สงครามการค้า เกาหลี vs ญี่ปุ่น แต่ผู้ชนะคือจีน

“ สงครามการค้า” ที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่าง ประเทศญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ อาจเป็นข่าวดีสำหรับจีนทั้งทางด้านเศรษฐกิจและประเด็นทางด้านการทูต 

จากข้อจำกัดในเรื่องการส่งออกของญี่ปุ่นที่มีปัญหากับบริษัทยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ โดยมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงในเรื่องสงครามการค้าขึ้น ซึ่งความบาดหมางครั้งนี้น่าจะส่งผลให้ผู้ผลิตจีนจะได้เปรียบในการแข่งขันตามข้อมูลของนักวิเคราะห์ที่กล่าวถึงเรื่องนี้

 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ตัดสินใจที่จะจำกัดการส่งออกในส่วนที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีเกาหลีใต้ 

ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบโดยตรงสำหรับบริษัทเทคโนโลยีของเกาหลีใต้เช่น Samsung และ LG Display ซึ่งทั้งคู่พึ่งพาผู้ผลิตจากญี่ปุ่นอย่างมาก แต่สำหรับทางฝั่งของ บริษัทญี่ปุ่นซึ่งจะต้องหาลูกค้ารายใหม่ ๆ และอาจทำให้ซัพพลายเชนของพวกเขาหยุดชะงัก ถ้าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศยังคงอยู่แบบนี้ ไม่มีการแก้ไข

นักวิเคราะห์เชื่อว่าการโต้กลับของเกาหลีน่าจะเป็นส่วนของชิ้นส่วน บล็อกหน้าจอ OLED ที่เกาหลีได้ส่งออกไปญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่าจะกระทบความสามารถของบริษัทญี่ปุ่นในการผลิตทีวีคุณภาพสูงเช่นเดียวกัน

ด้วยมาตรการดังกล่าว ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าผู้ผลิตจีน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ของประเทศจีน  จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดในการเติมช่องว่างดังกล่าว

เกิดอะไรขึ้นระหว่างสองประเทศยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีจาก Asia

ซึ่งสาเหตุหลักจากสงครามการค้าครั้งนี้ เกิดจากข้อพิพาทระหว่างเกาหลีและญี่ปุ่น เกี่ยวกับมรดกของการปกครองอาณานิคมของญี่ปุ่นในคาบสมุทรเกาหลีก่อนสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นซึ่งจะต้องชำระค่าชดเชยทั้งหมดภายใต้สนธิสัญญาที่ลงนามเมื่อปี 1965 ซึ่งได้รับการแจ้งเตือนจากคำสั่งของศาลเกาหลีใต้เมื่อเร็ว ๆ นี้  ซึ่งทำให้เหล่าบริษัทญี่ปุ่นต้องช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายดังกล่าวในช่วงสงครามให้กับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการบังคับใช้แรงงาน.

ในการตอบโต้จากญี่ปุ่น ได้กล่าวว่าจะจำกัด การส่งออกสำหรับวัสดุที่ใช้ในอุปกรณ์เทคโนโลยี 3 ชนิด: โพลีอะมายด์ฟลูออไรด์ที่ใช้ในสมาร์ทโฟน photoresists ที่ใช้ในเซมิคอนดักเตอร์ และไฮโดรเจนฟลูออไรด์ที่ใช้ในเซมิคอนดักเตอร์เช่นเดียวกัน โดยบริษัท เกาหลีใต้พึ่งพาญี่ปุ่นเป็นอย่างมากสำหรับวัสดุทั้งสามรายการนี้ 

สงครามความตึงเครียดทางการค้า

อย่างไรก็ตามการลดความเชื่อมั่นดังกล่าว ไม่ใช่เพียงวิธีเดียว สำหรับสงครามการค้ารอบนี้ระหว่างประเทศทั้งสอง Ryo Hinata-Yamaguchi อาจารย์ประจำวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติปูซานในเกาหลีใต้กล่าวว่า

