยไปที่ไหนมาบ้าง
Google นั้นรู้หมดว่าเราเคยไปที่ไหนมาบ้าง

หาก Google สามารถแจ้งเราได้ว่า หากพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อและถูก Verified ว่าติดเชื้อแล้วนั้น เราสามารถ tracking ตำแหน่งย้อนหลังพวกเขาได้ทั้งหมด ว่าเขาไปในสถานที่ใดบ้าง และแน่นอนว่า Google นั้นรู้ข้อมูลอยู่แล้วว่าใครเป็นคนที่เสี่ยงกับผู้ป่วยเหล่านั้นบ้าง ผ่านทางการ tracking location นั่นเอง ซึ่ง Google ก็รู้อีกเช่นกันว่าผู้ใช้งานคนไหน เข้าไปอยู่ใกล้ผู้ป่วยที่เสี่ยงเหล่านี้บ้าง

ซึ่งเรื่องนี้ หาก Google มีการร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขในทุกประเทศ และแก้ไข app เพิ่มเติม ให้มีการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานโดยตรงได้ทันทีผ่านบริการต่าง ๆ ของพวกเขาที่คนแทบทั้งโลกนั้นใช้กันอยู่แล้ว เมื่อผู้ใช้งานเข้าไปอยู่ใน location ที่เกิดความเสี่ยง หรือ ในสถานที่ที่ ผู้ป่วยที่ได้รับการ Verified ว่าติดเชื้อนั้นเคยไป มันจะมีประสิทธิภาพอย่างมากในการลดการแพร่ระบาดของไวรัส Covid19 ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกอยู่ในขณะนี้อย่างแน่นอน

ซึ่งตอนนี้ปัญหาเรื่องการแพร่ระบาด กำลังทำลายธุรกิจขนาดย่อย ที่เป็นฐานลูกค้าหลักของ Google จนล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมากแล้ว และแน่นอนว่ามันจะส่งผลสะเทือนไปยังรายรับของ Google เองด้วยซ้ำ หากธุรกิจรายย่อยเหล่านี้ล้มหายตายจากไปจนหมดสิ้นนั่นเองครับ

References : https://www.androidcentral.com/how-view-your-location-history-google-maps https://www.ciobulletin.com/it-services/google-establishes-covid-19-fund

เมื่อ AI พบการแพร่ระบาด ไวรัสโคโรน่า ได้เร็วกว่ามนุษย์

เมื่อวันที่ 9 มกราคม องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แจ้งให้สาธารณชนทราบถึงการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในประเทศจีน : โดยมีรายงานผู้ป่วยโรคปอดบวมจำนวนหนึ่งในเมือง หวู่ฮั่น ของประเทศจีน 

ส่วนศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกเตือนมาไม่กี่วันก่อนหน้านี้ในวันที่ 6 มกราคม แต่สิ่งที่เหลือเชื่อก็คือ แพลตฟอร์ม AI ด้านการตรวจสอบสุขภาพของแคนาดาได้ทำนายการระบาดของโรคให้กับลูกค้าตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม

BlueDot ใช้ อัลกอริทึมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของ AI ซึ่งมีรายงานข่าวและประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อแจ้งเตือนลูกค้าล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นอันตราย เช่น หวู่ฮั่น ในประเทศจีน

ส่วนเรื่องความเร็วในระหว่างการระบาด ฝั่งของเจ้าหน้าที่จีนดูเหมือนจะไม่มีประวัติที่ดีในการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโรคว่าข้อมูลที่แท้จริงเป็นอย่างไรกันแน่ แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของ WHO และ CDC ก็ต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากจีนเพื่อตรวจสอบการระบาดของโรคจากไวรัส โคโรน่าใหม่นี้  “เรารู้ว่ารัฐบาลจีนอาจไม่ได้รับความเชื่อถือในการให้ข้อมูลตามกรอบเวลาที่กำหนด” Kamran Khan ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ BlueDot กล่าว “แต่เราสามารถรับข่าวสารของการระบาดที่อาจเกิดขึ้นจากฟอรัมหรือบล็อกที่บ่งบอกถึงเหตุการณ์ผิดปกติบางประเภทที่เกิดขึ้น”

Khan กล่าวว่าอัลกอริทึมไม่ได้ใช้ข้อมูลจากโพสต์ต่าง ๆ ในสื่อสังคมออนไลน์เพราะข้อมูลนั้น มีความซับซ้อนเกินไป แต่เขาใช้อีกสิ่งหนึ่งซึ่งก็คือ : การเข้าถึงข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินของสายการบินทั่วโลกที่สามารถช่วยทำนายได้ว่าประชาชนจะติดเชื้อที่ไหนและเมื่อไหร่ โดยสามารถทำนายได้อย่างถูกต้องว่าไวรัสจะแพร่จากหวู่ฮั่นไปยังกรุงเทพฯ โซล ไทเป และโตเกียวในวันต่อมาหลังจากที่ปรากฏตัวครั้งแรก

bluedot สามารถทำนายการกระจายได้อย่างแม่นยำ
bluedot สามารถทำนายการกระจายได้อย่างแม่นยำ

