Geek Story EP348 : สงครามแบตเตอรี่รถไฟฟ้า จีน vs อเมริกา ใครจะชนะ?

ในปี 2023 มีรายงานว่า Ford กำลังมองหาพื้นที่ในรัฐ Virginia หรือ Michigan เพื่อสร้างโรงงานแบตเตอรี่แห่งใหม่ที่จะช่วยลดต้นทุนได้ แต่มีข้อแม้ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่จะใช้มาจากบริษัทที่ตั้งอยู่ในมณฑลฟูเจี้ยน ประเทศจีน บริษัทนั้นคือ CATL ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดในโลก

ผู้ว่าการรัฐ Virginia ตัดสินใจยกเลิกข้อเสนอโรงงานแบตเตอรี่ในรัฐของเขาเนื่องจากความเชื่อมโยงกับจีน โดยระบุว่า “พวกเขาได้รับอิทธิพล หากไม่ถูกควบคุมโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน” ทำให้ CEO ของ Ford ต้องออกมาปกป้องว่า “ดูสิ โรงงานนี้เป็นบริษัทในเครือที่ Ford เป็นเจ้าของทั้งหมด” และทำให้พวกเขาต้องมองหาที่ตั้งแห่งใหม่ โรงงานแบตเตอรี่นี้ได้เข้าไปพัวพันกับสงครามการค้าที่กว้างขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และจีน อันเป็นปฏิกิริยาต่อการเติบโตอย่างพิเศษของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีน

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Spotify :
https://tinyurl.com/2x5s4eeh

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://tinyurl.com/2ywbxthf

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://tinyurl.com/43whrx5j

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/qk1MgSpVq-A

Geek Story EP321 : ทำไมสหรัฐฯ ถึงกลัวโรงงานแบตเตอรี่จีน? เมื่อจีนควบคุมห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่โลก สหรัฐฯจะรับมืออย่างไร

จีนมั่นใจว่า “ถ้าเราควบคุมการผลิต เราก็จะควบคุมราคาได้” ผลที่ตามมาคือบริษัทจีนควบคุมสัดส่วนที่สำคัญของอุปทานแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับแบตเตอรี่ทั่วโลก แต่จุดที่จีนควบคุมห่วงโซ่อุปทานอย่างแท้จริงคือขั้นตอนหลังการทำเหมือง ไม่ว่าใครจะทำเหมืองแร่ธาตุเหล่านี้

จีนทำการกลั่นแร่ส่วนใหญ่ของโลก นี่คือขั้นตอนที่โรงงานบดย่อยวัตถุดิบที่ขุดได้และสกัดแร่ธาตุที่ต้องการออกมา ซึ่งสร้างมลพิษค่อนข้างมาก นั่นคือเหตุผลที่เรามักไม่เห็นการกลั่นแร่มากนักในประเทศที่พัฒนาแล้ว จากนั้นโรงงานจีนยังผลิตส่วนประกอบทั้งสี่อย่างของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นส่วนใหญ่ด้วย: แคโทด แอโนด อิเล็กโทรไลต์ แล้วนำมาประกอบเป็นเซลล์แบตเตอรี่ เพราะมีการผลิตแบตเตอรี่ที่พัฒนามาอย่างดีแล้ว

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Spotify :
https://tinyurl.com/3zmvrm6k 

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://tinyurl.com/4r93kf2t

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://tinyurl.com/4hedjkxx

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/v-gnXnQGk_w

Geek Story EP319 : Wan Gang บิดาแห่งรถไฟฟ้าจีน สุดยอดกุนซือผู้พาจีนครองตลาดรถไฟฟ้าโลก

ในทศวรรษ 1930 รัฐบาลสหรัฐฯ จ่ายเงินเพื่อก่อสร้างถนนมากกว่า 100,000 ไมล์ภายใต้นโยบาย New Deal ของประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt ต่อมาได้จัดตั้งโครงการวิจัยเพื่อผลักดันให้มีเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้นและกำหนดระเบียบด้านความปลอดภัยที่ดีขึ้น ในทศวรรษเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ ให้ทุนโครงการเทคโนโลยี และใช้ภาษีศุลกากรเพื่อลดความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตสหรัฐฯ เพื่อปกป้องบริษัทในประเทศ กล่าวอีกนัยหนึ่ง แนวทางนโยบายอุตสาหกรรมของจีน ซึ่งจะพึ่งพาเงินอุดหนุนและกฎระเบียบ เป็นวิธีที่ผ่านการทดสอบและพิสูจน์แล้วในการกระตุ้นอุตสาหกรรมรถยนต์

แผนของ Wan Gang ยิ่งใหญ่กว่านั้น ผู้ผลิตรถยนต์ที่เขาจะปลดปล่อยจะไม่เพียงรับใช้ลูกค้าชาวจีนเท่านั้น แต่จะผลิตรถยนต์แบบที่จะครองอนาคตของอุตสาหกรรมรถยนต์ – ด้วยการทิ้งเครื่องยนต์สันดาปภายในและทุ่มเทการลงทุนทั้งหมดของประเทศไปที่การขนส่งที่ไม่ปล่อยมลพิษ