“ ญี่ปุ่นเป็นแหล่งของสารเคมีและเทคโนโลยีการผลิตที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ในขณะที่ญี่ปุ่นเกาหลีใต้เองนั้นก็เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญเช่นกัน ” Hinata Yamaguchi กล่าว

อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ กับปัญหาสงครามการค้าระหว่างสองประเทศ
อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ กับปัญหาสงครามการค้าระหว่างสองประเทศ

ประเด็นดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโดย จูน พาร์ค อาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยจอร์จเมสันในเกาหลีใต้ ซึ่งกล่าวว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศ  ตัวอย่างเช่น การที่บริษัทเกาหลีใต้ซื้อวัสดุจากญี่ปุ่นเพื่อผลิตเซมิคอนดักเตอร์เพื่อส่งกลับไปญี่ปุ่นอีกครั้ง“ แต่การยกเลิกการส่งวัสดุดังกล่าว ไม่ใช่สถานการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ เมื่อพิจารณาถึงระดับความตึงเครียดในตอนนี้”  ปาร์คกล่าว “ ความตึงเครียดเหล่านี้หากยังคงอยู่ จะสามารถสร้างผลกระทบอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของการผลิตชิปไปทั่วโลกในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกเช่น Apple และหัวเว่ย ด้วยเช่นเดียวกัน.”

ทำไมต้องเป็นจีน

นักวิเคราะห์กล่าวว่าการต่อสู้ทางการค้าที่รุนแรงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตจีนในที่สุดเป็นผลมาจาก สงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา ซึ่งจีนได้พยายามก้าวไปข้างหน้าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมไมโครชิพของตัวเอง โดยลดการพึ่งพาจากอุตสาหกรรมในต่างประเทศ

ซึ่งหัวใจของแผนดังกล่าวคือ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ภายใต้แผน Made in China 2025 จีนมีเป้าหมายที่จะผลิตเซมิคอนดักเตอร์ประมาณ 40% ให้ได้ภายในปี 2020 และ เพิ่มให้สูงขึ้นถึง 70% ในปี 2025 

จีนกำลังได้ประโยชน์จากสงครามการค้าระหว่างเกาหลี และ ญี่ปุ่น
จีนกำลังได้ประโยชน์จากสงครามการค้าระหว่างเกาหลี และ ญี่ปุ่น

หากจีนสามารถใช้ประโยชน์จากความตึงเครียดในปัจจุบันได้ ก็จะเป็นการสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งสามในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีมาเป็นเวลานานหลายทศวรรษ ซึ่งในปี 1990 และ 2000 ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่มีอำนาจเหนือกว่า แต่ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ดูเหมือนเกาหลีใต้จะกลายเป็นผู้กำชัยชนะ

“ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีความซับซ้อนมากและความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมได้เปลี่ยนแปลงไปตลอด ในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา” ปาร์คกล่าว

นักวิเคราะห์บางคนสงสัยว่าขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่จีนต้องเป็นผู้นำ

References : 
https://www.scmp.com/week-asia/geopolitics/article/3017918/how-china-can-win-trade-war-between-japan-and-south-korea

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

มองสงครามการค้า มองไทย

ข่าวกระแสสงครามการค้าระหว่างจีน กับ สหรัฐ นั้นดูวี่แววแล้วน่าจะไม่จบลงอย่างง่าย ๆ หลังการใช้เรื่องภาษี ถล่มกันไปมา อย่างหนัก เรียกได้ว่าเจ็บตัวด้วยกันทั่งคู่เลยก็ว่าได้

ประเด็นที่ร้อนที่สุดของสงครามการค้าครั้งนี้ น่าจะเป็นเรื่องของ huawei ยักษ์ใหญ่ทางด้านโทรคมนาคมจากจีน ที่โดนแบน จากบริษัทผู้ผลิตทั้ง software และ hardware ของสหรัฐอเมริกา

แน่นอนว่ามีกระแสข่าว ในแง่ลบมากมายที่มากระทบ huawei ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงเรื่องของการค้าขายกับอิหร่าน