Khan ผู้ซึ่งทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลในโตรอนโตในช่วงที่โรคซาร์สระบาดในปี 2003 ซึ่งเขาฝันที่จะหาวิธีที่ดีกว่าในการติดตามโรค โดยไวรัสโรคซาร์สนั้นก็เริ่มต้นในประเทศจีนและแพร่กระจายไปยังฮ่องกงจากนั้นก็ไปยังโตรอนโต 

โดย Khan กล่าวถึงการระบาดของโรคโคโรน่าไวรัสว่า “ ในปี 2003 ผมเฝ้าดูเชื้อไวรัสดังกล่าวแพร่กระจายไปทั่วเมืองและทำให้โรงพยาบาลเกิดความโกลาหล ทำให้เหล่าเจ้าหน้าที่เกิดความเหนื่อยล้าทั้งจิตใจและร่างกายเป็นอย่างมาก และผมคิดว่า ‘เราจะไม่ทำสิ่งนี้อีกต่อไป’”

หลังจากได้ทดสอบโปรแกรมการทำนายหลายครั้ง Khan ได้เปิดตัว BlueDot ในปี 2014 และระดมทุนได้ 9.4 ล้านดอลลาร์ โดยขณะนี้ บริษัท มีพนักงาน 40 คน โดยแพทย์และโปรแกรมเมอร์ที่คิดค้นโปรแกรมการเฝ้าระวังโรคซึ่งใช้การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) และเทคนิคของ Machine Learning เพื่อคอย Monitor ผ่านรายงานข่าวใน 65 ภาษาพร้อมกับข้อมูลสายการบินและรายงานการระบาดของโรคจากสัตว์ “

เมื่อมีการกรองข้อมูลแบบอัตโนมัติเสร็จสิ้น หลังจากนั้นจะเป็นการวิเคราะห์ของมนุษย์ Khan กล่าว นักระบาดวิทยาตรวจสอบว่าข้อสรุปมีเหตุผลจากมุมมองทางวิทยาศาสตร์จากนั้นรายงานจะถูกส่งไปยังลูกค้าทั้งรัฐบาล ธุรกิจ และเครือข่ายสาธารณสุข

จากนั้นรายงานของ BlueDot จะถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในหลาย ๆ ประเทศ (รวมถึงสหรัฐอเมริกาและแคนาดา) โดย BlueDot ไม่ได้ขายข้อมูลของพวกเขาให้กับประชาชนทั่วไปแต่อย่างใด ในขณะนี้

ซึ่ง BlueDot เคยประสบความสำเร็จในการคาดการณ์สถานที่ตั้งของการระบาดของโรค Zika ในเซาท์ฟลอริดา ที่ได้ทำการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ของประเทศอังกฤษอย่าง The Lancet

BlueDot พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ แต่ในขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขบางคนกล่าวว่าแม้จะมีการระบาดของโรคซาร์สเป็นเวลาหลายเดือนในปี 2003 แต่เจ้าหน้าที่ของจีนก็ตอบสนองได้เร็วขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นใหม่กับพวกเขา อย่าง ไวรัส โคโรน่า

“ การระบาดน่าจะใหญ่กว่านี้หนึ่งเท่า จากที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยืนยัน” James Lawler ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยเนแบรสกากล่าว ซึ่งเขาเป็นทีมงานที่ทำการรักษาผู้ป่วยโรคอีโบล่าที่ถูกกักกันในปี 2017 และปี 2018 การคำนวณแบบปรกติต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศจีนในแต่ละสัปดาห์ อาจจะมีความคลาดเคลื่อนเป็นอย่างมาก”

Lawler และคนอื่น ๆ กล่าวว่า การระบาดของโรค corona virus จะยังคงแพร่กระจายในขณะที่นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนไปยังประเทศอื่น ๆ และแสดงอาการของการติดเชื้อ เขาบอกว่าเรายังไม่รู้ว่ามีกี่คนที่จะป่วยและจะมีกี่คนที่จะตายก่อนที่การระบาดจะลดลง

เพื่อหยุดการแพร่กระจายของโรคเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะต้องบอกความจริงและบอกเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันมันก็คุ้มค่าที่จะนำไปใช้เป็นฐานข้อมูล เพื่อการเรียนรู้ของ AI ในอนาคตนั่นเอง

ความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เขียน

ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็น Natural Language Processing ที่ทำงานร่วมกับ Machine Learning ในการนำเอาข้อมูลต่าง ๆ ทั้งจากสายการบิน จากฟอรั่ม จาก Blog มาทำการวิเคราะห์ข้อมูลการระบาดอย่างที่ BlueDot ทำ

แน่นอนว่า การระบาดครั้งนี้ ของ ไวรัสโคโรน่า นั้นก็สามารถมองในแง่ดีได้อีกด้านหนึ่งก็คือ การเป็นฐานข้อมูลใหม่ให้ AI ได้เรียนรู้ เพื่อวิเคราะห์ และ ในอนาคตอาจจะทำนายได้แบบ realtime และสามารถขจัดปัญหาตั้งแต่ต้นตอการระบาดได้อย่างรวดเร็ว ไม่ให้แพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างที่เราเห็นกันในตอนนี้ได้นั่นเองครับ

References : https://www.wired.com/story/ai-epidemiologist-wuhan-public-health-warnings https://www.etftrends.com/disruptive-technology-channel/startup-used-ai-to-identify-coronavirus-outbreak-before-who-cdc/