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://tinyurl.com/5xtt8j8v

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://tinyurl.com/ydk5ezez

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://tinyurl.com/hvs4zfby

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/DoIo3g_iDmc

เมื่อ Hybrid แซง EV ครองแชมป์ในจีน! เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง จับตาการพลิกเกมอุตสาหกรรมรถยนต์อีกครั้ง

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในจีนกำลังเปลี่ยนไป! จากข้อมูลตลอดปี 2024 พบว่ารถไฮบริดได้รับความนิยมสูงกว่ารถไฟฟ้าล้วนอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าผู้บริโภคจีนจะหันมาใช้รถที่ไม่ใช้น้ำมันล้วนกันมากขึ้นก็ตาม

BYD พี่ใหญ่ในวงการยานยนต์พลังงานสะอาดของจีนรายงานยอดขายที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะจากยอดขายรถนั่งส่วนบุคคลทั้งหมด 4.3 ล้านคันในปี 2024 มากกว่าครึ่งเป็นรถไฮบริด ซึ่งเป็นการพลิกสถานการณ์จากปี 2023 ที่รถยนต์ไฟฟ้านำมาแบบสิ้นเชิง

ในขณะที่บริษัทสตาร์ทอัพรถไฟฟ้าของจีนที่ผลิตเฉพาะรถไฟฟ้าล้วนกลับมียอดส่งมอบรถในปีที่ผ่านมาน้อยกว่าบริษัทที่จำหน่ายรถไฮบริดเสียอีก ความโหดของตลาดแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าผู้บริโภคกำลังต้องการอะไร

BYD เปิดเผยในรายงานว่าบริษัทขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลได้ 4.3 ล้านคันในปี 2024 โดยเกือบ 2.5 ล้านคันเป็นรถไฮบริด ต่างจากปี 2023 ที่ BYD มียอดขายรถไฮบริดน้อยกว่ารถไฟฟ้าล้วน ถือว่าเป็นการพุ่งทะยานอย่างไม่น่าเชื่อของรถยนต์ไฮบริด

Tesla ที่ขายเฉพาะรถไฟฟ้าล้วนมีแนวโน้มขายรถในจีนได้มากกว่า 600,000 คันเป็นปีที่สองติดต่อกัน ตามการคำนวณของ CNBC ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดา แต่ก็ยังห่างจาก BYD อยู่มาก

Joe McCabe ประธานและซีอีโอของ AutoForecast Solutions กล่าวว่า “เรายังเห็นการเติบโตในตลาดรถไฟฟ้าล้วนของจีน แต่มันกำลังถึงจุดอิ่มตัว” เขาคาดว่าจนถึงปี 2031 จะยังมีความต้องการรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปรวมถึงรถไฮบริดอยู่ ไม่ใช่แค่รถไฟฟ้าล้วนเท่านั้น

Li Auto บริษัทสตาร์ทอัพด้านยานยนต์ไฟฟ้าจากจีนได้ขึ้นมาท้าชิง Tesla ด้วยยอดส่งมอบทำสถิติสูงสุดที่ 500,508 คันในปีที่ผ่านมา โดยรถยนต์ส่วนใหญ่ของบริษัทมาพร้อมถังน้ำมันสำหรับขยายระยะทางขับขี่ของแบตเตอรี่ ซึ่งมันตรงความต้องการของผู้บริโภคในตลาด mass มากกว่ารถยนต์ไฟฟ้าล้วนอย่างเห็นได้ชัด

Leapmotor พันธมิตรจีนของ Stellantis ที่ขายทั้งรถไฟฟ้าล้วนและรถไฮบริด รายงานส่งมอบรถเกือบ 300,000 คันในปี 2024 และตั้งเป้าทะลุ 500,000 คันในปีถัดไป โดยมีแผนการที่จะรุกตลาดด้วยรถทั้งสองประเภท

สตาร์ทอัพรถไฟฟ้าของจีนที่ผลิตเฉพาะรถไฟฟ้าล้วนกลับมียอดส่งมอบต่ำกว่า โดย Zeekr ขายได้ 222,123 คัน Nio ขายได้ 221,970 คัน และ Xpeng ขายได้ 190,068 คัน ซึ่งรวมตัวเลขจากแบรนด์ลูกที่เพิ่งเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2024 แล้ว

น่าสนใจว่า Xpeng เปิดตัวระบบไฮบริดในเดือนพฤศจิกายน ส่วน Zeekr ก็ประกาศแผนเปิดตัวรถไฮบริดรุ่นแรกในปี 2025 นี่คือการปรับตัวครั้งใหญ่ที่แสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังชี้นำผู้ผลิตให้หันมาทำรถไฮบริดมากขึ้น

แบรนด์รถไฟฟ้าในจีนเผชิญการแข่งขันที่โหดเหี้ยมมากขึ้นในปีที่ผ่านมา เมื่อบริษัทสมาร์ทโฟน Xiaomi เปิดตัวรถไฟฟ้าซีดาน SU7 ในเดือนมีนาคม ณ สิ้นเดือนธันวาคม Xiaomi อ้างว่าส่งมอบรถแล้วกว่า 135,000 คัน และตั้งเป้าทะลุ 300,000 คันในปี 2025