การจับกุม Meng Wanzhou รองประธานและ CFO ของ Huawei ในประเทศแคนาดา ที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลก โดยสหรัฐฯ กล่าวอ้างว่าว่า Meng Wanzhou พยายามปกปิดความจริงเรื่องที่หัวเว่ยกำลังทำธุรกิจกับอิหร่านซึ่ง ซึ่งฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯ แถมยังมีหลักฐานเพิ่มเติมว่าแอบทำการค้ากับซีเรีย อีกหนึ่งชาติที่มีนโยบายคว่ำบาตรเช่นกัน

ซึ่งแน่นอน มุมหนึ่งนั้น มันดูเหมือนทางฝั่งสหรัฐอเมริกาเอง ก็ทำสิ่งที่ถูกต้อง จากการกระทำของ huawei หลาย ๆ อย่างที่ผ่านมาโดยเฉพาะประเด็นในการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

แต่อีกแง่มุมที่น่าสนใจจากฝั่งจีน ก็คือเรื่องของประเด็นข้อมูลส่วนตัว รวมถึงข้อมูลทางธุรกิจต่าง ๆ ที่เรากำลังปล่อยให้บริษัท เทคโนโลยียักษ์ใหญ่จาก ซิลิกอน วัลเลย์นั้นกำลังดูดข้อมูลของเราไป ผ่านบริการต่าง ๆ ที่อาจจะใช้ฟรีบ้างหรือไม่ฟรีบ้าง

ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านพฤติกรรมผ่าน Social Network ต่าง ๆ อย่าง facebook , instagram หรือ ข้อมูลด้านธุรกิจอย่างการส่งข้อมูลผ่าน email ที่ให้บริการฟรีอย่าง google gmail , yahoo , microsoft hotmail,outlook 

บริการจากต่างแดนที่ยอดฮิตในไทย
บริการจากต่างแดนที่ยอดฮิตในไทย

ซึ่งบริการเหล่านี้นั้น เราจะเห็นได้ว่าไม่สามารถเจาะตลาดจีนได้เลย หากเป็นการล้วงข้อมูลทางดิจิตอลของประชาชนชาวจีน โดยที่ประเทศจีนจะเกิดบริการแบบเดียวกันขึ้นมาเพื่อใช้กันในจีนโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น weibo , youkou , alibaba หรืออื่น ๆ อีกมากมายที่เป็นบริษัทอินเตอร์เน็ตของจีน

ซึ่งส่วนนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะสินค้า และ บริการอื่นๆ  ที่ไม่ใช่บริการที่ใช้ข้อมูลดิจิตอลของคนจีน นั้น จีนได้เปิดเสรีเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น Brand สินค้าอุปโภคบริโภค หรือ เชน ร้านอาหาร fastfood ชื่อดังของสหรัฐไม่ว่าจะเป็น KFC , McDonald , Starbuck ฯลฯ 

เราจะเห็นได้ชัดว่าบริการเหล่านี้นั้น ไม่ได้ถูกปิดกั้นแต่อย่างใด เหมือนกับบริการที่เป็น ข้อมูลเชิงลึกของพฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้ใช้งานชาวจีนที่เป็นดิจิตอล

ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือ อุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน เพราะจีนเป็นคอมมิวนิสต์ ส่วนอเมริกา นั้นเป็นประชาธิปไตย การปล่อยให้บริการต่าง ๆ ที่เป็นบริการออนไลน์เข้าไปสู่จีนได้นั้น น่าจะเป็นเรื่องไม่ปลอดภัยเท่าไหร่กับแนวคิดของเหล่านักการเมืองชาวจีน

แล้วหันมามองที่ประเทศเราที่ตอนนี้ เราแทบจะเสพทุกอย่างผ่านบริการของบริษัทเทคโนโลยีจากอเมริกาแทบจะทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ social network อย่าง facebook , instragram หรือบริการด้าน email จากทั้ง google , microsoft ,yahoo

แม้ส่วนของ chat application เราจะใช้ของประเทศญี่ปุ่นอย่าง LINE ก็ตามที แต่เราจะไว้ใจบริการเหล่านี้ได้อย่างไร กับข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลพฤติกรรม รวมถึง ข้อมูลทางธุรกิจต่าง ๆ ที่เรากำลังส่งกันผ่านบริการเหล่านี้

