Dragonfire Laser กับอาวุธทรงพลังใหม่แห่งกองทัพเรือ UK

กองทัพเรือ UK กำลังทดสอบระบบพลังงานกลที่น่าทึ่งสำหรับอาวุธ Dragonfire Laser Directed Energy Weapon บนเรือที่มีความทันสมัยที่สุดในโลก และการออกแบบระบบใหม่ทั้งหมดนั้นมาจาก ทีม Williams แห่งการแข่งรถ Formula 1

กองทัพเรือหวังว่าระบบใหม่นี้  จะช่วยลดผลกระทบต่อส่วนที่เหลือของเรือ เมื่อมันต้องการที่จะใช้พลังงานจำนวนมหาศาลสำหรับอาวุธ ในขณะเดียวกันยังเป็นการหลีกเลี่ยงความกังวลด้านความปลอดภัย เช่น การใช้แบตเตอรี่ลิเธียม ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นการเกิดเพลิงไหม้บนเรือรบได้

“เทคโนโลยีนี้ถูกพัฒนามาโดยทีม William F1” โฆษกทหารกองทัพ UK แอนดรู เทต กล่าวในการแถลงข่าว “ เราเห็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการเพิ่มความสามารถในการป้องกันด้วยการสร้างระบบพลังงานที่แข็งแกร่งและระบบป้องกันแห่งอนาคตสำหรับเรือรบ”

สำหรับตัว Dragonfire นั้นเป็นเลเซอร์ขนาด 50 kW ที่สามารถ “ปกป้องการเดินเรือและกองกำลังทางบกของเราได้” จาก “ขีปนาวุธหรือทหารจากปืนครกของข้าศึก” ตามที่กระทรวงกลาโหมระบุ

แต่เรื่องที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของอาวุธใหม่บนเรือประจัญบานคือความท้าทายทางวิศวกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงาน โดยพันธมิตรระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ได้ตัดสินใจใช้ประโยชน์จาก FESS ซึ่งเป็นระบบที่“ ใช้ Flywheel ที่มีความเร็วสูงและมีน้ำหนักเบาที่เป็นนวัตกรรมเพื่อให้พัลส์ไฟฟ้ากำลังสูง ที่ระบบอาวุธต่าง ๆ ที่จะมีการผลิตในอนาคตนั้นต้องการ” ข่าวประชาสัมพันธ์

การใช้ Flywheel ที่พบบ่อยที่สุดคือการส่งกำลังของรถยนต์ โดยมันจะเก็บพลังงานการของหมุนเมื่อมีการปล่อยคลัตช์ และสามารถถ่ายโอนพลังงานนั้นกลับมาเมื่อมันทำงานอีกครั้งหลังจากมีการเปลี่ยนเกียร์

ในทำนองเดียวกันพลังงานที่ต้องใช้ในการยิงเลเซอร์นั้นสามารถเก็บไว้ได้ด้วยการใช้ Flywheel จำนวนหนึ่งนั่นเอง

References : 
https://www.gov.uk/government/news/uk-usa-test-naval-power-systems

World of Warship ด้วยกัปตันเรือ AI

คงไม่ใช่เรื่องเกินเลยที่จะพูดได้ว่า หากเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม ขึ้นมาจริง ๆ มนุษย์ คงไม่ได้รบกับมนุษย์ด้วยกันเอง เหมือน สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 อย่างแน่นอน สงครามครั้งใหม่หากเกิดขึ้นจริง ๆ นั้น AI จะเข้ามามีส่วนร่วมในการรบในหลายรูปแบบ ซึ่งความได้เปรียบของแต่ละชาติ ไม่ใช่เพียงแค่มีกองกำลังที่มากกว่าเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต อีกต่อไป

ข่าวล่าสุดจาก BAE Systems ผู้พัฒนา อาวุธยุทโธปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับเรือรบนั้น ได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ โดยจะให้กัปตัน นั้นสามารถบังคับเรือรบ ได้บนแผ่นดิน ผ่านเทคโนโลยี Augmented Reality (AR)  ร่วมกับ AI

โดยราคาของตัว Remote Access ตัวนี้นั้น อยู่ที่ประมาณ 25 ล้านเหรียญสหรัฐ หากเรือรบลำใดที่ต้องการจะติดตั้งระบบดังกล่าว

ซึ่งโปรเจคดังกล่าว จะทำการย้าย command rooms จากภายในเรือรบที่ออกแล่นไปในทะเล ย้ายมาบังคับกันบนฝั่ง คล้าย ๆ การขับโดรน ของกองทัพอากาศ  ที่เราได้เห็นการใช้งานจริงมาแล้วในกองทัพสหรัฐอเมริกา

ซึ่งการย้ายมาบนฝั่ง นั้น จะทำให้ลดความเสี่ยง ต่อลูกเรือ ในระหว่างการรบจริง ๆ  โดยสามารถที่จะเข้าถึงการบังคับในทุก ๆ ส่วนของเรือ ผ่าน Augmented Reality (AR)

ซึ่งส่วนของ AI นั้นก็จะมาช่วยเหลือในการตัดสินใจให้ ทำได้เร็วมากยิ่งขึ้น ผ่านระบบการแนะนำโดย AI ซึ่งมีการ Learning จากแผนการรบในอดีตมาแล้ว รู้ถึงจุดแข็งจุดอ่อน ของกลยุทธ์การรบในแต่ละวิธี ทำให้มีโอกาสชนะข้าศึกสูงกว่าการตัดสินใจโดยกับตันเรือที่เป็นมนุษย์

จะเกิดอะไรขึ้นกับสงครามยุคต่อไป

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผู้นำการรบในอนาคต จะกลายมาเป็น AI ที่คอย วิเคราะห์แผนการรบที่ดีที่สุด ก่อนที่จะส่ง อาวุธ หรือ ทหารเข้าไปรบ จริง ๆ มันคงไม่เกิดเหตุการณ์แบบสงครามโลกครั้งที่สอง อย่างที่อ่าว omaha beach ในวัน D-Day ของสงครามโลกครั้งที่ 2  ซึ่งชัดเจนว่าเป็นการวางแผนการรบที่ผิดพลาดของ เหล่าเสนาธิการทหารฝ่ายพันธมิตร

ความสูญเสียอย่างมากมายที่ omaha beach ส่วนนึงจากการผิดพลาดของการวางแผนการรบ

ความสูญเสียอย่างมากมายที่ omaha beach ส่วนนึงจากการผิดพลาดของการวางแผนการรบ

การผิดพลาดดังกล่าวนั้น ทำให้เสียกำลังพลไปอย่างมากมาย ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ในอนาคตนั้น หากมีการวิเคราะห์ผ่าน AI หรือ Machine Learning  โดยการ Training Data ที่ดีมากพอ สุดท้าย Strategy ที่ดีที่สุดในการรบนั้น ก็ไม่ได้มาจากสมองมนุษย์อย่างเราๆ  แน่นอน นายพล AI จะเป็นคนสั่งการมนุษย์เองว่าให้รบยังไง ถึงจะชนะสงครามได้

References : sputniknews.com

ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
Fanpage : facebook.com/tharadhol.blog
Blockdit : blockdit.com/tharadhol.blog
Twitter : twitter.com/tharadhol
Instragram : instragram.com/tharadhol