Zeekr ตั้งเป้าส่งมอบรถ 320,000 คันในปี 2025 หลังจากพลาดเป้าเล็กน้อยจากที่วางไว้ 230,000 คันในปี 2024 ถือว่าเป็นความท้าทายที่ต้องฝ่าฝันต่อสู้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

การเติบโตของรถพลังงานใหม่ในจีนถึงจุดพีคในเดือนกรกฎาคม 2024 เมื่อส่วนแบ่งของยานยนต์พลังงานใหม่ (รวมรถไฟฟ้าและไฮบริด) ทะลุครึ่งหนึ่งของรถยนต์นั่งทั้งหมดในเดือนนั้น ตามข้อมูลของสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจีน

แนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ด้วยอัตราการเข้าถึงตลาดที่ 52.3% ซึ่งเติบโตจาก 36% ในเดือนกรกฎาคม 2023 ถือว่าเป็นการเติบโตแบบพุ่งทะยานเป็นอย่างมาก

McCabe ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาคือจีนยังมีสิ่งจูงใจมากมายสำหรับคนท้องถิ่นในการซื้อยานยนต์พลังงานใหม่ การผลักดันตลาดเป็นส่วนหนึ่งของแผนสร้างผู้เล่นในประเทศแทนที่จะพึ่งพาแบรนด์ต่างชาติ

เมืองใหญ่ในจีนอย่างปักกิ่งกำลังทำให้การขอป้ายทะเบียนสำหรับยานยนต์พลังงานใหม่ง่ายขึ้นกว่ารถน้ำมัน ส่วนหนึ่งของการกระตุ้นการบริโภคของจีนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมามุ่งเน้นไปที่การอุดหนุนการซื้อยานยนต์พลังงานใหม่

รถไฮบริดยังขับเคลื่อนยอดขายรถเชิงพาณิชย์ขนาดเล็กในสหรัฐฯ ในไตรมาสที่สอง ทำให้อัตราการเข้าถึงตลาดรวมของรถไฮบริดและรถไฟฟ้าอยู่ที่ 18.7% ตามข้อมูลของ Wards Intelligence ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ

ในภาพรวม จีนเป็นเหมือนสนามทดลองสำหรับโลกยานยนต์พลังงานสะอาด และตอนนี้ตลาดกำลังบอกว่ารถไฮบริดคือตัวเลือกที่ make sense ที่สุดสำหรับช่วงเปลี่ยนผ่าน แม้รถไฟฟ้าล้วนจะเป็นความฝันระยะยาว แต่ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานก็ยังมีปัญหาอยู่แม้กระทั่งในประเทศจีนเองก็ตาม

BYD ที่เข้าใจความต้องการนี้จึงก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดเหนือ Tesla อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน บทเรียนนี้ทำให้แม้แต่บริษัทรถไฟฟ้าล้วนอย่าง Xpeng และ Zeekr ยังต้องปรับตัวรับเทรนด์ไฮบริด เมื่อตลาดยานยนต์พลังงานสะอาดกำลังถึงจุดเปลี่ยน

การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาปภายในไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน แต่ยังช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต โดยการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฮบริดในจีนอาจเป็นต้นแบบสำหรับตลาดยานยนต์ทั่วโลกในการวางแผนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนนั่นเองครับผม

References :
https://www.cnbc.com/2025/01/02/chinas-electric-car-boom-is-increasingly-more-about-hybrids.html

Geek Talk EP59 : เมื่อ Hybrid แซง EV ครองแชมป์ในจีน! จับตาการพลิกเกมอุตสาหกรรมรถยนต์อีกครั้ง

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิกฤตพลังงาน ประเทศจีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานสะอาด โดยเฉพาะในปี 2024 ที่ผ่านมา เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในพฤติกรรมผู้บริโภคและทิศทางของตลาด ที่มีการเปลี่ยนจากความนิยมในรถยนต์ไฟฟ้าล้วนมาสู่การยอมรับเทคโนโลยีไฮบริดมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่เป็นผลมาจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยียานยนต์ไฮบริด ที่ได้รับการปรับปรุงทั้งในด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ความสะดวกในการใช้งาน และความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ ประกอบกับความกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านระยะทางการขับขี่และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าล้วน

เลือกฟังกันได้เลยนะครับ อย่าลืมกด Follow ติดตาม PodCast ช่อง Geek Forever’s Podcast ของผมกันด้วยนะครับ

🎧 ฟังผ่าน Spotify : 
https://tinyurl.com/mw89z7ft

🎧 ฟังผ่าน Apple Podcast :
https://tinyurl.com/5n9xak69

🎧 ฟังผ่าน Podbean : 
https://tinyurl.com/3hh5tyfj

🎧 ฟังผ่าน Youtube 
https://youtu.be/9zUA6qTZsOc

References : https://www.cnbc.com/2025/01/02/chinas-electric-car-boom-is-increasingly-more-about-hybrids.html