แม้ประเทศเรายังไม่มีบริการแบบนี้จะไปสู้ได้ก็ตาม แต่ เรากำลังปล่อยข้อมูลให้บริษัทพวกเขาเหล่านี้ไปแบบฟรี ๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ นั้นเป็นข้อมูลที่มีผลประโยชน์อย่างมหาศาล ที่ส่งผลโดยตรงต่อทั้ง สังคม เศรษฐกิจ หรือการเมือง แทบจะทั้งสิ้น ซึ่งในทางการเมืองเราจะเห็นได้จากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่เหล่า social media เหล่านี้กำลังมีอิทธิพลขึ้นเป็นอย่างมาก

ซึ่งผมคิดว่าสุดท้ายแล้วนั้น ทางเลือกที่ดีสุด เราก็ควรไว้ใจกับบริการที่เป็นคนไทยด้วยกันเอง อย่างตัว blockdit เองที่เป็น social network รูปแบบหนึ่ง หรือ application อื่น ๆ อย่าง wongnai ที่ให้บริการเกี่ยวกับร้านอาหาร หรือ บริการอื่นๆ  อีกมากมายที่เหล่า startup ของไทยกำลังสร้างสรรค์กันอยู่

บริการอย่าง Wongnai ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานชาวไทย ได้ไม่แพ้ app ดัง ๆ จากต่างประเทศเลย
บริการอย่าง Wongnai ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานชาวไทย ได้ไม่แพ้ app ดัง ๆ จากต่างประเทศเลย

ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตนั้นเหล่า startup ไทย จะสามารถสร้างบริการต่าง ๆ เพื่อให้คนไทยใช้งานได้ครอบคลุมทุกอย่างจริง ๆ เพราะอย่างน้อยมันก็น่าไว้วางใจกว่า การเอาข้อมูลของพวกเราไปให้กับบริการจากประเทศอื่น ๆ เหมือนที่จีนทำได้สำเร็จนั่นเองครับ

Image References : https://storage.googleapis.com/stateless-thailandbusinessnews/2018/05/china-us-trade-war.jpg

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

Huawei สามารถสร้างโทรศัพท์โดยพึ่งชิ้นส่วนอเมริกาได้หรือไม่?

Huawei ได้รายงานว่าสต็อกชิ้นส่วนที่ผลิตในสหรัฐฯเพียงพอที่รองรับการผลิตมือถือได้อีกสามเดือนถึงหนึ่งปี ดังนั้นจึงมีเวลาพอที่จะเตรียมรับมือกับวิกฤติ แต่ในบางชิ้นส่วนที่คลังสินค้าใกล้จะหมดแล้วนั้น หัวเว่ยจะต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากมากในการหาชิ้นส่วนเหล่านั้น: ซึ่งมันคงมีแค่สองทางเลือกสุดท้ายระหว่างผลิตสมาร์ทโฟนที่ไม่มีเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกาหรือออกจากธุรกิจสมาร์ทโฟนไปแบบถาวร

Huawei ออกแบบโปรเซสเซอร์สำหรับโทรศัพท์ Android แต่ยังต้องพึ่งพาส่วนประกอบจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก ในโทรศัพท์รุ่นล่าสุด P30 Pro ที่ประกอบด้วยกระจก Corning ที่ครอบคลุมด้านหน้าและด้านหลัง ที่เก็บข้อมูลแฟลชจาก Micron ส่วนประกอบด้านเครือข่ายที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย 3G และ LTE และอีกมากมาย และมันจะไม่เป็นโทรศัพท์ Android อย่างแน่นอน หากไม่มีซอฟต์แวร์ของ Google

แม้ว่า Huawei จะกล่าวว่าได้พัฒนาAndroid และ Windows ขึ้นมาของตัวเองแทนได้ และคาดว่าพร้อมที่จะนำไปใช้หากจำเป็น ถึงกระนั้นหากคำสั่งแบนจากสหรัฐยังคงมีอยู่ต่อไป Huawei จะถูกบังคับให้ต้องค้นหาสิ่งที่จะมาทดแทนจำนวนมากโดยด่วน

นี่ถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติในอุตสาหกรรมที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมือถือ และเกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ แต่เหตุการณ์แบบนี้นั้นก็ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การค้าโลก

บริษัทโทรศัพท์ของจีนอย่าง ZTE ถูกห้ามชั่วคราวโดยสหรัฐอเมริกาในปี 2018 ปิดกั้นความสามารถในการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากบริษัทสหรัฐเช่น Google, Qualcomm และ Dolby เพื่อจัดการกับการสูญเสีย Qualcomm ซึ่งจัดหาชิป Snapdragon ให้กับ ZTE นั้น ทาง ZTE ได้ไปทำข้อตกลงกับ MediaTek ซึ่งเป็น บริษัท ที่ไต้หวัน หลังจากผ่านไปสองสามเดือนประธานาธิบดีทรัมป์ยุติการสั่งห้ามในที่สุด

สำหรับส่วนประกอบหลัก ๆ ของ Huawei ในมือถือเรือธงที่กำลังขายทั่วโลกหากไม่ต้องใช้ชิ้นส่วนสหรัฐสิ่งที่ Huawei ต้องทำคือ

มาลองแกะชิ้นส่วนของ Huawei กันดูว่าถ้าไม่พึ่งบริษัทสหรัฐจะได้หรือไม่
มาลองแกะชิ้นส่วนของ Huawei กันดูว่าถ้าไม่พึ่งบริษัทสหรัฐจะได้หรือไม่

Gorilla Glass

คอร์นนิ่งผู้ผลิต Gorilla Glass เป็นผู้ผลิตจอให้กับ P30 Pro และเป็นซัพพลายเออร์ของ Huawei สำหรับโทรศัพท์รุ่นอื่น ๆ หลายรุ่นรวมถึงแล็ปท็อป Windows และแน่นอนว่ามันอยู่ในสหรัฐอเมริกา ดังนั้นในกรณีที่ตัดความสัมพันธ์กับหัวเว่ย ก็จะต้องเลือกผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่งอาจจะต้องเลือกบริษัทอย่าง AGC Asahi Glass คู่แข่งชาวญี่ปุ่นที่ผลิตแก้ว Dragontrail แทน

ผลิตภัณฑ์มือถือของ Google รุ่นเรือธงระดับสูง ก็เลือกใช้ Dragontrail แทน Gorilla Glass เช่นใน Pixel 3A รุ่นใหม่ซึ่งน่าจะลดต้นทุน ในขณะที่อาซาฮีไม่ได้รับการยอมรับจากแบรนด์คอร์นนิ่งในฐานะคู่แข่ง  แต่หากมีข้อตกลงของหัวเว่ยอย่างฉับพลันอาจทำให้กลายเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามมากยิ่งขึ้นในตลาดจอมือถือแบบกระจก

MICRON-MADE FLASH STORAGE

ชิปจัดเก็บข้อมูลที่สร้างขึ้นใน P30 Pro มาจากไมครอนซึ่งเป็นผู้ผลิตที่อยู่ใน Boise, Idaho  ได้มีการระงับการจัดส่งกับหัวเว่ย ส่วนซัพพลายเออร์อื่น ๆ เช่นโตชิบาและซัมซุงอาจเป็นพันธมิตรที่เป็นไปได้แม้ว่า บริษัท HiSilicon ของ Huawei อาจทำงานเพื่อพัฒนาส่วนประกอบสตอเรจของตนเองได้ก็ตาม

หน่วยความจำนาโน ที่ Huawei พัฒนาขึ้นมาเอง
หน่วยความจำนาโน ที่ Huawei พัฒนาขึ้นมาเอง

Huawei ได้แสดงความสนใจในการจัดเก็บข้อมูลที่ไม่ใช่แบบภายใน และพวกเขายังมีการ์ดหน่วยความจำนาโนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเอง โดยมีขนาดเท่ากันกับนาโนซิมการ์ดและเทคโนโลยีนี้อาจเป็นสัญญาณว่าหัวเว่ยได้เริ่มต้นเส้นทางเพื่อสร้างพื้นที่จัดเก็บของตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นอีกต่อไป

MODULES FOR 3G AND LTE SUPPORT

Skyworks และ Qorvo สองบริษัทจากสหรัฐอเมริกาจัดหาโมดูลส่วนหน้าซึ่งทำหน้าที่เหมือนการ์ดเครือข่ายใน P30 Pro สิ่งเหล่านี้ทำให้โทรศัพท์มีความสามารถในการทำงานกับคลื่นความถี่ 3G และ LTE ทั่วโลก ตามที่ระบุไว้ในการแกะเครื่อง Galaxy S10 ของ iFixit , Samsung ใช้ Skyworks และ Qorvo เช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นตัวเลือกยอดนิยม การพึ่งพา Huawei ของบริษัทสหรัฐในการทำให้อุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกับเครือข่ายของสหรัฐนั้นไม่น่าแปลกใจมากนักแม้ว่ามันอาจจำเป็นต้องพัฒนาโมดูล front-end ของตัวเองหากต้องการรักษาความเข้ากันได้กับผู้ให้บริการบางรายก็ตาม

ANDROID

Google ได้ทำสัญญาอนุญาต Android กับ Huawei แล้วอนุญาตให้ใช้เฉพาะโครงการ Android Open Source (AOSP) เท่านั้น นี่จะเป็นการตัดขาดบริการต่าง ๆ ที่สร้างโดย Google และหมายความว่าอุปกรณ์ของ Huawei จะมีจุดอ่อนในด้านคุณสมบัติความปลอดภัย เมื่อเทียบกับมือถือเรือธงอื่น ๆ ในตลาด

References : 
https://www.theverge.com/2019/5/21/18632550/huawei-p30-pro-android-google-executive-order-us-phone-qualcomm-intel

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

ข้าลูกผู้ชายพอ! ประธานหัวเว่ยต่อต้านการแบน Apple ในจีน

Ren Zhengei ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของหัวเว่ยกล่าวชื่นชม Apple และกล่าวว่าเขาจะ “เป็นจะเป็นคนแรกที่ประท้วง” หากมีการตอบโต้สงครามทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐด้วยการบอยคอตสินค้า Apple

Ren Zhengei ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Huawei ได้บอกกับ Bloomberg ว่าเขาจะต่อต้านการเคลื่อนไหวของเหล่าชาวจีนที่อาจบอยคอตผลิตภัณฑ์ของ Apple เพื่อตอบโต้สงครามการค้าของสหรัฐฯในปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวทอม แม็คเคนซี่ จาก บลูมเบิร์กทีวี ถามผู้ก่อตั้งหัวเว่ยเกี่ยวกับการตอบโต้ของชาวจีนในการบอยคอตสินค้า Apple โดยเขากล่าวว่ามันจะไม่เป็นปัญหา “และจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน” เขากล่าว  “และอย่างที่สองถ้ามันเกิดขึ้นจริง ผมจะเป็นคนแรกที่จะประท้วงการกระทำดังกล่าวของชาวจีน

Apple เปรียบเสมือนครูของผม [และ] ปัญหาที่เกิดขึ้นมันอยู่ต่อหน้าเราในฐานะนักเรียนทำไมฉันถึงต้องคัดค้านครูของผมล่ะ? .”

ผู้ก่อตั้งหัวเว่ย ไม่สนับสนุนการบอยคอตสินค้า Apple ของชาวจีน
ผู้ก่อตั้งหัวเว่ย ไม่สนับสนุนการบอยคอตสินค้า Apple ของชาวจีน

นอกจากนี้เขายังใช้โอกาสในการสรรเสริญ บริษัท “Apple เป็น บริษัท ชั้นนำของโลก” เขากล่าวต่อ “หากไม่มีแอปเปิ้ลก็คงจะไม่มีอินเทอร์เน็ตบนมือถือ แอปเปิ้ลช่วยแสดงให้เราเห็นว่าโลกใบนี้มันสวยงามเพียงใดผ่านนวัตกรรมของพวกเขาที่สรรสร้างขึ้นมา” 

ซึ่งการสัมภาษณ์ในครั้งนี้เกิดจากกระแสความรักชาติของชาวจีนใน Social Network อย่าง Weibo การที่บริษัทอเมริกาหยุดการซื้อขายกับหัวเว่ยเพราะแรงกดดันของสหรัฐ  และมีการคาดการณ์ว่าการตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้นอย่างจริงจังกับ Apple อาจสร้างความเสียหายให้ผลประกอบการของแอปเปิ้ลอย่างมหาศาลเลยทีเดียว

References : 
https://appleinsider.com/articles/19/05/27/huawei-founder-opposes-chinese-retaliation-against-apple

Image References : https://i1.wp.com/www.globalvillagespace.com/wp-content/uploads/2019/05/Huawei-founder-says-US-underestimates-company-2-640×336.jpg

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol

ห้ามใช้ SD Card! Huawei โดนแบนจากผู้ผลิต SD Card

ผลกระทบของการแบน Huawei ของสหรัฐอเมริกายังมีอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ บริษัท ฮาร์ดแวร์ของจีนถูกห้ามไม่ให้เป็นสมาชิกของสมาคม SD (กลุ่มการค้าที่ตกลงตามข้อกำหนดมาตรฐานสำหรับการ์ด SD และ microSD)  หัวเว่ยจะไม่ได้รับอนุญาตที่จะนำการสนับสนุน SD หรือการ์ด microSD อย่างเป็นทางการในของโทรศัพท์หรือแล็ปท็อปอีกต่อไป

สมาคม SD ได้ยืนยันต่อ Android Authorityว่าได้นำหัวเว่ยออกจากกลุ่มเป็นเพราะคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ บริษัท จีนที่ถูกแบนอันเป็นผลมาจากการห้ามดังกล่าว การ์ด MicroSD และการ์ด SD จะยังคงทำงานกับฮาร์ดแวร์ของหัวเว่ยที่มีอยู่ แต่การถูกกันออกจากสมาคม SD หมายความว่าหัวเว่ยจะไม่สามารถใช้มาตรฐานกับผลิตภัณฑ์ในอนาคตได้

สมาคม SD ไม่ได้เป็นสมาคมแรกที่ตัดความสัมพันธ์กับหัวเว่ย ก่อนหน้านี้: Google , ARM , Intel, Qualcomm และ Broadcomเป็น หนึ่งใน บริษัท ที่หยุดทำงานกับ Huawei เนื่องจากการสั่งแบบของสหรัฐ

Wi-Fi Alliance (ซึ่งกำหนดมาตรฐาน Wi-Fi ทั่วทั้งอุตสาหกรรม) ก็มี “
Huawei เป็นสมาชิกชั่วคราว ” เนื่องจากการสั่งห้ามของสหรัฐและ Huawei (กลุ่มมาตรฐานสารกึ่งตัวนำที่รู้จักกันดีที่สุดในการกำหนดรายละเอียด RAM ) ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นกันตามรายงานจาก Nikkie Asian Review

ซึ่งทั้งหมดนี้อาจขัดขวางความสามารถของหัวเว่ยในการผลิตฮาร์ดแวร์ได้อย่างมากในการแข่งขันในตลาดเทคโนโลยีของสหรัฐ

การสูญเสียการ์ด SD อาจไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับ บริษัท ในขณะนี้ เช่นเดียวกับAndroid และ Windows (ซึ่ง Huawei กำลังพัฒนาระบบปฏิบัติการทดแทนอยู่แล้ว) Huawei ได้เตรียมการ์ด microSD ที่ขาดหายไปเช่นกัน: บริษัท มีการ์ดหน่วยความจำนาโนของตนเองซึ่งมีขนาดเล็กกว่าการ์ด microSD และจะนำมาแทนที่มาตรฐานสากลที่ที่ดีกว่า ในอุปกรณ์รุ่นใหม่ทั้งหมดของหัวเว่ยเอง

References : 
https://www.theverge.com/2019/5/24/18638539/huawei-microsd-card-sd-association-us-trump-ban

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage :facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit :blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter :twitter.com/tharadhol
Instragram :instragram.com/tharadhol